[Super Junior Fic] Savagely Romance : HanChul [Yaoi]

ตอนที่ 5 : :: Chapter 3 : Affectionate vow ::

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 924
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    23 ก.พ. 54

 

Could it possibly be true that
Love would never fall?
Conquer hurt and fear, love would call.
All happened may shall be see through two hearts's wall.

Who would see a thunder coming?
Knows may not though that love could flee on the night that we're sleeping.



ร่าง บางนั่งพิงอกแกร่งของคนรักขณะที่สายตาทั้งคู่ต่างจ้องมองไปยังผืนน้ำสีเข้ม ยามอาทิตย์ตกดิน แขนใหญ่โอบกอดร่างเบางเอาไว้พร้อมกับที่ฮีชอลเองก็กอดทับไปที่วงแขนนั้นอีก ครั้งเหมือนต้องการบอกความรู้สึกให้ถ่ายทอดผ่านร่างกายที่อบอุ่นของคนทั้ง สอง ทั้งคู่นั่งอยู่ที่ปลายสะพานซึ่งเชื่อมต่อกับประภาคารสีขาวลายน้ำเงินซึ่ง ฮันกยองซื้อเอาไว้เป็นท่าเรือส่วนตัวของตน ใบหน้าสวยยิ้มบางๆอย่างมีความสุขที่ได้ใช้เวลาเงียบๆสองคนกับคนรัก ตอนนี้ฮีชอลอยากจะลืมเรื่องราวทั้งหมดที่ได้เจอในวันนี้ แล้วทิ้งมันลงทะเลไป เขาขอแค่ให้เขาได้มีฮันกยองแค่นั้น...มันก็เกินพอแล้วสำหรับชีวิตของเขา เอง..

"ฮีชอล..รู้อะไรไหม?" ร่างสูงเอ่ยทำลายความเงียบเบาพลางกระชับอ้อมกอดแน่น

"หืม?" ดวงตากลมมองใบหน้าหล่อเหมือนเป็นเชิงสงสัยและตั้งคำถาม ฮันกยองสบตากับร่างบางแล้วยิ้มเล็กๆก่อนจะเอ่ย

"ถ้า ขาดนายไป ชั้นคงอยู่ไม่ได้แน่ๆ นายน่ะเป็นเหมือนส่วนหนึ่งของชีวิตชั้นไปแล้วนะ" ใบหน้าสวยขึ้นสีเรื่อเหมือนเขินกับคำพูดนั่น ดวงตากลมจ้องมองแววตาสีนิลที่เต็มไปด้วยความรักนั่นก่อนจะเอ่ยถาม

"ขนาดนั้นเชียว?" ฮันกยองใช้นิ้วของตนเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าคนตัวเล็กในอ้อมอกแล้วกระซิบบอกเบาๆ

"นายคือคนเดียวที่อยู่กับชั้นในยามที่ชั้นไม่มีใครและเป็นคนที่ทำให้ชั้นมีชีวิตได้ถึงทุกวันนี้.."

"ถ้าวันนั้น...นายไม่กลับมา..ชั้นก็ไม่รู้เหมือนกัน..ว่าชั้นจะมีชีวิตถึงวันนี้หรือเปล่า"

"ทำไม พูดแบบนี้ล่ะฮันกยอง.." ฮีชอลเริ่มหน้าเสียเมื่อฟังสิ่งที่ชายหนุ่มพูด ถ้อยคำนั้นแปลได้อีกนัยหนึ่งว่า หากเขาไม่กลับมาหาฮันกยอง ชายหนุ่มก็คงตายไปแล้ว

"เพราะชั้นคงทนอยู่ไม่ได้โดยไม่มีนาย..ชั้นคง เลือกที่จะจากโลกนี้ไปดีกว่า" ฮันกยองตอบเรียบๆแต่นั่นทำเอาคนตัวเล็กรีบทุบไปที่อกกว้างทันทีด้วยความไม่ พอใจ

"อย่าพูดแบบนี้อีกนะ!" ท่าทางของคนตัวเล็กทำเอาชายหนุ่มถึงกับเลิกคิ้วสูงด้วยความงงแล้วคลายวง แขนออกมองหน้าฮีชอล ร่างบางตีหน้ายุ่งเหมือนโกรธก่อนจะโถมตัวเข้ากอดชายหนุ่มไว้แล้วเอ่ย

"ต่อ ให้นายไม่มีชั้น นายก็ต้องอยู่เข้าใจมั้ย? ฮันกยอง นายไม่ได้มีชั้นอย่างเดียวเสียน้อยในชีวิตของนาย นายยังมีครอบครัว มีพี่น้อง มีพรรคและอย่างอื่นต้องดูแล อย่าคิดอะไรโง่ๆแบบนั้นอีกนะ" พูดไปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเพราะใจหายวาบ พอมาลองคิดว่าหากฮันกยองต้องจากเขาไปตลอดกาล...เขาเองก็ทำใจไม่ได้หรอก ...ไม่มีวันหรอกที่จะยอมรับได้..

"ฮีชอล...ชีวิตชั้นน่ะ อยู่ในกำมือของนายมาตั้งนานแล้วไม่รู้เหรอ? ตั้งแต่วันแรกที่ชั้นรักนาย..นายไม่รู้หรือไง?" ฮันกยองเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก

คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมองชาย หนุ่มด้วยความรักล้นหัวใจก่อนจะเป็นคนเริ่มแตะริมฝีปากตนกับริมฝีปากของชาย หนุ่มคนรัก คนตัวเล็กเป็นคนเริ่มที่จะบดเบียดเรียวปากนั้นเพื่อถ่ายทอดความรู้สึกของตน ร่างสูงเลื่อนมือขึ่้นมาประครองใบหน้าหวานก่อนจะเป็นคนลุกล้ำเข้าไปในโพรง ปากนุ่มเสียเอง ทั้งคู่ต่างกอดรัดด้วยแผ่นเนื้อบางซึ่งซึมผ่านถ่ายทอดความผูกพันที่ยาวนาน ระหว่างคนทั้งคู่ รสจูบหวานที่เคยเสื่อมคราวสร้างความสุขให้สองมือที่ประสานกันแน่นแทบไม่อยาก ปล่อยจากกัน

ฮันกยองละริมฝีปากตนออกเมื่อรู้สึกได้ว่าคนตัวเล็ก เริ่มจะขาดอากาศหายใจ แต่พอได้จ้องใบหน้าสวยที่เป็นสีอ่อนเขาก็ทนไม่ไหวต้องก้มลงตักตวงความหอม หวานจากโพรงปากนุ่มอีกครั้ง โดยที่ฮีชอลเองก็ไม่คิดขัดขืน มีแต่เต็มใจที่ยอมเป็นของฮันกยองแต่เพียงผู้เดียว..

"อือ.." ร่างสวยครางเบาๆเมื่อฮันกยองเองพอใจกับรสจูบที่ลิ้มรสมาแล้วถอนจุมพิตนั้น ออก ปลายจมูกโด่งแตะกับจมูกได้รูปของอีกคนแล้วต่างหลับตานิ่งทั้งคู่ท่ามกลาง อาทิตย์ยามสายันต์ที่สวยงามราวกับต้องมนต์สะกด บางทีการใช้ชีวิตร่วมกันของคนสองคนหมายถึงการที่จะต้องทำให้อีกคนมีความสุข และเราจะได้มีความสุขไปด้วย แต่ในเวลานี้ วิธีง่ายๆของพวกเขาทั้งสองคนที่จะมีความสุขด้วยกันก็คือ..อยู่เคียงข้างกัน ...แม้จะปราศจากคำพูดใดๆ...มันก็เกินพอแล้ว...

