ซ้อนกลรัก by มุกเรียง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 12,723 Views

  • 9 Comments

  • 143 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    48

    Overall
    12,723

ตอนที่ 41 : บทที่ ๑๑

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 796
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    6 ก.ย. 61

สายตาของบุษบงกชในบ่ายวันนี้ทำเอานนทรีถึงกับนอนเอามือก่ายหน้าผาก มันไม่เหมือนสายตาของเพื่อนเก่าที่คุ้นเคย  เธอกับบุษบงกชร่ำเรียนด้วยกันมาถึงสี่ปีเต็ม สนิทสนมกันจนเรียกได้ว่าเป็นเพื่อนรักทีเดียว  ถ้าไม่มีเรื่องของศุภรุจน์เข้ามาเกี่ยวข้อง ก็อาจจะคบกันต่อ  เพราะฉะนั้นถึงแม้จะไม่ได้พบปะพูดคุยเจอะเจอหน้ากันมาเกือบสามปีแล้ว เธอก็ยังคงจดจำเพื่อนเก่าได้ดี  อย่างน้อย เวลาสามปีคงไม่ทำให้สีหน้าแววตาของบุษบงกชเปลี่ยนไปเหมือนคนแปลกหน้าเช่นนี้  

...หรือเรื่องที่สวยแอบได้ยินบุษบงกชคุยกับหยกจะเป็นเรื่องจริง?

ฉันชื่อบัว เป็นแฝดผู้น้องของบุษ...บุษตายไปแล้ว

“ใช่แล้ว!  บุษมีฝาแฝด”

นนทรีเด้งตัวขึ้นนั่งเมื่อนึกขึ้นได้ รีบลุกลงจากเตียง คว้าเสื้อคลุมมาสวมพลางเดินออกไปนอกห้อง จุดหมายคือห้องนอนขององค์อรเพื่อบอกเล่าเรื่องนี้  ทว่าก่อนจะเคาะประตูห้องเรียกองค์อร หางตาเธอก็เหลือบไปเห็นแสงวอมแวมจากช่องใต้ประตูห้องใกล้บันได ห้องที่มีรูปถ่ายใบใหญ่แขวนใกล้ประตู ห้องที่เคยเป็นห้องนอนของเจ้าของบ้านที่ลาลับโลกไปแล้ว

...ใครเปิดไฟในห้องทิ้งไว้?  หรือขโมย?  นนทรีคิดไปต่างๆ นานา แต่ไม่ได้นึกไปถึงสิ่งเร้นลับหรือเรื่องผีสางวิญญาณใดๆ เลย  หญิงสาวเปลี่ยนเป้าหมายจากห้องนอนองค์อรไปยังห้องนั้นทันที

ลูกบิดประตูหมุนได้อย่างง่ายดายเมื่อนนทรีลองบิดดู ก่อนจะผลักเข้าไปอย่างช้าๆ  หญิงสาวค่อยๆ เยี่ยมหน้าเข้าไปมอง แสงที่เห็นลอดใต้ประตูเมื่อครู่หายไปแล้ว ภายในห้องมืดสนิทจนเธอแปลกใจ

“อ้าว...หรือเราตาฝาด” นนทรีบ่นพึมพำกับตัวเองก่อนจะดึงประตูปิดไว้ดังเดิม  แต่แค่บานประตูปิดสนิท แสงไฟก็ลอดมาจากช่องใต้ประตูอีกครั้ง  หญิงสาวรีบผลักประตูเข้าไปทันที

“กรี๊ด!

