คืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
ลำดับตอนที่ #20 : ตอนที่ 20 Honey land~! จุดลับ1 อ้าว...มาได้ไงเนี่ย!
“ยูโตะ ชั้นหิวอ่า~ เมื่อกี้กลัวจนหิวเลย” ยามะจังทำหน้าเบ้เหมือนจะร้องไห้ มือนิ่มยกขึ้นลูบท้องตัวเอง
“อืม~ ชั้นก็หิวเหมือนกัน วิ่งหนีกับยามะจังจนหมดแรงเลยเนี่ย” ยูโตะยกแขนไปมา เหมือนกำลังจะคลายกล้ามเนื้อ?
“ก็ยูโตะไม่ยอมหนีนี่ ชั้นเลยต้องดึงยูโตะไปด้วยไง” ยามะจังกอดอก ทำแก้มพองลม ก็ชั้นไม่อยากทิ้งยูโตะนี่นา (แต่อันที่จริงคือไม่อยากวิ่งหนีไปคนเดียวต่างหาก กลัวหลงอ่ะ)
“ครับๆ ขอโทษครับที่ผมไม่ยอมหนี เลยทำให้ยามะจังต้องดึงผมไปด้วย” ยูโตะทำหน้าล้อเลียน จนร่างอวบหน้าบูดเข้าไปใหญ่ เดินกระแทกเท้าไปทางร้านอาหารทันที
“เฮ้ย! รอด้วย!”
………………………..
“โอยยย ชี่ ชั้นหิวแล้วอ่ะ” เคย์โตะก้มตัวลงกุมท้องตัวเองเอาไว้
“เหมือนกันแหละน่า อย่าบ่นได้มั๊ย เดี๋ยวก็ได้กินแล้ว” ชี่มองตามยามะจังและยูโตะไป ขณะที่ทั้งสองกำลังเดินไปทางร้านอาหาร นั่นหมายความว่า พวกเขาก็จะได้กินเหมือนกัน
“งั้นก็รีบตามสองคนนั้นเข้าไปเหอะ” เคย์โตะคว้าข้อมือเพื่อนตัวเล็กก่อนจะพยายามออกแรงดึงลากไป
ชี่สะบัดมือเคย์โตะทิ้ง! ก่อนจะยืนเท้าสะเอวมองเพื่อนหัวเม่นอย่างเอาเรื่อง
“โอ๊ย! นายจะบ้าหรอ! หน้าที่ของเราคือตามนานะนะ ไม่ใช่พวกยามะจัง! แล้วยัยนั่นมันหายหัวไปไหนแล้วก็ไม่รู้เนี่ย!”
ชี่แว้ด จนเคย์โตะได้สติ? ลุกขึ้นยืนตรงทันที
“เออใช่! ยัยนั่นไม่อยู่นี่นา!” เคย์โตะพยายามเบิกตา(ตี่ๆ) แล้วรีบมองหานานะ แต่ก็ไร้วี่แวว
“มารู้สึกตัวตอนนี้ก็สายไปแล้วเคย์โตะ…ก็ยัยนั่นออกจากบ้านผีสิงมาก่อนเรา ป่านนี้เดินแรดไปไหนแล้วก็ไม่รู้” ชี่
เอ่ยเซ็งๆหรี่ตามองบริเวณรอบๆ
เคย์โตะยืนคิด
“แต่ชั้นว่า ยัยนั่นมันก็มาตามยามะจังกับยูโตะไม่ใช่หรอ คงไม่ไปไหนหรอก อาจจะตามสองคนนั้นเข้าไปแล้วก็ได้ เราลองตามเข้าไปก่อนเหอะ แล้วค่อยติดต่อพวกโซลจัง” เคย์โตะบอก ชี่เองก็พยักหน้ารับ และก็เดินตามเข้าไปในร้านอาหาร
ระหว่างทางเดิน
“หวังว่ายัยนั่นคงไม่ใช่ สติกระเจิงตอนออกจากบ้านผีสิงหรอกนะ” ชี่เปรยขึ้นเบาๆ ทำเอาเคย์โตะหันมามองหน้า
ในร้านอาหาร
“ยูริจัง เคย์โตะ ทางนี้ๆ” ไดกิกวักมือเรียกรุ่นน้องทั้งสอง
“อ้าว พี่ไดกิ โซลจัง ออกมากันแล้วหรอ” ชี่ยิ้มทัก และค่อยๆนั่งลง
“อื้ม ออกมาหลังจากที่พวกนายสองคนออกไปแหละ” ไดกิตอบ หลังจากหันไปแย่งเฟร้นฟรายคืนมาจากโซล
“แล้วนี่ สองคนนั่นอยู่ไหนอ่ะ” เคย์โตะพยายามชะเง้อมองหา
“อยู่นั่นๆ” โซลเงยหน้าขึ้นมา ชี้ไปทางโต๊ะ ริมหน้าต่าง ซึ่งมองจากโต๊ะพวกเขาแล้วสามารถมองเห็นได้อย่างสบายๆ
