นกเอี้ยงเลี้ยงควายเศร้า ♥ ︱กังกร

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,641 Views

  • 72 Comments

  • 213 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    390

    Overall
    5,641

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 3 : กังกังนิวเวอร์ชั่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 832
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 61 ครั้ง
    16 ธ.ค. 61

 

กังกังนิวเวอร์ชั่น




ในเช้าวันใหม่หลังจากที่ผ่านการพูดความรู้สึกในใจไปหมดแล้วกังก็รู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้งบนเตียงนอน เขาจำไม่ได้ว่าตัวเองหลับไปตอนไหน พอจำได้ลางๆว่าน่าจะเป็นตอนเขามั่นใจว่ากรจะอยู่ที่นี่ต่อกับเขา และมันก็ชัดว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ไม่ใช้แค่ภาพที่เขาสร้างขึ้นเองเพราะความเมาแต่ทุกอย่างมันเกิดขึ้นจริง

 

ข้างกายเขาบนเตียงเดียวกัน .. กรนอนตรงนั้น ตอนนี้ยังไม่ตื่น ตัวเล็กๆของกรสวมเสื้อของเขาอยู่ด้วยเสื้อยืดที่เขาใส่พอดีพออยู่บนตัวกรแล้วเสื้อมันดูตัวใหญ่ขึ้นมาซะอย่างนั้น มันดูน่ารักเป็นบ้า

 

กังยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่ได้ เขาเพิ่งเข้าใจว่าทฤษฎีที่บอกกันมาว่าผู้ชายชอบเห็นแฟนหรือคนรักสวมใส่เสื้อผ้าของตัวเองมันเป็นยังไง มันรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก รู้สึกเหมือนได้เป็นเจ้าของคนคนนั้น มันคล้ายกับการที่เราเฝ้ามองปลอกคอที่เราตั้งใจเลือกบนคอน้องแมวตัวโปรดนั่นแหละ...

 

ร่างสูงลุกขึ้นจากเตียงด้วยท่าทีโซเซเล็กน้อยแม้จะพอสร่างแล้วแต่หัวมันก็ยังหนักๆอยู่ดี เขาเดินไปเสียบปลั๊กกาน้ำร้อนเพื่อจะต้มน้ำเอาไว้ดื่มสักหน่อยพอให้รู้สึกดี วิธีนี้เขาก็ได้มันมาจากกรนั่นแหละไอ้การดื่มน้ำอุ่นตอนเช้าเพื่อไล่อาการเมา

 

ระหว่างรอน้ำเดือดเขาก็เดินมาเข้าห้องน้ำซะก่อนก่อนจะกลับออกมานั่งลงบนโซฟารับแขก เขาหลับตาลงเบาๆเพื่อพักสายตา เกือบจะวูบหลับไปแล้วถ้าตัวเขาไม่ได้ยินเสียงกดชักโครกที่ดังมาจากห้องน้ำซะก่อน

กังลืมตาขึ้นอีกครั้งก็เห็นคนตัวเล็กเดินขยี้ตาออกมาจากห้องน้ำท่าทางยังดูเหมือนคนไม่ตื่นดี

 

"อ้าว .. ตื่นไวจังอ่ะ มึงจะกินอะไรเลยมั้ย กูจะได้ทำให้" คนตัวเล็กเงยหน้ามาเห็นกังก็เอ่ยถามทันที เรียกได้ว่าปฏิบัติหน้าที่พี่เลี้ยงแบบไม่ขาดตกบกพร่อง

 

"ยังไม่หิวอ่ะ แต่กูต้มน้ำไว้ว่าจะจิบน้ำอุ่นแก้ปวดหัวก่อน"

 

"ยังไม่หายปวดหัวหรอวะ กินยามั้ยอ่ะ เดี๋ยวเอาให้"

 

"ไม่เป็นไรๆ เดี๋ยวกูกินน้ำอุ่นก็น่าจะดีขึ้นมั้ง" กังตอบพร้อมกับลุกขึ้นจากโซฟาเพื่อจะเดินไปดูน้ำที่ต้มเอาไว้

 

เขาเดินเข้ามาหยิบแก้วน้ำมากดน้ำร้อนใส่ครึ่งแก้วและยืนรอให้น้ำมันอุ่นกว่านี้สักหน่อย เพราะถ้ายกดื่มตอนนี้มีหวังน้ำต้องลวกปากเขาจนพองแน่ๆ

 

ระหว่างที่รออยู่นั้นกรก็เดินเข้ามาหาเขาพร้อมยาพาราในมือสองเม็ด กรยื่นมันให้เขาทั้งๆทีเขาปฏิเสธไปแล้ว ด้วยนิสัยปากร้ายของเขาเขาอยากจะว่ากรซะให้เข็ดที่ยังกล้าเอายามาให้เขาทั้งที่เขาบอกว่าไม่เอา แต่พอมองตาของกรแล้วปากเขามันก็ไม่กล้าจะพูดอะไรร้ายๆ ไม่กล้าแม้แต่จะขึ้นเสียงใส่กร

 

"กินหน่อย เดี๋ยวป่วย" กรพูด เขาจับมือกังขึ้นมาแบมือก่อนจะวางลงบนมือนั้นโดยที่กังไม่ขัดขืนเขาแม้สักนิดเดียว

 

"รอน้ำอุ่นก่อน.."

 

"อืม .. ถ้ายังง่วงอยู่กินยาเสร็จแล้วก็ไปนอนต่อก็ได้นะ วันนี้มึงไม่ได้ไปไหนนี่ ใช่ป่ะ แล้วถ้ากูกลับมาเดี๋ยวกูทำอะไรให้กิน"

 

"มึงจะไปไหนอ่ะ"

 

"กลับบ้านไง"

 

"กลับทำไมอ่ะ ไหนบอกจะอยู่ที่นี่แล้วไง" กังถาม

 

"กูจะกลับไปเอาเสื้อผ้ากูไง เมื่อวานกูไม่คิดไงว่าจะกลับมาอยู่ที่นี่อีก กูเลยไม่เอาอะไรมาเลย"

 

"อ่อ .. ไม่ต้องไปหรอก มึงใส่เสื้อผ้ากูก็น่ารักดี" กังไม่พูดเปล่า เขายื่นมือมาเขย่าแขนเสื้อตัวโคร่งที่ห้อยมาจนจวนจะถึงข้อมือเล็ก

 

"มันคนละไซส์กันไง เสื้อไม่เท่าไหร่ มึงดูกางเกงดิ่ นี่กูต้องเอาหนังยางรัดไว้นะไม่งั้นหลุดแน่นอน" กรพูดพร้อมยกชายเสื้อขึ้นให้เห็นปมหนังยางบนขอบบอกเซอร์ขาสั้นที่เขาใส่อยู่

 

"ตัวเล็กๆก็มีมึงหยิบตัวนี้มาทำไมเล่า ตัวนี้กูใส่ยังหลวมเลย"

 

"ก็กูจะรู้มั้ยล่ะว่าอันไหนมันเล็กอันไหนมันใหญ่"

 

"แต่มึงใส่ตัวนี้ก็ดีเหมือนกัน .. ขามันสั้นดี" กังพูดพร้อมกวาดตาลงมองขาเล็กๆที่มีกางเกงคลุมแค่ไม่ถึงเข่า

 

กรช้อนตาขึ้นมองตาที่ดูจะแฝงความหื่นแบบไม่ล้อเล่นของกังก็รีบทำให้กังหยุดมองขาเขาด้วยการหยิบแก้วน้ำที่ตอนนี้น้ำยังร้อนอยู่ขึ้นมาชนปากกัง เนื่องจากกะประมาณความสูงของกังไม่ถูกแก้วน้ำจึงกระแทกเข้าที่ริมฝีปากของกังจนน้ำกระชอกขึ้นมาโดนปาก

 

"กินยาได้แล้ว" กรพูด

 

"โอ้ย น้ำมันยังร้อนอยู่เลย" กังพูดพลางยกมือมาจับปากตัวเอง

 