ฮันกยองนั่งกอดฮีชอลม องเส้นขอบท้องฟ้าจนพระอาทิตย์ดวงโตหายลับไปเหลือเพียงความืดมิดที่โปรยตัวลง มาพร้อมอากาศเย็นชื้นที่ทวีคูณเนื่องจากว่าเป็นบริเวณชายฝั่ง ชายหนุ่มยกแขนขึ้นดูนาฬิากาเรือนแพงเพื่อดูว่าถึงเวลาหรือยังก่อนจะค่อยคลาย อ้อมแขนออกหลวมๆแล้วกระซิบเรียกชื่อคนที่นั่งอมยิ้มเฉยๆมาตลอด

"ฮีชอล.."

"หืม?.." ร่างบางตอบรับแล้วหันมามองหน้าชายหนุ่มทันที ฮันกยองยิ้มกว้างแล้วเอ่ยบอก

"อยู่นี่นิ่งๆคนเดียวก่อนได้มั้ย?"

"ทำไมอ่ะ นายจะไปไหนเหรอ?" คิ้วเรียวเลิกขึ้นด้วยความงง เพราะมาด้วยกันอยู่ๆจะมาทิ้งกันแบบนี้ได้ไงล่ะตาบ้า

"น่า นะ..มีอะไรนิดหน่อยจะเซอไพรส์แต่ว่านายห้ามหันหลังไปจนกว่านายจะเห็นดาวตกนะ โอเคมั้ย?" ชายหนุ่มว่าแต่ดวงตากลมโตยังเต็มไปด้วยความงุนงง

"พอเห็นดาวตก นายค่อยหันกลับมา ตกลงนะ" ฮันกยองจัดการมัดมือชกคนตัวเล็กแล้วจูบไปที่หน้าผากเนียนเบาๆ

"จะ เล่นอะไรพิเรนท์อีกหรือเปล่าเนี่ย" ฮีชอลขัดเหมือนรู้ทันพลางทำหน้ายู่ ร่างสูงมองเขาด้วยรอยยิ้มแล้วยกนิ้วก้อยขึ้นเหมือนจะตั้งสัญญา

"เชื่อ ใจชั้นสินะ รออยู่ตรงนี้นะ สัญญา" ว่าแล้วยื่นนิ้วก้อยให้คนที่ตนกอดอยู่ ฮีชอลมองแล้วพลางช่างใจก่อนจะค่อยๆยื่นนิ้วก้อยข้างซ้ายมาแล้วยอมเกี่ยวไป นิ้วยาวของคนที่ยื่นรอไว้อยู่แล้ว ฮันกยองก้มลงสัมผัสริมฝีปากอิ่มเบาๆแล้วกระซิบบอก

"รออยู่ตรงนี้ก่อน นะครับที่รักแล้วอย่าหันกลับมา ไม่งั้นจะถูกลงโทษหนักแน่ๆ...คืนนี้.." คำพูดของเสียงนุ่มทำเอาคนตัวเล็กเสียวสันหลังวาบกับคำขู่นั้นเพราะรู้ดีว่า ฮันกยองหมายถึงอะไร ชายหนุ่มแกล้งขบที่ใบหูเรียวเบาๆก่อนจะละอ้อมแขนออกอย่างเสียดายที่ไม่ได้ ฉวยโอกาสกับคนตัวเล็กต่อ ร่างสูงลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยอีกครั้ง

"อย่าลืมสัญญาล่ะ" ว่าแล้วเสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ค่อยๆเดินจากไปบนพื้นไม้ของสะพาน ทิ้งให้ฮีชอลนั่งนิ่งด้วยความอยากรู้อยากเห็นคนเดียว

คน ตัวเล็กนั่งเหม่อมองท้องฟ้าที่ค่อยๆโรยตัวมืดขึ้นพลางนึกว่าวันนี้มันจะมี ดาวตกอย่างที่ฮันกยองว่าจริงหรือ? ว่าแต่เขาไปรู้มาได้ยังไงนะ? แล้วถ้าเกิดมีดาวตกจริงๆล่ะ?

ดาวตก...ก็ต้องขอพรอธิษฐานน่ะสิ...

แล้ว เขาจะขออะไรดีนะ? ตอนนี้เขาก็มีทุกอย่างที่ต้องการในชีวิตแล้ว...เพราะเขามีฮันกยอง..ทุกอย่าง ในโลกนี้ก็มีความมหายสำหรับเขาถ้ามีฮันกยอง...เพราะชายหนุ่มคือสิ่งเดียวที่ เขาต้องการและมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อคนคนนี้

คนตัวเล็กนั่งแกว่งขา เล่นไปมาเหนือพื้นน้ำอย่างใจเย็น ปล่อยให้เวลาค่อยๆผ่านไปพร้อมความเย็นที่มากขึ้น ดวงตากลมยังคงจับจ้องที่แผ่นฟ้าสีเข้มเหมือนถุกชุบด้วยหมึกดำ มีเพียงดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยวฉายแสงพร้อมดาวดวงเล็กอีกสี่ห้าดวงที่พยายาม แข่งกันฉายแสงส่องสู้ดวงจันทร์

คืนนี้จะมีดาวตกจริงเหรอ? ฮันกยองมั่วหรือเปล่าน้า ?

แอบ คิดแล้วก็ขำเล็กๆอยู่ในใจ ฮีชอลรู้ดีกว่าฮันกยองเป็นคนแอบโรแมนติกลึกๆ แม้จะไม่ค่อยทำอะไรให้เห็นมากนัก แต่เวลาที่ชายหนุ่มตั้งใจทำอะไรให้เขาทีละก็ เขาเองก็ปลื้มใจจนแทบหุบยิ้มไม่ลงเชียวล่ะ แต่ก็สงสัยเหมือนกันว่าวันนี้คนบ้านั่นจะเล่นอะไรแผลงๆอีกหรือเปล่า แต่อย่างน้อยฮีชอลก็เชื่อว่าชายหนุ่มต้องมีอะไรเซอไพรส์เขาแน่ๆ ไม่งั้นคงไม่คิดจะทำอะไรแบบนี้หรอก หึ ฮันกยองเอ๊ย คิดว่าชั้นรู้ไม่ทันล่ะสิ คบนายมาตั้งกี่ปี่แล้ว เรื่องแค่นี้ทำไมคนอย่างฮีชอลจะรู้ไม่ทันนายหา? พ่อมังกรหนุ่ม

ฮีชอ ลพยายามหุบยิ้มเมื่อคิดได้ดังนั้น ดวงตากลมฉายแวววับดั่งเช่นเคย พลันสายตาจากเรียวตาคู่นั้นก็เห็นแสงสว่างวาบที่พุ่งตัวเฉียงลงจากพื้นฟ้าสี มืดลงที่ทะเล คนตัวเล็กอ้าปากค้างแล้วรับหลับตาขอพรทันที..

ว่าแต่เขาจะอธิษฐานว่าอะไรดีนะ?.. ถ้าการขอพรจากดาวตกนั้นมีผลจริงละก็..เขาจะขอ..

....ขอให้ฮันกยองมีความสุขตลอดไป..ขอให้พวกเขาสองคน...ได้อยู่ด้วยกันแบบนี้ต่อไป....

มันคงไม่มากเกินไปใช่ไหม..ดวงดาว..ใช่ไหม..โชคชะตา?

