[Super Junior Fic] Savagely Romance : HanChul [Yaoi]

ตอนที่ 6 : :: Chapter 4 : A Slight ::

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 798
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    11 มี.ค. 53

You are part of me; self, soul, love and life, and
Are the only thing I asked for to survive.
My world is stable in front of you
Reason and passion are the same thing my heart knew.



ร่าง สูงในชุดสูทดำเต็มยศจัดเสื้อคลุมตัวนอกของตนอยู่หน้ากระจกก่อนจะเดินมาที่ เตียงกว้างซึ่งมีร่างเพรียวเปล่าเปลือยนอนหลับใต้ผ้าห่มผืนหนา ชายหนุ่มทิ้งตัวลงบนพื้นเตียงข้างๆคนรักแล้วก้มลงหอมแก้มใสเหมือนต้องการ ปลุกให้คนหลับขึ้นมาฟังคำลาของตนก่อนจะออกจากห้องไปทำงานด่วนที่เร่งเข้ามา อย่างกระทันหัน

"จะไปไหนอ่ะ?" เสียงหวานพึมพำงัวเงีย พยายามยกตัวขึ้นมองใบหน้าหล่อที่ลูบศีรษะตนอยู่

"ชั้น ต้องบินไปเซี่ยงไฮ้ ไฟลท์แรก พอดีมีงานใหญ่เข้ามา ชั้นต้องไปจัดการสายของลุงชั้นหน่อยน่ะ" เขาตอบพลางมองหน้าคนสวยที่ทำหน้าเหมือนไม่อยากให้เขาไปและไม่ยอมตื่นนอนดีๆ

"ไป อีกแล้วเหรอ เมื่อคืนนอนไปนิดเดียวเองนี่นา ไม่ง่วงเหรอ?" ร่างบางพยายามจะค้านเล็กๆจึงหาข้ออ้างมาพูด แต่ชายหนุ่มกลับยิ้มกว้างก่อนจะเอ่ย

"ง่วงแค่นี้เองไม่เป็นไรหรอก ชั้นอยากจัดการงานให้เสร็จไวๆน่ะ เดี๋ยวต้องไปปารีสต่อด้วยอาทิตย์หน้า ชั้นอยากหาเวลาอยู่กับนายสองคนนานๆมากว่า"

"อื้อ..งั้นรีบๆกลับมานะ จะรอ จุ๊บ" คนตัวเล็กเอ่ยแล้วยกตัวขึ้นหอมแก้มชายหนุ่มเป็นคำบอกลา ฮันกยองยิ้มกว้างกว่าเดิมและตั้งใจว่าจะรีบจัดการธุระให้เสร็จไวๆเพื่อจะได้ กลับมาอยู่กับคนสวยช่างยั่วเร็วๆ

"แล้วจะรีบมาหาที่รักนะครับ" ชายหนุ่มเอ่ยก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงกว้าง เขาหันไปคว้าโทรศัพท์มือถือของตนก่อนจะเดินออกไปจากห้องนอนหรูที่เขาทั้งคุ่ ใช้ร่วมกันมาตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา
ร่างเล็กขยี้ตาตนเองสักครู่ก่อนจะ หันไปมองนาฬิกาบนหัวเตียง เข็มสั้นชี้บอกเวลาเจ็ดนาฬิกาเศษๆ มือขาวลูบหน้าของตนเหมือนพยายามจะตื่นนอนแต่สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้ต่อความง่วง ทิ้งตัวลงนอนต่ออย่างห้ามไม่ได้ เพราะว่าเมื่อคืนใช่ว่าเขาจะได้นอนเร็วเช่นกัน ก็อยู่ทำอะไรต่อมิอะไรกับมาเฟียหื่นกามนั่นจนเกือบรุ่งสา'เหมือนกันและหน่า แล้วใครจะไปอึดเหมือนตาหมอนั่นที่ไม่รู้สึกสะทกสะท้านอะไรเลยทั้งๆที่ไม่ได้ นอนพักผ่อนให้เพียงพอหลังจากกิจกรรมหนักๆที่ทำมาเล่า

"เฮ้อ นอนต่อดีกว่า" ร่างบางว่ากับตัวเองก่อนจะตัดสินใจเข้าสู่ห้วงนิทราบนเตียงสีเข้มที่ปราศจาก ร่างอบอุ่นของชายหนุ่มที่เขารักเหลือเกิน



===================================================


"ซุ่ย เหลียงจะไปไหนน่ะ?" เสียงพี่ชายคนเล็กถามหญิงสาวที่ทำเป็นย่องเงียบๆไปที่ห้องของพี่ชายคนโต หญิงสาวสะดุ้งทันทีแล้วหันไปมองหน้าเจ้าของเสียงแล้วยิ้มแห้งๆ

"ไปหาพี่ฮีชอลสิคะ" ชายหนุ่มขมวดคิ้วแล้วยกนาฬิกาขึ้นดูเวลาก่อนจะเอ่ยถาม

"เข้า ไปตอนนี้พี่เขาก็อยู่กับพี่เกิงสิ ไปกวนเขาทำไมเปล่าๆ" คิบอมว่าแล้วเตรียมจะเดินไปลากน้องสาวให้ออกมาจากตรงนั้นแต่หญิงสาวรีบบอก สิ่งที่ตนรู้เพื่อหาเรื่องไปหาฮีชอลให้จนได้

"พี่เกิงไม่อยู่แล้ว เมื่อกี้เพิ่งให้พี่คยูฮยอนขับรถพาไปข้างนอก พี่เขาบอกว่าจะไปเซี่ยงไฮ้ ถ้ากลับทันอาจจะกลับมาคืนนี้ ดังนั้นทางสะดวก! วันนี้ พี่ฮีชอลเป็นของซุ่ยเหลียงถาวร! คิคิ" ร่างสูงรู้สึกแปลกใจกับสิ่งที่น้องสาวคนเล็กบอก เพราะว่าถ้าเป็นเรื่องงานเขาก็น่าจะรู้ก่อนเด็กสาวสิว่าพี่ชายของตนไปไหน หรือว่านี่เป็นธุระด่วนจนไม่มีเวลาจะบอกกล่าวกัน?

