ซ้อนกลรัก by มุกเรียง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 12,731 Views

  • 9 Comments

  • 143 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    56

    Overall
    12,731

ตอนที่ 15 : บทที่๕

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 992
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    27 ส.ค. 61

เช้าวันนี้ท้องฟ้าแจ่มใส อากาศเย็นสบาย สองหนุ่มสาวจับจูงมือกันเดินเล่นไปบนผืนหญ้าอ่อนนุ่มชุ่มน้ำค้าง  สีเขียวของใบไม้ที่พราวพร่างด้วยหยาดน้ำเล็กๆ ยังความสบายตายามได้ยล  ดอกไม้เบ่งบานรับแสงอรุณรุ่ง นกตัวน้อยบินโฉบเข้ามาดูดน้ำหวานจากเกสรดอกไม้แล้วบินวนส่งเสียงเจื้อยแจ้ว  

ทว่าหญิงสาวที่เดินเคียงข้างชายหนุ่มไม่ได้มีสีหน้าสดใสตามบรรยากาศรอบตัว  แม้เดินเคียงข้างกับคนที่รัก แต่กลับรู้สึกหงอยเหงา  นั่นเพราะอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าศุภรุจน์ก็จะเดินทางไปศึกษาต่อยังต่างประเทศแล้ว และทิ้งเธอไว้ในบ้านหลังนี้กับญาติมิตรของเขา

“บุษจ๋า...” ศุภรุจน์หยุดเดินแล้วเรียกชื่อหญิงสาวเสียงหวานกว่าทุกครั้ง

บุษบงกชเองก็รู้สึกว่าชื่อของเธอที่ออกจากปากเขาเมื่อครู่ช่างไพเราะเสนาะหูเสียงเหลือเกิน  อยากให้เขาเรียกอีกหลายๆ ครั้ง แต่ก็ทำได้เพียงแค่คิดเท่านั้น  

เขามองสบตาเธอแล้วยิ้มหวานพอกับน้ำเสียง ก่อนจะหยิบแหวนทองคำวงเล็กมาจากกระเป๋า สวมให้ที่นิ้วนางข้างซ้ายแล้วจุมพิตแผ่วเบา

“วันแต่งงานพี่จะสวมแหวนเพชรให้นะครับ”

“ขอบคุณค่ะพี่รุจน์” หญิงสาวกราบแทบอกเขา ก่อนเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างซาบซึ้ง

บุษบงกชไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงไม่อยากละสายตาจากเขา หญิงสาวมองเขาเหมือนจะตราตรึงเอาไว้ในความทรงจำเป็นครั้งสุดท้าย  เช่นเดียวกับศุภรุจน์ที่มองหญิงสาวอย่างลึกซึ้ง อาวรณ์อาลัยอย่างบอกไม่ถูก รู้แต่เพียงไม่อยากจากเธอไปไหนทั้งนั้น...

 

ศุภรุจน์ลุกจากร่างที่นอนแน่นิ่ง ก่อนดึงผ้าห่มมาคลุมให้เพราะคิดว่าอากาศในห้องคงเย็นเกินไปสำหรับคนสวมชุดเจ้าสาวแบบเกาะอก  เขาเพ่งพิศวงหน้าที่แสนสวยนิ่งนาน ในห้วงเวลาที่เผลอไผล ความคะนึงหาอาวรณ์ก็ฉายชัด  แต่ก็เป็นเพียงชั่วอึดใจเดียวเท่านั้น เมื่อเขารู้ตัวและกลับมาสู่ปัจจุบัน ดวงตาคมกล้าก็ประจุความโกรธแค้นเอาไว้เช่นเดิม  

ชายหนุ่มเลื่อนสายตามาตามลาดไหล่นวลเนียน จนมาสะดุดที่มือเรียวซึ่งโผล่พ้นชายผ้าห่มออกมา แสงจากแหวนเพชรวงใหญ่มีเพชรเรียงกันสามเม็ดซึ่งประดับอยู่บนนิ้วนางซ้ายของเธอแยงตาเขา ทำให้ไพล่นึกไปถึงแหวนทองคำวงเล็กที่เคยสวมให้เธอ พร้อมคำมั่นสัญญาว่าจะมีแหวนเพชรมาเปลี่ยนให้ในวันวิวาห์  ไม่คาดคิดเลยว่าการมองสบตากันอย่างแสนหวานหลังจากสวมแหวนในวันนั้นจะเป็นการสื่อความรักผ่านดวงตาครั้งสุดท้าย เพราะเมื่อเขากลับมาบ้านตอนปิดเทอมแรก บุษบงกชดูแปลกไปมาก


