ซ้อนกลรัก by มุกเรียง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 12,722 Views

  • 9 Comments

  • 143 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    47

    Overall
    12,722

ตอนที่ 11 : บทที่ ๔

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1104
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    25 ส.ค. 61

เจ้าของร่างเพรียวบางในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ทอดกายอยู่บนเตียงกว้าง มีผ้าคลุมสีขาวสะอาดตาเช่นเดียวกับชุดที่เธอสวม  ผมซึ่งเกล้าไว้เรียบร้อยบัดนี้หลุดรุ่ยร่ายระใบหน้าและลำคอ จนคนที่อุ้มเธอมาวางบนเตียงเห็นแล้วอดรำคาญแทนไม่ได้ ต้องนั่งลงข้างๆ แล้วปัดเส้นผมออกจากใบหน้าและลำคอให้ ก่อนจ้องมองหญิงสาวที่ยังหมดสติเพราะถูกโปะยาสลบอย่างเต็มตา

เขาไม่พบเธอมาสองปีกว่าแล้วนับจากไปเรียนต่อต่างประเทศ  ไม่คิดเลยว่าการตัดสินใจไปเรียนต่อตามคำขอของบิดามารดาโดยทิ้งให้เธออยู่ที่บ้านเขาในฐานะว่าที่ลูกสะใภ้ จะกลายเป็นการบั่นทอนสายใยความสัมพันธ์ของเธอกับเขาให้ขาดสะบั้น  บุษบงกชหนีออกจากบ้านเขา ทว่าไม่ได้จากไปเปล่าๆ  เธอยังทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเอกสิทธิ์กับครอบครัวของเขาสั่นคลอน  เอกสิทธิ์ถอนหมั้นองค์อรเพื่อมาแต่งงานกับเธอ

...เพื่อนรักของเขา ทิ้งน้องสาวของเขา เพื่อมาแต่งงานกับเมียเขา!

ชายหนุ่มเบนสายตาที่กำลังไล่เรื่อยไปยังเนินเนื้ออวบอิ่มที่พ้นขอบชุดวิวาห์เกาะอกขึ้นมา หันไปพิศดูวงหน้าแทน เพราะไม่อยากหวั่นไหวกับสิ่งเย้ายวนในเวลานี้

ใบหน้าของคนที่หลับตาพริ้มดูจิ้มลิ้มพริ้มเพรา ทั้งปากรูปกระจับ จมูกโด่งเล็กรับกับดวงตายาวรีที่ยามนี้ปิดสนิทแลเห็นแพขนตายาวงอนชัดเจน เช่นเดียวกับคิ้วดกดำที่กันแต่งไว้ได้รูป  แม้แต่งแต้มเพิ่มเติมแต่ทุนเดิมย่อมมีมากพอจึงดึงดูดสายตาได้ขนาดนี้

“สวยเหมือนนางฟ้าเลยนะบุษ...”

เขาหลุดปากพึมพำออกมาเบาๆ  เป็นเวลาเดียวกับที่คนในชุดเจ้าสาวเริ่มขยับตัว พยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่แล้วก็ต้องยกมือขึ้นมากุมขมับ ท่าทางมึนงง  เขาเห็นเธอนิ่งไปอีกครู่กว่าจะลืมตาขึ้นช้าๆ  ก่อนจะหลับตาลงอีกครั้งเมื่อแสงจ้าเบื้องหน้าแยงตา

“ภู...ภู...”  ทั้งๆ ยังหลับตา หญิงสาวร้องเรียกหาเจ้าบ่าวที่เพิ่งเข้าพิธีวิวาห์ ก่อนจะนิ่งงันไปเมื่อภาพเหตุการณ์ที่ผ่านมาทยอยกลับสู่ความรับรู้

เมื่อคืน...เธอนั่งรถมากับเจ้าบ่าวของเธอจนถึงหน้าเรือนหอ  แล้วหลังจากนั้น...