"แปลกแฮะ" คิบอมพึมพำกับตัวเองก่อนจะกดโทรศัพท์โทรหาพี่ชายของตนเพื่อถาม ซุ่ยเหลียงเห็นพี่ชายคนเล็กหันไปจึงรีบแอบเปิดประตูไม้ใหญ่แต่สุดท้ายก็พบ ว่ามันล็อคอยู่

"เฮ้ย อะไรเนี่ย!" หญิงสาวบ่นออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ คิบอมหันกลับมายิ้มมุมปากก่อนจะเอ่ยบอกน้องสาวของตน

"บอก แล้วว่าพี่เขาไม่ให้เธอไปป่วนพี่ฮีชอลในห้องได้หรอก ไปเรียนได้แล้วไป" ชายหนุ่มว่าจบก่อนจะหันไปคุยโทรศัพท์ของตนกับพี่ชายต่อโดยไม่สนใจหญิงสาวตัว เล็กที่ทำหน้ามุ่ยอยู่คนเดียว
คอยดูเถอะ สักวันซุ่ยเหลียงจะแอบงัดห้องไอ้พี่ชายคนนี้ไปชิงตัวฮีชอลมาให้ได้!


=======================================================

บ่าย วันนั้นร่างบางก็ยังคงยุ่งกับงานของตนที่ล้นมือ ในเมื่อเขาต้องรับผิดชอบด้านบุคคลของบริษัทแม่ในเครือฮันกรุ๊ปแล้ว เมื่อมีบริษัทย่อยเปิดตัวขึ้นมาเขาก็ต้องเป็นคนเทรนผู้จัดการด้านบุคคลของ บริษัทนั้นๆพร้อมทั้งข้อมูลต่างๆอีกมากมายที่เขาจะต้องได้รับ และตอนนี้เจ้าซีวอนกับคิบอมมันก็ขยันลงทุนเปิดบริษัทกันเหลือเกิน ทำยังกับว่าพี่ชายมันมีเงินให้ถลุงเล่นจนใช้ไม่หมดทั้งชาติ!

แม้ว่า จะเป็นการลงทุนขนาดย่อมแต่ดูเหมือนทุกกิจการของสองชายหนุ่มจะไปได้ดี ตอนนี้จึงเปรียบเสมือนการแข่งขันกลายๆของสองพี่น้องว่าใครจะทำกำไรให้บริษัท แม่ได้มากกว่ากัน โดยที่ซีวอนสนใจการลงทุนระหว่างประเทศกับพวกตะวันตกมากกว่า แต่คิบอมเลือกที่จะลงทุนในเกาหลีโดยขยายให้ทั่วทุกภูมิภาค

ฮีชอลเอง จึงต้องกุมขมับกับเอกสารกองใหญ่ที่มากขึ้นเรื่อยๆ แต่เขาเองก็ไม่เคยทำให้ทั้งสามหนุ่มผิดหวังในความสามารถของตนที่จะจัดการงาน ทุกอย่างให้เรียบร้อย เพราะฮันกยองเองเป็นคนสอนฮีชอลว่ารากฐานที่สำคัญที่สุดของการเติบโตของ ธุรกิจนั้นคือความสามารถและการทำงานของพนักงานทุกๆคนตั้งแต่ผู้บริหารไปจน ถึงแม่บ้านออฟฟิส ดังนั้นการดูแลพนักงานจึงเป็นเรื่องสำคัญ ฮีชอลรู้ดีว่าฮันกยองเองคงเก็บความทรงจำแย่ๆที่ฝังลึกเกี่ยวกับตัวเขาเอาไว้ เพราะถูกหักหลัง การที่เลือกคนมาทำงานผิด..คนที่จะต้องสูญเสียหนักที่สุดก็คือตัวเจ้านาย ..ที่ใหญ่ที่สุดเช่นกัน

ร่างบางสลัดหัวไล่ความคิดเดี่ยวกับเรื่อง เก่าๆออกไปก่อนจะควานหาปากาหมึกซึมที่ตนเอาไว้เขียนงาน มือเรียวกวาดหาจนทั่วโต๊ะได้กองเอกสารแล้วไม่เจอจึงตัดสินใจหยิบด้ามใหม่จาก ในลิ้นชักของโต๊ะทำงาน ฮีชอลไขกุญแจลิ้นชักโต๊ะแล้วเลื่อนมันออกมาดู ก่อนจะสะดุดตากับซองจดหมายสีแดงที่เขาลืมไปแล้ว...ว่าได้รับมันมา...

หัวใจดวงเล็กกระตุกวูบเมื่อนึกถึงข้อความในนั้นและถ้อยคำของเจ้าของจดหมายที่ส่งมา..

คนที่ทำให้เขารู้สึกกลัวได้แม้แต่จะไม่ได้เจอหน้ากัน...

นิ้ว เรียวเปิดซองจดหมายนั่นขึ้นมาอ่านอีกครั้ง ความรู้สึกวูบในท้องน้อยมันบีบรัดมากขึ้นจนเขาหวาดกลัวไปก่อนแล้วว่าอะไรไม่ ดีๆจะเกิดขึ้น

ฮีชอลนึกถึงโทรศัพท์จากบุคคลปริศนานั่นแล้วเปิดสมุดแพลนเนอร์ของตนออก เขาจรดปากกาลงบนเลขสิบสาม..

วันศุกร์หน้าที่เขามีนัดกับบุคคลปริศนาที่โบสถ์เซ้นท์หลุยส์คืออีกไม่กี่วันนี่เอง..

..เขา ควรจะบอกฮันกยองหรือคนอื่นๆไหม? แต่ถ้าบอก เขาต้องไม่มีวันได้รู้แน่ๆว่าผู้ชายคนนั้นคือใครและเอาเรื่องเขามาจากไหน และอีกอย่างทางนั้นก็ขู่เอาชีวิตฮันกยองไว้ด้วยหากเขาปูดเรื่องนี้ออกไป ฮีชอลยอมไม่ได้หรอก ถ้าให้ฮันกยองเป็นอันตรายใดๆ สู้ขาเขาดีกว่า...ดีกว่ามาทำร้ายหัวใจของเขาทั้งเป็น...

