ตอนที่ 16 : บทที่15

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 320
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    6 ก.พ. 61

บทที่๑๕

ใกล้เวลาพักกลางวันลูกค้าร้านข้าวแกงที่แวะเวียนมาเรื่อยๆ ก็เพิ่มขึ้น ทั้งแวะเวียนมาซื้อใส่กล่องและนั่งกินที่ร้าน จนอรรถต้องละมือจากการตัดแต่งต้นไม้มาช่วย ทั้งตักขาย ทั้งช่วยเสิร์ฟ ช่วยล้างมือระวิง แต่นับเป็นความสุขของสองคนผัวเมีย ที่ช่วยกันทำในสิ่งที่รักที่ชอบทั้งคู่ การสนุกและมีความสุขกับงานที่ทำทำให้ไม่รู้สึกเหนื่อย ไม่เบื่อแม้จะเป็นงานที่จำเจ

“แม่ หนูนามันจะไปไหน” อรรถเดินมากระซิบถามคนเป็นภรรยาที่กำลังผัดข้าวให้ลูกค้า

ปัทมาหันไปมองแล้วหันมาสบตาสามี พร้อมส่ายหน้าช้าๆ “ไม่รู้พ่อ หิ้วกระเป๋าใบโตเสียด้วย พ่อไปถามมันหน่อยสิ”

อรรถรับคำสั้นๆ แล้วรีบเดินออกจากร้านไปหาปารีณาที่กำลังเดินหิ้วกระเป๋าออกจากบ้าน ลูกสาวคนเล็กหยุดเดินทันทีที่เขาเดินมาขวางหน้า แต่ไม่ได้มีความตกใจในสีหน้าแม้แต่น้อย แล้วยังมองสบตาเหมือนจะถามว่ามาขวางทางทำไมจนต้องเอ่ยปากถามก่อน

“จะไปไหนหนูนา”

“ไปทำงานต่างจังหวัดพ่อ”

“อะไรกัน งานอะไร ไม่เห็นบอกพ่อล่วงหน้าเลย”

“งานเพิ่งเรียกตัวนะพ่อ หนูนาเลยต้องรีบไป แต่พ่อไม่ต้องห่วงหรอกหนูนาไปกับเพื่อนอีกสองคน จัดการอะไรๆ เสร็จจะโทร.มาบอกนะพ่อ ไปนะจ๊ะเดี๋ยวเพื่อนรอ ฝากลาแม่ให้ด้วยนะคะ” ปารีณาไหว้พ่อ แล้วหิ้วกระเป๋าเดินไปหน้าบ้านเพื่อมองหารถรับจ้างปล่อยให้พ่อยืนมองอย่างแปลกใจ

“รีบโทร.มาล่ะ พ่อเป็นห่วง” อรรถตะโกนไล่หลัง

“หนูนามันจะไปไหนพ่อ” ปัทมาเดินมาถาม หลังละมือจากงานในร้านเมื่อเสิร์ฟข้าวผัดให้ลูกค้าแล้ว

“ไปทำงานต่างจังหวัด มันไม่เคยสมัครงานที่ไหน แล้วทำไมมีงานด่วนให้มันไปทำละ” อรรถเปรยอย่างสงสัย

“ไม่เคยสมัครงานได้ไงพ่อ วันก่อนมันยังติดรถคุณเบ็นไปสมัครงานเลย พ่อจำไม่ได้หรือ”

“เออใช่ หรือว่างานนั้น แต่ถ้ารู้ว่าต้องไปทำต่างจังหวัดแบบนี้ พ่อไม่ให้มันไปสมัครหรอก”

“พูดอย่างกับห้ามหนูนาได้ ถ้าหนูดีก็ว่าไปอย่าง แล้วลูกไปจังหวัดไหน กลับเมื่อไหร่ละพ่อ”

“นั่นสิ พ่อลืมถามไปเลย แต่หนูนาบอกว่าเสร็จเรื่องแล้วจะโทร.มานะแม่”

“ก็ยังดีนะจ้ะ ลูกค้าเรียกเก็บเงินแล้ว แม่เข้าร้านก่อน จ้าๆ มาแล้วค่า” ปัทมารีบเดินกลับไปในร้านข้าวแกง

อรรถมองตามปารีณาที่กำลังก้าวขึ้นรถแท็กซี่ มองจนรถแล่นลับสายตาจึงเดินกลับไปที่ร้าน ทั้งที่ในใจรู้สึกโหวงๆ บอกไม่ถูก  ปารีณาอาจเที่ยวกลับดึกๆ ดื่นๆ ขนาดกลับเช้าก็ยังเคย หรือการไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนสมัยเรียนหนังสือก็ไปมาแล้ว แต่ทำไมครั้งนี้ตนถึงรู้สึกแบบนี้ หรือเป็นเพราะว่าการไปทำงานต้องพักที่ต่างจังหวัดเลย หรือเพราะไม่รู้ล่วงหน้าจึงไม่ได้ทำใจ