"สมน้ำหน้า.. รีบกินยาแล้วไปนอนพักต่อไป กูจะกลับบ้านไปเอาของ พวกกระเป๋าสตางค์กูก็อยู่นู่นหมดเลย"

 

"ไปด้วยได้ป่ะ"

 

"หะ? ไปบ้านกูอ่ะนะ"

 

"อืม กูไม่อยากนอนอยู่ห้องอ่ะ เบื่อ" กังตอบ

 

"อ่าๆ ตามใจมึงนะ กินยาด้วยแล้วกัน เดี๋ยวกูไปแต่งตัวก่อน"

 

"แต่งทำไมอ่ะ ไปชุดนี้ดิ่ กูชอบให้มึงใส่ชุดนี้อ่ะ"

 

"ไม่เอาอ่ะให้กูแต่งตัวธีมเสื้อผ้าผัวหรือไงใหญ่เป็นผ้าคลุมโอ่งขนาดนี้มึงเก็บไว้ใส่เองเถอะ" กรตอบปัดๆก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องนอนกังอีกครั้งเพื่อจะเปลี่ยนเสื้อผ้ากลับไปใส่เสื้อผ้าชุดเดิมที่เขาใส่มาเมื่อคืน

 

กรเดินเข้ามาถึงห้องก็ถอดกางเกงบอกเซอร์ออกเพื่อจะเปลี่ยนใส่กางเกงยีนส์ของเขา มันก็ตามประสาผู้ชาย เขาไม่เขินอายอะไร แถมเสื้อที่ใส่อยู่มันก็ยาวจนปิดขาเขาไปได้เยอะมันไม่ทำให้เห็นอะไรที่ไม่ควรเห็น

 

เมื่อเปลี่ยนกางเกงเสร็จแล้วก็ย้ายมือมาจับชายเสื้อตัวโคร่งเพื่อเตรียมจะถอดออก เป็นเวลาเดียวกันกับตอนที่กังเดินเข้ามาในห้องพอดี ทำให้กังเห็นผิวขาวๆของกรเต็มสองตา เขาเปลี่ยนความคิดในหัวแบบแทบจะหันที เขาไม่ได้ชอบกรตอนใส่เสื้อของเขาที่สุดอีกต่อไป เพราะตอนนี้ที่เขาชอบที่สุดคือกร .. ตอนไม่ได้ใส่เสื้ออะไรเลยต่างหาก

 

"อ้าว .. กินยาเสร็จแล้วหรอวะ" กรพูด เขาสะดุ้งเล็กที่จู่ๆหันหลังมาก็เจอกังยืนอยู่

 

"อืม เสื้อมึงเหม็นเหล้ากูป่าว เดี๋ยวกูหาเสื้อกูที่ตัวเล็กๆให้" กังพูด แม้จะดูเหมือนหวังดีแต่ความจริงแล้วเขาก็แค่อยากจะถ่วงเวลาให้กรยืนถอดเสื้ออยู่แบบนั้นให้นานกว่านี้อีกหน่อย

 

"มีหรอ เอามาดิ่"

 

"เออ แปปนึงเดี๋ยวหาให้"

 

กังตอบก่อนจะเดินมาเปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อหาเสื้อของเขาที่ตัวเล็กพอที่จะให้กรใส่ได้โดยไม่ดูโคร่งจนเกินไป ทั้งที่จริงๆก็มองเห็นเสื้อที่ต้องการอยู่ตรงหน้าแต่กังก็ยังลีลาทำเป็นหาไม่เจอจนกรต้องเดินเข้ามาช่วยหา

 

มันเป็นไปตามที่กังคิดไว้เป๊ะกรเดินมายืนข้างเขาตัวเล็กๆนั้นไม่ได้สวมเสื้ออยู่ ผิวขาวนั่นดึงดูดสายตาได้ดีเป็นบ้า ยิ่งกรตัวเล็กกว่าเขามันยิ่งดี เพราะมองจากมุมสูงแบบนี้แล้วกรแทบไม่รู้ตัวเลยว่าถูกเขาแทะโลมด้วยสายตาไปถึงไหนต่อไหนแล้ว

 

"นานจัง หายากหรอวะ" คนตัวเล็กบ่นเบาๆพร้อมยื่นมือไปช่วยหาเสื้อในตู้

 

"ขาวดีนะ.." กังพลั้งปากพูดสิ่งที่คิดออกไป พอรู้ตัวว่าพลาดก็อยากจะแทรกตัวเข้าไปแอบในตู้เสื้อผ้า แต่ก็ทำได้แค่ยืนเก๊กขรึมไว้แบบนั้น

 

"หะ.." กรเงยหน้ามอง ดวงตาใสๆที่ดูงงกับสิ่งที่ได้ยินนี่ยิ่งทำให้กังเขินไปใหญ่ แสดงว่าเมื่อครู่กรได้ยินสิ่งที่เขาพูด

 

"เสื้ออ่ะ สีขาวตัวนี้ดี ตัวมันเล็กดี มึงน่าจะใส่ได้" กังรีบแถด้วยการคว้าเอาเสื้อสีขาวที่ใกล้มือที่สุดมายื่นให้กร ซึ่งเอาจริงๆมันก็ไม่ใช่เสื้อที่ตัวเล็กที่สุดอย่างที่เขาพูดหรอก แต่ก็นะ สถานการณ์มันบีบบังคับ

 

กรรับเสื้อมาแล้วก็ต้องพยักหน้ารับแบบงงๆก่อนจะรีบสวมเสื้อตัวนั้น..

 

 

..............

มหาวิทยาลัย , เหนือ นีออน

 

ระหว่างทางไปมหาลัยในช่วงเช้าใกล้เวลาเช็คชื่อของวิชาแรกเช่นนี้ ภาพเดิมที่เห็นกันจนชินตาคือถนนหน้ามหาลัยเต็มไปด้วยนักศึกษาที่เดินเข้ามหาลัยกันอย่างไม่เป็นระเบียบเท่าไหร่นัก ร่วมด้วยรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ เรียกว่าใครสะดวกแบบไหนก็มาแบบนั้น

 

และก็เป็นเช่นเดิมทุกเช้าที่นักศึกษาชายวิศวะจอมขี้เกียจจะนั่งมาบนรถของเพื่อนร่วมคณะ ในมือถือของกินมื้อเช้ายัดเข้าปากงับๆ รีบกลืนจนเกือบสำลักทุกครั้งที่เริ่มเข้าใกล้มหาลัย

 

"ไอ้นีออน มึงกินดีๆดิ่เนี่ย ขนมปังหล่นโดนเบาะรถกูอีกแล้ว" ชายคนขับหันมาวีนใส่ทันทีที่เศษขนมปังหล่นลงเบาะรถที่เพิ่งล้างมาของเขา

 

"บ่นไรของมึงไอ้มอร์ ขับรถไป"

 

"กูเพิ่งล้างรถมาอ่าาา"

 

"นอกจากกูก็ไม่มีใครนั่งแล้วตรงเนี้ย ไม่ต้องสะอาดหรอก"

 

"มึงจะสกปรกลามมาถึงรถคนอื่นไม่ได้!"

 

"เห้ย .. ไอ้เหนือป่ะวะ ไอ้มอร์มึงขับรถเข้าไปดูใกล้ๆดิ่"

 

นีออนพูดพลางตบคอนโซลรถรัวๆอย่างสนใจ ภาพที่เขาเห็นคือนักศึกษาชายตัวไม่สูงมากใส่เสื้อช็อปแบบเดียวกับที่เขาใส่ถูกกลุ่มวัยรุ่นชายสองสามคนยืนล้อมเอาไว้ ท่าทางดูเหมือนกำลังถูกหาเรื่อง

 

"จะเข้าไปดูหรอมึง เหมือนจะมีเรื่องกันเลยอ่ะ เราอย่าไปยุ่งเลย" มอร์ตอบอย่าคนไม่สันทัดเรื่องความรุนแรง

 

"แล้วจะปล่อยให้มันโดนหาเรื่องงี้หรอวะ ถ้ามันโดยกระทืบขึ้นมาทำไงอ่ะ บาปนะเว้ย"

 

"......"

