คัดลอกลิงก์เเล้ว

[1-shot] Parallel or Parallel [Taeyeon x Yuri]

โดย 18nj_

คนสองคนบนพื้นฐานคำว่า "เพื่อน" เพื่อนที่มีไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่คล้ายกัน ความชอบที่คล้ายกัน กับหนึ่งคืนที่มาพร้อมความบังเอิญ.

ยอดวิวรวม

425

ยอดวิวเดือนนี้

2

ยอดวิวรวม


425

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


9
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  13 ก.ค. 60 / 17:57 น.
[1-shot] Parallel or Parallel [Taeyeon x Yuri] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้




Parallel or Parallel
[Taeyeon x Yuri]



Parallel {ADJ} ขนาน

Parallel {ADJ} คล้ายกัน


หรือเพราะความคล้ายกัน อาจทำให้เราเป็นเส้นขนานกัน


.
.
.
.
.
.
.
.


“เอ่อออ” ฉันเอ่ยทัก

“เราจะได้เจอกันอีกมั้ยว่ะ?” นั่นคือประโยคต่อท้าย

เค้ายิ้มมุมปาก.. เช่นเดียวกับฉัน

ก่อนที่เราจะแยกย้ายไปตามทางของตัวเอง





=================================================

เรื่องนี้เคยลงบอร์ดโซชิไปแล้ว เจ้าของก็อปเองวางเอง พล็อตจากเจ้าของเอง

เนื้อเรื่อง อัปเดต 13 ก.ค. 60 / 17:57


12.50PM

เป็นเวลาที่นกยักษ์ได้พาฉันจากโซล สู่ชอนจู เมืองโบราณแห่งหนึ่ง ที่มีชื่อเสียงจนเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ดีแห่งหนึ่ง จริงๆ ฉันไม่ได้เกิดที่โซลหรอก แค่จับพลัดจับผลูสอบเข้าคณะมนุษยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเพียงแค่นั้น จึงเป็นสาเหตุที่ฉันเลือกมาฝึกงานที่นี่ เนื่องด้วยเอกประวัติศาสตร์เกาหลีที่ฉันเรียนอยู่ มันเกี่ยวข้องเต็มๆ ยังไงล่ะ


อ้ออ ลืมไป ว่าฉันยังไม่ได้แนะนำตัวให้ผู้อ่านรับรู้เลย ฉันคือมนุษย์อายุ 21 มาดๆ นามว่า ควอน ยูริ แต่ฉันชินกับชื่อ ยูล แล้วละ เพราะในรุ่นเดียวกันดันมีชื่อยูริอีก 2 คน คนนึงชื่อ กยูริ มันออกเสียงคล้ายกันใช่มั้ยล่ะ เพื่อนเลยเรียกว่า กิว รวบคำไปดิ อีกคนชื่อ ยูริ มาจากญี่ปุ่น แต่คนนี้เรียกปกตินะ สงสัยเห็นว่ามาจากต่างประเทศละมั้ง


โอเค เข้าเรื่องต่อละกัน อยากรู้อะไรเกี่ยวกับฉันอีกหรือเปล่า? เอาเป็นว่า พวกคุณลองตามเรื่องราวของฉันไปเองละกัน เดี๋ยวจะรู้จักฉันมากขึ้นเอง..


“หนูถึงแล้วค่ะ ไม่ต้องห่วงๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะเข้าไปยื่นเอกสารที่ฝึกงาน แล้วก็เริ่มงานวันจันทร์ค่ะ” ฉันพูดให้คนปลายสายที่มีศักดิ์เป็นคุณพ่อและคุณแม่ของฉัน แต่ความจริงฉันก็ไม่ได้พูดจาอะไรอย่างนี้มากหรอก เพราะปกติเราคุยกันเหมือนเพื่อนกันมากกว่านั่นแหละ


//โอเค ที่หอพักเค้ามารับหนูแล้วใช่มั้ย? พักผ่อนเยอะๆนะลูก เดี๋ยวอีก 2 เดือนเจอกันนะลูก เงินขาดเหลืออะไรก็บอก ป๊ากับม๊ารักหนูมากนะ//


“โอเคค่ะ แล้วเจอกันเนอะ ว่างๆจะโทรหา” พูดส่งท้ายก่อนตัดสายด้วยรอยยิ้มจางๆ สองข้างทางตลอดจากสนามบินสู่ที่พัก เต็มไปด้วยอาคารเก่าๆ โบราณๆ ที่มีความสวยงาม มันมีความศิลปะที่ทำให้ฉันรู้สึกหายเหนื่อยจากการเดินทางไปได้เยอะเลยทีเดียว


หลังจากนั้นเพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ฉันได้เดินทางมาถึงที่พักที่ใกล้ที่ทำงานมากๆ ซึ่งถ้าเดินก็คงราวๆ 10 นาทีก็ถึง แต่ก็ต้องแลกกับค่าที่พักที่แพงหูฉี่พอควร แต่ก็ดีกว่าเลือกไกลๆ แล้วเกิดรถติดละกัน


309


นี่แหละห้องฉัน ดีหน่อยที่อยู่เพียงแค่ชั้น 3 จะได้ไม่ต้องเสียเวลารอลิฟต์สักเท่าไหร่ เมื่อไขประตูแล้วเดินเข้าไปในห้อง ยอมรับว่าก็แทบไม่ได้ต่างกับหอที่โซลสักเท่าไหร่ แต่ก็ต่างเพียงขนาดที่กว้างกว่าเล็กน้อย และไม่มีเป็ดน้ำแข็งขี้บ่นที่ชอบนอนอืดแย่งเตียงฉัน
ยัยเป็ดน้ำแข็งขี้บ่น...


เฮ้ยยย ยังไม่ได้โทรหา เจสสิก้า เลยนี่หว่า ตายๆๆ ฉันโดนยัยเป็ดเตะตูดถีบลงจากเตียงแน่ มีหวังได้นอนโซฟาจริงๆ ละทีนี้ ฉันก็ได้แต่หวังเพียงว่า เสียงที่สามของฉัน จะช่วยให้รอดจากหายนะครั้งนี้ไปได้


“ที่ร๊ากกก เค้าถึงชอนจูแล้วนะ เค้าละเหนื่อยมากๆ เลยแหละตัวเอง”


//ไม่ต้องมาออดอ้อน นังยูล กลับมาครั้งนี้แกไม่ต้องนอนเตียงเลยนะ หัดดูเวลาด้วย นี่มันจะบ่ายสองแล้วนะ เลทๆก็น่าจะแค่บ่ายโมงกว่าๆสิ// เสียงแว้กๆของเจ้าหล่อน ทำให้ฉันต้องเอาโทรศัพท์ออกจากหูแทบจะทันที และยังไม่ทันได้เอ่ยปากพูดอะไร ฉันก็โดนสวนกลับด้วยประโยคที่ทำให้ฉันแทบจะบินกลับไปหาแล้วคุกเข่าขอร้องเลย ว่า..