“โชคดีนะหนูนา ได้งานทำดีๆ แล้วโทร.กลับมาเร็วๆ นะลูก” พึมพำคนเดียว

 

รถบรรทุกเล็กที่มาส่งของทั้งกระถางต้นไม้ ดินปลูกต้นไม้ ปุ๋ยคอก แล่นออกไปจากหน้าร้านต้นไม้ของอรรถ ก่อนเจ้าตัวจะมาลำเลียงไปเก็บไว้เป็นที่เป็นทางเพื่อสะดวกในการขายให้ลูกค้า

“มาหนูดีช่วย” ปรัศนีที่เพิ่งกลับมารีบตรงเข้าช่วย

“วันนี้กลับเร็วนะลูก” อรรถทักทาย อดมองไปทางหน้าร้านไม่ได้ และเหมือนลูกสาวคนโตจะรู้ว่าเขามองอะไร จึงบอก

“คุณเบ็นกลับไปแล้วค่ะ คงรีบกลับไปนอน นานๆ จะเลิกงานไวที วันนี้แม่ก็เก็บร้านเร็วนะคะ” หล่อนเอ่ยเมื่อหันไปมองร้านข้าวแกงที่วันนี้เก็บร้านเรียบร้อย โต๊ะเก้าอี้จัดคลุมไว้อย่างเป็นระเบียบ

“วันนี้ขายดีหมดไว แม่ขี้เกียจไปซื้อของมาทำเพิ่ม พ่อก็ว่าดีแม่จะได้พักผ่อนเสียบ้าง”

“อันที่จริงหนูดีอยากให้แม่เลิกขายข้าวแกงได้แล้ว แต่กลัวว่าถ้าหนูดีตกงานอีกครั้ง พวกเราจะพากันลำบาก”

“ทำไมพูดแบบนี้ละลูก พ่อเห็นคุณเบ็นก็ดูใจดี หรือมีวี่แววว่าเขาจะเลิกจ้างหนูดีหรือลูก แต่ถ้าเป็นแบบนั้นก็คงไม่ลำบากเท่าไหร่เพราะหนูนามีงานทำแล้ว”

“หนูนาได้งานทำแล้วหรือพ่อ ดีจัง ว่าแต่ที่ไหน จะเริ่มทำเมื่อไหร่คะ”

“วันนี้แหละ แต่พ่อไม่รู้ว่าที่ไหน รู้แต่หนูนาบอกว่าไปต่างจังหวัดไปทำงาน”

“อ้าว! งานต่างจังหวัดเลยหรือคะ ไปสมัครไว้ตอนไหนยังไงกัน แล้วทำไมไม่บอกว่าจังหวัดไหน เหลวไหลจริง”

“พ่อก็ลืมถามตอนน้องบอก แต่หนูนาบอกว่าจัดการอะไรเสร็จจะโทร.มาบอก แต่จนป่านนี้ยังไม่โทร.มาเลย”

“ทำไมต้องรอให้โทร.มา เดี๋ยวหนูดีโทร.ไปถามเอง” ปรัศนีบอก แล้วรีบโทรศัพท์ถึงปารีณาทันที

“อ้าว! โทร.ไม่ติด ไม่มีสัญญาณเสียอย่างนั้น” ปรัศนีบอกพ่อหน้าเจื่อนๆ ก่อนพูดกลบเกลื่อนเพื่อไม่ให้พ่อคิดมากแล้วไม่สบายใจ

“ค่อยโทร.ใหม่ค่ำๆ ก็ได้ บางทีอาจยังเดินทางอยู่หรือเป็นที่ไม่มีสัญญาณ มาๆ หนูดีช่วยพ่อก่อน วางตรงนี้ใช่ไหมคะ” หล่อนถามทั้งที่เห็นอยู่ว่าพ่อจัดวางกระสอบดินเหล่านี้ไว้ตรงไหน ก่อนจะทำงานไปเงียบๆ ในใจครุ่นคิดเรื่องของปารีณากับกบินทร์ จู่ๆ ปารีณาก็ไปทำงานต่างจังหวัด ในขณะที่กบินทร์ไม่ยอมรับว่าเคยสัญญาอะไรไว้ เขาบอกแค่ปารีณาหลบหน้าหลบตาเขา แต่ไม่รู้สาเหตุว่าจากเรื่องอะไร ปรัศนีอยากรู้ว่ากบินทร์รู้เรื่องปารีณาไปทำงานต่างจังหวัดหรือไม่ เพราะวันนี้ทั้งวันเขาไม่เอ่ยถึงปารีณาอีกเลยนอกจากตอนเช้าที่พูดคุยกันในรถแล้วถูกขัดจังหวะด้วยหญิงชราที่เดินข้ามถนนตัดหน้ารถ

