ซ้อนกลรัก by มุกเรียง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 12,723 Views

  • 9 Comments

  • 143 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    48

    Overall
    12,723

ตอนที่ 45 : บทที่๑๒

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 875
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    24 ต.ค. 61



...เขารู้ เขารู้ได้ยังไง?  

“กรี๊ด!  ไม่นะ ปล่อยฉัน  ฉันไม่ใช่...”  

...ฉันไม่ใช่บุษนะ อย่าทำแบบนี้ ฉันไม่ใช่เมียคุณนะ อย่า...

คำร้องคัดค้านดังก้องเพียงในใจเมื่อเขาเลื่อนมือมาปิดปากเธอเอาไว้  แล้วคลอเคลียแถวทรวงอก

...บุษช่วยเค้าด้วย  บอกผัวตัวสิว่าเค้าไม่ใช่ตัว บุษ...

เสียงร่ำร้องในใจสะดุดลง เขาละจากทรวงอกลงไประรานส่วนล่างของเธอแล้ว  บัวบูชาดิ้นเท่าแรงฮึดที่มี แต่มันไม่ได้ทำให้อิสรภาพเป็นของเธอ  เขายังคงคุกคามและรุกล้ำเข้ามาในร่างกายของเธอมากขึ้นทุกที

ศุภรุจน์อึ้งไปเล็กน้อยเมื่อพบหนทางตีบตัน แต่เขาไม่สามารถหยุดตนเองแล้วถอยกลับเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้  เขาเดินมาไกลแล้ว เขาสัมผัสเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วกำลังไปต่อ แม้จะเป็นหนทางที่เต็มไปด้วยอุปสรรคแต่เขาก็ต้องฝ่าไปให้ถึงจุดหมาย

การได้พบความจริงบางอย่างกลับทำให้เขาสัมผัสเธออย่างสนิทใจ  

...เธอบริสุทธิ์ผุดผ่อง?


เสียงสะอื้นของบัวบูชาดังเคล้าไปกับเสียงถอนหายใจของศุภรุจน์ที่กลายเป็นไอ้โรคจิตข่มขืนผู้หญิง  แต่ถ้าใครไม่อยู่ในสถานการณ์แบบเขาก็คงไม่รู้ ว่ามันยากจะหักห้ามใจเพียงใด  แม้เขาจะขอโทษขอโพยสักกี่ร้อยรอบก็ไม่อาจคืนความบริสุทธิ์ผุดผ่องให้ผู้หญิงคนนี้ได้  ผู้หญิงคนที่เขาเชื่อแล้วว่าคือบัวบูชา น้องสาวฝาแฝดของบุษบงกช

ก่อนหน้านี้ทำไมเขาถึงไม่เอะใจสักนิด ซ้ำยังไม่เชื่อที่เธอพร่ำบอก ยังคิดเอาว่าเธอหวาดกลัวต่อการกระทำของเขาจนเสียสติไปเมื่อก้าวผ่านความตายมาได้  

แล้วต่อไปเขาจะทำเช่นไรในเมื่อผู้หญิงคนนี้กลายเป็นเมียโดยพฤตินัยของเขาไปแล้ว?

บัวบูชาขยับตัวควานหาเสื้อคลุมมาสวมโดยศุภรุจน์ช่วยหยิบยื่นให้  เธอสวมมันแล้วกอดไว้แน่นราวกับกลัวว่าเขาจะกระชากมันออกไปอีกครั้ง  ส่วนชุดนอนที่ขาดวิ่นนั้นไม่ต้องพูดถึง มันเอากลับมาใช้ไม่ได้อีกแล้ว  แต่เมื่อหญิงสาวขยับจะลุกหนี ชายหนุ่มก็จับข้อศอกเธอเอาไว้แล้วเอ่ยถาม

“คุณจะเอายังไง”

“เอายังไง” ดวงตาแดงก่ำของเธอจ้องตอบเขาอย่างไม่เกรงกลัวเมื่อย้อนคำ

ศุภรุจน์หน้าเจื่อน แล้วถามซ้ำแต่อธิบายเพิ่มเติม

“จะเอายังไงกับเรื่องของเรา  ผมยินดีรับผิดชอบ เอ่อ...”

