ซ้อนกลรัก by มุกเรียง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 12,722 Views

  • 9 Comments

  • 143 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    47

    Overall
    12,722

ตอนที่ 33 : บทที่ ๙

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 776
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    3 ต.ค. 61


รถสองคันแล่นเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์ใหญ่ที่ตั้งตระหง่านท่ามกลางแมกไม้น้อยใหญ่นานาพันธุ์ กึ่งกลางคฤหาสน์มีบันไดหินอ่อนกว้างขวางทอดสู่ประตูบานใหญ่  จากหน้ามุข ยังมองเห็นปีกตึกซ้ายขวาที่มีระเบียงยาวตลอดแนวได้อย่างชัดเจน  สาวใช้ในชุดสีน้ำเงินเดินแกมวิ่งเข้ามาเพื่อต้อนรับและเปิดประตูรถให้นายจ้างตามหน้าที่

ศุภรุจน์ซึ่งทำหน้าที่สารถีรถคันหน้า มองผ่านกระจกแล้วยิ้มที่เห็นคนนั่งเบาะหลังมองบ้านของเขาอย่างตื่นตา  ชายหนุ่มลงจากรถแล้วเปิดประตูให้เธอพร้อมเอ่ยชวน

“บุษ...ลงมาสิจ้ะ นี่บ้านของเรา”  

เอ่ยเสียงนุ่ม ก่อนจะสะดุ้งกับเสียงปิดประตูรถโครมใหญ่เมื่อองค์อรก้าวลงจากที่นั่งด้านหน้าคู่กับเขา ตามด้วยเสียงปิดประตูจากรถคันหลังของนนทรีที่ขับตามมาซึ่งดังไม่แพ้องค์อร  พอเหลียวมองก็เห็นเจ้าหล่อนก้าวฉับๆ ตามองค์อรเข้าไปในบ้านแล้ว  

ศุภรุจน์ส่ายหน้าช้าๆ อย่างระอา ก่อนก้มลงมองคนที่ยังนั่งนิ่งอยู่ในรถ แล้วเอ่ยชวนอีกครั้ง

“ลงมาจ้ะ”

...บุษ บ้านหลังนี้หรือที่ตัวเคยมาอยู่

บัวบูชาก้าวลงจากรถอย่างลังเล  เธอพยายามบอกเขาว่าเธอไม่ใช่บุษบงกช แต่เขากลับไม่เชื่อ  ซ้ำยังคิดว่าเธอตกใจหวาดกลัวจนเสียสติ  เขาพาเธอกลับมาที่นี่คงเพราะต้องการฟื้นความทรงจำ

...แล้วตัวล่ะบุษ อยากให้เค้ามาหาความจริงแล้วแก้แค้นให้ตัวใช่หรือเปล่า

สาวใช้สองคนที่เห็นว่าศุภรุจน์เปิดประตูให้ใครถึงกับตะลึง หันมามองหน้ากันแล้วกระซิบกระซาบ

“คุณบุษนี่หว่า กลับมาทำไม” สาวใช้ชื่อสวย แต่รูปร่างหน้าตาผิดกับชื่อลิบลับ พูดขึ้น

“คุณรุจน์ตามกลับมาจนได้ คงรักมาก ทิ้งไม่ลง” หยก สาวใช้อีกคนที่ผิวขาว รูปร่างผอม  ต่างกับสวยที่อ้วนดำลิบลับ เริ่มเดา

“ทั้งที่หนีตามหมอเอกไปนี่นะ ทุเรศ!” สวยลอบเบ้ปากเหยียดหยามคนที่เอ่ยถึง

“ไม่ใช่เรื่องของแก รีบไปยกกระเป๋าเถอะ”

หยกรีบเบรกเพื่อนร่วมงานทันที ก่อนจะเดินไปเปิดกระโปรงท้ายรถเพื่อยกกระเป๋าและข้าวของเครื่องใช้ของนายจ้างลงมา  ขณะที่สวยยังมองตามแผ่นหลังของผู้หญิงที่ตนคิดว่าเป็นบุษบงกชไม่วางตา จนหยกต้องเร่งให้มาช่วยยกของ สาวใช้ร่างใหญ่ผิวคล้ำจึงหันมาค้อนพร้อมทำเสียงฮึดฮัดใส่ ก่อนมาช่วยทำงานในที่สุด

“เอากระเป๋าไปไว้ในห้องฉันทั้งสองใบนะ” ศุภรุจน์สั่งเมื่อสองสาวใช้หิ้วกระเป๋าเข้ามาในห้องโถง

“ค่ะ” สองคนรับคำแล้วเดินเลี่ยงขึ้นบันไดไปทันที

องค์อรกับนนทรีต่างหันมองหน้ากัน ความไม่พอใจฉายชัดบนใบหน้าอย่างไม่ปิดบัง ก่อนที่เจ้าของบ้านสาวจะเอ่ยขึ้น

“คุณแนนอยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันก่อนค่อยกลับนะ คุณอรขอตัวไปล้างหน้าล้างตาก่อน” เธอลุกขึ้นแล้วเดินผ่านหน้านนทรีและพี่ชายไปทันที

“นั่งเล่นไปก่อนนะแนน เดี๋ยวพี่ลงมา” ศุภรุจน์บอกนนทรี แล้วหันมาหาหญิงสาวที่เหมือนกำลังมองกวาดไปทั่วบ้านอย่างสนใจ

“ไปห้องนอนเรากันจ้ะ บุษ”

...ห้องนอนเราเขากำลังประคองเธอขึ้นบันไดไปห้องที่บุษบงกชเคยอยู่กับเขา! 

