ซ้อนกลรัก by มุกเรียง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 12,722 Views

  • 9 Comments

  • 143 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    47

    Overall
    12,722

ตอนที่ 35 : บทที่ ๑๐

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 779
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    7 ต.ค. 61


๑๐

 

นี่เป็นก้าวแรกที่หญิงสาวรู้สึกว่าเดินได้มั่นคงเป็นปกติหลังจากล้มป่วยมาหลายวัน และถือเป็นอีกก้าวในคฤหาสน์หลังใหญ่โตโอ่อ่าที่ไม่มีสายตาหลายคู่จ้องมองเมื่อเดินพ้นเขตห้องนอนซึ่งเธอพักอยู่กับศุภรุจน์มาหลายคืนโดยไม่มีอะไรเกินเลย  ว่าที่จริงเธอก็รู้สึกดีที่เป็นเช่นนั้น เพียงแต่อดแปลกใจไม่ได้  เพราะหลายครั้งที่เธอเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสรุกเร้าและเผลอไผลสนองตอบเขาจนเกือบจะเสียที กลับเป็นตัวเขาเองที่หยุดทุกอย่างลงก่อนทุกครั้ง

...เขาเปลี่ยนความปรารถนาเป็นแรงผลักไส เพราะรังเกียจตัว รู้ไหมบุษ  แต่ก็ดี เพราะบางครั้งบางหนเค้าก็เผลอใจ  แต่ขอบอกไว้เลยนะว่าเค้าไม่ได้คิดอะไรกับผู้ชายเลวๆ ของตัว

บัวบูชาเดินผ่านโถงชั้นบน แล้วชะงักเท้าถอยกลับมายืนจ้องรูปถ่ายขนาดใหญ่ของชายหญิงมีอายุคู่หนึ่งใกล้ประตูห้องที่ปิดอยู่ตลอดเวลา ไม่ต้องมีใครบอกก็พอเดาได้ว่าคือบิดามารดาผู้ล่วงลับของศุภรุจน์  จำได้ว่าวันก่อนเขาเอ่ยพาดพิงบุษบงกชว่าเป็นต้นเหตุให้ทั้งสองเสียชีวิต ซึ่งเธอไม่อยากเชื่อ  จึงตั้งใจว่าจะหาความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้ได้ 

เมื่อเห็นหยกเดินหิ้วถังน้ำและอุปกรณ์ทำความสะอาดขึ้นบันไดมา หญิงสาวก็ก้าวเข้าไปหาทันที  สาวใช้ผิวขาวซีด ร่างผอม ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนเดินต่อแต่ก้มหน้าก้มตาไม่ยอมสบตาเธอ  ครั้นหยกเปิดประตูห้องที่เธอมองอยู่ บัวบูชาก็รีบเดินตามเข้าไป  มันเป็นห้องที่มีเครื่องนอนครบครัน แต่ทุกชิ้นถูกคลุมเอาไว้ด้วยผ้าขาวเหมือนห้องที่ไม่ได้ใช้งาน

“ห้องใครหรือจ๊ะหยก”

“ห้องคุณท่านค่ะ” สาวใช้ตอบแต่ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมองคนถาม เริ่มต้นทำความสะอาดตามหน้าที่

“ท่านเป็นอะไรถึงเสีย”

คำถามของเธอไม่ยาก แต่หยกกลับเงยหน้าขึ้นมองเธอ สายตามีแววตำหนิชัดเจน  นั่นยิ่งทำให้หญิงสาวแปลกใจ จึงถามย้ำอีกครั้ง

“ว่ายังไงล่ะ”

“คุณความจำเสื่อมจริงๆ หรือนี่  โถ...น่าสงสาร” หยกรำพึงรำพันพร้อมทอดถอนใจ

บัวบูชาอยากจะแย้งว่าไม่ได้ความจำเสื่อม แต่ไม่รู้เรื่อง ไม่รู้อะไรเลยต่างหาก  แต่เอาเถอะ...ถ้าการที่ใครต่อใครคิดว่าเธอความจำเสื่อมแล้วยอมเล่าความจริงในสิ่งที่เธออยากรู้ให้ฟัง ก็ปล่อยให้คิดกันไป

“ว่ายังไง ทำไมท่านถึงตาย แล้วทำไมนายรุจน์ถึงว่าบุษเป็นต้นเหตุ บอกฉันหน่อยสิ”

