ซ้อนกลรัก by มุกเรียง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 12,723 Views

  • 9 Comments

  • 143 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    48

    Overall
    12,723

ตอนที่ 2 : บทที่ ๑

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2247
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    17 ส.ค. 61

 

สามปีก่อน

“...วันนี้เธอสวยเหลือเกินนะบุษบงกช...”

หญิงสาวพึมพำกับผู้หญิงในกระจกเงาบานใหญ่ตรงหน้า แล้วหมุนตัวไปมาหน้ากระจกอีกครั้งเพื่อสำรวจความเรียบร้อย ก่อนคลี่ยิ้มอย่างพึงพอใจ

บุษบงกชเพิ่งจบการศึกษาระดับอุดมศึกษาจากมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ  คืนนี้เธอกับเพื่อนๆ นัดไปฉลองกันที่ผับแห่งหนึ่ง

เมื่อถึงเวลานัดหมาย อารักษ์ เพื่อนชายคนสนิทที่เรียนมาด้วยกัน ก็มารับเธอที่หอพัก

“บุษ...สวยจัง”

ชายหนุ่มเอ่ยชมทันทีที่เห็นบุษบงกชเดินมากับเพื่อนสนิท  เขาไม่เคยเห็นบุษบงกชแต่งตัวสวยอย่างนี้มาก่อน หรืออาจเป็นเพราะเขามองว่าเธอสวยอยู่แล้วจึงไม่ค่อยสนใจเรื่องเครื่องแต่งกายของเธอนัก  แต่วันนี้ชุดที่บุษบงกชสวมดูแปลกตาออกไปจริงๆ  จากที่เคยเห็นหญิงสาวในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนสบายๆ และลุยได้ทุกที่ วันนี้เธอกลับสวมชุดสีดำ กระโปรงสั้นกับเสื้อเนื้อบางเผยให้เห็นเสื้อเกาะอกด้านใน  ถึงแม้จะดูเย้ายวนหากก็ไม่จัดว่าโป๊ จะว่าไปก็เป็นชุดแบบที่สาวๆ สมัยนี้สวมใส่กันทั่วไป

“แนนให้ยืม” บอกออกไปแล้วก็ปรายตามองเพื่อนที่เดินมาด้วยกัน ก่อนหัวเราะคิก

ใช่ว่าครอบครัวเธอขัดสนขนาดต้องหยิบยืมเสื้อผ้าของเพื่อนมาสวมใส่  แม้เธอมาจากต่างจังหวัดแต่ฐานะทางครอบครัวก็อยู่ในขั้นร่ำรวย  บิดามารดาเป็นเจ้าของหอพักหลายแห่ง รายได้ต่อเดือนมากพอสำหรับการส่งเสียบุตรสาวสองคนเรียนในมหาวิทยาลัยเอกชน  แต่เธอโชคดีและเฉลียวฉลาดจึงสอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยรัฐชื่อดังในกรุงเทพฯ ได้

ปีแรกที่ย้ายมากรุงเทพฯ  บุษบงกชเลือกอยู่หอพักของมหาวิทยาลัย  ปีต่อมาจึงออกมาเช่าหอพักข้างนอกอยู่กับแนนหรือนนทรี เพื่อนสนิท เพื่อความสะดวกสบายยิ่งขึ้น  และที่วันนี้เธอยืมชุดของนนทรีมาใส่ ก็เพราะเจ้าหล่อนสั่งซื้อมาทางอินเทอร์เน็ตแล้วใส่ไม่พอดีตัวจึงเสนอขายต่อให้เธอ  บุษบงกชคิดแค่ว่าหากใส่ได้พอดีก็จะช่วยซื้อไว้ เพราะเห็นใจเพื่อนที่เสียเงินไปไม่น้อยแต่กลับได้ชุดที่สวมไม่พอดี  และเพียงแค่สวมชุดนี้ครั้งแรก เธอก็ได้รับคำชมจากทั้งเจ้าของชุดตัวจริงและจากอารักษ์ ประหนึ่งว่าชุดนี้ตัดเย็บมาเพื่อเธอโดยเฉพาะ

 

สายตาเกือบทุกคู่ต่างหันมองหญิงสาวในชุดดำที่กำลังเดินเข้ามาอย่างชื่นชม มีทั้งลอบมองและมองตรงๆ อย่างเปิดเผย  คนถูกมองไม่ได้ตกประหม่าหรือทำท่ารำคาญ ผิดกับชายหนุ่มที่เดินมาด้วยกันซึ่งออกอาการไม่พอใจจนต้องบ่นกระปอดกระแปด

