Path of The Death (เส้นทางแห่งความตาย)

ตอนที่ 8 : PREY & PREDATOR

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 35
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    16 มี.ค. 63

เหยื่อและนักล่า

 

ภาพเหตุการณ์อยู่ในรถ ที่มาโคโตะเป็นคนขับและทุกคนก็อยู่ในนั้นแล้วรถขับออกมาจากศูนย์อพยพได้สักพัก ซึ่งมีพยาบาลสาวที่ติดตามทุกคนมา และเป็นเพียงคนเดียวที่ดูเหมือนจะเชื่อสิ่งที่โทระโอะพยามบอกทุกคนในศูนย์อพยพ

ขณะที่รถแล่นไปๆเรื่อยๆ ยูกิที่เห็นว่าบรรกาศบนรถดูเครียดและเงียบจนเกินไป จึงเริ่ม

บทสนทนาขึ้นกับพยาบาลคนนั้น

"อะเอ่อ สวัสดีค่ะฉันชื่อยูกินะคะ ส่วนคนที่ขับรถอยู่ชื่อมาโคโตะ ผู้ชายที่นั่งข้างคุณ ชื่อ

โทระโอะส่วนเด็กผู้หญิงคนนั้นชื่อมายูมิค่ะ"

พยาบาลคนนั้นจากที่เหม่อลอยก็ได้ยินที่พูดยูกิแล้วจึงรีบตอบ "อะอ่อๆ ค่ะๆ ฉันชื่อมาริสะ มัตสึมาสะ หรือมาริ นะคะฝากตัวกับทุกคนด้วยค่ะ แฮะๆ"

 

มาโคโตะจึงพูดกับมาริต่อ "อ่าๆ ผมก็ฝากตัวด้วยนะครับ"

โทระโอะที่โชว์ความหัวงูก็จับที่มือเธอแล้วพูด "คราบผมโทระโอะนะคราบฝากด้วยคราบผม"

มายูมิก็ยิ้มและพูดกับเธอ "ฝากตัวด้วยนะคะพี่สาว"

ยูกิที่สงสัยบางอย่างจึงถามมาริ "นี่แล้วทำไมคุณถึงเชื่อสิ่งที่พวกเราพูดละคะ ทั้งที่คนที่นั่นทั้งหมด เห็นมันเป็นเรื่องตลก"

 

มาริจึงก้มหน้าสักพักแล้ว ก่อนจะตอบไป "คะคือฉันคิดว่าพวกเขาคงเชื่อในสิ่งที่ข่าวออกอากาศน่ะค่ะ"

มาโคโตะจึงถามเธอต่อ "ข่าวงั้นเหรอครับ....เอ๋....มันไม่เร็วไปเหรอที่จะสรุปว่าทุกอย่างมันปลอดภัยแล้วน่ะ!!แล้วในข่าวบอกว่าอะไรเหรอครับ"

มาริเธอจึงพูดต่อ "คะๆค่ะ หลังจากที่ฝนตกเมื่อวานทำให้ไฟที่ลุกลามเมืองมิคาโดะดับลง เท่าที่ฉันดูข่าวเมื่อเช้านี้เอง ที่รัฐบาลเลยลงไปตรวจสอบในเมืองน่ะค่ะ"

ยูกิเธอจึงถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะถามมาริต่อ "แล้วที่มันทำให้คนที่นั่นมั่นใจว่าเรื่องทั้งหมดมันจบ มันคืออะไรเหรอคะ"

มาริจึงตอบ "อะเอ่ออ หลักๆน่าจะเป็นเพราะ รัฐบาลบอกว่าไม่มีผู้ติดเชื้อสักคนเดียวรอดในเมืองมิคาโดะน่ะคะ อีกส่วนหนึ่งรัฐบาลก็ประกาศใช้กฏหมายฉบับเก่าแล้วส่งหน่วย CTST(ซีทีเอสที) อะไรนี่แหละค่ะ เข้าไปตรวจสอบในเมืองมิคาโดะ ฉันก็ไม่เข้าใจหรอกนะคะว่าทำไมคนที่นั่นถึงพากันมั่นใจได้ขนาดนั้น.."