//ฉันจะไม่ให้แกคุยกับคริสอีก ฉันจะบอกให้คริสงอนแกด้วย หึหึหึ// ฉันนึกหน้ามันตอนนี้ออกเลย โหยยย สิก้าคนใจร้าย ฉันตามจีบตามเต๊าะมาตั้งแต่เราอยู่ปี1 แล้วน้องอยู่เกรด 11 เลยนะ จนตอนนี้น้องเข้ามหาลัยเดียวกันแล้วด้วยนะ ฉันประคบประงมน้องเธอดีกว่าพี่สาวอย่างเธออีก


“สิก้าจ๋า ไม่เอาเนอะไม่พูดอย่างนี้นะจ้ะ สงสารเค้าหน่อย ตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา เค้าเลิกเจ้าชู้เพื่อน้องเธอคนเดียวเลยนะ ไม่เอาไม่พูดงี้เนอะ เนอะๆๆๆ” พวกคุณก็คงนึกภาพฉันตอนนี้ออกใช่มั้ยละ..


//ย้ะ แล้วอากาศที่... – ป๋าคะ ป๋าถึงหอแล้วใช่มั้ย? ป๋ากินอะไรยัง? ป๋าเหนื่อยมั้ย? อากาศที่นู่นเป็นไงบ้าง? แล้ว.. – นี่ ยัยคริส กับพี่สาวตัวเองเคยห่วงขนาดนี้มั้ยย้ะ โว้ยยย ไปสวีทกันไกลๆไป๊ เอามือถือฉันคืนมาด้วย – โหยย ซูยอน ก็เค้าเป็นห่วงป๋านิ// ฉันยิ้มให้กับบทสนทนาที่น่าจะมีการแย่งมือถือกันเล็กน้อยของปลายสายทั้งสอง ซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ ว่าเด็กน้อยที่ฉันตามจีบอยู่ มานอนกับพี่สาวของตัวเองด้วย ส่วนสาเหตุนะหรอ เพราะเจ้าคนอายุมากกว่ามันเหงานะสิ เลยอ้อนกึ่งบังคับให้น้องตัวเองมานอนด้วย


“ป๋าสบายดี เจ้าหญิงไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวป๋าจะพักผ่อนแล้ว ค่อยคุยกันในไลน์เนอะ ว่างๆป๋าจะโทรไป”

//งื้อออ ดูแลตัวเองด้วยนะคะ – แกก็ดูแลตัวเองด้วย น้องฉันฉันดูแลเอง ไปๆๆๆ แยกย้ายๆ// ก่อนที่สายจะถูกตัดไป ฉันอมยิ้มเล็กน้อย ก่อนนึกถึงเรื่องราวของตัวเองกับคริสตัล


ย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ฉันที่บังเอิญได้มารู้จักกับเจสสิก้าในช่วงตอนรับน้องของมหาลัย ใครจะคิดว่าเด็กคณะมนุษย์กับเด็กคณะเภสัชจะมาเป็นเพื่อนสนิทกันได้ ซึ่งตอนนั้นมีเหตุการณ์ที่ฉันมีปัญหาเรื่องการเงินแต่ไม่กล้าบอกทางบ้าน กอปรกับเจสสิก้าซึ่งเป็นบุคคลที่ไม่กล้ามีใครเข้ามาขอเป็นเพื่อน ยกเว้นเพียงฉัน ดันเกิดรู้เรื่องเนื่องจากเห็นฉันกำลังเขียนใบสมัครงานพาร์ทไทม์ที่ร้านขายอาหารแห่งหนึ่ง เธอจึงขอทางบ้านมาอยู่หอเพื่อช่วยฉันแชร์ค่าหอ ในตอนขนของเข้าหอ ทำให้บังเอิญได้เจอกับน้องสาวของเจสสิก้า ก็คือ คริสตัล เนี่ยแหละ เด็กน้อยตัวสูงที่ดูเหมือนจะขี้อาย เอ่อออ แค่ดูเหมือนจะอ่ะนะ ซึ่งเป็นคนที่ทำให้หัวใจของฉันกลับมาเต้นแรงคล้ายกับคนมีความรักอีกครั้ง โดยที่เจสสิก้าเห็นอาการฉันตั้งแต่แรกก็สามารถรับรู้ได้โดยทันที และไม่คิดจะกีดขวางแต่อย่างใด เพราะอาการของคริสตัลที่มีต่อฉันก็ไม่ได้มีความแตกต่างกันสักเท่าไหร่นัก


