ซ้อนกลรัก by มุกเรียง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 12,724 Views

  • 9 Comments

  • 143 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    49

    Overall
    12,724

ตอนที่ 13 : บทที่ ๔

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1043
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    26 ส.ค. 61


แม้มันจะดูรวดเร็วเกินไปกับการพบรักและตกลงจะใช้ชีวิตร่วมกันของทั้งคู่ แต่บุษบงกชก็ยินดีทำตามความประสงค์ของศุภรุจน์ที่อยากพาเธอไปอยู่ที่บ้านของเขาทันทีที่กลับจากทะเล

หญิงสาวกลับมาเก็บข้าวของที่หอพักเพื่อย้ายไปอยู่กับเขา  แต่พอเปิดประตูห้องเข้าไปก็ต้องแปลกใจที่ข้าวของของนนทรีซึ่งบอกว่าจะรีบกลับไปหาพ่อแม่ที่ต่างจังหวัดยังอยู่ครบถ้วน ยกเว้นเจ้าตัวที่ไม่ได้อยู่ในห้องเวลานี้

บุษบงกชเดินตรงไปที่ห้องส่วนตัว เก็บเสื้อผ้าและของใช้ใส่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่สองใบ  เธอไม่มีเครื่องใช้อย่างอื่นเพราะทุกอย่างเป็นของหอพักซึ่งให้เช่าพร้อมเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็น  แม้จะแพงหน่อยแต่ก็นับว่าสะดวกสบาย ยิ่งมีนนทรีมาช่วยหารค่าเช่าห้องด้วยก็ยิ่งช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายไปได้มากทีเดียว

หญิงสาวลากกระเป๋าออกมาจากห้องซึ่งอยู่ด้านใน ตั้งใจจะโทร. เรียกศุภรุจน์มาช่วยยก เพราะเธอบอกกับแม่บ้านเอาไว้แล้วว่าจะมาเก็บของเพื่อย้ายออก รวมทั้งเคลียร์ค่าเช่าไว้เรียบร้อยตั้งแต่ก่อนไปเที่ยวทะเล

“อ้าว!  มาพอดีเลยแนน  ยังไม่กลับบ้านหรือยังไง ไหนบอกว่ารีบ”

เธอถามเมื่อเห็นนนทรีเปิดประตูเข้ามาในห้อง ทว่าเพื่อนสาวกลับมองมาด้วยสายตาแปลกๆ  ก่อนถามกลับเสียงเย็นชา

“คงสนุกมากสินะถึงได้เพิ่งกลับเอาป่านนี้”

บุษบงกชเดาว่าอารักษ์คงบอกนนทรีเรื่องเธอกับศุภรุจน์แล้วเป็นแน่  นนทรีซึ่งชื่นชอบเขามากๆ ถึงออกอาการหน้ายักษ์ใส่เธอถึงเพียงนี้  แต่เธอจะสนใจทำไมในเมื่อเขาและเธอรักกัน  แล้วศุภรุจน์เองก็ไม่ได้เป็นอะไรกับนนทรี เจ้าหล่อนถึงจะมาใช้สิทธิ์หึงหวงอะไรได้

หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วยิ้มให้เพื่อน ก่อนตอบช้าๆ ชัดๆ

“จ้ะ...สนุกมาก มีความสุขมากด้วย”  คงไม่เป็นการใจร้ายจนเกินไปหรอกนะถ้าจะแถมยิ้มกว้างๆ ประกอบคำพูดไปด้วยอีกสักครั้ง

แต่เพียงเสี้ยวนาที รอยยิ้มที่ตั้งใจจะยั่วนนทรีก็เลือนจางไปจากใบหน้า ความสุขความสนุกอย่างที่บอกไปหายวับ  บุษบงกชทิ้งตัวลงนั่งบนกระเป๋าเดินทางใบใหญ่อย่างตกใจ อ่อนแรงกับคำที่นนทรีบอก

“สนุกจนไม่คิดจะมางานศพผัวเก่าเลยสินะ...อาร์มันตายแล้ว”

“อาร์!”  หญิงสาวไม่ติดใจคำว่าผัวเก่าที่นนทรียัดเยียดให้ แต่ลมหายใจสะดุดแทบขาดห้วงเมื่อได้ยินคำว่า งานศพ