ร่าง บางหลับตาภาวนาดั่งตั้งใจเสร็จแล้วก็ลืมตาขึ้น ฮีชอลสูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วนึกถึงคำพูดของฮันกยองที่สั่งไว้ ตอนนี้ดางตกก็มาแล้ว ฮันกยองควรจะกลับมาได้แล้วสิ ฮีชอลตัดสินใจรอชายหนุ่มไปสักพัก แต่ก็มีเพียงเสียงสายลมที่พัดผ่านคอยบอกว่ามันคือสิ่งเดียวที่อยู่กับฮีชอล ในสถานที่แห่งนี้ ร่างเล็กเริ่มรู้สึกใจหายวาบเหมือนโดนทิ้ง ฮีชอลรีบลุกขึ้นยืนบนสะพานอย่างรวดเร็วแล้วหันหลังกลับไป

ทันทีที่ มองเห็นภาพด้านหลัง คนตัวเล็กก็ได้แต่ขมวดคิ้วเรียวเข้าหากัน บริเวณรอบชายหาดและประภาคารสีฟ้าขาวนั้นมืดสนิท มีเพียงเทียนนับร้อยเล่มที่จุดเรียงบนไม้กั้นตัวสะพานท่าเรือเชื่อมไปจนถึง ตัวประตูของสิ่งก่อสร้างสูงตรงหน้า ฮีชอลมองไปรอบๆด้วยความงงงัน ก่อนจะตัดสินใจเดินตามแสงเปรียวเทียนไปตามทาง

ฝ่าเท้าบางเบาเหยียบ ย่ำพื้นทรายไปจนถึงหน้าบันไดหินสีเทาสามขั้น เทียนเล่มบางยังคงสว่างสไวอยู่บนหินปูน มือบางหยิบห่วงเหล็กที่คล้องประตูขึ้นแล้วค่อยๆผลักประตู้ไม้สีน้ำตาลซึ่ง ซีดลงตามการเวลาของแสงแดดและน้ำทะเลที่พัดผ่าน

หัวใจดวงเล็กรู้สึก หวั่นด้วยความกลัวที่แทรกซึมเข้ามาในจิตใจ ตั้งแต่เขากลับมาอยู่กัยฮันกยองเป็นเวลาสามปีกว่า เขาไม่เคยถูกชายหนุ่มทิ้งไว้เพี้ยงลำพังในที่ที่ไม่รู้จักแบบนี้มาก่อนเลย ร่างเล็กตัดสินใจเดินเข้าไปด้านในเมื่อประตูไม้บานใหญ่เปิดออก ทันใดนั้นมือเรียวสองข้างก็ยกขึ้นปิดปากตนด้วยความตกใจ ดวตากลมโตมองไปรอบๆห้องผนังสีขาวที่มีบันไดไม้สนสีน้ำตาลเข้มอยู่ที่ด้าน ซ้ายมือ ด้านขวาเป็นเตียงครบเครื่องข้างกันเป็นโต๊ะไม้และเก้าอี้ มีหน้าต่างซึ่งเจาะไว้สามบาน ด้านในห้องนั้นทาด้วยสีขาวและสีฟ้าเหมือนเพิ่งตกแต่งใหม่พร้อมของประดับครบ ครัน ราวกับกระท่อมน้อยหลังเล็กที่เอาไว้หลบภัยในนิทาน

เปลวเทียนที่ สว่างสไวในห้องนั้นทำให้ห้องกว้างนี้ไม่ต้องการเครื่องไฟฟ้าใดๆมาให้แสง สว่างมีเพียงเทียนไขเล่มบางนับร้อยเล่มที่วางเรียงไปตามรอยตัดของหินรอบๆ ห้อง ฮีชอลมองห้องที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนนั่งอยู่ข้างเตาผิงในฤดูหนาวแล้ว ได้แต่แอบคิดในใจว่านี่คือสิ่งที่ฮันกยองจงใจจัดฉากไว้หรือเปล่า คิดได้ดังนั้น คนตัวเล็กจึงหันหลังกลับเตรียมจะไปตามหาตัวพ่อตัวดีที่ชอบเล่นอะไรซนๆไม่ เหมาะกับอายุ แต่แล้วเขาก็ต้องขมวดคิ้วเรียวด้วยคงามงงเมื่อเห็นว่าบุคคลที่ว่ามายืน เงียบๆอยู่ข้างหลังเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ

"อ้าว ..มาตอนไหน ทำไมไม่ได้ยิน..เออะ.." ร่างบางพูดยังไม่ทันจบ อ้อมกอดแข็งแกร่งก็ดึงเขาเข้ามาแล้วกอดแน่น ใบหน้าหวานดูงงงันกับการกระทำของชายหนุ่มแต่แล้วดวงหน้าสวยก็คลี่ยิ้มออกมา บางๆก่อนจะยกแขนเรียวเข้ากอดคนรักบ้าง

"จะอ้อนอะไรอีกหรือไง" ถามเบาๆแต่ยังคงหลับตาพริ้ม รู้สึกอบอุ่นจากอ้อมกอดนั้น

"อื้อ" ชายหนุ่มตอบกลับเหมือนเด็กน้อย เล่นเอาฮีชอลถึงกับหลุดหัวเราะออกมา

ร่างเพรียวขยับตัวแล้วค่อยๆเลื่อนตัวออกแต่ยังคงอยู่ในอ้อมกอดนั้นก่อนจะจ้องหน้าชายหนุ่มแล้วถามว่า

"แล้ว เด็กดีจะเอาอะไรครับ จะกินขนมเหรอ? หรืออยากไปเที่ยวสวนสนุก?" ชายหนุ่มยกยิ้มหล่อที่มุมปากเมื่อได้ฟังคำพูดน่ารักๆนั่นแล้วละมือหนึ่งออก จากหลังฮีชอลก่อนจะหยิบสร้อยสีทองที่ห้อยกุญแจห่วงไว้ขึ้นมา ฮันกยองโชว์สร้อยเส้นนั้นให้คนตัวเล็กที่ยังไม่เข้าใจว่าฮันกยองพยายามจะทำ อะไร มือบางเลื่อนขึ้นแตะที่ปลายกุญแจสีทองก่อนจะมองหน้าชายหนุ่ม

"สวม ให้ได้ไหม?" ฮันกยองถามพลางจ้องดวงตากลมที่แสนรักใคร่ ใบหน้าหวานพยักหน้าเล็กๆก่อนจะก้มหัวลงให้ชายหนุ่มจัดการใส่สร้อยทองเส้น นั้นบนลำคอระหง

นิ้วเรียวเกี่ยวสร้อยเส้นนั้นขึ้นมาเมื่อชายหนุ่มสวมให้เสร็จแล้วเอ่ยถามกลับ

"ให้ สร้อยชั้นทำไมเหรอ แต่ว่าสวยดีนะ..ชั้นชอบ" ว่าแล้วยิ้มหวาน ชายหนุ่มลูบกลุ่มผมสีน้ำตาลอย่างเอ็นดูก่อนจะจุมพิตที่หน้าปากเนียนเบาๆ ฮีชอลหยิบตรงกุญแจทองขึ้นมาดูใกล้ๆ ฮันกยองจึงได้เริ่มพูด

"กุญแจนี้ นะ ชั้นอยากจะใช้มันเปิดหัวใจนายดูได้ไหม?" ว่าแล้วก็จับมือเรียวที่จับกุญแจทองนั้นอยู่ ฮีชอลเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มแล้วเลื่อนสายตาไปตามการกระทำของฮันกยอง ร่างสูงแตะปลายกุญแจไปที่หน้าอกข้างซ้านของฮีชอลแล้วเอ่ยถาม

"ในนี้ มีแค่ชั้นหรือเปล่าฮีชอล?" คนตัวเล็กมองหน้าฮันกยองนิ่งแล้วเอ่ย

"ไม่ ใช่หรอก มีมาเฟียบ้าเลือด นิสัยไม่ดีอยู่ต่างหาก ชั้นก็ไม่เข้าใจเหมือนกันนะ คนคนนี้แย่จะตาย ทำไมชั้นถึงรักมากขนาดนี้ก็ไม่รู้..." ใบหน้าหวานลบสายตาที่จ้องกลับมาพร้อมรอยยิ้มขันจากใบหน้าหล่อ ฮันกยองเชยปลายคางสวยขึ้นแล้วจุมพิตเบาๆที่ริมฝีปากอิ่ม

"นายนี่น่ารักจริงๆนะ" ว่าแล้วก็กุมมือเรียวไว้แล้วเลื่อนมาที่อกข้างซ้ายของตัวเอง

"อยากรู้ไหมว่าในนี้มีใครอยู่?" ฮันกยองว่าแล้วส่งสายตาหวานให้ แต่ฮีชอลกลับตอบคำถามนั้นเล่นเอามังกรหนุ่มหน้าเสีย

