นกเอี้ยงเลี้ยงควายเศร้า ♥ ︱กังกร

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,594 Views

  • 72 Comments

  • 209 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    343

    Overall
    5,594

ตอนที่ 10 : ตอนที่ 8 : คุณพ่อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 557
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    19 มี.ค. 62



คำพูดของกอล์ฟที่พูดทิ้งไว้ในสายทำให้กังใจลุ่มๆดอนๆอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งรู้ตัวว่ากอล์ฟกำลังจะคุยเรื่องอะไรก็ยิ่งรู้สึกแย่เข้าไปใหญ่ เขาเหลือบมองกรที่ยังนอนหลับอยู่ใต้ผ้าห่มพร้อมถอนหายใจเบาๆ เขาไม่ปลุกกรให้ต้องมารับรู้เรื่องนี้กับเขาเลย

 

 "กร .. " กังพูดพร้อมวางมือลงบนแขนเล็กและเขย่าเบาๆเพื่อปลุกให้กรตื่น

 "หืออ.. ว่าไง ตื่นเร็วจังวะ"

 "พี่กอล์ฟเรียกมึงกับกูไปคุยอ่ะ" "คุย คุยเรื่องไรอ่ะ" กรถามพร้อมลุกขึ้นมาขยี้ตาสองสามครั้งพอให้หายง่วงก่อนจะหันซ้ายหันขวามองหาแว่นตา มันหล่นอยู่ข้างเตียงน่าจะเพราะกิจกรรมเมื่อคืนที่มีต่ออีกหนึ่งครั้งทำให้ของที่ควรอยู่บนเตียงล่วงไปอยู่ที่พื้นซะหมด

 

มือเล็กหยิบแว่นตามาใส่ก่อนจะมองเห็นได้ชัดว่าตอนนี้สีหน้าของกังดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ กรเป็นแบบนั้นก็ยื่นมือไปจับมือกังพลางบีบมือนั้นเบาๆเพื่อให้กังรู้สึกสบายใจขึ้นในระดับหนึ่ง

 

"มีอะไรป่าว" กรถามอย่างเป็นห่วง

 "กูว่าเมื่อคืนพี่กอล์ฟได้ยินที่เรามีอะไรกันว่ะ มึงลองตั้งใจฟังดิ่ .. เสียงโทรทัศน์ห้องพี่กอล์ฟ ขนาดแค่เสียงโทรทัศน์กำแพงนี่มันยังกั้นไม่อยู่เลยอ่ะ แล้วเมื่อคืนมึงร้องดังขนาดนั้น กูว่าเขาน่าจะได้ยิน"

"... แล้วเอาไงอ่ะ จะไปคุยกับเขามั้ย"

"ก็ต้องไปป่ะวะ มึงอยู่นี่มั้ย เดี๋ยวกูไปคุยกับเขาเองดีกว่า ไม่รู้จะโดนว่าอะไรบ้างแต่คิดว่าน่าจะโดนเยอะอยู่อ่ะ"

"ไม่เอาอ่ะ โดนด่าก็โดนด้วยกันนี่แหละ มึงไปล้างหน้าล้างตาก่อนไป เดี๋ยวกูใส่เสื้อผ้าก็ไปได้แล้วเนี่ย"

"อืม .." กังพยักหน้าตอบ สีหน้าของเขายังบ่งบอกความไม่สบายใจอยู่เหมือนเคย

 

 เขาลุกจากเตียงเพื่อมาล้างหน้าพอให้รู้สึกสดชื่นและกลับมานั่งรอกรสวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนจะพากันเดินไปเคาะประตูห้องกอล์ฟที่อยู่ติดกับห้องของเขา เขาเคาะประตูอยู่สองสามครั้งก็มีเสียงตะโกนมาจากในห้องอนุญาตให้เขาเปิดประตูเข้าไปได้เลย

 

เมื่อเปิดประตูออกสิ่งที่เห็นก็ชวนให้ใจหวิวไม่น้อย กอล์ฟนั่งอยู่ที่ปลายเตียงสีหน้าเคร่งเครียด และมีแอล อร และมิวซ์ยืนกันอยู่ไม่ไกลจากเตียง สีหน้าของทุกคนต่างดูกังวลไม่ต่างกัน

 

 "อ่ะ .. มาสักที มานั่งก่อนมา" กอล์ฟพูดเมื่อเห็นกังและกรเดินเข้ามาในห้อง ได้ยินแบบนั้นกังก็พยักหน้ารับก่อนจะหันไปสะกิดแขนกรเบาๆเพื่อให้เดินตามเขาไปนั่งบนที่ว่างของเตียง สายตาของคนอื่นๆที่มองมาทางเขามองแล้วรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก

 

"มิวซ์ .. ไปนั่งเล่นกับพวกไอ้มาร์คก่อนไป" กอล์ฟพูด

 "ครับ" มิวซ์ตอบตกลงและเดินออกห้องจากห้องไปอย่างว่าง่าย

 

เหมือนกับกอล์ฟเลือกแล้วว่าคนที่อยู่ในห้องนี้ได้คือคนที่โตพอจะช่วยเขาตัดสินใจอะไรหลายๆที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ได้ และอรกับแอลก็เป็นคนที่สามารถเชื่อใจได้ว่าจะเอาเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องนี้ไปเล่าต่อให้ใครฟัง แม้กระทั่งคนในคอนเวอร์ชั่นก็ไม่ควรรู้เรื่องนี้

 

"พี่ไม่อ้อมค้อมนะกัง เมื่อคืนพี่ได้ยินเสียงดังมาจากห้องกัง คงไม่ต้องให้พี่พูดนะว่าเสียงอะไร กังจะทำอะไรระวังนิดนึงนะ" กอล์ฟเริ่มพูด

 "ครับ ผม.. ขอโทษครับพี่กอล์ฟ"

 "พี่คงต้องพักงานกังหนึ่งเดือน"

"พี่กอล์ฟ.." เสียงของแอลพูดขึ้น

 

เหมือนว่าตอนนี้ทุกคนในห้องเองก็ตามสถานการณ์ไม่ทัน พวกเขารู้ดีว่ากังทำเรื่องที่ไม่ควรเท่าไหร่ แต่นี่มันก็เรื่องส่วนตัว แถมก็ทำอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวคนที่รู้ก็มีไม่กี่คน ความผิดแบบนี้ไม่น่าจะต้องได้รับบทลงโทษถึงขั้นพักงาน

"พักงานเลยหรอครับ" กรถามต่อในขณะที่กังนั่งนิ่งไปแล้ว

"นั่นดิ่พี่กอล์ฟ อรว่ามันแรงไปมั้ยอ่ะพี่ สองคนนี้แค่.. มีอะไรกัน แต่มันก็ไม่ได้มีอะไรเสียหายนะพี่​ อีกอย่างคนที่รู้เรื่อง​ก็​มีแค่พวกเรา​ เอาจริงๆเมื่อคืนห้องอรไม่ได้ยินด้วยซ้ำ"  อรพูดเสริม

"จริงๆแค่นี้พี่ก็หนักใจแล้วนะ แต่ที่พี่ต้องพักงานกังไม่ใช่แค่เรื่องกร​..  กังรู้จัก​คนชื่อฝ้ายมั้ย"

" รู้จัก​ครับ" " เขาเป็นอะไรกับกัง​ แฟนเก่าหรอ"

" ครับ"  กังตอบ​ ตอนนี้​เขางงไปหมด​ เขาไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆกอล์ฟก็พูดถึงฝ้าย​ ไม่รู้ว่ากอล์ฟรู้จักฝ้ายได้ยังไง

"อืม แล้วกับกรนี่เป็นอะไรกัน" กอล์ฟถามต่อ

 

