ตอนที่ 10 : บทที่ 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 359
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    12 ม.ค. 61

บทที่๙

กวางวางสายจากสามารถ เปลี่ยนใบหน้าบึ้งตึงให้กลายเป็นยิ้มเจ้าเล่ห์ เด็กสาวเลื่อนตัวลงนอนเหยียดยาวบนที่นอนนุ่ม กอดก่ายตนเองแล้วหวนรำลึกถึงเวลาที่ตนอยู่ในอ้อมกอดกบินทร์ เขาบอกว่ารักชอบและจะแต่งงานเมื่อถึงเวลา แต่แค่เวลาผ่านไปไม่นานเขาก็เปลี่ยนไป และที่รู้สึกแย่กว่านั้นคือเขาคว้าผู้จัดการส่วนตัวแสนเชยนั่นมาแทนหล่อน

“ตาต่ำนะพี่เบ็น ไม่ว่าจะอมพระกี่วัดมาพูดหนูก็ไม่เชื่อ พี่ต้องมีอะไรกับนังผู้จัดการนั่นแล้วแน่ๆ คอยดูฤทธิ์หนูบ้างเถอะ พรุ่งนี้ได้ดังเป็นพลุแตกแน่ๆ” กวางยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อนึกถึงแผนการของตนเอง จากที่คิดว่าจะทำให้นักข่าวสะดุดตากับรูปวันเกิดและขุดคุ้ยอายุของตน แต่ไม่คิดเลยว่าอดีตผู้จัดการของกบินทร์จะเข้ามายุ่มย่ามยื่นข้อเสนอให้ลบรูปให้โกหกนักข่าวเรื่องอายุหากจะมีการซักถามหรือขอสัมภาษณ์

“คิดว่าเอาเงินฟาดหัวแล้วฉันยอมหรือนังตุ๊ด รักกันจริงสินะถึงได้ออกหน้าช่วยขนาดนี้ แต่อย่าหวังว่าคนอย่างฉันจะยอมง่ายๆ เจ็บแล้วฉันจำ จำจนตายเลยทีเดียว”

กวางวางโทรศัพท์เคลื่อนที่ลงข้างตัวเมื่อความง่วงเตือนให้หล่อนพักผ่อน วันนี้หล่อนเผชิญอะไรมามากแล้วจึงสมควรพักผ่อนเสียที หวังว่าพรุ่งนี้คงตื่นมาพร้อมข่าวดีของตนแต่อาจทำให้ชีวิตใครบางคนพังพินาศ แต่ช่วยไม่ได้หล่อนไม่ยอมถูกสลัดทิ้งง่ายๆ เหมือนคู่รักคนก่อนๆ ของกบินทร์แน่

เด็กสาวหลับตาลงและหลับไปในทันทีตามความต้องการของร่างกาย แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งตื่นหลังจากหลับไปได้ไม่นานเพราะเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น กวางงัวเงียควานมือไปหยิบมาแนบหูแล้วกรอกเสียงโดยไม่ดูว่าใครโทร.เข้ามาดึกดื่นเช่นนี้

“ฮัลโหล” กวางตาโตหลังอีกฝ่ายกรอกเสียงกลับมา แล้วขยับลุกขึ้นนั่งเป็นกิจจะลักษณะเพราะคิดว่าเขาต้องมีเรื่องคุยนาน

“พี่เบ็นมีอะไรจะพูดกับกวางอีกคะ เราจบกันแล้วนะคะ กวางไม่มีวันไปขอโทษนังหนูดีแน่ๆ” หล่อนถามกลับอย่างแง่งอน แต่ใบหน้ายิ้มแย้มเพราะคิดว่าเขาต้องโทร.มาขอโทษ ก่อนทำตาโตไม่เชื่อหูจนต้องถามย้ำอีกครั้ง

“เดี๋ยวนี้หรือคะ ค่ะๆ จะไปเดี๋ยวนี้” หล่อนกระโดดลงจากเตียง ความง่วงหายไปมีแต่ความชุ่มชื่นใจเข้ามาแทนที่กับคำร้องขอให้ไปพบเพื่อไถ่โทษกับเรื่องที่ผ่านมาและตามมาด้วยคำพูดว่าคิดถึง โหยหา คำพูดของกบินทร์มีความหมายสำหรับตน