 

"เชี้ย! แม่งโดนกระทืบแล้วน่ะ ไอ้มอร์ขับรถไปใกล้ๆเร็ว เร็วดิ่วะ!" นีออนดีดตัวลุ้นจนของกินในมือกระจายลงพื้นรถ แถมยังหันไปเขย่าแขนมอร์ให้ทำตามที่เขาบอก

 

แม้จะกลัวอยู่ไม่น้อยแต่มอร์ก็ดูจะไม่เหลืออะไรให้เลือก เขาเหยียบคันเร่ง ขับรถไปใกล้กับจุดที่เหนือโดนกระทืบจนลงไปกองกับพื้น เมื่อเข้ามาใกล้มากพอ นีออนก็เอื้อมมือไปบีบแตรรถเสียงดังจนแก๊งค์เด็กวัยรุ่นนั่นตกใจ

 

โชคดีที่คนที่มากระทืบเหนือวันนี้เป็นแค่เด็กวัยรุ่นที่ดูไม่ได้กร้านโลกเหมือนกับแก๊งค์ขาใหญ่ที่เขาเจอเมื่อวาน เสียงแตร์ดังๆจากรถหรูๆจึงทำให้เด็กหัวอ่อนพวกนั้นวิ่งหนีไปได้

 

นีออนรีบเปิดประตูรถและวิ่งเข้าไปประคองร่างของเหนือขึ้นมายืนอีกครั้ง วันนี้ดูเหมือนว่าจะเจ็บหนักกว่าเมื่อวานเพราะไม่มีใครมาช่วยหารจำนวนเท้า เลือดจากจมูกของเหนือไหลจนเลอะเสื้อที่สวมอยู่ สภาพของเขาตอนนี้เป็นสภาพที่โคตรไม่พร้อมกับการไปเรียน

 

"ไหวป่ะเนี่ย ไปนอนห้องพยาบาลมั้ยเดี๋ยวกูพาไป" นีออนถาม

 

"ไม่ต้องอ่ะ กูว่าจะกลับบ้านเลย เชี้ย เจ็บหน้าชิบหาย" เหนือตอบ มือก็ยกขึ้นมากุมกรามเพื่อจะเช็คดูว่ากรามของเขายังปกติดีอยู่

 

"เชี้ย กลับบ้านสภาพนี้แม่มึงไม่ตีตายหรอวะ"

 

"กูหมายถึงบ้านกูสิ่ ไม่ใช่บ้านแม่ มึงไม่ต้องพยุงกูแล้วกูเดินไหว ไปเรียนเถอะไป" เหนือพูดพร้อมดันมือของนีออนออกจากตัวเขาแต่กูดูเหมือนว่านีออนไม่ยอมปล่อยเขาง่ายๆ

 

"บ้านมึงอยู่ไหนอ่ะ เดี๋ยวกูไปส่งก็ได้ .. ไอ้มอร์ เดี๋ยวมึงขับรถไปส่งไอ้เหนือที่บ้านมันแปปนึงดิ่" นีออนลากเหนือมาที่รถโดยที่เหนือก็พยายามขืนแรงเขาอยู่ตลอด แต่ก็นะ เขาตัวใหญ่กว่าเหนือมาก แรงแค่นั้นทำอะไรเขาไม่ได้อยู่แล้ว

 

นีออนเปิดประตูรถด้านหลังก่อนจะดันร่างของเหนือให้ขึ้นไปนั่งบนเบาะ ก่อนที่ตัวเขาจะเดินกลัยมานั่งที่เบาะข้างคนขับอีกครั้งและโบกหัวเพื่อนหน้าเจื่อนของเบาๆให้กลับมาสนใจที่เขาพูด

 

"ได้ยินที่กูบอกมึงป่ะเนี่ย พามันไปส่งบ้านหน่อย"

 

"อ่า .. ดะ ได้ยินแล้ว บอกทางมาดิ่" มอร์ตอบอย่างปฏิเสธไม่ได้ ถึงเขาจะเรียนวิศวะ อยู่ในสังคมที่มีผู้ชายเถื่อนๆเต็มคณะแต่ตอนเขาก็ไม่ได้เถื่อนตาม เรียกได้ว่าเขาคือบาร์บี้ในบ่อจระเข้เลยก็ว่าได้

 

"ไอ้เหนือ บ้านมึงไปทางไหนบอกทางมาดิ่"

 

"ออกจากซอยมหาลัยแล้วเลี้ยวซ้ายตามถนน ยูเทิร์นรถแล้วตรงไปเรื่อยๆ เจอแยกเลี้ยวซ้าย มึงขับไปก่อนเดี๋ยวกูบอกอีก" เหนือตอบ เขาไม่อยากจะพูดเยอะเท่าไหร่นักเพราะตอนนี้ปากก็เจ็บ ตัวก็ปวด อย่าว่าแต่พูดแค่หายใจเข้าออกเขาก็เจ็บมากแล้ว

 

มอร์ขับรถไปตามทางที่เหนือบอกเรื่อยๆจนมาถึงบ้านของเหนือในที่สุด บ้านที่ว่าคือห้องเช่าโง่ๆที่ไม่มีพื้นที่ใช้สอยใดๆพื้นที่หน้าบ้านแค่จะจอดจักรยานสักคันยังไม่ได้ ห้องของเหนืออยู่ชั้นล่างสุดของอาคารสำหรับตอนนี้มันดีที่ไม่ต้องเดินขึ้นบันไดให้ลำบาก แต่มันก็มีดีแค่นั้นจริงๆ เพราะนอกจากนั้นที่นี่ไม่มีอะไรดีเลย

 

ทุกอย่างดูไม่โอเคไปหมดทั้งสภาพอาคารที่ทั้งเก่าทั้งสกปรก บรรยากาศโดยรอบไม่ต่างกับชุมชนแออัด เพื่อนบ้านก็ดูไม่น่าคบหา บ้างก็เป็นตาแก่ขี้เมา บ้างก็เป็นนักเรียนสาวทรงสก๊อยที่ควงคู่มากับแฟนหนุ่มนักบิด

 

นีออนอึ้งไปพักใหญ่เมื่อเห็นสภาพของสิ่งที่เหนือเรียกมันว่าบ้าน และคนที่อึ้งกว่าคงเป็นมอร์ เขาอยู่มองตาค้างทำอะไรไม่ถูก รู้แหละว่าจะต้องรีบไปเปิดประตูให้เหนือเพราะตอนนี้เหนือเดินไม่ไหวแถมนีออนก็มือไม่ว่างเพราะต้องประคองเหนือไว้ แต่ถึงจะรู้แล้ว มอร์ก็ยังทำได้แค่ยืนโง่ๆแบบนั้นอยู่ดี

 

"ไอ้มอร์ มึงมาเอากุญแจบ้านมันไปไขประตูสักทีสิวะ กูเมื่อยแล้วนะเว้ย" นีออนบ่นออกมาเสียงดังเพื่อเรียกสติมอร์

 

เมื่อได้ยินแบบนั้นแล้วมอร์ก็พยักหน้ารับคำสั่งและเดินเข้ามาหาเหนือเพื่อจะหยิบกุญแจในกนะเป๋าเสื้อช็อปไปไขประตูห้อง ประตูห้องเปิดออกก็มีพนักงานต้อนรับบินมาเกาะกลางหน้าผากทักทายผู้มาเยือน มอร์ยกมือขึ้นมาจับๆดูสิ่งที่อยู่บนหัวเขาก่อนจะหยิบมันลงมาดู

 

"แมลงสาป!!!!"