“โอ้โห! เห็นพอดีเลยอ่ะ! เลือกที่นั่งได้เจ๋งจริงๆ” เคย์โตะเอ่ยชม ขณะที่มือกำลังแกะกระดาษห่อแฮมเบอร์เกอร์ของตัวเองอยู่
“แน่นอน แล้วที่สำคัญที่นั่งของเรา กับสองคนนั้นถูกล็อกไว้แต่แรกแล้วต่างหาก” โซลยิ้มอย่างภูมิใจ
“เอ๊! สุดยอด!” ชี่กับเคย์โตะร้องออกมาพร้อมกัน
“ฮ่าๆ แน่นอน โซลซะอย่าง รีบๆกินกันเหอะ เติมพลังๆ” พูดจบก็ก้มลงไป หยิบแซนวิชอันที่สองขึ้นมากิน
“ไปอดอยากจากไหนมาห๊ะ พี่ยังกินชิ้นที่หนึ่งไม่หมดเลย” ไดกิส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ก่อนจะยัดที่เหลือทั้งหมดในมือลงไป แล้วหยิบอันใหม่ขึ้นมาบ้าง (ไม่ยอมแพ้หรอก)
“ว่าแต่ยัยนั่นล่ะๆ” ชี่มองหานานะ น่าจะอยู่ในนี้นี่นา
“อยู่นั่นไง” ไดกิชี้ไปที่โต๊ะ ฝั่งตรงข้ามกับพวกเขา
“ไหนๆ จริงด้วย”
“เห็นมั๊ยชั้นบอกแล้ว ว่ายัยนั่นต้องเข้ามาที่นี่แน่ๆ” เคย์โตะยิ้มกระหย่อง
“จ้าๆ เก่งมากๆ” ชี่แขวะอย่างหมั่นไส้
“สองคนนั้นคุยไรกันอ่ะ ไม่ได้ยินเลย” ชี่พยายามเอนหูไปทาง ยูโตะและยามะจัง
“โซลจังไม่ได้ติดเครื่องดักฟังไว้ใต้โต๊ะหรอ”เคย์โตะยื่นหน้ามาถามอย่างมีหวัง
“จะบ้าหรอ! โซลไม่ใช่พวกโรคจิตนะ! จะไปมีของแบบนั้นได้ไงเล่า! =3=” (รีดเดอร์ : หรอ)
“แน่ใจหรอโซล พี่ก็คิดว่าโซลมีนะเนี่ย” ไดกิทำหน้าสงสัย
“เฮ้ย! นี่ทุกคนคิดว่าโซลเป็นคนแบบนั้นหรอ!!!” โซลเริ่มโวยวาย ชั้นไม่ใช่โรคจิตนะโว้ย!!!
.
.
.
“อืม คิด” ทุกคนตอบเป็นเสียงเดียวกัน
“ =[ ]= ”
………………………….
“ยามะจังซอสเปื้อนปากแล้วนะ” ยูโตะเอ่ยพูด หลังจากหาโอกาสมานาน เพราะยามะจังไม่เปิดโอกาสให้เขาได้คุยเลย
“เอ๋?” ยามะจังเงยหน้าขึ้นมา เอ่อ ไม่ใช่แค่ปากแล้วล่ะ ที่แก้มก็มี
“อุ๊บ! ยามะจังกินยังไงของยามะจังเนี่ย” ยูโตะขำ แล้วก็เอื้อมมือไปเช็ดปากให้ ยามะจังกระพริบตาปริบๆ
“อะไรหรอ” ตากลมมองร่างสูงอย่างงงๆ
ยูโตะมองหน้ากลม นิ้วยาวชี้ที่แก้มของตัวเอง ยามะจังมองแล้วใช้นิ้วแตะๆที่แก้มของตัวเองดูบ้าง ปรากฏว่ามันมีซอสเปื้อนอยู่
“อ้าว เปื้อนได้ไงเนี่ย” ยามะจังยิ่งทำหน้างงเข้าไปใหญ่ ก็เวลาเขากินเขาจะกินเร็วมาก เลยไม่รู้สึกตัวว่ามีอะไรเปื้อนหรือเลอะตรงไหน
“ฮะๆ ยามะจังตอนกินเนี่ย ตลกจัง” ยูโตะขำ
“ไม่ตลกนะ ก็มันหิวนี่ เลยกินเร็วก็เท่านั้นเอง” ยามะจังขมวดคิ้ว ก่อนจะก้มลงไปกินต่ออย่างไม่สนใจ (อาหารตรง
หน้าสำคัญกว่า)
“โอเคๆ...นี่ยามะจัง”
“อะไรหรอ”
“คือจริงๆแล้ว ชั้นอยากจะถามยามะจังมานานแล้ว มันคาใจมากๆเลย” ยูโตะไม่สบตาเวลาถาม มาถึงตรงนี้แล้ว
ความรู้สึกทั้งหมดของเขามันผลักดันคำถามเก่าในใจที่ยังค้างคา มาหาคำตอบอีกครั้ง คงเพราะเขาเริ่มกลับมาเป็นยูโตะคนเดิมตอนก่อนที่จะเจอนานะรึเปล่านะ…เอ๊ะ ทำไมเราพูดเหมือนนานะเป็นคนไม่ดีเลยล่ะ?