หลังจากไม่ได้พบหน้ากันหลายเดือน กอดแรกของเขากลับดูเหมือนทำให้เธออึดอัด  บุษบงกชยืนตัวแข็งในอ้อมกอดที่เขาบรรจงมอบให้ด้วยความรักและความคิดถึง  เธอไม่สบตาเขา จะเพราะตกใจ คาดไม่ถึงว่าเขาจะกลับมา หรือเพราะเหตุใดก็เหลือจะเดา  ที่เขากลับบ้านโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ก็เพราะต้องการทำให้คนทั้งบ้านแปลกใจเล่น แต่เขากลับต้องแปลกใจในท่าทีห่างเหินของคนเป็นเมียเสียเอง

“เป็นอะไรไปคะคนดี ไม่ดีใจหรือที่พี่กลับมาหาบุษ” เขาเชยคางหญิงสาวขึ้น บังคับกลายๆ ไม่ให้เธอหลบตาเขา

“เปล่าค่ะ แค่แปลกใจที่พี่รุจน์กลับมาเงียบๆ” เธอบอกเสียงค่อย  ดวงตาดำขลับที่จำต้องสานสบตาเขาโดยไม่อาจหลบเลี่ยงบอกความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะแยกแยะ แต่หนึ่งในนั้นคือละอายใจ

เขาบรรจงจูบหน้าผากเธออีกครั้ง เนิ่นนานให้สมกับความคะนึงหา แล้วกอดกระชับร่างแบบบางไว้ รับรู้ถึงความผ่ายผอมที่ครองเรือนร่าง  แค่เขาจากไปไม่กี่เดือน รูปร่างเธอเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้เชียวหรือ?

“บุษไม่สบายหรือเปล่า เหมือนจะผอมไปนะจ๊ะ” เขาไม่อยากเอ่ยตรงๆ ว่าเธอผอมลงมาก

“บุษสบายดีค่ะ” เธอตอบเสียงอู้อี้กับอกเขาแล้วถามกลับ

“พี่รุจน์สบายดีไหมคะ อยู่ที่โน่นเหงาหรือเปล่า”

“พี่สบายดี แต่เหงาชะมัด  เหงามาก คิดถึงเมียจะตาย  ถึงจะคุยกันทางไหนๆ ก็ไม่เหมือนคุยกันต่อหน้า ได้กอดได้ทำอะไรๆ อย่างที่ใจคิด”  เขาไม่พูดเปล่า หากเริ่มทำ อะไรๆ อย่างที่ปรารถนา 

แต่บุษบงกชกลับเบือนหน้าหนี ยันตัวออกห่างแล้วบอกเสียงอ้อมแอ้ม

“ไม่เอาค่ะ บุษมีรอบเดือน”

“รอบเดือนหรือ?”  ขาแปลกใจในสิ่งที่เธอบอก เพราะจำได้ว่ามันไม่ใช่ช่วงเวลานี้  แต่ในเมื่อเธอยกเหตุผลนี้มาอ้าง เขาก็ต้องเชื่อและยินยอม  ชายหนุ่มทำท่าเสียดายเล็กน้อย ก่อนจะกอดเธอเอาไว้เฉยๆ  แม้ว่าจะอดแปลกใจไม่ได้กับท่าทีอิดเอื้อนและเหตุผลที่ยกมาอ้างของบุษบงกช

ตลอดเวลาที่เขากลับมาอยู่ที่บ้าน บุษบงกชไม่เคยให้เขายุ่งเกี่ยวกับเธอฉันสามีภรรยา จนกระทั่งเขากลับไปเรียนต่อ  และหลังจากนั้นไม่นาน องค์อรก็ส่งข่าวไปถึงเขาว่าบุษบงกชออกจากบ้านไปพร้อมกับเอกสิทธิ์เพื่อนรักของเขา

