ตอนที่ 17 : บทที่ 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 231
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    7 พ.ย. 61


บทที่6

พิมราถึงกับแปลกใจทำตาโตเมื่อสบตากับบุรุษที่ยืนยิ้มอยู่หน้าโต๊ะทำงาน ที่แสนจะรกเต็มไปด้วยกระดาษและแบบลายผ้ามากมาย ก่อนลุกขึ้นยืนผายมือไปที่โต๊ะข้างๆ ที่เก้าอี้ว่างวางอยู่เพราะเจ้าของออกไปรับประทานอาหารกลางวันแล้ว

นั่งสิ ดิน

พสุธาลากเก้าอี้มานั่งตรงหน้าพิมราแทนที่จะนั่งที่ในตำแหน่งเดิม ก่อนมองหน้าหญิงสาวนิ่งเหมือนจับผิดและค้นหาอะไรบางอย่าง จนพิมราร้อนตัวชิงเอ่ยถามเสียก่อน

มองหาอะไร!” เสียงเธอแหลมแต่มิได้ใส่อารมณ์

หาความจริงนะสิ ตกลงความสัมพันธ์ของเธอกับนายภูมันเปลี่ยนไปแล้วใช่ไหมชายหนุ่มถามตรงๆ และโดนใจ จนพิมรากลืนน้ำลายเอื๊อก เลือกที่จะนิ่งเอาไว้ก่อน พสุธาจึงพูดต่อ 

จากเพื่อนร่วมห้องกลายเป็นเพื่อนร่วมเตียง แล้วไอ้ที่เขาบอกว่าร่างกายเปลี่ยนไปนี่เธอใช่ไหม

พิมราทำตาโตแต่มิได้นึกโกรธเมื่อพสุธาถามตรงๆ เพราะเขากับเธอสนิทสนมกันมาก พอที่เขาจะกล้าเอ่ยเรื่องแบบนี้ออกมา และเพราะพสุธานี่เองที่ทำให้พิมราเลิกกับวสุอย่างเด็ดขาดกับคำปรึกษาและข้อแนะนำดีๆ ก่อนย้ายกลับมาอยู่ในเมืองไทย

ถ้าใช่ล่ะสุดท้ายเธอก็ยอมรับตรงๆและขอร้องให้เขาหาทางช่วยภูวน 

นายมีทางช่วยให้เขาเป็นปกติได้มั้ย

พสุธายิ้มที่เพื่อนสาวยอมรับตรงๆ ก่อนลุกขึ้นยืนและดึงให้พิมรายืนขึ้นด้วย แสร้งมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าและจับหมุน มองหญิงสาวทั้งหน้าทั้งหลัง ก่อนถอนหายใจพรืด

เฮ้อหุ่นไม้กระดานแบบนี้แถมยังดำเป็นเหนี่ยง สงสัยนายภูหาข้ออ้างทิ้งเธอมากว่า

พิมราฟาดเผี๊ยะเข้าที่ต้นแขนพสุธา บ้าสิฉันกับเขายังไม่เคยเลยเถิดถึงขนาดที่เขาต้องเบื่อและทิ้งไปนะเธอใช้นิ้วจิ้มหน้าอกเพื่อนหนุ่มคนสนิท 

คำพูดแบบนี้ออกมาจากปากหมอโรคจิตอย่างนายได้ยังไงนะ

จิตแพทย์ ไม่ใช่หมอโรคจิต พูดซะเสีย…”

ลองพูดออกมาแบบนั้นก็ เป็นได้แค่หมอโรคจิตละ ตกลงมีทางช่วยเขาไหม

อันนี้ต้องคุยกันนาน ทุกวันนี้ฉันก็พยายามโทรฯตามให้มันเข้าไปพบ มันเลี่ยงเสียทุกทีหรือว่าหายแล้วเขามองสบตาพิมรายิ้มๆ สายตากรุ่มกริ่มล้อเลียน

พิมราส่ายหน้าช้าๆ มิได้เต้นไปกับคำพูดและสายตาของเพื่อนหนุ่ม

เมื่อเห็นสีหน้าและแววตาหญิงสาวเปลี่ยนไป สลดและหดหู่ยามพูดถึงภูวน พสุธาจึงเอ่อจริงจังขึ้น

เรื่องแบบนี้ต้องใช้เวลา บางทีการได้ลองบ่อยๆ มีสิ่งเร้าสิ่งกระตุ้นมันอาจจะดีขึ้น แต่อย่าบุ่มบ่าม เธอก็ต้องช่วยให้กำลังใจมันอย่าเร่งรัดมันมากนัก ลองเริ่มทีละนิดทีละน้อย อาจสำเร็จได้สักวัน

ดิน ภูไม่เหมือนคนเสื่อมสมรรถภาพนะ แต่เขาเปลี่ยนแบบฉับพลันหยุดกลางคันแล้วก็เอ่อ..บอกยังไงดี ไว้นายคุยกับเองแล้วกัน พิมราเริ่มกระดากที่จะพูด

มันเป็นอาการเริ่มต้น คนเราเริ่มไม่เหมือนกันนะ เรื่องแบบนี้มันเกี่ยวกับจิตใจด้วย อาจเข้าข่ายเป็นโรคจิตเภท ประเภทเห็นภาพหลอนหรืออะไรพวกนี้ ไว้เธอชวนนายภูไปหาฉันนะ