“ถามว่าไรหรอ” ยามะจังเท้าคางมองหน้าเขา
“คือจำได้มั๊ยตอนต้นเทอมที่ชั้นถามว่ายามะจังย้ายมาทำไมน่ะ แล้วยามะจังก็ตอบว่าแค่ต้องมา ตกลงว่ามัน…” ขณะที่ยูโตะกำลังพูดยามะจังที่กำลังตั้งใจฟังอยู่ก็ขัดขึ้นมา คงเป็นเพราะว่าดีใจมากล่ะมั้ง ที่ยูโตะใส่ใจเรื่องของเขามากขนาดนี้ เลยทำให้ยั้งตัวไม่ทันพูดอะไรออกมา แต่เขาก็พูดอะไรไม่ได้มาก
“มันเป็นเรื่องที่ถูกกำหนดไว้แล้ว ชั้นเลยต้องมา” ยูโตะเมื่อได้ยินอย่างนั้นก็ยิ่งเพิ่มความสงสัยเข้าไปใหญ่ แต่มันก็ไปสะกิดจุดเล็กๆในใจเขา ว่าแท้จริงแล้วเขาเข้าใจความหมายที่ยามะจังบอก แต่เขากลับไม่รู้ว่าความหมายนั้นคืออะไร แต่มันเหมือนกับว่าเขารู้
“ชั้นพูดอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้แล้ว ต้องรอจนกว่า…ยูโตะจะจำชั้นได้” ยามะจังค่อยๆลดเสียงลงมาเรื่อยๆจนถึงประโยคสุดท้าย ที่แทบไม่มีเสียงออกมาเลย
“เอ๊ะ?” ยูโตะซึ่งนั่งรอฟังคำตอบมาเรื่อยๆจนถึงตอนสุดท้าย เลิกเสียงสูงขึ้นเพราะฟังไม่ถนัด
ยามะจังส่ายหัว แล้วส่งยิ้มน้อยๆให้
“ไม่มีอะไรหรอก แต่ชั้นดีใจนะ ที่ยูโตะสนใจเรื่องของชั้นน่ะ ดีใจมากๆเลย ยิ่งยูโตะมีนานะแล้วก็ยิ่งคิดว่า ชั้นคงหมดความหมายในตัวของยูโตะลงเรื่อยๆ จนอาจจะ...หายไป” ยามะจังพูดไปน้ำตาก็เริ่มไหลออกมา ยูโตะทนไม่ได้ที่เห็นภาพนั้นและได้ยินคำพูดที่ฟังดูน่ากลัวของคนตรงหน้า
“ยามะจังมีความหมายสำหรับชั้นเสมอนะ กับนานะมันไม่เกี่ยวกันเลย จะมีหรือไม่มีเค้า ยามะจังก็มีความหมายเสมอ” ยูโตะยิ้มเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาให้
มือเล็กค่อยๆยกขึ้นมาทาบลงบนมือของยูโตะที่กำลังเช็ดน้ำตาให้เขาอยู่ ก่อนจะหลับตาลงช้าๆ
“อืม ขอบคุณนะ” ยูโตะ…ขอบคุณนะ แสดงว่าพรหมลิขิตของเราสองคนยังคงอยู่เหมือนเดิมใช่มั๊ย
………………………………………..
“เฮ้ยๆ ยามะจังร้องไห้หรอ!” เคย์โตะสังเกตเห็นพอดี
“ไหน เออจริงด้วย! เป็นอะไรไปน่ะ!” ชี่ตกใจ ตามด้วยสองพี่น้องซึ่งชะเง้อมองตามทีหลัง และทั้งสองก็ค่อยๆยิ้มน้อยๆออกมา
“แหม แต่ก็คงไม่เป็นไรแล้วมั้ง” ไดกิหันไปมองน้องชาย
“น่านสิ มีคนเช็ดน้ำตาให้แล้วนี่นา” โซลเท้าคางหยิบขนมขึ้นมากิน…อิจฉาโว้ย~!!!
“อิอิ นั่นสิ เราไม่ควรแอบดูนี่เนอะ” ชี่ขำคิกคักก่อนจะหันหลังกลับ เคย์โตะเองก็กำลังจะหันกลับอยู่พอดี แต่สาย
ตาดันหันไปเจอกับนานะที่กำลังนั่งกัดปากตัวเองอยู่
“อุ๊บ! ฮ่าๆ ดูยัยนั่นสิ กัดปากตัวเองจนจะฉีกอยู่แล้วมั้งนั่น”
“ไหนๆ” ทั้งสามหันไปดู
ควับ!
(เห็นนานะนั่งกัดปากตัวเอง สายตามองไปที่ยูโตะและยามะจัง)
“พรืด!! ก๊ากกก!! ฮ่าๆๆๆ!!! สมน้ำหน้า!!!!! ” ทั้งสี่หัวเราะซะดังลั่นทำเอาคนทั้งร้านหันมามอง =[]= (ยกเว้นนานะ ยามะจัง และยูโตะที่ยังอิน?อยู่)
………………………………..
ไม่นานทั้งหมดก็ค่อยๆทยอยลุกออกมาจากร้าน
“ยามะจังแล้วไปไหนกันต่อดี” ยูโตะถาม
“ก็ยังไม่รู้อ่ะ ไปตรงนั้นมั๊ย เดินย่อยกันซักหน่อย” ยามะจังชี้ไปทางสวนสำหรับถ่ายรูป
“อื้มไปสิ ไปถ่ายรูปกันด้วยดีมั๊ย”
“เอาๆ!” และทั้งสองก็เดินไป
…………………………………
อ๊ะ แน่นอน นานะก็ตามไปด้วย (ไรเตอร์ : ยัยนี่มันอึดจริงๆ)
…………………………………
“นี่ๆในสวนนั้นมันมีจุดลับด้วยอ่ะ น่าสนแฮะ” โซลยืนอ่านแผ่นสีฟ้า แล้วมองเข้าไปในสวนนั้น (ไรเตอร์ : จำได้มั๊ยว่าแผ่นนี้เขียนอะไร)
“มาเล่นกันหน่อยมั๊ยพวกเรา” ไดกิยิ้มแล้วชวนน้องๆ รุ่นน้องที่ดีก็ต้องตามรุ่นพี่? ทั้งสี่มองหน้ากันอย่างนึกสนุก
“แล้วจะแบ่งกันรับผิดชอบยังไงล่ะ” ชี่ยกมือถาม
“…” เงียบ
เอ่อว่ะ เอาไงดี รู้สึกคนมันดูเยอะๆ =[]=
“ก็เอางี้ละกัน เดี๋ยวโซลกับเคย์โตะตามยามะจังกับยูโตะไปนะ ส่วนพี่จะไปกับยูริจังตามนานะไป โอเค๊” ไดกิสรุป ทุกคนพยักหน้าเข้าใจก่อนจะเริ่มสะกดรอยตามเป้าหมายของตน… (ไรเตอร์ : เหมือนจะเท่ห์ว่ะ =[]=)
คู่แรก โซล & เคย์โตะ
ระหว่างเดินตาม
“เคย์โตะคุงๆ ถ้าเราเดินไปตรงสุดกำแพงแล้วเลี้ยวซ้ายจะเป็นจุดลับตาคนล่ะ” โซลพูด หลังจากเช็คสภาพดินฟ้า
อากาศแล้ว (หือ?)