หยกมองเจ้าของคำพูดแล้วลอบถอนใจอีกครั้ง  จะว่าไปตอนที่บุษบงกชมาอยู่ที่นี่ใหม่ๆ ก็ดีกับเธอมาก ไม่เคยถือตัวว่าเป็นว่าที่สะใภ้ ช่วยเธอทำงานทุกอย่าง แถมยังให้เงินเธอใช้เมื่อเงินขาดมือในบางครั้ง  แม้สุดท้ายบุษบงกชจะหนีออกไปพร้อมข่าวลือว่าไปกับหมอเอกสิทธิ์ที่ปฏิเสธการแต่งงานกับองค์อร  แต่นั่นก็ไม่เกี่ยวกับเธอ  อีกอย่าง การที่ศุภรุจน์พาบุษบงกชกลับมา และแสดงออกว่าห่วงใย ก็แปลว่าเจ้านายหนุ่มของเธอให้อภัยแล้ว  ขนาดคู่กรณีเขายังอภัยให้และยอมคืนดี  ตัวเธอที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องเลยทำไมจะทำตัวสนิทสนมเหมือนเดิมไม่ได้  และหากการบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับบุษบงกชจะช่วยฟื้นความจำเจ้าตัวให้กลับมาเหมือนเดิมโดยเร็ว ก็น่าจะดีและเป็นเรื่องที่สมควรช่วยเหลือเป็นอย่างยิ่งไม่ใช่หรือ

“ก็หลังจากที่คุณหนีไปกับหมอเอก คุณอรก็กินยาฆ่าตัวตาย  แต่หมอที่โรงพยาบาลล้างท้องไว้ได้ทัน คุณอรเลยไม่ตาย  แต่คุณผู้หญิงท่านกลับตกใจจนหัวใจวายตาย  ช่วงงานศพ คุณผู้ชายก็เทียวไปเทียวมาระหว่างวัดที่จัดงานศพกับโรงพยาบาลที่คุณอรนอนรักษาตัว จนขับรถชนราวสะพานตายไปอีกคน  เค้าว่าท่านเหนื่อยจนหลับใน”

“แล้วตอนนั้นนายรุจน์ไปไหน ทำไมถึงปล่อยให้พ่อเขาเหนื่อยคนเดียว”  แม้จะใจหายแต่ก็อดสงสัยไม่ได้

หยกเงยหน้าจากงานขึ้นมองสบตาเธออีกครั้ง ก่อนก้มหน้าทำงานต่อ แต่ก็ยังตอบคำถามให้เธอได้กระจ่าง

“คุณรุจน์เรียนอยู่เมืองนอกยังหาตั๋วกลับไม่ได้ค่ะ  แล้วพอกลับมาได้ ก็ต้องกลับมาจัดการศพของพ่อกับแม่ แล้วยังต้องดูแลน้องสาวในโรงพยาบาลอีก น่าสงสารจริงๆ  ไหนจะเศร้าที่เมียหนีตามชู้...อุ๊ย!  ขอโทษค่ะ” หยกรีบตะครุบปากแล้วเอ่ยขอโทษเสียงอ่อย

“ไม่เป็นไร บุษไม่โกรธหรอก  แต่อยากให้รู้ไว้นะว่าบุษไม่ได้หนีตามชู้  บุษกลับบ้าน กลับบ้านเก่าไปแล้ว...”

“เอ่อ...คุณคะ กลับบ้านเก่าน่ะเขาใช้กับคนตายนะคะ” หยกรีบแย้งพร้อมส่ายหน้าสังเวชใจ  สงสารหญิงสาวที่ความจำเสื่อม พลอยให้คำพูดคำจาผิดเพี้ยนไปด้วย

“นั่นแหละ บุษไม่ได้หนีตามชู้ไปจริงๆ” คนพูดยืนกราน

หยกได้แต่ยิ้มแล้วทำงานของตัวเองต่อ กระนั้นก็ยินดีตอบคำถามและพูดคุยกับหญิงสาวที่เธอคิดว่าความจำเสื่อมไปจนกระทั่งทำความสะอาดห้องเสร็จ  จากนั้นจึงขอตัวไปทำความสะอาดห้ององค์อรต่อ ขณะที่บัวบูชาออกมายืนมองรูปถ่ายหน้าห้องอีกครั้ง

...ดิฉันขอโทษแทนบุษด้วยนะคะ  แต่ถึงอย่างไรดิฉันก็อยากบอกให้ทราบว่าพวกคุณเข้าใจผิด  บุษไม่ได้หนีไปกับใคร บุษกลับไปบ้านเพื่อตัดช่องน้อยแต่พอตัว  บุษฆ่าตัวตายทั้งที่มีหลานของพวกคุณอยู่ในท้อง  ที่จริงพวกคุณน่าจะตอบคำถามดิฉันมากกว่านะคะ ว่าคนที่นี่ทำอะไรกับบุษให้คับแค้นใจจนต้องหนีไป