 

นี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่ทั้งเหนือและนีออนได้เห็นมอร์ตะโกนจนสุดเสียงแบบนี้ คนหวาดกลัวได้จากสถานที่นี้ไปในเวลาไม่ถึงนาที มอร์สติเตลิดวิ่งเข้ารถแล้วขับหนีไปโดยไม่ลา แถมยังลืมว่าตัวเองทิ้งเพื่อนสนิทที่นั่งข้างกันทุกเช้าไปแล้ว

 

"เอ้า .. ไอ้เชี้ยมอร์แม่งทิ้งกูเฉยเลย" นีออนบ่น

 

"มึงไปตามเพื่อนมึงเถอะ ขอบใจมาก"

 

"โว้ย ใครจะตามทันอ่ะ แม่งขับไปถึงไหนแล้วก็ไม่รู้ .. เข้าห้องเถอะ เดี๋ยวกูทำแผลให้ ห้องมึงมียาล้างแผลใช่ป่ะ"

 

"มีๆ"

 

นีออนประคองร่างของเหนือเข้ามาในห้อง สภาพภายในห้องมันเก่ากว่าข้างนอกประมาณสองเท่าได้ ห้องนี้ไม่มีอะไรเลยที่บ่งบอกถึงความอำนวยความสะดวก มันเป็นห้องแคบๆมืดๆ ที่เดินเข้ามาไม่กี่ก้าวก็ถึงเตียง จะเรียกเตียงก็เรียกได้ไม่เต็มปากเพราะมันคือฟูกง่อยๆที่วางไว้กับพื้นและมีหมอนมีผ้าห่มวางอยู่บนนั้นให้พอเดาออกว่านั่นคือที่ซุกหัวนอนของเจ้าของห้อง

 

เขาค่อยๆพาเหนือมานั่งลงที่ฟูกนั้นช้าๆก่อนจะมองยากล่องยาที่อยู่ไม่ไกลมาเปิดเพื่อหยิบอุปกรณ์ทำแผลขึ้นเตรียมพร้อมสำหรับการล้างแผลให้กับเหนือ นีออนถอดแว่นตาที่กรอบแตกกระจกร้าวออกจากตาของเหนือก่อนเพื่อให้สะดวกต่อการทำแผล .. แม้จะทำอย่างเบามือแต่ความแสบจากยาที่ซึมเข้าแผลก็ทำเอาเหนือแอบส่งเสียงร้องอยู่เป็นระยะๆ

 

"ซีดดด.. เชี้ย เจ็บชิบหายเลย .. มึงทำเบาๆหน่อยดิ่"

 

"มึงก็ร้องซะเสียวเลยไอ้สัส เดี๋ยวข้างห้องเขาก็นึกว่ามึงกับกูเอากันอยู่หรอก"

 

"ก็กูเจ็บอ่ะ มึงลองโดนกระทืบหน้าแบบกูบ้างป่ะล่ะ"

 

"ไม่เอาอ่ะ ไม่อยากลอง"

 

"ดีนะไอ้พวกนี้ตีนไม่หนักอ่ะ"

 

"นี่โดนกระทืบเนื่องในโอกาสอะไรอีกเนี่ย หรือว่าเรื่องเดิม" นีออนถามเพราะอดสงสัยไม่ได้

 

"เรื่องเดิมนี่แหละ แม่งทวงกูหนักเลย พอมันรู้ว่ากูเรียนที่ไหนแล้วแม่งก็ส่งคนมากระทืบกูง่ายแล้วแบบนี้"

 

"แล้วมึงจะทำไงอ่ะ"

 

"ทำไงได้ที่ไหนอ่ะ ทำไรไม่ได้ทั้งนั้นอ่ะ ก็ต้องเสี่ยงเอาว่าวันไหนจะไปเรียนแล้วเจอพวกมันดักกระทืบบ้าง ก็ต้องให้มันกระทืบเรื่อยๆจนกว่าจะมีเงินไปคืนแม่งอ่ะแหละ เชี้ยเอ๊ย ขายตัวนี่เจ็บมากป่ะวะ กูว่าถ้ามันหาเงินไม่ได้จริงๆนี่กูจะยอมขายแล้วนะ"

 

"เดี๋ยวไอ้สัส หยุดความคิดส้นตีนนี่ไว้แค่นี้เลย หางานทำดิ่ พวกเด็กเสิร์ฟไรพวกเนี่ย ทำไปก่อน"

 

"กูเคยทำแล้ว .. แล้วแม่งก็ดักกระทืบกูหน้าร้าน เงินที่หามาได้ยังไม่ทันใช้หนี้กูก็ต้องเอามารักษาแผลกูแล้ว ไหนจะค่าบ้านอีก นี่กูย้ายหนีพวกแม่งมาสามที่แล้วนะ ถ้าแม่งรู้ว่ากูอยู่ที่นี่เดี๋ยวกูก็ต้องย้ายอีกอ่ะ" เหนือพูดกึ่งระบายเรื่องชีวิตสุดบัดซบของเขาออกมา

 

"ลำบากจังวะ กูบอกมึงแล้วว่ามึงควรคุยกับที่บ้านมึงดีๆ ใช้ชีวิตแบบนี้มันเสี่ยงเกินไปป่ะ มึงจะทนโดนกระทืบทุกวันๆแบบนี้ไปได้นานขนาดไหนวะ"

 

"ไอ้นีออน กูไม่ได้ขอให้มึงเข้ามาวุ่นวายเรื่องกูเลยนะเว้ย นี่ปัญหาของกู ขอกูจัดการเองเถอะว่ะ"

 

"ตามใจมึงแล้วกัน แล้วนี่ไม่ไปเรียนแล้วใช่ป่ะ"

 

"ไม่ไปแล้ว ปวดหัวอ่ะ อยากนอน"

 

"กู .. ขออยู่นี่ก่อนได้ป่ะ กูว่ากูขี้เกียจไปเรียนแล้วอ่ะ บ้านมึงแม่งก็โคตรไกลเลย กูออกไปเองตอนนี้ก็ไปไม่ถูกหรอก เดี๋ยวรอมึงหายปวดหัวแล้วมึงค่อยออกไปส่งกู โอเคป่ะ" นีออนถาม

 

"เออ นอนได้ก็นอน" เหนือตอบอย่างคนรำคาญนิดๆเพราะรู้ว่าต่อให้ไม่อนุญาตนีออนก็คงจะไม่กลับไปเรียนอยู่ดี

 

นีออนเมื่อได้ยินแบบนั้นแล้วก็ยิ้มร่าให้เจ้าของห้อง เขาเก็บยาล้างแผลลงกล่องยาและวางมันลงข้างที่นอนที่เดิมก่อนจะเอนตัวลงนอนบนฟูกแข็งๆที่ไม่เหมาะจะเรียกตัวเองว่าฟูก บนนี้มีกลิ่นที่ไม่หอมกวนจมูกอยู่ไม่น้อยมันเหม็นชื้นๆอับๆ ปนมากับความรู้สึกของละอองฝุ่นที่เรียงรายเข้าโพรงจมูกของเขาแบบไม่หยุดหย่อน

 

ไม่รู้ว่าเหนือสามารถนอนหลับลงไปได้ยังไงในสถานที่แบบนี้ เพราะนอกจากสภาพห้องที่เก่า ฝุ่นกังแล้ว กำแพงห้องมันก็บางซะจนเสียงจากห้องข้างๆดังเข้ามากวนหูทำให้หงุดหงิดอยู่ตลอดเวลา

 

"ไอ้เหนือ .. เทอมที่แล้วมึงได้เกรดเท่าไหร่นะ" อยู่ดีๆนีออนก็เอ่ยปากถามขึ้นมา

 

"3.82 ทำไมวะ"

 

"โหยย ไอ้เชี้ย มึงฉลาดหรอวะ กูเพิ่งรู้"

 

"ตกใจเชี้ยไรเนี่ย หน้ากูดูโง่หรอ"

 

"ก็นิดนึง .. มึงรู้ป่ะกูได้เกรดเท่าไหร่"

 