คริสตัล คือเด็กน้อยน่ารักสำหรับฉันมาโดยตลอด แม้เราทั้งสองคนยังไม่ได้เป็นแฟนกัน ทำไมนะหรอ ก็เจสสิก้าขอไว้ว่าอยากให้น้องเรียนจบก่อน ซึ่งก็อีก 6 ปีเลยนะสำหรับเด็กคณะแพทย์อย่างคริสตัล แต่ทว่าเราทั้งคู่ไม่เคยมีปัญหาหรือทะเลาะอะไรกันนะ คริสตัลรู้นิสัยของฉันได้ดีกว่าเจสสิก้าที่อยู่กับฉันตลอดเสียอีก ใช่ละ นิสัยของฉันก็ค่อนข้างจะเป็นคนเจ้าชู้ สายตาไวพอควร แวะไปรับคริสตัลที่โรงเรียนทุกวันศุกร์ทีไร หูของฉันจะต้องแดงมาให้เจสสิก้าขำแรงทุกครั้ง ก็แค่มองเด็กๆ ไฮสคูลน่ารักๆ นิดเดียวเองนะ โดนบิดหูเฉย และเรื่องที่ฉันกังวลมาตลอด คือฉันเป็นคนที่ค่อนข้าง เอ่ออ หื่นกามเล็กน้อย มีความต้องการบ้าง ซึ่งกับคริสตัล ฉันทำมากสุดก็แค่จูบเอง มือไม่มีเลื้อยไม่มีลูบ เพราะฉันให้เกียรติน้องนะ ฉันก็รักของฉัน และฉันก็เป็นห่วงความรู้สึกของเจสสิก้า ซึ่งคริสตัลก็บอกฉันเอง ว่าจะมีอะไรกับใครก็ได้ตราบที่เรายังไม่ได้เป็นแฟนกัน แต่ขอให้เพราะเป็นความต้องการของร่างกาย ไม่ใช่ใจ น้องบอกว่าเข้าใจว่าร่างกายฉันก็ต้องมีความต้องการแบบนั้น เพราะก่อนหน้านั้นเมื่อฉันต้องการ ก็แค่หาผู้หญิงสักคนมาแก้ขัด แต่ตอนนี้ฉันมีน้องแล้วงัย ซึ่งตอนแรกฉันก็กลัวมาก จนเจสสิก้าต้องมาพูดกับฉันอีกที เพราะน้องเป็นห่วงฉันจริงๆ ไม่อยากให้ฉันฝืนจนไม่เป็นตัวเอง จึงกลายเป็นว่าฉันจะไลน์บอกน้องก่อนทุกครั้ง และกลับมาที่ห้องทันทีเมื่อเสร็จภารกิจแบบไม่มีการค้างคืน


ติ้งงง เสียงแอพที่มักใช้สนทนาชื่อดังข้างต้นที่เคยได้กล่าวไป ช่วยดึงฉันกลับมาสู่โลกปัจจุบัน แสงสว่างวูบวาบที่หน้าจอโทรศัพท์เล็กน้อย พอให้ฉันสังเกตบทสนทนาได้ทัน


-อยู่ชอนจูแล้วช้ะ?


-มะรืนไปฉลองกัน


-กูชวนซอมาด้วยนะ


-ซอห้อง2อ่ะ จำได้ป้ะ


-เดี๋ยวกูไปรับ


-1ทุ่มนะ


-กูขอแค่มึงเลี้ยงเหล้ากูพอ



คิดว่าฉันตั้งหลักกับบทสนทนาเหล่านี้ไม่ทันหรอ? เปล่าเลย ฉันคิดไว้อยู่แล้วว่า ซูยอง เพื่อนตัวโย่งสมัยไฮสคูลที่ปัจจุบันเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยชอนจูต้องทักมาแน่ เพราะโอกาสที่เรา 2 คนเพื่อนสนิทจะมาเจอกัน ไม่ได้มีบ่อยๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก แค่เพียงส่งกลับสติกเกอร์รูปหอยทากทำท่าโอเค ก็เป็นอันรู้กัน


หลังจากนั้น ฉันก็ใช้ชีวิตปรับตัวกับเมืองนี้ไปเรื่อยๆ ตั้งแต่เดินดูหาแหล่งของกิน แหล่งของซื้อขาย แหล่งต่างๆ และขาดไม่ได้ แหล่งสถานบริการในยามค่ำคืน อาทิเช่น ร้านเหล้า หรือร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่างๆ รวมถึงในวันต่อมา ก็ได้เดินเท้าไปยังสถานที่ฝึกงานเพื่อยื่นเอกสารดังข้างต้นที่ได้กล่าวไว้ แล้วชีวิตเรื่อยเปื่อยของเด็กหออย่างฉันก็ถือบังเกิดขึ้น ทั้งจัดกระเป๋าเสื้อผ้า จัดห้อง รวมถึงเปิดแอร์แล้วกลิ้งเล่นนอนดูหนัง มีบ้างที่ยกโทรศัพท์มาตอบไลน์ของเจ้าหญิงของยูล หรือจะบทสนทนาชวนหาเรื่องของเจสสิก้า บทสนทนาถามไถ่ความเป็นอยู่ของครอบครัว และบทสนทนาของเพื่อนที่เลือกฝึกงานในโซล


โอเค ฉันจะข้ามเรื่องราวของฉัน ที่มันเริ่มจะออกนอกเรื่องไปไกล โดยที่เราจะไปตอนฉลองเลยละกัน..


“ชวนเพื่อนออกมา อย่างกะที่โซลไม่มีร้านให้กูไปกิน”


“แต่ที่โซล ไม่มีกูนะเว้ย” เจ้าเพื่อนโย่งพูดพลางหัวเราะ ก่อนเดินออกจากรถมากอดคอฉันเข้าร้าน


“นั่นงัยๆ ยัยซอ เด็กใบ้ของรุ่นเรา ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ตั้งแต่มีน้องยุนเนี่ย ก็ลืมเพื่อนเลยนะ” ซูยองเอ่ยทักเอ่ยแซวทันที ก่อนจะเลื่อนเก้าอี้ให้ฉันนั่งร่วมวง


“พูดอย่างกะมึงไม่มีอปป้าคอยดูแลเลยยังงัยยังงั้น ว่างัย คนเจ้าชู้ของรุ่น ตั้งแต่ไปโซลก็ไม่ได้ติดต่อกันเลยนะ” ซอฮยอน แขวะเสร็จ แล้วหันมาทักฉันเหมือนว่าเมื่อกี๊ไม่มีอะไรเกิดขึ้น


“ทำอย่างกะรุ่นเรามี 10 คน มีที่สุดในแต่ละคนด้วยเฉย ก็สบายดี เลิกเจ้าชู้ไปนานแล้ว ปวดหัว ขี้เกียจสับราง”


“อ้าวๆๆ เลิกพูดมากๆ ชนก่อน ค่อยเม้าท์” ซูยองเอ่ยตัดบท แล้วเสียงเกร้งของการชนแก้วเปิดงานของโต๊ะเราก็เริ่มขึ้น ต่างคนต่างคุยกันเหมือนไม่ได้เจอกันนาน ทั้งที่มีแค่ฉันที่ไปเรียนไกลอยู่คนเดียว แต่สองคนนั้นเรียนอยู่คณะเดียวกัน มหาลัยเดียวกันด้วยซ้ำ แต่ความเป็นเพื่อนของพวกเราทั้งหมดที่เคยผ่านอะไรต่างๆ ในสมัยไฮสคูลมาด้วยกัน ทำให้บทสนทนาไหลลื่น ไม่มีติดขัดแต่อย่างใด