“จะมองหาหอกอะไรกันวะ”  

แม้เสียงเขาจะเบา แต่บุษบงกชกับนนทรีที่เดินอยู่ข้างๆ ก็ได้ยิน

“เขามองเพราะอิจฉาที่นายมีสาวสวยเดินขนาบข้างถึงสองคน ไม่ชอบหรือยังไง”

“บุษน่ะสวย  แต่ส่วนแก ฉันขอคิดดูก่อนนะว่ามีส่วนไหนสวยบ้าง”

อารักษ์ย้อน นนทรีค้อนขวับ  แต่ยังไม่ทันได้โต้ตอบอะไรกันอีก บรรดาเพื่อนๆ ที่มาถึงก่อนก็โบกไม้โบกมือทักทายมา ทั้งสามจึงรีบเดินไปที่โต๊ะทันที

“แม่เจ้า!  บุษ...แกหรือนี่ เซ็กซี่จนจำไม่ได้  จบ ป. ตรีแล้ว แรดได้เต็มที่ละสิ”

เพื่อนหญิงที่สนิทสนมกันดีเอ่ยทัก แล้วพากันหัวเราะชอบใจ  ขณะที่ผู้ชายในกลุ่มต่างก็มองบุษบงกชอย่างชื่นชมไม่ปิดบัง

ทั้งหมดดื่มกินและเต้นรำกันอย่างสนุกสนานจนถึงเวลาผับปิดบริการ  อารักษ์ที่ดื่มสุราเข้าไปพอทำให้ตาเชื่อมหวาน รีบเอ่ยชวนบุษบงกชทันที

“ไปต่อกันนะบุษ”

“ไปสิ ไปต่อที่ไหนกันดี”

นนทรีเป็นคนตอบ จึงถูกชายหนุ่มหันมามองตาขุ่น ก่อนตอบกลับเสียงแข็ง

“ชวนบุษคนเดียว”

“นั่นแน่!  คิดจะไปกินตับกันละสิ” นนทรีที่อยู่ในอาการเมามายพูดออกไปเสียงดังจนหลายคนหันมามอง

“ปากนะแก  ไปๆ  กลับ” บุษบงกชดุเพื่อนสาวเบาๆ  อดจะอายไม่ได้เมื่อคิดว่าใครต่อใครอาจคิดตามคำพูดของเจ้าหล่อน เพราะทุกคนเข้าใจดีถึงความหมายของคำแสลงที่นนทรีเอ่ย  ได้แต่รีบลากคนยืนโงนเงนให้เดินไปขึ้นรถ

อารักษ์ออกอาการขัดใจที่ไม่ได้พาบุษบงกชไปเที่ยวต่อ เพราะเขาเองก็คิดจะทำแบบที่นนทรีดักคอไว้จริงๆ  ยังจำคำพูดที่เพื่อนทักบุษบงกชได้แม่นยำ...จบ ป. ตรีแล้ว แรดได้เต็มที่  ที่ผ่านมา เขากับเธออย่างมากก็แค่จับมือถือแขน ไม่เคยมีโอกาสเกินเลยไปมากกว่านั้นทั้งที่ใจปรารถนา

บุษบงกชไม่ปฏิเสธที่จะไปไหนมาไหนกับเขาตามลำพัง แต่ก็มีโอกาสน้อยครั้งมาก เพราะส่วนใหญ่จะมีนนทรีติดสอยห้อยตามไปด้วย  บุษบงกชไม่เคยบอกรักเขา แต่ก็ไม่ปฏิเสธความรักที่เขามอบให้  เธอไม่สนิทกับผู้ชายคนไหนเท่าเขา และเมื่อเพื่อนล้อว่าเป็นแฟนกัน เธอก็ไม่ปฏิเสธ  เขาจึงมั่นใจว่าเธอมีใจให้เขา แม้เธอจะบอกเขาว่าให้ดูๆ กันไปก่อน เธอจะไม่ยอมมีอะไรกับใครจนกว่าจะเรียนจบและมั่นใจว่าฝากชีวิตเอาไว้ได้

