ซ้อนกลรัก by มุกเรียง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 12,722 Views

  • 9 Comments

  • 143 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    47

    Overall
    12,722

ตอนที่ 49 : บทที่ ๑๓

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 816
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    24 ต.ค. 61


บัวบูชานั่งมองหยกที่ยกถาดอาหารเช้าเข้ามาในห้อง เห็นสาวใช้ร่างผอมบางเหลียวมามองเธออยู่หลายครั้ง เหมือนมีเรื่องจะพูดด้วยแต่ไม่สะดวกหรือไม่กล้าพูดเพราะมีบุคคลที่สามอยู่ด้วย  แต่จะว่าไป เธอเองก็ยังไม่อยากตอบคำถามอะไรของหยกเวลานี้ เพราะกลัวหยกจะถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับศุภรุจน์ หรือเรื่องที่มีเขาเข้ามาเกี่ยวข้อง

“วางไว้นั่นแหละ เดี๋ยวฉันจัดการเอง  หยกไปหายาแก้ปวดลดไข้มาให้หน่อยแล้วกัน”  ศุภรุจน์บอกหยกที่กำลังจะยกชามโจ๊กมาให้คนที่นั่งอยู่บนเตียง

“ค่ะ คุณรุจน์” หยกรับคำ วางชามอาหารไว้ในถาดอย่างเดิมก่อนเดินออกจากห้องไป มิวายเหลียวไปสบตาบัวบูชาแล้วยิ้มมุมปาก  หยกรู้สึกว่าศุภรุจน์จะเอาใจบัวบูชาเป็นพิเศษ ขนาดลงไปสั่งอาหารให้เองถึงในครัว มันไม่ใช่เรื่องธรรมดาแล้ว

บัวบูชาที่สบตาหยกแล้วเห็นรอยยิ้มแปลกๆ รีบเบือนหน้าหนี  ไม่อยากจะคิดว่าหยกยิ้มทำไม และคิดไปถึงไหนแล้ว  แต่เธอก็ยังหวังว่าหยกคงไม่ได้คิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเธอกับศุภรุจน์

“ทานโจ๊กก่อน เดี๋ยวจะได้กินยา” เสียงชวนดังอยู่ตรงหน้า

เมื่อบัวบูชาเงยหน้าก็เห็นเขากำลังนั่งลงใกล้ๆ  ช้อนกระเบื้องที่มีโจ๊กเละๆอยู่ค่อนช้อนยื่นมาใกล้ปาก ท่าทางเหมือนเขาจะป้อนให้อย่างไรอย่างนั้น  บัวบูชารีบยื่นมือไปหมายจะคว้าช้อนมาตักกินเอง แต่เขาไม่ยอม ซ้ำยังทำเสียงดุใส่

“ไม่ต้อง ผมป้อนให้”

“ฉันไม่ได้พิการ กินเองได้” หญิงสาวยืนยันและทำเหมือนจะแย่งช้อนจากมือเขา

ศุภรุจน์รีบวางช้อนลงในชามเพราะกลัวจะโจ๊กจะหกเลอะเทอะ  เขาตีหลังมือบัวบูชาเบาๆ พร้อมพูดเสียงดุ

“บอกว่าผมจะป้อนให้ เอามือลง แล้วอ้าปาก”

“บ้าสิ มาออกคำสั่งเหมือนฉันเป็นเด็กๆ”

“ก็เด็กน่ะสิ ถ้าไม่ใช่เด็กคงไม่ดื้อแบบนี้หรอก  อย่าพูดมาก เดี๋ยวโจ๊กเย็นชืดจะไม่อร่อย” เขายิ้มในตอนท้าย แล้วตักโจ๊กป้อนเธออีกครั้ง แต่บัวบูชากลับเม้มปากสนิท พร้อมเบือนหน้าหนี แต่เขาก็ยังจ่อช้อนตามไปไม่ว่าเธอจะหันไปทางไหน ปากก็ขู่ฟ่อๆ

“คุณยังต้องกินยาอีกนะ  อย่าดื้อ อย่าหนีสิ”

“บอกว่าไม่ ฉันจะกินเอง” หญิงสาวยอมเปิดปากเพื่อยืนยันคำเดิม แต่เขาก็ไม่ยอมเช่นกัน

“หรือจะให้ป้อนด้วยปาก”

ไม่พูดเปล่า เขาส่งโจ๊กคำนั้นเข้าปากตนเองแล้วอมเอาไว้อย่างนั้น ทำเอาบัวบูชาได้แต่จ้องมองอย่างตกตะลึง  และก่อนที่เธอจะทันตั้งตัว ศุภรุจน์ก็โน้มหน้าเข้ามาประกบปากเธอทันที

อี๋! แหวะ!  ไม่เอานะ ไม่เอา...  บัวบูชาได้แต่ประท้วงในใจด้วยความขยะแขยง พร้อมกับเม้มปากแน่นกว่าเดิม ไม่ยอมให้สิ่งแปลกปลอมเข้ามาในปากเด็ดขาด  แต่เหมือนเขาเองก็พยายามเหลือเกินที่จะง้างปากเธอด้วยริมฝีปากที่บดเบียดหนักหน่วง

