ซ้อนกลรัก by มุกเรียง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 12,722 Views

  • 9 Comments

  • 143 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    47

    Overall
    12,722

ตอนที่ 46 : บทที่๑๒

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 897
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    24 ต.ค. 61



คลินิกนายแพทย์ภูมินทร์เปิดทำงานตามปกติมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว  มีคนไข้ที่ไม่ชอบไปนั่งรอคิวตรวจรักษาที่โรงพยาบาลเพราะต้องใช้เวลานาน รวมทั้งคนไข้เก่าของเขา ตามมารับการรักษาที่คลินิกเนืองแน่นทุกวัน  แม้จะทำรายได้ให้คลินิกเป็นกอบเป็นกำ แต่คนเป็นหมอกลับไม่ได้ยินดีเลย เพราะนั่นหมายถึงสุขภาพของคนไทยด้อยลงทุกวันๆ  

ใกล้เวลาคลินิกปิด ด้านในไม่มีคนไข้นั่งรอรับการตรวจแล้ว เจ้าหน้าที่หน้าห้องกำลังจัดเก็บเอกสารรอเวลาปิดทำการ ส่วนพยาบาลผู้ช่วยก็เดินออกมาพูดคุยฆ่าเวลารอกลับบ้าน  แต่กระนั้นเมื่อเห็นหญิงสาวผมสั้นทันสมัยพาร่างสมส่วนเข้ามา เสียงทักทายจากเจ้าหน้าที่ก็ดังขึ้นทันที

“สวัสดีค่ะ มาพบหมอเป็นอะไรหรือคะ เคยมาหรือยังคะ”

“สวัสดีค่ะ คลินิกหมอภูมินทร์ใช่ไหมคะ”

“ค่ะ ไม่ทราบเป็นอะไรมาคะ” เจ้าหน้าที่ถามซ้ำ หน้าตายิ้มแย้มเหมาะกับการทำหน้าที่แม้จะแปลกใจอยู่บ้างที่หญิงสาวคนนี้ถามทั้งที่น่าจะเห็นป้ายคลินิกด้านหน้าแล้ว

“ที่นี่มีหมอประจำกี่คนคะ ฉันอยากพบหมอภูมินทร์”

“มีคุณหมอภูมินทร์คนเดียวค่ะ เชิญกรอกประวัตินิดนึงนะคะ แล้วคุณไม่สบายมีอาการยังไงคะ”

“ปวดหัวค่ะ” นนทรีบอกไปสั้นๆ ระหว่างกรอกประวัติที่อุปโลกน์ขึ้นมา ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องตรวจเมื่อพยาบาลเชื้อเชิญ

ภายในห้อง หมอหนุ่มหน้าตาธรรมดาสวมแว่นรับกับใบหน้านั่งรออยู่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ท่าทางใจดีสมกับเป็นหมอ

“เชิญครับ”  แม้คำทักทายก็อ่อนโยนเป็นมิตร

นนทรีไหว้แล้วนั่งลง ก่อนลอบมองสำรวจใบหน้า ...หมอคนนี้จัดว่าหน้าตาดีพอใช้ แต่หน้าจืดไปนิด  เทียบกับพี่รุจน์ไม่ได้เลย

“ให้หมอช่วยอะไรครับ ไม่สบายมีอาการเป็นยังไงครับ” นายแพทย์หนุ่มถาม เมื่อเห็นหญิงสาวที่เข้ามาเอาแต่นั่งมองเขานิ่ง  

เธอสะดุ้งเล็กน้อยก่อนยิ้มให้แล้วเอ่ยถาม

“คุณหมอภูมินทร์ใช่ไหมคะ”

“ครับ”

“คุณหมอเพิ่งแต่งงานใช่หรือเปล่าคะ”