ตอนนี้ต่างคนต่างเรียนจบแล้ว อารักษ์หวังว่าเธออาจจะเปลี่ยนใจยินยอมตามใจเขาบ้าง  เพื่อนๆ ที่คบหาเป็นแฟนกันหลายต่อหลายคู่มีอะไรกันแล้วทั้งนั้น บางคนถึงขนาดเช่าบ้านอยู่ด้วยกันก็มี  ไม่ทันคิดว่านนทรีจะทำให้เสียฤกษ์  บุษบงกชคงจะอายที่เพื่อนรู้ทัน ทำให้ต้องปฏิเสธที่จะไปต่อกับเขา เขาจึงพลาดโอกาสดีๆ ไป

 

วันนี้กลุ่มเพื่อนของบุษบงกชนัดไปเที่ยวทะเลด้วยกันอีกครั้ง ก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน อำลาชีวิตนักศึกษา  บ้างจะกลับบ้านต่างจังหวัด ไปอยู่กับพ่อแม่ระหว่างรอเรียกตัวเข้าทำงาน  บางคนเช่นอารักษ์ ก็รอไปศึกษาต่อต่างประเทศ  ขณะที่อีกส่วนหนึ่งมีงานรออยู่แล้ว  บุษบงกชนั้นขอกลับไปตั้งหลักที่บ้านก่อน คิดว่าอาจจะช่วยดูแลหอพักของบิดามารดาที่เปิดใหม่เพิ่มอีกสองแห่งใกล้แหล่งชุมชนซึ่งเป็นศูนย์กลางธุรกิจ หรืออาจหางานทำใกล้บ้านเพราะเบื่อชีวิตในเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยการแข่งขันเต็มที

รถยนต์สามคันพาหนุ่มสาวสิบกว่าชีวิตมาถึงบ้านเช่าริมทะเลที่ติดต่อขอเช่าจากญาติเพื่อนคนหนึ่งล่วงหน้าเป็นสัปดาห์  ต่างแยกย้ายกันนำกระเป๋าสัมภาระข้าวของเครื่องใช้ไปเก็บ  ในบ้านพักมีห้องนอนใหญ่สองห้อง แบ่งพักแยกชายหญิงได้สบาย ซ้ำห้องด้านล่างยังพอมีที่ให้ได้เกลือกกลิ้งเล่นหากใครเมาจนลุกไม่ไหว  หน้าบ้านเป็นลานปิกนิกกว้างพอจะรองรับคนได้หลายสิบคน ถัดลงไปเป็นชายหาดที่เวลานี้สาวๆ บางคนกำลังวิ่งลงไปทักทายหาดทรายและเกลียวคลื่นเหมือนไม่เคยพบเจอมาก่อน

“เดี๋ยวแดดก็เผาเกรียมหรอก รอเย็นๆ ก่อนสิ”

เสียงคนกลัวผิวเสียตะโกนเตือนเพื่อนซึ่งส่วนหนึ่งกลับขึ้นมาเมื่อได้เหยียบทะเลสมใจแล้ว แต่บุษบงกชกับนนทรียังคงยืนมองนักเจ็ตสกีที่กำลังบังคับเครื่องยนต์แล่นโฉบเฉี่ยวยอดคลื่นอยู่กลางทะเล

“กล้ามน่ากัด” นนทรีพูดพร้อมแลบลิ้นเลียริมฝีปากเมื่อเจ็ตสกีคันนั้นแล่นผ่านหน้าไป  แม้ระยะไกล แต่ก็ยังเห็นรูปร่างล่ำสันของคนขับได้ชัดเจน

“ผิวสีแทน กล้ามใหญ่  โอ๊ย! อยากได้มาทำสามี” นนทรีพูดเหมือนละเมอ

บุษบงกชอดไม่ได้ ต้องเอื้อมไปตีแขนเข้าให้

“ยายบ้า เห็นแค่กล้ามนี่นะถึงขนาดอยากได้มาทำสามี  หน้าตาเป็นยังไงยังไม่รู้เลย”

“เวลาปิดไฟมันหล่อหมดแหละ” นนทรีพูดแล้วหัวเราะคิก มองตามเจ็ตสกีคันนั้นไปจนเห็นว่ามันแล่นเข้าจอดที่หาดหน้าบ้านถัดไปอีกสองหลัง

“ว้าว!  อยู่ที่นั่นเอง เย็นๆ จะไปเดินอ่อยซะหน่อย”

“ยังเพ้อไม่เลิกนะยายบ๊อง  ฉันไปละ ร้อนจนแสบผิวไปหมดแล้ว” บุษบงกชพูดแล้วเดินกลับขึ้นบ้านพักทันที