“รับผิดชอบในสิ่งที่ทำลงไปน่ะหรือ?” บัวบูชาเลิกคิ้วคล้ายจะถามย้ำคำพูดเขา  เมื่อชายหนุ่มพยักหน้า เธอก็แสยะยิ้มแล้วพูดต่อ

“เหมือนที่รับผิดชอบชีวิตบุษละสินะ  พาบุษมาให้คนในครอบครัวคุณโขกสับ แม้แต่คนใช้ก็ไม่มีความยำเกรง  ข่มเหงจิตใจจนบุษอยู่ไม่ได้ ต้องหนีกลับไปผูกคอตายที่บ้าน”

“บุษหนีไปกับไอ้หมอ ไม่มีใครกดดันทั้งนั้น”

“ไม่ใช่!  บุษกลับบ้านไปคนเดียว แล้ว...” บัวบูชาพูดไม่ออก รู้สึกเหมือนมีก้อนแข็งๆ มาอุดคอหอยจนตีบตัน  หญิงสาวสูดลมหายใจลึก ก่อนตัดสินใจเล่าทุกอย่างที่ศุภรุจน์สมควรรู้ให้เขาฟัง

“เย็นวันนั้นบุษมาพูดแปลกๆ กับฉัน ฝากให้ฉันกลับมาดูแลพ่อกับแม่ เพราะตัวบุษเองเป็นลูกที่เลว ไม่สามารถดูแลท่านทั้งสองได้  แล้วบุษก็บอกว่าท้อง แต่บอกคุณไม่ได้เพราะคุณจะไม่ให้อภัย  ตอนนั้นฉันยังด่าไปเลยว่าคุณเลว ไม่ยอมรับลูกของตัวเอง”

“ไม่ใช่ลูกผม” แม้จะไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน แต่ศุภรุจน์ก็กล้าปฏิเสธออกไปอย่างมั่นใจ  เนื่องจากเขาไม่มีความสัมพันธ์กับบุษบงกชมาหลายเดือนก่อนที่เธอจะหนีออกจากบ้าน  ถ้าเธอท้องกับเขาจริง อายุครรภ์ก็ย่อมมากพอจนคนสังเกตเห็นได้ แต่นี่ไม่มีใครทราบหรือพูดถึงเรื่องนี้เลย

ทันทีที่เขาปฏิเสธ บัวบูชาก็ตวัดสายตาคมปลาบมามองแวบหนึ่ง ก่อนจะเล่าต่อ

“แล้วคืนนั้นบุษก็ผูกคอตาย  พวกเราเสียใจมาก แต่ก็ตัดสินใจเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ เพราะถ้าคนที่นั่นรู้ว่าบุษฆ่าตัวตาย แถมยังท้องโดยไม่ได้แต่งงาน คงนินทากันไม่รู้จบ  อาศัยเงินถึง งานศพและทุกอย่างเกี่ยวกับการตายของบุษจึงถูกเก็บเป็นความลับ  คนแถวนั้นไม่มีใครทราบหรอกว่า ลูกสาวบ้านนั้นที่พบเห็นบางครั้งบางคราวคือบุษหรือบัว”

“บุษท้องกับไอ้หมอแน่”

“คุณกำลังปัดความรับผิดชอบ!” บัวบูชาสวนกลับเสียงแข็ง แต่ชายหนุ่มส่ายหน้าช้าๆ  บอกด้วยน้ำเสียงไม่เจือความขุ่นเคืองเอาไว้เลย

“ผมกับบุษไม่มีความสัมพันธ์กันนานแล้ว  ตอนผมกลับมาบ้านครั้งสุดท้ายก่อนจะเกิดเรื่องก็สามสี่เดือนเห็นจะได้  ครั้งนั้นเราก็ไม่มีอะไรกัน บุษบ่ายเบี่ยงบอกว่าไม่สบายบ้าง มีรอบเดือนบ้าง  ผมยังแปลกใจแต่ไม่ได้บังคับ  ถ้าบุษท้องกับผมจริง ตอนหนีออกไปจากบ้าน บุษก็น่าจะท้องได้หลายเดือนแล้วและคงมีคนสังเกตเห็นบ้างว่าบุษตั้งท้อง แต่นี่คนในบ้านไม่มีใครเอ่ยถึงเลย”