พิมราพยักหน้ารับแกนๆ เพราะไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ภูวนเผชิญใช่โรคที่พสุธากำลังอธิบายกับเธอไหม หรือเพราะมันเป็นสิ่งเหนือธรรมชาติที่มิอาจคาดเอา

 

หลังจากพสุธากลับไปแล้ว พิมราก็ต้องจำใจต้อนรับแขกอีกคนที่ไม่อยากพบหน้าแต่ด้วยความจำเป็น เพราะวสุที่ติดต่อด้านการส่งออกเสื้อผ้ากับบริษัทที่พิมราทำงานอยู่ และจงใจจะเข้ามาประสานงานกับพิมราเรื่องลายผ้าและแบบที่กำลังเข้าสมัยนิยมเป็นที่ต้องการของตลาดในเวลานี้

ท่าทางงานยุ่งนะพิม ทานอาหารกลางวันหรือยังเอ่ยเขายิ้มดวงตาเป็นประกายยามจ้องรูปหน้าที่เคยแนบชิด

เรียบร้อยแล้วค่ะ คุณมาพบบอสหรือคะ เชิญในห้องได้เลยค่ะพิมรายังง่วนกับงานบนโต๊ะ

มาพบพิม พี่ขอดูแบบที่พิมร่างเอาไว้

อ้อ ได้คะแต่ยังไม่ได้ลงสีเลย คอยสักครู่นะคะพิมรารื้อกองกระดาษที่ซ้อนทับกับอยู่บนโต๊ะ แต่ไม่พบจึงก้มลงในลิ้นชัก เสื้อทำงานแบบทันสมัยที่เธอสวมใส่ คอกว้างและลึกพอสมควรเมื่อก้มลงคอเสื้อยิ่งถ่วงต่ำเผยให้เห็นเนินเนื้อสีน้ำผึ้งเย้ายวนตา

วสุจงใจมองอย่างเปิดเผย เนื้อหนั่นอวบอิ่มแม้จะไม่ใหญ่แต่สมตัว อกคู่ที่เขาเคยเค้นคลึงเคล้าเคลียดูดดมความหวานหอม รวมถึงลีลาเร่าร้อนและเสียงครางกระเส่ายามอารมณ์เพริดสุดขีดของพิมรายังติดตาติดหูของเขา คิดแล้วให้เสียดายพิมรานัก ในตอนนั้นถ้ามิใช่เพราะหญิงสาวอกมหึมาลูกสาวมาเฟีย ที่เขาเกิดได้เสียกับหล่อนแล้วหมายจะทิ้งตามมารังควานและขู่บังคับจะให้พ่อฆ่าเขาให้ตายถ้าไม่รับผิดชอบ เขาคงไม่ทิ้งพิมราหญิงสาวตรงหน้าผู้ที่มีเสน่ห์ร้อนแรงไปทั่วตัว

พิม!”

เสียงที่เรียกให้พิมราเงยหน้าขึ้นจากการค้นหาแบบลายผ้าให้วสุ และอดที่จะแปลกใจเลิกคิ้วสูงไม่ได้ในเมื่อเจ้าของเสียงไม่เคยเข้ามาในที่ทำงานเธอแม้สักครั้งเดียว

ภู!”

ภูวนเดินผ่านหน้าวสุเข้าไปถึงตัวพิมราสอดแขนโอบรอบเอวเธออย่างจงใจ ก่อนจ้องมองวสุด้วยสายตาที่หาความเป็นมิตรไม่ได้เลย

มีธุระอะไรคะมาถึงนี่พิมราเงยหน้าขึ้นมองเขาพร้อมแกะมือที่โอบรอบเอวอย่างเบามือ เมื่อเขาแข็งขืนเธอก็ตีเพี๊ยะเบาๆ ก่อนสำทับเสียงค่อย

อย่าทำรุ่มร่ามแบบนี้พิมไม่ชอบสรรพนามเรียกขานกันระหว่างเขาและเธอดูสนิทสนมยิ่งขึ้น

ภูวนก้มหน้าลงแทบจะชิดใบหน้าที่เอียงหนีของพิมราก่อนกระซิบกลับ ไปคุยกันสองคนได้ไหม

พิมทำงานอยู่ ปล่อยคะ

ภูวนส่งสายตาออดอ้อน แป๊บเดียวเอง

พิมราถอนใจอย่างขัดเคือง ดูท่าถ้าเธอไม่ยอมเขาก็คงไม่แคล้วกอดเอวอยู่อย่างนี้ อีกอย่างทั้งวสุและเพื่อนร่วมงานที่เริ่มทยอยกันกลับเข้ามาทำงานก็เริ่มส่งสายตาให้ความสนใจมาที่เธอกับภูวน

อือสุดท้ายพิมราก็ต้องยอมตามใจลากเขาเดินไปทางห้องประชุมที่ปิดว่างอยู่ แต่ยังไม่ลืมหันมาบอกวสุให้คอยอย่างมีมารยาท 

ขอเวลาเดี๋ยวเดียวนะคะ เดี๋ยวฉันจะเอาแบบให้ดู


ฝาก คลุมถุง(พุ่ง)ชน(หัวใจ) ด้วยค่ะ


ฝากอิบุ๊ค คลิกที่ปกได้เลยค่ะ ขอบคุณค่ะ










และอีกมากมาย Click

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

9 ความคิดเห็น