แม้เมื่อคืนทั้งสองคนจะตกลงขยับสถานะจากเพื่อนมาเป็นแฟนกันอย่างชัดเจนแล้วแต่พอโดนถามด้วยเสียงเรียบ​ ในบรรยากาศ​ที่ชวนอึดอัด​มันก็อยากเหลือเกินที่จะเปิดเผยสถานะจริงๆของพวกเขา​

 

กังได้แต่นั่งใบ้และเหลือบมอง​หน้ากร สีหน้า​ของเขาบ่งบอก​ได้ถึงความรู้สึก​กดดันที่อัดแน่นอยู่ภายใต้​จริงใจ​ กรรู้ว่ากังไม่รู้จะตอบคำถามนี้อย่างไร

 

"เพื่อนครับ.." เป็นกรที่ตอบคำถามนี้

"เพื่อน​.. ดี​ ถ้าเป็น​แค่เพื่อนกันเรื่องมันจะได้ไม่ยุ่งยาก​ เมื่อคืนผู้หญิง​ที่ชื่อฝ้ายทักไลน์พี่มาเขาส่งรูปนี้มา" กอล์ฟไม่พูดเปล่า​ เขายื่นโทรศัพท์​ในมือให้กังดู​ แต่ถึงจะตั้งใจยื่นให้กังดูก็ไม่อาจห้ามสายตาคนอื่นๆไม่ให้ดูภาพนั้นได้​

 

ภาพที่ปรากฏ​บนหน้าจอทำเอาทุกคนที่เห็นภาพรู้สึกใจสั่น​ไปตามๆกัน​ แต่คนที่หนักสุดคงไม่พ้นกัง​ ภาพของเครื่องตรวจครรภ์​ที่มีแถบสีแดง​ขึ้นโชว์อยู่สองขีดแบบนั้นมันทำให้เขาพูดอะไรไม่ออก

 

"เขาบอกพี่ว่าเขาน่าจะท้องกับกัง"

"แต่ฝ้ายมีแฟนอยู่​แล้วนะครับ" กรพูด

"พี่ไม่รู้​ เขาบอกมาแบบนี้​ แล้วเขาก็บอกมาอีกว่าให้พี่มาคุยกับกังว่าให้ติดต่อกลับหาเขาหน่อยเพราะเขาติดต่อกังไม่ได้​ ไม่งั้นเขาจะตามมาหากังที่งาน​ พี่ถึงต้องพักงานกังไปก่อน​ ไปเคลียร์​เรื่องนี้ให้เรียบร้อย​นะกัง​ แล้วเรื่องกร.. กังจัดการ​ชีวิต​ตัวเอง​ก็แล้วกัน"

"ครับ" กังตอบเพียงสั้นๆ

 หลังจากที่ไม่มีเรื่องอะไ​รจะคุยกันต่อกังก็ขอตัวกลับห้อง​เพราะเขาไม่อยากอยู่ในบรรยากาศ​ที่กดดันแบบนี้​ เขากลับมาที่ห้องที่เป็นที่ของเขากับกร​ ความเครียดที่คิดว่าจะลดลงกลับเพิ่มมากขึ้น​เมื่อกังหันไปมองหน้ากร  แม้กรจะไม่พูดอะไรออกมาแต่ดวงตาที่ลดต่ำมองพื้นไม่สบตาเขามันก็แสดงให้เห็นชัดเจนว่ากรก็น่าจะรู้สึกเจ็บปวดไม่ต่างกับเขา

"กร.."

"ทำไมมึงไม่บอกพี่กอล์ฟไปอ่ะว่ามึงไม่ได้เจอฝ้ายมานานแล้ว มึงกับเขาก็ไม่ได้ติดต่อกันมาสักพัก​แล้วไม่ใช่หรอวะ​ แล้วเขาจะท้องกับมึงได้ยังไง"

 "กู​.. ไม่แน่ใจ​อ่ะ" กังตอบพลางกดตาลงหลบสายตาคู่นั้นที่ดูคาดหวัง​ในตัวเขา

 "ไม่แน่ใจ​ ไม่แน่ใจ​อะไรวะ"

"ก่อนที่มึงจะเข้ามาทำงานกับกูอ่ะ​ ฝ้ายเคยมาหากู​ มึงก็เข้าใจใช่ป่ะว่าตอนนั้น​กู​รักเขามากๆอ่ะ​ กู​ กูก็เลยมีอะไรกับเขา​ ฝ้ายบอกกูว่าเขาเลิกกับแฟนแล้วอ่ะ​ ถ้าหลังจากที่มีอะไรกับกูไปแล้วเขาไม่ได้มีอะไรกับใครเลยมันก็เป็นไปได้ว่าเขาอาจจะ​.. ท้องกับกู"

 

คำตอบของกังเลวร้ายไม่ต่างกับการลุกขึ้นมาตบหน้ากร ไม่ต้องคิดถึงวันข้างหน้า​ว่ามันจะเจ็บขนาด​ไหน​เพราะแค่จะผ่านนาทีนี้ไปให้ได้มันก็ยากซะจนเขาไม่อยากจะใช้เวลาที่เหลือต่อไปแล้ว

 

"อ่อ​.. ถ้าเขาท้องจริงๆก็ดีดิ่ ใช่ป่ะ​ มึงรักเขามากอ่ะ​ ถ้าเขากลับมามันก็คงจะดี" กรพูด​ น้ำเสียงเขาเข้มแข็งแต่ดวงตา​คู่นั้นกลับกักเก็บน้ำตา​เอาไว้ไม่อยู่

"ตอนนี้​กูไม่ได้​รักเขาแล้วไง มึงไม่เข้าใจหรอวะ"

 "กูเข้าใจกัง​ แล้วมึงเข้าใจอะไรบ้างอ่ะ​ มึงเข้าใจมั้ยว่ามึงต้องรับผิดชอบ​เขาอ่ะ​ กูแม่ง..  กู​ไม่น่ารู้สึกดีกับมึงเลยว่ะ​"

 "แต่มึงยังอยู่กับกูได้ใช่มั้ยกร" กังพูดพลางยื่นมือไปจับข้อมือเล็กเอาไว้​ ถึงตัวเขาไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความอ่อนแอแต่ในใจของเขามันพังไปหมดแล้วในตอนนี้

"ให้​กู​อยู่​ในฐานะอะไรอีกวะกัง​ พี่เลี้ยงลูกมึงหรอ"

 " กร​.. "

 "ถ้ามึงอยากให้กูทรมาน​ อยากให้กูเป็นบ้า​ กูจะอยู่กับมึงก็ได้​ แต่ถ้ามึงยังมีสติอยู่​มึงช่วยเข้าใจด้วยว่ากูรับเรื่องนี้ไม่ไหว​ .. จริงๆที่กูคิด​ตอนแรก​มันก็ถูกอยู่แล้ว​ กูไม่น่าพาตัวเอง​เข้ามาอยู่ในชีวิตมึงเลย"

 "มึงคิดอะไร"

"มึงรักฝ้าย​ และไม่เคย​เลิกรัก​เขาเลย​"

 "กูไม่ได้​รักเขาแล้ว!  เรื่องนี้มันเกิดขึ้นก่อนที่กูกับมึงจะมีอะไรกันอีก​ พอมีมึงกูก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาแล้วไง  ที่ฝ้ายบอกว่าติดต่อ​กูไม่ได้อ่ะก็เพราะกูบล็อก​ไลน์​เขา​ กูเลือกมึงไงกร" กังพูด​

 

แม้ว่าตอนนี้​เขาจะกลับมาเป็นกังที่เจ้าอารมณ์​หงุดหงิด​ง่าย​เหมือนเคยแต่เขาก็ไม่กล้าจะโวยวาย​เสียงดัง​เหมือนแต่ก่อน​ เพราะ​มองดูกรตอนนี้​ก็ดูจะบอบช้ำ​มากพอแล้ว กังยกมือขึ้นจับแก้มเนียนเอาไว้เบาๆก่อนใช้ปลายนิ้วหัวแม่มือ​ปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มนั้นช้าๆ​ แต่แล้วมือของเขาก็ถูกปัดออก​