“เออมึง กูชวน แทยอน มาด้วยนะ มึงโอเคมั้ยว่ะ?” ซูยองเอ่ยถามขัดบทสนทนาที่ฉันกำลังหาแอบมองสาวคนอื่นโดยไม่ให้แฟนจับได้จากซออยู่


“กุได้ข่าวมาตั้งแต่ตอนเกรด 11 ว่าพวกมึงสองคนไม่ถูกกัน มันเป็นเรื่องจริงมั้ยว่ะ?” ซอฮยอนเอ่ยถามฉันอีกคน ฉันยิ้มเบาๆ ก่อนส่ายหน้าปฏิเสธ


“แล้วตอนนั้นพวกมึงเคยถามกูสองคนกันป้ะ ตลกน่า ข่าวลือตอนนั้นพวกกูก็เคยคุยกันว่าทำไมมีข่าวอะไรอย่างนี้ แต่กูสองคนก็ไม่คิดจะออกมาพูดด้วย รำคาญพวกที่อ้างว่าพวกกูแก้ตัวสร้างกระแส โดยเฉพาะแอมเบอร์ห้อง 4 อ่ะ น่ารำคาญ”


“เออๆ งั้นก็ดี ตั้งแต่แทยอนมาเรียนด้วยกันที่นี่ เคยออกมากินเหล้ากับพวกกูแค่ครั้งเดียวเอง แล้วคืนนี้มันว่างพอดี กูเลยชวนมา งั้นมึงออกไปรอมันหน้าร้านได้มั้ย เดี๋ยวกูกับซอไปเข้าห้องน้ำก่อน” ซูยองเอ่ยบอก ก่อนกอดคอซอฮยอนลุกไปเข้าห้องน้ำ พอดีที่ฉันอยากสูบบุหรี่พอดี เลยออกมาสูบรอที่หน้าร้าน


มาด้วยหรอเนี่ย” เสียงหนึ่งเอ่ยทักข้างหลังฉัน สร้างรอยยิ้มขึ้นที่มุมปากของฉันเล็กน้อย ทั้งๆที่ปากแดงๆของฉันยังคาบเจ้า Marlboro ราคาแพงอยู่


“เซอร์ไพรส์ละสิ” ฉันตอบกลับพร้อมหันหน้ามาประจันกับเจ้าของเสียงที่คุ้นเคย


“คิดถึงมึงว่ะ” เจ้าตัวเล็กผมสีบรอนซ์ตรงหน้าโถมเข้ามากอดฉันอย่างเต็มแรง โดยไม่สนใจสายตารอบข้าง จะว่าไปจะสนใจทำไม พวกคนเหล่านี้ไม่ได้รู้จักฉัน เอ่ออ แต่ถ้าคนตรงหน้าไม่แน่นะ


“ใจเย็นๆ เดี๋ยวโดนบุหรี่กู ผิวพังแล้วจะมาโทษกูไม่ได้นะ ไปๆ สองคนมันรอข้างในแล้ว เดี๋ยวกูสูบเสร็จแล้วจะตามเข้าไป” ถามว่าทำไมฉันไม่ดับบุหรี่นะหรอ เพราะคนตรงหน้ามันก็สูบ มันไม่แพ้ควันหรอก ถ้าให้ดับเพราะมัน ก็เสียดายเงินเก็บที่เจียดไปจ่ายแหละ


“ค่อยเข้าพร้อมมึงแหละ มึงเป็นงัยบ้าง กูรู้ว่ามึงอยู่นี่ แต่มึงหายไปจากโซเชี่ยลเลย ยกเว้นIG ที่ยังอัพตลอดเหมือนให้รู้ว่ามีชีวิตอยู่แค่นั้นเอง กูขอโทษนะที่ไม่ได้มาหาเลย” แทยอนก็ยังเป็น คิม แทยอน สำหรับฉัน เค้ายังทำตัวคล้ายๆจะเถื่อนๆใส่ฉัน แต่ก็ไม่สุด ก็ยังออดอ้อนเป็นเด็กน้อยกับฉันอยู่เหมือนเคย ฉันได้ยินประโยคเหล่านั้นก็ทำได้แค่ยิ้มบางๆ แล้วส่ายหน้าอย่างไม่ถือโทษโกรธเจ้านี่เลย พร้อมกับพ่นควันสุดท้ายก่อนใช้รองเท้ามีราคานิดหน่อยบดขยี้เพื่อดับไฟ


“อย่าคิดมากน่า กูไม่ได้ตั้งใจจะหายไปไหน แค่ใน IG มีคนที่กูยังอยากให้เค้ารับรู้ชีวิตกูอยู่ โดยไม่เพียงแค่ผ่านสายตาเค้าไปเฉยๆ ก็แค่นั้นเอง ไปเหอะ เข้าไปในร้านกัน” แทยอนพยักหน้าก่อนจะเอาหัวมาถูไถแขนฉัน จนฉันต้องเตะก้นเล็กๆของมันด้วยความหมั่นเขี้ยวให้รีบเดินเข้าร้านไป


“โหหหหห กว่าพวกมึงจะย่างก้าวกันเข้ามาในร้านเนี่ย ไม่รอให้เหล้าหมดกลมไปเลยละ เห็นมาตั้งนานแล้วนิ” ซูยองเอ่ยแขวะ ก่อนจะรินเหล้าให้แทยอนได้ดื่มคลายเมื่อย


“ก็ไอ้ลิงมันดูดบุหรี่ช้า จนกูจะช่วยดูดแทนละ” แทยอนนี่มันเด็กเลว 2017 จริงๆ


“โทษกูเฉยไอ้หมา คราวหน้าก็มาช่วยดูดจากปากกูเลยมั้ยละ” ตบหัวไอ้ลูกหมาตัวนี้ได้ ฉันตบไปแล้ว


“พอๆๆ กูละอยากถ่ายคลิปโพสต์ลงเฟซซะจริงๆ แหมสร้างข่าวมาได้ว่าไม่ถูกกัน เอาซะพวกกูเชื่อกันจริงๆเลยนะเนี่ย” ซอฮยอนเอ่ยขึ้นหลังจากที่เงียบมานาน เนี่ยแหละ สมฉายาเด็กใบ้ของรุ่นจริงๆ