“เข้าใจแล้ว แล้วเราจะทำยังไงให้สองคนนั้นเดินไปแถวนั้นอ่ะ” เคย์โตะถาม
“…” โซลหยุดเดินแล้วหันมามองหน้าเคย์โตะ
“…” และเคย์โตะเองก็หันมามองหน้าโซล...อย่างตื่นเต้น!!! อย่างโซลจังต้องมีแผนเด็ดแน่ๆ!
.
.
.
“โซลก็ไม่รู้เหมือนกันอ่ะ แหะๆ”
“เอ๊า!” เคย์โตะผิดหวังแล้วลงไปนั่งยองๆแบบเซ็งๆ
“ชั้นก็นึกว่าโซลจังมีวิธีซะอีกนะเนี่ย” เคย์โตะพูดอย่างเหนื่อยอ่อน ไม่น่าตื่นเต้นเลยแฮะ
“โหย ก็โซลพึ่งออกมาจากบ้านผีสิงนะ อีกอย่างนั่นมันหน้าที่ยูริคุงกับเคย์โตะคุงไม่ใช่หรอที่ต้องวางแผนอ้ะ!” โซลตอบกลับอย่างเอาเรื่อง?!
เฮือก! คำพูดนี้ทำเอาสุดหล่อตกใจ
“เอ่อ…พะ พวกชั้นก็วางแผนกันแล้วล่ะน่า!!! กะ ก็แค่ลองถามดูเท่านั้นแหละ!” จะให้บอกได้ไงว่าเรากับชี่ใช้แผนรับมือเฉพาะหน้ากันทุกทีเนี่ย = =’’
“…อ้อหรอ งั้นจะทำไงอ่ะ” โซลมองมาด้วยสายตาที่ไม่ไว้ใจ
“อะ เออน่า กะก็ เอางี้! พอสองคนนั้นไปถึงทางแยกตรงนั้นที่มีบ้านเล็กๆนั่นอ่ะ เราก็บลาๆๆ แล้วสองคนนั้นจะได้
เดินไปทางนั้นไงดีมะ” โอยถะ แถไปได้ไงวะเนี่ย
“เห…แน่ใจอ้ะ” โซลยังคงมองแบบไม่น่าไว้ใจอยู่ดี
“ละ แล้วจะมีแผนอื่นมั๊ยล่ะ ปะ ไปได้แล้ว!” เคย์โตะตัดบท แต่ถึงงั้นโซลก็ทำท่าไม่ยอมเดินต่ออยู่ดี เคย์โตะจึงเดินอ้อมไปทางด้านหลังแล้วดันตัวโซลให้เดินไปข้างหน้า (ไรเตอร์ : กลัวอยู่นานกว่านี้จะโดนถามต่ออ่ะเด้)
………………
บ้านหลังเล็กที่เคย์โตะพูดถึง
“สองคนนั้นใกล้ถึงยังเนี่ย” โซลชะเง้อมอง หลังจากรีบวิ่งมาซ่อนตัวดักที่บ้านนี้กับเคย์โตะ
“คงใกล้แล้วล่ะ เราก็วิ่งอ้อมมานานแล้วนะ อีกอย่างมันก็มีอยู่ทางเดียวคงไม่เดินไปไหนหรอก” เคย์โตะพูดพลางมองนาฬิกาข้อมือ
“นั่นสิ งั้นเดี๋ยวโซลแยกไปดูจุดลับก่อนนะ ตรงนี้เคย์โตะคุงจัดการละกัน” โซลลาทำท่าจะวิ่งออกไป
“เฮ้ย! ไม่อยู่ด้วยกันหรอ?!!!” เคย์โตะดึงเสื้อโซลไว้ทัน! จะให้ชั้นจัดการคนเดียวจริงอ่ะ!
“ก็พึ่งนึกขึ้นได้เมื่อกี้อ่ะ เผื่อแถวนั้นมีใครเข้าไปจะได้เดินไปไล่” (ไรเตอร์ : ใครวะเนี่ย โหดจิ๊บ)
“ตะ แต่จะ จะให้ชั้นอยู่คนเดียวจริงๆหรอโซลจัง” เคย์โตะเริ่มเหงื่อตก เรายิ่งซุ่มซ่ามอยู่ จะไหวมั๊ยเนี่ย ถ้าโดนจับได้
จะทำไง!
“อื้ม เคย์โตะคุงซะอย่างนี่ อีกอย่างเรื่องแค่นี้เองไม่ได้ทำอะไรซักหน่อย ฝากด้วยนะคู่หู” โซลตบไหล่เคย์โตะให้กำลังใจ เม้มปากอย่างมั่นใจในตัวคู่หู ก่อนจะโบกมือบ๊ายบาย แล้ววิ่งออกไป
“อ๊า โถ่ ไปซะแล้ว” เอาวะ โชว์พาวเม่นหน่อยละกัน! (แต่ก็กลัวโดนจับได้อยู่ดี)
.