“ไม่นะ!” หญิงสาวลืมตาขึ้นทันทีพร้อมกับลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว  แต่แล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นชายที่นั่งอยู่ตรงขอบเตียง

“นาย!  ออกไปนะ!” เธอร้องไล่พลางกระถดตัวหนี กลัวอีกฝ่ายจะขยับเข้ามาใกล้  “นายจับฉันมาทำไม ปล่อยฉันไปนะ  คอยดู...ภูจะต้องเอาตำรวจมาลากคอนายแน่!  นายรุจน์!

“จำได้หรือว่าฉันชื่อรุจน์  แล้วจำได้ไหมว่าเธอเป็นเมียฉัน” ศุภรุจน์มีท่าทีคุกคาม ขยับตามเมื่อเจ้าหล่อนกระเถิบหนี

“ไม่ใช่ ฉันไม่ใช่...”

“ไม่ใช่อะไร บุษบงกช”  ชื่อเธอที่ออกจากปากเขาครั้งนี้เต็มไปด้วยความขมขื่น แค้นเคือง  ผิดจากสามปีก่อนที่ทุกถ้อยคำเรียกขานที่ออกจากปากเขา บ่งบอกถึงความรักอันหวานล้ำ ความห่วงหาอาทร

ช่วยไม่ได้!  ในเมื่อเธอเองเป็นคนทำให้ความรู้สึกของเขาที่มีต่อเธอเปลี่ยนไป!

ความรู้สึกรักที่สุดแปรเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง สายตาที่จ้องมองเธอเวลานี้เปี่ยมไปด้วยเพลิงแค้น  เธอเองก็คงรับรู้ได้จึงรีบลนลานถอยลงจากเตียงหนีไปยืนชิดหน้าต่าง สีหน้าหวาดหวั่น  กระนั้นก็ไม่พ้นเงื้อมมือเขา ศุภรุจน์ตามไปลากตัวเธอกลับมาแล้วเหวี่ยงลงบนเตียงอีกครั้ง

หญิงสาวพยายามจะลุกหนี แต่ชายหนุ่มไม่ยินยอม  เรือนร่างแข็งแกร่งเต็มไปด้วยมัดกล้ามคร่อมร่างแบบบางเอาไว้ กดไหล่ทั้งสองข้างของเธอแนบกับที่นอน  แววตระหนกตกตื่นปรากฏชัดในดวงตาหญิงสาว แต่นั่นกลับยิ่งเพิ่มความเคืองขุ่นให้เขา

เธอกลัวเขา กลัวผู้ชายคนแรกของตัวเอง!

สายตาเธอยามที่มองเขา ไม่เพียงไร้เยื่อใย หากคล้ายไม่มีอะไรเหลือติดอยู่ในความทรงจำ

ขณะที่เขา...เรื่องราวเมื่อสามปีก่อนยังชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

 

หลังเจ็ตสกีคว่ำ ศุภรุจน์พาหญิงสาวกลับเข้าฝั่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น  หากใครจะรู้...เหตุการณ์นั้นก่อกวนใจเขาจนนอนไม่หลับ กระทั่งต้องออกมานั่งเล่นรับลมหน้าบ้าน มองท้องทะเลยามคลื่นสงบท่ามกลางความมืดของราตรี ปล่อยจิตใจล่องลอย

แต่ไม่ทันไร ใบหน้างามแฉล้มของบุษบงกชก็ลอยมาอยู่ตรงหน้า  สำหรับเขา ดวงตาโตยามตื่นตระหนกของเธอกลับดูมีเสน่ห์อย่างประหลาด  วันนี้เขาตั้งใจจูบเธอ มิได้เผลอไผลเช่นที่บอกออกไป  ริมฝีปากนุ่มยังจำติดใจ ใคร่อยากจะได้สัมผัสอีกครั้ง...  