“ว้าย!  ขอโทษค่ะ”

เสียงหยกดังขึ้นอย่างตกใจ ก่อนจะมีเสียงเคาะประตูตามมา  แต่แค่เสียงแรกก็แยกทั้งสองคนออกจากกันแล้ว ไม่ต้องรอให้ได้ยินเสียงเคาะประตู

บัวบูชายกมือป้ายปาก เสมองไปทางอื่นไม่กล้าสบตาหยก  ส่วนศุภรุจน์หันไปมองจ้องหยก สายตาตำหนิเล็กน้อย

“ทีหลังเคาะประตูแล้วรอฟังคำอนุญาตก่อน ค่อยเปิดประตูเข้ามา  ไม่ใช่เข้ามาแล้วถึงเคาะ เข้าใจไหม”

“เข้าใจค่ะ ขอประทานโทษด้วยค่ะ”

“ไหนยา เอามานี่แล้วออกไปได้”

“ค่ะ” หยกรีบนำขวดยาแก้ปวดลดไข้ส่งให้คนเป็นนาย แล้วรีบเดินออกไปทันที  แต่ก็ต้องชะงักก่อนจะถึงประตูเมื่อศุภรุจน์สั่งตามหลัง

“ล็อกประตูให้ด้วย จะได้ไม่มีใครเข้ามาขัดจังหวะคนป้อนข้าวกัน”

“ค่ะ” หยกรับคำแล้วรีบปิดปากตนเองไว้ ก่อนเสียงหัวเราะจะลอดออกมาให้ถูกตำหนิอีก  จนเมื่อปิดประตูล็อกให้ตามคำสั่งของเจ้านายหนุ่มแล้ว สาวใช้ร่างผอมก็หัวเราะคิกออกมาตรงหน้าห้องนั่นเอง

“ขำอะไรยะ” สวยที่ยกอาหารเช้ามาให้องค์อรบนห้องถามขึ้นทันที

หยกหันไปมองแต่ไม่พูดอะไร มิหนำซ้ำตอนเดินผ่านหน้าสวยยังสะบัดหน้าใส่  คนถูกเมินได้แต่เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันมองตาม สายตาบอกว่าฝากเอาไว้ก่อนเถอะ  เพราะตอนนี้เธอต้องยกอาหารเช้าเข้าไปให้องค์อรที่เกิดเปลี่ยนใจจะรับประทานในห้องนอน ไม่ลงไปที่ห้องอาหารเหมือนทุกวัน

 

บัวบูชามองประตูห้องที่หยกปิดและล็อกไว้ตามคำสั่งของศุภรุจน์ ก่อนหันมาค้อนคนสั่งที่ยิ้มอย่างพอใจ ก่อนเริ่มบังคับป้อนโจ๊กให้เธออีกครั้งด้วยการตักมาจ่อที่ปาก บัวบูชาเม้มปากแล้วเชิดหน้าใส่ ศุภรุจน์จึงทำท่าจะตักโจ๊กเข้าปากตนเองอีกครั้ง

“อย่านะ” บัวบูชาร้องห้าม รีบคว้าข้อมือเขาไว้ก่อนจะกินเข้าไปแล้วมาบังคับป้อนเธอด้วยปากอีก

“หือ?” ศุภรุจน์ทำเสียงเหมือนไม่เข้าใจนัก

“ฉันกินก็ได้” บัวบูชาอ้อมแอ้มบอก ยอมให้เขาป้อนด้วยมือดีกว่าป้อนด้วยปากเหมือนเมื่อครู่

“เปลี่ยนใจไวจังนะ”

“เอ๊ะ!  คุณนี่จะ...”

บัวบูชาแหวต่อไม่ได้เพราะอีกฝ่ายส่งช้อนที่มีโจ๊กอุ่นๆ เข้าปากเธอทันทีเป็นการปิดปากไปในตัว ก่อนจะหัวเราะขบขัน จึงถูกบัวบูชาค้อนให้อีกหลายตลบกว่าจะกินโจ๊กชามนี้หมด

“เอาอีกมั้ย” ศุภรุจน์ถามเมื่อโจ๊กคำสุดท้ายถูกส่งเข้าปากหญิงสาวที่ยอมจำนนด้วยเหตุผลอะไรเขาก็รู้ดี  บัวบูชาส่ายหน้าก่อนบอก

“พอแล้ว นี่ก็เยอะแล้ว”

“กินเยอะกว่าทุกครั้งหรือ”

“ใช่น่ะสิ”

“เพราะมีคนป้อนละสิ” ศุภรุจน์ยิ้มกริ่ม จึงถูกค้อนให้อีกครั้ง  เขาวางชามข้าวแล้วส่งยาให้

“ทานยาแล้วนอนพักผ่อนนะ”