"2.05" เหนือตอบก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบ้างโดยเลือกที่หันหลังให้นีออนเป็นการบอกแบบอ้อมๆว่าให้หยุดพูดได้แล้ว

 

"ทำไมมึงรู้วะ"

 

"ก็ทั้งรุ่นมีคนคะแนนต่ำเตี้ยเรี่ยดินอยู่สองคนคือมึงกับไอ้ออมสิน คะแนนมึงสร้างปรากฏการณ์รุ่นเลยนะ เกือบซิ่วแล้วนิ่"

 

"มันดังขนาดนั้นเลยหรอวะ ... เออมึง มึงอยากหางานทำป่ะ งานแบบที่ไม่ต้องออกจากบ้านบ่อยๆให้เสี่ยงตีน ไม่เปลืองแรงอะไรมากมาย แค่ต้องใช้สมอง สนใจมั้ย" นีออนลุกขึ้นนั่งก่อนพล่ามข้อเสนอออกมา

 

ดูเหมือนว่าสิ่งที่เขาพูดคงจะน่าสนใจอยูาไม่น้อยเพราะเหนือหันมาฟังที่เขาพูดแถมยังทำหน้าทำตาสนใจในสิ่งที่เขากำลังพูด

 

"งานอะไร" เหนือหันมาถาม

 

"ติวให้กู เดี๋ยวกูจะบอกแม่ว่ากูจะลงเรียนพิเศษ มึงก็แค่สอนกูทำไงก็ได้ให้เกรดกูดีขึ้น กูจ้างมึงชั่วโมงละ 300 วันละ 2 ชั่วโมง เท่ากับว่ามึงจะได้วันละ 600 อาทิตย์หนึ่งติว 5 วันก็ 3000 บาท เดือนหนึ่งตีว่ามี 3 อาทิตย์ เดือนหนึ่งมึงได้เกือบหมื่นเลยนะเว้ย สนใจป่ะ" นีออนพูดข้อเสนอพร้อมคำนวนรายได้ให้เหนืออย่างเสร็จสรรพ

 

เหนือได้ฟังข้อเสนอนั้นแล้วก็ลุกขึ้นมานั่งคุยกับนีออนดีให้มันเป็นเรื่องเป็นราวมากขึ้น เพราะแค่คิดๆภาพตามเขาก็พอจะเห็นว่าตัวเองสามารถทำงานนี้ได้โดยไม่เดือดร้อนอะไร แค่ต้องเสียเวลาช่วงเย็นวันละ 2 ชั่วโมงเพื่อติวในเรื่องที่เขาเข้าใจให้นีออนฟังมันก็ไม่น่ายาก แถมมันยังดีกับตัวเขาที่จะได้ทบทวนความรู้ที่เรียนมาด้วย

 

"กูสนใจ กูแค่ต้องติวมึงอย่างเดียวใช่ป่ะ กูทำได้ มึงไม่ได้กวนตีนเล่นๆใช่ป่ะ" เหนือถามต่อ

 

"กูพูดจริง เดี๋ยวกูว่าจะลองชวนไอ้ออมสินมาติวด้วย ถ้ามันตกลงอ่ะ เงินที่มึงจะได้ก็จะคูณสองนะเว้ย"

 

"เชี้ย .. เด็กคณะนี้แม่ง เงินเหลือจริงๆว่ะ"

 

..............

 

บนรถยนต์คันเก่าของกรเพลงเพราะยุค 90's เปิดดังจากลำโพงหน้ารถ รถที่เหมาะกับสรีระคนตัวเล็กอย่างกรมันดูจะไม่เหมาะกับคนขายาวแบบกังสักเท่าไหร่ เพราะถ้านั่งธรรมดาแบบคนปกตินั่งเข่าของเขามันก็ชนกับคอนโซลหน้ารถจนเขาต้องนั่งยกขาขึ้นมาบนเบาะแทน

 

"เป็นไงล่ะมึง นอนอยู่ห้องดีๆก็ดีอยู่แล้ว" กรหันไปพูดกับกังที่เปลี่ยนท่านั่งเป็นรอบที่สิบแล้วแต่ก็ยังไม่เจอท่านั่งที่จะนั่งได้สบาย

 

"กูบอกว่าเบื่อห้องไง ใกล้ถึงบ้านมึงยังอ่ะ"

 

"ใกล้และ อีกประมาณสิบนาทีก็ถึง นั่งไปก่อนอย่าเพิ่งเป็นตะคริวอ่ะ"

 

"อือ.."

 

ไลน์ !

 

เสียงไลน์ของกรดังขึ้นกรปล่อยให้มันดังไปแบบนั่นเพราะตาของเขายังต้องมองถนน มือก็ต้องจับพวงมาลัย แต่กับกังเขาไม่ต้องมองอะไร ดังนั้นเขาจึงเสียมารยาทโดยการแอบมองที่หน้าจอเพื่อดูข้อความที่ส่งเข้ามา เพราะใจเขาเองมันก็ยังอดคิดไม่ได้ว่าคนที่ทักกรมาอาจจะเป็นฝ้าย .. แต่ก็โชคดีที่ไม่ใช่..

 

yibpymac : ผมว่าพี่บอกพี่กังไปเถอะ

yibpymac : พี่ไม่น่าช่วยผู้หญิงแบบฝ้ายเลยว่ะ ความผิดมันเองแท้ๆ แต่ดึงพี่มาเดือดร้อนด้วย

 

มีเพียงแค่เท่านี้ที่กังอ่านทันก่อนหน้านี้มีเสียงเตือนหลายข้อความแสดงว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านี้แน่ ชื่อไลน์นี้กังเองก็คุ้นตาเป็นอย่างดี มันเป็นชื่อไลน์ของรุ่นน้องที่เขาสนิทสมัยเป็นหลีด และรุ่นน้องคนนี้ก็สนิทกับกรและฝ้าย ไอ้การที่รุ่นน้องพูดถึงเรื่องฝ้ายมันหมายความว่าอะไร แล้วที่บอกให้กรบอกเขาซะ มันคืออะไร บอกอะไรกัน มีอะไรที่เขาไม่รู้งั้นหรอ

 

กังได้เก็บความสงสัยเอาไว้แบบนั้น ความค้างคาใจมันแสดงออกทางสีหน้าโดยที่เขาก็ไม่ทันรู้ตัว แต่แม้กรจะสังเกตเห็นแล้วก็โชคดีของกังที่กรไม่ได้สงสัยอะไรเพราะกรคิดว่ากังอาจจะแค่เมื่อยจนเริ่มจะหงุดหงิดแล้วก็เท่านั้น

 

ขับรถต่อมาไม่นานก็มาถึงบ้านของกร กรยังอยู่บ้านหลังเดิมที่กังเคยมาสมัยที่ยังสนิทกัน ที่นี่ดูไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลย .. กรขับรถเข้ามาจอดในที่จอดรถหน้าบ้านก่อนจะดับเครื่องรถ

 

"จะเข้าไปนั่งรอในบ้านป่าว บ้านกูไม่มีใครอยู่ นั่งได้ น่าจะนานหน่อย กูว่าจะขนโน๊ตบุ๊คไปเลย จะได้ไม่ต้องมาอีกให้เสียเวลา" กรถามกัง

 

"เดี๋ยวรอในรถนี่แหละ มึงก็รีบๆเก็บของแล้วกัน"

 

"อ่ะเค งั้นมึงรอเนี่ย กูไม่ได้ล็อครถไว้นะ ถ้าจะเข้าไปนั่งในบ้านก็เข้าแล้วกัน"

 

"อืมมๆ" กังตอบ

 

เมื่อกังตอบตกลงแล้วคนตัวเล็กก็เปิดประตูลงจากรถเพื่อจะเดินเข้าบ้านไปเก็บข้าวของของตัวเอง และกรก็ช่างเป็นกรคนเดิมที่ช่างขี้หลงขี้ลืม กรทิ้งโทรศัพท์มือถือเอาไว้ในรถ มันอยู่ที่ช่องวางของใกล้ๆกับด้ามเกียร์

 

แม้รู้ว่าที่จะทำมันเรียกว่าเสียมารยาทแต่กังก็อดสงสัยไม่ได้จริงๆว่าข้อความทั้งหมดที่แมคพิมพ์ส่งมาหากรมันคืออะไร เขาอยากรู้ว่าจริงๆแล้วกรต้องบอกอะไรเขา

..