เมื่อนึกถึงหญิงชราขนในกายก็พากันลุกชันขึ้นอีกครั้ง แม้เหตุการณ์นั้นจะผ่านมาหลายชั่วโมงแล้วก็ตาม เมื่อหล่อนจูงหญิงชราข้ามถนนและกำลังจะข้ามกลับมาขึ้นรถกบินทร์ที่รออยู่นั้น หญิงชราดังกล่าวจับแขนเอาไว้ ในตอนนั้นแวบแรกที่สัมผัสคือมือเหี่ยวๆคู่นั้นเย็นเหลือเกิน แล้วก็ผงะเมื่อหันกลับไปแล้วเห็นพวงมาลัยดอกพิกุลที่หญิงชรายื่นให้

ยายให้

มะ ไม่เอา ขอบคุณนะคะ

รับไปเถอะหนู ไม่ต้องเกรงใจ ดอกไม้หอมๆ เอาไว้ใส่ในรถจะได้หอมชื่นใจ ไม่ลืมคนให้หญิงชรายังคะยั้นคะยอ ในขณะที่หล่อนส่ายหน้าปฏิเสธ

หนูรับแค่น้ำใจ ไม่รับพวงมาลัยนะคะ ขอบคุณค่ะแล้วหล่อนก็ไหว้ลา พร้อมกับรีบวิ่งข้ามถนนทันที ดีที่ช่วงเวลานั้นไม่ค่อยมีรถแล่นไปมามากนัก หล่อนจึงข้ามถนนอย่างปลอดภัย เมื่อกลับมาถึงรถก็ต้องลำบากใจกับการตอบคำถามของกบินทร์

ยายแกจะให้อะไรตอบแทนหรือ เห็นคุณปัดมือวุ่นวาย

ถ้าหล่อนตอบไปว่าพวงมาลัยดอกพิกุล ก็คงมีเรื่องให้คุยให้วิตกจริตกันไปทั้งคู่ จึงตัดสินใจพูดปด

ให้เงินมากินขนมค่ะ

หือเขาทำเสียงไม่เชื่อ พร้อมหัวเราะเบาๆ แล้วเคลื่อนรถทันที เหมือนจะลืมเรื่องทุกอย่างที่พูดคุยกันค้างอยู่ เพราะเขาไม่เอ่ยอะไรอีกรวมถึงเรื่องของปารีณาด้วย

“หนูนาทะเลาะกับแฟนหรือเปล่า”

หล่อนอึ้งกับคำถามของพ่อจึงมองนิ่ง พ่อจึงพูดต่อ

“ก็หนูนาบอกว่าเป็นแฟนกับเจ้านายหนูดี พักหลังพ่อไม่เห็นสองคนออกไปเที่ยวด้วยกัน ทั้งที่บางวันงานหนูดีก็เสร็จเร็ว แล้วจู่ๆ น้องก็หิ้วกระเป๋าไปทำงานต่างจังหวัดแบบนี้ก็อดคิดไม่ได้ว่าทะเลาะกัน”

“คงไม่หรอกค่ะ คุณเบ็นไม่เห็นพูดอะไรเกี่ยวกับหนูนาเลย”

“หมายความว่ายังไง” เสียงแข็งจนปรัศนีตกใจ ปกติพ่อพูดจาอ่อนโยนกับทุกคน และไม่เคยใช้น้ำเสียงเช่นนี้กับลูก

“อะไรกันพ่อ เสียงดังเข้ามาถึงในบ้าน” ปัทมาชะโงกหน้ามาทางประตูหลัง ก่อนจะกวักมือเมื่อสองคนพ่อลูกหันไป “เสร็จกันหรือยัง มากินข้าวได้แล้ว แม่อุ่นแกงแล้วมากินตอนร้อนๆ งานไว้ค่อยทำวันหลังบ้าง”

ปรัศนีไม่กล้าตอบได้แต่รอให้พ่อตัดสินใจ ก่อนลอบถอนหายใจเมื่อพ่อหันมาพยักหน้าชวน แล้วตะโกนตอบแม่

“เสร็จแล้วๆ ไปเดี๋ยวนี้แหละจ้า”