 

มาโคโตะและทุกคนก็มีสีหน้างงๆเหมือนไม่รู้จักแล้วก็ไม่เข้าใจแต่โทระโอะกลับมีสีหน้าที่ตื่นตกใจ!!ต่างจากคนอื่น!!

ดูเหมือนมายูมิที่สงสัยเธอจึงดึงที่แขนเสื้อโทระโอะแล้วถาม "นี่ๆโทระโอะ ซีๆพีๆเอสจี นั่นมันคืออะไรเหยออ...นี่ๆๆๆ"

โทระโอะจึงมีสีหน้าที่เคร่งครึมแล้วบอกมายูมิไป "มีแต่เด็กอย่างเธอแหละน่ายัยบ้า!!ที่ไม่รู้จักน่ะ!!"

จากนั้นมายูมิทุบตีโทระโอะแล้วบ่น "หนูโตแล้วต่างหากโทระโอะนั่นแหละที่เป็นเด็กนี่แหนะๆๆๆ!" โทระโอะก็ร้อง "โอ้ยเจ็บนะเฟ้ยย"

แต่แล้วยูกิและมาโคโตะที่ไม่สงสัยและไม่เข้าใจเหมือนกันจึงพูด

ยูกิพูด "เห.....แบบนี้ฉันก็เป็นเด็กด้วยงั้นสิโทระโอะคุง"

มาโคโตะก็เสริม "ไม่เห็นจะเคยได้ยินเลยแฮะ"

โทระโอะก็คิดในใจ "เจ้าพวกบ้านี่ไม่รู้จักจริงดิ!!"

แล้วมาริก็พูดขึ้นต่อ "คงมีแต่พวกผู้ใหญ่ที่นั่น แล้วก็พวกคนมีอายุที่รู้จักน่ะค่ะที่รู้จัก"

โทระโอะจึงพูดขึ้น "เห้ย!! แต่ฉันรู้จักนะเฟ้ยเป็นอย่างดีด้วย!!"

 

แล้วทุกคนหันมาสนใจโทรโอะสักพักแล้วจู่ๆก็หันหนีไปแล้วพูด

มาโคโตะ "อ่อๆนายนี่แก่กว่าที่ฉันคิดอีกนะเนี่ยโทระโอะ แม้ๆ"

โทระโอะจึงพูด "เห้ยๆพูดเกินไป!!"

ยูกิ "งั้นเหรอ งั้นเหรอ โทระโอะคุงเป็นรุ่นพี่สินะ คุณรุ่นพี่โทระโอะ!!!"

โทระโอะพูด "จะบ้าเรอะ!! ฉันรุ่นเดียวกับเธอน้ายูกิจางงงง"

มาริ "คะคือๆ พอดีฉันพกคอลาเจนมาด้วยมันดีต่อพวกริ้วรอยนะคะ โทระโอะคุง"

เธอจึงยื่นให้โทระโอะ

แล้วโทระโอะก็ปัดมันทิ้ง "ฟุ้บ!!" แล้วพูด "ผมยังไม่แก่!!! นะคุณมาริคราบบบ!!!"

มายูมิที่ขำกลิ้งแล้วก็ชี้หน้าโทระโอะแล้วพูด "ห้ะๆๆๆๆ โทระโอะเป็นลุง คุณลุงโทระโอะ ลุงๆๆๆจ๋าาา ห้ะๆๆๆ" โทระโอะจึงโมโหแล้วจับหัวมายูมิมาใช้มือไถ่หัวเพื่อล้างแค้น "ยัยเปี้ยก!! เธอเรียกใครลุงฟ้ะ!!" มายูมิจึงร้อง "งื้ออออ ชะช่วยหนูด้วย พี่มาโคโตะพี่ยูกิ!! งื้ออออ!!ง้ากกก"