Line chat

Kornkorn : ฝากอวยพรวันเกิดแม่ด้วยนะแมค บอกทีว่าพี่กรบอกว่าขอให้คุณแม่มีความสุข สุขภาพร่างกายแข็งแรงๆ ขอให้เงินทองไหลมาเทมา แล้วเดี๋ยวว่างๆพี่จะแวะไปเยี่ยมท่านนะ คิดถึงแกงส้มฝีมือแม่แล้ว :)

....

yibpymac : รับทราบครับผม ขอบคุณมากครับพี่กร แล้วพี่เป็นไงบ้างครับสบายดีป่ะพี่ ตั้งแต่มีเรื่องกลุ่มเราก็ไม่ค่อยได้เจอกันเลยว่ะ คิดถึงพี่นะ

yibpymac : เออพี่กร เมื่ออาทิตย์ก่อนผมเจอฝ้ายกับแฟนใหม่มันเดินห้างด้วยกันว่ะ เห็นแล้วแบบหมั้นใส้ชิบหาย ยิ่งมันรักกันดียิ่งอยากเดินเข้าไปตบกระโหลกสักที คนแบบนี้แม่งเกินไปป่ะวะ เนี่ย พูดละขึ้น

kornkorn : ลงมาก่อนๆ 55555 ช่างมันเถอะ เรื่องมันผ่านมาแล้ว กูโอเคแล้ว

yibpymac : แล้วนี่พี่กังเขาก็ยังไม่รู้ความจริงอยู่อย่างนั้นอ่ะนะ พี่ต้องเสียเพื่อนเพราะผู้หญิงแบบนี้จริงดิ่ ตลกเนอะ ฝ้ายแม่งคบแฟนใหม่มันซ้อนกับพี่กังมาเป็นเดือนๆโดยที่พี่กังไม่รู้ พอถึงวันที่จะโป๊ะแตก ก็ดึงพี่กรเข้ามาช่วยเพราะไม่อยากให้แฟนใหม่ตัวเองโดนพี่กังตามไปกระทืบ แม่งพีคตรงที่พี่ยอมช่วยมันนี่แหละ ผมก็เข้าใจว่าพี่สงสารฝ้าย สงสารพี่กังนะเว้ย แต่พี่ก็น่าจะสงสารตัวเองด้วย

yibpymac : การที่บอกว่าคนที่มีอะไรกับฝ้ายคืนนั้นคือพี่มันทำให้ฝ้ายเลิกกับพี่กังได้โดยที่แฟนมันปลอดภัยแบบที่แม่งต้องการ แต่มันทิ้งให้พี่กับพี่กังมองหน้ากันไม่ติดแบบนี้มันไม่ถูกป่ะวะ

kornkorn : ช่างมันเถอะเรื่องมันผ่านมาละ อีกอย่างไม่ใช่ว่ากูไม่อยากบอกมันนะ แต่มึงคิดว่าถ้ากูบอกมันมันจะเชื่อที่กูพูดหรอวะ มึงไม่ได้อยู่ในห้องไอ้กังคืนนั้นมึงไม่รู้หรอกว่าทุกอย่างแม่งบังคับให้กูยอมรับแบบนั้น กูยอมรับไปแล้วเว้ย ผลเป็นงี้ก็ต้องยอมรับป่ะ

(ข้อความล่าสุดที่แจ้งเตือนบนรถ)

yibpymac : ผมไม่ได้อยู่ในห้องคืนนั้นก็จริงพี่ แต่ไม่ใช่ว่าผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น บีเล่าให้ผมฟังแล้วว่าฝ้ายมันเล่าอะไรให้ฟังบ้าง ผมรู้ว่าคืนนั้นฝ้ายมันพาแฟนใหม่มันไปที่ห้องพี่กังมีอะไรกันที่นั่น แล้วคนที่มาเจอคนแรกคือพี่ เพราะพี่กังโทรชวนพี่นั่งกินเหล้าที่ห้องแต่พี่ไปถึงก่อนพี่กังแค่แปปเดียว ตอนทีพี่กำลังด่าฝ้ายอยู่ อยู่ดีๆพี่กังก็มาถึงห้อง ฝ้ายเลยขอให้พี่ช่วยรับว่าเป็นคนมีอะไรกับมันโดยให้แฟนมันหลบอยู่นอกระเบียง

yibpymac : ผมรู้ แต่เอาจริงๆคนที่รู้เรื่องนี้ไม่ควรเป็นผมเลยเว้ยพี่

yibpymac : ผมว่าพี่บอกพี่กังไปเถอะ

yibpymac : พี่ไม่น่าช่วยผู้หญิงแบบฝ้ายเลยว่ะ ความผิดมันเองแท้ๆ แต่ดึงพี่มาเดือดร้อนด้วย

.....

 

กังอ่านข้อความทั้งหมดที่แมคคุยกับกรแล้วก็ต้องนิ่งไปพักใหญ่เหมือนถูกสตาฟ ความโกรธที่เขารู้สึกกับกรมานานเกือบปีแท้จริงแล้วเกิดจากความโง่ของเขาเอง โง่เองที่ไม่รู้ความจริง โง่เองที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าแฟนที่เขารักนักรักหนาในตอนนั้นร้ายซะยิ่งกว่าใครที่เขาเคยรู้จัก

 

แม้ความจริงเขาจะไม่มีสิทธิ์โกรธกรแต่มันอดไม่ได้จริงๆที่จะไม่โกรธ เขาโกรธที่กรไม่ยอมเขา แต่ใจหนึ่งก็รู้ดีว่าทำไมกรถึงเลือกที่ไม่บอก จริงอย่างที่กรคิด ต่อให้บอกเขาเขาก็ไม่มีทางเชื่อเพราะคนแบบเขาพอปักใจเชื่ออะไรไปแล้วก็คงไม่ยอมเปลี่ยนความเชื่อง่ายๆ นี่ถ้าเขาไม่มาเห็นข้อความที่แมคคุยกับกรเขาก็คงเชื่อแบบนั้นไปอีกนาน

 

พอคิดย้อนกลับถึงวันนั้นมันก็ดูสมเหตุสมผลดีแล้ว ตอนที่กรบอกว่ามีอะไรกับฝ้ายเสื้อผ้าของกรยังอยู่บนตัวครบทุกชิ้นสภาพก็ดูเหมือนไม่เหมือนกับเพิ่งแต่งตัวเสร็จหลังเสร็จกิจไม่แม้แต่จะมีรอยยับด้วยซ้ำ มีเพียงฝ้ายที่นอนห่มผ้าอยู่บนเตียงเสื้อผ้ากระจัดกระจายเต็มพื้น แต่ตอนนั้นพอเธอฝ้ายร้องไห้แล้วพูดออกมาเองว่าเธอเพิ่งมีอะไรกันกรและกรก็ไม่ปฏิเสธมันเลยทำให้เขาโกรธจนไม่สนใจอะไรอีกแล้ว..