...อาร์ตายแล้วหรือ?  เมื่อไหร่ ยังไง  ก็เมื่อสองวันก่อนยังเจอกันอยู่เลย

ไม่ต้องถามหรือสงสัยนาน เพราะคำตอบเหล่านั้นกำลังพรั่งพรูออกมาจากปากนนทรี

“พออาร์มันกลับมาถึงกรุงเทพฯ  มันก็เอาแต่กินเหล้าเมามาย ตัดพ้อว่าแกทิ้งมันไปมีผัวใหม่ แล้วในที่สุดมันก็ผูกคอตาย  ตอนนี้ศพยังตั้งสวดอยู่ที่วัด แกจะไปไหมล่ะ ชวนผัวใหม่แกไปด้วยก็ได้นะ”

นนทรีพูดด้วยอารมณ์ขุ่นเคืองและคับแค้นใจ  ทว่าไม่ใช่เพราะบุษบงกชเป็นเหตุให้อารักษ์ตาย แต่เพราะเพิ่งได้รู้ว่าผู้ชายที่อารักษ์เอ่ยถึงคือศุภรุจน์  

แค่เห็นศุภรุจน์นั่งรอใครสักคนอยู่ที่ห้องรับแขกด้านล่าง เธอก็เดาเรื่องทั้งหมดได้ทันที  ผู้ชายที่เธอหมายตาเอาไว้กลับถูกเพื่อนรักคาบไปกิน  หากรู้สักนิดว่าการอยู่ที่บ้านพักชายทะเลเป็นเพื่อนบุษบงกชซึ่งต้องอยู่เฝ้าอารักษ์ที่ป่วยเข้าโรงพยาบาลจะทำให้ได้ใกล้ชิดศุภรุจน์มากขึ้น เธอก็คงอยู่ด้วยแล้ว ไม่ทิ้งสองคนนั่นให้ใกล้ชิดกันจนพัฒนาความสัมพันธ์มาถึงขั้นนี้

“เผาวันไหน”  นานทีเดียวกว่าบุษบงกชจะเอื้อนเอ่ยออกมาด้วยประโยคสั้นๆ และแผ่วเบา  น้ำตาแห่งความเศร้าเสียใจและสำนึกผิดว่าตนเองเป็นต้นเหตุทำให้อารักษ์คิดสั้นฆ่าตัวตายไหลลงมาเป็นสาย

นนทรีหันมามองแล้วเหยียดริมฝีปากหยาม

“แกจะร้องไห้ทำไม  สมใจแกแล้วไม่ใช่หรือที่สลัดอาร์ไปเสียไกล...ไปอยู่คนละโลกเลยทีเดียว เพื่อที่แกจะได้มีความสุขกับการแย่งผู้ชายของเพื่อน  แกก็รู้ว่า...”

ถ้อยคำประณามหยามหยันที่พรั่งพรูออกมาถูกหยุดด้วยเสียงห้าวที่ดังแทรกขึ้น

“ไม่มีใครแย่งใคร มีแต่เรารักกัน”

ศุภรุจน์เปิดประตูเข้ามาหน้าตาขึงขัง  เขามองคนพูดด้วยสายตาตำหนิอย่างชัดเจน ก่อนหันไปมองบุษบงกชที่นั่งร้องไห้อยู่บนกระเป๋าเดินทาง ก้าวเข้าไปหาแล้วซับน้ำตาให้โดยไม่ถามสาเหตุเพราะเขาได้ยินที่นนทรีพูดทั้งหมดแล้ว แต่เลือกถามเรื่องธุระของเธอแทน

“เก็บของหมดหรือยังครับ”

“หมดแล้วค่ะ” บุษบงกชตอบปนสะอื้น

“งั้นก็ไปกันเถอะ” 

ศุภรุจน์ประคองหญิงสาวให้ลุกขึ้น ก่อนหันไปทางนนทรี เอ่ยเสียงเรียบเป็นประโยคสุดท้าย “พี่ไม่ใช่ผู้ชายของใคร นอกจากสามีของบุษคนเดียว เข้าใจตามนี้นะแนน”

...สามีของบุษ...

