ซ้อนกลรัก by มุกเรียง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 12,732 Views

  • 9 Comments

  • 143 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    57

    Overall
    12,732

ตอนที่ 9 : บทที่๓

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1118
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    24 ส.ค. 61

ช่วยด้วยเสียงเรียกให้ช่วยดังแว่วมา  เด็กหญิงละจากกองหนังสือที่อ่านอยู่ รีบวิ่งไปตามเสียงที่ได้ยินทันที ปากก็พร่ำตะโกนถามด้วยความห่วงใย

บัวเป็นอะไร...บัว  ว้าย!’

ขาแข็งแทบจะวิ่งไม่ออกเมื่อเห็นร่างเล็กผลุบโผล่อยู่ในบึงบัวกว้างและลึก  แต่เมื่อคนที่กำลังร้องขอความช่วยเหลือคือน้องสาวของตน เด็กหญิงก็ต้องบังคับตัวเองให้ละทิ้งความตระหนกตกใจไปเสีย รีบกระโจนลงน้ำแล้วว่ายไปหา คว้าร่างที่อ่อนแรงจนเกือบจะจมลงก้นสระเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด ใช้มืออีกข้างพุ้ยน้ำพยุงตัวพาน้องเข้าฝั่งทันที

เจ้าบัว อย่าเป็นอะไรนะ...บัว...เจ้าบัว  บุษบงกชตบหน้าน้องสาวเบาๆ เรียกสติ  ครั้นอีกฝ่ายยังไม่มีทีท่าว่าจะฟื้น เด็กหญิงก็เตรียมจะพลิกตัวน้องให้นอนคว่ำหวังจะให้สำรอกน้ำออกมา แต่คนเป็นน้องลืมตาขึ้นเสียก่อน

เจ้าบัวฟื้นแล้ว!’ ตะโกนลั่นพลางกอดรัดน้องอย่างดีใจสุดขีด

อะไรกันบุษ...บัว  ปรียาผู้เป็นแม่วิ่งมาจากในบ้านตะโกนถามเสียงดัง  ว้าย!  ตายแล้ว บัวเป็นอะไร ทำไมเปียกปอนขนาดนี้

เจ้าบัวจมน้ำค่ะแม่

ตัวผลักเค้า บัวบูชาผลักคนเป็นพี่ที่กอดตัวเองอยู่ออกห่าง แล้วโผเข้ากอดมารดา

แม่จ๋า...บุษผลักบัวตกน้ำ บุษแกล้งบัว

พี่ไม่ได้...

บุษ!  ทำไมแกล้งน้องแบบนี้ ก็รู้อยู่ว่าน้องว่ายน้ำไม่เป็น คนเป็นแม่โกรธจัด ใช้ฝ่ามือฟาดบุตรสาวคนโตไม่ยั้ง

บุษบงกชไม่ได้ร้องไห้โวยวาย แต่มองน้องสาวนิ่ง  ไม่คิดว่าบัวบูชาจะบอกกับแม่เช่นนี้  เธอรักน้องมาก มีหรือจะแกล้งน้องแรงๆ จนเฉียดตายขนาดนี้

เอะอะอะไรกัน เสียงดังไปถึงนอกบ้าน  อ้าว...ตีบุษทำไม

เสียงคนเป็นพ่อดังมาก่อนตัว ก่อนตรงเข้าห้ามภรรยาด้วยการจับข้อมือเอาไว้ แล้วถามย้ำ

ตีลูกทำไม

มันแกล้งน้อง ผลักน้องตกน้ำจนเกือบจมน้ำตาย

จริงหรือบัวคนที่เพิ่งมาถึงเอ่ยถามลูกสาวคนเล็กน้ำเสียงคาดคั้น และสุดท้ายก็ลงโทษบุษบงกชไปอีกคน...