“ก็ไม่มีใครถามกูเองนิ – เห็นมั้ยกูบอกแล้ว ว่าแทยอนต้องคิดแบบเดียวกับกู” เมื่อเห็นว่าแทยอนคิดแบบเดียวกัน ฉันเลยรีบสมทบคำพูดนี้อย่างเห็นด้วยทันที หลังจากครบองค์ประชุม เราก็เริ่มพูดคุยกันอีก โดยประเด็นหลักๆ คงไม่พ้นเรื่องฉันที่เพื่อนๆเพิ่งรู้ว่ามีคนคุยมานานแล้ว และเรื่องของแทยอนที่เพิ่งเลิกกับไอรีนได้ไม่นาน


“เสียดายคู่มึงเนอะ คบกันมาตั้งนาน กูไม่เคยเห็นมึงคบใครเกินปีด้วยซ้ำ เหมือนไอ้ลิงคู่หูมึงเลย” ซอฮยอนพูดอย่างเสียดาย ก่อนเอานิ้วจิ้มหัวฉันไปทีนึงเมื่อพูดถึงฉัน


“ตอนคบกับเวนดี้ก็คบเกินปีเหอะ ถึงจะแค่คนเดียวถ้าไม่นับคริสตัลอ่ะนะ กูก็ยังรักน้องเค้านะ แต่คนปัจจุบันกูรักมากกว่า ก็แค่นั้น” ฉันเอ่ยพร้อมสายตาปามีดให้ซอฮยอนเบาๆไปทีนึง


“ก็นะ เลิกก็คือเลิก แต่ยังตอบไม่ได้ว่าจะกลับมาคบกันอีกมั้ย เป็นเรื่องอนาคตละกัน เฮ้ออ ไปเข้าห้องน้ำละ ไอ้ลิง เห็นว่าจะไปดูดบุหรี่นิ จะไปก็ไป” แทยอนถอนหายใจเบาๆ ฉันเห็นดังนั้นจึงพยักหน้ารับ เห็นอาการมันแบบนี้ก็รู้แหละ มันไม่ได้อยากเข้าห้องน้ำหรอก มันคงอยากหาเพื่อนคุยด้วยจริงๆ อาการแย่กว่าที่คิดนะเนี่ย


“เอาสักตัวมั้ย กูรู้ว่ามึงก็อยาก” ฉันยื่นซองบุหรี่ให้หลังจากออกมาข้างนอกร้าน แทยอนพยักหน้ารับ ก่อนจะจุดไฟแล้วพ่นควันขาวๆของมันออกมา


“ทำไมทุกคนในรุ่นถึงคิดว่ามึงกับกูไม่ถูกกันว่ะ” แทยอนเอ่ยถามแบบไม่ได้มองหน้าฉัน ก่อนฉันจะนั่งลงที่เก้าอี้บริเวณโซนสูบบุหรี่ของร้าน


“เพราะมึงกับกูเคยมีแฟนคนเดียวกันงัย เพราะข่าวนี้มาหลังจากที่ชาวบ้านรับรู้ว่ามึงคบกับฟานี่ตอนเกรด 11 แล้วละ อย่าลืมดิ กูเคยคบกับฟานี่ตอนเกรด 9 คนเลยคิดว่า เพื่อนสนิทสองคนนี้ต้องไม่ถูกกันแน่ๆ” ฉันเอ่ยพร้อมมองแทยอนด้วยหางตา ก่อนที่จะสนใจบุหรี่ที่อยู่ในมือมากกว่า


“ก็จริงแฮะ ไหนจะเรื่องรุ่นพี่จีซู ที่เข้ามาคุยกับพวกเราทั้งคู่ คนนอกรู้ก็เลยคิดว่าพวกเราสองคนคิดจะแย่งผู้หญิงคนเดียวกัน ทั้งๆที่มันไม่จริงเลย เราจะไปแย่งผู้หญิงพรรค์นั้นทำไม แค่คุยกับพวกเราแก้เหงาแก้เบื่อ พอมีคนที่ตรงสเปคก็เท พวกเราเองก็อาจจะมีส่วนผิดที่สเปคผู้หญิงที่เหมือนกัน นิสัยเราทั้งคู่ก็ค่อนข้างคล้ายกันอีก แถมแฟนเก่าส่วนใหญ่ของเราแต่ละคนก็ยังเป็นเพื่อนสนิทกันเองอีก น่าขำเนอะ” แทยอนพูดไปพลางปล่อยควันขาวๆออกจากริมฝีปากสีเชอร์รี่ที่ตัดกับผิวของมัน


“บางทีเราสองคนอาจจะเหมือนกันเกินไป” ฉันพูดพร้อมกับทิ้งบุหรี่ลงในที่เขี่ย แล้วหันไปเห็นหน้าจอมือถือของแทยอนที่ส่องแสงวูบวาบเพราะไลน์ของซูยอง คงไลน์มาหาเพราะเห็นพวกเราหายไปนานแหละมั้ง


“กูรู้ว่ามึงคิดอะไรอยู่ ก็เป็นอย่างที่มึงคิดแหละ ซูยองตามให้กลับเข้าไปในร้านแล้ว ไปเหอะ เดี๋ยวมันให้เลี้ยงเหล้าละยุ่งแน่” มันอ่านใจออกด้วยแฮะ แต่ผิดไปอย่างนึงนะ “มันให้กูเลี้ยงเหล้ามันไปแล้วละเพื่อน” ฉันพูด พวกเราทั้งคู่ขำ ก่อนเดินกอดคอเข้าร้านกันไป


“คุยเรื่องบรรดาเมียเก่าทั้งหลายไปถึงไหนละ” ซูยองแขวะ ฉันเห็นนะ ซอฮยอนก็พยักหน้าเห็นด้วยอ่ะ


“ไหนตอนแรกยังกลัวพวกกูจะไม่ถูกกันอยู่เลย ทำไมตอนนี้มาแซวมาแขวะกูได้ละ” แทยอนเอ่ยเสียงเรียบ


“หมั่นไส้” ยังไม่หยุดอีกยัยซอ เดี๋ยวฉันหมั่นไส้แช่งให้แกเลิกกับน้องยุนของแกซะเลยนิ และบทสนทนาเอ่ยแซวเอ่ยแขวะก็หยุดแค่นั้น ก่อนคุยเรื่องอื่นๆอีกเล็กน้อย เพียงไม่นานบริกรรูปหล่อ หมายถึงที่ผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่ผู้หญิงประเภทฉัน แทยอน หรือซอฮยอนมองอ่ะนะ มาบอกว่าใกล้ปิดร้านแล้ว พวกเราเลยต่างเอ่ยลาพร้อมแยกย้าย