.
.
“ฮะๆ ใช่มั๊ยยามะจัง นี่ๆ แล้วก็นะ…” เสียงยูโตะดังลอดผ่านรูหูเข้ามา
‘มาแล้วหรอ!’ อะ เอาล่ะ เราจะไปทางไหนดี เอ ถ้าเราอยู่ตรงนี้คงไม่เป็นไรหรอก แถวนี้มันมีบ้านหลังเล็กๆอยู่สองสามหลังนี่นา คงพอจะซ่อนได้ แต่ถ้าเราหลบอยู่ตรงนี้ก็ทำอะไรไม่ได้อ่ะดิ งั้นเราควรจะข้ามทางเดินไปฝั่งนู้นแฮะ อืมๆ ควรจะข้ามไปสินะ…
เมื่อตัดสินใจได้ เคย์โตะก็ค่อยๆเดินออกมาจากบ้านหลังเล็ก แล้ววิ่งหลบไปอีกฝั่งนึง แต่ดันโชคร้าย? หรือเคย์โตะลืมเวลาไป ว่าเมื่อกี้ที่ตัวเองมัวแต่คิดอยู่มันก็นานซะจนยูโตะและยามะจังเดินเข้ามาใกล้แล้ว?
ฟึ่บ! (เคย์โตะวิ่งเร็ว) (ไรเตอร์ : อย่างกับนินจา)
“เอ๊ะ ยามะจัง นั่นมันเคย์โตะรึเปล่า” ยูโตะก็ดันตาไวเห็นพอดี
เฮือก!
ยะ แย่แล้ว! เคย์โตะนะเคย์โตะ! ระวังหน่อยซี่!
ยามะจังเริ่มลนลาน อะ เอาไงดี ถ้ายูโตะเจอเคย์โตะก็เสียแผนหมดสิ เอ่อ…เราคงต้องพูดอะไรซักหน่อยแล้วล่ะ!
“เอ่อ นายตาฝาดรึเปล่ายูโตะ เคย์โตะจะมาอยู่แถวนี้ได้ยังไง”
“แต่ชั้นว่าใช่เคย์โตะแน่ๆนะ ชั้นคบกับเจ้านั่นมานานไม่พลาดแน่!” ยูโตะมั่นใจเต็มเปี่ยม ทำเอายามะจังหน้าซีด
โอ๊ย! จะมาแสดงความรักอะไรกันตอนนี้เนี่ย!
ระหว่างที่ยามะจังกำลังคิดหาทางอยู่นั้น
“ยามะจังเราวิ่งตามไปกันเถอะ” ยูโตะคว้ามือยามะจังที่ยังไม่ทันตั้งตัว
“ห๋า!” กว่าจะรู้สึกตัว ขาของเขาก็เริ่มออกวิ่งซะแล้ว!
ณ เวลานั้นเคย์โตะที่ยังไม่รู้ตัว
“เฮ้อ ข้างฝั่งมาได้แล้ว ทีนี้ก็…” เคย์โตะกำลังจะเตรียมลงมือ ก็ได้ยินเสียงเหมือนคนเรียกชื่อตัวเอง
“เคย์โตะ!!!” เสียงเรียกดังมาจากที่ไกลๆ
“หือ โซลจังเรียกแล้วหรอ แต่เสียงฟังดูแปลกๆแฮะ” คนหัวเม่นเอียงคอสงสัย
“เคย์โตะ!!!” เสียงเข้ามาใกล้ขึ้นอีก
“ทำไมโซลจังเสียงเหมือนผู้ชายจังวะ” เคย์โตะหยักไหล่ อาจเป็นความสามารถพิเศษของโซลจังก็ได้มั้ง
“เคย์โตะ!!!!!” เสียงชักใกล้เข้ามาจนหน้าตกใจ เฮ้ย! เสียงผู้ชายจริงๆนี่หว่า! แถมยังเป็นเสียงยูโตะอีกด้วย!!!
เคย์โตะไม่รอช้า ตัดสินใจอย่างมีสติ? หันหลังกลับไปเช็คคำตอบ!!!
เฮ้ย!!! ยูโตะจริงๆด้วย!!! แย่แล้ว!
“มะมาได้ไงวะเนี่ย ใกล้ขนาดนี้คงไม่มีทางเลือกแล้ว ต้องโกยโลด!!!” ยังไม่ทันได้ลงมือทำอะไร สุภาพบุรุษของเราก็มีความจำเป็นที่ต้องโกยโลดแล้วหรือนี่!!!
เฟี้ยววววววววววววววววววว อย่าดูถูกฝีเท้า โอคาโมโตะ คนนี้นะ!
เคย์โตะวิ่งหนีไปทางที่ที่โซลเดินไป เอาวะ อย่างน้อยก็ล่อเจ้าพวกนี้ได้แหละ ถึงจะดูทุเรศไปหน่อยก็เหอะ แต่ถือว่าทำหน้าที่สำเร็จละกัน
“อ้าว นั่นเค้าจะวิ่งหนีไปไหนน้ะ เคย์โตะ!!!!” ยูโตะก็ตื้อไม่เลิก เห็นๆอยู่ว่าเขาไม่อยากเจอ ก็ยังจะวิ่งตามไปอีก
“คงไม่ใช่เคย์โตะหรอก อาจจะเป็นคนอื่นก็ได้ พอเขาเห็นเราวิ่งไล่เค้า เค้าอาจจะกลัว”
“แต่ชั้นว่าเป็นเคย์โตะนะยามะจัง ตามไปเหอะ” เห็นอย่างนี้ยามะจังคงต้องยอมแพ้ ได้แต่ภาวนาขอให้เคย์โตะหนีทัน เพราะไอ้หมอนี่มันขายาวชะมัด - -‘’
ตึกๆๆๆๆๆๆๆ (เสียงฝีเท้าเคย์โตะ)
ตึงๆๆๆๆๆๆๆๆ (เสียงฝีเท้ายูโตะและยามะจัง เนื่องจากยูโตะลากหมูมาด้วยตัวนึง เสียงฝีเท้าเลยต่างกับเคย์โตะที่วิ่งมาคนเดียว) (ยามะจัง : เฮ้ๆ ใครหมู!)
