ซ้อนกลรัก by มุกเรียง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 12,721 Views

  • 9 Comments

  • 143 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    46

    Overall
    12,721

ตอนที่ 21 : บทที่ ๖

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 831
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    29 ส.ค. 61

อาหารสองจานที่วางอยู่บนโต๊ะ หากมองด้วยใจเป็นธรรม หน้าตาของมันก็ชวนรับประทาน เรียกให้น้ำลายสอได้ทีเดียว  ทว่ามันไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ สายตาคมดุแข็งกร้าวจึงตวัดมองคนที่เพิ่งวางจานอาหารลงบนโต๊ะทันที

“นี่อะไร?” ศุภรุจน์ไม่ได้ถามถึงชื่ออาหาร หากแต่ต้องการคำอธิบายว่าทำไมอาหารที่หญิงสาวทำมาจึงไม่ตรงกับความต้องการขององค์อร

“กะเพราหมูสับกับไข่น้ำ...ไม่รู้จักหรือ” บัวบูชาบอกแล้วทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้เมื่อเห็นริ้วความโกรธจับจองใบหน้าสองพี่น้อง

“คุณอรอยากกินมัสมั่นไก่กับไข่ยัดไส้” องค์อรพูดเสียงกระเง้ากระงอด

“ฉันบอกพี่ชายคุณไปแล้วว่าทำไม่เป็น” บัวบูชายังไม่ลดราวาศอก ทั้งยังเชิดหน้าใส่เมื่อศุภรุจน์มองเธอด้วยสายตาตำหนิเธออีกครั้ง

“โกหก!  เธอทำออกบ่อย ใครๆ ก็ติดใจฝีมือเธอ ขนาดคุณแม่ยังเอ่ยปากชม”

เมื่อเอ่ยถึงมารดา องค์อรก็มีสีหน้าสลดลง ก่อนจะร่ำไห้ออกมาจนคนเป็นพี่ต้องเข้าไปกอดปลอบประโลม

“ไม่เอาค่ะ...คุณพ่อคุณแม่ท่านไปสบายแล้ว” ก่อนจะหันมาทำตาดุใส่คนที่เป็นเหมือนต้นเหตุให้น้องสาวเขาเอ่ยถึงมารดาผู้ล่วงลับ กระทั่งต้องร่ำไห้เสียใจ

เมื่อเกือบสองปีก่อน หลังจากบุษบงกชหนีหายไปจากบ้านพร้อมกับเอกสิทธิ์ องค์อรก็เสียใจมากจนกินยาฆ่าตัวตาย  โชคดีที่หมอช่วยล้างท้องได้ทันเวลา องค์อรจึงไม่เสียชีวิต  ทว่ามารดาเขาซึ่งเป็นโรคหัวใจกลับตกใจจนช็อกและเสียชีวิตในเวลาต่อมา  ส่วนบิดาเขาซึ่งรักและผูกพันกับแม่ของเขามาก ไม่เพียงเสียใจกับเหตุการณ์ครั้งนี้ แต่ยังต้องรับภาระหนัก ดูแลองค์อรที่นอนรักษาตัวในโรงพยาบาล และจัดการงานศพของมารดาเขาที่วัดตามลำพังระหว่างที่เขายังหาตั๋วเครื่องบินกลับมาบ้านไม่ได้  ทำให้ในคืนหนึ่ง หลังจากสวดศพมารดาเขาเสร็จ ระหว่างขับรถมาเยี่ยมองค์อร บิดาเขาที่เหนื่อยล้าก็เกิดหลับใน ขับรถชนราวสะพานจนเสียชีวิตไปอีกคน

จึงนับว่าความสูญเสียครั้งใหญ่ของครอบครัวเขามีต้นเหตุมาจากผู้หญิงที่เขาเคยรักมากที่สุดคนนี้นี่เอง

“ไปทำมาเดี๋ยวนี้” เขาตวาดสุดเสียง ก่อนหันมาพูดราวกระซิบกับองค์อร

“คุณอรนั่งรอแป๊บนะครับ เดี๋ยวได้ทานแน่” เขาปล่อยมือจากน้องสาว ลุกพรวดมาประชิดตัวบัวบูชา กระชากต้นแขนให้เดินตามเขาเข้าไปในครัวทันที  แม้องค์อรจะร้องห้ามว่าไม่เป็นไร เธอรับประทานอาหารที่ทำมาแล้วก็ได้ แต่เขาไม่ยอมฟังเสียง ยังแสดงอำนาจเหนือหญิงสาวจนมาถึงครัว