"ฮีชอล" เสียงทุ้มเรียกเขาจากหน้าโต๊ะทำงาน ร่างเพรียวรีบยัดซองจดหมายเข้าลิ้นชักทันทีโดยไม่ทันเงยหน้าขึ้นมองก่อนว่า เจ้าของเสียงนั้นคือใคร

"มีอะไรเหรอ" น้ำเสียงนิ่มๆที่เป็นเอกลักษณ์เอ่ยถามอีกครั้ง ฮีชอลปิดสมุดประจำตัวของตนแล้วเงยหน้าขึ้นพร้อมปรับสีหน้าเป็นปกติ

"อ้าว.. คิบอม..มาไม่ให้สุ้มให้เสียงเลย" ฮีชอลเอ่ยแก้เก้อ แต่แววตาเย็นชาที่คิบอมใช้มองทุกคนไม่เคยเปลี่ยนไปแม้ว่าตอนนี้เขาจะยอมรับ ในตัวฮีชอลแล้ว และร่างเพรียวเองก็รู้ว่าดวงตาสีดำขลับนั้นกำลังกวาดมองเขาอย่างสงสัยในท่า ทีพิรุธของเขา

"ชั้นเคาะประตูตั้งหลายครั้งแล้ว คิดว่าไม่อยู่เลยลองเปิดดู พอดีเอาเอกสารจากบริษัทมาให้" คิบอมเอ่ยเรียบๆพร้อมยื่นแฟ้มสีดำให้คนหลังโต๊ะ ฮีชอลรับมาแล้วยิ้มกลายๆ ไม่อยากให้คิบอมรู้ว่าตนกำลังทำอะไรอยู่ จริงๆแล้วสัญชาตญาณของเขามันบอกว่าคนที่ไม่ควรให้รู้เรื่องที่สุดคือคิบอม เพราะว่าชายหนุ่มเคยเป็นคนที่เกลียดและอยากจะกำจัดเขามากที่สุด แม้ว่าตอนนี้ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปแล้วก็ตาม แต่ถ้าหากเรื่องจดหมายบ้าๆนั่นและเรื่องโรสกับเจย์มันกลับมาอีกครั้ง เขาก็ไม่สามารถการันตีได้หรอกว่าคิบอมจะยังต้อนรับเขาเหมือนเดิมหรือไม่

"เอ้อ ว่าจะถามอยู่ว่า ประชุมใหญ่บริษัทนายวันศุกร์ จะให้ชั้นไปด้วยไหม เรื่องอบรบพัฒนาประสิทธิภาพบุคลากรน่ะ" ฮีชอลรีบเลี่ยงประเด็นเข้าเรื่องงาน ดวงตาที่ไม่บ่งบอกความรู้สึกใดๆของคิบอมจ้องใบหน้าสวยที่พยายามปรับอารมณ์ ให้นิ่งแล้วเอ่ย

"อือ แปดโมงเช้านะ คงแค่สองชั่วโมงครึ่งก็น่าจะเสร็จแล้ว" ฮีชอลพยักหน้ารับก่อนจะเปิดแฟ้มเอกสารดูรายละเอียดงานคร่าวๆ อยู่ดีๆคิบอมก็เอ่ยทำลายความเงียบ

"วันนี้พี่เกิงเขาไปเซี่ยงไฮ้เหรอ? ซุ่ยเหลียงบอกชั้นมา" ร่างเพรียวทำท่าเชิญให้คิบอมนั่งลงก่อน พอชายหนุ่มทิ้งตัวลงเขาจึงเอ่ย

"ใช่ เขาบอกว่ามีธุระด่วนน่ะ เกี่ยวกับสายงานของคุณลุง" คิบอมฟังแล้วเลิกคิ้วอย่างฉงน คุณลุงหาน เทียนเต๋อ หรือมิสเตอร์ชาร์ลีที่เป็นที่รู้จักไปทั่วภูมิภาคเอเชียเคียงคู่กับพ่อของ เขา ผู้คุมอำนาจของตระกูลหานฝั่งจีนแผ่นดินใหญ่นี่หรือจะมีปัญหาในการทำงาน น่าจะหาเรื่องเรียกตัวหลานชายไปหาเล่นๆเสียมากกว่า

"ถ้างั้นคืนนี้ พี่เขากลับมาระวังอารมณ์เฮียเขาไว้หน่อยละกัน คุณลุงเรียกไปทีไรเป็นแบบนี้ทุกที" คิบอมเอ่ยเตือนฮีชอลไว้ล่วงหน้า เพราะรู้ดีว่าฮีชอลไม่เคยเจอคุณลุงของพวกเขาหรือว่าได้ยินเรื่องคุณลุงกับ ตระกูลฝั่งของพวกเขาเลย

"ทำไมเหรอ ฮันกยองเขาไม่ค่อยถูกกับคุณลุงเหรอ?" ฮีชอลถามหน้าตาเลิกลั่กเพราะไม่เคยรู้เรื่องเกี่ยวกับตระกูลของชายหนุ่มมา ก่อน เขาเองก็รู้จักญาติพี่น้องของฮันกยองแค่ ซีวอน คิบอม และซุ่ยเหลียงเท่านั้น

"ไม่ใช่หรอก...แต่..." คิบอมเอ่ยแล้วหยุดก่อนจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นแล้วเอ่ย

"คุณ ลุง..ชอบหลอกพี่เกิงไปหาเพราะแค่อยากเจอหน้าเท่านั้น แต่จริงๆแล้วไม่ได้มีธุระอะไรเลย พี่เขาเลยไม่ค่อยยอมไป ไม่รู้ว่าคราวนี้ใช้มุขอะไรถึงขุดพี่เขาออกมาจากเตียงนายได้" ร่างสูงพูดอย่างไม่สะทกสะท้าน แต่คนฟังนี่สิหน้าแดงขึ้นมาทันที เหมือนเขารู้ว่าคิบอมรู้ทันเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องนอนของเขากับฮันกยอง

"เอ่อ..งั้นเหรอ..." ฮีชอลเอ่ยแก้เขินก่อนจะรีบเสริม

"เขาอาจจะมีธุระจริงๆก็ได้นะ..."