 

กรก้มหน้าลงพร้อมสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดก่อนจะพูดบ้างอย่างที่สะเทือน​ความรู้สึก​ของพวกเขา​ทั้งสอง​ออกมา

 

 "มึงเลิกยุ่ง​กับ​กู​เถอะ​นะกัง​ กู​สู้ไม่ไหวจริงๆ​ ถ้าวันนี้​มีแค่ฝ้ายกูจะสู้นะแต่เขามีลูก​ของมึงอยู่กับเขา​ กูไม่รู้​ว่า​กูจะสู้ยังไง​ กู​มองไม่เห็นทางไหน​ที่กูจะชนะเลยกัง​ ขอโทษ​นะ​ แต่มึงปล่อยกูไปเถอะ" กรพูดโดย​ไม่​สบตา​กัง​ น้ำตาก็ยังคงไหลอยู่แบบนั้น

 

กังตอบกรได้เพียงแค่ความเงียบ มีเพียงความเงียบเท่านั้นที่สื่อสารระหว่างพวกเขา​ แม้ใจกังอยากจะเอาแต่ใจ​และบังคับ​ให้กรอยู่กับเขาอย่างที่เคยทำแต่เขาก็รู้ดีว่าในตอนนี้​เขาไม่สามารถ​ทำแบบนั้นได้อีกแล้ว เมื่อ​คิดภาพตามที่สิ่งจะเกิดขึ้น​ในวันข้างหน้า​ภาพของครอบครัว​ของเขาที่กำลังจะ​เกิดขึ้น​กับฝ้าย​ แค่คิดว่ากรต้องเป็นเพื่อนกับพวกเขากรก็น่าจะ​เจ็ดปวดมากพอแล้ว​ และถ้าเขายังดึงดัน​จะให้กรอยู่ในสถานะที่เขาอยากได้นั่นมีแต่จะเหยียบย่ำ​ความรู้สึก​กรให้แหลก​ไปเรื่อยๆ

 

คิดแบบนั้​น​แล้วจู่ๆน้ำตาของเขา​ก็ไหลออกมา​ ความทรมานนี้มันอยากที่จะรับไว้​ ทรมานมากที่เห็นกรร้องไห้อยู่ตรงหน้าแต่กลับดึงมากอดไว้ไม่ได้​ อยากจะปลอบ​ อยากจะพูดดีๆด้วย​ อยากทำอะไรก็ตามที่จะทำให้กรรู้สึก​ดี​ขึ้น​ แต่ก็รู้ดีว่าถ้าเขาทำสิ่งเหล่านั้นในตอนนี้มันจะยิ่งทำให้กรเจ็บหนักกว่าเดิม..

 

.............

 

 สัปดาห์​ต่อมา..

 

 มหาวิทยาลัย​ , siit เหนือ​ นีออน

 "เหนือออ​ มึงทำใบงานเสร็จยังอ่ะ" เสียงกวนแกมอ้อนดังไล่มาจากทางหลังห้องไม่นาน

 

เจ้าของเสียงก็เดินมาหยุดตรงที่โต๊ะเลคเชอร์​ที่เหนือฟุบหน้าหลับอยู่​ ใต้แขนที่ใช้หนุนหัวมีใบงานที่นีออนกำลังต้องการ​ต้นฉบับถูกทับอยู่​ มองผ่านๆก็เห็นว่าเหนือเขียนคำตอบลงในช่องว่างแล้วเดาได้ไม่ยากว่าเหนือน่าจะทำใบงานนี้เสร็จ​เรียบร้อย​แล้ว นีออนไม่อยากจะปลุกให้เหนือตื่นเพราะเวลาโดนกวนให้ตื่นทีไรเหนือก็จะเกรี้ยวกราด​ใส่ทุกที​ เขาจึงค่อยๆดึงใบงานอย่างเบามือและไม่ทำให้เหนือรู้สึกตัว​ เมื่อได้ใบงานมาครองไว้เขาก็เดินไปนั่งที่โต๊ะเลคเชอร์​ที่อยู่ถัดจากเหนือ

 

"เหนือ​.." ขณะที่นีออนนั่งลอกใบงานอยู่ก็มีเสียงของใครสักคนที่คุ้นหูเอ่ยเรียกชื่อเหนือ​ เขาหันหน้า​มองก็เห็นเพื่อนนักศึกษา​ตัวขาวมาดคุณหนูยืนก้มหน้า​มองคนที่หลับอยู่มือเล็กๆก็วางบนหัวไหล่ของเหนือเหมือนต้องการ​จะปลุก​ให้ตื่น

 

"อ้าวไอ้มอร์  มีไรวะ​ เรียก​ไอ้เหนือทำไมอ่ะ" นีออนถาม

"เหนือ​บอกให้มาเอาใบงาน..  อ่อ​ ลอกอยู่หรอ" มอร์ตอบ

"เออ​ มึงจะลอกหรอ​ มาดิ่ๆมานั่งข้างๆกูนี่"

"ป่าวๆ​ ใบงานของกูอ่ะ​ เหนือมันยืมมา"

 "อ๋อ​ อันนี้​ป่ะของมึง​ กูก็ว่าลายมือมันสวยจัง"

"ใช่ๆ​ มึงลอกก่อนก็ได้ฝากส่งด้วยแล้วกันนะ" มอร์ตอบพร้อมฉีกยิ้มให้ก่อนจะก้าวเท้าหวังจะเดินไปนั่งที่โต๊ะเลคเชอร์​แถวหน้าที่ประจำของเขา

 

แต่ยังไม่ทันจะเดินไปถึงไหนมอร์ก็ต้องหยุดเดินเพราะเสื้อช็อปของเขาถูกอะไรบางอย่างรั้งเอาไว้​ เขาหันมองก่อนจะเห็นเหนือเงยหน้าขึ้นมามองเขาสภาพหน้าแบบคนเพิ่งตื่นนอนแว่นบิดเบี้ยว​ไม่ค่อยเข้าที่​แก้มมีรอยยับของผ้าปรากฏ​ให้เห็​น​ และสิ่งที่รั้งเสื้อของเขาเอาไว้ก็คือมือของเหนือ

 

 "มึงจะไปกินข้าวกลางวัน​ตอนไหน" เหนือ​เอ่ยถามพลางยกมือขึ้น​มาปิดปากแล้วหาวออกมาอย่างคนไม่หายง่วงดี

 "นี่เดี๋ยว​ก็​จะไปแล้วเนี่ย​ ทำไมอ่ะ​ จะฝากซื้ออะไร"

"ป่าว​ กู​จะไปด้วย"

"อ่อ​ ไปสิ่"

"กู​ไปด้ว​ยดิ่"  นีออนพูดขึ้นมาพร้อมทั้งลุกขึ้น​เตรียม​พร้อม​จะตามสองคนลงไปที่โรงอาหาร แต่ก็ถูก​มือของเหนือกดที่ไหล่ให้นั่งลงอีกครั้ง​

 

นี่เป็นอีกครั้งแล้วที่เหนือพยายามจะห้ามไม่ให้เขาตามไปไหนมาไหนด้วย​ ก็พอจะเข้าใจแหละว่าเหนือรำคาญที่เขาชอบพูดมาก​ ชอบกวนประสาท​แต่พักหลัง​ๆเท่ามี่สังเกต​มาเหนือจะเป็นแบบนี้เฉพาะ​ตอนที่จะไปไหนแบบที่มีมอร์ไปด้วยเท่านั้น ไม่รู้ว่าสองคนนี้ไปสนิทกันตั้งแต่​เมื่อไหร่​แต่ช่วงนี้ก็ดูจะ​สนิทสนม​กัน​แปลกๆทั้งๆที่​ไลฟ์สไตล์​ก็​โคตร​จะไม่เข้ากัน​ ไม่รู้​ว่าคนแบบมอร์มาสนิทกับคนแบบเหนือได้ยังไง..

