ซ้อนกลรัก by มุกเรียง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 12,722 Views

  • 9 Comments

  • 143 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    47

    Overall
    12,722

ตอนที่ 40 : บทที่ ๑๑

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 820
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    6 ก.ย. 61

บ้านสองชั้นขนาดกลางภายในรั้วปูนสีมอๆ  มีที่ว่างให้เดินได้โดยรอบ  ตัวบ้านดูทรุดโทรมไม่ต่างจากรั้วบ้านที่มีวัชพืชเลื้อยไต่ไปบนกำแพงลามไปที่ต้นไม้ด้านใน รกรุงรังราวกับบ้านร้าง ทำให้บัวบูชาอดจะถามคนที่มาด้วยกันไม่ได้

“แน่ใจหรือหยก ว่านี่บ้านหมอเอก”

หยกที่ยืนปาดเหงื่อใบหน้าแดงก่ำเพราะแสงแดดยามบ่าย พยักหน้าหงึกๆ ขณะมองบ้านเป้าหมาย

“แน่สิคะ หนูเคยติดรถหมอเอกมาเอายาให้คุณท่านสองสามครั้งแล้ว”

สาวใช้ร่างผอมยืนยันแล้วเดินไปกดกริ่งหน้าบ้าน แม้ไม่ค่อยอยากจะสัมผัสเท่าไรเพราะไม่มั่นใจว่าจะโดนไฟดูดเอาหรือเปล่ากับสภาพกริ่งที่เก่าคร่ำนั้น  เสียงสัญญาณดังขึ้นซ้ำๆ ตามจังหวะการกด แต่รออยู่พักใหญ่ก็ไม่มีวี่แววว่าใครจะมาเปิดประตูรับ

“เหมือนบ้านร้างนะหยก” บัวบูชาเริ่มมั่นใจ  จากทีแรกเพียงแค่คิด แต่บัดนี้เมื่อเสียงกริ่งดังอยู่หลายครั้งแล้วยังไม่มีคนด้านในตอบสนอง ยิ่งเพิ่มความมั่นใจ

“หนูก็ไม่ได้มาที่นี่นานแล้วเหมือนกันน่ะค่ะ”  หยกพึมพำก่อนจะหันไปเห็นหนุ่มมอเตอร์ไซค์รับจ้างสวมเสื้อวินสีม่วงแล่นผ่านมาแล้วชะลอรถมองอย่างสงสัย  เจ้าหล่อนไม่ลังเลที่จะกวักมือเรียกแล้วเดินเข้าไปถามเมื่อรถจอดลงทันทีเช่นกัน

“พี่ชาย บ้านหลังนี้ไม่มีคนอยู่หรือจ๊ะ”

“ไม่มีจ้ะ บ้านปิดมาเกือบสามปีแล้วมั้ง  แรกๆ ก็มีคนมาทำความสะอาด แต่พักหลังไม่มีเลย”

“เจ้าของบ้านไปไหนเสียล่ะจ๊ะ”

“ได้ยินมาว่าคุณหมอประสิทธิ์กับเมียย้ายไปอยู่เมืองนอก  แรกๆ ก็เห็นลูกชายแกอยู่นะ แต่หลังๆ ไม่เห็นเลย  คุณหมอประสิทธิ์ตอนไปใหม่ๆ ก็กลับมาบ้าง หลังจากนั้นพอลูกแกไม่อยู่บ้านนี้แล้ว คุณหมอประสิทธิ์ก็ไม่ค่อยกลับมา  รอบสุดท้ายนี่เกือบสองปีได้มั้ง บ้านถึงได้มีสภาพแบบนี้” หนุ่มมอเตอร์ไซค์รับจ้างเล่าอย่างใจดี

“ขอบใจจ้ะพี่” หยกเอ่ยขอบคุณใจน้ำใจ ก่อนหันไปถามความเห็นบัวบูชา

“เอาไงดีคะคุณ”