บัวบูชาขืนตัวทันทีเมื่อมาถึงประตูห้องนอน ไม่ยอมเข้าไปทั้งที่ยอมเดินตามเขามาอย่างว่าง่าย

“เข้าไปสิบุษ นี่ห้องนอนของเรายังไงล่ะ”

“ฉันชื่อบัว ไม่ใช่บุษ  ทำไมถึงไม่เชื่อ” บัวบูชาบอกเขาเสียงแข็ง สบตาคู่ที่ก้มลงมามองนิ่ง  มีรอยยิ้มเอ็นดูในสีหน้าและดวงตาเขา

ทำไมก่อนหน้านี้หารอยยิ้มและแววตาอย่างนี้ไม่เจอล่ะ  บัวบูชาอดสงสัยไม่ได้

“ไว้ค่อยๆ ทบทวนความจำนะจ๊ะ  ตอนนี้บุษยังไม่หายดี ต้องพักผ่อนมากๆ  เข้าไปเถอะ” พูดพลางก็รุนหลังเธอเข้าไปในห้อง  หญิงสาวร่างแบบบางซ้ำยังไม่ฟื้นไข้ดีจึงจำต้องเดินเข้าไปอย่างไม่มีทางเลี่ยง

“หยกจัดเสื้อผ้าคุณบุษเข้าตู้ให้เรียบร้อย  ส่วนสวย ไปบอกแม่ครัวทำอาหารอ่อนๆ สำหรับคุณบุษด้วยนะ” ศุภรุจน์สั่งสาวใช้ที่ยกกระเป๋าขึ้นมา  ทั้งสองรับคำ  หยกกลับเข้าห้องไปทำงานตามสั่ง ขณะที่สวยเดินเบ้ปากลงบันไดไป

“นอนพักสักครู่นะบุษ ถึงเวลาอาหารพี่จะให้เด็กมาตามเอง”  

เขายังขอร้องแกมบังคับให้เธอนอนลงบนเตียง แล้วดึงผ้ามาคลุมให้  ก้มลงจูบหน้าผากก่อนจะเดินออกไปจากห้อง ทิ้งหญิงสาวไว้กับสาวใช้ที่กำลังจัดเสื้อผ้าเข้าตู้

ทันทีที่ประตูปิดลง บัวบูชาก็เช็ดรอยจูบอย่างรังเกียจ  แล้วเด้งตัวขึ้นนั่ง หันไปมองสาวใช้ที่กำลังจัดเสื้อผ้าของเธอเข้าตู้  ไม่ใช่สิ ทุกชิ้นคือเสื้อผ้าของบุษบงกชต่างหาก

หญิงสาวลงจากเตียงแล้วเดินไปใกล้ๆ

“เธอชื่อหยกเหรอ” ถามเพื่อความมั่นใจอีกครั้งแม้จะได้ยินศุภรุจน์เรียกแล้ว  

เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นมองเธอ ก่อนพยักหน้าช้าๆ อย่างงงๆ  แล้วลงมือทำงานต่อ

“ฉันชื่อบัว”

บัวบูชาแนะนำตัว ส่งผลให้หญิงสาวชื่อหยกเงยหน้าขึ้นมองเธออีกครั้งพลางนิ่วหน้า รีบลงมือจัดเสื้อผ้าเข้าตู้อย่างเร็วจนมือไม้สั่น พร้อมกับแอบเหลือบตาขึ้นมองเธอเป็นระยะๆ จนบัวบูชาอดสงสัยไม่ได้ บัวบูชาขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิมแล้วแตะข้อมือผอมๆ ของหยก

“เฮ้ย!” หยกสะดุ้ง อุทานเสียงหลงแล้วรีบชักมือกลับ

“กลัวฉันทำไม” บัวบูชาถามอย่างแปลกใจ เลิกคิ้วสูงเมื่อจ้องหน้าซีดๆ ของสาวใช้ร่างผ่ายผอม

“มะ...ไม่ได้...กะ...กลัวค่ะ”  แม้แต่คำปฏิเสธยังสั่นพร่า ผิดกับคำว่าไม่กลัวของตนนัก

“ไม่กลัวแล้วตัวสั่นเสียงสั่นทำไม” บัวบูชาถามกลั้วหัวเราะ

“ฉันไม่ใช่ผี ไม่ใช่ยักษ์ใช่มารนะ  ฉันชื่อบัว” เธอย้ำอีกครั้ง ทว่าหยกกลับส่ายหน้าวุ่น

“คุณบุษอย่าล้อเล่นแบบนี้สิ หนูไม่สนุกด้วยนะคะ” พูดเหมือนจะร้องไห้เสียให้ได้

“ฉันไม่ใช่บุษ ฉันชื่อบัว” บัวบูชาย้ำอีกครั้ง        

“เฮ้ยไม่เอาแล้ว” หยกรีบปิดกระเป๋าแล้วปิดตู้เสื้อผ้าทั้งที่ยังจัดไม่เสร็จ เร่งรีบออกไปจากห้อง  ทิ้งหญิงสาวที่หายไปจากบ้านนับปีและกลับมาพร้อมกับบอกว่าตนเองคือคนอื่นไว้ตามลำพัง

...ทำไมนะ บอกไปใครก็ไม่เชื่อ  หรือบุษอยากให้เค้าอยู่ในคราบของตัวต่อไป?

แต่มันน่ากลัวรู้ไหมบุษ  นายคนนั้นน่ากลัว ร้ายกาจ ทำเค้าเกือบเอาชีวิตไม่รอด  เค้าอยากไปจากที่นี่ กลับไปหาภู ใช้ชีวิตปกติของเค้านะ 


ฝากอิบุ๊ค คลิกที่ปกได้เลยค่ะ ขอบคุณค่ะ







และอีกมากมาย Click

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

0 ความคิดเห็น