“รอก่อน...ไปด้วย” คนที่มัวแต่เพ้อรีบวิ่งตามเพื่อน  แต่ไม่วายจะเหลียวไปมองบ้านหลังที่เห็นนักเจ็ตสกีเดินเข้าไป  มันเป็นบ้านสองชั้นหนึ่งในห้าหลังที่ปลูกเรียงเป็นแถวด้วยแบบแปลนเดียวกัน จึงเหมารวมได้ว่ามีเจ้าของคนเดียวกัน

 

พอตะวันเริ่มคล้อย เพื่อนๆ ต่างพากันลงไปเล่นน้ำทะเลอย่างสนุกสนาน  แต่นนทรีกลับชวนบุษบงกชไปเดินเล่นริมหาด และจำเพาะเจาะจงเดินไปทางบ้านหลังนั้น

“ฉันรู้นะ แกคิดอะไรอยู่” บุษบงกชดักคอจนถูกเพื่อนสนิทค้อนให้ แต่ยังมิวายจับมือเธอลากให้ไปเป็นเพื่อนอยู่ดี

“มาๆ  ทำเป็นเดินเล่นกัน จะได้เนียน”

“เนียนมากนะจ๊ะ  แกเล่นจ้องไปทางบ้านพักเขาตาไม่กะพริบแบบนั้น คงจะเนียนแย่”

“เออน่า ก็ฉันอยากเห็นพ่อหนุ่มผิวสีแทนนั่นนี่นา”

“รู้ได้ยังไงว่าหนุ่มหรือแก่” บุษบงกชอดเย้าเพื่อนไม่ได้

“กล้ามเป๊ะขนาดนั้น ยังไงก็ไม่แก่มากมายนักหรอก  แต่ถึงจะแก่ กล้ามใหญ่ซิกซ์แพ็กแน่นๆ แบบนั้น ฉันว่ายังมีแรงทำอะไรๆ ได้อีกนาน”

“พูดอะไรของแก บัดสี”

“แกอยากคิดให้บัดสีเองทำไม ฉันละไว้ในฐานที่เข้าใจแล้วนะยะ”

นนทรีตอกกลับแล้วหัวเราะคิกจึงถูกเพื่อนสาวค้อนให้  แต่แล้วเมื่อสายตาคนค้อนตวัดผ่านไปทางบ้านพักของหนุ่มเจ็ตสกีโดยไม่ได้ตั้งใจ ก็กลับประสานเข้ากับสายตาของคนที่มองมาอยู่ก่อนแล้วจากช่องหน้าต่างชั้นสองของบ้าน จนต้องรีบหันกลับมาบอกเพื่อน น้ำเสียงตื่นเต้น

“แกอย่าเพิ่งหันไปนะ เขายืนอยู่ที่หน้าต่างชั้นสอง”

สิ้นเสียงของบุษบงกช นนทรีก็หันขวับไปทันทีราวถูกยุยงไม่ใช่ห้ามปราม  ก่อนหันกลับมาแล้วเอามือปิดปาก ทำท่าเหมือนอยากจะกรีดร้องให้ลั่นหาดด้วยความตื่นเต้น เพราะเจ้าของผิวสีแทนกล้ามสวยนั้นหน้าตาสะสวยไม่แพ้มัดกล้ามเลยทีเดียว

“โอ๊ย!  เทพบุตรตัวจริง  อ๊าย!  อยากกรี๊ด ทำยังไงดีล่ะแก!” นนทรีพูดไปเอามือป้องปากไป ก่อนเหลือบตามองอีกครั้งแล้วหลุบตาหนี เป็นแบบนี้อยู่หลายรอบก่อนตัดสินใจวิ่งกลับบ้านพักเมื่อระงับอาการตื่นเต้นเอาไว้ไม่อยู่

“ประสาท!” บุษบงกชเอ่ยตามหลัง  อดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมองคนต้นเรื่องที่ทำให้เพื่อนสาวของตนกลายสภาพเป็นคนเสียสติอีกครั้ง  แต่พอหันไปเจอรอยยิ้มที่ส่งมาจากหน้าต่างชั้นสองของบ้านหลังนั้นเข้า เธอก็ทำท่าจะเป็นเหมือนนนทรีไปอีกคน

“เขายิ้มให้เรา” บุษบงกชรีบก้มหน้าหลบตาเขา เกิดอาการตกประหม่า หัวใจหวิวหวั่นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน จนต้องรีบวิ่งตามนนทรีเข้าบ้านไป

 https://www.mebmarket.com/index.php?


 https://www.mebmarket.com/index.php?

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

0 ความคิดเห็น