“ว้าย!  คุณ...ระวัง!” เสียงหยกร้องเตือนดังลั่นเมื่อเห็นสวยเดินแบกบันไดเหล็กเข้ามาใกล้ตำแหน่งที่หญิงสาวยืนมองรูปถ่ายอดีตเจ้าของบ้านอยู่ แต่แล้วจู่ๆ สาวใช้ร่างใหญ่ก็เกิดหันกลับอย่างกะทันหัน

บัวบูชาสะดุ้ง หันขวับไปตามเสียงเตือน  ทว่าไม่ทัน บันไดเหล็กกระแทกเข้าที่หน้าผากเธออย่างจัง  หญิงสาวเซแซดไปชนผนังห้อง และต้องเอามือยันไว้เพื่อพยุงตัวไม่ให้รูดลงไปกองกับพื้น

“อุ๊ยตาย... ขอโทษค่ะ ไม่ทันระวัง” เสียงแหบๆ ที่เอ่ยคำขอโทษนั้นฟังออกว่าทำแบบขอไปที ไม่ได้สำนึกผิดแต่อย่างใด

“ซุ่มซ่ามไม่ดูตาม้าตาเรือเลยแก” หยกตำหนิสวย พลางวิ่งมาประคองบัวบูชา

“เจ็บไหมคะ  ตายจริง!  หัวแตกเลือดไหลด้วย”

“ไม่เป็นไร” บัวบูชาตอบหยกแต่มองสวยนิ่ง  เธอมั่นใจว่าสาวใช้คนนี้จงใจ เพราะเห็นแววสะใจในสีหน้า แม้จะเพียงชั่วแวบเดียวก็ตามที

“แล้วนั่นแกแบกบันไดขึ้นมาทำไม” หยกถามอย่างสงสัย

“จะปลดม่านห้องคุณท่านไปซัก”

“ใครใช้แก ทุกทีร้านมาเก็บไปเองนี่นา” หยกถามอย่างสงสัย

“คุณอรใช้เอง” เสียงคนมาใหม่ดังขึ้นใกล้บันได  เมื่อทุกคนหันไปก็เห็นองค์อรยืนกอดอกมองอยู่

“รีบทำเข้าสิ สวย”

“ค่ะ” สวยรีบรับปาก แล้วเดินแบกบันไดเข้าไปในห้อง โดยไม่สนใจว่าจะเฉียดหรือกระแทกศีรษะใครอีก  หยกต้องประคองบัวบูชาให้พ้นทาง พร้อมมองเพื่อนร่วมงานด้วยสายตาตำหนิ  แต่ก็ทำได้แค่มอง ก่อนหันไปทางองค์อรเมื่อได้ยินคำถาม

“ทำความสะอาดห้องคุณอรเสร็จหรือยัง หยก”

“ยังคะ อีกนิดเดียวค่ะ” หยกละล่ำละลักบอก ก่อนปล่อยมือที่ประคองบัวบูชาอยู่แล้วเดินแกมวิ่งกลับเข้าไปทำความสะอาดต่อ

องค์อรที่ยืนอยู่ใกล้บันไดเหลียวมองลงไปด้านล่างแล้วรีบเดินไปหาคนที่ยืนกุมหน้าผาก ทำหน้าสลดจีบปากจีบคอ

“ตายแล้ว  สวยทำไมซุ่มซ่ามแบบนี้  เจ็บไหมบุษ ไปจ้ะ...คุณอรทำแผลให้”

บัวบูชายอมรับว่าแปลกใจในคำพูดและความอาทรที่เจ้าหล่อนเสนอมาแบบปัจจุบันทันด่วน  ทว่าเสียงฝีเท้าและคำถามจากศุภรุจน์ก็ทำให้เธอกระจ่างโดยทันที  ที่แท้องค์อรก็เสแสร้งเพราะรู้ว่าพี่ชายกำลังเดินขึ้นบันไดมานี่เอง

ผู้หญิงคนนี้น่ากลัว!

“บุษเป็นอะไร”

“คุณรุจน์...ช่วยทีค่ะ  บุษหัวแตก  สวยแบกบันไดไม่ระวัง กระแทกโดนบุษ  นี่คุณอรกำลังจะพาไปทำแผล”

“ไม่เป็นไร พี่ทำเอง”

ศุภรุจน์รีบบอก แล้วจับต้นแขนพาคนเจ็บกลับไปที่ห้องนอน  โดยมีสายตาเคืองขุ่นขององค์อรมองตามไปจนลับตา



ฝากอิบุ๊ค คลิกที่ปกได้เลยค่ะ ขอบคุณค่ะ







และอีกมากมาย Click

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

0 ความคิดเห็น