ซ้อนกลรัก by มุกเรียง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 12,723 Views

  • 9 Comments

  • 143 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    48

    Overall
    12,723

ตอนที่ 22 : บทที่ ๗

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 788
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    8 ก.ย. 61


เหนื่อยสายตัวแทบขาดเป็นแบบนี้หรือเปล่า...บัวบูชาถามตนเอง  ตั้งแต่เกิดมาเธอยังไม่เคยรู้สึกเหนื่อยล้าจากการทำงานบ้านเช่นนี้มาก่อน เพราะไม่เคยมีใครใช้ให้เธอทำงานมากมายอย่างที่ผู้ชายคนนั้นบังคับให้ทำ  จริงอยู่ การทำอาหารอาจดูไม่หนักหนาเหมือนงานอื่น  แต่หลังจากทำอาหารตามใจสองคนพี่น้องแล้ว เธอยังต้องเก็บล้างทำความสะอาด ก่อนจะได้กลับขึ้นมาอาบน้ำเตรียมเข้านอนแบบนี้

เจ้าของร่างแบบบางในชุดนอนผ้าฝ้ายแสนสบายเหยียดตัวยาว ยืดแขนยืดขาผ่อนคลายเต็มที่ ก่อนสะดุ้งสุดตัวลุกขึ้นมองทางประตูเมื่อได้ยินเสียงทุบดังโครมคราม ตามด้วยเสียงเรียก

“บุษ!  เปิดประตู”

บัวบูชาหน้าตาเหรอหรา รีบไปหาเสื้อคลุมมาสวมเพราะเธอเตรียมเข้านอนแบบไร้ชุดชั้นใน  ปากก็ตะโกนกลับไปอย่างฉุนเฉียว

“จะมาเรียกทำไมอีก คนจะนอน”

“เปิด!” เสียงเฉียบขาดดังมาจากด้านนอกตามด้วยการขย่มประตูเสียงดังไม่หยุด

“มาแล้วค่ะๆ” บัวบูชาส่งเสียงประชดแกมระอา รีบเปิดประตูทันทีหลังจากสวมเสื้อคลุมเสร็จ

“ทำไมช้านัก” เขาตำหนิเสียงแข็ง ก่อนปรายตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วยิ้มเยาะมุมปาก รู้ทันทีว่าทำไมเจ้าหล่อนถึงมาเปิดประตูช้า  นี่คงกลัวเขาจะทำอะไรๆ กระมัง ถึงสวมเสื้อคลุมเสียมิดชิดขนาดนี้

คนอย่างนายรุจน์ไม่กลับมากินของเก่าที่คายทิ้งไว้หรอกนะ แม่บุษบงกช...เขาอยากพูดใส่หน้าเธอแต่ก็ทำได้แค่คิด เพราะไม่อยากจะทำร้ายจิตใจเจ้าหล่อนมากเกินไป

บัวบูชาเลือกที่จะเงียบไม่ตอบคำถามเขา รีบเบี่ยงตัวหลบเมื่อเขาเดินตรงมาดื้อๆ  แต่แล้วก็ต้องอ้าปากค้างเมื่อเขาทิ้งตัวลงนอนบนเตียงตรงที่เธอเหยียดตัวนอนสบายเมื่อครู่ อดถามไม่ได้

“คุณ...อย่าบอกนะว่า...”

“ใช่ ฉันจะนอน ง่วงแล้ว  ปิดไฟด้วย” เขาตอบง่ายๆ  แถมท้ายด้วยการออกคำสั่งแล้วหลับตาทันที

“ไม่ได้นะ คุณ...”

บัวบูชาร้องค้าน ก่อนจะอึ้งไปเมื่อเขาลืมตาขึ้นมองด้วยดวงตาวาวโรจน์

...จะบ้าหรือบัว แค่เขามองจ้องมาก็พูดไม่ออกหรือ  กลัวเขาทำไม กลัวทำไม

หญิงสาวถามตัวเอง แต่ก็หาคำตอบไม่ได้  รู้แต่ว่าจำต้องนิ่งเงียบไว้ก่อน เพราะนอกจากเขาจะลืมตาขึ้นแล้ว ยังลุกขึ้นนั่งมองเธอนิ่ง

“รังเกียจผัว?” รอยยิ้มเยาะปรากฏขึ้นบนมุมปากอีกครั้ง  เขาเคยยิ้มแบบนี้ใส่คนอื่นแล้วถูกบุษบงกชตำหนิทันทีว่าไม่ชอบให้เขาทำแบบนั้น เพราะมันทำให้ความเป็นสุภาพบุรุษทุกกระเบียดนิ้วของเขามัวหมองลง  ตอนนั้นเธอขอร้องเขาเสียงอ่อนเสียงหวานว่าอย่ายิ้มเยาะใครอีก เขาเองก็รับปากกับเธอเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะไม่ทำถ้าเธอไม่ชอบ จะวางหน้านิ่งๆ แทน แต่เวลานี้เขาจงใจยิ้มเยาะใส่เธอ

ขณะที่บัวบูชาตอบโต้เขาในใจ  ...รังเกียจผัว?  รังเกียจน่ะใช่!  รังเกียจคำพูดและท่าทียียวนของนายมาก  แต่นายไม่ใช่ผัวฉัน!