 

“อ้าว!  บุษเลยเจ็บสองเด้งเลย”  ศุภรุจน์ค่อนข้างแปลกใจกับบทสรุปในเรื่องราววัยเด็กที่บุษบงกชเล่าให้ฟัง ก่อนถามต่ออย่างสงสัย

“แล้วทำไมน้องถึงต้องใส่ความบุษล่ะครับ”

“เจ้าบัวกลัวจะถูกดุที่แอบมาพายเรือเก็บดอกบัวทั้งที่พ่อกับแม่เคยสั่งห้าม เพราะเจ้าบัวว่ายน้ำไม่เป็นค่ะ”

“เพราะอย่างนี้หรือเปล่าบุษถึงไม่ชอบว่ายน้ำหรือเล่นกีฬาทางน้ำเลย”

“ก็มีส่วนค่ะ แต่...มันมีเหตุการณ์มากกว่านั้นอีก”  บุษบงกชถอนใจก่อนเล่าเรื่องราวต่อจากนั้นให้ชายหนุ่มฟัง

ด้วยเหตุที่บัวบูชาว่ายน้ำไม่เป็น พ่อของเธอจึงให้เธอสอนน้องว่ายน้ำ  บัวบูชาเองก็ต้องยอมเรียนว่ายน้ำกับพี่สาวโดยดี เพราะพ่อออกคำสั่งว่าต้องว่ายน้ำให้เป็นภายในหนึ่งสัปดาห์  แต่พอบัวบูชาว่ายน้ำได้ ก็คึกคะนองว่ายไปตรงจุดที่น้ำลึกและเกิดเป็นตะคริวขึ้นมาขณะที่บุษบงกชนั่งพักเหนื่อยอยู่บนฝั่ง  

เมื่อเห็นน้องกำลังจะจมน้ำ เธอก็รีบลงไปช่วยทันที  แต่ครั้งนี้เพราะความเหนื่อยล้า กว่าจะว่ายไปถึง บัวบูชาก็จมหายไปแล้ว  บุษบงกชใจหายวาบ เรียกน้องเสียงหลงก่อนดำลงไปควานหา  กว่าจะคว้าตัวบัวบูชาขึ้นมาได้แล้วพาเข้าฝั่งอย่างทุลักทุเลก็เหนื่อยแทบขาดใจ

“น้องของบุษนี่ดื้อไม่เบาเลยนะ” ศุภรุจน์เอ่ยพลางยิ้มอย่างเอ็นดู  นึกเห็นใจหญิงสาวตรงหน้าและรู้สึกผิดอยู่ไม่น้อยที่เขาพยายามทดสอบว่าเธอว่ายน้ำได้หรือไม่

“พี่ขอโทษเรื่องที่แกล้งจมน้ำ ทำให้บุษต้องฝืนใจลงไปช่วย

“ถ้ามีคนจะจมน้ำตายต่อหน้าต่อตาจริงๆ ยังไงเสียบุษก็ต้องลงไปช่วยอยู่ดี” เธอพูดให้เขาคลายกังวลกับเรื่องที่ผ่านมา  แม้ก่อนหน้านี้เธอจะเคืองเขาอยู่ไม่ใช่น้อย แต่ก็ต้องยอมแพ้ความมีน้ำใจของเขา  ขนาดไม่ใช่ญาติหรือคนรู้จัก เขายังมีน้ำใจขับรถพาอารักษ์มาส่งโรงพยาบาล

“แล้วตอนนี้น้องสาวบุษอยู่ที่ไหน” ศุภรุจน์ถามอย่างสนใจ แต่หญิงสาวกลับส่ายหน้า ยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม กิริยานั้นบ่งบอกว่าไม่ขอเอ่ยถึงอีกแล้ว  เขาได้แต่พยักหน้าช้าๆ อย่างเข้าใจ ทุกคนย่อมมีเรื่องส่วนตัว มีความหลังที่ไม่อาจเอ่ยออกมาได้... 

อดคิดไม่ได้ว่าจากเหตุการณ์ครั้งนั้น น้องสาวของเธออาจไม่อยู่แล้ว บุษบงกชถึงเกลียดการลงน้ำและไม่ยอมเปิดปากพูดเรื่องนี้อีก

 