 

กวางใช้เวลาไม่นานก็มายืนหน้าห้องของกบินทร์ที่ยามปล่อยให้ขึ้นมาอย่างง่ายดายเพราะจำหล่อนได้ ก่อนจะเคาะเรียกเบาๆ ประตูเปิดออกรวดเร็วจนเด็กสาวกระหยิ่มใจว่าเขาคงรอคอยการมาถึงของตนอย่างใจจดใจจ่อ กวางคิดเอาไว้แล้วว่าจะเล่นตัวให้หนัก จะยื่นข้อเสนอชนิดที่เขาดิ้นไม่หลุด สลัดหล่อนไม่ได้เลยทีเดียว

“พี่เบ็นอยู่ไหนเอ่ย” เด็กสาวร้องเรียก หลังเข้ามาในห้องเย็นฉ่ำแล้วไม่เห็นเจ้าของห้อง ก่อนถือวิสาสะเปิดประตูห้องนอน ไฟในห้องส่องสว่างแต่ไร้เงาเจ้าของเช่นกัน กวางเดินไปดูที่ห้องน้ำก็ไม่เห็น

“พี่เบ็น! เล่นอะไรนี่ ออกมานะ ไม่งั้นหนูกลับละ” กวางหัวเสียหมดอารมณ์สนุก ก่อนตัดสินใจเดินออกจากห้อง ฉับพลันก็ได้กลิ่นหอมประหลาดพร้อมลมเย็นพัดวูบผ่าน เด็กสาวหันกลับไปมองแล้วยิ้ม เมื่อเห็นผ้าม่านตรงประตูระเบียงไหวพะเยิบตามแรงลม

“อยู่นี่นี่เอง” กวางเปิดประตูออกไป ดีใจเหมือนเด็กเล่นซ่อนหาแล้วค้นหาคนซ่อนจนเจอ ทว่าเมื่อร่างที่ยืนตรงระเบียงหันมา หล่อนกลับตาวาว โกรธเกรี้ยว

“แก นังปรัศนี มาทำอะไรห้องพี่เบ็นดึกๆ ดื่นๆ” กวางตรงเข้าบีบต้นแขนอยากกระชากให้แขนหลุด ก่อนจะร้องตกใจเมื่อคนที่เห็นทีแรกคือปรัศนีกลับกลายเป็นหญิงแปลกหน้า ที่ค่อยๆ กลายเป็นหญิงชรา

“กรี๊ด!” กวางกรีดร้องเสียงหลง ผลักร่างดังกล่าวให้ห่างแต่กลับทำไม่ได้ ไม่อาจปล่อยมือจากต้นแขนที่กำลังเหี่ยวลีบลงเช่นเดียวกับส่วนอื่นของร่างกาย เหมือนมีกาวมาติดไว้

“ปล่อยนะ ช่วยด้วย ปล่อย” กวางกรีดร้องขอความช่วยเหลือแต่เหมือนเสียงไม่เล็ดลอดออกจากปาก ร่างเหี่ยวย่นปานซากศพที่ตายมานานขยับเข้าหาเหมือนจะโอบกอดหล่อนไว้ เด็กสาวทั้งหวาดกลัวและขยะแขยงกลิ่นสาบสางที่โชยออกมาพยายามดิ้นรนผลักซากดังกล่าวสุดแรง จนเกิดสิ่งไม่คาดฝันขึ้น

ร่างที่ถูกผลักแรงหายวับไปกับตาแต่ตัวหล่อนเองกลับพุ่งไปข้างหน้าจนชนราวระเบียงและเหมือนมีคนมาจับขายกให้ลอยเหนือพื้น

“อย่าปล่อยนะ อย่า” กวางร้องขอ

“เมื่อกี้มึงบอกให้ปล่อย” ซากศพที่จับขาหล่อนยกขึ้นสูงจนตัวพาดเป็นกระดานหกกับราวระเบียง

“อย่าปล่อย อย่า” แต่คำขอไม่มีผลซากศพแห้งกรังหัวเราะเสียงหวีดหวิวเสียงแทงหัวใจก่อนพูดเสียงพร่าแผ่วเหมือนดังมาจากที่ไกลแสนไกลอีกครั้ง