 

"มึงยังทำงานไม่เสร็จ​เลยไม่ใช่หรอวะ​ อยู่​นี่แหละ​ เดี๋ยว​กู​ซื้ออะไรมาให้กิน" เหนือ​พูด

"กู​อยาก​ไป​กินที่โรงอาหาร​อ่ะ​ เดี๋ยว​กู​ถือใบงานลงไปด้วยก็ได้"

"เดี๋ยว​ก็เลอะหรอก"

 "เอาหนังสือ​รองสิ่ไอ้ฟายยย"

"อ่าๆ​ แล้วแต่มึงอ่ะ​ จะไปก็ไป"

 "ก็แค่นั้น​แหละ"  นีออนยิ้มอย่างผู้​ได้รับชัยชนะ​

 

เขาลุกจากโต๊ะเลคเชอร์​และ​เดินตามเหนือกับมอร์ลงไปที่โรงอาหารใต้ตึกคณะ​ ระหว่าง​ทางนีออนไม่ละสายตา​จากสองคนที่เดินนำหน้า​ พวกเขาเดินห่างกันเกินกว่า​จะได้ยินว่าเหนือกับมอร์พูดอะไรกันบ้างแต่เขาก็มองเห็นได้ชัดเจนว่าเหนือหัวเราะออกมาอยู่​บ่อยครั้งตอนคุยกับมอร์ เมื่อ​มาถึงโรงอาหาร​พวกเขาเดินมาจองโต๊ะ​ที่ว่างอยู่​

 

นีออนถูก​เลือก​ให้​เป็นคนนั่งเฝ้าโต๊ะไปแบบปฎิเส​ธ​ไม่ได้​ เขายอมนั่งรอที่โต๊ะ​ มือก็เขียนใบงานที่ทำค้างเอาไว้แต่ตาก็มองตัวอักษร​สลับกับมองเพื่อนสอง​คน​ของเขาอยู่แบบนั้​น​

 

ไลน์​!

 

สติ​ของนีออนถูก​เรียก​กลับมาเพราะเสียงไลน์ของเขาดังแจ้งเตือนขึ้น​ ตากลมเลื่อนมามองที่หน้าจอ​ .. สิ่งที่ทำให้​เหนือเปลี่ยนไป​อาจจะเป็นสิ่งนี้ก็ได้​ นีออนนึกถึงคืนหลังจากกลับมาจากค่ายค้างแรมเมื่อสัป​ดาห์ก่อน​ คืนที่อยู่​ดีๆเหนือก็พูดอะ​ไร​แปลกๆกับเขา​ คำพูด​ในเชิงถามลองเชิงว่าหากเหนือ​เกิดชอบเขาขึ้นมาเขาจะรู้สึก​ยังไง​ ตอนนั้นเขาตอบปัดเหนือไปแบบติดตลกและรีบเปลี่ยน​เรื่องคุย​ เพราะ​ตัวเขาเองไม่พร้อม​จะเปลี่ยนแปลงสถานะ​ เพราะสถานะของเขามีคนคนหนึ่งที่จับจองไว้อยู่​แล้ว

 

มือเรียวหยิบโทรศัพท์​มือถือ​ขึ้นมากดเปิดอ่านข้อความ​ที่เพิ่งแจ้งเตือนเมื่อครู่​ ข้อความ​จากไลน์​ที่ตัวเขาเซฟชื่อเอาไว้ว่า​ 'คุณแฟน'​ นีออนตอบกลับ​ข้อความ​นั้นและวางโทรศัพท์​ลงที่เดิม

 

ความรู้สึก​ที่นีออนรู้สึกอยู่เขาไม่แน่ใจ​ว่ามันคืออะไ​ร​มันเหมือนกับเขาหวงเพื่อน​ ไม่ชอบให้เหนือไปสนิทกับใคร​ แต่เขาก็ไม่ได้หวง​ เพราะถ้าเหนือจะไปคุยกับเพื่อนคนอื่นๆในห้องเขาก็ไม่เห็นจะรู้สึก​อะไร​ ที่สังเกตตัวเองมาเขาจะมีความรู้สึก​หวงแปลก​ๆแค่ตอนที่เหนือเข้าใจมอร์..

 

..............

 

 ที่ร้านอาหาร​แห่ง​หนึ่ง​ใน​ห้างย่านปิ่นเกล้า​ใกล้กับคอนโดของกัง​ ชายใบหน้าคมนั่งรอเวลาให้คนที่เขานัดเอาไว้มาถึงตามเวลา​ แต่นี้มันก็สายไปเกือบครึ่งชั่วโมง​แล้ว.. คนที่นัดเอาไว้ก็ยังมาไม่ถึง

 

แต่รออีกไม่นานหลังจากที่คนรอถอดใจและคิดว่าถ้าอีกสิบนาทีคนที่นัดไว้ยังมาไม่ถึ​ง​เขาจะลุกออกจาก​ร้าน​นี้แล้ว​ แต่เมื่อสิ้นความคิดนั้นชายร่างเล็กที่เขานัดเอาไว้ก็เดินทางมาถึง

 

"ขอโทษ​ทีนะมาร์ค​ รอนานเลยดิ่"  กรเอ่ยพลางก้มหน้านิดๆแทนการขอโทษ

 "ไม่เป็นไร​ครับ​พี่​ ผมคิดว่าพี่จะไม่มาแล้ว​นะ​เนี่ย​ เมื่อกี้ว่าจะกลับบ้านแล้วด้วย"

"กูตื่นสายอ่ะ​ เมื่อคืน..  นอนไม่หลับ​เลย​อ่ะ"

"ยังไม่หายเศร้า​อีกหรอครับพี่"

 "อืม" ใช่​ .. กรเล่าทุกอย่างให้มาร์คฟังหมดแล้ว​ เล่าถึงความสัมพันธ์​ของเขากับกัง​ เล่าถึงความเจ็บ​ปวด​ทีืตัวเขาเผชิญ​

 

มันดูเห็นแก่ตัว​มาก​ที่เขาดึงมาร์คเข้ามาเป็นที่ปรึกษา​โดย​ที่เขาก็รู้ว่ามาร์​คคิดกับเขายังไง​ แต่ช่วงเวลา​ที่​ผ่านมา​เขาต้องย้ายออกจากห้องกังกลับมาอยู่ที่บ้านของตัวเองโดยที่ยังต้องแบกความเจ็บปวดเล่านั้นเอาไว้ในใจตลอดเวลามันหนักมากสำหรับ​เขาจริงๆ มันหนักจนอยากจะหาใครสัก​คน​เขามาช่วยปลอบใจ​เขาและช่วงเวลา​ที่ทรมาน​ที่สุด​คนแรกที่เขาคิดถึงรองจากกังก็คือมาร์ค

 

"ผมดีใจนะที่พี่ยอมออกมากินข้าวกับผมอ่ะ​ อยู่​แต่บ้านแบบนั้นมันจะทำให้พี่ฟุ้งซ่าน​นะครับ​ ออกมาเจออะไรใหม่ๆบ้างเนอะ" มาร์ค​พูด​ สายตา​คู่​คมที่มองมามีแต่ความเป็​น​ห่วงแฝงอยู่เต็มไปหมด​ เป็น​สายตาที่ทำให้กรยอมเห็นแก่ตัว​ เขาอยากมองสายตาที่ปลอบประโลม​เขาแม้นี่จะเป็นการทำร้ายความรู้สึก​มาร์ก็ตาม