แต่และแล้วทุกคนก็เริ่มที่จะตั้งใจฟังสิ่งที่โทระโอะกำลังเล่าอย่างจริงจัง โทระโอะจึงเริ่มเล่า "เอาละอาจจะยาวนิดหน่อยนะ ไอ่เจ้าหน่วย CTST นั่นนะ ไม่ใช่หน่วย ที่เป็นแค่คณะรักษาความสงบเท่านั้น!!หรอกนะ แต่พวกมันคือหน่วยรบเฉพาะกิจพิเศษของรัฐบาล ถ้าเรียกง่ายๆมันคือหน่วยที่มีเพื่อจัดการทุกความไม่สงบในประเทศ ซึ่งไม่สนวิธีการ!!! ถ้าจะเล่าให้เข้าใจละก็ ตอนเด็กๆน่ะนะ ฉันเคยจำได้ว่าพ่อฉันเคยเล่าเรื่องที่ว่ามีข่าวพวกผู้ก่อการร้ายแถวๆเมืองทางตะวันตกให้ฟัง แล้วพวกมันชอบก่อจราจลและจับผู้คนไปเป็นตัวประกันอยู่เรื่อย แล้วก็ไม่มีใครทำอะไรพวกมันได้มาหลายสิบปีเพราะมักจะจับพวกทูตไม่ก็คนสำคัญของประเทศ!!มาเป็นตัวประกัน ทำให้พวกมันลอยนวนมาได้หลายปี แต่แล้วจนวันหนึ่งรัฐบาลชุดหนึ่งก็ขึ้นมาปกครองประเทศ และนั่นคือจุดเปลี่ยน!! รัฐบาลใช้กฏหมายที่คนรู้จักในนามกฏหมายเก่า!!! แต่ชื่อจริงๆมันคือ กฏหมายแห่งนักล่า!! ซึ่งมีสัญลักษณ์เป็นหัวหมาป่าสองหัว ดำขาว ซึ่งหมาป่าคือสัตว์แห่งนักล่า ตัวของกฏไม่มีอะไรที่ซับซ้อนมาก โดยไม่ต้องมารอ มติอะไรใดๆจากสภาทั้งนั้น เพราะตัวกฏหมายมีกฎข้อสุดท้ายเพียงข้อเดียวที่จะจบทุกปัญหาได้ ข้อสุดท้ายคือหากผู้ใครไม่ทำตามกฏหมายในข้อก่อนๆหน้านี้แม้แต่ในข้อใดๆก็ตามผู้นั้นจะถูกนับเป็น เหยื่อ ซึ่งเปรียบดั่งกฏหมายนับเป็นผู้ล่า และผู้ล่าไม่เคยมีความปราณีใดๆกับเหยื่อของมันแม้แต่น้อย!!! แล้วรัฐบาลก็สร้างและส่งหน่วย CTST เข้าไปแล้วฆ่าล้างบางโจรทั้งหมดในเขตนั้น โดยแม้จะต้องเสียตัวประกัน เพราะนั่นเป็นการชี้ให้เห็นว่า คนที่ตกเป็นเหยื่อของกฏหมายจะมีจุดจบเป็นยังไงในการไม่เกรงกลัวต่อกฏหมาย ทำให้คนยำเกรงและทำให้ประเทศสงบสุข แล้ว CTST ก็เป็นหน่วยที่เรียกได้ว่ามีความเก่งมาก!! ทั้งการฝึกที่โหดดุจตกนรก การมีจิตใจยึดมั่นคงในกฏหมาย แถบไม่มีภารกิจใดที่พวกเขาทำไม่ได้ เพราะพวกเขาไม่มีอะไรจะเสียทั้งสิ้น ไม่เคยคิดว่าจะได้ยินชื่อนี้อีกเพราะทั้งหน่วยและกฏหมายนี้หายไปพร้อมกับรัฐบาลชุดก่อนนั้นมาเป็นยี่สิบปีแล้ว!! โดยการปฏิวัติของประชาชนน่ะนะเพราะกฏหมายมันออกจะสุดโต่งเกินไป แต่แล้วรัฐบาลปัจจุบันก็เลือกที่จะกลับมาใช้เพราะความมั่นคงของประเทศสั่นคลอนละสิ พวกคนแก่ที่รู้จักกฏหมายนี้แล้ว และรู้ว่ามันทำให้ประเทศสงบสุขมาจนถึงทุกวันนี้ก็เลยดีใจไงละ เพราะผลประโยชน์หลักของกฏหมายนี้คือยึดถือคนส่วนมากเป็นหลัก การระเบิดเมืองก็นับว่าเป็นสัญญาณแรกแล้วละ และการใช้หน่วย CTST คงบอกได้ว่ารัฐบาลชัดเจนที่จะกลับมาใช้มันอีกครั้ง!! อย่างแท้จริง!!"