“ใช่ รังเกียจเพราะเวลานี้คุณไม่ใช่  ออกไปจากห้องฉันได้แล้ว ฉันจะนอน”

“กล้าไล่ผัว” ศุภรุจน์ลุกพรวด กระโจนทีเดียวถึงตัว ลากหญิงสาวมาเหวี่ยงลงบนเตียงแล้วตามลงไปคร่อมร่างแบบบางในชุดรัดกุมเอาไว้

“ว้าย!  อย่านะ!” บัวบูชาร้องเสียงหลงอย่างตกใจ  ความหวาดกลัวทำให้เธอผลักไสเขาพัลวัน  แต่เหมือนยิ่งต่อต้าน เขาก็ยิ่งรุกไล่  ใบหน้าเขาก้มต่ำลงมาชิดใบหน้าเธอ และสัมผัสกันอย่างที่เธอไม่ต้องการ

“ไม่นะ...”  ไม่ทันได้พูดอะไรไปมากกว่านั้น ริมฝีปากของเธอก็ถูกปิดโดยทันที

ไม่นะ!  ไม่...

บัวบูชาเม้มปากสนิท กลัวเหลือเกินว่าเขาจะแทรกปลายลิ้นเข้ามา

เพล้ง!

เสียงของตกแตกดังมาจากนอกห้อง หยุดการกระทำของศุภรุจน์ได้ทันควัน  เขาผละจากหญิงสาว เปิดประตูออกไปจากห้องด้วยสีหน้าร้อนรน  เช่นเดียวกับบัวบูชาที่อยากรู้ถึงที่มาของเสียงนั่น จึงรีบวิ่งตามออกไป

“คุณอร”  ศุภรุจน์เดินเลี่ยงเศษแก้วที่ตกกระจายบนพื้นตรงไปหาน้องสาวที่ยืนเกาะราวระเบียงบันไดใกล้ห้องนอนของตนเอง

“เป็นอะไรคะ” เขาถามเสียงอ่อนโยน

“คุณอรหิวน้ำ ลงไปเอาน้ำมา  แต่มือสั่น เลยทำแก้วหลุดมือค่ะ” เธอบอกพี่ชายแต่ตวัดหางตามองหญิงสาวที่ตามออกมาจากห้องแวบหนึ่ง ก่อนจะหันมามองพี่ชายที่เอ่ยอย่างห่วงใย

“หิวน้ำทำไมไม่ใช้บุษลงไปเอาให้ ลงไปเองทำไมคะ  เห็นหรือยังว่าเดินเหนื่อยแล้วมันเป็นยังไง  ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะครับ  ไป...เข้าไปรอในห้องก่อน เดี๋ยวพี่ไปเอาน้ำมาให้”  ก่อนจะหันไปทางคนที่เขารู้ว่าเดินตามออกมา

“เก็บกวาดเศษแก้วด้วย”

เขาสั่งแล้วเดินไปโดยไม่สนใจว่าสีหน้าของคนฟังจะเป็นอย่างไร เพราะถึงไม่เต็มใจ เธอก็จำต้องทำ  บัวบูชาหยิบถังขยะใบเล็กๆ ที่วางอยู่บริเวณนั้นมาเก็บเศษแก้วชิ้นใหญ่ๆ ใส่ลงไปก่อน  เก็บๆ ไป หญิงสาวก็อดแปลกใจไม่ได้  ดูจากเศษแก้วที่กระจายเต็มพื้นและรอยเปียกที่ผนังมันไม่ชวนให้คิดเลยว่าองค์อรทำแก้วหลุดมืออย่างที่บอก แต่มันเหมือนถูกขว้างใส่ผนังเสียมากกว่า

...หรือองค์อรจะแกล้งทำเสียงดังเพื่อช่วยเรา?

คิดมาถึงตรงนี้ บัวบูชาก็คลี่ยิ้มบางๆ  แต่แล้วรอยยิ้มนั้นก็มลายหายไปทันที เมื่อ...

“อุ๊ย!