 

"อืม​ อยู่​บ้านแม่งฟุ้งซ่าน​จริงๆ​อ่ะ​ แล้วนี่จะไปไหนต่อหรอ​ มีแพลนว่าจะทำอะไร​บ้างอ่ะวันนี้​ สมองกูตื้อๆหน่อยนะช่วงนี้​ มึงคิดเลยแล้วกันว่าอยากทำอะไรบ้าง"

 "พี่​กิน​ข้าวก่อนมั้ยอ่ะ เวลาอิ่มๆเราจะไม่เครียดนะพี่​ แล้วเดี๋ยว​กินข้าวเสร็จ​เราไปดูหนังกัน​ พี่ชอบดูหนังนี่ ใช่มั้ย"

 " อืม​.. จำเก่งจัง" มาร์ค​ยิ้มตอบเขาเพียงเท่านั้น​ กรเองก็ยิ้มรับ

 

 ถ้าเขาสามารถ​ตัดใจจากกังได้แล้วเปลี่ยนไป​รู้​สึกดีกับมาร์คได้ง่ายๆก็คงดี​ มันคงจะไม่ต้อง​ทรมาน​ ไม่ต้องนอนร้องไห้​จนหลับไปแบบที่ผ่านมาทุกคืน​..

 

กรสั่งข้าวมากินเป็นมือแรกของวันอย่างที่มาร์คแนะนำ​ พอท้องอิ่มสมองมันก็เครียดน้อยลงหน่อยๆอย่างที่มาร์คบอกจริงๆ​ ยิ่งได้ของหวานอย่างไอติม​แท่งสีสวยที่มาร์คซื้อให้ก็ยิ่งทำให้ความเครียดที่สะสมมาค่อยๆเบาบางลง

 

ทั้งคู่​เดินมาจองตั๋ว​หนังเรื่องที่อยากดูเอาไว้ก่อน​ แต่กว่าหนังจะฉายก็อีกครึ่งชั่วโมง​ทำให้ตอนนี้พวกเขามีเวลาว่างพอให้เดินเล่นกันอีกสักพัก​ และมาร์ค​ก็ดูจะเป็นคนที่คู่ควร​กับตำแหน่ง​สุดยอด​ที่ปรึกษา​เพราะตั้งแต่ออกจากร้านอาหารมามาร์ค​ก็ทำให้กรหัวเราะได้นับครั้งไม่ถ้วน

 

คงเพราะนิสัยเด็กๆที่ขัดกับหน้าตาดุๆเข้มๆของมาร์คที่ช่วยเสริมให้เรื่องปกติอย่างการเล่นตู้​คีบตุ๊กตา​การเป็นเรื่องที่ดูน่ารักเป็นพิเศษ​ และก็เพราะความเอาจริง​เอา​จัง​ทำให้มาร์คสามารถ​คีบตุ๊กตา​รูปหมาตัวประมาณ​ฝ่ามือให้กรได้​ แม้จะเสียเงินไปเป็นหลายร้อยก็เถอะ

 

"กูว่าเงินที่มึงเสียไปนี่มากกว่าราคาไอ้ตุ๊กตา​นี่อีกนะ​ ตัวแค่นี้สำเพ็ง​ไม่เกิน​ 150 นี่เสียไปเกือบ​ 300 ฮ่าๆ" กรพูดระหว่าง​เดินออกจากโซนเกมส์​ มือเล็กก็หยิบตุ๊กตา​หมาตัวน้อยขึ้นมาดูแล้วก็ยิ้มไม่หุบ

"150​ มันซื้อรอยยิ้ม​แบบนี้ไม่ได้อ่ะดิ่พี่" มาร์คตอบพร้อมส่งยิ้มให้กร กรรู้ดีว่ามาร์​คต้องการจะบอกอะไรเขา​

 

ปฎิเส​ธ​ไม่ได้เลยว่าตอนนี้​เขามีความสุข​มาก​ๆ​ เขาชอบทุกท่าทีที่มาร์คแสดงออกต่อเขา​ ชอบทุกครั้งที่เห็นมาร์คหัวเราะออกมาแบบไม่ห่วงหล่อทั้งๆที่ปกติมาร์คเป็นคนไม่ค่อยยิ้มด้วยซ้ำ​ เพราะ​รู้สึก​มีความสุข​กับ​มาร์ค​จึงทำให้กรเลือกที่จะปล่อยให้มาร์คจับมือเขาอยู่​บ่อยครั้ง​ ทั้งๆที่ก็ดูออก​ว่ามาร์คไม่ได้เผลอแต่ตั้งใจ​จะจับมือเขาจริงๆ

 

แต่เหมือน​ว่าช่วงเวลา​แห่งความสุข​มันมักจะอยู่ได้ไม่นาน​ กรคิดเอาไว้แล้วว่าไม่อยากมาห้างนี้เพราะมันอยู่​ใกล้คอนโดของกัง​ แค่คิดเล่นๆว่ากลัวจะเจอกังที่นี่​ ไม่คิดว่าไอ้ความกลัวของเขามันจะเกิดขึ้น​จริง​ เขาเจอกัง​ และฝ้าย..

 

ทั้งสองคนนั้นเดินข้างกันมาแขนของกังถูกฝ้ายคล้องเอาไว้อย่างแสดงความเป็นเจ้าของ​ สองคนดูรักกันดี​ ดูเหมาะสม​ รอยยิ้ม​ของกังก็ช่วยทำให้กรพอเข้าใจได้แล้วว่ามันถูกต้อง​แล้วที่เขาต้องถอยห่างออกมา​ แต่ถึงจะเข้าใจแบบนั้​น​ก็ไม่ได้หมายความ​ว่าเขาจะทำใจได้

 

กรบีบมาร์คที่กุมมือเขาอยู่แน่น​ แน่นจนมาร์​ครู้สึก​ได้ถึงความผิดปกติ​ คนตัวสูงหันมามองกรก่อนจะเห็นกรจ้องมองอะไรบางอย่าง​อยู่​ สีหน้าของกรก็ดูไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่​นัก​ มาร์คสังเกตเห็น​ว่าดวงตาใสเริ่มจะมีน้ำตาขังอยู่ในนั้น​ เมื่อมองตามไปทางที่กรมองไปมาร์คก็เข้าใจได้ทันทีว่ากรเป็นอะไร

 

 "ไหวป่าวพี่กร" "หึ .. ไม่ไหวอ่ะ"

 

"ไปจากตรงนี้​มั้ยครับ" มาร์คพูด​ก่อนจะก้าวเท้าเดินมายืนตรงหน้าเขา​ ส่วนสูง​ของมาร์คมากพอที่บดบังภาพที่เขาไม่อยากเห็นได้

"กูไม่อยากดูหนังแล้วว่ะ​ กูอยากกลั​บ​บ้าน​แล้ว​อ่ะ"

"เดี๋ยว​ผมไปส่งพี่แล้วกัน​นะ​ครับ"

"อืม.." หลัง​จากที่กรตอบตกลงมาร์คก็พาเขาเดินห่างออกมาจากจุดที่เจอกังและฝ้าย​ ..