“ยังตามมาอีกหรอเนี่ย!!! นะ เหนื่อยแล้วนะ!” เคย์โตะชักหอบ เขาวิ่งมาจนถึงจุดลับที่ว่าแล้ว แต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของโซล! ทะ ทำไงดี พวกยูโตะใกล้เข้ามาแล้วด้วย!
ที่หลบแถวนี้ก็ไม่มี คงเพราะเป็นจุดลับที่โล่งโจ้ง แต่ก็มองไม่เห็นจากด้านนอก ต้องเดินเข้ามาตามทางที่เขาวิ่งมาเท่านั้น และก็ไม่มีอะไรเลยนอกจากม้านั่งตัวเดียว และก็ส่วนย่อมเล็กๆเตี้ยๆเท่านั้น จะเข้าไปหลบคงต้องลงทุนนอนแปลงกายเป็น ท.ทหารอดทน แต่ถึงงั้นก็เหอะ แค่พวกนั้นเดินเข้ามาใกล้ๆก็เห็นเขาได้ไม่ยากแล้ว เอาไงดี!!! โซลจังหายไปไหนเนี่ย!!!
“เคย์โตะ!!! นายจะหนีไปไหนเนี่ย!!!!” เฮ้ย! มาแล้วหรอ!
เคย์โตะหันซ้ายหันขวา และในที่สุดนางฟ้าก็มาโปรด!!!
.
.
.
“พี่เคย์โตะ มาทำอะไรที่นี่ฮะ” นางฟ้าตัวเล็กเอื้อมมือมาสะกิดเคย์โตะจากทางด้านหลัง เคย์โตะหันขวับทันทีที่ได้ยินเสียง สายตาเขาหันไปประสานกับดวงตากลมโตที่คุ้นเคยทันที
“ริวจัง!!!” ริวทาโร่เอียงคออย่างสงสัย
“พี่เคย์โตะจริงๆด้วย มาเที่ยวกับเพื่อนหรอฮะ” ริวจังหวานใจตัวเล็กของเคย์โตะนี่เอง
“ทะ ทำไม…” ยังไม่ทันที่เคย์โตะจะได้ถาม ยูโตะกับยามะจังก็วิ่งจนจะมาถึงเขาแล้ว
“เฮ้!!!” มาแล้ว!!!
เอาวะ! ช่วยไม่ได้แล้ว
“ขอโทษนะริวจัง!”
“เอ๋?” ไม่ทันได้ตกใจ เคย์โตะจับไหล่เล็กไว้แล้วดันหลังจนไปชิดติดกับต้นไม้ จากนั้นก็ก้มลงมากดริมฝีปากทันที
“O////O อื้อ!!” ริวจังหลับตาปี๋ อยู่ๆก็ดันเขาชิดต้นไม้แล้วก็จูบลงมาเฉยเลย!
“อื้ม”
ขอร้องล่ะยามะจัง! ถ้าเห็นแล้วก็ช่วยลากเจ้านั่นออกไปด้วยทีเหอะ
ทางด้านยูโตะและยามะจังที่วิ่งมาใกล้จนสามารถมองเห็นเคย์โตะและริวทาโร่ได้แล้ว ก็แทบหมุนตัวกลับไม่ทัน
“อุ่ย! O///O” ตะ ตรงนี้เลยหรอ!
“อ่ะ O////O” คะ เคย์โตะ เล่นไม้นี้เลยหรอ! แล้วนั่นจูบใครอยู่น่ะ!
“อ๊ะเอ่อ ยามะจัง มะ ไม่ใช่เคย์โตะจริงๆด้วย ระ เรารีบออกไปจากตรงนี้กันเหอะ” ยูโตะที่เขินหน้าแดงจนทนไม่ไหว พึ่งเคยเห็นของจริงก็วันนี้แหละ เขาคงผิดเองที่ไล่ตามคนๆนี้มาที่ไหนได้ คงนัดแฟนเอาไว้นี่เอง
“เอ่ออืม ระ เร็วๆเหอะ =////=” ยามะจังรีบพายูโตะวิ่งออกไปจากตรงนั้นทันที
….