คำถามของหญิงสาวทำเอาหมอหนุ่มอึ้งไปเล็กน้อย  เขาพอจะรู้ว่าคนที่นี่หลายคนรู้ว่าเขาแต่งงาน  แต่จะมีกี่คนที่รู้ว่าเจ้าสาวเขาเปลี่ยนใจก่อนเข้าห้องหอ หนำซ้ำเมื่อวันก่อนยังส่งแหวนแต่งงานมาคืนให้เขา แสดงว่าเธอตัดสินใจแน่วแน่แล้วที่จะไม่กลับมาหาเขาอีก และนั่นทำให้เขาตัดใจลุกขึ้นมาเปิดคลินิกอีกครั้งหลังจากคิดจะปิดแบบไม่มีกำหนด  เขาตั้งใจทำงานเพื่อให้ลืมทุกอย่าง ไม่คิดว่าจะต้องมาเจอคำถามของผู้หญิงตรงหน้า

“เจ้าสาวของหมอชื่อบุษบงกชใช่ไหมคะ”

“ไม่ใช่ครับ” นายแพทย์หนุ่มรีบปฏิเสธ ก่อนจะนึกสงสัยขึ้นมาทันทีว่าทำไมผู้หญิงคนนี้จึงมาถามถึงเรื่องเจ้าสาวของเขา  ใจหวนนึกไปถึงของขวัญแต่งงานที่เพื่อนบ้านของบัวบูชานำไปให้วันก่อน ในการ์ดอวยพรที่มีถ้อยคำแปลกแปร่งนั้นเอ่ยถึงบุษบงกชเช่นกัน

“แสดงว่าหมอแต่งงานกับบัว น้องสาวฝาแฝดของบุษหรือคะ” นนทรีถามต่อน้ำเสียงตื่นเต้น ...หรือสิ่งที่ได้ยินมาจะเป็นความจริง

“คุณบอกว่าปวดหัว อาการเป็นยังไงบ้าง  ปวดตรงไหน ช่วยบอกหมอด้วยครับ” นายแพทย์หนุ่มตัดบท หันไปสอบถามอาการป่วยตามที่พยาบาลแจ้งให้ทราบ  

แต่นนทรีไม่สนใจตอบคำถามนั้น กลับพูดต่อในสิ่งที่ตนเองทราบมา

“เจ้าสาวของหมอหนีไปกับผู้ชายอื่นในวันแต่งงานใช่ไหมคะ”

คำถามจากคนแปลกหน้าชวนให้โกรธกรุ่น  ชายหนุ่มพยายามข่มอารมณ์ ตอบเสียงเรียบ

“ไม่ใช่ ไม่จริง  บัวแค่เปลี่ยนใจกะทันหันก็แค่นั้น”  ก็แค่นั้น...มันคือคำที่เขาใช้บอกตนเองมาตลอด  “ถ้าคุณไม่ได้ป่วยก็เชิญครับ เราจะปิดคลินิกแล้ว”  เขาบอก ก่อนผายมือไปที่ประตู

“หมอไม่กล้าสู้ความจริง ว่าเจ้าสาวหนีไปกับผู้ชายอื่น  ว้าย!” นนทรีย้ำประโยคเดิมแล้วก็ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อนายแพทย์หนุ่มทุบโต๊ะดังปังเป็นสัญญาณให้เธอหยุดพูด  

เสียงนั้นเรียกให้พยาบาลหน้าห้องเปิดประตูพรวดเข้ามาทันที ถามเสียงตกใจ

“มีอะไรคะหมอ ให้ช่วยอะไรมั้ย...”  คำถามจบลงแค่นั้นพร้อมกับที่คนถามก้าวถอยออกไปจากห้องเมื่อหมอหนุ่มส่ายหน้าช้าๆ  สีหน้าเคร่งเครียด

“ผมไม่ทราบว่าคุณเป็นใคร ต้องการอะไรถึงมาพูดแบบนี้  แต่มันเป็นเรื่องส่วนตัวของผมกับบัว คนนอกไม่เกี่ยว  เชิญคุณกลับไปได้”