 

บนรถของมาร์คมีเพียงความเงียบสงบ​ที่คั่นกลาง​ระหว่าง​พวกเขา​ ระหว่างขับรถมาร์คเองก็คอยเหลือบมองกรอยู่บ่อยครั้ง​ แม้ว่ากรจะไม่ได้ร้องไ​ห้ออกมาให้เห็นแต่การนั่งนิ่งๆเหม่อ​ๆนี่มันก็บอกได้ชัดเจน​แล้ว​ว่ากรมีเรื่องไม่สบายใจ​ให้คิดอยู่เต็มหัว ระยะทางจากห้างมาที่บ้านของกรมันก็ไม่ไกลมาก

 

 อีกไม่กี่นาทีก็ถึงบ้านกรแล้ว​ แต่มาร์ครู้สึก​ว่าเขายังอยากจะปล่อยให้กรกลับเข้าบ้าน​ เขารู้ดีว่ากรกำลังเศร้าถ้ากลับเข้าบ้านไปก็คงรีบปรี่ขึ้น​ห้อง​ไปนอนร้องไห้​คนเดียว​ เขารู้​ว่ากรอยากจะร้องระบายออกมาเต็มทีแล้ว​ เขารู้​ .. แต่ถึงจะรู้​เขาก็ยังไม่อยากปล่อยให้กรไป​ เขาอยากนั่งอยู่​ข้างๆกรในตอนที่กรเจ็บจนทนไม่ไหว

 

เวลาเหลือ​น้อยเต็มที​ อีกไม่นานก็ถึงบ้านของกรแล้ว​ มาร์คอยากจะจอดรถแล้วใช้เวลาอยู่กับกรต่ออีกสักพัก​ และเหมือนว่าวันนี้​พระเจ้า​จะรักเขาเพราะอยู่ๆกรก็ปล่อยโฮออกมาจนเขาเกือบจะทำอะไรไม่ถูก มาร์คขับรถ​ช้าลงและค่อยๆเบี่ยงไปหาที่จอดรถริมฟุตบาท

 

 "พี่กร​"

"........" ไม่มีการตอบกลับ​ใดๆ​ สิ่งที่มาร์คได้มีเพียงเสียงสะอื้นของกรก็เท่านั้น​

 

กรร้องไห้​ออกมาแบบไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆ​ มาร์คจึงเลือกที่จะไม่ส่งกรที่บ้านในเวลานี้​ เขาออกรถเลยซอยบ้านกรไปตรงไปตามทางเรื่อยๆดวงตาคมก็คอยกวาดตามองข้างทาง​เพื่อจะหาทีที่เหมาะกับ​การ​พักรถ​ แต่ถนนทั้งเส้นนี้มันไม่มีปั้มน้ำมัน​หรือจุดพักรถเลย

 

ที่เดียว​ที่มาร์คพอจะคิดว่าเหมาะก็มีแค่ห้องพักรายวันข้างถนนใหญ่​ที่มีป้ายโชว์หราว่า​ 'บริการ​ห้องพัก​รายวัน​'เขารู้ว่ามันดูจะแปลกหน่อยๆที่เขาจะพากรมาที่แบบนี้กันสองต่อสอง​ แต่เวลาตัดสินใจ​มันมีไม่มากนัก​ รู้ตัวอีกที​เขาก็เลี้ยวรถเข้ามาในสถานที่นี้แล้ว

 

เมื่อมาถึงก็มีพนักงาน​ชายตัวเล็กๆลุกขึ้นมาโบกมือนำทางเขาให้ขับรถไปจอดรถที่หน้าห้อง​ เมื่อรถจอดสนิทพนักงานก็รูดม่านสีเขียวผืนใหญ่ปิดท้ายรถของเขาเพื่อบดบังท้ายทะเบียน​รถของเขา​ ความมืดและเสียงรูดม่านเมื่อครู่ทำให้กรกลับมามีสติอีกครั้ง

 

 เขาเงยหน้ามองมาร์ค​ตอนนี้​ใจเขาไหวแปลกๆ​ เขารู้ว่าตัวเองต้องรู้​สึกอะไรที่จู่ๆก็โดนลากเข้าโรงแรม​ม่านรูด​แบบนี้​ และก็ไม่รู้​ว่าจะต้องรู้สึก​ยังไงกับมาร์ค

 

"ไอ้มาร์ค.."

 "ใจเย็น​นะพี่​ ผมไม่ได้จะทำอะไร​พี่นะ​ ผมแค่คิดว่าพี่ยังไม่ควรเข้าบ้านตอนนี้อ่ะ​ ผมขอโทษ​นะพี่​ ถ้าพี่ไม่ชอบที่นี่​ให้ผมกลับไปส่งพี่ที่บ้านมั้ยครับ" มาร์ค​อธิบาย​ ซึ่ง​มันก็ช่วยให้กรใจชื้น​ขึ้น​มา​ได้เยอะ​ เพราะเขาดูออกว่ามาร์คมีเจตนา​ดีตามที่พูดจริ​งๆ

 "ไม่เป็นไรอ่ะ​  อยู่​ที่​นี่ก่อนก็ได้​ ดีเหมือนกัน​จะได้ไม่ต้องร้องไห้​คนเดียว​" กรตอบ

 

ก๊อก​ ก๊อก

 

"พี่กรหันหน้า​ไป​ทาง​นู้น​ก่อนก็ได้ครับ" มาร์ค​พูดเมื่อพนักงานเดินมาเคาะหน้าต่างรถเขา​ ไม่พูดเปล่ามาร์คขยับตัวมาบังร่างของกรเอาไว้เพื่อไม่ให้พนักงานมองเห็นหน้ากรก่อนจะกดกระจกลงเพื่อคุยกับพนักงาน

 "สวัสดี​ครับ​ผม​ ชั่วคราวหรือค้างคืนครับ" พนักงาน​ถาม

"ชั่วคราว​ครับ"

 "กี่ชั่วโมง​ครับ"

 "ขั้นต่ำ​กี่ชั่วโมง​อ่ะครับ"

 "สามครับผม"

 "อ่า​.. สามชั่วโมง​ครับ" มาร์คตอบ

"ได้​ครับ​ เดี๋ยว​เข้าไปนั่งรอในห้องเลยก็ได้นะครับ ประมาณ​หนึ่งนาทีไฟฟ้าในห้องจะสามารถใช้งานได้นะครั​บ​ สิบห้านาทีก่อนหมดเวลาทางพนักงานจะโทรเข้ามาที่ห้องถ้าต้องการ​ต่อเวลา​ก็สามารถ​แจ้งนะครับ"

 " ครับ​ ขอบคุณ​มากครับ" มาร์คดูน่าขำชอบกล​ เขาดูไม่เหมาะกับที่นี่​ ดูประหม่าไม่น้อยเวลาคุยกับพนักงาน​

 

 เมื่อพนักงานพูดรายละเอียด​และเก็บค่าบริการ​เสร็จ​เรียบร้อยก็พอดีกันกับที่ไฟฟ้าในห้องสามารใช้งานได้พอดี ทั้งคู่​ลงจากรถก่อนจะพากันเดินเข้าไปในห้อง ห้องนี่หน้าตา​มันก็ดูรับแขกดีมากๆ​ มีเตียงนุ่ม​ๆขนาดไม่ใหญ่มากเหมาะสำหรับ​การนอนสองคน​ มีห้องน้ำ​ใน​ตัว​ เครื่องปรับอากาศ​และโทรทัศน์​ก็มีให้บริการ​พร้อม

 

"เตียงมันเล็กไปหน่อยเนอะ.."  มาร์คเดินเข้ามานั่งบนเตียงและพูด​ ตาก็มองดูรอบๆห้องอย่างคนสนอกสนใจ​ ดูออกเลยว่ามาร์คไม่เคยมาสถานที่แบบนี้

"อื้ม​ ปกติ​เขาก็ไม่ได้เปิดห้องไว้นอนหลับ​พักผ่อน​กันอยู่แล้ว"

"เออว่ะ​ .. พี่มานั่งเตียงดิ่​ เดี๋ยว​ผมไปนั่งโซฟาเอง"