 

ปรัศนีรีบขึ้นมาบนห้องนอนหลังเก็บกวาดล้างจานชามในครัวเสร็จแล้วเพื่อจะโทร.หาน้องสาวและกบินทร์ที่จนป่านนี้ยังไม่โทร.มารายงานตัวว่าถึงบ้านแล้ว หล่อนใช้คำนี้เพราะเขาปฏิบัติอย่างนั้นทุกวันจนชินและรอคอยอย่างห่วงใยหากเขาโทรมาเช่นวันนี้ ส่วนปารีณานั้นหล่อนห่วงเพราะเป็นน้องที่ไม่เคยไปทำงานไกลบ้าน ใช่แต่หล่อนคนเดียวที่ห่วง พ่อกับแม่ก็ห่วงและแสดงออกชัดเจน พ่อกับแม่กินข้าวไม่อร่อยทั้งที่กับข้าวชวนกินเหมือนทุกวันไม่มีการพูดคุยกันตามปกติ เอาแต่หันมองไปทางโทรศัพท์ครั้งแล้วครั้งเล่า

หญิงสาวหัวเสียเพราะควานหาโทรศัพท์มือถือไม่พบ ยิ่งร้อนใจอยากใช้ยิ่งรนรานควานหาจนต้องจบลงที่เททุกอย่างในกระเป๋าลงบนเตียง

ฉับพลันนั้นเองพวงมาลัยดอกพิกุลก็ร่วงมาจากกระเป๋า

ปรัศนีถอยกรูดเพื่อตั้งหลัก ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นพวงเดียวกับที่หญิงชราส่งให้

คุณยายคนนั้นเป็นใคร เกี่ยวข้องกับดอกพิกุลและกบินทร์หรือเปล่า แล้วทำไมหลังจากกบินทร์ไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรแล้วเขาไม่เคยเจอเรื่องประหลาดอีกเลย แต่กลับกลายเป็นหล่อนที่เจอเสียเองครั้งแล้วครั้งเล่า

ปรัศนีมองพวงมาลัยดอกพิกุลพวงกระจ้อยร่อยที่ปะปนกับข้าวของที่เทออกมาจากกระเป๋า หล่อนไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือตาฝาด ที่เห็นพวงมาลัยเริ่มขยับเคลื่อนออกมาจากกองสัมภาระแล้วค่อยๆ ขยาย จากมาลัยพวงเล็กๆ กลายเป็นมาลัยพวงใหญ่ไม่ต่างจากขดเชือกที่วางอยู่ และโดยที่หล่อนไม่ทันตั้งตัวพวงมาลัยขนาดใหญ่นั้นก็ลอยขึ้นแล้วพุ่งเข้าหา ดุจมีใครเหวี่ยงมา

“ว้าย!” ปรัศนีรีบหลบแต่ไม่ทันเสียแล้ว มาลัยพวงใหญ่ดุจเส้นเชือกคล้องลงมาอย่างพอเหมาะพอดีบนศีรษะและเคลื่อนลงไปอย่างรวดเร็วจนมาถึงคอ แต่ไม่ได้หยุดลงแค่นั้นเพราะมาลัยพวงใหญ่กำลังหดตัวรัดรึงรอบคอแนบแน่นจนเริ่มหายใจติดขัด

“โอ๊ะ!” ปรัศนีพูดไม่เป็นคำขณะพยายามดึงพวงมาลัยที่ใหญ่และเหนียวไม่ต่างเชือกไนล่อนออกห่างลำคอ แต่ยิ่งดึงกลับยิ่งรัดแน่นบอกถึงแรงต่อต้านที่มีมากกว่าจนรู้สึกเหมือนเห็นความตายมารออยู่เบื้องหน้า

ช่วยด้วย คำขอร้องให้ช่วยดังอยู่ในอกเพราะไม่อาจลอดผ่านออกจากปากได้ ดวงตาเริ่มพร่ามัว มือไร้เรี่ยวแรงจนตกลงข้างตัว

คุณเป็นใคร ฉันไปทำอะไรให้ ทำร้ายฉันแบบนี้ทำไม ปล่อยฉันนะ ปล่อย!’

ปรัศนีรู้สึกว่าตนเองตวาดออกไปสุดเสียง ก่อนทุกอย่างจะหยุดนิ่งและดำมืด หรือนี่คือความตายที่ได้สัมผัส

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

20 ความคิดเห็น

  1. #2 SamanthaArlan (@SamanthaArlan) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:12
    ชอบเรื่องนี้มากรอตอนต่อไปค่ะ
    #2
    0