 

Symbol of The Predator Legislation

สัญลักษณ์แห่งกฏหมายแห่งนักล่า

 

พอทุกคนฟังโทระโอะเล่าจบก็ถึงกับตกใจในสิ่งที่ได้ยิน

แล้วมาโคโตะก็พูดขึ้น "บ้าไปแล้ว! นั่นมันแค่ความเชื่อมั่นแบบเก่าๆของพวกผู้ใหญ่ชัดๆเพราะกฏหมายบ้านั่นมันโหดร้ายเกินไปไม่ใช่เหรอ มันถึงหายไปในสมัยพวกเรา ใช่ไหมละ!! แล้วการยินดีแล้ววางใจไปกับกฏหมายเก่าบ้านั่นมันโง่สิ้นดี ดูสิ!! ตอนนี้พวกมันมาที่นากาโนะแล้ว!! ไม่ช้าทุกอย่างมันจะไม่ต่างจากเมืองของเรา!! ถ้ามัวแต่เชื่อรัฐบาลพวกนั้นจนไม่ช่วยตัวเองก็มีแต่รอความตายเท่านั้นแหละ!!ทั้งที่คนอยู่แถวสะพานยังมีโอกาสรอดแท้ๆ แต่กลับทิ้งพวกเขา!! เพื่อรักษาคนหมู่มากงั้นเหรอ!! มันก็แค่กฏหมายที่ไม่สนวิธีการ!! เพราะเอาแต่ทำลาย แต่วิธีการนั่นแหละคือสิ่งที่สำคัญถ้าไม่มีวิธีการไปรับมือแล้วเอาแต่ทำลายโดยไม่สนอะไร ผู้ใหญ่นี่บ้าไม่ต่างกันทั้งหมดจริงๆ!!"

โทระโอะจึงเสริม "นั่นน่ะสินะพวกผู้ใหญ่นี่งี่เง่าชะมัดยากเลย"

ยูกิจึงพยามปลอบให้มาโคโตะใจเย็นลงโดยเธอจึงพูด "ใจเย็นๆนะมาโคโตะถึงคนที่นั่นเป็นแบบนั้น เราได้พยามในส่วนของเราไปแล้ว อย่างน้อยโทระโอะก็จะได้ช่วยคุณมาริไว้ แล้วแถมขาฉันก็ได้รักษาจะได้ไม่เป็นภาระของทุกๆคน ดังนั้น อย่าไปคิดมากกับมันเลยนะทุกคน"

แต่แล้วจู่ๆมายูมิจังก็พูดขัดทุกคนขึ้น "ทำไมถึงเกลียดผู้ใหญ่ขนาดนั้นละคะ?! แต่หนูน่ะรักป่าป๊า หม่าหม๊าหนูมากๆเลย...ละ"

ยูกิจึงหันยิ้มให้แล้วตอบเธอ "มายูมิจังถ้าหนูรักป่าป๊ากับหม่าหนูก็ดีแล้วละจ๊ะ แฮะๆ เพราะผู้ใหญ่ทุกคนก็ไม่เหมือนกันนะจ๊ะ ถ้าป่าป๊ากับหม่าหม๊าเป็นคนที่มายูมิจังรักละก็พวกเขาก็ต้องเป็นคนดีอย่างแน่นอน ดังนั้นหนูต้องโตมาเป็นคนดีอย่างป่าป๊าและหม่าหม๊าหนูนะจ๊ะ"