“ไอ้เข้มผัวกู อย่ามายุ่งกับผัวกู” ปล่อยมือที่มีแต่หนังหุ้มกระดูก

“กรี๊ด” กวางกรีดร้องโหยหวนปะปนเสียงหัวเราะแหบพร่าและกลิ่นหอมประหลาดลอยวนรอบตัว จนร่างกระแทกพื้นอย่างแรง

เสียงห้ามล้อรถดังลั่น

“ว้าย! คนตกตึก”

สามารถอุทานลั่นรถ ตัวสั่นใจเต้นไม่เป็นส่ำไม่กล้าลงไปดูว่าใครและตายหรือไม่ เขาไม่รู้ร่างนั้นตกมาจากชั้นไหน จากเครื่องแต่งตัวที่เห็นเวลานี้คาดว่าน่าจะเป็นผู้หญิง ผมยาวๆ ที่ปรกหน้าทำให้ดูไม่ออกว่าใครแต่เลือดแดงที่ไหลนองก็สร้างความสลดใจให้ไม่น้อยและไม่อาจนิ่งเฉยได้

สามารถรีบโทรศัพท์แจ้งเหตุ ทว่าแค่วางสายโทรศัพท์เสียงไซเรนและเสียงคนก็ดังกระชั้นเข้ามาจนเขาคิดว่ามาเร็วเกินคาด และเร็วเกินไปเสียด้วยซ้ำ แต่ก็คิดว่าดีที่คนเจ็บไม่ต้องรอนานบางทีอาจเยื้อชีวิตไว้ทัน สามารถรีบลงจากรถเมื่อเห็นหน่วยรักษาความปลอดภัยของคอนโดมาถึงก่อน

“ตายหรือเปล่าก็ไม่รู้นะครับ” สามารถพูดอย่างคนคุ้นกันก่อนจะก้าวไปใกล้ แต่คนที่กำลังนั่งยองๆ ข้างร่างบนถนนหันขวับมามองเขา สายตาชวนขนลุกตำหนิ ปรักปรำเหมือนเขาเป็นคนผิดจนต้องถอยห่าง

“เอ๊ะ! จับผมทำไม” สามารถถอยมาได้สองก้าวก็ถูกจับต้นแขนทั้งสองข้าง

“คุณคนนี้แหละครับ ขับรถไล่ชนผู้หญิงคนนี้” เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยลุกขึ้นแล้วขยับออกห่างเมื่อเจ้าหน้าที่มูลนิธิมาถึงแล้วรีบมาตรวจดูร่างบนพื้น

“พูดบ้าอะไรของคุณ” สามารถโวยวาย ก่อนอุทานลั่น เมื่อเห็นใบหน้าที่ถูกพลิกขึ้นมา

“กวาง!

“คุณรู้จัก แสดงว่าคุณตั้งใจฆ่า” เสียงพูดข้างหูทำให้สามารถหันมอง ก่อนผลักคนพูดที่เป็นตำรวจในเครื่องแบบจนเซ

“จะบ้าหรือ ผมไม่รู้เรื่อง แค่ขับรถผ่านมาพอดี กวางตกลงมาจากตึกเอง อาจทะเลาะกับเจ้าของห้องหรือผู้จัดการส่วนตัวก็ได้ ขึ้นไปดูสิ”

“ตกตึกนี่นะ” หลายเสียงสงสัยดังขึ้น ก่อนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนเดิมจะพูด

“ผมเห็นกับตา คุณขับรถไล่ชนคุณคนนี้มาจากถนนใหญ่ ผมวิ่งมาห้ามแต่ไม่ทัน”

“บ้า ไม่ใช่ ไม่จริง กวางตกลงมาจริงๆ ผมไม่ได้ชน”

“ใครจะตกลงมาไกลตึกขนาดนี้ครับนี่ถนนหน้าตึกนะ แล้วถ้าคุณจะใส่ร้ายแฟนคุณผู้หญิงนี่ ขอบอกเลยว่าเขาหิ้วกระเป๋าออกไปพักใหญ่แล้ว”

“เบ็นไม่อยู่หรือ เป็นไปได้ยังไงก็เขาโทรให้ผมมาหาที่นี่ หรือว่าเขาตั้งใจให้ผมมาเป็นแพะผมไม่ได้ชนนะ กวางตกลงมาจริงๆ”

