ซ้อนกลรัก by มุกเรียง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 12,731 Views

  • 9 Comments

  • 143 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    56

    Overall
    12,731

ตอนที่ 12 : บทที่๔

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1071
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    25 ส.ค. 61


ดวงอาทิตย์เพิ่งพ้นขอบฟ้า ทอรัศมีสีทองอร่ามทอดจับผืนทรายเนียนละเอียดและฟองคลื่นสีขาวที่สาดซัดมาเกยหาดเป็นระยะ  ไกลออกไปกลางผืนน้ำสีฟ้าอมเขียว เจ็ตสกีสองลำของหนุ่มสาวคู่หนึ่งกำลังประลองความเร็วกันอย่างสูสี ต่างลำพองใจในชัยชนะของตนเพราะผลัดกันนำผลัดกันตามตลอดเวลา

เสียงหัวเราะที่ลอยมาตามลมบ่งบอกถึงความสุขของคนทั้งคู่ ก่อนที่หนุ่มสาวจะชะลอความเร็วและดับเครื่องยนต์ ปล่อยให้มันลอยลำบนผืนน้ำ  ส่วนตนเองกระโจนลงไปว่ายน้ำแข่งกันต่อจนต่างฝ่ายต่างเหนื่อยจึงว่ายกลับมาเกาะเจ็ตสกีอีกครั้ง

ศุภรุจน์มองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาวับหวาน  แม้บุษบงกชจะหอบหายใจแรงด้วยความเหน็ดเหนื่อย ใบหน้าแดงระเรื่อเพราะเลือดฝาด และผมเปียกลีบติดศีรษะ แต่มันกลับยิ่งดึงดูดให้เขาอยากสัมผัส

ชายหนุ่มขยับเข้าไปใกล้ โน้มใบหน้าลงไปหา แต่เจ้าตัวกลับเบือนหนี พ้อเสียงเบา

“พี่รุจน์...อายเค้า”

“อายใครคะ อยู่กันสองคนกับเจ็ตสกีสองคันนี้” ชายหนุ่มแย้งแล้วจับคางเรียว ซีด และเย็นเพราะอยู่ในน้ำกันมานานพอสมควร ไม่ให้เธอหลบเลี่ยงได้อีก ก่อนประทับริมฝีปากลงจุมพิตอย่างดูดดื่ม

ไม่มีแรงต้านทานจากหญิงสาว มีแต่โอนอ่อนและเริ่มเรียนรู้ที่จะตอบสนองเขาได้อย่างถูกใจ

หลังจากเล่นน้ำทะเลจนหนำใจ ทั้งคู่ก็กลับเข้าฝั่ง  หนุ่มสาวจอดเจ็ตสกีที่ริมหาดแล้วช่วยกันเข็นขึ้นมาเกยฝั่งก่อนเดินกลับบ้านพัก  แต่แล้วจู่ๆ บุษบงกชก็รู้สึกเหมือนถูกจับตามองจนต้องเหลียวมองไปรอบๆ  ศุภรุจน์สงสัยรีบถามทันที ก่อนรั้งเอวหญิงสาวให้เข้ามาเดินใกล้ๆ

“มองหาอะไรจ๊ะ”

“บุษรู้สึกเหมือนมีคนจ้องอยู่”

“คิดมากน่ะ”

เขานึกว่าเธอคิดไปเองจึงบอกไปเช่นนั้น แต่มันไม่ใช่อย่างที่เขาคิด  เพราะพอกลับถึงที่พัก ก็พบใครบางคนยืนรออยู่ที่หน้าบ้าน จ้องมองมาเขม็ง

“อาร์” บุษบงกชตกใจไม่น้อยที่เห็นหน้าคนป่วยซึ่งตอนนี้ควรนอนพักอยู่ในโรงพยาบาล ไม่ใช่มายืนทำหน้าถมึงทึงอยู่อย่างนี้

“อาร์ไม่สบายเกือบตาย แต่บุษไม่ไปดูแล กลับมาอยู่กับผู้ชายอื่น  มันเป็นใคร” อารักษ์ชี้หน้าชายที่เดินมากับเพื่อนสาวของตน  ท่าทีที่ทั้งคู่เดินโอบประคองกันมาบ่งบอกถึงความสนิทสนมชิดใกล้อย่างที่เขาไม่เคยได้รับมาก่อน