มายูมิจึงพูดต่อและมีน้ำเสียงเหมือนจะร้องไห้ "แต่ป่าป๊าก็ช่วยหม๊ากับหนูจากคนไม่ดีแล้วก็ถูกพวกมันฆ่า ฮือๆ พอหม่าหม๊าหนีมากับหนูก็โดยมันจับไปอีกแล้ววทิ้งหนูไว้คนเดียว ฮืออๆๆๆ แง้!!ๆ........"

มายูมิร้องไห้ สักพักมาริก็เลยพยามปลอบเธอและกอดเธอไว้ มันเลยทำให้ทุกคนเหมือนฉุกคิดบางอย่าง

มาโคโตะคิดในใจหลังจากที่ได้ยินมายูมิพูด "เรายังลืมเรื่องที่บ้านไม่ได้เลย เราไม่อยากจะเชื่อว่าแม่ทำแบบนั้นกับเรา?? มันอย่างกับฝันไป"

ยูกิจึงคิดเช่นกัน "แม่เคยพูดกับเราเสมอตอนที่อยู่ด่านล่างด้วยกัน ท่านมักจะพูดว่า นั่นไม่ใช่ตัวตนพ่อของเราดังนั้นอย่าไปโทษท่าน ถ้าพ่อไม่สมัครงานที่นั่น ต่อให้เราจนเหมือนเมื่อก่อนยังจะมีความสุขสะกว่า แบบนี้เลย"

และโทระโอะก็เหมือนมีสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีสักเท่าไหร่หลังจากได้ยินสิ่งที่มายูมิพูด

จากนั้นมาโคโตะก็มองที่หน้าปัดแสดงน้ำมัน ปรากฏว่ามันใกล้จะหมดแล้ว

จากนั้นภาพก็ตัดมา ณ ปั้มแห่งหนึ่งทางเหนือของเมืองนากาโนะ รถได้จอดลงที่ปั้มแห่งนั้นหลังจากนั้นมาโคโตะและโทระโอะก็ลงมา มาโคโตะจึงลงไปดูที่ตู้เติมน้ำมันปรากฏว่ามันมีกรงล็อคด้วยแม่กุญแจครอบตู้เติมไว้

มาโคโตะจึงยืนคิดสักพัก ก่อนจะพูด "ฉันว่าเราต้องหาอะไรงัดแล้วละ"

โทระโอะจึงพูดขึ้นมา"แต่นี้เราจะเป็นโจรจริงๆแล้วไหมเนี่ยตั้งแต่งัดบ้านละ แล้วเราจะจำบ้านนั้นได้เหรอฟะ!? ไหนจะปั้มนี้อีก"

มาโคโตะจึงพูดกลับ "ฉันจำได้นะเฟ้ย ..........แต่กลัวพวกเขาจะไม่รอดกลับมากลับมาให้พวกเรามาชดใช้คืนนี่สิ ฉันกลัวสิ่งที่เราคิดมันจะเกิดขึ้น คนที่นั่นเยอะมากๆด้วยถ้าเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยละก็ ของทุกๆอย่างก็หมดความหมาย"

โทระโอะจึงถอนหายใจ "เฮ้อออ นี่นายคิดว่าพวกเราเห็นแก่ตัวไหมที่ทิ้งพวกเขาแล้วหนีมา"

มาโคโตะจึงจับที่ไหล่โทระโอะและพูด "นายได้ทำสิ่งที่ถูกต้องและกล้าหาญไปแล้วโทระโอะ แต่อย่างน้อยนายก็ช่วยคุณมาริไว้ได้นะ เราไปบังคับคนเป็นหมื่นๆแสนๆที่นั่นไม่ได้หรอก.."

