ซ้อนกลรัก by มุกเรียง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 12,722 Views

  • 9 Comments

  • 143 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    47

    Overall
    12,722

ตอนที่ 50 : บทที่ ๑๓

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1302
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    24 ต.ค. 61


 

องค์อรรีบวางโทรศัพท์มือถือที่เพิ่งจบการสนทนาลงเมื่อมีเสียงเคาะประตู  สวยเปิดเข้ามาพร้อมถาดอาหารเช้าส่งกลิ่นหอมน่ากิน  อาหารเหล่านี้เธอเป็นคนเลือกเมนูเองในทุกมื้อและทุกวัน  ปกติองค์อรจะลงไปรับประทานในห้องอาหาร แต่วันนี้หลังจากนนทรีโทร. เข้ามาแต่เช้าตรู่ เธอจึงสั่งให้สวยยกอาหารเช้ามาให้เธอบนห้องแทน เพราะตั้งใจจะใช้เวลาพูดคุยกับนนทรีในห้องส่วนตัว

“วางถาดไว้แล้วออกไปได้”

“ค่ะ” สวยรับคำ พร้อมถอยหลังจะเดินกลับออกไป แต่เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ สาวใช้ร่างใหญ่จึงเดินกลับไปนั่งลงใกล้ๆ โต๊ะที่วางอาหารเช้า ซึ่งองค์อรเดินมานั่งพอดี

“คุณบุษไม่สบายค่ะ”

องค์อรมองสาวใช้ มีแววตำหนิเจือจางในดวงตา  สวยทำเหมือนเธอสนใจไยดีหญิงสาวเจ้าของชื่อนั้นนัก  ก่อนพยักหน้านิดๆ พอให้สวยรู้ว่าตนเองรับทราบ แล้วจัดการเปิดโถซุปเห็ดหอมยั่วน้ำลาย  แค่เธอใช้ช้อนตัก สวยก็พูดต่อในสิ่งที่ทำเอาคอหอยตีบตันไม่รู้สึกหิวขึ้นมาทันที

“คุณรุจน์ลงไปสั่งโจ๊กให้คุณบุษแต่เช้า แล้วให้หยกยกอาหารเช้าของคุณรุจน์ไปที่ห้องนอนด้วยค่ะ คงจะทานพร้อมคุณบุษเลย”

“คุณรุจน์กลับมาเมื่อไหร่ ทำไมฉันไม่รู้”

“พวกเราก็ไม่ทราบค่ะ มารู้ว่ากลับมาแล้วก็ตอนที่คุณรุจน์ลงไปสั่งทำโจ๊ก  แล้วเมื่อกี้นังหยกก็เดินหัวเราะคิกคักออกมาจากห้อง ถามก็ไม่บอกว่ามีอะไรน่าขำนักหนา” สวยทำหน้าขึงขังเมื่อนึกถึงใบหน้ายิ้มแย้มมีความสุขของหยก

“คุณรุจน์ดูเอาอกเอาใจคุณบุษน่าดูเลยนะคะ”  

สวยยังพูดไปเรื่อยจนองค์อรมองตาดุจึงรีบหุบปาก แล้วคลานออกห่างโต๊ะ ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินออกนอกห้องไป

“คนอะไร เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย”  สวยพึมพำเมื่อเดินลงบันไดกลับไปที่ทางของตัว

 

สาวใช้ร่างใหญ่ผิวเข้มเดินทำหน้าขึงขังเข้าไปในครัว  เช้าๆ อย่างนี้ คนงานทุกคนซึ่งว่างเว้นจากงานของตนจะมากินอาหารเช้าร่วมกัน  สวยเดินตรงเข้าไปหาหยกที่นั่งกินข้าวอยู่ใกล้ยามวัยกลางคนกับสมศรีแม่ครัว ก่อนจะจิกผมแล้วกระชากเบาๆ เพื่อให้ลุกขึ้น

“มาคุยกันหน่อยซินังหยก”

“โอ๊ย!  เจ็บนะนังสวย” หยกยึดข้อมือสวยเอาไว้แล้วลุกขึ้นเดินตามไปช้าๆ เพราะกลัวผมทั้งหัวจะหลุดตามมือสวยไปหากยังดื้อดึงไม่ยอมทำตาม

“มานี่สิ กูมีเรื่องจะคุยกับมึง”

“จะพูด จะคุย หรือจะกัดกันก็ไปไกลๆ  แล้วระวังอย่าให้ข้าวของเจ้านายเสียหายล่ะ” แม่ครัววัยกลางคนไล่ส่งอย่างเบื่อหน่าย เพราะสองคนที่มีขนาดร่างกายต่างกันลิบลับชอบทะเลาะเบาะแว้งมีปากเสียงและลงไม้ลงมือกันเป็นประจำ ทั้งที่ทำงานด้วยกันในบ้านหลังนี้มาตั้งนานแล้ว  