"ไม่เป็นไร​อ่ะ​ มึงนั่งเถอะ" กรพูดก่อนจะหย่อนก้นลงนั่งบนโซฟาหนัง​ที่อยูใกล้ๆเตียงนอน ทั้งคู่ไม่ได้​คุยอะไรกันต่อ​ สิ่งที่มาร์คทำได้ก็มีเพียงแค่นั่งมองกรอย่างเป็นห่วง​ เขาไม่กล้าจะถา​มอะไร​เพราะกลัวว่าถ้าถามอะไ​รออกไปตอนนี้อาจจะทำให้กรต้องนึกถึงเรื่องที่ทำให้เจ็บปวด​ แบบนั้นอาจจะยิ่งทำให้กรเจ็บปวดมากกว่าเดิม

 

แต่ดูเหมือนว่าความเจ็บ​ปวด​ที่​กรมีมันไม่รอให้ใครมาสะกิดเพราะเพียงไม่นานหลังความเงียบในห้องก็ถูกแทนที่ด้วยเสียงสูดน้ำมูก​ กรยกมือขึ้นมาปิดหน้าเอาไว้แต่ก็ไม่สามารถ​จะ​ปกปิดความอ่อนแอ​ของเขาได้เลย​

 

 กรร้องไห้​หนักขึ้นเรื่อยๆและก็ดูไม่มีท่าทีว่าจะสงบลงง่ายๆ​ มาร์คทนนั่งดูแบบนี้โดยไม่ทำอะไรไม่ได้จริงๆ​ เขาตัดสินใจลุกจากเตียงและเดินไปนั่งบนโซฟาชิดกับร่างของกร เขาเอื้อม​มือจับมือเล็กๆนั้นมากุมเอาไว้​ เมื่อไร้ซึ่งมือเล็กที่ปกปิดใบหน้าก็เห็นหยดน้ำตาใสๆนั้นไหลอาบหน้า​

 

 "ยังไงก็มีผมนะพี่.." มาร์คพูด​พร้อมใช้มืออีกข้างหนึ่งที่ว่างเอื้อม​ไปประครองแก้มเนียนเบาๆ มาร์คใช้นิ้วมือปาดหยดน้ำตาบนผิวแก้มของกรออกอย่างเบามือ​

 

สัมผัส​ของมาร์คช่างต่างกับกังเหลือเกิน​ ทั้งสายตา​ทั้งน้ำเสียง​ และการสัมผัสร่างกายเขาอย่างถนอมนี่ทำให้หัวใจอ่อนแอเริ่มอ่อนไหว​ไปกับคนตรงหน้า

 

"......" สถานการณ์​แบบนี้กรพูดอะไร​ไม่ออกจริงๆ​

 

ไม่รู้​ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่​ที่ตัวเขากลายเป็น​ฝ่ายเลื่อนมือมาจับเบาๆที่หน้าของมาร์ค​ และก็ไม่รู้​ว่าตอนไหนที่มาร์คขยับหน้าหล่อๆเข้ามาใกล้เขา​ รู้​ตัวอีกทีเขาก็รู้สึกได้ถึงลมหายใจ​ร้อนๆของมาร์คที่ตกกระทบโดนริมฝีปาก​ของเขา

 

กรหลับตาลงเมื่อมาร์ค​เข้ามาใกล้เกิน​ ยิ่งเห็นหน้าที่หล่อขนาดนั้นใจยิ่งสั่น​ แต่เหมือนว่าการหลับตา​ลงนั้นจะดูเหมือน​การเชื้อเชิญ​ให้มาร์คทำในสิ่งที่ไม่ควรกับเขา​ แม้ไม่ได้​ลืมตามองกรรู้ดีว่าตอนนี้กำลังจูบเขาอยู่​ กรปฏิเสธ​ไม่ได้​ว่า​เขารู้สึก​ดีกับจูบนี้มากๆ​ มากซะจนเขาตอบสนอง​จูบนี้ไปทั้งๆที่รู้ว่าไม่ควร​ มาร์ค​ก็ดูจะรอเวลานี้มานานเพราะเพียงแค่​วินาที​แรกที่ริมฝีปาก​ของเขาสัมผัส​กันมาร์คก็บีบมือกรแรงขึ้นแสดงออกถึงความตื่นเต้น​ที่มี

 

จูบ​ของมาร์คดู​ไม่ได้เชี่ยวชาญ​อะไรแต่ก็ทำให้กรรู้สึก​ดีไม่น้อย​ กรชอบที่เขาได้ลิ้มรส​ชาติ​ริมฝีปาก​ของอีกฝ่ายมากกว่า​การถูกบดริมฝีปาก​จนได้ลิ้มรสแค่คาวเลือด​แบบที่กังมอบให้เขา​ เขาชอบที่มาร์คเลียริมฝีปาก​เขาเบาๆแบบนั้น​ เขาชอบ​ .. ชอบทุกอย่าง​ที่มาร์คทำ แต่เขาไม่ได้​ชอบมาร์ค

 

หน้าของกังตามมาหลอกหลอน​ในหัวกรตลอดเวลา​ถึงจะจูบกับมาร์คเขาก็ได้ยินเสียงลมหายใจ​ของกังก้องอยู่ในหูเขาอยู่ดี  และเมื่อภาพกังชัดขึ้น​ก็ทำให้​กรลืมตาขึ้นและผลักร่างของมาร์คออกห่างจากตัวเขาเต็มแรง​จนมาร์คผละตัวไปพิงพนักของโซฟา

 

 "กู​ .. ขอโทษ​ มึงเจ็บป่าว" กรเอ่ยถาม

 "ไม่เป็นไร​ครับ"

"กู​อยากกลับบ้าน​แล้วอ่ะ"

 "พี่ไม่ได้​อยากกลับหรอกผมรู้  อยู่​ที่นี่ต่อจนหมดเวลาเถอะครับ​ เดี๋ยว​ผมไปนอนที่เตียงก็ได้​ ขอโทษ​นะ​พี่​ ถ้าทำให้​พี่อึดอัดอ่ะ"

 "กู..  ขอโทษ​นะ​ ถ้าทำให้​มึง​รู้​สึกแย่อ่ะ"

 

มาร์ค​ไม่ตอบอะไร​เขาเพียงแค่พยักหน้าเบาๆก่อนจะเดินกลับไปทิ้งร่างลงที่เตียง​ และไม่ได้​คิดที่จะทำอะไร​ที่เป็นการล่วงเกินกรอีกเลย..

 

 ...............

 

วันเวลาเดินต่ออย่างช้าๆนี่ก็เข้าสัปดาห์​ที่สองแล้วที่กังถู​กพักงานไป​ และตลอดสองสัปดาห์​นี้ที่กังและกรไม่ได้ติดต่อ​กันก็เป็​น​โอกาส​เหมาะที่ความสัมพั​น​ธ์ของพวกเขา​จะสั่นคลอน​ เพราะฝ้ายขอย้ายเข้ามาอยู่​กับ​กังที่ห้อง​ และมันก็อยากเหลือเกินที่จะปฏิเสธ​ ถ้าตอนนี้มีเพียงฝ้ายกังก็ตัดไล่ฝ้ายออกจากชีวิต​เขาไปแล้ว​ แต่เขาไม่สามารถ​ทำได้อีกแล้ว​ เขาไล่​ฝ้ายไปไหนไม่ได้ถ้าฝ้ายท้องลูกของเขาอยู่​

 

 "กัง​ วันนี้ฝ้ายต้องรีบไปคุยธุระกับพี่ที่บริษัท​นะ​ ข้าวเช้าทานอะไร​ง่ายๆแล้วกันนะคะ​ นี่..  แซนด์วิช​นี่ฝ้ายตั้งใจทำมากๆเลยน้าา​ ดื่มนมให้หมดด้วยนะคะ" เสียงหวานๆของฝ้ายเอ่ยขึ้นพร้อมกัน​กับที่มือสวยวางลงบนหัวไหล่กว้าง​ หญิง​สาวก้มลงหอมแก้มกังฟอดใหญ่​เมื่อพูดจบ

 