“คุณมั่นใจหรือว่าบุษมีอะไรกับหมอเอกจริงๆ  มั่นใจหรือว่าภาพถ่ายที่คุณเห็นไม่ใช่ภาพที่มีคนตัดต่อมากลั่นแกล้ง?”  แม้อาจเป็นคำถามไร้เดียงสาหรือฟังดูปัญญาอ่อน แต่เธอก็ค่อนข้างมั่นใจว่าบุษบงกชไม่ใช่ผู้หญิงสำส่อน คบชู้สู่ชาย

“มาดูนี่”  

เขาจับข้อศอกหญิงสาวแล้วพาเดินมาที่โต๊ะทำงาน เปิดไฟล์ภาพที่เธอพยายามคลิกเปิดอยู่เมื่อครู่เพื่อหาอะไรสักอย่าง ซึ่งเขารู้แล้วว่าคืออะไร

บัวบูชาแทบแทรกแผ่นดินหนี นึกอยากหายตัวไปต่อหน้าต่อตาเขานัก  รูปที่เธอตั้งใจมาค้นหาเพื่อจับผิด แล้วบอกเขาว่ามันเป็นรูปตัดต่อ  เมื่อเขาเปิดให้ดูมันกลับทำให้เธอรู้สึกอับอายแทนแฝดผู้พี่ หนำซ้ำศุภรุจน์ยังตอกย้ำให้รู้ว่ามันคือของจริง ด้วยการชี้ตำแหน่งไฝฝ้าบนตัวบุษบงกชที่เขาจำได้ทุกกระเบียดนิ้ว

“แต่...สีหน้าบุษไม่ได้บอกว่ามีความสุข”  แม้ใบหน้ายังเห่อชากับรูปเหล่านั้น แต่หญิงสาวก็อดจะตั้งข้อสังเกตไม่ได้

ศุภรุจน์ปิดการทำงานของโน้ตบุ๊ก ก่อนจะเหลียวมองคนพูด

“คุณกำลังจะบอกว่าบุษไม่ได้เต็มใจ”

“อาจเป็นได้...” หญิงสาวตอบอ้อมแอ้ม หลุบสายตาลงต่ำ ไม่กล้าสบตาเขา  ก่อนสายตาจะสะดุดเข้ากับชุดนอนที่ถูกฉีกขาดกองอยู่บนพื้น  บัวบูชารีบเก็บมันขึ้นมา คงไม่ดีแน่หากปล่อยทิ้งไว้ในห้องแบบนี้แล้วมีคนมาพบเข้า

ศุภรุจน์มองตามแล้วลอบถอนใจ  ...นี่คือสิ่งที่เขาทำลงไปกับผู้หญิงคนนี้

“ขอโทษนะ  ว่าแต่ คุณจะเอายังไงกับเรื่อง...ของเรา” เขาทอดน้ำเสียงในตอนท้าย ละอายเกินจะเอ่ยออกมาเต็มปากเต็มคำ  มันไม่ใช่เรื่องของเรา แต่เป็นการกระทำของเขาฝ่ายเดียว  เขาเริ่มทุกอย่าง และต้องรับผิดชอบทุกอย่างเช่นกัน

บัวบูชาชายตามองเขา ดวงตายังแดงก่ำ  ...จะเอาอย่างไรน่ะหรือ เธอคิดไม่ออกจริงๆ

“ฉันเหนื่อย อยากพักผ่อน”  คงบอกเขาได้เพียงแค่นี้ หญิงสาวพูดแล้วเดินไปที่ประตู

ศุภรุจน์รีบตรงมาเปิดประตูให้ ก่อนปิดไฟกลางห้องลงแล้วเดินไปพร้อมกับเธอเงียบๆ โดยไม่เอ่ยคำใดๆ ออกมาอีก  บางทีคงต้องให้เวลาเธอตริตรอง

เมื่อถึงห้องนอน หญิงสาวก็ผลุบหายเข้าไปในห้องน้ำอย่างอ่อนแรงโดยไม่สนใจคนที่เดินตามมา เธอหยุดมองดวงตาแดงช้ำของตนเองในกระจก ก่อนถอดเสื้อคลุมออก มองร่างเปื้อนราคีของตนนิ่ง น้ำตาเริ่มรื้นและไหลรินอีกครั้ง  เธออาจจะเสียดายความสาวอยู่บ้าง แต่ต้องโทษตัวเองที่คิดแต่จะแก้แค้นสืบหาความจริง ไม่ยอมละเลิกและถอนตัวจากเรื่องนี้  