“ไม่มีใครทราบเลยหรือจ๊ะ ว่าหมอเอกลูกชายบ้านนี้ย้ายไปอยู่ที่ไหน” บัวบูชาถามหนุ่มมอเตอร์ไซค์รับจ้างเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง

“ไม่ทราบเลยจ้ะ หรืออาจจะย้ายไปอยู่เมืองนอกกับหมอประสิทธิ์แล้วมั้ง  เพราะถ้าอยู่ คงแวะมาดูบ้านบ้าง ไม่ปล่อยรกร้างแบบนี้ นี่เล่นหายเงียบไปทั้งครอบครัวเลย  แต่แปลกนะ พักนี้มีคนมาด้อมๆ มองๆ ที่บ้านนี้หลายรอบแล้ว”

“ผู้ชายหรือผู้หญิงจ๊ะ พวกมิจฉาชีพหรือเปล่าพี่” บัวบูชาถามอย่างสนใจทันที

หนุ่มมอเตอร์ไซค์รับจ้างยิ้มกว้าง  

“คงไม่ใช่หรอกน้อง ขับรถคันโตใหม่เอี่ยม แถมแต่งตัวดี หน้าตาก็ดี  มาเยี่ยมๆ มองๆ สองสามครั้งแล้ว”

หญิงสาวทั้งสองหันมามองหน้ากัน ต่างมีคำถามในดวงตา ใครกัน?

“กลับเถอะ  พี่ไปส่งเราที่หน้าปากซอยหน่อยสิจ๊ะ” บัวบูชาบอกเพราะการอยู่ต่อก็ไม่มีอะไรดีขึ้น

“ได้สิจ๊ะ เชิญจ้ะ” คนขับรถรับจ้างที่ได้ผู้โดยสารกุลีกุจอเชื้อเชิญ

การแอบออกมาจากบ้านเพื่อมาตามหาเอกสิทธิ์ครั้งนี้ถือว่าล้มเหลวก็จริง แต่ก็ไม่สิ้นเชิงเสียทีเดียว เพราะอย่างน้อยก็รู้ว่ามีคนมาตามหาคนที่บ้านนี้เช่นกัน  ถ้าให้เดา บัวบูชาก็คิดว่าคงเป็นคนของสองพี่น้องนั่น หรืออาจเป็นศุภรุจน์เองก็ได้

 

แท็กซี่สีชมพูแล่นเลยคฤหาสน์หลังงามไปเล็กน้อย ก่อนจะจอดให้หญิงสาวสองคนลงจากรถแล้วเดินหิ้วของพะรุงพะรังย้อนกลับไปเข้าประตูเล็กตรงรั้วหน้าบ้าน จากนั้นจึงเดินอ้อมไปหลังบ้านเหมือนเวลาคนงานในบ้านออกไปทำธุระ  ทว่าแค่ก้าวผ่านประตูรั้ว บัวบูชาก็รู้สึกได้ถึงสายตาที่จับจ้องมองมา หยกเองก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน จึงหันมาสบตาเธอ  ก่อนทั้งคู่จะสะดุ้งกับเสียงแข็งๆ ที่เอ่ยทัก

“ไปไหนมา”

เมื่อหันไปก็เห็นนนทรียืนเอามือไพล่หลังมองมาจากซุ้มนั่งเล่นใกล้สระว่ายน้ำ  หยกเหลือบมองบัวบูชาอีกครั้ง สายตาเป็นกังวล  แต่หญิงสาวกลับยักไหล่เหมือนจะบอกว่าอย่าไปสนใจ ก่อนพยักหน้าให้แล้วเดินต่อ  หยกรีบเดินตามทันที

“นี่ฉันถามไม่ได้ยินหรือ” นนทรีส่งเสียงเกรี้ยวกราดแล้วรีบวิ่งมาดักหน้า มองทั้งสองคนสลับกันไปมาตาเขียว