โทระโอะจึงยิ้มเหมือนสบายใจขึ้นแล้วทั้งคู่ก็มองไปหามาริที่นั่งคุยบางอย่างในรถกับยูกิ

ตัดภาพไปในรถที่ยูกิและมาริที่กำลังคุยกัน โดยยูกินั่งหันหน้าไปหามาริที่อยู่ข้างหลังเบาะรถที่เธอนั่งอยู่ ในขณะที่โทระโอะและมาโคโตะพยามงัดกรงเหล็กของตู้เติมน้ำมัน ยูกิจึงพูดขึ้น "จริงสิ ฉันต้องเรียกคุณว่ามาริซังใช่ไหมเนี่ยคะเนี่ยเพราคุณทำงานแล้วนิ ต้องอายุมากว่าฉันอยู่แล้ว"

มาริจึงตอบ "ห้ะๆ แฮะๆตามใจเลยคะค่ะยูกิจัง"

แล้วยูกกิจึงพูดต่อ "นี่มาริซัง ทำไมมาริซังเป็นคนเดียวในหมู่คนเยอะขนาดนั้นที่เชื่อพวกเราละคะ คงไม่ใช่เพราะไม่รู้จักกฏหมายนั่นหรอกใช่ไหมคะ เพราะที่นั่นเด็กเหมือนพวกฉันก็มีเยอะ"

มาริก็ตอบไป"ชะใช่คะ จะจริงๆ แล้วฉันไปเจอเหตุการณ์หนึ่งก่อนข่าวจะออกมาน่ะค่ะ ทำให้ฉันรู้ทันทีว่าฉันอยู่นี่นั่นนานกว่าไม่ได้ ทำให้ฉันคิดตลอดเวลาค่ะ (ตัดภาพไปตอนที่มาริทำอุปกรณ์ตกในเต้นท์การแพทย์ที่ศูนย์อพยพซึ่ง ขณะที่ยูิกำลังรักษาอยู่นั่นเอง เธอคิดมากนั่นเองทำให้เธอเป็นแบบนั้น) แล้วฉันก็ไปเล่าให้คนอื่นฟังแต่ก็ไม่มีใครเชื่อ แต่ฉันไม่ค่อยกล้าตัดสินใจทำอะไรเองเท่าไหร่น่ะค่ะ แต่พอได้ยิน สิ่งที่โทระโอะคุงพูด ก็เลยตัดสินใจตามมา"

ยูกจึงมีสีหน้าที่ตกใจ แล้วถามมาริต่อ "ว่าแต่เหตุการณ์ที่มาริซังเจอ มันเป็นยังไงเหรอคะ"

แล้วมาริก็ตอบ "อะเออ จะฟังจริงๆเหรอค่ะ?......." ยูกิจึงยิ้มแล้วผงกหัว มาริจึงพูดดต่อ "อะเอ่อ เมื่อวานนี้ฉันกับหมอผู้ชายคนหนึ่งต้องเดินทางไปเอายาที่หมดคลังในศูนย์น่ะค่ะ ก็เลยไปหาคลีนิคบริเวณใกล้ๆชายหาดของเมืองนี้"

 

(ใช้การบรรยายเหตุการณ์การแทนบรรยายจากมาริ)

 

มาริและหมอผู้ชายคนนั้นได้ลงจากรถที่ขับมาและจอดด้านหน้าคลีนิคแห่งหนึ่งซึ่งติดกับถนนเลียบชายหาดของเมืองนากาโนะ (บริเวณใกล้ๆกับที่พวกมาโคโตะเคยจากมา) ทั้งสองลงมาแล้วหมอผู้ชายคนนั้นก็เข้าไปใช้กุญแจเปิดประตูคลีนิค และในขณะนั้นเป็นเวลาช่วงเย็นของเมื่อวานซึ่งบริเวณนั้นเงียบและไม่มีผู้คนอยู่เมื่อเข้ามาบรรยากาศก็ปกติ แต่ไฟปิดและมีแต่แสงพระอาทิตย์ที่กำลังจะตกส่องเข้ามาผ่านกระจกหน้าคลีนิค

 

มาริจึงถามหมอผู้ชายคนนั้นว่า "คุณหมอค่ะฉะฉันจดลิสไว้แล้วละค่ะแต่ดันลืมไว้ที่ค่าย ฉะฉันขอโทษคุณหมอมากๆ ด้วยนะคะ!!"

