ซ้อนกลรัก by มุกเรียง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 12,724 Views

  • 9 Comments

  • 143 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    49

    Overall
    12,724

ตอนที่ 7 : บทที่๓

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1204
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    22 ส.ค. 61


ศุภรุจน์มิวายมองข้ามไหล่นนทรีไปด้านหลังเผื่อว่าจะมีใครเดินตามมา ทั้งที่เห็นแต่ไกลแล้วว่าหญิงสาวเดินมาคนเดียว  คนที่เพิ่งมาถึงทักทายเขาเสียงใสพร้อมยกจานอาหารในมือให้ดู

“แนนเอาอาหารทะเลมาแลกข้าวค่ะ”

“เชิญจ้ะ  นั่งรอก่อน เดี๋ยวหมอคงทำเสร็จ”  

เขารับจานใบใหญ่จากหญิงสาว ปลายนิ้วเธอสัมผัสมือเขาอย่างจงใจ  ใช่ว่าเขาจะดูไม่ออกว่าผู้หญิงคนนี้คิดยังไงกับเขา เพียงแต่เขาไม่สนใจ...มันก็เท่านั้น  

หากเทียบกันระหว่างนนทรีกับเพื่อนสาวของเจ้าหล่อน  หน้าตานนทรีจัดว่าน่ารัก ผมตัดสั้นทันสมัย ใบหน้าจิ้มลิ้ม รูปร่างเล็กกะทัดรัดเหมือนสาวสมัยใหม่ทั่วไป ทว่ารวมๆ แล้วกลับไม่มีจุดดึงดูดสายตา  ต่างกับอีกคน ที่แม้เขาจะพบเจอเธอในสภาพไม่ปรุงแต่ง ไม่แต่งหน้าทาปาก ผมยาวรวบเป็นหางม้าง่ายๆ  หากใบหน้านั้นกลับมีเสน่ห์อย่างประหลาด  ปากคอคิ้วคางดูเหมาะเจาะลงตัว  เวลาเธอยิ้ม ดูสวยสดใส  แต่เขากลับชอบดวงตาสีเข้มที่แฝงแววเศร้ามากกว่า  ดวงตาที่มองปราดแรกจะเห็นว่าสวยหวาน ทว่าเมื่อใดที่เจ้าตัวเผลอไผล เงาหม่นกลับทอดจับดวงตาคู่สวย ชวนให้เกิดคำถามว่าเธอมีเรื่องอะไรทุกข์ร้อนใจอยู่หรือ

“มาแล้วหรือจ๊ะ” เอกสิทธิ์ที่เดินมาจากครัวเอ่ยทักทาย ก่อนหันมองซ้ายขวาแล้วถามอย่างแปลกใจ  “บุษล่ะ...ไม่มาเหรอ”

“บุษครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนจะเป็นไข้ เลยขอนอนพักค่ะ”

“อ้าว!  ป่วยซะแล้ว” นายแพทย์หนุ่มทำเสียงแปลกใจ ก่อนรับจานจากมือศุภรุจน์

“คงจะติดจากแฟน เห็นเฝ้าไข้ใกล้ชิดกันทั้งวันทั้งคืน” นนทรีรู้ดีว่าตนเองพูดเกินไป เพราะความจริงบุษบงกชไม่ได้เฝ้าไข้อารักษ์อย่างที่เธอว่า  เธอแค่อยากพูดให้ผู้ชายสองคนนี้รู้ว่าบุษบงกชมีแฟนแล้วก็เท่านั้น เผื่อใครที่แอบสนใจอยู่จะได้เปลี่ยนใจ  ถ้าตาไม่ฝาด เธอเห็นสายตาศุภรุจน์ที่มองบุษบงกชแปลกไปจากเวลาที่เขามองเธอ ซึ่งทำให้เธออดหึงหวงไม่ได้  แม้ตอนนี้เธอจะเป็นแค่คนแอบชอบเขาเท่านั้น แต่เธอก็จะพยายามทำให้เขาประทับใจและชอบเธอให้ได้

เสียงพึมพำจากปากหมอหนุ่มเรียกให้นนทรีหันมอง เห็นเขาส่ายหน้ากับของในจานที่เธอมีน้ำใจนำมาฝาก

“ของทะเลพวกนี้ ยกเว้นปลา รุจน์มันแพ้หมด”

“อ้าว!” หญิงสาวอุทานอย่างเสียดาย  ทั้งที่ตั้งใจเอามาฝากศุภรจน์ แต่กลับเป็นของที่เขาแพ้ไปเสียนี่

“ไม่เป็นไรจ้ะ พี่รับผิดชอบกินแทนรุจน์เอง” หมอหนุ่มพูดกลั้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

“ใครรับผิดชอบแทนใครเรื่องอะไรคะ”  เสียงเจื้อยแจ้วดังมาจากด้านในที่เอกสิทธิ์เพิ่งเดินมา ไม่นาน เจ้าของร่างบอบบางก็ถือจานอาหารเดินออกมาสมทบ  ศุภรุจน์รีบตรงเข้าไปรับจานในมือหญิงสาวทันที