"เป็นล้านเลย คนนู้นคนนี้ นายก็มีไปทั่ว"

"อะไรเล่าฮีชอล เสียบรรยากาศหมด ชั้นเป็นแบบนั้นเสียที่ไหนล่ะ" ฮันกยองเถียงพลางทำหน้ามุ่ย ฮีชอลจ้องหน้าชายหนุ่มกวนๆแล้วเอ่ย

"ไม่จริงเหรอไง นายน่ะ เปลี่ยนคู่นอนไม่ซ้ำหน้า ใครๆถูกใจนาย นายก็เอาหมดแหละ"

"โธ่! ฮีชอล นั่นมันเรื่องเมื่อนานมาแล้วนะ เมื่อไหร่จะเลิกพูดถึงเรื่องเก่าสักที นี่ชั้นก็มีแต่นายคนเดียวมาจะสี่ปีแล้วนะ ยังไม่เชื่อใจกันอีกเหรอ" ฮันกยองว่าอย่างตัดพ้อ พยายามเรียกร้องความเห็นใจจากคนสวยตรงหน้า ฮีชอลเชิดหน้าขึ้นแล้วเอ่ย

"ได้ข่าวว่า ขนาดตอนที่นายบอกว่ารักชั้นนักรักชั้นหนา พอชั้นอยู่ด้วยกับนายไม่ได้ นายก็ยังวิ่งกลับไปหาทงเฮ อย่าคิดว่าไม่รู้นะ" ว่าแล้วจิกสายตาใส่ด้วยความหึงหวง

"โธ่..เมียจ๋า ตอนนั้นผัวไม่ได้ตั้งใจ ก็แค่ถ้าไม่มีใครจะคิดถึงแต่เมียคนเดียวนี่นา" พยายามพูดหวานๆแล้วอ้อนใส่ กอดรัดร่างบางเสียแน่น ฮีชอลทุบไปที่อกซ้ายของชายหนุ่มแรงๆแล้วเอ่ยโกรธๆ

"นี่แหน่ะ..คิดถึง ชั้นมันจะตายหรือไงถึงทนไม่ได้ ต้องไปหาคนอื่นน่ะห๊ะ? แล้วไม่ต้องมาเรียกชั้นแบบนี้นะ ถ้าชาวบ้านได้ยินเสียหน้าหมด" ฮันกยองทำตาปริบๆแล้วซุกหน้าลงที่ซอกคอขาวเพื่อจะอ้อน ไซ้เบาๆพลางพูดไป

"งั้นพูดกันสองคน แบบนี้ไม่ได้เหรอ ไม่ต้องบอกใครเขาก็รู้ว่านายน่ะเมียชั้น"

"ฮันกยอง!" ฮีชอลขึ้นเสียงทันทีเมื่อได้ยินคำที่ชายหนุ่มตีตราจองอีกรอบ

"จ้าๆ ไม่พูดแล้วครับที่รัก ที่รักอย่าอารมณ์เสียสิ นี่ตั้งใจพามาเดตอย่างโรแมนติกนะครับ ไม่พูดอะไรให้อารมณ์เสียน้าๆ" ฮันกยองว่าแล้วกระชัดกอดแน่น ปลายจมูกคมยังคงวุกไซ้ไม่ห่างซอกคอเนียนนั้นเพื่อสูดดมความหอม มือไม้เริ่มไล้ไปมาอย่างอยู่ไม่สุข

"นี่ๆจะกอดก็กอดเฉยๆ มือไม่ต้องไว" ฮีชอลว่าเอาเมื่อรู้สึกได้ถึงไออุ่นของพื้นผิวสีแทนที่หายเข้าไปใต้เสื้อของ เขาทางด้านหลัง คนตัวเล็กพาลจะขืนตัวออก

"ไม่ไวก็ไม่ใช่ฮันกยองสิ ไวทุกเรื่องเลยน้า..." ชายหนุ่มว่าแล้วแอบขบเบาๆที่ใบหูนิ่ม ฮีชอลฝืนตัวออกทันทีแต่ก็ยังติดแขนแกร่งที่คล้องรอบตัวเขาอยู่

"ปล่อย ได้แล้ว หงุดหงิดไม่อยากให้กอด" ร่างบางเริ่มพาลเมื่อนึกถึงเรื่องที่ว่า เขารู้ดีว่าเรื่องเก่าไม่ควรขุดขึ้นมาพูดใหม่ให้เสียอารมณ์เล่น แต่เขาเองก็อยากจะบอกฮันกยองเหมือนกันว่าตนนั้นไม่พอใจอย่างมากเมื่อรู้ เรื่องนั้นเข้า

"ฮีชอลจ๋า ไม่เอาน้า ไม่งอนนะ ฮีชอลฟังฮันกยองน้า" มังกรหนุ่มที่แสนบ้าเลือดเริ่มทำตัวเป็นเด็กน้อยเพื่อง้อคนรักอย่างจริงจัง ฮีชอลหน้ายู่ไม่หยุด แต่นั่นก็ไม่ทำให้ฮันกยองอารมณ์เสียเลย เขากลับเห็นว่ามันน่ารักเสียด้วยซ้ำ

"ฟังอะไรเล่า ฟังไหนพล่ามไปเรื่อยนะเหรอ" ว่าแล้วทำหน้าง้ำยิ่งกว่าเดิม ชายหนุ่มได้แต่ถอนหายใจก่อนจะเอ่ยบอก

"ฮีชอลครับ ตอนนี้ชั้นซีเรียสนะ ชั้นพูดจริงจัง..และแน่นอนชั้นพูดกับนายอย่างจริงใจ.."

"ชั้น ไม่รู้ว่านายจะเข้าใจชั้นมั้ย แต่ชั้นยังคงยืนยันว่าชั้นน่ะ...รักนาย..รักแค่คนเดียว..และจะเป็นคนเดียว ที่จะรักด้วย.." ฮีชอลทำเป็นมองออกไปทางนอกหน้าต่างแต่จริงๆแล้วในใจก็แอบสั่นรัวเมื่อได้ฟัง ถ้อยคำบอกรักนั้น

"ต่อให้ชั้นมีใครเข้ามาในชีวิต คนพวกนั้นน่ะก็แค่ได้ผ่านมาและผ่านไป แต่มีเพียงนายคนเดียวนะ..ที่เข้ามาแล้วและชั้นไม่ต้องการให้จากไป..เพราะ ชั้นจะขังนายเอาไว้..ขังไว้ในหัวใจดวงนี้แหละ..แล้วมันก็ไม่มีกุญแจที่จะไข เพื่อเปิดเอานายออกไปได้ด้วย เพราะชั้นเชื่อว่านายก็ใช้หัวใจที่รักชั้นล็อคชั้นเอาไว้เหมือนกัน" ชายหนุ่มเงียบเมื่อพูดจบเพื่อรอดูปฏิกิริยาของคนข้างหน้า ฮีชอลเคลื่อนสายตามองชายหนุ่มก่อนจะหันไปมองทางเดิมแล้วพูด

"ไม่เห็น ได้บอกว่ารักนายซะหน่อยนี่" คนพาลทำเป็นพูดดีไปงั้นทั้งๆที่เมื่อครู่เพิ่งบอกว่ารักเขาอยู่หยกๆ ฮันกยองได้ยินแล้วก็ขำเล็กๆอย่างเอ็นดูแล้วเอ่ย

"อะไรกัน เมื่อกี๊ยังบอกว่ารักชั้นอยู่เลย กลืนน้ำลายตัวเองแล้วเหรอครับ?" ฮีชอลได้ยินดังนั้นก็ค้อนให้วงกว้าง ร่างสูงขยับเข้ามาใกล้แล้วกระซิบเบาๆที่ข้างหูคนตัวเล็ก