ภาพที่เห็นทำให้หญิงสาวกรีดร้องเสียงลั่นอย่างตกใจสุดขีด ก่อนเป็นลมล้มพับไป

เสียงกรีดร้องในยามดึกที่เงียบสงัดดังชัดกว่าปกติมากนัก ปลุกให้คนในบ้านลุกขึ้นพร้อมกัน  บัวบูชาที่นอนอยู่ในห้องสะดุ้งตื่น รีบคว้าเสื้อคลุมมาสวม ก่อนจะเปิดประตูพรวดออกมา  พอเห็นร่างใครบางคนนอนเหยียดยาวอยู่บนพื้นหน้าห้องใกล้บันได ก็รีบวิ่งเข้าไปดูเป็นคนแรก

“แนน”  อดแปลกใจไม่ได้เมื่อเห็นชัดว่าเป็นใคร  บัวบูชาย่อตัวลงนั่งแล้วเขย่าตัวนนทรีเพื่อเรียกสติ “แนน...แนน...เป็นอะไร”

หญิงสาวมองกวาดไปทั่วร่างคนที่นอนสลบไสลอยู่เพื่อหาบาดแผล ก่อนเหลียวมองรอบตัวเผื่อจะมีร่องรอยบ่งชี้ว่านนทรีถูกใครทำร้ายหรือไม่

“คุณทำอะไรคุณแนน” เสียงแหบห้าวของสวยดังมาก่อนที่เจ้าหล่อนจะวิ่งขึ้นบันไดมาเสียอีก

บัวบูชามองสาวใช้ร่างใหญ่ผิวคล้ำอย่างระอา ...มาถึงก็หาเรื่องกันเสียแล้ว

“ฉันไม่ได้ทำอะไร  ช่วยกันประคองแนนกลับไปนอนในห้องก่อน”

อันที่จริงบัวบูชาไม่อยากขอความช่วยเหลือจากคนหน้าบอกบุญไม่รับสักเท่าไร แต่จะให้แบกนนทรีไปคนเดียวก็คิดว่าไม่ไหวแน่  เธอยังเคล็ดขัดยอกจากเหตุการณ์ตกบันไดตามด้วยการถูกกระทืบที่หน้าท้องอยู่ไม่หาย ดีหน่อยตรงที่ศีรษะซึ่งถูกจับโขกพื้นหายปวดหายมึนแล้ว  นึกถึงตอนตกบันไดขึ้นมา บัวบูชาก็อดมองประตูห้องที่นนทรีมานอนหมดสติอยู่ไม่ได้

...หรือนนทรีเข้ามาในห้องนี้แล้วเจออะไรเข้า?

“เธอพาแนนกลับไปนอนแล้วหายาดมยาหอมให้ด้วยล่ะ” บัวบูชาบอกสวยแล้วลุกยืน

“อ้าว แล้วจะไม่ช่วยกันหรือยังไง” สวยถามเสียงแข็ง  จังหวะนั้นหยกกับสมศรีแม่ครัวก็วิ่งหน้าตาตื่นขึ้นมาพอดี

“มีใครเป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น” เสียงแม่ครัวถามปนหอบเพราะวิ่งมาจากห้องนอนด้านหลังบ้าน หยกที่ตามมาติดๆ เลือกที่จะเข้าไปกระซิบถามบัวบูชา

“เกิดอะไรขึ้นคะคุณบัว” 

หยกยังไม่ได้คำตอบ สวยก็แว้ดใส่

“มาช่วยพยุงคุณแนนกลับห้องก่อน”

หยกมองสบตาบัวบูชาเพราะคิดว่าคงพอให้ความกระจ่างแก่เธอได้ ทว่าบัวบูชากลับส่ายหน้าช้าๆ แล้วพยักพเยิดให้หยกไปช่วยสวย  สองสาวใช้ช่วยประคองนนทรีที่ยังไม่ได้สติกลับไปที่ห้องนอน  ส่วนนางสมศรีก็รีบกลับลงไปชงยาหอมตามที่สวยขอ

บัวบูชาถือโอกาสที่ปลอดคนผลุบเข้าไปในห้องใกล้บันไดทันที  แสงสว่างจากด้านนอกลดน้อยลงเรื่อยๆ เมื่อเดินลึกเข้าไป  ...นนทรีต้องมาทำอะไรในห้องนี้แน่ๆ เพราะประตูแง้มอยู่  แต่ที่น่าสงสัยมากกว่าคือ นนทรีพบเจอสิ่งใดจึงต้องกรีดร้องอย่างตกใจจนถึงกับหมดสติไปเช่นนี้