สวยและหยกเป็นคนที่สำนักงานจัดหางานส่งมาให้ทดลองงาน ผ่านการพิจารณาจากคุณผู้หญิง เจ้าของบ้านผู้ล่วงลับซึ่งรับทั้งคู่เข้าทำงานพร้อมกัน  แต่แทนที่ทั้งสองจะเป็นมิตรที่ดีต่อกัน กลับมีเรื่องให้เขม่นกันอยู่เสมอๆ  ยิ่งช่วงที่ศุภรุจน์พาภรรยาเข้ามาอยู่ที่บ้าน สองคนนี้ก็ยิ่งแบ่งฝักแบ่งฝ่ายชัดเจนยิ่งขึ้น

“ปล่อยได้แล้วนังสวย!” หยกใช้เล็บจิกลงไปที่มืออีกฝ่ายเต็มแรงเพื่อให้สวยคลายมือออกจากเส้นผมของตนเสียที และก็ได้ผลดังคาด สวยร้องลั่นแล้วปล่อยมือทันที  คราวนี้หยกเป็นฝ่ายหันไปกระชากผมสั้นๆ ของสวยบ้าง แต่เป็นการกระตุกอย่างแรงแล้วปล่อยเพื่อเอาคืน ก่อนจะถอยไปตั้งหลักรอเผื่อจะมีการลงไม้ลงมือกันต่อ

“โอ๊ย!  อีบ้า เจ็บนะ”

“ทีมึงดึงผมกู ทำไมไม่คิดว่ากูเจ็บบ้างล่ะ” หยกย้อนเชิดหน้าใส่

“มึงบอกมานะอีหยก ว่าหัวเราะอะไรตอนออกจากห้องคุณรุจน์”

“นังบ้านี่ อยากรู้เรื่องเจ้านายขนาดนี้เชียวหรือ  จะสาระแนหาอะไรไปรายงานนายอีกล่ะ” หยกว่าเข้าให้แล้วสะบัดหน้าอีกครั้งก่อนจะเดินกลับเข้าไปในครัว แต่สวยวิ่งเข้าไปขวางไม่ยอมให้ไป

“บอกมานะ สองคนนั่นทำอะไรกันให้มึงเห็นใช่ไหม”

อย่าเสือก  หยกไม่พูดออกมา แต่ทำปากพะงาบๆ ให้พอเดาออก แล้วเดินกลับไปนั่งกินข้าวต่ออย่างไม่แยแส

“กรี๊ด!  อีหยก!” สวยกรีดร้องเสียงดังพลางกระทืบเท้าเร่าๆ  ก่อนจะสะดุ้งกับน้ำที่สาดเข้ามาเต็มหน้า พร้อมเสียงเข้มงวดจากแม่ครัววัยกลางคน

“หยุดแหกปากเสียทีนังสวย หนวกหู!

สวยปาดน้ำออกจากใบหน้า ไม่กล้าส่งเสียงอีก แม้จะเห็นว่าหยกแอบแลบลิ้นปลิ้นตาใส่อยู่ที่โต๊ะกินข้าวก็ตามที  สาวใช้ร่างยักษ์ได้แต่อาฆาตเพื่อนสาวใช้หุ่นต่างกันลิบลับทางสายตาและในใจ

 

องค์อรหันไปทางประตูเมื่อมีเสียงเคาะ ก่อนจะเห็นพี่ชายคนเดียวเดินเข้ามาหา  ศุภรุจน์ยิ้มกว้าง ขณะที่คนเป็นน้องยิ้มรับเพียงเล็กน้อยก่อนหันกลับไปมองนอกหน้าต่างอีกครั้ง  ชายหนุ่มก้าวเข้ามาใกล้ วางมือทั้งสองข้างบนไหล่น้องสาวแล้วบีบเบาๆ  ถามไถ่เสียงอ่อนโยนอย่างเคย

“ไม่สบายหรือเปล่าครับ ทำไมขลุกอยู่แต่ในห้อง”

“คุณอรไม่รู้จะไปไหนนี่คะ”

“ก็ลงไปเดินเล่น ดูต้นไม้ ว่ายน้ำ หรือไม่ก็ออกไปชอปปิง  ...ไปไหมครับพี่พาไป” ศุภรุจน์เสนออย่างเอาอกเอาใจ 

ตั้งแต่เช้า องค์อรน้องสาวผู้อ่อนแอของเขายังไม่ออกจากห้องนอน ถามสาวใช้ก็บอกว่าสบายดี แต่คนสบายดีที่ไหนจะอุดอู้ กินอาหารอยู่ในห้องทั้งเช้าและกลางวัน หากป่วยไข้เมื่อยเนื้อเมื่อยตัวอย่างบัวบูชาก็ว่าไปอย่าง  เมื่อนึกถึงหญิงสาว รอยยิ้มเอ็นดูก็ปรากฏบนใบหน้า ก่อนจะรีบเกลื่อนสีหน้าเมื่อองค์อรหันมามองเขา

“สวยบอกว่าบุษไม่สบาย เป็นอะไรหรือคะ”