"แล้วที่ ร้องบอกชั้นทุกคืนเวลาเรามีอะไรกันน่ะ ไม่ได้บอกว่ารักชั้นเหรอ?" ใบหน้าสวยขึ้นสีแดงสดทันทีเมื่อได้ยินคำพูดน่าไม่อายของชายหนุ่ม ฮีชอลยกมือขึ้นจะทุบไปที่อกกว้างด้วยความอายแต่กลับถูกเขารวบข้อมือเข้ามาซะ งั้นก่อนจะใช้มืออีกข้างเชิดใบหน้าหวานขึ้นแล้วประทับจูบร้อนลงไป ริมฝีปากบาของชายหนุ่มบดเบียดขยี้ริมฝีปากสีสดด้วยอารมณ์รักที่ต้องการปลุก เร้า ร่างเล็กที่แพ้เกมรักมาตลอดไม่เคยชนะรสจูบสะท้านนี้ได้เลยสักครั้ง เรียวปากสวยเผลออกต้อนรับกลีบเนื้อบางที่สอดแทรกเข้ามาเพื่อตวัดรัดและกวาด ชิมความหอมหวานจากลิ้นเรียวเล็กเช่นกัน ฮีชอลถูกจูบเสียจนหมดสิ้นลมหายใจ..

"ฮัน.. บ้า.." พึมพำเบาๆทั้งที่หอบแฮ่กๆจากรสจูบแรงนั้น ทันทีที่ถูกปล่อยให้เป็นอิสระฮีชอลก็รู้ตัวว่าตัวเขาแทบหมดเรียวแรงและเซ ประทับอกหนาอยู่แทน อยากจะคลั่งตายให้ได้เชียวเวลาถูกชายหนุ่มจู่โจมจูบเอาแบบเมื่อครู่



"ไม่บ้า ฮีชอลคงไม่รักหรอก ใช่มั้ย?" ฮันกยองว่าแล้วยิ้มกว้าง คนตัวเล็กเม้มริมฝีปากตัวเองก่อนจะพยักหน้า

"อื้อ"

ชาย หนุ่มหัวเราะร่วนทันทีเมื่อได้รับคำตอบนั้นมา เขากุมมือของฮีชอลไว้แน่นแล้วดึงกุญแจทองที่ห้อยกับสร้อยนั้นขึ้นมาอีกครั้ง นิ้วเรียวไล้ไปตามลูกกุญแจก่อนจะค่อยดึงตัวกุญแจออกเหลือเพียงห่วงกลมที่ ห้อยกับสร้อยคอ ฮีชอลมองตามด้วยความงงงันที่ชายหนุ่มอยู่ดีๆก็กระชากลูกกุญแจออกไป

ฮัน กยองวางกุญแจดอกนั้นไว้บนโต๊ะเล็กข้างหน้าต่าง แสงเทียนที่สะท้อนไปมาระหว่างคนทั้งคู่ที่สบสายตากันนิ่งมันให้ความรู้สึก อบอุ่นและหวาบหวิวไปพร้อมๆกัน มือหนาหยิบห่วงที่ยังคงห้อยกับสร้อยอยู่ขึ้นมาแล้วเอ่ยประโยคที่ฮีชอลเองก็ ไม่คาดคิด

"ฮีชอลครับ..แต่งงานกับผมได้ไหมครับ?"

ดวงตากลมโต เบิกโพรงเมื่อได้ฟังก่อนจะก้มลงมองที่มือของชายหนุ่ม ห่วงที่ติดกับกุญแจเมื่อครู่ที่ว่านั้นแท้จริงแล้วมันคือแหวนเงินทองคำขาว ประดับเพชรแท้ใสหลายกระรัตรอบตัวแหวน มันดูเรียบแต่หรูอย่างมีระดับ ภายในห้องที่มีแต่แสงจากเทียนไข ทำเอาฮีชอลไม่ได้สังเกตเลยว่าห่วงนั้นคือแหวนเพชร

ฮันกยองอาศัยจัง หวะที่ฮีชอลนิ่งไปด้วยความตกใจยกมือข้างซ้ายของร่างเล็กขึ้นแล้วประครองไว้ ชายหนุ่มยิ้มอย่างมีความสุขที่ได้เอ่ยประโยคนี้กับคนตรงหน้าก่อนจะเรียกชื่อ คนรักอีกครั้ง

"ฮีชอล..คุณจะยอมรับผมเป็นสามีที่ถูกต้องตามพิธีหรือเปล่า? จะยอมแต่งงานกับผมแล้วอยู่กับผมตลอดไปหรือไม่?"

"ละ... เล่น..อะไร..ของนายน่ะฮันกยอง" ฮีชอลตอบเสียงสั่นๆเพราะความตกใจจากการกระทำของชายหนุ่ม แม้จะรู้ว่ารักกันมาก แต่เขาก็ไม่เคยคิดหรอกว่าฮันกยองนั้นคิดจะขอเขาแต่งงานจริงจังเป็นเรื่อง เป็นราว ไม่คิดด้วยซ้ำว่าชายหนุ่มจะอยากผูกมัดเขาด้วยคำสาบาณของคู่แต่งงานเพื่อจะ ได้อยู่ด้วยกันตลอดไป

"ชั้นจริงจังนะฮีชอล.." ชายหนุ่มว่าเสียงนุ่มก่อนจะเอ่ยต่อ

"นาย เป็นคนแรกที่ชั้นบอกว่ารัก..และเป็นคนเดียว..และแน่นอน...ประโยคเมื่อครู่ มันก็เป็นของนายคนเดียวด้วย.." ฮันกยองจ้องมองเข้าใยดวงตาสีน้ำตาลที่ดูสับสน เขารู้ดีว่าฮีชอลคงไม่ทันได้ตั้งตัวจากการตัดสินใจปุปปับของเขา แต่เขาเองก็อยากมีเครื่องพิสูจน์ให้ฮีชอลเชื่อใจ..เชื่อว่าเขารักฮีชอลจริงๆ และไม่จะไม่มีวันทิ้งฮีชอลไปไหนเด็ดขาด..แม้จะรู้ว่าการที่พวกเขาสองคนอยู่ ด้วยกันนั้นก็ไม่ต่างอะไรจากคู่แต่งงานอยู่แล้ว เพียงแต่เขาอยากทำให้มันสำคัญ..ให้มันพิเศษ...เพื่อฮีชอล..เพื่อให้ฮีชอลได้ ใว้ใจ..ในความรักของเขา..

"ชั้นจะถามเป็นครั้งสุดท้ายนะ.."

"แต่งงานกับผมได้ไหมครับ?"

น้ำ เสียงนุ่มๆนั้นเรียกเอาหยาดน้ำตาสีใสจากดวงตาสวยเพราะความตื้นตัน คนตัวเล็กพยายามอย่างมากที่จะไม่สั่นแล้วพยักหน้าเล็กๆพลางเปล่งเสียงออกมา

"อื้อ"

รอย ยิ้มกว้างจากชายหนุ่มนั้นทำให้ฮีชอลรู้ว่าเขามีความสุขมากจากคำตอบรับของตน ดวงตาคมมีประกายฉายแววชัดเหมือนตนได้ครองโลกทั้งใบ แต่ใความเป็นจริงแล้วเพียงแค่มีฮีชอลอยู่เคียงข้าง ฮันกยองก็ไม่ต้องการสิ่งใดในโลกนี้เลย..