“ไปหยิบของที่ต้องใช้มา  ฉันซื้อมาเอง รู้ดีว่าวัตถุดิบและเครื่องปรุงมีครบสำหรับทำทั้งสองอย่าง” เขาปล่อยมือหญิงสาวแล้วผลักเบาๆ ไปทางตู้แช่แข็งขนาดใหญ่

“รู้ดีก็ทำเองสิ บอกแล้วว่าฉันทำไม่เป็น” บัวบูชาสวนขึ้นทันทีที่ได้รับอิสรภาพ แล้วรีบเดินหนีเมื่อเขาก้าวตาม  ทว่าไม่ทันชายหนุ่มที่ก้าวยาวๆ มาดึงเสื้อจากด้านหลัง กระชากจนร่างบางเซมาชิดตัวเขา

“พูดใหม่ซิบุษ” เสียงข่มขู่ตะคอกอยู่ข้างหู

บัวบูชาจะดิ้นหนีก็กลัวเสื้อจะขาด ครั้นจะปลดมือเขาออกก็จนปัญญา จึงได้แต่ฟาดเปะปะไปข้างหลัง โดนเขาบ้างไม่โดนบ้าง

“ปล่อยนะ ก็บอกว่าทำไม่เป็นๆ  ไม่เข้าใจหรือยังไง”

“จะทำไม่เป็นได้ยังไง ก็เธอเคยทำ  หรือมัวแต่ไปทำอย่างอื่นมัดใจผู้ชายคนแล้วคนเล่าจนลืมสูตรอาหารมัดใจคนบ้านนี้ไปแล้ว”

ประชดแดกดันเธอไป เขาก็เจ็บแปลบหัวใจเสียเอง  บุษบงกชทำอาหารอร่อยถูกปากคนทั้งบ้านจนมารดาเขาที่ทำอาหารอร่อย รวมทั้งองค์อรที่เก่งและร่ำเรียนการทำอาหารมาโดยตรงยังเอ่ยปากชม  เขาเองตอนที่บินไปเรียนต่อใหม่ๆ ก็ติดรสมือเธอจนอยากจะบินกลับมาเสียให้ได้  แต่ติดในรสอาหารก็ไม่อาจเทียบความถวิลหาในรสเสน่หาในตัวเจ้าหล่อน

บัวบูชาฟังที่เขาพูดแล้วก็อดคิดไม่ได้  ...คำก็ว่า สองคำก็ตำหนิ  นี่ตัวสำส่อนจริงๆ  หรือผู้ชายคนนี้คิดไปเองกันแน่บุษ?

หญิงสาวถอนใจ  เฉพาะหน้าตอนนี้ ในเมื่อเขาไม่ยอมฟัง ยังยืนยันให้เธอทำ แถมยืนคุมอยู่ไม่ห่าง เธอก็จะทำให้  จะว่าไป การทำอาหารก็ไม่ใช่เรื่องยากหากสนใจจริงๆ  เพียงแต่เธอไม่สนใจจะทำเพราะถือว่ามีคนทำอร่อยอยู่ใกล้ตัวแล้ว  ตอนเล็กๆ ก็มีบุษบงกชที่เธอชี้นิ้วสั่งให้ทำโน่นทำนี่ได้ดั่งใจทั้งที่เป็นแฝดผู้พี่  ตอนถูกพ่อแม่อัปเปหิไปจากบ้าน ยกให้เป็นลูกบุญธรรมของลุงกับป้า  ทั้งลุงป้ารวมถึงแม่ครัวในร้านอาหารที่ลุงเป็นเจ้าของ ก็คอยทำให้กินเสมอ เธอจึงไม่ลำบากในเรื่องอาหารการกินจนต้องลุกมาทำเอง  แต่เวลานี้เมื่อถูกบังคับ เธอก็จะทำตามสั่ง แต่ไม่รับประกันรสชาติที่ออกมา