 

กังนั่งรอในรถจนกรขนของลงมาจนครบก่อนที่พวกเขาจะพากันเดินทางกลับไปที่คอนโดของกังอีกครั้ง กังแอบมองกรอยู่เป็นพักๆ พอมองแล้วมันก็ทำให้เขารู้สึกผิดอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งคิดว่าที่ผ่านมาเคยทำอะไรไม่ดีกับกรลงไปบ้างก็ยิ่งรู้สึกแย่ แต่จะให้กรตรงๆว่าเขารู้เรื่องทั้งหมดแล้วเขาก็ไม่กล้า

 

ไม่ใช่กลัวจะโดนกรด่าที่แอบอ่านข้อความในโทรศัพท์มือถือแต่มันมีทิฐิในใจเขาที่พาลให้เขาไม่ยอมบอกกร เพราะเขาไม่อยากจะขอโทษกับเรื่องทั้งหมดที่ตัวเขาเคยทำ แต่ก็ใช่ว่าเขาไม่รู้สึกผิดนะ เขารู้สึก รู้สึกผิดอยู่เต็มอก แต่เขาแค่ไม่อยากขอโทษ กังคิดว่าคงดีกว่าถ้าปล่อยให้เรื่องนี้เงียบไปและตัวเขาค่อยๆทำดีกับกรเพื่อทดแทนสิ่งที่ผ่านมาแทน

 

"เออไอ้กัง พี่ที่ชื่อแอลอะไรสักอย่างเนี่ย เขาทักมาหามึงบ้างยัง" กรพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบ เรียกให้กังกลับมาสนใจกับกานสนทนาอีกครั้ง

 

"มีทักมาคนนึง ใครวะ"

 

"รุ่นพี่กูเองอ่ะ ทำโมเดลลิ่ง เห็นว่าหาเด็กใหม่อยู่ เขาให้กูช่วยติดต่อมึงอ่ะ แต่กูขี้เกียจคุยกับมึง เลยให้เขาทักไปหามึงเองเลย"

 

"เขารู้จักกูได้ไง" กังถามต่ออย่างสงสัย

 

"เขาเห็นรูปมึงจากเพจมหาลัยมั้ง กลุ่มแฟนคลับมึงเชียร์ให้โมนี้ดึงตัวมึงมาร่วมงานอยู่อ่ะ มึงปฏิเสธพี่เขาเอาเองแล้วกัน"

 

"รู้ได้ไงว่ากูจะปฏิเสธ .. แล้วถ้ากูตอบตกลงมึงจะได้อะไร"

 

"10 เปอร์เซ็นต์จากค่าตัวมึง แต่ก็แค่ห้างานแรกนะ ถือเป็นค่านายหน้าหลังจากนั้นเปอร์เซ็นต์ที่โดนหักก็จะเป็นของโมเดลลิ่ง"

 

"แต่แม่กูจ้างมึงอยู่"

 

"รู้แล้ว .. ถ้าได้เงินมากูก็ให้มึงนั่นแหละ"

 

"ถ้ากูตอบตกลงพี่เขาอ่ะมึงก็ทำตามไปหน้าที่มึงนะ" กังพูด

 

"เออ ถ้ามึงมีงานเดี๋ยวกูขับรถไปรับไปส่งไง สรุปมึงจะรับมั้ย"

 

"ไม่ใช่แค่ไปรับไปส่ง แม่กูไม่ได้จ่ายมึงมาเป็นคนขับรถ"

 

"แล้วจะให้กูทำไรอีก ถึงเวลางานพี่แอลเขาก็ควรดูแลมึงแทนกูอยู่แล้ว เขาเป็นผู้จัดการส่วนตัวให้มึงไม่ต้องห่วงหรอก" กรพูดอธิบายแกมเสียงคล้ายคนบ่น

 

"ก็กูมีพี่เลี้ยงส่วนตัวแล้วอ่ะ.."

 

"เออๆๆ แล้วแต่มึงเถอะ กูขี้เกียจเถียงกับมึงละ"

 

กรตอบตกลงในที่สุด กังฉีกยิ้มออกมาอย่างผู้ชนะ เขารู้สึกว่าตัวเองโคตรบ้าเลยทั้งที่เพิ่งคิดได้ว่าอยากจะทำดีกับกรแต่พอมีโอกาสจะได้เอาเปรียบหรือทำกรตกไปเป็นรองเขาเขาก็เลือกที่จะทำมันทันที ไม่ใช่ว่าเพราะเขาเกลียดกร แต่เขาชอบมาก เวลากรทำหน้าเหมือนไม่พอใจ และก็เพราะเขารู้ว่าสุดท้ายกรจะยอมแพ้เขามันเลยทำให้เขาเสียนิสัยมากเวลาอยู่กับกร

.........

คอนโด , กัง กร

 

หลังจากกลับมาถึงห้องแล้วต่างคนก็ต่างอยู่กันคนละมุมเช่นเคย กังก็ยังคงนอนเล่นโซเชี่ยลไปเรื่อยเปื่อยบนเตียงนอนนุ่มๆของเขา ส่วนกรก็นั่งคุยงานกับลูกค้าผ่านทางโน๊ตบุ๊คในห้องรับแขกที่เงียบสงบเหมาะกับการทำงาน

 

แม้จะวุ่นๆอยู่กับงานที่ลูกค้าส่งมาให้แก้รอบที่สิบกว่าๆแต่กรก็ไม่ลืมที่จะควรมองมุมขวาล่างของจอเพื่อคอยดูเวลาเอาไว้ นี่มันก็ใกล้เวลาที่กังจะกินข้าวเย็นแล้ว กรจึงพักงานของตัวเองและลุกไปเข้าครัวสวมหน้าที่พ่อครัวตัวจิ๋วเพื่อทำอาหารเย็นสุดเบสิคให้คุณชายของเขากิน

 

ไม่ต้องเอ่ยปากเรียกให้เปลืองเสียงเพราะเพียงแค่ได้ยินเสียงผัดข้าวกระทะบวกกับกลิ่นหอมของข้าวผัดที่โชยเข้าจมูกกังก็เดินออกจากห้องนอนมาป้วนเปี้ยนอยู่ในครัว ยืนเกาะแกะให้กรรู้สึกรำคาญเล่นแล้ว

 

"เอาจานมึงมา อย่ายืนเฉยๆ" กรสั่งด้วยเสียงของคนขี้บ่นตามสไตล์

 

กังได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าและเอื้อมมือหยิบจานข้าวมาสองใบสำหรับตัวเขาและกร กรเงยหน้ามองเขาแบบงงๆ .. อ่าใช่ ก่อนหน้านี้เขามักจะกวนประสาทกรโดยการหยิบจานมาแค่ใบเดียวซึ่งเป็นจานของเขา พอกรตักข้าวให้เขาก็จะเดินไปนั่งกินข้าวในห้องนอนแบบตัวใครตัวมัน

 

"ไม่เอาผักอ่ะ" กังพูดตอนเห็นผักใบเขียวในข้าวผัด

 

"อ้าว แล้วบอกกินผักได้"

 

"ก็กินได้ แต่ไม่กินอันนี้ มันขม"

 

"โอ้ย เรื่องมากจังวะ หลบหน่อยจะหยิบช้อน" กรตอบเขาด้วยเสียงขี้บ่นเช่นเคย

 

ไม่พูดเปล่ากรดันแขนเขาให้หลบทางเล็กน้อยเพื่อที่ได้หยิบช้อนจากช่องใส่ช้อนได้สะดวก กรวางช้อนส้อมลงที่จานใบหนึ่งอย่างเป็นระเบียบก่อนจะใช้ช้อนส้อมอีกคู่ในมือตักเอาผักใบเขียวจากจานหนึ่งย้ายมาอีกจานหนึ่งสลับกับการตักไก่จากจานตัวเองไปเสริมให้จากของกัง

 

กังมองสิ่งที่กรทำอยู่อย่างเงียบๆ .. โคตรน่ารัก .. มีแต่คำว่าโคตรน่ารักดังก้องให้หัวสมองของเขา น่ารักจนความรู้สึกผิดที่ตัวเขาเองบดปากกรเป็นของเล่นมันหายวับไปเลย เพราะคิดๆดูแล้ว กรก็เหมาะกับการโดนเขาจูบแล้ว ..

 

"อ่ะ กินได้ยังทีนี้" กรเงยหน้าขึ้นถามดึงกังให้หลุดจากภวังค์

 

"หะ .. เอ่อ กินได้แล้ว มึงแบ่งไก่คืนไปบ้างก็ได้ จะกินแต่ข้าวกับผักเลยหรือไง"

 

"ไม่เป็น ไรอ่ะ มึงกินเถอะ"

 

"อ่า.."