ร่างสูงกระตุกยิ้มที่เป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของสายเลือดก่อนจะเอ่ย

"ชั้นก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะ"


==================================================



"อะไร นะครับ! คุณลุงจะให้ผมมาบริหารงานที่นี่สองปี? ไม่ใช่เรื่องเลยนะครับ บริษัทผมที่เกาหลีกับญี่ปุ่น งานก็ล้นมือจะแย่อยู่แล้ว เดี๋ยวนี้เจ้าซีวอนกับคิบอมมันก็หันไปเปิดบริษัทเล็กบริษัทน้อยของพวกมันเอง แล้วด้วย ผมไม่ได้มีคนช่วยแบ่งเบาภาระงานมากเหมือนแต่ก่อนแล้วนะครับ แล้วอีกอย่างเราตกลงกันตั้งแต่คุณพ่อเสียแล้วไม่ใช่เหรอว่าที่จีนคุณลุง จัดการ ผมจัดการที่เกาหลีกับญี่ปุ่น ถ้าเป็นภูมิภาคอื่นอาจะมีการสลับสับเปลี่ยนช่วยเหลือกันได้ แต่ให้ผมมาอยู่จีนเนี่ยนะ! ไม่มีทาง!"

มาเฟียหนุ่มเลือดร้อนตะโกน ลั่นห้องทำงานส่วนบุคคลบนตึกเซี่ยงไฮ้ ทาวเวอร์ชั้นบนสุดที่เป็นห้องทำงานของผู้บริหารบริษัทหาน เอ็นเตอรืไพรส์ บริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีเงินลงทุนหมุนเวียนหลายหมื่นล้านดอลล่าต่อปี แม้ว่าพวกเขาจะเติบโตจากการเป็นมาเฟียและแน่นอนงานมาเฟียยังคือธุรกิจที่พวก เขาทำอยู่ แค่ล้างมือจากธุรกิจสกปรกหลังการสร้างตัวแล้วต่างหาก

ฮัน กยองถึงกับอึ้งที่คุณลุงใช้ข้ออ้างนี้ในการลากตัวเขากลับมาประเทศจีน เขารู้ว่าคุณลุงอยากให้เขาบริหารงานที่นี่มากกว่าทำงานที่ประเทศเกาหลี เพราะในที่สุดแล้วบริษัทแม่ที่คุมเครือข่ายบริษัททั้งหลายก็ยังเป็น หานเอ็นเตอร์ไพรส์ที่จีนอยู่ดี เขารู้หรอกว่าคุณลุงกำลังคิดอะไรอยู่ แต่นั่นไม่มีทางเลย เขาไม่อยากกลับมาใช้ชีวิตมาเฟียที่ประเทศนี้ที่มีคนจ้องจะเอาชีวิตเขาหรือ โค่นล้มเขาทุกวินาที มันเหนื่อยยิ่งกว่าตอนขยายอิทธิพลที่เกาหลีเสียอีก

แต่ ชายหนุ่มเข้าใจดีถึงพรรคที่ตระกูลของเขาสร้างมาหลายชั่วอายุคน เขารู้ว่าเขาเป็นลูกชายคนโตสุดของตระกูล โดยนับจากปีเกิด เขาต้องรับภาระหน้าที่ทั้งหมดไม่ช้าก็เร็ว หากลุงเทียนเต๋อของเขาไม่ยอมหาผู้สืบทอดกิจการที่มีความสามารถเอาไว้

"ก็ ลุงอยากให้แกมาลองจับงานที่นี่ดู ถ้าวันนึงลุงไม่อยู่แล้ว ยังไงเสียแกก็ต้องกลับมาบริหารงานที่บริษัทนี่ แล้วทิ้งเจ้าซีวอนและคิบอมจัดการที่เกาหลีกับญี่ปุ่นแทนแกอยู่แล้ว ลุกว่าดีเสียอีก ถ้าอยู่ดีๆแกมาปุบปัปทำ แกน่าจะรู้นะว่ามีคนจ้องจะเอาพวกเราลงแค่ไหน ลุงอยากให้แกมีประสบการณ์" คนเป็นลุงพยายามอธิบาย เทียนเต๋อเป็นหนุ่มใหญ่หน้าตาหล่อเหลาซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของตระกูลนี้ที่ สืบต่อกันมา เขามีรอยยิ้มเสน่ห์ที่เรียกว่ารอยยิ้มพิฆาตที่เอาไว้ทั้งล่อลวงผู้หญิงและ กำจัดศัตรู

"แต่ผมยังไม่พร้อม อีกอย่างประสบการณ์ผมมากพอหรอกน่า ใครมันลองยุ่งกับผมสิ จะยิงทิ้งไม่เลี้ยงเลย" ฮันกยองพูดอย่างใส่อารมณ์ก่อนจะทิ้งตัวลงบนเก้าอี้นวม เทียนเต๋อส่ายหัวอย่างระอากับความดื้อดึงและใจร้อนของหลานชายก่อนจะเอ่ย เรียบๆ

"แกก็ใจร้อนเสียอย่างนี้ แล้วจะไปคุมใครอยู่ หืม? ไอ้เรื่องราวเมื่อหลายปีก่อนที่ชั้นได้ยินว่าแกมีปัญหากับมาเฟียเกาหลีนั่น น่ะ เพราะมีหนอนบ่อนไส้ไม่ใช่เหรอ แล้วก็เพราะนิสัยที่แกดื้อดึงไม่รู้จักฟังใคร แล้วก็ใจร้อนมันเลยทำแกเกือบตายมาแล้วไม่ใช่เหรอไง?"

ด้วยความที่ เคยผ่านน้ำร้อนมาก่อน เขารู้ดีว่าบาดแผลนี่แหละประสบการณ์ชั้นยอดที่จะทำให้คนเราคิดได้ในภายหลัง เพียงแค่ต้องกระตุ้นให้ถูกวิธีเท่านั้นเอง

"คุณลุงรู้อะไรมากันแน่" ฮันกยองหันขวับแล้วถามอย่างรวดเร็ว ดวงตามังกรอันเป็นเอกลักษณ์อีกหนึ่งอย่างของตระกูลฉายวาวโรจน์เมื่อได้ยิน

"ก็ รู้ทุกอย่างแหละ ไม่มีอะไรใรโลกนี้ที่ชั้นไม่รู้ แกน่าจะรู้นะเกิง.." เขาเอ่ยแล้วเดินมาตรงหน้าหลานชายคนโปรดก่อนจะทิ้งตัวลงบนโซฟ้าสีดำแล้วริน วิสกี้ใส่แก้วของตน