ทำไมคำนี้ถึงทิ่มแทงจนเจ็บกระดองใจอย่างนี้นะ  นนทรีมองตามคนทั้งคู่ไปด้วยสายตาริษยาอย่างไม่คิดปิดบัง

 

“บุษจะไปฟังสวดไหม”

ชายหนุ่มถามเมื่อขับรถออกมาระยะหนึ่ง และเห็นว่าบุษบงกชหยุดสะอื้นแล้ว  หญิงสาวหันมามองเขาแล้วส่ายหน้าช้าๆ

“ให้มันจบลงแค่นี้เถอะค่ะ  บุษรู้จักแนนดี ป่านนี้คงพูดจนบุษกลายเป็นคนน่ารังเกียจไปแล้ว”

“เนี่ยนะ...เพื่อนสนิทที่คบกันมานาน”

ศุภรุจน์อดหัวเราะไม่ได้ แต่เป็นการหัวเราะสมเพชคนที่เอ่ยถึง  เขาพอดูออกในตอนที่พบเจอหญิงสาวทั้งสองคนพร้อมกัน รวมถึงตอนที่นนทรีไปรับประทานอาหารที่บ้านพักเขาตามคำเชิญของเอกสิทธิ์  วันนั้นนนทรีพยายามพูดถึงบุษบงกชกับคู่รัก พูดให้คนฟังคิดไปไกลถึงความสัมพันธ์ของคนทั้งสองซึ่งเขาเองก็อดจะคล้อยตามไม่ได้ หากแต่เขาก็ได้พิสูจน์ด้วยตนเองแล้วว่ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น  และพอมาได้ยินนนทรีต่อว่าบุษบงกชเรื่องแย่งผู้ชายของเพื่อน ซึ่งเขาค่อนข้างมั่นใจว่าเจ้าหล่อนหมายถึงเขา ก็ยิ่งมองเห็นชัดเจนถึงแผนสกัดดาวรุ่งของนนทรี

ทว่าแผนนั้นก็ใช้ไม่ได้ผล เพราะเขาคว้าดาวดวงนี้มาครอบครองเรียบร้อยแล้ว

“โอเค ให้มันจบไป เรามาเริ่มชีวิตใหม่ของเราดีกว่า  ...พร้อมจะเข้าไปพบพ่อแม่พี่หรือยัง” เขาเอื้อมมากำมือบอบบางแล้วบีบเบาๆ  ยิ้มให้เมื่อบุษบงกชหันมาสบตา

หญิงสาวเงียบงันไปชั่วอึดใจหนึ่ง ก่อนยิ้มตอบแล้วเอ่ยเสียงสดใส

“พร้อมค่ะ”

 

สิ่งก่อสร้างที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าควรต้องเรียกว่าคฤหาสน์ เพราะใหญ่โตโอ่อ่าอย่างที่บุษบงกชคาดไม่ถึง  มันเป็นตึกสองชั้นที่ออกแบบอย่างงามหรู  กึ่งกลางเป็นบันไดหินอ่อนกว้างขวางทอดสู่ประตูบานใหญ่  จากหน้ามุขนี้ ยังมองเห็นปีกตึกซ้ายขวาที่มีระเบียงยาวตลอดแนวได้อย่างชัดเจน  เหนืออื่นใด ตัวคฤหาสน์ขนาดใหญ่ยังตั้งอยู่ท่ามกลางแมกไม้นานาพรรณดูร่มรื่นชื่นตา

...บ้านพี่รุจน์หรือนี่

ในสมองของเธอมีแต่คำถามนี้เวียนวน ก่อนหันไปมองชายหนุ่มที่กำลังขับรถเข้าจอดในโรงจอดรถซึ่งอยู่ด้านข้างตัวตึก ประหนึ่งจะถามว่าใช่บ้านเขาแน่หรือ  มันใหญ่โตหรูหราจนเธอไม่อยากเชื่อ และชวนให้นึกกริ่งเกรงกับการเข้าไปทำความรู้จักบิดามารดาของเขา

ศุภรุจน์เอื้อมมากุมมือเธอไว้เมื่อจอดรถเสร็จ  แค่เห็นสีหน้าและแววตาของหญิงสาว เขาก็เข้าใจ

“ไม่ต้องกลัว พ่อแม่พี่ใจดีมาก”  เขาเน้นคำว่า “มาก” เพื่อให้เธอเบาใจ คลายกังวล

“ค่ะ...บุษพร้อมแล้วค่ะ”

บุษบงกชสูดลมหายใจลึกยาวก่อนกล่าวอย่างมั่นใจ ก้าวลงจากรถแล้วเดินเข้าไปในบ้านพร้อมศุภรุจน์เพื่อไปพบบิดามารดาของเขาที่ดูเหมือนจะรออยู่ก่อนแล้ว

คงไม่มีใครรู้ว่า ถ้าให้เลือกใหม่อีกครั้ง เธอคงขอกลับไปตั้งหลักก่อนมา

 




ขายของ คลิกที่รูปเลยจ้า 

 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

0 ความคิดเห็น