“ทีตอนรับมันมารับมาได้ ทำไมตอนกลับโยนให้กูละว่ะ” แทยอนเอ่ยอย่างไม่จริงจัง


“เอาน่า อปป้าให้กูรีบกลับไปทำข้าวผัดที่หอ นางหิวแล้ว หากินข้างนอกไม่เป็นละ ยังงัยก็ฝากด้วยมึง” ซูยองเอ่ยแบบคนอวดอปป้ามาก ได้จ้า เอาเลยจ้า นี่อยากโทรไปหาคริสตัลเลยนะเนี่ย ฮรือ คิดถึงเจ้าหญิงของยูลจริงๆเลย


“เออๆๆ ไปแยกย้ายๆ ซอจะมาต่อที่ห้องไอ้ยูลด้วยกันมั้ยละ เดี๋ยวจะแวะซื้อขึ้นมากินเพิ่มด้วย” แทยอนหันมาถามซอฮยอน ซึ่งก็ได้รับการปฏิเสธเพราะต้องรีบกลับไปรายงานตัวเฟซไทม์หาน้องยุนของมัน


“ไปกันสองคนก็ได้ เอาเป็นว่าขอบคุณทุกคนที่ออกมาสนุกด้วยละกัน ไว้ว่างๆออกมาเจอกันอีก กูยังอยู่ที่นี่อีกยาว” ฉันเอ่ยลาก่อนเปิดประตูข้างคนขับของแทยอน แล้วทะยานออกสู่ท้องถนนไปตามทางของมัน โดยปลายทางที่แรกคือร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ไม่ได้ไกลจากที่พักฉันมาก และปลายทางที่สองคือที่หอพักของฉัน


“นานๆได้ออกมาเจอเพื่อนที มีความสุขอีกแบบแฮะ” แทยอนเอ่ยหลังกระโดดขึ้นเตียงสปริงของฉัน ขณะที่เจ้าของห้องอย่างฉันได้นั่งที่โซฟาแทน


“พวกมันก็บ่นว่ามึงไม่ค่อยออกมาหาเพื่อนเหมือนกัน งานเยอะละสิ เห็นใน IG บ่อยๆ อ้าวว ดื่มซักหน่อย จะได้สดชื่น” ฉันยื่นเหล้าให้มัน ก่อนจะเริ่มพูดคุยบทสนทนาอื่นๆ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน


“มึงเปลี่ยนไปเยอะจริงๆนะ มึงดูติสท์ขึ้น เงียบขึ้น ดื่มเยอะขึ้น เลิกเจ้าชู้อีกด้วย แต่กูว่านี่แหละคงเป็นตัวมึงจริงๆ กูเห็นมึงเป็นแบบนี้ล่าสุดก็คือตอนที่มึงเลิกกับเวนดี้ได้สักพักใหญ่ๆอ่ะ” แทยอนเริ่มบทสนทนาที่เกี่ยวกับฉันโดยตรง


“ด้วยอายุที่เพิ่มขึ้น และสังคมที่กูอยู่มันทำให้กูเปลี่ยนไปด้วยแหละ กูเป็นตัวของตัวเองในเวลากลางคืน เป็นควอน ยูริ ที่มึงรู้จัก แต่กลางวันกูจำเป็นต้องเป็นยูล จอมเฮฮาร่าเริงของเพื่อนๆ กูก็เหนื่อยนะ บางทีกูก็อยากเป็นตัวเองทั้งกลางวันและกลางคืน” ฉันพูดด้วยเสียงนิ่งๆ และคิดว่าแทยอนก็น่าจะเป็นเหมือนกัน “ก็เหมือนกูแหละ” เห็นมั้ย เดาไม่ผิดจริงๆด้วย


“แล้วมึงโอเคเรื่องไอรีนมั้ย? กูคิดว่ามึงน่าจะไม่ กูเดาได้จากตัวกูตอนเรื่องเวนดี้ กูคิดว่ามึงน่าจะเหมือนกู”


“มึงนี่จะอ่านใจกูเก่งไปละยูล ใช่ กูไม่โอเค แต่ทำงัยได้ ฝืนไปก็เหนื่อยเปล่าๆ ถ้า 3-4 ปีที่คบกันมาแล้วยังจูนบางเรื่องกันไม่ติด มันจะมีประโยชน์อะไรว่ะ” ฉันเห็นมันเริ่มนิ่งๆ ฉันเลยชวนมันออกไปสูบบุหรี่ที่ระเบียง ก่อนที่มันจะดื่มจนหมดขวดหนีฉันไปซะก่อน


“ไม่ใช่ว่ากูอ่านใจมึงออก แต่เพราะว่าเราเหมือนๆกัน คล้ายๆกันในหลายๆเรื่องงัย” ฉันเดินตบไหล่มัน ก่อนจะเดินเข้าห้อง ให้มันได้คิดอะไรต่อมิอะไรอยู่คนเดียว เพียงไม่นานมันก็เดินเข้ามานั่งแหมะบนเตียงของฉัน (อีกแล้ว)


“ถ้ากูถามอะไรมึงสักเรื่อง มึงตอบกูแบบแมนๆเลยได้มั้ยว่ะ” แทยอนมองหน้าฉัน แต่ฉันขำตรงคำว่าแมนๆ ของมันเนี่ยแหละ


“อย่าขำสิเว้ย ถึงแม้พวกเราจะเป็นผู้หญิงทั้งคู่ แต่เราบุคลิกแมนงัย” แทยอนเริ่มล่กกับการแก้ประโยคคำถามเมื่อกี๊


“แต่เราก็ไม่ใช่ทอมใช่มั้ยละ ผู้หญิงแมนๆ อ่ะๆๆ ไม่ขำละ ว่ามาๆ กูไม่เคยโกหกอะไรมึงอยู่แล้วนิ ถามมาเหอะ” ฉันยักไหล่ให้ ก่อนจะยกเหล้าขึ้นดื่ม