หญิงสาวกวาดตามองไปในความสลัวจนมาถึงประตูห้องด้านใน  หนึ่งบานนั้นคือห้องน้ำแน่นอน ส่วนอีกบานจะเป็นห้องอะไร  คฤหาสน์หลังใหญ่มักมีห้องลับซ่อนเอาไว้ แต่คงไม่ใช่ซ่อนไว้ในห้องนอนอีกทีหรอกนะ?  

คิดมาถึงตรงนี้ก็นึกอยากรู้ขึ้นมา บัวบูชาเอื้อมมือจับลูกบิดประตูทันที  แต่ไม่ทันได้เปิดก็มีใครบางคนเอื้อมมาจับมือเธอไว้ หญิงสาวตกใจสะดุ้งโหยง

“ว้าย!  โห...หยก” ก่อนพ้อขึ้นเมื่อหันกลับมาแล้วเห็นว่าสาวใช้ผอมบางคือเจ้าของมือข้างนั้น ซ้ำยังยิ้มปากกว้างฟันขาวให้เธออีก

“คุณเข้ามาทำไมมืดๆ  น่ากลัวจะตาย” หยกถาม ไม่รู้สึกผิดที่เข้ามาเงียบๆ แล้วทำให้บัวบูชาตกใจ

“ออกไปข้างนอกเถอะค่ะ เดี๋ยวคุณอรรู้เข้าจะเอ็ดเอา” หยกชวนแล้วลากมือบัวบูชาออกไปทันทีโดยไม่รอความเห็น  แต่บัวบูชาขืนตัวไว้

“เดี๋ยวๆ หยก นี่ห้องอะไรเหรอ”

“ไม่ใช่ห้องค่ะ แค่ประตูหลอก”

“ประตูหลอกคืออะไร” บัวบูชายอมรับว่าฉงน

“ก็แค่เป็นบานประตู แต่เปิดไปก็เจอกำแพงปูนไงคะ”

“อ้าว!  ทำไว้ทำไมล่ะ” บัวบูชาอยากเกาหัวด้วยความแปลกใจ แต่ติดที่หยกจับมือเธออยู่

“เมื่อก่อนมันเป็นประตูเชื่อมไปห้องที่ติดกัน ห้องที่คุณอรเคยนอนมาตั้งแต่เด็กๆ น่ะค่ะ  เพราะเธอสุขภาพไม่ดี คุณผู้หญิงเลยให้มานอนห้องใกล้ๆ  คุณอรเพิ่งย้ายไปนอนห้องโน้นหลังจากคุณผู้หญิงคุณผู้ชายเสียชีวิตไปแล้ว  ส่วนช่องนี่ก็ให้ช่างมาปิด เหลือไว้แต่ประตูหลอกนี่แหละค่ะ  ไปเถอะคุณ ห้องนี้ไม่ค่อยน่าอยู่” หยกกวาดตามองแล้วเอ่ยชวนเพราะรู้สึกเสียวสันหลังบอกไม่ถูกกับการมาอยู่ในห้องของคนตายในเวลาดึกดื่นและมืดสลัวเช่นนี้

“แสดงว่าห้องนี้ก็ปิดไว้เฉยๆ สิ ก็ฉันเห็นคุณอรนอนอีกห้อง” บัวบูชาถามเมื่อออกมาจากห้องแล้วกำลังจะเดินผ่านห้องติดกัน

“ค่ะ  คุณอรหวง ไม่ยอมให้ใครเข้าไปยุ่ง แม้แต่คุณรุจน์เธอก็ไม่ให้เข้าไป  อย่าสนใจเลยค่ะ คุณรีบกลับเข้าห้องดีกว่า...ไปค่ะ” ไม่ชวนเปล่าหยกยังออกแรงรั้งให้เธอเดินเร็วขึ้น