 

กรยิ้มให้เขานิดๆก่อนจะยกจานข้าวของตัวเองไปนั่งกินที่โซฟารับแขกเพื่อที่จะได้ทำงานต่อไปด้วย กังเองก็เดินตามไปนั่งลงที่โซฟาใกล้ๆกับกร เขาก็รู้แหละว่ากรก็คงรู้สึกถึงความแปลกของตัวเขา ตั้งแต่หยิบจานให้ มาตอนนี้ยังมานั่งกินข้าวข้างกันอีก เขารู้..

 

แต่กังก็อยากที่จะทำแบบนี้ เขาอยากจะทำให้กรไม่รู้สึกเหมือนว่าตัวเองเป็นคนใช้ที่มีหน้าที่แค่ทำกับข้าวให้เจ้านาย พอถึงเวลากินก็แยกกันกินคนละที่คนละทาง เขาคิดว่าการที่เขากินข้าวอยู่ตรงนี้ข้างๆกรมันจะช่วยทำให้ความรู้สึกห่างระหว่างเขาสองคนมันหายไปบ้าง อย่างน้อยกรก็น่าจะรู้ดีขึ้น เหมือนทำกับข้าวให้เพื่อนเพื่อมากินพร้อมหน้าพร้อมตากัน

 

และก็แน่นอนสำหรับกร .. เขารู้สึกแบบที่กังคิด แม้กรไม่รู้ว่าเพราะอะไรกังถึงดูเปลี่ยนไปแต่แบบนี้ก็ดีแล้ว ถึงจะไม่ได้พูดดีใส่กัน ไม่เลิกเอาชนะกัน แต่อย่างน้อยๆกรก็รู้สึกได้ว่าพวกเขาใกล้กันมากขึ้น ไม่ใช่แค่ระยะห่างทางร่างกาย แต่ความรู้สึกมันก็ไม่ต่าง..

 

 

มันยิ่งตอกย้ำให้กรรู้สึกดีเมื่อกรลุกออกไปคุยโทรศัพท์กับลูกค้าที่ระเบียงห้องและกลับมาเจอไก่ในจานข้าวของตัวเอง ถึงแม้ว่ากังเนียนๆไปเหมือนไม่รู้ไม่เห็น แต่กรก็รู้ว่าไก่มันคงไม่เดินมาลงจานข้าวเข้าเองแน่ๆ กรพยายามกลั้นยิ้มเอาไว้และกินข้าวต่อ

 

กังที่เห็นรอยยิ้มที่กรซ่อนไว้ไม่มิดก็เผลอยิ้มตาม .. จริงๆนะ กรน่ารักจริงๆนะ

........

 

ตกดึกเวลานอนก็ใกล้เข้ามา คนตัวเล็กเลือกที่จะขอนอนที่ห้องรับแขกเพราะเขาอยากจะทำงานที่ค้างอยู่ให้เสร็จและกลัวว่าแสงจากโน๊ตบุ๊คจะไปกวนการนอนของกัง ยิ่งกังเพิ่งตอบตกลงการนัดดูตัวกับเจ้าของโมเดลลิ่งในวันพรุ่งนี้เขาก็ยิ่งอยากให้กังได้พักผ่อนอย่างเต็มที่

 

ร่างเล็กนอนพิงหลังลงที่พนักพิงของโซฟาขาก็ยืดไปบนที่โล่งบนพื้นนุ่มๆของโซฟา วันนี้ไม่หนาวเหมือนวันก่อนเพราะเขาขอผ้าห่มกังมาห่มหนึ่งผืนเพื่อคลายหนาว มือก็ยังไม่หยุดทำงาน มันใกล้จะเสร็จเต็มทีแล้ว ..

 

และเมื่องานเสร็จสมบูรณ์แล้วกรก็กดปิดโน๊ตบุ๊คและพับฝามันลงก่อนจะย้ายมันไปวางที่โต๊ะ เขาบิดขี้เกียจเล็กน้อยเพื่อคลายความเมื่อยก่อนจะเอนตัวลงนอน แต่ก็ยังไม่ทันที่หัวจะถึงหมอนก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา

 

"งานเสร็จแล้วหรอ"

 

กรลุกขึ้นมามองหาที่มาของเสียงก็เห็นกังอยู่ยืนหน้าประตูห้องนอนมองตรงมาทางเขา หน้าตาดูไม่เหมือนคนงัวเงียเลยสักนิดเหมือนว่ากังยังไม่ได้นอนหลับและรอเวลาให้กรทำงานเสร็จอยู่

 

"อื้อ เสร็จหมดและ" กรตอบ

 

"หรอ แล้วจะนอนเลยป่ะ"

 

"นอนเลยดิ่ จะนอนแล้วเนี่ย มึงไปนอนได้แล้วไป พรุ่งนี้ต้องตื่นเร็วหน่อยนะ รีบนอน"

 

"มึง .. ไม่ได้ทำงานแล้วก็เข้ามานอนในห้องดิ่" กังพูดเอ่ยชวน แม้จะขัดๆเขินๆปากหน่อยก็เถอะ

 

"ไม่เป็นไร กูนอนนี่แหละ มึงนอนเถอะกูจะไม่เบียด"

 

"ตัวเท่าลูกหมาเอาอะไรมาเบียดกูอ่ะ

 

“มึงไม่นอนเถอะกูนอนตรงนี้สบายแล้ว ไม่อยากลุกแล้ว”

 

“นอนเป็นเพื่อนหน่อยดิ่ เมื่อกี้ฟังเดอะช็อคมาอ่ะ กลัวผี” กังพูด ฟังก็รู้ว่านี้มันเป็นเหตุผลที่กังยกขึ้นมาให้มันดูมีเหตุมีผลพอจะให้กรเข้าไปนอนกับเขาในห้อง

 

และแม้กรจะดูออกเขาเลือกที่จะแกล้งๆเชื่อกังและทำทีลุกขึ้นหอบผ้าห่มเข้ามานอนในห้องด้วยใบหน้าที่แสร้งว่าหงุดหงิดทั้งๆที่ในใจอยากจะขำออกมาให้มันรู้แล้วรู้รอด คนแบบกังบทจะไม่เกรี้ยวกราดก็อ้อนด้วยวิธีง่อยๆซะยิ่งกว่าเด็กซะอีก ...

 

 

 

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 61 ครั้ง

8 ความคิดเห็น

  1. #42 GuzzDeDreamer (@zamourai) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 23:46
    กังกังเป็นคนขี้อ้อน งี้หรอ แบบนี้ก็ได้หรอลังกุง
    #42
    0
  2. #32 tnnamzze (@nam-nnamzz) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 03:00
    สนุกกกก มาต่อไวๆนะค้าบบบ
    #32
    0
  3. #31 ก็แค่ฝุ่น (@demon-faa) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 08:28

    กังกรน่าร้ากกกก
    นีออนห่วงเหนือมากมาย
    #31
    0
  4. #29 Timtha (@WIFE_ENGINEER) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 12:14
    น่ารักจังงงง
    #29
    0
  5. #28 nanninisa (@nanninisa) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 10:32
    รอลุ้นคู่เหนือนีออนนะไรท์ให้เหนือย้ายไปอยู่กับนีออนเลยจะได้ปลอดภัย
    #28
    0
  6. #27 นายดาเมียง (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 22:57

    ไม่เคยผิดหวังเลยค่า ฝากไร้ท์ไปบอกฝ้ายด้วยว่าถ้าเจอกันมีตบค่า 555

    #27
    0
  7. #26 ntrl (@ntrl) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 20:53
    น่ารักจังเยย
    #26
    0
  8. #25 Jjaji (@Jajub16) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 17:35
    คู่กังกรน่ารักกก จริงๆคือไม่มีอะไรจริงๆด้วย แงงงง
    เหนือนีออนก็ลุ้นๆอยู่นะ
    #25
    0