หลังจากที่สองคนนั้นวิ่งออกไปไกลแล้ว
“อื้อๆ!!! แฮ่ก พะ พี่เคย์โตะ ผะ ผมหายใจไม่ออก!” นางฟ้าตัวเล็กพยายามอ้าปากพูดแล้วทุบหน้าอกแกร่งเป็นสัญญาณให้แฟนรุ่นพี่ปล่อยเขาซักที
เคย์โตะรู้สึกตัวหลังจากได้ยินเสียง จึงรีบผละออก
“อ๊ะ ริวจัง พะ พี่ขอโทษ!” เคย์โตะรีบพยุงร่างเล็กนั่นที่แทบทรุดตัวลงมาทันทีหลังจากที่เขาผละจูบออก แล้วค่อยๆพาไปพักที่ม้านั่ง
“อ่ะ ฮะ ละ แล้วทำไมจู่ๆก็…” ริวจังหน้าแดงไม่กล้ามองหน้าเคย์โตะ ถึงจะเคยถูกจูบมาหลายครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้โดนแบบไม่ตั้งตัวแถมยังรุนแรงอีก ทำเอาเขาอ่อนปวกเปียกไปหมดเลย
“อ่ะ เอ่อ ขะ ขอโทษจริงๆนะ คือพี่หลบคนอยู่น่ะ พอดีริวจังเข้ามาพอดี พี่ก็เลย…” เคย์โตะเองก็เขินไม่แพ้กัน เขาไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน แต่ตอนที่ทำก็แทบไม่รู้สึกตัวเหมือนกัน ตอนนั้นในหัวมันคิดแต่ว่า ยูโตะมาถึงแล้วเท่านั้นแหละ ร่างกายมันก็ขยับไปเองเลย
“เอ่อ ฮะ โชคดีนะฮะที่มาเจอผมที่นี่พอดี” ริวจังเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้
“อืม แต่พี่ก็ดีใจจริงๆนะที่เจอริวจังที่นี่น่ะ คงเพราะอันนี้ด้วยแหละ พะ พี่ก็เลยเผลอทำไปน่ะ” เคย์โตะยิ้มแต่ก็ไม่กล้าสู้หน้าคนตัวเล็กข้างหน้า
“อ่ะเอ่อ ฮ ฮะ ////// แล้วพี่เคย์โตะมากับใครหรอ”
“อ๋อ ก็รุ่นพี่ไดกิ ชี่ แล้วก็โซลจังน่ะ”
“อ้าวแล้วพี่ยูโตะกับพี่ยามะจังไม่มาหรอฮะ จะว่าไปเมื่อกี้ใช่พี่ยามะจังกับพี่ยูโตะรึเปล่า แล้วพี่โซลจังคือใคร
หรอฮะ” ริวจังถามตาแป๋วเหมือนเด็กๆ ทำเอาใจเคย์โตะหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม
“ก็สองคนนั้นเขามาเดทกันแหละ แล้วพวกพี่แอบตามมาไง แล้วเกือบโดนจับได้ พี่เลยต้องหนีน่ะ แฮะๆ แล้วโซลจังคือน้องสาวของรุ่นพี่ไดกิ เป็นญาติยามะจังด้วยน่ะ เรานัดกันไว้ตรงนี้แต่ก็หายไปไหนไม่รู้” เคย์โตะเริ่มนึกขึ้นได้ เออ โซลจังล่ะ!
“เห งั้นหรอฮะ ผมก็มาเที่ยวกับเพื่อนเหมือนกันพอดีเดินมาเรื่อยเปื่อยน่ะ เดี๋ยวก็คงต้องกลับไปหาเพื่อนแล้วล่ะ” ริวจังก้มลงมองนาฬิกา
“เอ๋จะไปแล้วหรอ” เคย์โตะทำหน้าเศร้า โถ่ อุตส่าห์ได้เจอ แต่…ไม่ได้ๆ! เรามีหน้าที่อันยิ่งใหญ่ที่ต้องทำ!
“งั้นตอนนี้เราแยกย้ายกันก่อนไว้ใครเสร็จก่อนก็โทรหากันดีมั๊ยฮะ แล้วเราก็กลับบ้านด้วยกัน” ริวจังอ่านใจออกแฟนหนุ่มออก ยิ้มให้อย่างร่าเริงก่อนจะลุกขึ้น
“โอเค! แล้วโทรมานะ”
“ฮะ เที่ยวให้สนุกนะ” ริวจังโบกมือบ๊ายบาย
“ริวจังก็เหมือนกันนะ ดูแลตัวเองดีๆล่ะ”
……
เคย์โตะยืนโบกมือ บ๊ายบายส่งแฟนตัวเล็กจนลับตาแล้ว…
“เคย์โตะคูงงงง” อยู่ๆโซลโผล่มาจากด้านหลัง
“เฮ้ย! โซลจัง! ตกใจหมดเลย! หายไปไหนมา!!!”
“ไม่ต้องมาพูดเลย ก็น้องคนเมื่อกี้ที่อยู่กับเคย์โตะคุงนั่นแหละ นั่งอยู่ตรงนี้ก็เลยกำลังจะไล่ เอ๊ย บอกให้น้องเขาไป
อยู่เลย แล้วเคย์โตะคุงก็วิ่งมาพอดี…แล้วก็เอ่อ… >///<”
“หะ เห็นด้วยหรอ =////=”
“เห็นเด่ะ ก็กำลังจะออกไปหาแต่น้องเขาก็เดินออกไปหาเคย์โตะคุงซะก่อนอ่ะ แล้วก็อ่านะ ก็เลยไม่กล้าออกไป”
“เอ่อ อายจัง =///=”
“แฮะๆ โซลไม่บอกใครหรอก ว่าแต่ใครหรอ อิอิ” โซลกระทุ้งศอกเข้าที่เคย์โตะ
“เอ่ออืม /////// แฟนชั้นเองแหละ ชื่อริวทาโร่น่ะ” เคย์โตะเกาหัวแก้เขิน
“หรอๆๆ เรียกว่าริวจังใช่ม้า ฮิ้วๆๆ”
“บ้าโซลจังพอได้แล้ว!” อายอ้ะ
“โอเคๆ เดี๋ยวโซลมาล้อต่อ แต่ตอนนี้ต้องเคลียกันก่อน ทำในท่าไหนให้ยูโตะ86'จับได้อ่ะ” โซลเริ่มเปลี่ยนเป็นเสียงเย็น
เฮือก!