“ผมชื่อรุจน์ เป็นแฟนบุษ” ศุภรุจน์บอกเสียงดังฟังชัดเมื่อมาหยุดยืนตรงหน้าชายหนุ่มที่ใบหน้ายังซีดเซียวจนเขาคิดว่าหมอไม่น่าจะให้ออกมาจากโรงพยาบาล

“แฟน!  ไม่จริง!  ผมต่างหากที่เป็นแฟนบุษ  เราคบกันมาตั้งสี่ปี คุณอย่ามาโมเม  ปล่อยมือจากแฟนผมได้แล้ว”  

อารักษ์ตรงเข้าไปผลักอกศุภรุจน์เพื่อให้ถอยออกห่างจากหญิงสาว  แต่แค่ถูกอีกฝ่ายผลักกลับเพียงเบาๆ  เขาก็เซแทบจะล้มลง  

“อย่ามายุ่งกับเมียผมอีก ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าผมไม่เตือน” ศุภรุจน์เอ่ยเสียงเข้มพลางชี้หน้าอย่างที่อารักษ์ทำเมื่อครู่  “บุษ...ไปเอากุญแจรถมาให้เพื่อนสิ”  ประโยคหลังเขาหันมาสั่งหญิงสาวที่กำลังยืนตะลึงกับศึกหน้านางที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัน

“ค่ะ” บุษบงกชรับคำสั่งเขาหลังจากอึ้งไปชั่วครู่  แต่อารักษ์ขยับเข้าขวาง ไม่ยอมให้เธอเดินไปไหน เพราะต้องการพูดกันให้รู้เรื่องก่อน

“อธิบายมาสิบุษ  บุษแอบคบกับผู้ชายคนนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วทำไมต้องหลอกให้อาร์รัก หลอกให้อาร์รอ  อาร์ให้เกียรติบุษมาตลอด ไม่เคยคิดข่มเหงล่วงเกิน เพราะเชื่อคำที่บุษบอกให้รอจนกว่าจะบุษมั่นใจ แล้วทำไม...ทำกับอาร์แบบนี้”

คำพูดชายหนุ่มบอกให้คนฟังรู้ว่าเขาจำเหตุการณ์ที่เป็นสาเหตุให้ต้องเจ็บป่วยจนเข้าโรงพยาบาลไม่ได้เลยสักนิด

“ก็เพราะบุษไม่เคยมั่นใจในตัวอาร์  ที่สำคัญ...บุษคิดว่าบุษไม่เคยรักอาร์แบบชู้สาวนะ”

“ไม่จริง!  เพราะบุษเจอมัน แอบคบกับมัน บุษถึงพูดแบบนี้  เมื่อก่อนบุษไม่เคยพูดแบบนี้กับอาร์เลย”

“แบบนี้เขาไม่เรียกแอบหรอกนะ เพราะบุษเป็นเมียผม แล้วเราจะแต่งงานกัน เพียงแต่จะแต่งตอนไหนคงไม่เกี่ยวกับคุณ ...ช่วยหลีกทางให้เธอด้วย”  ศุภรุจน์ส่งเสียงเข้มพลางเดินเข้ามาใกล้บุษบงกช สีหน้าท่าทีของเขาบอกให้รู้ว่าเขาพร้อมที่จะทำให้อารักษ์พ้นทางได้ตลอดเวลาหากยังยืนขวางไม่ยอมหลีกทางให้บุษบงกชเดิน

อารักษ์มองภาพตรงหน้าด้วยแววตาปวดร้าว  เขาจ้องตาบุษบงกชอย่างตัดพ้อก่อนจะหลีกทางให้แต่โดยดีเมื่อประเมินแล้วว่าอย่างไรเสียเขาก็สู้ชายคนนี้ไม่ได้  บุษบงกชเดินผ่านหน้าเขาเข้าไปในบ้าน ปล่อยให้ชายที่ไม่สวมเสื้อ เผยรูปร่างกำยำและมัดกล้ามสวยงาม ยืนเผชิญหน้ากับเขาเพียงลำพัง  ไม่นาน เธอก็กลับออกมาแล้วส่งกุญแจรถยนต์ให้เขา พร้อมบอกว่ากระเป๋าเสื้อผ้าของเขาอยู่ในรถเรียบร้อยแล้ว

