ตอนที่ 19 : บทที่ 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 196
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    7 พ.ย. 61

คฤหาสน์หลังงามชานเมืองที่เงียบสงบไม่มีปัญหาการจราจรติดขัดแออัดเหมือนใจกลางเมือง ที่ที่เงียบสงบผู้คนไม่พลุกพล่านเหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนยามเกษียรอายุหลังวัยทำงาน ชายหญิงวัยล่วงหกสิบแต่หน้าตาอิ่มเอิบร่างกายแข็งแรงเพราะการดูแลรักษาสุขภาพมาเป็นอย่างดีตั้งแต่หนุ่มจนวัยปูนนี้ นั่งกระสับกระส่ายบนเก้าอี้รับแขกชุดหรูประดับมุกแพรวพราว สายตาคอยแต่จับจ้องไปที่ประตูไม้สักสลักลายบานสูงรอได้รับภาพของบุตรชายคนเดียวที่ส่งเสียงมาบอกเมื่อตอนกลางวันว่าจะพาคู่รักมาให้ท่านดูตัว

และเมื่อเห็นเด็กในบ้านเดินนำชายหญิงคู่หนึ่งเข้ามาทั้งสองท่านถึงกับลุกขึ้นยืนเก็บอาการตื่นเต้นดุจจะถูกดูตัวเสียเองไม่อยู่

มาแล้ว” วิมาดามารดาของภูวนเอ่ยขึ้นก่อนอย่างดีใจ ก่อนดึงแขนภูธรสามีให้เดินตามไปรับลูกชายและว่าที่ลูกสะใภ้ถึงประตู

สวัสดีครับ คุณพ่อคุณแม่” ภูวนพนมมือไหว้ท่านทั้งสอง ก่อนหันไปทางพิมราที่รอพร้อมจะยอมือขึ้นพนม

นี่พิมราแฟนผมครับ พิมนี่คุณพ่อคุณแม่ผม

วิมาดาถึงกับอ้าปากมือที่ทำท่าจะยกขึ้นรับไหว้ตกลงข้างตัว ก่อนกรีดเสียงโวยวายลั่น

วิปริต ตาภูทำไมแกถึงได้วิปริตวิตถารขนาดนี้

คุณแม่!” ภูวนตกใจกับคำกล่าวหาของมารดา ก่อนจะมองหน้าบิดางงๆ เมื่อท่านโบกมือไล่ส่ง

พาคู่ขาของแกกลับไปก่อน พ่อขอเวลาทำใจอีกหน่อย

 

รถที่แล่นมุ่งหน้ากลับคอนโดฯที่พักของทั้งคู่ด้วยความเร็ว เสียงเครื่องยนต์กระหึ่มราวกับจะแข่งกับพายุที่พัดกระหน่ำกระแทกกระทั้นจนทั้งสองมึนงง แต่ภายในรถกลับเงียบสนิทเงียบจนได้ยินเสียงเต้นของหัวใจสลับกับเสียงถอนหายใจเป็นระยะ เมื่อไม่มีใครเอ่ยอันใดขึ้นมา แต่สุดท้ายเมื่อความอดกลั้นข่มอารมณ์ของพิมราสิ้นสุด

กรี๊ดดดดด!”

หญิงสาวปิดตาแน่นกำมือจนเล็บที่ทาสีฉูดฉาดแทบจะจิกลงบนฝ่ามือเมื่อระบายเสียงร้องออกมา

รถที่พุ่งทะยานหยุดกึก ดีที่ถนนสายนี้ไม่ค่อยมีรถในเวลาดึกดื่นเช่นนี้ จึงไม่เกิดอุบัติเหตุเมื่อเขาหยุดรถกระทันหัน

พิม” ภูวนดึงหญิงสาวเข้ามากอด 

ผมขอโทษแทนคุณพ่อคุณแม่ด้วย

พิมราที่ตัวสั่นเพราะอารมณ์เคืองขุ่น ที่บิดามารดาของภูวนทำท่าดูถูกและรังเกียจเธอโดยไม่ทราบสาเหตุ ทั้งที่เพิ่งพบกันเป็นครั้งแรกพยายามเบี่ยงกายหนียันตัวออกห่าง ยามเธอพาลเคืองโกรธเขาไปด้วย

ปล่อย คุณก็คงเหมือนกับท่านทั้งสองนั่นแหละ รังเกียจฉันถึงไม่เคยนอนกับฉัน

พิม!” ภูวนจำต้องปล่อยพิมราออกจากวงแขน 

ทำไมต้องพาล พิมรู้นี่ว่าปัญหาของผมมันคืออะไร ไม่ใช่ว่าผมรังเกียจ แต่คุณเข้าใจไหมว่าผมจะเห็นร่างกายเนื้อตัวหรือแม้แต่ใบหน้าของคุณเปลี่ยนไปเป็นผู้ชาย ซึ่งผมทำใจที่จะสานต่อไม่ได้ เข้าใจไหม!” ท้ายประโยคเขาตะโกนดังคับรถ

พิมราฉุนกึกที่เขาตะโกนใส่หน้าตัดสินใจเปิดประตูแล้วก้าวลงไปจากรถโดยเร็ว 

ปี๊นนนนน! 

เสียงแตรไล่ดังก้องเมื่อพิมราเปิดประตูออกจากรถที่จอดอยู่กลางถนน ทำให้รถที่วิ่งสวนมาบีบแตรไล่เร็ว ก่อนวิ่งผ่านร่างบางที่หยุดนิ่งตะลึงงันแบบเฉียดฉิวเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด

เมื่อรถที่วิ่งสวนผ่านไป พิมราได้แต่ยืนนิ่งยกมือทาบอกหอบถี่ด้วยความตกใจ ขณะที่ภูวนวิ่งลงมาดึงเธอเข้ามากอดกระชับลูบหัวลูบไหล่

ไม่เป็นไรนะพิม ไม่มีอะไรนะคะ ขึ้นรถก่อนนะ

พิมรายังนั่งหอบเหนื่อยและตกใจกับวินาทีชีวิตก่อนหลับตาเลื่อนตัวลงพิงพนัก ไม่อยากรับรู้สิ่งใดในเวลานี้อยากพักสายตาอยากพักหัวใจที่ตระหนกสุดขีด รับรู้เพียงสัมผัสอุ่นแรงที่กดลงบนหน้าผากกลมกลึงกับคำพูดหวานหูของภูวน

หลับเถิดนะ ถึงบ้านแล้วผมปลุกเอง


เปิดจอง คุณพระของพี่ช้อนแล้วนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

9 ความคิดเห็น