ชายหนุ่มบรรจงสวมแหวนทองคำ ขาววงสวยลงบนนิ้วเรียวข้างซ้ายแล้วยกมือเนียนนั้นขึ้นจุมพิตเบาๆเพื่อประทับ ความรู้สึกรักที่ท่วมท้นในหัวใจเขา ฮีชอลเองก็อดไม่ได้ที่ยิ้มอย่างมีความสุข เรียวปากอิ่มคลี่ออกอย่างสวยงามราวดอกไม้แรกแย้ม สายตาของคนตัวเล็กเองก็บ่งบอกว่ารักฮันกยองมากเช่นเดียวกัน

ฮันกยอง ใช้สองมือขึ้นกุมทั้งสองมือของฮีชอลเอาไว้แล้วสบสายตานิ่ง ต่างคนต่างใช้สายตาคุยกัน ชายหนุ่มกระแอมเล็กๆก่อนจะดัดเสียงให้ทุ้มใหญ่แล้วเอ่ย

"คุณฮันกยอง คุณจะรับคุณฮีชอลเป็นภรรยาหรือไม่? สัญญาว่าจะรักและดูแลเขาตลอดไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นและจะไม่มีวันทอดทิ้ง เด็ดขาด?" ว่าแล้วก็ตอบด้วยน้ำเสียงของตัวเอง

"รับครับ และสัญญาว่าจะรักและดูแลฮีชอลตลอดไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นและจะไม่มีวันทอด ทิ้งเด็ดขาด" การสวมบทเป็นบาทหลวงกำมะลอเล่นกับตัวเองเรียกเสียงหัวเราะจากคนตัวเล็กได้ ไม่ยาก ฮีชอลหลุดหัวเราะพลางยิ้มกว้างก่อนจะเอ่ย

"เล่นอะไรอีกละฮันนี่" ร่างบางแกว่งมือที่กุมกันอยู่เล็กน้อยแต่ฮันกยองกลับเอ่ยด้วยใบหน้าจริงจัง

"ไม่ ได้เล่นน่ะฮีชอล เราสองคนกำลังเข้าพิธีอยู่ อย่าเพิ่งขัดสิ" ใบหน้าหล่อที่ตีหน้าขรึมและน้ำเสียงจริงจังทำเอาฮีชอลฝืนยิ้มไว้ไม่ไหว ฮันกยองบทจะน่ารักก็น่ารักเกินไปจริงๆด้วย

"ที่นี่ไม่มีบาทหลวง ไม่มีโบสถ์ ไม่มีพิธี ไม่มีพยาน ไม่มีดอกไม้ ไม่มีอะไรเลยนะฮันกยอง" ฮีชอลว่าด้วยใบหน้าเรียบๆ ฮันกยองฟังแล้วรีบเอ่ยทันที

"งั้นนายก็ หลับตาสิ แล้วนึกเอาว่าหน้าต่างตรงหน้าเราคือบาทหลวง ประภาคารนี่คือโบสถ์ แสงเทียนคือพยานรักของเราและสายลมคือดอกไม้ของนาย ตกลงมั้ย?" ฮีชอลมองไปรอบๆห้องเล็กที่อบอุ่นไปด้วยแสงเทียนและความรักของพวกเขาสองคน ก่อนจะพยักหน้าเล็กๆแล้วเอ่ย

"ก็ได้" ว่าแล้วเขาก็หลับตาลงแล้วจินตนาการอย่างที่ฮันกยองว่า ชายหนุ่มยิ้มเล็กๆก่อนจะดัดเสียงให้ทุ้มใหญ่แล้วเอ่ย

"คุณฮีชอล คุณจะรับฮันกยองเป็นสามีของคุณหรือไม่?" ร่างบางที่หลับตาอยู่ลืมตาขึ้นทันทีก่อนจะเอ่ย

"ไม่เอาอ่ะ ไม่ตอบได้ไหมอ่ะ" ฮันกยองทำหน้ายุ่งทันทีก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงขุ่นๆ

"อ้าวได้ไงล่ะฮีชอล เราทำพิธีอยู่นะ ถ้าไม่ตอบแสดงว่านายไม่รับรักชั้นสิ" ร่างบางมองหน้าฮันกยองแล้วทำท่าอิดออดก่อนจะเอ่ย

"ไอ้ รับรักอ่ะรับแต่ให้รับว่านายเป็น..เอ่อ...ง่า..ฮันกยองอ่ะ..อย่าเล่นแบบนี้ สิ" ฮีชอลทำหน้าอ้อนวอนใส่คนตัวสูง แต่ดูเหมือนชายหนุ่มจะเริ่มงอนที่คนตัวเล็กเล่นตัวมากท่าอยู่แบบนี้

"ทำไม ล่ะ ยังไงเราก็เข้าหอไปตั้งนานแล้วนะ ชั้นได้นายแล้วยังไม่ทิ้งเลย ทำไมนายเป็นของชั้นแล้วไม่กล้ายอมรับล่ะ" สายตาคมเริ่มหม่นลงเหมือนเด็กไม่พอใจ ฮีชอลเห็นดังนั้นก็ไม่อยากให้ฮันกยองหงุดหงิดเพราะความเขินอายของเขา ร่างบางสูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วมองหน้าชายหนุ่มก่อนจะเอ่ย

"อ้ะ งั้นถามใหม่สิ" ฮันกยองยิ้มร่าทันทีเมื่อได้ฟังแล้วจัดการดัดเสียงต่อ

"คุณฮีชอล คุณจะรับฮันกยองเป็นสามีของคุณหรือไม่?" ฮีชอลเม้มริมฝีปากตัวเองเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆเอ่ย

"รับ..คะ..ครับ.." ใบหน้าหล่อฉายสีหน้าแห่งความพอใจชัดเจนเมื่อได้ฟังก่อนจะเอ่ยต่อ

"แล้วสัญญาว่าจะรักและดูแลกันตลอดไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นและจะไม่มีวันทอดทิ้งกันเด็ดขาด"

"สัญญา..."

คน ตัวเล็กเอ่ยตอบแล้วมองหน้าชายหนุ่ม ดวงตาสีนิลนั้นกำลังบอกความรู้สึกมากมายที่มีอยู่ มันกำลังเอ่ยว่ามีความสุขที่ได้ยินคำสัญญานี้ของฮีชอล คำสัญญาและคำสาบาณผูกมัดกันและกันเอาไว้ด้วยความรัก...ด้วยความรู้สึก..และ คำพูดของทั้งคู่...

"ตอนนี้เชิญเจ้าบ่าวจุมพิตเจ้าสาวได้" ฮันกยองเอ่ยทันทีแล้วยิ้มกว้างก่อนจะเลื่อนหน้าเข้าไปชิดใบหน้าสวยที่ยิ้ม อยู่ ชายหนุ่มค่อยๆแตะริมฝีปากตนเองลงบนกลีบปากสวยที่คลียิ้มอยู่ก่อนที่คนทั้ง คู่จะตั้งใจถ่ายทอดคำสาบานผ่านเรียวลิ้นที่เกี่ยวกระหวัดกันของจุมพิตแต่ง งาน...

ร่างสูงถอนริมฝีปากออกอย่างเชื่องช้าเมื่อได้ตักตวงความสุข จากเรียวปากอิ่มนั้น เขารู้ว่าเขาได้มอบความสุขให้ฮีชอลเช่นกัน ปลายจมูกโด่งยังคงคลอเคลียอยู่บนใบหน้าหวาน ต่างคนต่างหลับตาแต่มือยังคงประสานกันแน่น ความรักที่มี...มันมากเกินบรรยายจริงๆ

"ฮีชอล..." เสียงทุ้มเรียกชื่อคนรักเบาๆ เมื่อฮีชอลเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มเขาเองก็แทบตั้งตัวไม่ทันเมื่อรู้สึกว่า ตัวเองลอยขึ้นจากพื้นหิน ดวงตากลมเบิกกว้างมองใบหน้าหล่อที่หัวเราะร่วนเหมือนเป็นคำถาม ฮันกยองนั้นเดินตรงไปที่เตียงนุ่มซึ่งจัดไว้ตรงมุมห้องเป็นคำตอบ ร่างเล็กรู้สึกขนลุกซู่ทันทีเหมือนรู้ทันความคิดของชายหนุ่ม ทันทีที่ถูกวางลงกับพื้นเตียง ดวงหน้าสวยก็ขึ้นสีหวานทั้งๆที่ถูกใบหน้าหล่อจ้องมองใกล้อยู่เพียงแค่เส้นผม กั้น ร่างสูงเองก็ทิ้งตัวคร่อมร่างบางไว้แล้วค่อยใช้มือของตนไล้ผิวเนียนที่ลอด ผ่านเสื้อผ้าที่คนตัวเล็กใส่