เธอโกรธศุภรุจน์ แต่ไม่เท่ากับโกรธตนเอง  และเหนืออื่นใด เธอกำลังรู้สึกผิดกับคนไกล  เขาเป็นสุภาพบุรุษ ไม่เคยแสดงท่าทีอยากคุกคามอยากเอารัดเอาเปรียบเธอ  เขายินยอมรอจนถึงวันอันสมควร แล้วอย่างนี้เธอจะมีหน้ากลับไปพบเขาอีกหรือ

ภู...บัวขอโทษ

ศุภรุจน์ลุกจากเตียงเดินมาหยุดหน้าประตูห้องน้ำเมื่อได้ยินเสียงสะอื้นแว่วออกมา  บัวบูชาเข้าไปนานแล้ว แต่เขาไม่กล้าเคาะเรียก  เธอคงต้องการล้างคราบไคลที่เขาฝากไว้ แต่จะล้างอย่างไรราคีคาวก็ไม่อาจหายไปจากตัวเธอได้  เขาไม่กล้าถามว่าเธอร้องไห้ทำไม เพราะรู้อยู่แก่ใจ  เขาผิดที่ให้ความแค้นโน้มนำ แต่เธอจะรู้ไหม เขาภูมิใจในตัวเธอมาก เหมือนครั้งหนึ่งที่เคยภูมิใจในการเป็นคนแรกของบุษบงกช

แต่... 

ศุภรุจน์รีบปัดความคิดนั้นทิ้งไป  ในเมื่อบุษบงกชตายไปแล้ว เขาจะไม่ยอมให้มีเรื่องผิดพลาดใดๆ มาพรากผู้หญิงของเขาไปเป็นครั้งที่สอง  เขาจะไม่ยอมให้ใครมาแย่งบัวบูชาไปอีก แม้จะดูเป็นการเห็นแก่ตัวก็ตามที

“บัวบูชา...ผมขอโทษ แต่คุณต้องเป็นของผมคนเดียวเท่านั้น” ศุภรุจน์พึมพำก่อนรูดตัวลงนั่งพิงผนังห้องใกล้ประตูห้องน้ำอย่างไม่รู้จะทำอะไรดีกว่านั้น





ฝากอิบุ๊ค คลิกที่ปกได้เลยค่ะ ขอบคุณค่ะ








และอีกมากมาย Click

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #6 ket (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 23:19

    เรื่องนี้ฝ่ายชายก็ผิดน่ะ เอาผู้หญิงไปอยู่บ้านตัวเอง ไม่มีการตบแต่งพ่อแม่ฝ่ายหญิงก็ไม่เคยไปพบ แถมหนีไปเรียนแบบนี้ใช้ไม่ได้ ครอบครัวฝ่ายหญิงก็ผิด พ่อแม่ให้ความรักลูกเท่ากันไหม ช่วยแก้ปัญหาไหม คอยยืนข้างๆเวลาลูกต้องการไหม ส่วนน้องก็ผิด สรุปบุษน่าสงสารที่สุด

    #6
    1
    • #6-1 zayblove638 (@zayblove) (จากตอนที่ 45)
      10 กันยายน 2561 / 08:33
      ขอบคุณค่ะ ถ้าอ่านจบจะรู้ว่ามีคนน่าสงสารเพิ่มขึ้นค่ะ / ตัวละครทุกตัวเป็นสีเทาหมดค่ะ เป็นเรื่องจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้
      #6-1
  2. #5 tom247 (@tom247) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 12:50
    นิยายไรท์นี่มันลับ ลวง พรางของไทย แต่ส่วนใหญ่พระเอกจะโง่นะ555
    #5
    1
    • #5-1 zayblove638 (@zayblove) (จากตอนที่ 45)
      9 กันยายน 2561 / 13:59
      ก้อเราเป็นนางเอกนิ ผู้ต้องโง่ไว้ก่อน อิอิ
      #5-1