เอกสิทธิ์เป็นบุตรชายของนายแพทย์ประสิทธิ์ แพทย์ประจำตระกูลที่คอยดูแลคนในครอบครัวเขามาโดยตลอด  เอกสิทธิ์อายุมากกว่าเขาแค่สองปี นับว่ารุ่นราวคราวเดียวกัน จึงเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็กๆ  เมื่อโตขึ้น เอกสิทธิ์ก็เจริญรอยตามบิดาด้วยการเรียนแพทย์ และรับหน้าที่ต่อจากบิดาที่ชราภาพลงทุกทีด้วยการเข้ามาดูแลคนในครอบครัวเขา  และเมื่อเพื่อนรักของเขาสนิทสนมกับองค์อรเป็นพิเศษ ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายจึงหวังจะให้ทั้งคู่ได้แต่งงานกัน

ไม่คิดเลยว่าเมื่อบุษบงกชก้าวเข้ามาในบ้านและจากไป เอกสิทธิ์จะพลอยหายหน้าไปด้วย  ทั้งยังปฏิเสธที่จะแต่งงานกับองค์อรทั้งที่ผู้ใหญ่เตรียมหาฤกษ์ไว้ให้แล้ว  น้องสาวผู้น่าสงสารของเขาเจ็บปวดกับเรื่องครั้งนี้มากจนถึงขนาดคิดสั้นกินยาฆ่าตัวตาย  และถึงแม้จะรอดชีวิตมาได้ องค์อรก็ใช้ชีวิตไม่ต่างจากหุ่นยนต์ ไร้ความรู้สึก ไม่มีเสียงหัวเราะและรอยยิ้มมาเกือบสองปี  

หากที่น่าแปลกและยังติดค้างคาใจเขาอยู่ก็คือ ในเมื่อทั้งสองคนร่วมกันทำร้ายจิตใจเขาสองคนพี่น้องได้ขนาดนี้ แล้วทำไมบุษบงกชถึงแต่งงานกับผู้ชายคนใหม่ แทนที่จะแต่งงานกับเอกสิทธิ์ชายชู้ของเธอ


ศุภรุจน์มองแหวนเพชรบนนิ้วนางของคนบนเตียง ก่อนดึงสร้อยเส้นยาวที่เขาสวมติดตัวตลอดเวลาออกมา  เพชรรูปหยดน้ำส่องประกายเจิดจ้าล้อแสงไฟวาววับ

แหวนวงนี้เขาซื้อไว้เพื่อสวมให้บุษบงกชในวันแต่งงาน แต่ไม่คิดเลยว่าจะไม่มีโอกาสนั้นอีกแล้ว เธอสวมแหวนของชายอื่นไปแล้ว  อดคิดไม่ได้ว่าแหวนทองวงเล็กที่เขาเคยสวมให้ เธอเก็บไว้ที่ไหน หรือขว้างทิ้งไปแล้วเมื่อหมดรักในตัวเขา

“บุษ...บอกพี่ได้ไหม ทำไมถึงหมดรักพี่เร็วนัก”

เขาพึมพำขณะไล้มือไปตามใบหน้างดงามที่เขาเคยหลงใหล  และยิ่งพิศมอง ความรู้สึกเดิมๆ ก็ยิ่งหวนกลับมา  แต่เมื่อรู้ตัว เขาก็รีบชักมือกลับ ลุกออกจากเตียงอย่างรวดเร็ว  นึกอยากไปล้างมือเพราะกลัวคราบคาวของชายอื่นที่แปดเปื้อนอยู่บนเรือนร่างเธอจะติดมือเขา

หากไม่ทันจะเดินออกไป ชายหนุ่มก็ชะงักเท้าเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้  เขาเดินกลับไปที่คนซึ่งนอนหมดสติอยู่บนเตียงอีกครั้ง แล้วรูดแหวนเพชรวงงามออกจากนิ้วเรียวสวย ก่อนจะเดินออกจากห้องไป


ขายของ คลิกที่รูปเลยจ้า 

 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

0 ความคิดเห็น