นายแพทย์ภูมินทร์ดึงหูฟังที่คล้องคอออกเพื่อจัดเก็บ เพราะรู้แล้วว่าหญิงสาวตรงหน้าไม่ใช่คนป่วยที่ต้องการให้เขาวินิจฉัยโรคเพื่อรักษาอาการให้  แต่แล้ว มือที่กำลังจัดของก็ต้องชะงักกึก เมื่อได้ยินคำพูดที่ออกจากปากเจ้าหล่อน

“แต่ฉันรู้ว่าบัวอยู่ที่ไหน และกับใคร”

“คุณรู้หรือ คุณเป็นใครกันแน่”

“ฉันเป็นเพื่อนบุษและสนิทสนมกับคนที่จับตัวบัวไปค่ะ”

“จับตัว?”

 

เรือนหอที่ไม่มีโอกาสได้อยู่ร่วมกับบัวบูชาคือสถานที่ซึ่งภูมินทร์ใช้ต้อนรับนนทรี ด้วยรู้ดีว่ามีเรื่องมากมายที่ต้องพูดคุยกันและคงไม่สะดวกที่จะคุยกันที่คลินิก  แม้พนักงานและพยาบาลผู้ช่วยของเขาไม่ใช่คนนิสัยสอดรู้สอดเห็น แต่เขาเกรงว่าถ้าใครได้ยินเรื่องดังกล่าวเข้าอาจคิดไปในทางไม่ดี และบัวบูชาอาจจะเสียหายได้

นนทรีกวาดตามองห้องรับแขกที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น เรียบหรูและสบายตา  บ้านหลังนี้ถึงไม่ใหญ่โตโอ่อ่าเหมือนคฤหาสน์ของศุภรุจน์ แต่ก็น่าอยู่  หญิงสาวสะดุดตากับรูปคู่บ่าวสาวที่ประดับบนผนัง  เจ้าสาวในรูปสวยงามหาที่ติไม่ได้ และเธอก็ต้องยอมรับว่าแยกไม่ออกจริงๆ ระหว่างบัวบูชากับบุษบงกช  เพราะถ้าแยกออก ตอนที่เห็นรูปก่อนหน้านี้เธอคงไม่คิดว่าเจ้าสาวคือบุษบงกชแน่  แม้กระทั่งวันที่เธอปะทะคารมกับบัวบูชา หากไม่สังเกตเห็นแววตาที่ไม่เคยคุ้นของอีกฝ่าย เธอก็คงไม่เอะใจ และยังคงคิดว่าผู้หญิงคนนั้นคือบุษบงกชอยู่นั่นเอง

ภูมินทร์เดินมายืนใกล้ๆ เมื่อเห็นหญิงสาวสนใจรูปคู่บ่าวสาวที่เขาถือวิสาสะปลดมาจากผนังบ้านของบัวบูชามาประดับไว้ที่นี่  ในเมื่อเจ้าตัวไม่ยินดีจะร่วมหอลงโรงกับเขา ก็คงไม่แหนหวงรูปเหล่านี้อีก  แต่สำหรับเขา รูปแต่งงานคือสิ่งมีค่า และคงเป็นตัวแทนความรักที่เขามีต่อบัวบูชาเพียงอย่างเดียวที่อยากมีไว้ครอบครอง

“บุษไปไหนคะ” นนทรีเริ่มคำถามโดยไม่ได้หันมามอง

“เท่าที่ทราบ  บัวไม่มีญาติเหลืออีกแล้วนอกจากพ่อแม่บุญธรรมที่อยู่ต่างประเทศ พี่สาวฝาแฝดของเขาผมก็ไม่เคยเห็น แล้วบัวก็ไม่เคยเล่าอะไรให้ฟังด้วย”

“แปลกนะคนบ้านนี้  แต่ก็นั่นแหละ คงจะอายเพราะบุษก็ทำตัวเหลวแหลก แย่งแฟนเพื่อน สุดท้ายก็หนีไปกับชู้  เล่นเอาสามีบุษแทบคลั่ง ออกตามหาจนทั่วตลอดสองสามปี  จนเมื่อไม่นานมานี้เขาก็พาบุษกลับมาได้ แต่...”