“หน้ารถยุบขนาดนี้ คุณยังปฏิเสธหรือ” คนพูดชี้ให้ดูรถยันชนยุบและไฟหน้าแตกร้าว

“ไม่จริง ผมขอขึ้นไปดูที่ห้องก่อน เบ็นต้องอยู่สิเขาโทรให้ผมมานี่” สามารถยังไม่ยอม แล้ววิ่งไปทางตึก ยามและตำรวจวิ่งตามไปทันที ไม่นานเขาก็มายืนหน้าประตูห้องพักของกบินทร์แล้วทุบอย่างแรง

“เบ็น เบ็น คุณเบ็น เปิดประตูสิ โทรให้ผมมาหาแล้วหลบทำไม เบ็น อย่าทำให้ผมเป็นแพะสิ เบ็นๆ นังหนูดี อยู่ไหม เปิดประตู เปิด”

“ก็บอกแล้วว่าเจ้าของห้องออกไปพักใหญ่ๆ แล้วนะครับ” ยามยังคงพูดอย่างมีสำมาคาราวะ สามารถหันขวับมามองตาวาว

“ไม่จริง” แล้วกระหน่ำทุบอีกไม่ยั้งจนตำรวจต้องปรามพร้อมใส่กุญแจมือ

“พอเถอะ”

“ไม่นะ ไม่” สามารถสะบัดมือไม่ยอมให้ใส่กุญแจมืออีกข้าง ก่อนจะผลักตำรวจจนเซแล้ววิ่งหนีทางบันได ตำรวจวิ่งไล่พร้อมสั่งให้หยุด ไม่อย่างนั้นจะยิง แต่สามารถไม่หยุดและไม่กลัวถูกยิงเพราะคิดว่าตำรวจไม่ทำเกินกว่าเหตุแน่นอน เขายังวิ่งลงบันไดไปเรื่อยๆ จนรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างมาฉุดขาเอาไว้จึงหยุดแล้วก้มลงมอง เห็นพวงมาลัยแห้งๆ ดอกไม้ที่ใช้ร้อยเหี่ยวกลายเป็นสีน้ำตาลหมดแล้ว

สามารถกระชากพวงมาลัยแห้งๆ จนขาดแล้วโยนทิ้ง แต่พวงมาลัยกลับเด้งกลับมาพันข้อเท้าเขาอีกครั้ง ไม่ว่าจะกระชากโยนไปกี่ครั้งกี่หนก็กลับมาเช่นเดิม

“เฮ้ย! ผีหลอก” เขาโวยวายลั่น กระชากแล้วขว้างไปไกลก่อนออกวิ่ง แต่พวงมาลัยพวงนั้นก็ลอยกลับมารัดข้อเท้าเขาไว้แน่นมากขึ้นทั้งยังรั้งเอาไว้จนเขาคะมำกลิ้งตกบันได

“ว้าย!

 

ปรัศนีอุดปากตนเองเพราะกลัวจะร้องออกมาทำให้กบินทร์ตื่น แต่เขาก็ลุกขึ้นนั่งตามจนได้ พร้อมเสียงถาม

“เป็นอะไร กลัวผมปล้ำหรือยังไง”

“เปล่าๆ ค่ะ แค่ปวดฉี่” ปรัศนีบอก แล้วลงจากเตียงวิ่งไปเข้าห้องน้ำทันที ทั้งที่ไม่ได้ปวดแต่ก็ต้องลุกออกมาก่อน หล่อนไม่อยากบอกเขา เดี๋ยวพานคิดมากแล้วขนลุกกันไปใหญ่ หล่อนขอเก็บความสงสัยในเสียงที่ได้ยินไว้คนเดียว

“พี่เข้มคือใคร แล้วมาบอกฉันทำไม” ปรัศนีคิดและพึมพำไปเรื่อยแต่ต้องหยุดกับเสียงกระหน่ำเคาะประตู

ปังๆๆ

เสียงกระหน่ำเคาะโดยไม่มีคำพูดตามมาทำให้หล่อนเปิดประตูอย่างว่องไวพร้อมพรวดพราดออกไปทันที