"แล้วคุณลุงต้องการอะไรจากผม.." ชายหนุ่มถามอย่างไม่เข้าใจ พร้อมมองคุณลุงของเขาที่นั่งดื่มวิสกี้อย่างสบายใจเหมือนไม่ได้คุยเรื่อง เครียดๆกันอยู่

"ชั้นต้องการให้แกเรียนรู้จากความผิดพลาดของแก อยากให้แกคิดเป็นผู้ใหญ่มากกว่านี้ อายุก็ต้องมากแล้วนะ..แถมแก ก็ไม่ยอมมีครอบครัวแบบคนปกติเขาทำกันอีก" ลุงของเขาบอกอย่างรู้ทัน เล่นเอาฮันกยองขอตอกกลับคืนบ้าง

"ทำอย่างกับคุณลุงแต่งงานเป็นเรื่องเป็นราวงันแหละ ผมก็เห็นอยู่กินกับคนโน้นทีคนนี้ที แล้วทำไมผมจะทำไม่ได้มั่ง"

"เอา เหอะ เรื่องส่วนตัวแก ชั้นไม่อยากยุ่ง แต่เรื่องงานน่ะสำคัญ แค่สองปีเอง แกจะตายเลยหรือไงวะ ถ้าต้องมาทำงานที่นี่" เทียนเต๋อถามพร้อมมองหน้าหลายชายของตน ฮันกยองนิ่งไม่ยอมตอบอะไร แต่กลับจุดบุหรี่ขึ้นสูบแทน

"ว่าไงล่ะ หลานชาย" เขาย้ำ ฮันกยองหันใบหน้าหล่อมาทางลุงของเขาก่อนจะถาม

"คุณลุงไม่ได้หาคนสืบทอดกิจการไว้เลยหรือไงครับ ทำไมต้องโยนมาให้ผมด้วยล่ะ"

"ไอ้ มีน่ะมี แต่ชั้นเชื่อแล้วก็ชอบฝีมือแกในการทำงานมากกว่า ยังไงเสียที่นี่ อาณาจักรนี้ก็ต้องตกเป็นของแก ถ้าชั้นไม่ยกให้ใครไปเสียก่อน" เขากล่าว

"งั้น คุณลุงก็ยกให้คนที่คุณลุงหามาสืบทอดกิจการเลยสิครับ ผมไม่อยากได้" ชายหนุ่มตอบกลับอย่างไม่ยี่ระ เขาเองมีความสุขดีแล้วกับอำนาจ เงินตรา แบะความรักในประเทศเกาหลี เขาไม่ได้ต้องการมันเพิ่มเลย

"บ๊ะ ไอ้นี่! แกเป็นทายาทคนโตของตระกูลนะโว้ย แล้วนี่ก็คือสิ่งที่บรรพบุรุษแกสร้างขึ้นมา แกจะให้ชั้นโยนให้ใครก็ได้เหมือนขี้หรือไงวะ โตแล้วนะเกิง ทำไมแกพูดจาไม่รู้เรื่องแบบนี้เนี่ย" เทียนเต๋อเองก็ชักจะอารมณืขึ้นแล้วเหมือนกันหลังจากที่พยายามนิ่งมานาน เลือดมังกรมันร้อนเสมอ

ฮันกยองเงียบแล้วสูบบุหรี่ของตนต่อก่อนจะเอ่ยถาม

"แล้วคนที่ลุงว่าจะให้สืบทอดกิจการต่อน่ะใครคับ..ญาติเราคนไหน ผมรู้จักไหม?..."

เทียนเต๋อฟังคำถามจากหลานชายแล้วเริ่มยิ้มก่อนจะเอ่ยบอก

"แกรู้จักเขาดีจะตาย แค่แกอาจจะลืมเขาไปแล้วก็ได้ ก็โตมาด้วยกันนี่นา.."

ร่าง สูงยืนขึ้นทันทีที่ได้ฟัง พลันสมองก็ประมวลผมว่าคนคนนั้นคือใคร เขาบี้บุหรี่ของตนที่ที่เขี่ยบุหรี่ก่อนจะมองหน้าคุณลุงของเขาเหมือนขอคำยืน ยัน

"ใช่แล้ว แจจุงไงล่ะ.."

คำตอบของคุณลุงทำเอาฮันกยองเงียบ เขานึกถึงคนที่คุณลุงพูดทันที ครั้งสุดท้ายที่เจอกันก็เมื่อหลายปีก่อนที่แจจุงไปดูงานที่ประเทศเกาหลีหลัง จากจบปริญญาโทจากอังกฤษมาหมาดๆ เขาลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าตอนเด็กพวกเขาสองคนเคยสนิทกันมากแค่ไหน แต่เป็นเพราะหน้าที่ที่ต่างคนต่างมีเลยทำให้พวกเขาค่อยๆเหินห่างกันจนเป็น ความเคยชินไปเสียแล้ว

"คุณลุงให้แจจุงเขาเป็นทายาทอันดับหนึ่งเหรอฮะ?" ฮันกยองเอ่ยถามด้วยความสงสัย

"ก็ แจจุงทำงานเก่งที่สุดนี่นา ไอ้ลูกคนอื่นของชั้นที่เกิดกับเมียแต่ละคนก็พอทำงานได้ไปเรื่อย แต่ยังไม่มีใครเก่งเท่าเจ้านี่ แต่เขาเสียอย่างเดียว.."