หมอคนนั้นก็ตอบด้วยรอยยิ้ม "ไม่เป็นไรหรอกมาริจังเธอน่ารักผมให้อภัย..."

มาริจังพูด "อะเอ่อ ละแล้วคุณหมอจำลิสได้งะงั้นเหรอคะ"

แล้วหมอคนนั้นนั่นก็สะแยะยิ้มแล้วพูด "แน่นอนสิมาริจัง"

มาริจึงเกาหัวเล็กน้อยก่อนจะยิ้มแล้วพูด "'งั้นเหรอคะแฮะๆ ขอโทษจริงๆนะคะ เริ่มเลยไหมคะก่อนมันจะมืด"

หมอจึงพูด "นั่นสิน้าา งั้นมาริจัง ไปดูยาแก้ปวดที่เคาะเตอร์ก่อนละกัน"

มาริ "อะๆโอเคได้ค่ะ" ก่อนมาริจะเดินไปที่เคาร์เตอร์ของคลีนิก

ก่อนหมอที่หันให้มาริแล้วยืนเอามือไคว้หลัง ก่อนจะยิ้มแล้วพูดกับมาริ "อืมฉีดน้ำหอมมาด้วยงั้นเหรอมาริซัง กลิ่นหอมจังเลย"

มาริที่ค้นหายาอยู่ก็พูด "อะเอ่อปะเปล่านะคะ ฉันไม่ได้พกมาที่ค่ายสักอันเลยค่ะ" แต่ทันใดใดนั้นมาริก็ได้เสียงหมอคนนั้นสูบหายใจเฮือกใหญ่ "ฟุดดด" แต่มาริก็ไม่ได้คิดอะไร ก่อนหมอคนนั้นจะพูดกับตัวเองเบาๆ "หืมมหอมจริงๆ"

 

แล้วทันใดหมอคนนั้นก็เดินไปที่ประตูแล้วดึงม่านปิดด้านหน้าคลีนิคจนมืดไปทั้งร้านแล้วก็ล็อคประตูหน้าจากข้างในร้านด้วยแม่กุญแจสะงั้น

มาริที่สงสัยเลยถาม "อะเอะคุณหมอคะ จะล็อคประตูทำไมละคะ??" เธอจึงยืนงงแล้วคิดสักพักแต่จู่ๆหมอคนนั้นก็เริ่มถอดเสื้อผ้าตัวเองแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่หื่นกระหายทันใด "คะคุณมาริ.....ผมแทบทนไม่ไหวเลยละตั้งแต่เห็นคุณครั้งแรก" จากนั้นหมอคนนั้นก็ค่อยๆเดินเข้ามาใกล้มาริเรื่อยๆ แต่มาริก็ตกใจแล้วยื่นนิ่งเหมือนจะทำอะไรไม่ถูก ก่อนจะถูกจับแขนเธอสองข้างกดเข้าที่กำแพง"ฟุ้บ!!"แล้วหมอเอาหน้าไปแนบที่ข้างหูเธอ

แล้วหมอก็พูดขึ้น "เอาละคุณพร้อมไหม??"

มาริจึงพูดด้วยเสียงลุกลนและตกใจ "อะเอะพะพร้อม อะไรเหรอค่ะ!!??" แล้วหมอก็เอาหน้ามาใกล้มาริเรื่อยๆ

มาริที่ตกใจก็เหมือนพึ่งจะเข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็พยามดิ้น "เอะๆคุณหมอจะทำอะไรน่ะ ปล่อยนะคะ อ้ายยย กรี๊ด!!!!"