“เอ่อคือ…ขะ ขอโทษ” เคย์โตะก้มหน้าสำนึกผิด หลับตาปี๋คิดว่าคงโดนลงโทษแน่ๆ ดูจากบรรยากาศรอบตัวโซลแล้วเหมือนชี่ไม่มีผิด อาจน่ากลัวกว่าด้วย = =’’ (ไรเตอร์ : ยัยนี่มันใจดีกับคนหล่ออยู่แล้ว ไม่ต้องกลัวไปหรอก)
แต่ผลกลับกลายเป็นว่า
“ช่างมันเหอะ! เรามาเริ่มแผนใหม่ตามสองคนนั้นไปดีกว่า!!! เย้!” โซลทำท่าฮึดสู้! ก่อนจะกึ่งวิ่งกึ่งกระโดดกลับไปตามทางเก่า
“อ่าวเฮ้ย! ง่ายๆแบบนี้เลยหรอ! รอด้วยสิ!” สุภาพบุรุษงงนะเนี่ย!!!
“เอ๊ะ ทำไมอ่ะ คิดมากทำไม วะฮ่าฮ่าๆๆๆๆ” พี่ชายเราเป็นคน positive แล้วเราจะ sensitive ไปทำไมกันล่ะ โฮะๆ
“เอ่อ ขอคืนคำพูด ไม่เหมือนชี่เลยต่างหาก - -” และเคย์โตะก็วิ่งตามไป
……………………………
ทางด้านยูโตะและยามะจัง
“โหย เมื่อกี้ตกใจแทบแย่” ยูโตะยกมือแนบหน้าอกตนเอง ใจยังเต้นอยู่เลย!
“นะ นั่นสิ ชั้นเนี่ย แทบหันหลังกลับไม่ทันแน่ะ” เคย์โตะนะเคย์โตะ ทำอะไรไม่มีบอกอ้ะ (ไรเตอร์ : แล้วจะให้บอกไงอ่ะ)
“ชั้นพึ่งเคยเห็นคนจูบกันครั้งแรกเนี่ยแหละ” ยูโตะพูดขึ้นลอยๆเหมือนพูดกับตัวเอง
“ชั้นก็เหมือนกันแหละ ครั้งแรกจริงๆ”
“เอ๊ะ ยามะจังไม่เคยมีจูบแรกหรอ” เห ไม่น่าเชื่อ! กะ ก็ยามะจังออกจะน่ารักขนาดนี้แท้ๆ
“อืม ไม่เคย ชั้นเก็บไว้ให้…คนคนเดียวเท่านั้น” ยามะจังหันมาสบตายูโตะอย่างต้องการสื่อความหมายอะไรบางอย่าง
“ยามะจัง” หมายความว่ายังไงกันนะ…
…………………………………………………..
คู่ที่สอง ชี่ & ไดกิ
“เจ้าสองคนนั้นจะทำสำเร็จรึเปล่านะ” ไดกิยืนบ่น หลังจากวางกับดัก? เรียบร้อยแล้ว รอแค่นานะมาติดกับเท่านั้น
“ไม่รู้สิ ถึงเคย์โตะมันจะเป๋อๆ แต่ถ้าโซลจังอยู่ด้วยคงไม่เป็นไรหรอก เรามาลุ้นทางนี้กันเถอะฮะ” ชี่พูดขึ้นอย่างไม่สนใจ สายตาจดจ้องอยู่กับ กับดักผลงานชิ้นเยี่ยมของตัวเองอยู่
ไดกิพยักหน้าแล้ว แล้วก็ลงมานั่งซุ่ม?ข้างๆชี่ รอเหยื่อมาติดกับ
ไม่นานนัก
.
.
.
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด อะไรเนี่ย!!!!!!!!!!!!!!!!” นานะกรี๊ดลั่น เมื่อเดินมาติดกับจนได้
“ก๊ากกกกก ฮะฮะฮ่า!!!! สมน้ำหน้า!!! ฮี่ๆๆ!!! ฮาชะมัด!” ผู้สรรสร้างผลงานทั้งสอง หัวเราะกันจนแทบจะมุดดินหัวเราะ?
แทค!!!!
To be con…
กว่าจะแต่งเสร็จ เหนื่อยอ่ะ ฮ่าๆ แต่งได้ทีละนิดๆ เมื่อคืนดู AF7 รอบสุดท้าย แต่เป็นรอบแรกของโซล? บอสได้ที่ 3! เย้!!!! ได้รถด้วยอ่า ไปขอมันขับดีกว่า ฮ่าๆ บอสเป็นเพื่อนสนิทโซลตอนม.ต้นเอง ในเมื่อเพื่อนเราได้ดีเราก็ควรแสดงความดีใจ และเมื่อเพื่อนเราได้เงิน เราก็ต้องแสดงความจำนง (ขอยืมหรือขอเลย) เฮ่ยๆๆ ก๊ากก ก็เลยลุ้นไปแต่งฟิคไปมันก็แบบนี้แหละ =3= โอคาริวจงเจริญ!!! เป็นเซอร์ไพร้ที่คาดว่าคงถูกใจกันนะจ๊า (มั้ง)
ขอบคุณคอมเม้นต์จากรีดเดอร์ใหม่ๆนะคะ โซลดีใจมากๆเลย ยิ่งที่เข้ามาบอกแค่ว่า รออัพอยู่นะ…น่ะ มันทำให้โซลเปิดโน๊คบุ๊คแล้วพิมพ์ทันทีเลยล่ะ ฮ่าๆ
ประกาศ!!!
วันที่ 24 กันยานี้ จะมี SF พิเศษเรื่องที่สามค่า ฝากด้วยน้า!!! (แต่ยังไม่ได้แต่งเลย ก๊ากก)
ความคิดเห็น