"แจจุงมัน คุมคนแบบวิธีมาเฟียของเราไม่เป็น เจ้านั่นทำเป็นแต่ธุรกิจ ที่บริษัทเราเติบโตได้เหมือนแชร์โบลด์* ของแกที่เกาหลีน่ะก็เพราะแจจุงเลยล่ะ "

คุณลุงของมังกรหนุ่มตอบก่อนจะเลื่อนตัวขึ้นมาข้างหน้าแล้วประสานมือ เขาเอ่ย

"ที นี้เข้าใจหรือยังว่าทำไมชั้นต้องการแกที่นี่ ชั้นต้องการให้แกสานต่ออำนาจมาเฟียของพวกเรา ถ้าไม่มีอิทธิพลเราคุ้มไว้ ธุรกิจเราก็โดนล้มโดนแซงเอาง่ายๆ ชั้นไม่อยากเห็นสิ่งที่ชั้นกับพ่อแกและพ่อแม่ ปู่ย่า ตา ยาย ของพวกเราช่วยกันสร้างมาต้องพังลงหรอกนะ"

"คุณลุงไม่เชื่อมือแจจุงเขาหรือไง ถึงต้องการผมน่ะ" ชายหนุ่มถามอย่างสงสัย

"ไม่ใช่ไม่เชื่อ ก็แค่กังวล ชั้นอยากให้หมอนี่รู้จักโลกมาเฟียมากกว่านี้ และมาเฟียที่ชั้นไว้ใจมากที่สุด ก็แกนี่ล่ะวะ"

คำ ตอบของลุงเทียนเต๋อทำให้ฮันกยองยอมรับความคิดนี้เข้ามาในหัว แต่ถ้าหากให้เขาทิ้งทุกอย่างแล้วมาอยู่ที่นี่ล่ะก็ ไม่มีทาง..เขาไม่ได้มีแค่บ้านและบริษัทที่ต้องคุม แต่เขายังมีฮีชอลทั้งคน.. เขาดึงฮีชอลมานี่ด้วยไม่ได้แน่ เพราะตอนี้คนรักเขาทำหน้าที่คุมบุคลากรในบริษัทลูกทั้งหมดของเขาที่เกาหลี กว่าจะเทรนคนขึ้นมาใหม่และไว้ใจได้ไม่ใช่ง่ายๆ เอาฮีชอลมาด้วยก็ล่มกันหมด แต่ถ้าไม่มีฮีชอล..เขาก็ไม่อยากอยู่

"ผมเข้าใจคุณลุงแล้วครับ" ฮันกยองตัดสินใจเอ่ย รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าของผู้เป็นลุง

"แต่..ผมมีข้อเสนอที่ดีกว่านั้น.."

หนุ่มใหญ่มองหน้าหลานชายอย่างพินิจพิเคราะก่อนจะเอ่ยถาม

"อะไรล่ะ.."

"ให้ แจจุงไปเรียนรู้โลกมาเฟียที่เกาหลีกับผมดีกว่า ไปเริ่มใหม่แต่ศูนย์ เขาจะได้มีประสบการณ์ชีวิตแบบที่คุณลุงต้องการ..ดีกว่าไหมครับ?

ข้อ เสนอของฮันกยองทำให้เทียนเต๋อนิ่งแล้วคิดถึงผลประโยชน์ข้างหน้าและสิ่งที่จะ เกิดขึ้นข้างหลัง เขาจ้องดวงตาสีนิลของหลานชายเหมือนค้นหาอะไรบางอย่าง เขาเองคิดว่าน่าจะลองเดิมพันตานี้ดูสักตา เพราะยังไงก็ตามเขาก็เชื่อในมือฮันกยองที่สุด

"ก็ได้..เดี๋ยวชั้นจะคุยกับเขาก่อน.."

"ตกลงตามนั้น สรุปแล้วคุณลุงมีธุระแค่นี้ใช่ไหมครับ?" ฮันกยองเอ่ยถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ แค่นี้เขาก็ปวดหัวมากพอแล้ว

"ก็ นะ นี่ล่ะเรื่องใหญ่จริงอย่างที่แกเคยบอกไว้ ว่าถ้ามีอะไรเรื่องใหญ่ค่อยโทรตามแก เอาเป็นว่า เดี๋ยวลุงจะติดต่อกลับไปอีกทีเมื่อคุยกับแจจุงแล้วละกัน" ร่างสูงฟังแล้วหันไปคว้าเสื้อสูทของตนก่อนจะเอ่ย

"งั้นผมลากลับก่อนละกันครับ ผมต้องกลับไปจัดการงานต่อ" เทียนเต๋อฟังหลานชายว่าแล้วรีบพูด

"เฮ้ย อะไรกัน ไม่ทำงานวันเดียวบริษัทแกไม่เจ๊งหรอกน่า ไหนๆก็มาถึงเซี่ยงไฮ้ทั้งที อยู่กินข้าวเย็นด้วยกันก่อนดีไหม คืนนี้ลุงจะพาแกไปหาความสุขกับที่พิเศษที่ลุงเป็นหุ้นส่วน ดีมั้ย อยู่ก่อน" ฮันกยองเองใช่ว่าจะไม่อยากพักผ่อน แต่ตอนนี้ชีวิตเขามีแต่ฮีชอลเท่านั้น..เขาอยากกลับไปหาฮีชอลมากว่าทำอะไร อย่างอื่นทั้งสิ้น

"ผมบอกซุ่ยเหลียงไว้น่ะฮะ ว่าจะกลับมากินข้าวด้วยตอนเย็น ไม่อยากผิดนัดกับน้อง" ฮันกยองรีบเอ่ยข้อแก้ตัว แต่เหมือนลุงของเขาจะรู้ทัน เพราะดวงตาสีนิลเหมือนกันมีประกายรู้ทันออกมาทันที

"กลับไปหาน้อง หรือคนที่แกเลี้ยงไว้กันแน่น่ะ ลุงรู้หรอกนะ เรื่องเด็กคนนั้นน่ะ" มังกรหนุ่มนิ่งสนิทเมื่อคุณลุงเขาพูดขึ้นมา ฮันกยองมองหน้าคุณลุงนิ่งๆก่อนจะพูดว่า

"ไหนคุณลุงว่าจะไม่ยุ่ง เรื่องส่วนตัวของผมไงครับ" เทียนเต๋อหัวเราะทันทีที่ได้ฟัง ท่าทางหลานชายเขานี่มันไม่ต่างจากมังกรหวงไข่เลยทีเดียว

"แหม ลุงก็ไม่ได้ยุ่ง แค่ถามถึง ลุงรู้รสนิยมแกหรอกน่า ชอบนักไม่ใช่เหรอ สวยๆเพรียวๆน่ะ คนนี้ไว้ลุงจะไปขอดูน่าหน่อยนะ อยากรู้เหมือนกัน ทำอีท่าไหนจับหลานชายลุงได้เป็นปีเลย" เขาพูดอย่างไม่คิดอะไร แต่ฮันกยองเองแอบไม่พอใจเล็กๆ แต่เขาไม่อยากพูดต่อความยาวสาวความยืดเพราะกลัวว่าจะเป็นการเปิดช่องทางให้ คุณลุงว่าอะไรต่อ เขาเองก็รู้ว่าคุณลุงไม่ได้มีเจตนาร้ายแต่เป็นห่วงเขามากกว่า