“หลีกทาง ร้อน!” บัวบูชาบอกเสียงแข็งไม่ต่างกัน

“แกร้อนคนเดียวหรือยังไง” นนทรีใช้มือบังแดดร้อนแรงตอนบ่ายแก่ไม่ให้ส่องใบหน้า แต่ยังไม่ยอมหลีกทาง  “ฉันถามว่าไปไหนมา ไม่รู้หรือยังไงว่าคุณอรรอ”

“ก็หลีกทางสิ คุณอรรอเอาของไม่ใช่หรือ” บัวบูชาไม่พูดเปล่า ยังใช้มือดันไหล่จนนนทรีเซเพราะไม่ทันตั้งตัวและคาดไม่ถึงว่าเธอจะทำแบบนี้

“โอ๊ย!  อีบุษบ้า เกือบล้ม”  พอยืนมั่นคง นนทรีก็ก่นด่า  แต่ช้าไป เพราะทั้งสองคนจ้ำพรวดๆ ไปไกลแล้ว  นนทรีได้แต่กระทืบเท้าอย่างขัดใจก่อนจะเดินตามไป

“ให้ไปจ่ายตลาดแค่นี้ ไปเป็นนานสองนาน  หรือนอกจากจะจ่ายตลาดแล้วยังเอาที่นาไปขายด้วยยะ”

สวยส่งคำพูดลอยลมมาทันทีที่บัวบูชาและหยกโผล่หน้าเข้ามาในครัว  สองคนหันไปมองหน้า ก่อนหยกจะเป็นคนต่อปากต่อคำเพราะเห็นว่าสวยกับตนอยู่ในฐานะลูกจ้างเท่าเทียมกัน

“ปากแกจะไม่สวยเหมือนชื่อ ถ้ายังพูดหมาๆ แบบนี้อีก”

“หน็อย!  พอมีคนถือหางเข้าหน่อยละก็ ปากกล้าเชียวนะนังหยก”

“ฉันไม่มีหางเหมือนแกหรอก นังสวย”

“อีหยก!

“หยุดได้แล้ว!  กัดกันอยู่ได้ รีบมาช่วยกันทำงาน” สมศรี แม่ครัววัยกลางคน ตบโต๊ะปังๆ พร้อมสั่งเสียงแข็งเมื่อเห็นสองสาวใช้เดินรี่เข้าหากันเหมือนจะลงไม้ลงมือทั้งที่ไม่เคยทำมาก่อน  อดจะชายตามองหญิงสาวอีกคนไม่ได้ เพราะดูเหมือนเธอจะเป็นต้นเหตุให้เกิดศึกครั้งนี้

บัวบูชาส่ายหน้าช้าๆ ก่อนเดินออกไปจากครัว สวนกับนนทรีที่ตามมาพอดี  ทั้งสองสาวประสานสายตากันแบบไม่ลดละ ก่อนนนทรีจะเป็นฝ่ายหลบตาก่อนด้วยเหตุผลบางประการ เสหันไปเร่งสาวใช้แทน

“ของที่คุณอรสั่ง เตรียมให้เรียบร้อยนะ  เดี๋ยวคุณอรตื่นนอนจะได้ทำเลย”

คนงานทั้งสามต่างเงยหน้ามองนนทรี แต่ไม่มีคำตอบรับสักคำเปล่งออกมาจากปาก  นนทรีไม่ชอบท่าทีแข็งข้อของคนเหล่านี้ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะตนเองเป็นคนนอก ได้แต่อาฆาตไว้ในใจ

...คอยดูนะ ฉันแต่งงานกับพี่รุจน์เมื่อไหร่ จะไล่ออกยกชุด!


ฝากอิบุ๊ค คลิกที่ปกได้เลยค่ะ ขอบคุณค่ะ







และอีกมากมาย Click

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

0 ความคิดเห็น