โชคดีที่ศุภรุจน์ซื้อพริกแกงสำเร็จรูปมาด้วย และหลังซองก็มีสูตรอาหารพร้อมวิธีทำที่สะดวกสบายสำหรับแม่บ้านสมัยใหม่อันนับเป็นจุดขายอีกอย่างของเครื่องปรุงประเภทนี้  บัวบูชาจึงรีบกวาดตาอ่านเร็วๆ เพราะไม่อยากให้เขาสงสัย  ในเมื่อเวลานี้เธอยอมเป็นบุษบงกช ก็ควรจะเป็นให้เหมือนและแนบเนียนที่สุดจนกว่าจะสืบรู้ว่าเหตุใดความรักที่เขามีให้จึงเปลี่ยนเป็นความเคียดแค้นชิงชังได้มากขนาดนี้

“อุ๊ย!”  

ถึงแม้จะระวังตัวอย่างไรในการทำอาหาร อุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ ก็เกิดขึ้นจนได้เมื่อพริกแกงที่กำลังเคี่ยวกับหัวกะทิกระเด็นมาถูกมือถูกแขน  แม่ครัวจำเป็นถึงกับร้องเสียงหลง ก่อนถอยหนีมาชนกับคนที่ยืนคุมเธอทำอาหารอยู่

“ระวังหน่อยสิ”  

เสียงดุเบาๆ ทว่าแฝงความห่วงใยทำเอาบัวบูชาอึ้งไปเล็กน้อย

“ไปล้างออก” เขาสั่งสั้นๆ ก่อนขยับเข้าไปอยู่หน้าเตาแทนเธอ  พอหญิงสาวกลับมาเขาก็ถามต่อ “ใส่ไก่ลงไปได้เลยใช่ไหม”

“คะ...ค่ะ  ใส่มันฝรั่ง แล้วตามด้วยกะทิที่เหลือเลย แล้วก็ใส่เครื่องปรุงพวกนั้น”  

หลังจากผิดคาดจนอึ้งไปกับความมีน้ำใจของเขา บัวบูชาก็บอกขั้นตอนการปรุงเท่าที่อ่านมาให้เขาฟังเร็วปรื๋อ  แต่มันคงดูเหมือนการออกคำสั่ง ศุภรุจน์จึงหันมาส่งสายตาไม่พอใจเล็กน้อย กระนั้นเขาก็ทำตามที่เธอบอกจนเสร็จ ก่อนจะถอยออกมาเพื่อให้เธอจัดการต่อ ทว่ายังทิ้งน้ำเสียงแข็งๆ เอาไว้

“ทำที่เหลือเร็วๆ ล่ะ คุณอรหิวแล้ว  แล้วทำอะไรก็ระวังด้วย”

หญิงสาวพอจะฟังออกว่าในน้ำเสียงแข็งกร้าวนั้นมีความห่วงใยเจือปนอยู่ไม่น้อย

อืม...ค่อยเหมือนคนที่เคยรักกันหน่อย  ใช่ไหม...บุษ

บัวบูชาคงไม่รู้ว่า ที่ศุภรุจน์เร่งรีบออกมาจากห้องครัวก็เพราะกลัวว่าตนเองจะใจอ่อนไปมากกว่านี้  ตอนที่เห็นหญิงสาวสะดุ้งโหยงและร้องลั่นเมื่อพริกแกงเดือดๆ กระเด็นมาโดน ความห่วงใยที่ถูกกดข่มเอาไว้ลึกๆ ในใจก็พุ่งขึ้นจนต้องรีบเข้าไปหา แล้วจัดการกับขั้นตอนนั้นเสียเอง  มันคงไม่ดีแน่หากผิวสวยๆ จะแดงเป็นจ้ำ หรือพุพองเพราะถูกของร้อนๆ กระเด็นใส่

ศุภรุจน์เผลอยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงผิวกายเนียนละเอียดนุ่มละมุนไปทั้งเรือนร่างของบุษบงกช ก่อนจะหุบยิ้มทันทีเมื่ออดคิดไม่ได้ว่า มีชายหนุ่มกี่คนที่ได้สัมผัสผิวละเอียดลออของเธอเช่นเดียวกับเขา

...อย่าใจอ่อนกับผู้หญิงคนนี้ อย่านะนายรุจน์!


ฝากอิบุ๊ค คลิกที่ปกได้เลยค่ะ ขอบคุณค่ะ







และอีกมากมาย Click

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

0 ความคิดเห็น