“บุษจะกลับกรุงเทพฯ พร้อมอาร์ไหม” อารักษ์อดถามไม่ได้ทั้งๆ ที่รู้ดีว่าคงเป็นคำถามสุดท้าย เพราะคำตอบของเธอก็คือการปฏิเสธนั่นเอง

“ไม่ละ  อาร์ขับรถดีๆ นะ”

อย่างไรเสียบุษบงกชก็ยังห่วงใยเขา  อารักษ์เป็นเพื่อนชายซึ่งเธอสนิทที่สุดจนหลายคนมองว่าเป็นคู่รักกัน และเธอก็ไม่เคยปฏิเสธ...กระทั่งวันนี้

ที่ผ่านมาเธอคงเข้าใจผิดกับความรู้สึกของตนเอง อาจเป็นแค่ความเหงาที่ชักนำให้คิดและเข้าใจว่าความรู้สึกดีๆ ที่เธอมีต่ออารักษ์อาจพัฒนาเป็นความรักได้  แต่แล้ว เขาก็ทำให้ความรู้สึกดีๆ ทั้งหมดทั้งมวลที่มีต่อเขาหายไปในชั่วพริบตากับเหตุการณ์ที่ชายหาดวันนั้น  จริงอยู่ แม้เขาจะเมามายจนจำอะไรไม่ได้เลยกระทั่งถึงตอนนี้ แต่เธอก็อยากจะเชื่อว่านั่นเป็นความต้องการในส่วนลึกของเขา และถ้ามีโอกาส เขาต้องทำอีกแน่  เธอจึงไม่เสียใจสักนิดที่ผลักไสให้เขาออกห่างจากชีวิตได้

แต่...เธอใช้คำว่าผลักไสเชียวหรือ

บุษบงกชนึกถามตนเองว่าทำไมถึงคิดแบบนั้น  ตลอดเวลาอารักษ์ก็ดีกับเธอ ให้เกียรติเธอมาตลอด  แค่เขาพลาดเพราะเมามายเพียงครั้งเดียว เธอก็ถือเป็นข้ออ้างในการเลิกคบหา  หรือจริงๆ แล้ว เป็นเพราะมีผู้ชายคนใหม่เข้ามาในชีวิตเธอ และเข้ามาแบบเต็มตัวเสียด้วย  เขาได้ทุกอย่างที่อารักษ์อยากได้ โดยเฉพาะร่างกายที่เธอยอมพลีให้โดยไม่อิดเอื้อน ดูไปก็เหมือนคนใจง่าย

ก็ใจง่ายจริงๆ  เพราะหัวใจเธอทุ่มให้ผู้ชายที่อยู่ข้างกายยามนี้ไปหมดทั้งดวงแล้วเช่นกัน

“มองตาม...อาลัยอาวรณ์”

เสียงที่ดังขึ้นด้านหลังทำให้บุษบงกชที่กำลังตกอยู่ในห้วงคำนึงต้องหันไปมองเจ้าของเสียง ก่อนจะกระทุ้งข้อศอกเข้าเต็มท้องเขาอย่างหมั่นไส้ เพราะคนพูดพูดด้วยใบหน้าเปื้อน ยิ้มหาใช่บึ้งตึงหรือคิดอย่างที่พูดจริงๆ

“โอ๊ย!  ทำร้ายผัว  โอ๊ย!  จุก หายใจไม่ออก  ผายปอดๆ” ชายหนุ่มแกล้งงอตัวกอดเธอเอาไว้แล้วยื่นหน้าเข้ามาจนชิด บุษบงกชหัวเราะคิก

“บ๊องแล้วพี่รุจน์!

“นั่น...ว่าผัว!  อย่างนี้ต้องจัดชุดใหญ่ก่อนอาหารเช้า” พูดจบเขาก็ช้อนร่างแบบบางเปียกชื้นขึ้นไว้ในวงแขน พาเดินดุ่มๆ เข้าไปในบ้านทันทีโดยไม่ฟังเสียงพ้อ

“ไม่เอานะพี่รุจ...ไม่เอา”

“จะเอาๆ  ผัวจะเอา แล้วเมียก็ห้ามปฏิเสธด้วย”




ขายของ คลิกที่รูปเลยจ้า 

 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

0 ความคิดเห็น