"เอา เถอะ อยากกลับก็กลับละกัน ฝากบอกเจ้าสามคนที่เหลือด้วยว่าลุงคิดถึง ว่างๆก็มาเที่ยวเมืองจีนมั่งก็ได้ ตั้งแต่ซุ่ยเหลียงย้ายไปอยู่กับพวกนาย ลุงก็เหงาแล้วล่ะ" ฮันกยองพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ก่อนจะโค้งให้คุณลุงเป็นการกล่าวลา

"คุณลุงดูแลตัวเองด้วยนะครับ ผมขอตัวก่อน" เขาเอ่ย ก่อนจะหันหลังเดิน แต่อยู่ดีๆเสียงของลุงเขาก็ดังขึ้น

"แกยังจำหน้าแจจุงได้หรือเปล่า?"

"ตอน ที่แจจุงไปดูงานที่เกาหลี แกได้เจอเขานานแค่ไหนกัน" ฮันกยองนิ่งเพราะไม่เข้าใจเหตุผลที่ลุงของเขาถามขึ้นมา เขาหันกลับไปก่อนจะเอ่ย

"ช่วงนั้นผมยุ่งมาก ผมไปเจอเขาแค่วันเดียว แต่ก็ไม่นานเท่าไหร่ ผมให้ซีวอนเป็นคนดูแลเขาแทน จำได้แค่ว่าตัวขาวๆ เหมือนจะร่างเพรียวๆ ตากลมๆ หน้าสวยเหมือนกัน.."

"แกคงไม่ลืมนะ ว่าแจจุงน่ะผู้ชาย" ผู้เป็นลุงเอ่ยย้ำ ทำให้ฮันกยองมองหน้าเขาอย่างฉงนแต่ก็ตัดสินใจไม่พูดอะไรอีก...


T.B.C. 


ขอโทษน้าค้าที่มาต่อช้ามาก ถ้ามีคนอ่านอยู่ก็ฝากไว้ด้วยนะ เดี๋ยวมาลงต่อ ใครที่หาฉากเรตอ่านไม่ได้ ไปอ่านที่บล็อกนะคะ ลงลิ้งค์ไว้ให้แล้ว


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

169 ความคิดเห็น

  1. #167 Kimployploy (@nuployrawee) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2555 / 23:11
    แอร๊ยยยยยยยยยยยยยย
    คุณลุงทำไมพูดโน้มน้าวฮันแบบนี้ล่ะคะ
    #167
    0
  2. #160 lopig (@mayaku) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2554 / 12:16
    แจมาเเล้ว  สวยกับสวยมาเจอกันจะเป็นเยี่ยงไร
    อย่ามาร้ายน่ะ ขอมาดีๆ น่ะเเจเเจ๊
    #160
    0
  3. #153 onlyhanchul (@lovehunchul) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2554 / 14:42
    แจมาแล้วอ่ะ จะมีอะไรอีกป่ะเนี๊ยะ ใจคอไม่ดีเลยอ่ะ
    #153
    0
  4. #142 เกว (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มีนาคม 2554 / 14:28
    แจจะร้ายป่ะเนี่ย

    -O-

    #142
    0
  5. #128 K.J.W. (@fern5za) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2554 / 20:43
    ไรเตอร์ เมื่อไหร่จะมาอัพต่ออ่าาา

    รีดเดอร์รออยู่น้าาา

    #128
    0
  6. #123 Devil-Devine (@gdevine) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2553 / 16:19
    แจมาแล้ว *-*

    จะเกิดอะไรขึ้นเนี่ย

    หวังว่าพี่มิ้นท์คงไม่ให้แจเป็นตัวร้ายนะคะ -0-* เกอดแจรักเกิงนี่ฮีคลั่งตายแน่

    __________________________________________________________________

    P'Mint Fighting
    #123
    0
  7. #117 HANCHUL~♥ (@jiejiegril) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2553 / 13:00

    แจมาได้อย่างไรกัน??? โอะ โอ่วว น่าติดตามมากๆๆเลยค่ะไรทืเตอร์ ย๊ากก อ่านต่อๆๆ>< 555

    #117
    0
  8. #114 myeverythings (@myeverythings) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2553 / 20:37
    แจจ่ามาแล้ว  และจะมียุนมาด้วยมั้ยเนี่ย??  (พอดีเค้าจิ้นยุนแจ  โฮะๆๆๆ  >o<)
    #114
    0
  9. #108 hanismine (@nightbutterfly) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2553 / 01:09
    คิดเหมือนกันเลย เราหวังว่าไรเตอร์คงไม่ให้แจจุงมาสร้างความร้าวฉานหรอกนะ
    งั้นช่วยแถมยุนมาอีกคนได้ป่ะ ไรเตอร์๋จ๋า มีแจ ต้องมียุนนะจ๊ะ ฮ่าๆๆ
    ฮันกับฮี รักกันเข้าไว้นะจ๊ะ รักกันไว้ จะได้ไม่สั่นคลอน

    ไรเตอร์รีบมาอัพนะจ๊ะ ปูเสื่อรอพร้อมกับอีกหลาย ๆคน
    #108
    0
  10. #100 ployhyuk. (@qwasdzxcv) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2553 / 16:17

    แจมาได้ไงอ่ะ 0-0
    หวังว่าป๋าเจ๊จะสวีทกันเหมือนเดิมนะ
    คงไม่มีอะไรเกิดขึ้นใช่ไหม? T^T
    เรื่องเริ่มสนุกจริงๆเลย > ไรเตอร์มาต่อเร็วๆนะ
    รักไรเตอร์ จุ๊บ!
    555555555555555555555

    #100
    0
  11. #94 ricbird (@birdric) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 เมษายน 2553 / 00:43

    สวัสดีปีใหม่ไทยนะคะ
    สงกรานต์ปีนี้ขอให้ไรเตอร์มีความสุขมากๆนะคะ

    อยากจะบอกไรเตอร์ว่าดีใจมากๆเลยค่ะที่ไรเตอร์กลับมาแล้ว
    นึกว่าจะไม่ได้อ่านเรื่องนี้ต่อซะแล้ว
    ขอบคุณนะคะทีมาต่อให้ได้อ่านอีก