เขาไม่คิดว่าเร็วหรือช้าไปหากจะบอกว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้  ความชื่นชมที่แปรเปลี่ยนเป็นความรักไม่จำเป็นต้องใช้เวลา  จะว่าไปแล้ว เขาชอบเธอตั้งแต่ที่เห็นครั้งแรกในสถานบันเทิงยามราตรีแห่งหนึ่ง  คืนนั้นเธอไปกับเพื่อนๆ ซึ่งก็เป็นกลุ่มเดียวกันนี้ เพราะเขาจำนนทรีและอารักษ์ได้  เพียงแต่ไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้พบกับเธออีกครั้งและได้ทำความรู้จักกันเช่นนี้

...นี่คือพรหมลิขิตโดยแท้

ชายหนุ่มไม่รู้ว่าบุษบงกชเองก็นอนไม่หลับ จึงออกมายืนรับลมตรงหน้าต่างชั้นสอง ไม่ทันคิดว่าจะมีใครมานั่งอยู่หน้าบ้านในเวลาค่ำมืดเช่นนี้

ใบหน้าหญิงสาวร้อนผ่าวขึ้นทันทีที่เห็นเขา มือน้อยยกขึ้นแตะริมฝีปากอย่างลืมตัวยามจ้องมองเขาอย่างเผลอไผล จิตใจเตลิดเปิดเปิงกระทั่งไม่รู้ตัวเลยว่าคนที่ถูกมองเงยหน้าขึ้นมองมาทางเธอ เพราะเจ้าตัวก็รู้สึกได้ว่ากำลังถูกจับจ้องมองอยู่จากใครสักคน

ศุภรุจน์อดยิ้มออกมาไม่ได้เมื่อเห็นว่าคนที่จ้องมองมาจากหน้าต่างชั้นสองเป็นใคร  และแค่เห็นหญิงสาวยกมือขึ้นแตะริมฝีปาก เขาก็รู้ได้ทันทีว่าเธอกำลังนึกถึงเรื่องเมื่อตอนเย็นเช่นเดียวกันกับเขา  ช่วยไม่ได้ที่เลือดในกายเขาจะสูบฉีดรุนแรง ความปรารถนาที่เก็บซ่อนไว้กำลังก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ  เขาลุกขึ้นแล้วเดินไปจากตรงนั้นทันทีเพื่อหักห้ามใจ

บุษบงกชยืนใจลอยจนไม่รู้เลยว่าคนที่ตนลอบมองอยู่เมื่อครู่ลุกเดินออกไปแล้ว  มารู้ตัวอีกทีก็เมื่อตกอยู่ในอ้อมแขนของใครบางคน

“อุ๊ย!” หญิงสาวสะดุ้งโหยง รีบหันไปมองพร้อมผลักไส  “พี่รุจ...ปล่อยค่ะ”

เมื่อครู่ศุภรุจน์ลุกจากหน้าบ้าน ตั้งใจจะเดินหนีไปข่มอารมณ์ปรารถนาที่ก่อตัวขึ้นหลังจากเห็นหญิงสาวคนที่ก่อกวนหัวใจเขามาแต่เย็นแอบมองเขาอยู่  ท่าทีที่บอกว่าเธอกำลังนึกถึงเรื่องเดียวกับเขาทำให้เขาอดคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ว่าเธอพึงใจ และนั่นก็ทำให้เลือดในกายเขาฉีดแรงจนต้องลุกหนีไปเสีย  แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าว เขาก็ต้องวกกลับมาตามเสียงเรียกร้องของร่างกายและหัวใจ  

ชายหนุ่มเดินเข้าบ้าน ก้าวขึ้นบันไดไปชั้นสอง แล้วตรงเข้าสวมกอดหญิงสาวที่ยังยืนอยู่ที่เดิมทันที  รู้ตัวดีว่าคงไม่มีทางปล่อยเธอไปง่ายๆ แม้เธอจะขับไล่ไสส่งเขาก็ตาม