มือที่เอื้อมไปหยิบเศษแก้วถูกเท้าเล็กๆ ข้างหนึ่งยื่นมาเหยียบไว้ เป็นเท้าที่สวมรองเท้าสำหรับเดินในบ้าน  ความรู้สึกเจ็บแปลบแทงเข้าปลายนิ้ว

บัวบูชาเงยหน้าขึ้นมองทันที ก่อนครางเสียงแผ่วอย่างแปลกใจและตกใจ

“คุณอร...”

แวบแรกที่เงยหน้าขึ้นสบตาองค์อร บัวบูชารู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว  ดวงตาของหญิงสาวผู้บอบบางยามนี้แข็งกร้าวอย่างน่ากลัว ทั้งยังจ้องมองมาด้วยสายตาเคียดแค้นชิงชัง  ไม่เพียงเท่านั้น ยังกดน้ำหนักเท้าลงมาบดขยี้อย่างไม่ปรานี

“โอ๊ย! เจ็บ!” บัวบูชาพยายามดึงมือออกแต่ก็ไม่เป็นผล  ความเจ็บปวดทำให้เรี่ยวแรงลดน้อยถอยลง ขณะที่องค์อรดูเหมือนจะมีเรี่ยวแรงมากมายอย่างไม่น่าเชื่อ  กำลังคิดหาทางแก้ไขสถานการณ์ แต่แล้วจู่ๆ องค์อรก็ยกเท้าออก

“ขอโทษ ฉันไม่ทันระวัง”

บอกพร้อมก้าวถอยหลังไปเล็กน้อย เป็นเวลาเดียวกับที่ศุภรุจน์ก้าวขึ้นบันไดมาพอดี

บัวบูชาจึงรู้สาเหตุที่องค์อรยอมรามือ ...เจ้าหล่อนเสแสร้งอย่างน่ากลัว!

“ทำไมซุ่มซ่ามจริง”  ทันทีที่เห็นเลือด เขาก็ตำหนิเธอโดยไม่ถามไถ่  ก่อนจะเดินเข้าไปหาน้องสาว ประคับประคองกันเข้าไปในห้อง

บัวบูชาเหลือบตามองด้วยความฉงนระคนน้อยใจ ...นี่น่ะหรือบุษ คนที่ตัวรัก?

“ดื่มน้ำแล้วนอนเลยนะคะ” ศุภรจุน์บอกน้องสาว ก่อนทำท่าจะผละออกไป แต่องค์อรรั้งมือเขาไว้

“คุณรุจน์ คุณอรไม่ได้ตั้งใจนะคะ” สีหน้าคนพูดเหยเกแทบจะร้องไห้อยู่รอมร่อ

“เรื่องอะไรคะ” คนเป็นพี่เอ่ยถามอย่างสงสัย

“เมื่อกี้คุณอรเดินเข้าไปจะช่วยบุษเก็บเศษแก้ว แต่เผลอไปเหยียบมือบุษเข้า ทำให้เศษแก้วบาดมือ  บุษจะโกรธคุณอรรึเปล่าไม่ทราบ  คุณรุจน์ช่วยขอโทษบุษแทนคุณอรอีกครั้งนะคะ”

“เรื่องนั้นน่ะเอง...ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พักผ่อนเถอะ”

เขายิ้มขำกับความกังวลเกินเหตุของน้องสาว ...นึกว่าเรื่องหนักหนาสาหัสอะไรมากมาย ที่แท้ก็แค่เรื่องทำเศษแก้วบาดมือผู้หญิงคนนั้น  เขาเห็นแล้วว่ามือเจ้าหล่อนมีเลือดไหล อาจจะดูมากไปนิด แต่คงไม่เป็นอันตรายร้ายแรงอะไร  

ชายหนุ่มห่มผ้าให้คนเป็นน้อง จุมพิตหน้าผากเบาๆ  กล่าวราตรีสวัสดิ์ ปิดไฟ แล้วเดินออกจากห้อง

หน้าห้องตรงจุดที่แก้วตกแตกบัดนี้ว่างเปล่า  ไม่มีร่างของคนที่ก้มเก็บเศษแก้วอยู่เมื่อครู่  ไม่มีคราบน้ำและเศษแก้วกระจายเกลื่อน เธอทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อยและคงกลับเข้าห้องไปแล้ว  ศุภรุจน์ตั้งใจจะเดินผ่านห้องนั้นไป แต่กลับสะดุดตากับหยดเลือดตรงหน้าประตูจึงเปลี่ยนใจ


ฝากอิบุ๊ค คลิกที่ปกได้เลยค่ะ ขอบคุณค่ะ







และอีกมากมาย Click

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

0 ความคิดเห็น