    แต่พอมาก็เริ่มรู้สึกว่าจะมีลางร้ายมารบกวนอีกแล้ว
    เรื่องแรกก็คนทีส่งจดหมายฉบับนั้นให้ฮีซอลเราว่า
    ไม่โรสก็เจย์แน่ๆเลย คิดแล้วกลุ้ม

    ส่วนอีกเรื่องก็  แจจุง น่ะ ที่จะมาทำให้ฮีซอลต้อง
    ช้ำใจรึเปล่า เพราะเคยสนิทกับฮันด้วยอ่ะคิดแล้ว เศร้าจิต

    ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีกทำให้อยากอ่านตอนต่อไปเร็วๆจัง
    แต่ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ อิ อิ
    เรื่องของเรื่องคิดถึงมาก

    #94
    0
  12. #93 zen (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 เมษายน 2553 / 01:25
    ดีใจโว๊ยยยยย ไรเตอร์กลับมาแล้ววววว ฮิ้วววววว

    นั่งปูเสื่อรอจนรากงอกแล้วเนี่ย...



    ภาคนี้เพลาๆ หน่อยนะคะไรเตอร์ อย่ารุนแรงมากนักนะคะ

    ภาคแรกก็พอแล้ว ใจจะขาดค่ะ



    แล้วแจจุงอย่ามาสร้างความร้าวฉานให้ฮันชอลเลย ขอล่ะ

    แล้วฮีชอลอย่าหักหลังฮันนะ คราวนี้เป็นเรื่องแน่

    มีอะไรก็เล่าให้บอม คยู วอนฟังก่อนก็ได้ ถ้าไม่กล้าบอกฮัน



    ถ้าเกิดอะไรขึ้นหนักจะได้เป็นเบาไงฮี (ต้องบอกไรเตอร์นั่นแหละ ) เฮ้อ...เครียดล่วงหน้าอีกและ
    #93
    0
  13. #91 I am E.L.F Love SUJU ~ NuOil (@oil-heenim) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 มีนาคม 2553 / 17:10
    หุหุไรเตอร์กลับมาแย๊ววว


    แจมาได้ไงอ่ะ????????????
    #91
    0
  14. #90 BlareBlare (@happycare21) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 มีนาคม 2553 / 01:26
    ไรท์เตอร์กลับมาแว้ววววววววว
    ดีใจมากมายเลยค่ะ
    รออ่านอยู่ตลอด
    อยากรู้ว่าใครคือบุคคลปริศนา
    แต่รู้สึกว่าเรื่องจะซับซ้อนขึ้นอีกแล้ว
    รอตอนต่อไปจ้าาาา
    ขอบคุณค่ะไรท์เตอร์
    #90
    0
  15. #89 HannieHeenim (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มีนาคม 2553 / 19:20
    ไรเตอร์รีบๆอัพน้าๆๆๆๆรออยู่ๆๆๆๆๆ



    แจมาทำไมเนี่ย เห้อ
    #89
    0
  16. #88 kimhanchul (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มีนาคม 2553 / 02:30
    แจมาทำไมอีกเนี่ยยยยยยยยย



    เห้อออเหนื่อยกับคู่นี้เมื่อไรจะสมหวัง



    นึกว่าภากแรงจะจบอย่างแฮ้ปปี้



    เจอภาค 2ยังต้องลุ้นต่อT^T



    สงสารทั้งคู่
    #88
    0
  17. #86 {HC},,_lollipop (@lollipop-girl) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 มีนาคม 2553 / 03:28

    นี่ถ้าแจปรากฎตัวจะเกิดไรขึ้นเนี่ย

    คงไม่สร้างความร้าวฉานให้ฮันชอลใช่มั๊ย

    #86
    0
  18. #85 N'Onz&Heenim (@nooonz) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 มีนาคม 2553 / 22:57
    ออนซ์ดีใจมากเลยที่พี่มาต่อแล้ว

    หลังจากรอมาตั้งแต่เดือนมกรา55


    ตอนนี้แบบว่า แจจ๋าอย่ามายุ่งกะฮันชอลเค้านะ

    แต่ก็นะฮันชอลคือรักแท้ไม่มีวันตาย


    ฮีอย่าหักหลังป๋าอีกเลยนะสงสารอ่ะ

    เดี๋ยวก็เจ็บกันอีก เฮ้อ
    #85
    0
  19. #84 ~ ยัยแมวเอ๋อ ~ (@hancin32) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 มีนาคม 2553 / 17:01
    อ๊ากกกกกก พี่มิ้น
    นังแคทดีใจมากกกกกก ที่พี่มาอัพต่อ

    แม่นางฮีมีงานทำยังไม่พอ เป็นงานใหญ่อีกตั้งหาก
    แสดงว่าทุกคนไว้ใจแล้วล่ะสินะ ทั้งที่เคยหักหลังแท้ๆ
    งั้นฮีนิมก็อย่าทรยศอีกเลยนะ แม้ว่าโรสจะมีพระคุณแค่ไหนเหอะ

    หื้อ แจจุงกำลังจะมา... อะไรเนี้ย จะโผล่มาเป็นมือที่สามหรือไง
    อย่านะพี่หาน ถ้านอกใจขึ้นมา จะให้ซุ่ยเหลียงแย่งฮีนิมไป คอยดู
    #84
    0
  20. #83 Ka-tikKa-tik (@Ka-tik) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 มีนาคม 2553 / 13:03
    อ๊ากกกกกกกกกก
    กำลังจะจุดพลุฉลองที่ไรเตอร์กลับมา
    แต่พอเจอว่าแจจะมาเอิ๊ก...ขำไม่ออก
    แจจะเข้ามาเป็นมือที่สามเหรอ
    หรือว่าจะเข้ามาทำให้เกิงหวั่นไหว
    อ๊าาาาาา......เครียดๆๆๆๆๆๆ
    แจมาแล้วยังไงขอหมียุนด้วยอีกศักคนก็ดีนะคะ
    หุหุหุ.....
    #83
    0
  21. #82 3:Hee !! Geng (@nattikiim) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 มีนาคม 2553 / 12:01
     แจมาแล้ว

    จะมีเรื่องอะไรบ้างเนี่ย หุหุ
    #82
    0