ตอนที่ 39 : บทที่ ๑๑

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 708
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    9 ต.ค. 61

บัวบูชาก้าวขึ้นบันไดช้าๆ อย่างระมัดระวัง ไฟสีส้มตรงบันไดทำให้รู้สึกปลอดภัยขึ้นแม้รอบตัวจะค่อนข้างมืดเพราะไฟชั้นล่างปิดหมดแล้ว  แต่เมื่อขึ้นมาถึงกลางบันได ไฟดวงนี้กลับดับลง บ้านทั้งหลังมืดมิดอย่างน่าสะพรึงกลัว  เท้าเรียวจิกพรมลาดขั้นบันได ใจเต้นแรง จนเมื่อปรับสายตาให้ชินกับความมืดได้บ้างแล้วจึงตัดสินใจก้าวต่อ 

พอพ้นช่วงบันได กำลังจะเดินผ่านห้องที่มีรูปถ่ายบานใหญ่ของอดีตเจ้าของบ้านแขวนอยู่ จู่ๆ ประตูห้องก็เปิดออก  พลันที่หันไปมอง หญิงสาวก็เห็นแสงสีส้มคล้ายแสงเทียนวอมแวมออกมาจากด้านในก่อนที่ประตูจะเปิดปิดเองทั้งที่ไม่มีลม  จังหวะหนึ่งที่ประตูเปิด บัวบูชามองเห็นเงาวูบไหวอยู่ด้านใน จึงรีบหันกลับวิ่งลงบันไดไปเพื่อเรียกให้คนมาช่วยจับขโมย  แต่เพราะความมืดทำให้ก้าวพลาด ร่างแบบบางล้มคว่ำ ก่อนกลิ้งหลุนๆ ลงมาตามบันได

“กรี๊ด!”  ท่ามกลางเสียงหวีดร้องของตนเอง บัวบูชากลับรู้สึกเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นยื่นมารับร่างเธอเอาไว้ ทำให้ไม่กระทบกระแทกกับอะไรจนบาดเจ็บหรือแตกหัก แค่ลงมานอนแอ้งแม้งอยู่กับพื้น

“โอย...” บัวบูชาครางเสียงแผ่ว แม้ไม่เจ็บมากแต่ก็จุกอยู่พอควร  หญิงสาวพยายามยันตัวลุกขึ้น แต่เพียงแค่ขยับ ก็เห็นเงาดำทะมึนพุ่งลงบันไดตรงมาที่เธอ  ไม่ทันได้ตั้งตัว เจ้าของร่างนั้นก็กระทืบลงมาบนตัวเธออย่างแรง ก่อนโดดทับลงมาทั้งตัวแล้วจับศีรษะเธอโขกพื้น

บัวบูชาคิดว่ากะโหลกเธอคงแตกเพราะได้ยินเสียงโป๊กดังชัด เจ็บจนร้องไม่ออก ได้แต่ผลักไสปัดป้อง  อึดใจหนึ่งนั่นละจึงตั้งสติ เอาเสียงเข้าข่ม

“ปล่อยนะ!  ช่วยด้วย!

“คุณบัว!  เป็นอะไรคะคุณบัว!

เสียงหยกดังมาแต่ไกลหยุดการกระทำนั้นได้ชะงัด  มันละมือจากบัวบูชาทันที ก่อนออกวิ่งไปทางโถงหน้าบ้าน

หยกวิ่งมาถึงเชิงบันไดก็รีบคลำหาสวิตช์เปิดไฟ ร้องอุทานพร้อมเบรกตัวโก่งเพราะเกือบจะเหยียบบัวบูชาที่นอนหอบอยู่บนพื้น

“ว้าย!  คุณบัวเป็นอะไรคะ ตกบันไดหรือคะ” หยกย่อตัวลงจะประคองบัวบูชา แต่เธอห้ามไว้

“ตามไปดูที มันวิ่งไปทางนั้น” เธอชี้มือไม้สั่นไปทางโถงหน้าบ้านซึ่งมีแสงสว่างรำไร

“มันไหนคะ?” หยกถามอย่างงงๆ แต่ก็รีบวิ่งไปดูตามสั่ง  หากเพียงครู่เดียวก็วิ่งกลับมา บอกบัวบูชาที่ลุกขึ้นนั่งบนพื้นลูบท้ายทอยป้อยๆ

“ไม่เจออะไรเลยค่ะ  มีคนร้ายเหรอคะ สงสัยคงโดดออกไปข้างนอกแล้ว”

“...หรือไม่ก็อาจจะซ่อนตัวอยู่มุมใดมุมหนึ่งในบ้าน” บัวบูชามั่นใจว่าเป็นคนในบ้าน และเป็นผู้หญิง เพราะตอนที่พยายามผลักร่างนั้นให้พ้นตัว มือเธอยันไปถูกหน้าอกหยุ่นๆ เข้าอย่างจัง  ในใจตอนนี้มีผู้ต้องสงสัยอยู่แล้ว แต่เมื่อจับไม่ได้คาหนังคาเขา เธอก็ไม่อยากจะปรักปรำใคร

“หรือว่าผี” หยกพูดแล้วเหลียวมองรอบตัวอย่างหวั่นๆ

“เหลวไหล ผีไม่มีในโลก” ปากค้านไปแต่ใจก็อดนึกถึงตอนที่กลิ้งตกลงมาไม่ได้  ท่าสะดุดหน้าคะมำลงมาอย่างนั้น น่าจะเจ็บหนักกว่านี้หลายเท่า อาจจะคอหัก หัวแตก กระดูกสันหลังเคลื่อน ก็เป็นไปได้ทั้งนั้น  แต่เมื่อครู่กลับรู้สึกเหมือนมีมือมารั้งไว้ และรองรับทำให้เธอแค่ขัดยอกเท่านั้น

“มีคนแกล้งคุณใช่ไหม”

“ถ้าแค่แกล้งก็แล้วไป” คนตอบดวงตาวาวอย่างโกรธแค้น  แม้ใจจะหวังให้คนทำคิดแค่กลั่นแกล้งอย่างหยกคิด แต่ก็เชื่อได้ยากเต็มที เพราะสิ่งที่ทำเมื่อครู่อาจทำให้เธอถึงแก่ชีวิตได้

“คุณต้องระวังตัวมากๆ นะคะ”

“ขอบใจนะ...กลับไปนอนเถอะ”

หญิงสาวยิ้มขอบคุณในไมตรีของสาวใช้  แต่หยกยังไม่ไป ยังอยู่ช่วยดูรอยฟกช้ำแล้วหายามาทาให้  ก่อนจะแยกย้ายกันไปนอน ซึ่งแน่นอน บัวบูชาใช้เวลาครุ่นคิดอีกนานกว่าจะหลับลงได้


ฝากอิบุ๊ค คลิกที่ปกได้เลยค่ะ ขอบคุณค่ะ







และอีกมากมาย Click

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

0 ความคิดเห็น