“ทำไมต้องพัก” บัวบูชาถามอย่างแปลกใจ

“หือ...หรือว่าคุณไม่ได้เป็นอะไร” เขาเลิกคิ้วอย่างมีนัย

“เอายามา” บัวบูชาตัดบท รีบหยิบยาในมือเขามาส่งเข้าปากแล้วดื่มน้ำตามอั้กๆ  ก่อนวางแก้วลงในมือเขาค่อนข้างแรง เอนตัวนอน ดึงผ้ามาห่มจนถึงคอแล้วหลับตาเสียทันที

“ฉันจะนอนแล้ว คุณออกไปได้”

ศุภรุจน์มองหญิงสาวเนิ่นนาน  จากแววขบขันเปลี่ยนเป็นเอ็นดูและสำนึกผิด  เขาสะเพร่าขนาดไม่ตรวจสอบให้แน่ชัดว่าผู้หญิงที่ฉุดมานี้คือบุษบงกชหรือไม่ ทั้งยังเคยวู่วามจนเกือบฆ่าเธอตายคามือ  หากเธอจมน้ำตายเสียในครั้งนั้น เขาก็คงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแก้แค้นผิดคน  วันนั้นแค่คิดว่าบุษบงกชเกือบตายเพราะฝีมือเขา ก็รู้สึกผิดมากแล้ว  ตอนที่เข้าใจผิดว่าเธอตกใจจนเสียสติ เขาก็ยิ่งรู้สึกผิดและสงสาร  นี่ถ้าหากเขาทำให้เธอเสียชีวิตแล้วมารู้ทีหลังว่าเธอคือบัวบูชา แฝดน้องของบุษบงกช เขาจะรู้สึกผิดมากมายขนาดไหน  

แต่ถึงเธอไม่ตาย เขาก็ยังทำผิดร้ายแรงกับเธออยู่ดี...

ชายหนุ่มพิศมองคนที่นอนหลับตานิ่งอีกครั้ง ใบหน้าที่เหมือนบุษบงกชแทบทุกกระเบียดนิ้วยากนักที่เขาหรือใครจะแยกแยะออก แม้แต่ดวงตาดำสนิทที่ยามนี้ซ่อนอยู่ใต้เปลือกตาบางๆ ก็ไม่แตกต่าง  อาจจะมีบางเวลาที่แววตาดูแปลกออกไป แต่เขาก็ไม่เคยเอะใจเอาเสียเลย  หากไม่ได้พิสูจน์ด้วยตนเองเหมือนเมื่อคืน เขาก็ยังคิดว่าเธอคือบุษบงกชอยู่ดี 

อดไม่ได้ที่จะเกลี่ยเส้นผมรอบกรอบหน้าเธอเล่น  บัวบูชาปัดมือเขาทันทีแต่ไม่ได้ลืมตาขึ้นมา  ชายหนุ่มอมยิ้มขบขัน นึกอยากแกล้งเล่นจึงใช้ข้อนิ้วไล้ไปตามนวลแก้ม  คราวนี้บัวบูชาทั้งปัดมือและลืมตาขึ้นทันที ก่อนจะลุกพรวดขึ้นแล้วกระถดหนีลนลาน ร้องถามเสียงสั่น

“จะทำอะไรน่ะ!

“บัวๆ  ไม่มีอะไร นอนเถอะ  เดี๋ยวผมไปนั่งตรงโน้น” เขารู้สึกผิดขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นแววหวาดหวั่นในดวงตาหญิงสาว ก่อนรีบลุกจากเตียงไปนั่งที่เก้าอี้เพื่อรับประทานอาหารเช้าของตนที่หยกยกขึ้นมาให้พร้อมกัน  เขาหยิบช้อนขึ้นให้บัวบูชาที่ยังนั่งหน้าตื่นมองเขาอยู่ดู เป็นสัญญาณว่าเขาจะลงมือรับประทานอาหาร และจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับเธออีกแล้ว

บัวบูชาลดตัวลงนอน ดึงผ้ามาห่มขึ้นจนถึงคอแต่ไม่ยอมหลับตา ยังคงมองเขาอยู่อย่างระแวดระวัง พักใหญ่เขาจึงเห็นว่าเธอผล็อยหลับไป

ศุภรุจน์ยิ้มอย่างเอ็นดู ก่อนก้มหน้าจัดการกับอาหารเช้าของตนเอง  เมื่อเรียบร้อยก็เก็บถาดอาหารเช้าแล้วนำลงไปในครัวด้วยตนเอง ไม่รอให้หยกมายกไป เพราะเกรงจะรบกวนคนนอนหลับ


ฝากอิบุ๊ค คลิกที่ปกได้เลยค่ะ ขอบคุณค่ะ









และอีกมากมาย Click

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #9 siwala (@siwala) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 13 กันยายน 2561 / 14:21

    สนุกมากค่ะ
    #9
    1
    • #9-1 zayblove638 (@zayblove) (จากตอนที่ 49)
      13 กันยายน 2561 / 19:14
      ขอบคุณค่ะ
      #9-1