“บุษจ๋า...พี่ชอบบุษนะ” เขาบอกแล้วก้มลงจูบเธอทันที  ริมฝีปากร้อนผ่าวเปี่ยมล้นด้วยไฟปรารถนาบดคลึงลงบนริมฝีปากนุ่มอย่างรวดเร็วและรุนแรง  วงแขนแข็งแกร่งกอดกระชับร่างบางชนิดที่ไม่ยอมให้เธอผลักไสเขาได้  เพียงครู่ จูบรุนแรงก็เปลี่ยนเป็นอ้อยอิ่งดูดดื่ม  บุษบงกชที่มีทีท่าต่อต้านในคราแรกกลับเริ่มคล้อยตามและโอนอ่อน

เขาไม่รู้ว่าจูบเธอนานแค่ไหน  รู้แต่อยากจูบไปเรื่อยๆ และพร้อมจะทำมากกว่านั้น

ศุภรุจน์สอดแขนเข้าใต้ร่างเพรียวบาง อุ้มเดินตัวปลิวตรงเข้าห้องนอน  กระนั้นก็ยังไม่ยอมถอนริมฝีปากที่กำลังบดคลึง  เขาวางเธอลงบนเตียงแล้วโน้มตัวลงตาม ลูบไล้ผิวกายนวลเนียนอย่างย่ามใจ  หากเมื่อเริ่มล่วงล้ำเข้าไปใต้อาภรณ์ ก็มีเสียงพ้อขึ้นเบาๆ พร้อมกับที่อาการผลักไสเริ่มขึ้นอีกครั้ง

“พี่รุจ...ไม่นะคะ”

“บุษจ๋า...พี่รักบุษ ต้องการบุษเหลือเกิน อย่าห้ามพี่เลยนะ”

เสียงกระซิบเว้าวอนแว่วอยู่ข้างหู ไม่ห่างนวลแก้มที่เขากำลังพรมจูบอย่างไม่ฟังคำทัดทาน  บุษบงกชเคลิบเคลิ้มสะท้านไปทั้งกายกับการเล้าโลมที่เจนจัดของชายหนุ่ม

เธออยากผลักเขาออกห่าง แต่ก็นึกเสียดาย  อยากบอกให้เขาหยุด แต่ก็ยังอยากไปต่อ  หญิงสาวสับสนกับอารมณ์ตนเองจนศุภรุจน์เปลื้องผ้าของเธอออกหมดทุกชิ้นเธอก็ยังไม่รู้ตัว  มารู้อีกทีเมื่อเขาลุกขึ้นจัดการกับตัวเอง

บุษบงกชเบิกตาโพลงเมื่อได้เห็นสรีระเปล่าเปลือยของชายหนุ่มอย่างเต็มตาและใกล้ชิดเป็นครั้งแรก  เธอไม่ปฏิเสธว่าการใช้ชีวิตวัยสาวในหอพักกับเพื่อนนิสัยเปิดเผยเช่นนนทรีจะไม่มีการนำหนังใต้สะดือมาเปิดดู แล้วหัวเราะคิกคักชี้ชวนกันชมสรีระชายหนุ่มแต่ละคนรวมทั้งท่วงท่าในการร่วมรักที่ชวนติดตาตรึงใจ  แต่ก็นั่นแหละ เธอไม่เคยเห็นของจริงมาก่อน แถมยังเป็นการเห็นที่ใกล้ชิด ขนาดที่มันจดจ่ออยู่ใกล้ตัวเธอเหลือประมาณ

“พี่รุจน์...”  หญิงสาวไม่รู้ว่าเธอเรียกเขาทำไม จะห้ามหรือจะเร่งเร้าอยากลิ้มรสสัมผัสที่ไม่เคยพานพบ  รู้แต่ร่างกายเธอผ่าวร้อน สะบัดร้อนสะบัดหนาวอยากให้เขาช่วยปลดปล่อย  เขาก้มลงมากระซิบเว้าวอนอีกครั้ง ก่อนจะทำตามที่เขาปรารถนาโดยไม่รอให้เธอเอ่ยตอบรับหรือปฏิเสธ