"ฮันกยอง..จะทำอะไรน่ะ.." ถามทั้งๆที่รู้ดีว่าคำตอบของชายหนุ่มจะเป็นอย่างไร ฮันกยองยิ้มกรุ้มกริ่มแล้วเอ่ยข้างๆหูของคนตัวเล็ก

"ทำ พิธีเสร็จ...ก็..เข้าหอยังไงล่ะครับคนดี.." ใบหน้าขาวร้อนผ่าวจากคำพูดนั้น รู้ตัวว่าไม่มีทางต้านทานความต้องการของฮันกยองได้แน่ ถ้าชายหนุ่มคิดจะปลุกอารมณ์ความต้องการของพวกเขาทั้งคู่แล้วล่ะก็ ไม่มีใครสามารถห้ามมังกรหื่นนี่ได้หรอก โดยเฉพาะยิ่งคนตรงหน้าเป็นฮีชอลแล้วล่ะก็ ฮันกยองไม่เคยปล่อยให้โอกาสที่จะได้ตักตวงจากคนตัวเล็กนั้นหลุดมือ

"แต่ฮัน...นี่มันนอกบ้าน..ไม่เอา.." คนตัวเล็กรีบเอ่ยท้วงแต่ชายหนุ่มกลับหัวเราะในลำคอแล้วเอ่ย

"อ้าว.. ทีที่โรงพยาบาลเรายังเคยทำมาแล้วเลย นี่ในประภาคารของชั้นนะ ไม่เห็นต้องกลัวใครมาเห็นเลย มีแค่แสงเทียน สายลม น้ำทะเลเท่านั้นแหละที่จะรู้ว่าเราทำอะไรกัน...ไม่ต้องกลัวนะครับคนดี" ไม่พูดเปล่า ชายหนุ่มเองก็ก้มลงไซ้เบาๆที่ซอกคอขาวมือไวนั้นหายเข้าไปใต้เสื้อที่คนตัว เล็กใส่อยู่แล้วพับขึ้นจนฮีชอลเองไม่ทันตั้งตัว



----------------------------------------- เพราะฉากนี้ไม่เหมาะสมกับเยาวชน ขออนุญาตตัดออกค่ะ --------------------------------------
http://zarmintz.exteen.com/20100118/savagely-romance-ch-3-2



ฮันกยองจูบเบาๆที่ข้างหูคนตัวเล็กแล้วหอมแก้ม ฮีชอลแรงๆด้วยความรัก เขารู้สึกได้ถึงไอความอบอุ่นจากร่างกายของคนตัวเล็กที่โอบกอดเขาเสียแน่นราว กับกลัวว่าเขาจะหายไปไหน

ฮีชอลหลับตาสนิทพลางดื่มด่ำกับความสุขหรรษ ษที่ตนได้รับจากคนรัก เขารักฮันกยองมากเหลือเกิน..มาก...จนไม่มีวันที่เขาจะอยู่ได้หากขาดชายหนุ่ม ไป

คิดได้ดังนั้นดวงตากลมโตก็เปิดขึ้นพลางนึกถึงเรื่องเมื่อตอนบ่าย ที่เข้ามาตะขิดตะขวงใจเขา ทั้งๆที่พยายามจะลืมๆมันทิ้งไป แต่เพราะคำขู่นั่น...มันทำให้หัวใจดวงน้อยของเขาหวาดกลัว..และสั่นไหว...ไม่ รู้ทำไมเช่นกัน

"ฮันกยอง..." ฮีชอลเรียกชื่อคนรักพลางป่ายมือไปทั่วแผ่นหลังชายหนุ่มไม่หยุด เขาค่อยๆลูบไปทั่วตัวชายหนุ่มเหมือนที่ร่างสูงเองที่กำลังไล้แตะตัวเขาไป เรื่อยทั้งที่นอนกอดกันอยู่แบบนี้

"ครับคนดี?" เอ่ยตอบแล้วจูบเบาๆที่ไหล่มน ใบหน้าหวานเครียดขึ้นมาชั่วขณะเมื่อนึกถึงสิ่งที่ตนเองอยากจะบอกฮันกยอง ..แต่เขาคิดว่าหากชายหนุ่มรู้เรื่องนี้...ร่างสูงอาจจะไม่พอใจเป็นได้

ฮีชอล รู้ดีว่าฮันกยองไม่ชอบให้ขุดอดีตขึ้นมาพูด...อดีตที่โหดร้ายของพวกเขาสองคน ..อดีตที่นำให้พวกเขามาพบกัน...และอดีตที่เกือบทำให้พวกเขาสองคนต้องแยกจาก กันตลอดกาล..

"ชั้นถามอะไรหน่อยได้ไหม?" คนตัวเล็กเอ่ยเสียงอ่อย

"ว่ามาสิครับ" ฮันกยองยังคงไม่เลิกไล่จูบไปทั่วร่างสวยพลางรับฟังคนตัวเล็ก ฮีชอลแอบถอนหายใจแล้วเอ่ย

"ไม่ ว่าอะไร นายก็จะเชื่อใจชั้นใช่มั้ย?" ร่างสูงหยุดชะงักจากการหยอกล้อเล่นกับผิวใสแล้วเงยหน้าขึ้นสบสายตากับคนตัว เล็ก นิ้วเรียวปัดปอยผมสีน้ำตาลออกจากหน้าผากมนแล้วเอ่ยตอบ

"ถามแบบ นี้ทำไมกัน...ทุกวันนี้เราก้อยู่ด้วยกันเพราะความเชื่อใจไม่ใช่เหรอ?" ฮีชอลจ้องเข้าไปในดวงตาสีนิลของมังกรหนุ่ม...แค่คำพูดนี้ก็ทำให้เขามีกำลัง ใจจะยอมสู้กับความจริงที่โหดร้ายซึ่งรอเขาอยู่แล้ว...เขาไม่ขออะไรทั้งนั้น ...เขาขอเพียงแค่ฮันกยองจะเชื่อใจเขา..ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

"สัญญา นะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นายจะเชื่อชั้น ไม่เชื่อคนอื่น เราสองคนจะไม่โกหกกัน หรือปิดปังกันและกัน ตกลงมั้ย?" ร่างเล็กเอ่ยแล้วยื่นนิ้วก้อยเพื่อขอคำมั่น ชายหนุ่มยิ้มอบอุ่นแล้วยกนิ้วก้อยของตนขึ้นเกี่ยวนิ้วของฮีชอลก่อนจะเอ่ย

"ถ้า นายอยากให้สัญญา ชั้นก็จะสัญญา..แต่ก็อยากให้นายรู้ไว้เหมือนกันนะ...ว่ายังไง..ชั้นก็เชื่อ ใจนายที่สุด..เพราะนายคือคนที่ชั้นรัก.."

ใบหน้าสวยโปรยยิ้มกว้างทันทีเมื่อได้ฟัง ร่างเล็กโผเข้ากอดฮันกยองแน่นก่อนจะเอ่ยบอก

"ชั้นรักนายมากจริงๆนะฮันกยอง..และชั้นก็ดีใจจริงๆ...ที่คนที่ชั้นรัก..คือนาย.."

ชาย หนุ่มฟังสิ่งที่ฮีชอลพูดแล้วก็ยิ้มอย่างีมความสุขกับตัวเอง ฝ่ามือหนาลูบผ่านกลุ่มผมนุ่มเบาๆด้วยความรักใครที่ต้องการจะถ่ายทอดผ่านกัน และกัน....

เวลานี้..แค่ได้อยู่ด้วยกัน...ได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างมี ความสุขมันก็มากเกินพอแล้ว....เพราะคนเราต่างไม่รู้ว่า...ความสุขที่มากมาย ในวันนี้...อาจจะกลายเป็นความทุกข์สาหัสในวันหน้าก็เป็นได้..