โถงทางเดินที่มีแสงไฟสลัวเงียบจนวังเวง ขนาดมีเพื่อนเดินหยกยังอดนึกหวาดๆ ไม่ได้ ยิ่งเห็นกิริยาอาการของนนทรีที่เพิ่งฟื้นคืนสติเมื่อครู่แล้วโวยวายว่าผีหลอก ไม่ยอมให้สวยกลับออกมาจากห้อง ยิ่งพาให้ขนลุก  แม้จะอยู่ที่นี่มานานและไม่เคยมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างถึงสิ่งเหล่านี้ แต่ก็ยังกลัวอยู่ดี  และจะว่าไป ที่ไม่มีใครเคยเจอก็อาจเพราะพอตกกลางคืนเหล่าคนงานไม่เคยมีใครขึ้นมายุ่มย่ามบนตึกก็เป็นได้  

“แนนเป็นยังไงบ้าง” บัวบูชาอดถามไม่ได้

“ฟื้นแล้วค่ะ  แต่ยังทำท่ากลัวๆ  แถมกอดนังสวยแจ ไม่ยอมให้ออกจากห้อง  แกว่าไม่กล้านอนคนเดียว”

“กลัวอะไรของมันนะ”

หยกยื่นหน้าเข้ามาใกล้ พูดกระซิบกระซาบ

“กลัวผีค่ะ  แกว่าผีในห้องคุณท่านหลอก  อี๋! พูดแล้วขนลุก คุณรีบกลับเข้าห้องเถอะค่ะ หนูจะรีบลงไปนอนแล้ว”

“เหลวไหล กลับไปนอนเถอะ ฉันจะเข้าห้องแล้ว”

บัวบูชาส่ายหน้ายิ้มๆ  เธอไม่เชื่อเรื่องผีสาง แม้ครั้งหนึ่งอะไรบางอย่างในห้องนั้นจะเคยทำให้เธอตกใจมาแล้ว แต่ต่อมาก็พิสูจน์ได้ว่าเป็นคน...คนที่ตั้งใจทำร้ายเธอซึ่งยังไม่รู้ว่าใคร  

ในเมื่อมีเค้าลาง มีคนต้องสงสัย และมีเรื่องคาใจ เธอก็ต้องพิสูจน์ด้วยตนเอง  อย่างน้อยๆ ก็เรื่องห้องที่องค์อรหวงนักหนานั่นละ

เมื่อนึกถึงคนหวงห้อง บัวบูชาก็อดแปลกใจอีกคำรบไม่ได้  เสียงนนทรีกรีดร้องไม่ใช่ค่อยๆ  ขนาดคนงานที่นอนอยู่ชั้นล่างค่อนไปทางหลังบ้านยังได้ยินจนวิ่งตามกันมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น  แต่องค์อรซึ่งนอนอยู่ในห้องไม่ไกลกันนักกลับไม่โผล่หน้าออกมาดูเลย  ใจดำ? ไม่ได้ยิน?  หรืออย่างไรกันแน่

“นี่คุณอรไม่คิดจะออกมาดูบ้างเหรอ เสียงกรี๊ดดังใช่ย่อย”

“คุณอรเธอจะได้ยินอะไรคะ  เธอต้องกินยาก่อนนอนทุกคืน ทั้งยาคลายเครียด ยานอนหลับ ยาบำรุงสารพัด  เป็นหนูนะ แค่ยานอนหลับเม็ดเดียวก็หลับเป็นตายแล้ว นี่เธอกินตั้งหลายขนาน  ต่อให้ไปร้องกรี๊ดในห้อง เธอก็ไม่มีทางตื่นหรอกค่ะ”

อ๋อ...เป็นอย่างนี้นี่เอง


ฝากอิบุ๊ค คลิกที่ปกได้เลยค่ะ ขอบคุณค่ะ








และอีกมากมาย Click

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

0 ความคิดเห็น