เพื่อนไม่เคยทิ้งกัน...คำนี้ไม่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับบุษบงกชเสียแล้ว เพราะวันรุ่งขึ้นหญิงสาวก็พบว่าเพื่อนๆ ต่างเก็บข้าวของเตรียมตัวกลับกรุงเทพฯ กันหมด ไม่มีใครสนใจอารักษ์ที่ป่วยหนักนอนอยู่ที่โรงพยาบาล ไม่มีคนอาสาอยู่เป็นเพื่อนเธอจนกว่าอารักษ์จะออกจากโรงพยาบาลเลยสักคน  แม้แต่นนทรีที่อาศัยรถอารักษ์มาก็ยังหิ้วกระเป๋าไปขออาศัยรถเพื่อนอีกคน

“ไม่อยู่ด้วยกันก่อนหรือแนน พออาร์หายค่อยกลับพร้อมกัน”

“ไม่ละ ฉันจะรีบกลับบ้านไปหาพ่อแม่  ขอเงินไปเที่ยวเกาหลีหรือญี่ปุ่นสักพักแล้วค่อยกลับมาหางานทำ”

“แล้วฉันจะอยู่ยังไงคนเดียว”  เธอไม่กลัว แค่อยากทดสอบน้ำใจเพื่อนเท่านั้น  แต่ในที่สุดก็ไม่มีใครว่างและเสนอตัวจะอยู่เป็นเพื่อนเลย มีแต่บอกว่าแล้วจะโทร. มาถามอาการอารักษ์ภายหลัง

บุษบงกชมองตามรถยนต์ของเพื่อนๆ ที่เคลื่อนตัวออกไป เหลือเพียงเธออยู่รอแม่บ้านมารับกุญแจบ้านพัก  หญิงสาวคิดไว้ว่าจะขอเช่าต่ออีกสักคืนสองคืนจนกว่าอารักษ์จะออกจากโรงพยาบาลและแข็งแรงพอที่จะกลับกรุงเทพฯ ได้ ทว่าเมื่อแม่บ้านมาถึงพร้อมกับอุปกรณ์ทำความสะอาด และเธอเอ่ยขอเช่าอยู่ต่อ ก็กลับถูกปฏิเสธเนื่องจากมีคนรอเข้าพักอยู่แล้ว เช่นเดียวกับบ้านอีกสองหลังที่ว่างอยู่

ที่พักเต็ม...บทสรุปง่ายๆ ที่ทำให้เธอตกที่นั่งลำบากอีกครั้ง  เวลานี้บุษบงกชจึงต้องรีบเก็บข้าวของทั้งของตัวเองและของอารักษ์ไปใส่ไว้ในรถก่อน แล้วค่อยหาที่พักใหม่

แต่แล้วก็เหมือนโชคชะตาดลบันดาล ยามที่เธอต้องการความช่วยเหลือหรือตกอยู่ในสภาพคับขัน เขาคนเดิมจะยื่นมือเข้ามาช่วยได้ทันเวลาทุกที

“ไปพักบ้านพี่ไหม” ศุภรุจน์ซึ่งวิ่งออกกำลังกายผ่านมา เห็นเธอกำลังขนของใส่รถจึงเข้ามาสอบถาม ครั้นรู้เรื่องก็เอ่ยชวน

“เอ่อ...” บุษบงกชลังเล เกรงว่าจะน่าเกลียดเกินไปที่จะไปนอนค้างอ้างแรม อยู่ร่วมบ้านกับผู้ชายที่เพิ่งรู้จักกันเพียงไม่นาน  แต่ครั้นจะหาที่พักใหม่ในช่วงวันหยุดยาวเช่นนี้ก็คงลำบาก ดูอย่างบ้านพักสองหลังข้างบ้านที่ก่อนหน้านี้ไม่มีคนเข้าพัก แต่ตอนนี้คนกลับจองเต็มหมดจนเธอเช่าพักไม่ได้

...แค่คืนเดียวคงไม่น่าเกลียด  หญิงสาวตริตรองอย่างดีแล้วจึงยอมรับน้ำใจของเขา

“รบกวนหน่อยนะคะ”

“ไม่รบกวนหรอก  บุษขับรถไปจอดเลย แล้วเดี๋ยวเราออกไปหาอะไรกินกัน” เขาบอกง่ายๆ พลางชี้มือไปทางบ้านพักของตน  บุษบงกชเองก็ทำตามที่เขาบอกทันทีโดยไม่อิดเอื้อนอันใด


ขายของ คลิกที่รูปเลยจ้า 

 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

0 ความคิดเห็น