นนทรีหยุดแล้วแกล้งถอนหายใจ หันไปสบตาหมอหนุ่ม  นั่นยิ่งทำให้เขาสงสัย รีบถามอย่างใคร่รู้

“แต่อะไรครับ”

“แต่ฉันกับน้องสาวของเขารู้สึกแปลกๆ ในตัวผู้หญิงคนนั้น เรารู้สึกว่าเขาไม่เหมือนบุษคนเดิม ถึงหน้าตาจะเหมือนกันมากก็ตาม  ที่สำคัญ เธอพยายามบอกว่าตัวเองชื่อบัว เป็นน้องสาวฝาแฝดของบุษ ขอให้ปล่อยตัวเธอไป  แต่สามีบุษเขาไม่เชื่อ คือเขารักมากเลยแค้นมาก ใครพูดอะไรก็ไม่ฟัง  ฉันกับน้องสาวเขาจึงคิดว่า ถ้าหากหาคนไปยืนยันว่าบัวคือบัวตัวจริง เขาอาจยอมเชื่อแล้วปล่อยเธอกลับมา  บอกตรงๆ นะคะ บัวน่าสงสารมาก”

“มันทำอะไรบัว”  จากที่ไม่คิดคล้อยตามเรื่องที่หญิงสาวเล่า เพราะมันดูเหมือนละครน้ำเน่ามากเกินไป  แต่เมื่อได้ยินคำว่าน่าสงสาร เขาก็อดเป็นห่วงไม่ได้

“เขาทำเหมือนบัวเป็นทาส บังคับให้รองรับอารมณ์และใช้งานเหมือนคนใช้ กักขังไม่ยอมให้ไปไหนเพราะกลัวจะหนีไปกับผู้ชายอื่นอีก”

“เลว!” ภูมินทร์สบถ  น้อยครั้งนักที่เขาจะใช้น้ำเสียงโกรธเกรี้ยวเช่นนี้ นั่นเพราะไม่คิดว่ายุคนี้สมัยนี้ยังจะมีผู้ชายที่บังคับกักขังผู้หญิงให้รองรับอารมณ์อยู่อีก

นนทรีที่มองอยู่ถึงกับนึกกระหยิ่มในใจ  นายแพทย์ภูมินทร์คนนี้แหละที่จะแยกบัวบูชาออกจากศุภรุจน์ได้  เธอกลัวว่าความใกล้ชิดจะทำให้ศุภรุจน์หลงรักบัวบูชาเข้าจริงๆ  แม้จะรู้ภายหลังว่าเจ้าหล่อนไม่ใช่บุษบงกชก็ตาม  เพราะเริ่มเห็นศุภรุจน์แสดงบทรัก ความเอื้ออาทร และแสดงความหึงหวงบัวบูชาบ้างแล้ว

กระนั้นเธอก็ยังไม่มั่นใจนักว่าผู้ชายคนนี้จะคิดรังเกียจบัวบูชาหรือไม่ หากบัวบูชาตกเป็นเมียศุภรุจน์ไปแล้ว จึงลองโยนหินถามทางดู

“แต่จะมีผู้ชายสักกี่คนกันล่ะคะที่ไม่รังเกียจผู้หญิงที่เคยมีความสัมพันธ์กับชายอื่น”

“ผมไม่เคยคิดรังเกียจ ไม่ว่าบัวจะเป็นยังไง  คุณช่วยพาผมไปพบผู้ชายคนนั้นด้วย  ผมจะไปบอกเขาเองว่าบัวคือบัว ไม่ใช่บุษ  ผมจะรับบัวกลับมา”

...บัวรอผมนะ ผมจะไปช่วยคุณ  ไม่ว่าจะเป็นบัวกลีบช้ำสักแค่ไหน ผมก็ยินดีดูแลบัวตลอดไป


ฝากอิบุ๊ค คลิกที่ปกได้เลยค่ะ ขอบคุณค่ะ








และอีกมากมาย Click

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

0 ความคิดเห็น