ดั่งที่ฮีชอลเคยพูดไว้...โลกนี้โหดร้ายกับคนทุกคน..อยู่ที่ว่าพระเจ้าอยากจะเล่นตลกกับเรามากแค่ไหน..

และดูเหมือนว่า...พระเจ้า..ต้องการจะเล่นตลกกับความรักอันบริสุทธ์ของคนสองคน...

T.B.C. 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

169 ความคิดเห็น

  1. #166 Kimployploy (@nuployrawee) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2555 / 23:04
    อ๊อกกกกกกกกกกก
    จมทะเลน้ำตาลตายไปแล้ววววววว
    #166
    0
  2. #152 onlyhanchul (@lovehunchul) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2554 / 14:31
    โรแมนติกสุดๆ ไปเลยอ่ะ >/////<
    #152
    0
  3. #141 เกว (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มีนาคม 2554 / 14:09
    ซึ้งมากมายอ่ะค่ะ

    T^T

    น่ารักอ่ะ

    บรรยายเห็นภาพเลยค่ะ

    อ่านแล้วยิ้มตาม

    เขินแทนอ่ะ

    >_<

    อยากให้มีความสุขกันแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ

    เค้าบอกว่าพระเจ้าชอบเล่นตลก

    อ่านตั้งแต่ภาคแรก

    พระเจ้าต้องโรคจิตมากแน่ๆเลย

    =.,=
    #141
    0
  4. #113 myeverythings (@myeverythings) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2553 / 20:12
    อะไรกันนี้  พูดเหมือนจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น  แต่ขอชมว่าตอนนี้ป๋าน่ารักโฮกกกกกกกกกกกกก  >//<
    #113
    0
  5. #107 hanismine (@nightbutterfly) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2553 / 00:13
    ไรเตอร์มารับโล่ห์เร็ว บรรยายดีเด่น สุดๆๆอ่ะ
    ภาพลอยมาเป็นฉาก ๆเลย แอบยิ้มจนแก้มแทบแตก
    โรแมนติกสุดๆๆๆ อยากเจอแบบนี้มั่งจังวุ้ย ฮันแกจะหวานไปไหนวะ เขินแทนฮีจนแทบจะถอนผมเล่นอยู่ละ
    ไรเตอร์น่ารักที่สุด ยอมแพ้เลยอ่ะ เขินจิงจัง ว๊ากกกกกกกกกกกกก
    #107
    0
  6. #99 ployhyuk. (@qwasdzxcv) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2553 / 15:56

    จะเกิดอะไรขึ้นกับทั้งคู่อ่ะ TT
    ไม่เอานะ โฮกกกกกกก ..
    ฮันชอลแต่งงานกันแล้ว ฮ่าๆ
    หวานกันจริงๆเลย
    รักกันนานๆตลอดไป!
    ไรเตอร์ทำให้เรารักฮันซินจริงๆเลย
    ตั้งแต่เรื่องซาวาเกลี้ แมดเด้นอ่ะ XD
    ชอบเรื่องนั้นขนาดซื้อฟิคเลย 55555
    ไรเตอร์สู้ต่อไปจ้า!

    #99
    0
  7. #81 3:Hee !! Geng (@nattikiim) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 มีนาคม 2553 / 11:49
    ความรักของพวกพี่ ทำให้ซึ้งใจสุดๆ
    #81
    0
  8. #73 han_jub_chul (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2553 / 21:40
    ร้องไห้เลยยยย



    ความรักของพี่สองคนมันมีทั้งสุขและทุกข์มากจิงๆๆ



    #73
    0
  9. #71 N'Onz&Heenim (@nooonz) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 มกราคม 2553 / 22:42
    กว่าจะหาเรื่องนี้เจอ

    เคยอ่านมาตั้งนานแล้ว

    จำชื่อเรื่องไม่ได้

    ต้องขอโทษนะค่ะ

    ชอบตั้งแต่ภาคแรกเลย

    ได้ซื้อเก็บไว้ด้วยนะค่ะ

    ภาคสองอยากให้มีเป็นเล่มเหมือนกัน

    มาอัพเร็วนะค่ะพี่มิ้นท์
    #71
    0
  10. #69 zen (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มกราคม 2553 / 03:48
    รอนานมากเลยค่ะ...



    เข้ามาดูทุกวัน ลุ้นทุกวันให้อัพ...



    ดีใจที่มาอัพซักที...



    ต้องให้จบไปเป็นเรื่องๆ ไปได้มั้ยคะ



    สัญญานะคะ...



    คนอ่านค้างคานอนไม่หลับคิดมาก...



    ขอบคุณที่มาต่อนะคะ...



    รักไรเตอร์ สู้ๆ นะคะ...
    #69
    0
  11. #68 lalaby (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 มกราคม 2553 / 15:29

    รอมานาเลยค่ะ แวะเวียนมาดูบ่อยๆ ตั้งแต่เริ่มตอนแรก

    แล้วก็โดนแบนไป
    แต่เผลอแป๊ปเดียว มาถึงตอนที่ห้าซะแล้ว
    ยินดีที่ได้อ่านนะคะ

    #68
    0
  12. #65 ricbird (@birdric) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มกราคม 2553 / 23:54
    หวัดดีอีกครั้งค่าไรเตอร์ ตอนนี้หวานได้ใจมากเลยค่ะ ฮันโรแมนติกสุดสุด แต่พออ่านมาถึงตอนท้ายก็ รู้สึกเศร้าใจขึ้นมาเพราะอย่างที่ ซินเคยพูด น่ะค่ะ พออ่านประโยคนี้ ก็ทำให้คิดว่าต่อไปความรักของทั้งคู่ ยังจะหวานแบบนี้หรือเปล่า
    #65
    0
  13. #63 ไก่ตื่น (@feelbad) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 มกราคม 2553 / 16:30
    หวานอ่า

    ตอนนี้หวานมาก

    เศร้าด้วยTT
    #63
    0
  14. #61 *~SJ_영원히 ~* (@wordfg) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 มกราคม 2553 / 00:51
    เจย์.........โรส

    คือคำๆแรกที่พุดขึ้นมา

    การี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

    (กรี๊ดอย่างบ้าคลั้ง)

    เจย์ซิน เซ้!!!! (อย่าไปสนใจมัน)

    แต่นับวันๆ ฮันชอล..............หว๊านหวานขึ้นทุกวัน = ="

    เอาน่ายังไงก็รัก ฮันซิน เจย์ซิน วอนซิน เหมือนกัน 5 5 5 +

    (มาเม้นแบบไรสาระ)
    #61
    0
  15. #60 Ka-tikKa-tik (@Ka-tik) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มกราคม 2553 / 22:40
    น่าสงสารทั้งคู่จริงๆเลย
    ทำมายยยยย
    ถึงได้มีแต่เรื่องให้ทรมานใจไม่รู้จักหยุดหย่อน
    จะหวานทั้งทีก็ยังมีเรื่องที่ต้องแคลงใจกันได้อีก

    รออ่านอยู่เสมอนะคะ สู้ๆ
    #60
    0
  16. #56 ahkiirroak-i (@akiroki) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2552 / 22:45
    สุดยอด ทั้งหวานซึ้งเศร้าโรแมนติกในตอนเดียว

    สนุกมาๆเลยอ่า

    สุโค่ย

    สงสารทั้ง่แต่ก็ยิ้มไปตั้งเยอะ
    อย่าให้มีเรื่องอะไรมาแยกจากกันเลยเหอะ
    เศร้ามามาพอแล้ว

    :D
    #56
    0
  17. #55 I know (@knight-of-dark) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2552 / 22:29
    น่าสงสารเพิ่งจะมีความสุขได้ไม่นาน
    ภาคแรกก้ทำน้ำตาไหลแล้วภาคสองอ่ะ
    #55
    0