“เกิดอะไรขึ้นค่ะ” ถามพลางมองสำรวจเขาทั่วตัว และรู้สึกดีเมื่อกบินทร์อยู่ในสภาพปกติทั้งเสื้อผ้าและร่างกาย แต่สีหน้าและแววตาเขาเต็มไปด้วยความวิตกกังวลปนเศร้าสลด ยิ่งทำให้น่าสงสัยมากขึ้น จนหล่อนอาจหาญคว้ามือเขามากุมแล้วถามย้ำอีกครั้ง

“มีอะไรคะ”

“กวางตายแล้ว”

“หา! อะไรนะคะ คุณกวางตายแล้ว เป็นอะไรตายคะ ทำไมกะทันหันแบบนี้”

เขาส่งโทรศัพท์มือถือที่เปิดหน้าข่าวการเสียชีวิตของกวางให้หล่อนดู ก่อนจะโผเข้ากอด

“ผมมีส่วนทำให้กวางตาย”

ถ้าปรัศนีหูไม่ฝาด หล่อนได้ยินเสียงเขาสั่นพร่าเหมือนคนกำลังร้องไห้ จะแปลกอะไรหากเขาร้องไห้เสียใจอาลัยกับการจากไปของสาวคนรัก แต่หล่อนไม่ชอบที่เขากำลังโทษตัวเองเช่นนี้

“ข่าวลงว่าคุณสมาร์ทขับรถชนคุณกวางนี่คะ ไม่เกี่ยวกับคุณเลย”

“เกี่ยวสิ ก็คุณสมาร์ทเพิ่งโทร.มาบอกว่าจะจัดการเรื่องกวางกับปัญหาต่างๆ ที่กวางก่อขึ้นเอง ผมไม่คิดว่าเขาจะทำอย่างนี้ เขาตั้งใจฆ่ากวาง ผมผิดเองที่ไม่ห้าม”

“อะไรจะฆ่ากันตายง่ายๆ แบบนี้ละคะ คงไม่ใช่เรื่องแค่นี้หรอก” หล่อนไม่เชื่อ แม้ข่าวสั้นๆ จะเขียนเช่นนั้น เพราะยามของคอนโดเป็นพยานว่าเห็นสามารถขับรถไล่ชนกวางมาตั้งแต่ถนนใหญ่ และสามารถก็หนีการถูกจับกุมจนตกบันไดสลบเหมือด แต่ไม่ได้หมายความว่าทำเพื่อช่วยกบินทร์

“ไว้ให้กรสืบข่าวให้นะคะ นอนเถอะ” หล่อนคิดว่านี่คือการปลอบโยนที่ดีที่สุด

“ผมอยากไปดูศพกวาง” เขาบอกเมื่อดันตัวออกห่าง

จังหวะนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ปรัศนีรีบหยิบมาดูเพราะเป็นเครื่องที่ใช้ติดต่องานก่อนส่ายหน้าช้าๆ เมื่อหันไปสบตากบินทร์

“เฮ้อ เอากันตั้งแต่ตอนนี้เลยหรือ” หล่อนบ่นพึมพำ แต่ไม่ยอมรับสายเพราะคนที่โทร.เข้ามาคือนักข่าวสายบันเทิง นักข่าวที่พยายามขุดคุ้ย จิกกัด แค่ได้ข่าวไปเล็กๆ น้อยๆ ก็พอใจเพราะเขาจะนำไปขยายจนเป็นเรื่องราวใหญ่โตได้อย่างน่าอัศจรรย์ เมื่อหล่อนไม่รับสายรอจนตัดไปเอง รายชื่อใหม่ก็โทร.เข้ามา

“ถ้าไปก็เจอพวกนี้รออยู่ อย่าไปเลยค่ะ ปิดเครื่องนะคะ ไม่อย่างนั้นไม่ได้นอนแน่ เรื่องคุณกวางค่อยว่ากันพรุ่งนี้นะคะ” หล่อนทำตามที่บอก แล้วจูงกบินทร์ไปที่เตียงนอนทันที

“นอนนะคะ เรื่องมันเกิดไปแล้ว เราทำอะไรไม่ได้หรอก”