มึงเคยชอบกูใช่มั้ยว่ะ?” คำถามของแทยอนฉุดให้ฉันเงยหน้าขึ้นมาสบตากับมัน สายตาที่จริงจังของมัน ดูก็รู้เป็นคำถามที่มันคงอยากรู้คำตอบมาหลายปีแล้ว เพราะด้วยการกระทำหลายๆครั้งเวลาเราอยู่ด้วยกันตั้งแต่ไฮสคูลแล้ว หลายๆคนคงไม่กล้าคิดถามหรอก ก็ดูดิ บุคลิกแมนๆ แข่งกันเท่ของทั้งคู่ จะกล้าชวนคิดชวนถามเรื่องชอบพอกันละ


“แล้วมึงคิดว่างัยละ ลองตอบกูมาก่อนดิ” ฉันเอ่ยกลับ ก่อนที่แทยอนจะย้ายร่างตัวเองจากเตียงมานั่งที่โซฟา คงเพราะอยากเห็นสายตาของฉันที่คิดว่าในคำตอบน่าจะมีการโกหกด้วยแน่ๆ


“ถ้ามึงไม่ชอบกู แล้วตอนเข้าไฮสคูลใหม่ๆ เราจะจูบกันทำไม ถูกมั้ย” แทยอนยังคงเอ่ยอย่างไม่ยอมแพ้


“ทำไมมึงไม่คิดว่า กูแค่อาจอยากรู้อยากลองบ้างละ” เสียงของฉันเริ่มนิ่งมากขึ้น เหมือนกับคนที่กำลังจะแพ้ แล้วต้องปกป้องตัวเอง


“กูเชื่อว่า ตอนนั้นความรู้สึกของเราสองคนเหมือนกัน แต่เราสองคนเหมือนกันเกินไป จนมันไม่สามารถมาบรรจบกันได้” แทยอนเอ่ยด้วยเสียงที่เริ่มแหบแห้งขึ้น แต่ไม่ทันที่สองคนเราจะเอ่ยอะไรต่อ สายตาที่ต่างฝ่ายต่างจ้องจับผิดกันกลับปิดตัวลง แปรเปลี่ยนเป็นริมฝีปากที่มาบรรจบกันแทน ซึ่งไม่รู้ว่าใครเคลื่อนเข้าหาใคร เหมือนต่างคนเปลี่ยนเสียงที่เอ่ยพูดวาจาตอบโต้กัน กลายเป็นใช้ร่างกายตอบโต้กันแทน สัมผัสที่ไม่ใช่ร้อนรุ่ม แต่อบอุ่นของแทยอนในตอนนี้ ทำให้ฉันรู้สึกกลับไปตอนนั้น ตอนที่ฉันเสียจูบครั้งแรกให้เด็กน้อยคิม แทยอน เด็กน้อยคนที่ทำให้ฉันรู้จักคำว่ารักแรกพบคนนั้น ด้วยเหตุผลที่ว่า ก็เราเป็นเพื่อนสนิทกัน เลยจะสอนให้เพื่อได้หลักการจูบที่ถูกต้องให้สาวๆ ของฉันคนอื่นๆ น่าขำใช่มั้ยละ สัมผัสที่ทำให้ฉันรู้สึกเช่นนั้น สัมผัสที่ทำให้ใจเต้นแรง มันกำลังกลับมาอีกครั้ง แค่ครั้งนี้มันมากกว่าจูบแค่นั้นเอง


อ่าาา” เสียงสุดท้ายที่ฉันเปล่งออกมา แต่แทยอนคงต้องการมากกว่านั้น นั่นสินะ มันก็แค่ one night stand เหมือนที่ฉันเคยมี แต่แตกต่างออกไปเพราะนี่คือเพื่อนฉัน คือคนรู้จักของฉัน และคนที่ฉันเคยรู้สึกด้วยในช่วงเวลาหนึ่ง แล้วค่ำคืนนี้ จะจบที่กี่ครั้งกันละเนี่ย คิม แทยอน เด็กน้อยผู้ร้อนแรง



8.05AM


ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาในสภาพที่ เอ่ออ เหมือนไปฟัดกับหมามา ก็คงไม่ต่างกับร่างเปลือยอีกร่างที่นอนบนแขนของฉันหรอก คุณอ่านไม่ผิดหรอก ที่ฉันได้นอนกับคนที่มีอะไรกันด้วย จะให้ฉันไปนอนที่ไหนละ ก็นี่ห้องฉัน จะไล่คนข้างๆกลับไปนอนที่ห้อง ก็กลัวมันจะแหกโค้งไปนอนโรงพยาบาลแทนนะสิ แล้วนี่ก็ไม่นอนกอดกันด้วยนะ ออกตัวไว้ก่อน ความรู้สึกชอบตอนนั้น มันก็แค่ตอนนั้น ตอนนี้ฉันมีแค่คริสตัล และลูกหมาตัวน้อยก็คงอยากระบายทางร่างกายด้วยเหมือนกัน ก็เลยยาวเลย รู้ตัวก่อนนอนอีกทีก็ได้ยินเสียงชาวบ้านแถวนี้เริ่มขับรถออกไปจ่ายตลาดกันแล้วนะสิ


“กี่โมงแล้วอ่ะยูล” คนตัวเล็กพลิกตัวหันมาทางฉัน แต่ตาก็ยังไม่เปิดเปลือกมอง


“8โมงนิดๆอ่ะ ฉันทำให้ตื่นหรอ ขอโทษที” สรรพนามที่เปลี่ยนไปจากเหตุการณ์เมื่อคืน มันอาจจะดูน่ารักอะไรอย่างนี้ แต่เปล่าหรอก คนเราไม่ได้สามารถพูดกูมึงได้ตลอดเวลาสักหน่อย


“อื้ออ ไม่ๆ งั้น11โมง ยูลปลุกแทด้วยนะ แทมีธุระที่ต้องไปทำ” ฉันขานรับในลำคอ ก่อนจะมองริมฝีปากสีเชอร์รี่ของมันแล้วอยากจะกดจูบให้รู้แล้วรู้รอด


“อย่าเพิ่งคิดจูบฉันตอนนี้ ฉันขอนอนก่อนได้มั้ยละยูล” เฮ้ยย มันอ่านใจออกได้งัยว่ะ คิม แทยอน เด็กน้อยคนนั้นอัพเลเวลเกินไปละ