“คุณอร...ยกมาเองทำไม มานั่งนี่ครับ”  มือหนึ่งรับจาน มืออีกข้างจับต้นแขนหญิงสาวใบหน้าซีดเซียว พาไปนั่งที่โต๊ะอาหารซึ่งเอกสิทธิ์นำจานอาหารทะเลมาวางไว้  คุณหมอหนุ่มช่วยรับจานจากมือศุภรุจน์เพื่อให้เขาประคองหญิงสาวผู้บอบบางลงนั่ง  ขณะที่นนทรีหันมามองอย่างสงสัย หากซ่อนความหึงหวงเอาไว้ใต้รอยยิ้ม

“นี่คุณอรน้องสาวพี่” ศุภรุจน์รีบแนะนำเมื่อเห็นผู้เป็นแขกมองมา

...น้องสาว!

นนทรีอยากจะร้องกรี๊ดออกมาดังๆ ด้วยความดีใจ แต่ก็จำต้องเก็บอาการไว้  คลี่ยิ้มอย่างมีไมตรีแล้วเอ่ยทักทาย

“ชื่อแนนค่ะ ยินดีได้รู้จักนะคะคุณอร”  เมื่อคนแนะนำเรียกขานว่าคุณอร เธอก็เรียกตามนั้น  แม้จะแปลกใจที่คำเรียกขานน้องสาวของเขาดูเป็นทางการเหลือเกิน

“เพื่อนคุณรุจหรือคะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”

พอได้ยินอีกฝ่ายเอื้อนเอ่ยออกมา นนทรีก็อมยิ้ม  เธอเคยได้ยินมาบ้างในหนังในละคร ที่พี่น้องเรียกขานกันอย่างนี้ เพียงแต่ยังไม่รู้ว่า สองคนนี้เป็นพี่น้องแท้ๆ หรือเปล่าเท่านั้น

“เชิญนั่งครับ อาหารพร้อมแล้ว” เอกสิทธิ์ที่เดินเข้าไปขนอาหารมาอีกสองเที่ยวสี่จานเอ่ยชวน

ศุภรุจน์เลื่อนเก้าอี้ให้แขกนั่ง ก่อนที่เขาจะนั่งลงข้างๆ  ทำเอานนทรีปลื้มปีติจนหัวใจพองโต  ส่วนเอกสิทธิ์นั่งลงข้าง “คุณอร” หรือองค์อรน้องสาวของศุภรุจน์

จากการพูดคุยทำให้รู้ว่าองค์อรน้องสาวของศุภรุจน์มีโรคประจำตัว ทำให้สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง  แม้เรียนจบมหาวิทยาลัยแล้ว แต่ครอบครัวก็ไม่อนุญาตให้ออกไปทำงานนอกบ้าน เธอจึงอยู่บ้านช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ ที่พอจะทำได้  องค์อรเป็นคนชอบทำอาหาร ครอบครัวจึงจ้างครูมาสอนที่บ้าน และอาหารมื้อนี้ก็เป็นฝีมือองค์อรกับเอกสิทธิ์ช่วยกันทำ

“เก่งจังค่ะ อาหารอร่อยมาก  แนนไม่เอาไหน ทำอาหารไม่เป็นเลย กินเป็นอย่างเดียว” นนทรีเอ่ยชมแม่ครัวพร้อมกัดตัวเองนิดๆ ก่อนหัวเราะคิกคัก

“ว่างๆ มาสิ คุณอรจะสอนให้” องค์อรเสนอ

“อยากเรียนค่ะ แต่พรุ่งนี้พวกเราก็กลับกรุงเทพฯ แล้ว” นนทรีถอนใจ ไม่ได้เสียดายที่ไม่ได้เรียนทำอาหาร หากเสียดายโอกาสที่จะได้อยู่ได้ใกล้ชิดศุภรุจน์

“ก็ไปเรียนที่กรุงเทพฯ สิ พวกเราก็จะกลับพรุ่งนี้เหมือนกัน คุณอรมีนัดตรวจสุขภาพกับพี่หมอ”  เธอหันไปมองคนนั่งข้างๆ แล้วยิ้ม รอยยิ้มและแววตาที่องค์อรมองนายแพทย์เอกสิทธิ์นั้นมากกว่าคนไข้กับหมอ และเพื่อนพี่ชายกับน้องสาวเพื่อนธรรมดาๆ

“ไว้แนนจะหาเวลาว่างไปเรียนนะคะ ขอบคุณล่วงหน้า  ถ้างั้น เอ่อ...ขอเบอร์ติดต่อไว้ได้ไหมคะ”  ใจจริงเธออยากได้เบอร์โทรศัพท์ของศุภรุจน์มากกว่า แต่ไม่กล้าขอตรงๆ  เลยคิดว่าได้เบอร์โทรศัพท์ของน้องสาวเขาไว้ก็ยังดี เพราะถ้าไปหาองค์อร ก็คงได้เจอศุภรุจน์อีกแน่


  

  

ฝากจิ้ม อิบุ๊ค ของ มุกเรียงด้วยค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

0 ความคิดเห็น