ช่างดูเป็นภาพในฝันของคู่รัก​ทุกคู่เพราะกังเองก็ยิ้มตอบและยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาลูบผมแฟนสาวของเขาเพื่อแทนคำขอบคุณ​ แม้จะยิ้มให้แต่ใจของเขากลับไม่ยิ้มตาม​ ถ้าคนที่อยู่​ตรงนี้​คือกรก็คงจะดี​ อาหาร​ที่อยู่บนโต๊ะ​คงไม่ใช่แซนด์วิช​โง่ๆกับนมที่ตัวเขากินไม่ได้​ มันตลกที่กรรู้ทุกอย่าง​ในชีวิต​ของเขาดีมากกว่าคนที่กำลังจะ​มาเป็นคู่ชีวิต​เขาซะอีก

 

 กังหยิบ​แซนด์วิช​ขึ้นมากินสองสามคำพอเป็นมารยาทและเมื่อฝ้ายออกจากห้องไปทำธุระของเธอ​กังก็ลุกขึ้นจากโซฟาถือจานและแก้วมาที่ห้องครัว​ เขาเทนมในแก้วลงในอ่างล่างจานและหย่อนแซนด์วิช​รสชืดลงถังขยะ​ เขาถอนหายใจ​เบาๆพร้อมปล่อยน้ำตา​ออกมาอย่างห้ามไม่ได้​

 

ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งกับพื้นครัวหลังพิงเข้ากับประตูตู้เก็บของใต้ชั้นวางของ​ เขาไม่รู้​ว่ากรจะรู้สึกยังไงบ้างในตอนนี้​ แต่กับตัวเขา​ นี่มันทรมานเป็นบ้า​ เขาคิดถึง​กร​ คิดถึง​ตลอดเวลา​ ไม่ใช่​ว่าการที่มีคำว่าครอบครัว​รอเขาอยู่​จะทำให้เขาไม่รู้สึ​กเสียใจที่ต้องสูญเสีย​คนแบบกรไป​

เขาควรดีใจ​ที่เขากำลัง​จะมีลูก​ แต่เพราะ​ความรัก​ของ​เขาตอนนี้​มีแต่คำว่ากรต่อท้าย​มันทำให้เขาไม่ต้องการ​สิ่งอื่น​ที่ไม่ใช่กรอีกแล้ว

 

 ไลน์!

 

เสียง​ไลน์ที่ดังขึ้นจากโทรศัพท์​ที่วางทิ้งเอาไว้บนโซฟาเรียกให้กังต้องรีบลุกขึ้นมาหยิบโทรศัพท์​ขึ้น​มา​ดู​ด้วยความหวังเล็กๆในใจของเขาว่ากรอาจจะทักมาหาเขาบ้าง​ แต่ก็เป็นได้แค่ความหวังลมๆแล้งๆ​ เพราะ​ตั้งแต่วันนั้นที่กรหายไปจากห้องนี้ก็ไม่เคยมีการติดต่อกลับจากกรอีกเลย แต่การแจ้งเตือน​บนหน้าจอ​ตอนนี้ก็เป็นอีกคนหนึ่​ง​ที่​ช่วยให้เขารู้สึก​ดีขึ้นได้เช่นกัน..

 

fame : ไอ้ยักษ์​ เฟมเฟมกลับมาไทยแล้วนะจ๊ะ

 

Gung​ :  กลับมา​ตั้งแต่​เมื่อไหร่​ คิดถึง​ว่ะ

 

 fame​ : มาถึงไทยเกือบอาทิตย์​นึงละ​ ลืมบอก​ มัวแต่เดินสายปาร์ตี้​กับสาวๆ​ 55555

fame​ : แล้วเป็นไง​บ้าง​ สบายดี​มั้ย คิดถึง​เหมือนกัน​ ออกมาเจอกันหน่อยมั้ยพวก

fame​ : แกยังอยู่ที่เดิมป่ะวะ​ วันนี้​ฉันว่างนะ​ ถ้าจะเข้าไปหานี่สะดวกป่ะ​ ไม่มีสาวมาซุกที่ห้องถูก​ม้ะ​ 5555

 

Gung​ : อยู่​ที่​เดิม​ๆ​ มาดิ่​ ช่วงนี้​มีเรื่อง​ให้​เครียดหนักเลยว่ะ​ มาอยู่​ด้วยก็ดีเหมือนกัน​

fame​ : เป็น​ไรวะ​ เกริ่นๆมาหน่อย​ดิ​ จะได้เตรียมหูไปฟังถูก​

Gung​ : ฝ้ายท้องอ่ะ​ เขาบอกว่าน่าจะท้องมาสองสามเดือนแล้ว​ กู​รู้สึก​แย่กับตัวเองชิบหายเลยอ่ะ​ ที่กูไม่รู้​สึกดีใจเลยที่ตัวเองกำลังจะ​มีลูก​

fame​ : แล้วกรอ่ะ​ รู้เรื่อง​ยัง

 

Gung​ : รู้​แล้ว​ แล้วก็ออกจากชีวิต​กู​ไปแล้ว

Gung​ : กู​ไม่รู้​จะทำไงแล้วว่ะ

 

fame​ : เดี๋ยว​ๆ​ ฝ้ายมันบอกแกว่ามันท้องสองสามเดือนแล้วหรอ

 fame​ : ฉันว่าแกโดนต้มแล้วแหละกัง​ ฉันเพิ่งเจอมันเมื่อวันก่อน​ที่ร้านเหล้า​ คนที่รู้ตัว​ว่าตัวเองกำลังจะเป็นแม่คนคงไม่ได้เต้นเป็นเจ้าเข้า​กระดกเหล้าเป็นน้ำเปล่าแบบนั้​นแน่ๆ

 

อ่านข้อความ​นั้นจบกัง​ก็ลดโทรศัพท์​ลง​ นี่มันอะไร..  เขาไม่รู้​ว่า​จะ​ต้องรู้สึก​ยังไงกับเรื่องทั้งหมด​นี้​ เขาไม่รู้​ว่าตัวเองต้องดีใจมั้ยที่ฝ้ายหลอกเขา​ ควรดีมั้ยที่จริงๆแล้วฝ้ายอาจจะ​ไม่ได้ท้อง​ หรือควรโกรธ​ฝ้ายที่สร้างเรื่องนี้ขึ้นมาทำให้เขาต้องประสาทเสีย​ เขายังไม่แน่ใจ​นักว่าต้องรู้สึก​ยังไงกันแน่...

 

ส่วนบนของฟอร์ม

 

 

ส่วนล่างของฟอร์ม

 

 

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #72 7hungpan9 (@7hungp4n9) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 01:24
    #ฝ้ายโป๊ะแตก
    #72
    0
  2. #70 Jjaji (@Jajub16) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 21:34

    เหตุการณ์คุ้นๆนะคะ อรุ่มเลยนะฝ้ายนะ

    นีออนหนูปฏิเสธเขาไปแล้วแต่หนูก็รู้สึกกับเขาอะลูก

    #70
    0
  3. #69 0613650939 (@0613650939) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 18:49
    กรกรรรรรร ต่อๆๆๆ
    #69
    0
  4. #68 nanninisa (@nanninisa) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 14:26
    สงสารกรกรฮือออออ นีออนแกชอบเหนือว้อยไม่ได้หวงเพื่อนเลยสักนิด
    #68
    0
  5. #67 GuzzDeDreamer (@zamourai) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 13:39
    มาอัพแล้วเว้ยยยยย
    สงสารกร มากๆๆๆ เฮ้ออ ดราม่ามาละปวดใจจุง เฟมต้องมาช่วยเคลียร์เรื่องนี้นะ
    #67
    0
  6. #66 ปลา_กระเบน (@jajubb) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 13:09
    สงสารทั้งคู่เลยย ขอให้พิกังจับได้เร็วๆ
    #66
    0