“ไอ้บ้า นอนไปๆ” ฉันพูดเสียงเบาๆ ก่อนจะเอื้อมไปหยิบมือถือด้วยมืออีกข้างที่แทยอนไม่ได้ใช้เป็นหมอน เพื่อทักอรุณสวัสดิ์ตอนเช้าให้คริสตัลเป็นปกติ ซึ่งแน่นอนว่า เด็กน้อยที่มักตื่นเช้าไปวิ่งออกกำลังกายจะตอบกลับมาแทบจะทันที คิดถึงจังแฮะ อยากกลับไปนอนกอดแล้วเนี่ย เมื่อไหร่จะฝึกงานเสร็จละเนี่ย


“แทยอน ตื่นได้แล้ว 11โมงแล้ว แปรงสีฟันฉันมีอีกอันในห้องน้ำ แกะใช้ได้เลย แล้วเอากลับไปด้วย” เมื่อเห็นเวลาอันสมควร ฉันจึงปลุกแทยอน ก่อนที่คนตัวเล็กจะงอแงเล็กน้อย จนฉันต้องเตะก้นมันอีกรอบ มันถึงจะลุกไปเข้าห้องน้ำไป


“ไอ้แทยอน ไอ้เด็กเลว นี่แกจะไม่ให้ฉันออกไปไหนเลยรึงัยว่ะ ฉันรู้ว่าฉันมีคนคุยอยู่แล้ว ไม่ต้องสร้างรอยขนาดนี้ก็ได้มั้ย” ฉันตะโกนโหวกเหวกโวยวายอยู่หน้ากระจกในห้อง จนแทยอนต้องเปิดประตูห้องน้ำออกมาทั้งๆที่ปากเต็มไปด้วยคราบยาสีฟัน


“โทษๆ เมื่อคืนหนักมือและคึกไปหน่อย ไม่ร้องนะจ้ะแม่เสือสาวของแท” แทยอนเอ่ยอย่างขำๆ ก่อนกลับเข้าห้องน้ำไปทำธุระส่วนตัวให้เสร็จ แล้วออกมาเพื่อเปลี่ยนให้ฉันเข้าไปแทน


“แกนี่นะ วันไนท์กับคนอื่นคึกขนาดนี้มั้ยว่ะ” ฉันพูดพลางแต่งตัวไป


“ก็ไม่นะ ก็ฉันไม่รู้จักเค้า ฉันจะทำทำไม แค่ระบายออกก็พอแล้วมั้ยละ ลงไปเปิดประตูให้ได้แล้ว ฉันออกไม่ได้” แทยอนที่นั่งจมปุกอยู่บนโซฟาเอ่ยบ่นๆ เรียกฝ่ามือของฉันให้ไปปะทะหัวมันได้เป็นอย่างดี


“เออๆ เสร็จแล้วๆ เร่งอยู่ได้” ฉันรูดซิปเสื้อคลุมให้มิดคอเป็นสิ่งสุดท้าย เหตุผลก็เพราะไอ้หมาบนโซฟาเนี่ยแหละ แต่ยังไม่ทันจะได้เปิดประตูห้อง ไอ้ลูกหมาก็ดึงฉันมาจูบลา ก็กินเวลาพอสมควรแหละ แต่มีอย่างหรอที่คนจูบเก่งสองคนจะมีเหนื่อยหอบ ก่อนที่จะผละออกจากกันเมื่อรู้ว่าพอสมควรให้หายอยากแล้ว จึงออกจากห้องลงไปเปิดประตูหอให้มัน และยืนมายืนส่งมันที่รถ แต่ก่อนที่มันจะขับรถออกไป มันได้เปิดกระจกเหมือนจะพูดอะไรกับฉัน และแน่นอนว่าคงเป็นคำถามเดียวกัน


“เอ่ออออ” ฉันเอ่ยทัก “เราจะได้เจอกันอีกมั้ยว่ะ?” นั่นคือประโยคต่อท้าย มันยิ้มมุมปาก เช่นเดียวกับฉัน ก่อนที่มันจะขับรถแยกย้ายออกไปตามทางของตัวเอง ไม่ต้องพูดอะไรมากหรอก มันก็แค่เป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบจริงๆ ก่อนที่ฉันจะอัพรูปซองบุหรี่ที่คิดว่าถ่ายดูอาร์ตๆที่สุดลง IG พร้อมแคปชั่นสั้นๆว่า Parallel และเพียงไม่นานหลังจากฉันกลับขึ้นมาบนห้อง หน้าจอก็เปลี่ยนเป็นสายเรียกเข้ารูปเจ้าเด็กคริสตัล ฉันกดรับโดยทันทีแบบไม่ต้องคิดอะไร


//งัย เมื่อคืนได้เพื่อนตัวเองเลยหรอ ต่างจากคนอื่นๆป้ะ// เสียงจากปลายสายที่เอ่ยแซวอย่างขำๆ ไม่ต้องบอกก็คงรู้ละสิ ว่าฉันก็ต้องรายงานคริสตัลเหมือนกัน


“ก็ต่างตรงการกระทำแหละมั้ง แต่ความจริง ตอนนี้ป๋าชักอยากได้กับเธอแล้วละ เจ้าหญิงของป๋า” เล่นมาเล่นกลับไม่โกง


//ไอ้ป๋าบ้า แล้วเป็นงัยบ้าง กินข้าวยัง แฮ้งค์มั้ย// และอีกสารพัดเรื่องราวที่คุยกันไม่รู้จักเบื่อของเราทั้งสองคน ฉันก็ทำได้เพียงคิดไปพลางว่า เรื่องของฉันกับแทยอน มันไม่เคยมีตอนเริ่มต้น หรือตอนจบ เช่นเดียวกันว่ามันก็ไม่มีตอนต่อไป ต่างคนต่างใช้ชีวิตที่แสนวุ่นวายต่อไป และเดินต่อเป็นเส้นขนานที่ไม่มีวันมาบรรจบอีกข้างๆกันต่อไป.



-THE END-

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ 18nj_ จากทั้งหมด 1 บทความ

  • เรื่อง

    หมวด

    ตอน

    คนเข้าชม

    โพสท์

    คะแนน

    อัปเดต

  • แฟนฟิคเกาหลี

    เรื่องสั้น

    2/425

    3

    0%

    13 ก.ค. 60

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. #3 Lazy>_<Girl (@tp2102) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 00:18
    เป็นความสัมพันธ์ที่แปลกดี
    #3
    0
  2. วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 19:34
    น่าสนใจมากคู่นี่ รอนะ
    #2
    0
  3. วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 18:35
    ยูลแท~~~~รอน้ะคะ
    #1
    0