“เอ่อ...เป็นไข้ตัวร้อนธรรมดาน่ะครับ” ชายหนุ่มตอบแล้วมองคนพูดยิ้มๆ  น้องสาวเขามีน้ำใจกับคนอื่นแบบนี้เสมอ  ตนเองก็ใช่จะแข็งแรง แต่ยังห่วงใยถามไถ่อาการป่วยไข้ของบุษบงกช ซึ่งจะเรียกว่าเป็นคนที่ไม่ชอบหน้าก็คงไม่ผิดนัก

“คุณรุจน์ไปดูแลบุษเถอะค่ะ คุณอรอยากงีบสักหน่อย  แล้วตอนเย็นจะลงไปทานข้าวด้วยนะคะ” เธอยิ้มให้พี่ชาย

“เอาอย่างนั้นหรือ  ก็ได้จ้ะ งั้นพี่ไปก่อนนะ พักผ่อนเยอะๆ นะครับ” ศุภรุจน์จูบหน้าผากน้องสาวอย่างรักใคร่ ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง

องค์อรมองตามจนชายหนุ่มเดินกลับออกจากห้องไป  รอยยิ้มน่ารักค่อยๆ สลายไปจากใบหน้า สีหน้าบึ้งตึงเยี่ยมกรายมาทดแทน  เธอหยิบมือถือมาแล้วโทร. หานนทรีอย่างคนใจร้อนทันที

 

ศุภรุจน์กลับเข้ามาในห้องก็แปลกใจที่ไม่เห็นบัวบูชา ทั้งที่เมื่อกลางวัน หลังรับประทานอาหารบนห้องกับเธออีกมื้อ เขาก็บังคับให้เธอกินยาแล้วนอนพักผ่อนแท้ๆ

ที่จริงมื้อกลางวันเขาตั้งใจจะไปรับประทานอาหารกับองค์อรเหมือนเคย แต่เพราะองค์อรสั่งสวยไว้ว่าจะไม่ลงมา เขาจึงให้หยกยกอาหารของเขามากินในห้องกับคนป่วยด้วย  หลังรับประทานอาหารอิ่ม ดูแลให้บัวบูชากินยาแล้ว เขาก็ลงไปในห้องทำงานเพื่อสะสางงานที่คั่งค้าง

ทว่าเมื่อเข้าไปในห้อง แทนที่จะได้ทำงาน ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนกลับผ่านเข้ามาในหัวเขาเป็นฉากๆ  ใจหนึ่งนึกชื่นชมในเรือนร่างผิวพรรณทุกอณูเนื้อของบัวบูชา ขณะที่อีกใจก็ตำหนิตนเองที่ทำการข่มเหงหญิงสาวบริสุทธิ์ที่ไม่เคยต้องมือชาย แม้จะเป็นการกระทำวู่วามเพราะความเข้าใจผิดก็ตามที เพราะจะโดยตั้งใจหรือเข้าใจผิด ความรู้สึกผิดก็ไม่แตกต่างกัน  เขาต้องข่มใจอยู่นานกว่าจะลงมือสะสางงานได้

จนเมื่อแล้วเสร็จและกลับขึ้นมาบนห้อง เขากลับไม่เห็นคนที่ควรจะนอนพักผ่อนอยู่บนเตียง จึงต้องเดินกลับลงไปข้างล่างอีกครั้ง

เขาไม่อยากเรียกถามจากคนงาน เพราะเวลาบ่ายแก่ใกล้เย็นเช่นนี้คนงานส่วนใหญ่แยกย้ายกันไปพักผ่อนแล้ว จึงเลือกที่จะเดินหาเองเรื่อยๆ  แม้บริเวณบ้านจะกว้างขวาง แต่หากหญิงสาวไม่ได้คิดจะซ่อนตัว เขาก็คงหาพบได้ไม่ยาก 

ศุภรุจน์เลือกเดินตามซุ้มไม้ในสวนไปเรื่อยๆ  เขาเองไม่ได้ลงมาชมสวนที่ได้รับการจัดแต่งและดูแลอย่างดีโดยบริษัทรับเหมาเสียนาน เรียกว่าไม่มีอารมณ์ชมนกชมไม้ถึงจะถูก  เพราะทุกนาทีที่หมดไปในแต่ละวันล้วนแต่มีความแค้นและความทุกข์เป็นเจ้าเรือน

ชายหนุ่มเจ้าของบ้านชะงักเท้าเมื่อเดินวนมาถึงแนวซุ้มไม้เลื้อยซึ่งอีกฟากเป็นสระว่ายน้ำ และได้ยินเสียงคุยแว่วๆ  ไม่ใช่เสียงบัวบูชาคุยกับหยก สาวใช้ที่ดูสนิทสนมกันดี  แต่เธอคุยกับผู้ชาย

เสียงผู้ชาย...ใครกันที่กำลังชักชวนเธอด้วยน้ำเสียงเว้าวอน

“บัว กลับไปกับผมเถอะ”

***********************************

ขออนุญาต ลงให้อ่านแค่นี้นะคะ ฝากอุดหนุนอิบุ๊กด้วยค่ะ 


ฝากอิบุ๊ค คลิกที่ปกได้เลยค่ะ ขอบคุณค่ะ









และอีกมากมาย Click

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

0 ความคิดเห็น