ทว่ามันไม่ได้มีความรู้สึกอย่างที่เธอคาดหวังเหมือนยามชมบทรักในหนังพวกนั้นเลย  ตัวแสดงหญิงทำหน้าชวนฝันแล้วครวญครางอย่างมีความสุขเมื่อฝ่ายชายโลมเล้า แต่เธอกลับกรีดร้องจนเขาต้องเอื้อมมือมาปิดปากแล้วปลอบโยนเพื่อให้ผ่อนคลาย  เธอหลั่งน้ำตาตลอดเวลาเมื่อเขาทำทุกอย่างเพื่อให้บรรลุในสิ่งที่ต้องการ ขณะที่เขาครางอย่างมีความสุขเหมือนนักแสดงชายไม่มีผิด  แต่เธอไม่ใช่ มันเจ็บปวดเหมือนร่างจะแยกออกเป็นเสี่ยงๆ

ศุภรุจน์พลิกตัวมากอดหญิงสาวเอาไว้ รับรู้ถึงความเจ็บปวดของเธอ แต่ขณะเดียวกันก็ภูมิใจอย่างมากที่เขาเป็นผู้พิชิตความบริสุทธิ์จากเธอมาได้  ชายหนุ่มยอมรับว่าแปลกใจไม่น้อยกับเรื่องนี้  อาจเพราะคำบอกเล่าของเอกสิทธิ์ถึงพฤติกรรมของกลุ่มเพื่อนหนุ่มสาวของเธอ และจากที่ได้เห็นด้วยตาตนเองในผับวันนั้น เขาจึงมองเธอผิดไปและขาดการยับยั้งชั่งใจกว่าที่ควร  กระนั้นเขาก็ไม่ปฏิเสธว่า ทุกสิ่งที่ทำลงไปก็เพราะหัวใจเรียกร้อง...เขาเชื่อเรื่องรักแรกพบ

ชายหนุ่มบรรจงจูบซับน้ำตาที่ยังเปรอะเปื้อนใบหน้าหญิงสาว กระซิบบอกอย่างอ่อนโยน

“ครั้งต่อไปจะรู้สึกดีขึ้น ไม่เจ็บอย่างนี้แล้วนะจ๊ะ...บุษ”

“มันจะมีครั้งต่อไปอีกหรือคะ”

“ทำไมบุษถามแบบนี้  มีสิจ๊ะ พี่จะรับผิดชอบทุกอย่างที่ทำลงไป เราจะแต่งงานกันถ้าบุษไม่ขัดข้อง”  ในเมื่อเขาเป็นผู้พิชิตความสาวของเธอ เขาก็พร้อมดูแลเธอและรับไว้ในความครอบครองด้วยความเต็มใจ

“พี่รุจน์...”

บุษบงกชเอ่ยเรียกเขาอย่างซาบซึ้งใจ  ความเจ็บปวดมลายไปแทบจะทันทีที่เขาแสดงความเป็นสุภาพบุรุษ ยอมรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งๆ ที่เธอไม่ได้ขัดขืนและไม่ได้ร้องขอเลยสักนิด  หญิงสาวกอดเขาแนบแน่น พูดอะไรไม่ถูก  รับรู้แต่เพียงสัมผัสอบอุ่นที่เรือนผม หน้าผาก และจูบแรงๆ ที่แก้ม  ตามด้วยเสียงกระซิบถ้อยคำที่ทำให้ใบหน้าแดงก่ำ ทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยอมตามใจเขาทุกอย่าง


ขายของ คลิกที่รูปเลยจ้า 

 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

0 ความคิดเห็น