หล่อนไม่รู้ว่าเอาความกล้ามาจากไหนถึงกล้าโอบกอดชายหนุ่มเอาไว้ กบินทร์สบตาหล่อนแล้วพลิกตัวหันหลังให้แต่ดึงแขนหล่อนไปกอดไว้แน่น ปรัศนีจึงได้แต่มองแผ่นหลังกว้างอย่างเวทนา หล่อนปลอบไม่เป็นและไม่รู้จะปลอบอย่างไรดี จึงได้แต่ซุกหน้าลงไปให้เขารู้สึกว่าหล่อนอยู่ข้างๆ ตลอดเวลา

 

บันทึกก่อนนอน

วันนี้ไปเผาศพกวางเรียกว่าวิ่งลอกเลยทีเดียวเพราะงานละครก็หยุดไม่ได้และไกลพอสมควร ดีที่กองถ่ายใจดีนอกจากให้พี่เบ็นมาเผาศพกวางแล้ว ยังยกขบวนกันมาทั้งหมดเพราะต่างเห็นแก่พี่เบ็น พี่เบ็นท่าทางนิ่งมาก นิ่งชนิดที่ไม่มีนักข่าวคนไหนกล้าเข้าใกล้เพื่อสัมภาษณ์เหมือนดาราคนอื่นๆ

งานศพของกวางจัดเรียบง่ายแขกในงานก็ไม่มากนัก ส่วนใหญ่เป็นคนรู้จักของพี่เบ็น ที่มางานเพราะเห็นเป็นแฟนของพี่เบ็นทั้งนั้น

ตำรวจสรุปคดีการเสียชีวิตของกวางเป็นการเจตนาฆ่าเพราะมีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดและพยานที่เห็นเหตุการณ์คุณสามารถขับรถไล่ชนกวางมาตั้งแต่ถนนใหญ่ จนกวางล้มลงและเสียชีวิตบริเวณลานจอดรถหน้าคอนโด ส่วนสามารถก็ถูกกรรมสนองอย่างรวดเร็ว ตกบันไดขณะหลบหนีการจับกุม เวลานี้ยังนอนไม่ได้สติในโรงพยาบาล อาการเป็นตายเท่ากัน

แต่ที่น่าแปลกใจไม่น้อยคือไม่มีนักข่าวคนไหนสนใจถามถึงเรื่องบาดหมางระหว่างหนูดีกับกวาง ไม่ถามถึงการเป็นมือที่สามไม่มีใครขุดคุ้ยเรื่องอายุของกวางและการพรากผู้เยาว์ของพี่เบ็นเลย

พี่เบ็นเคยบอกหนูดีว่ากวางกำลังจะแก้เผ็ดโดยใช้กฎหมายเล่นงาน พี่เบ็นอาจถูกฟ้องร้องข้อหาพรากผู้เยาว์ ตอนที่พี่เบ็นบอกหนูดีแอบร้องโอ้ว! ในใจเพราะไม่น่าเชื่อว่าสภาพหน้าตาของกวางจะเป็นเด็กสาวอายุสิบเจ็ดกว่าๆ แต่วันนี้ตอนไปเผาศพหนูดีจำไม่ผิดแน่ หน้ารูปถ่ายกวางมีอายุติดไว้ชัดเจนว่าอายุยี่สิบกว่าแล้วไม่ใช่ผู้เยาว์อย่างที่พี่เบ็นบอกแถมอายุมากกว่าหนูดีด้วยซ้ำ ไม่แปลกเลยที่ตอนไม่แต่งหน้ากวางหน้าแก่กว่าหนูดีเสียอีก

“งานนี้พี่เบ็นถูกหลอกชัดๆ แต่มันก็ผ่านไปแล้ว ต่อไปขอให้พี่เบ็นพบเจอแต่สิ่งที่ดีๆ นะคะ” ปรัศนีพร่ำพูดคนเดียวเมื่อวางปากกาลง ก่อนสะดุ้งโหยงเพราะเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น

หล่อนรีบหยิบขึ้นมาดู แล้ววางลงเหมือนถูกของร้อน ก่อนจะถอยไปตั้งหลักระยะห่างพอสมควร แต่อดแปลกใจไม่ได้จึงชะเง้อมองให้แน่ใจอีกครั้ง

“ผีหลอก!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

20 ความคิดเห็น

  1. #11 fsn (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:46
    โห เก็บรวดเลย
    #11
    0