ไม่ช้าเธอก็ดิ้นหลุดจากหมอคนนั้น แล้วรีบวิ่งไปหน้าร้านแต่ก็ถูกล็อค แล้วเธอจึงพยามวิ่งหนีไปหลังร้านแทนแต่ก็ต้องสวนกับหมอคนนั่น!! เธอจึงพลางหยิบข้าวของปาใส่หมอคนนั้น "ฟุบ!! ๆๆ" เพื่อจะวิ่งสวนผ่านไป เธอร้องอีก "กรี๊ดด!!!" มันก็ทำให้หมอคนนั้นชะงักไปครู่หนึ่ง แต่หมอก็เงยหน้าขึ้นมาพร้อมพูดด้วยนำเสียงเยือกเย็น "นี่มันเจ็บนะมาริจัง เธอชอบความรุนแรงงั้นเหรอ" ก่อนจะรีบเดินตามเธอไป

มาริวิ่งไปพลางพูด "อย่าเข้ามานะคะ! ฉันขอร้องละค่ะ!!" เมื่อวิ่งถึงหลังร้านปรากฏว่าโชคยังดีที่มีประตูออกด้านหลัง เธอจึงรีบเปิดแล้วออกไปหลังร้านซึ่งเมื่อเปิดออกมามันเป็นลำคลองระบายน้ำซึ่งจะต่อกับท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ใต้ดินซึ่งมันใหญ่มากแต่ตอนนั้นมีน้ำอยู่ในคลองระดับเท้าเท่านั้นและทางออกอีกสองข้างซ้ายขวาเป็นตะข่ายกั้นซึ่งออกไปไหนไม่ได้ส่วนข้างหน้าเป็นกำแพงตึกสูงไม่มีประตูใดๆ

เธอที่ทั้งตกใจแล้วคิดอะไรไม่ออกจึงได้แต่หลบในลำคลองไปก่อน!! แต่แล้วผู้ชายคนนั้นก็ออกตามมาที่หลังร้านทัน แต่ตอนนั้นเขายังไม่เห็นเพราะแสงเริ่มจะหมดลงแล้ว ใกล้เป็นตอนกลางคืน แต่เขาก็มองซ้ายมองขวาแล้วพูดขึ้น "มาริจังผมรู้ว่าคุณอยู่ที่นี่ ผมน่ะชอบกลิ่นของคุณมากเลยนะต่อให้ไกลเป็นกิโลผมก็ยังได้กลิ่น ฮืมหอมจังเลยน้าาา" มาริได้ยินก็ตื่นตูมเข้าไปใหญ่

จากนั้นผู้ชายคนนั้นก็กระโดดลงมาในคลองดัง "ซึบบบ!!" ซึ่งมาริที่ขาดสติจนไม่รู้จะจัดการกับสถานการณ์ยังไงก็เอาแต่ร้องไห้ขอ "อย่าทำฉันเลยนะคะคุณหมอ ฮือๆๆๆ" เธอได้แต่ร้องไห้แล้วพนมมือวิงวอนขอหมอคนนั้นแต่ดูเหมือนมันไม่มีทางที่จะเป็นผล หมอคนนั้นกระชากเสื้อของมาริออกแล้วเริ่มพยามที่จะข่มขืนเธอแต่เธอก็ยังคงพยามดิ้นขัดขืนอยู่

มาริจึงพูดลนๆ "อย่านะคะ!!"

หมอพูด.."มาริจังผมรักคุณเหลือเกินอ้าาา......." ก่อนหมอคนนั้นจะกระชากเสื้อของมาริให้หลุด แต่มาริก็สบัดเสื้อของเธอที่หมอคนนั้นกำลังดึงอยู่ออกไปจากตัวได้ทัน แล้วตัดสินวิ่งหนีโดยเหลือแต่เสื้อชั้นในแล้ววิ่งหนีไปในท่อระบายน้ำใหญ่ข้างซ้าย "ฮืออ~~~~ ช่วยฉันด้วยค่ะ!! ใครก็ได้" มาริดูควบคุมสติไม่ได้ หมอคนนั้นจึงจับเสื้อมาริที่ได้มาดม "ฟื้ดดด หืมหนีไปไหนไม่ได้หรอก!!"

เธอวิ่งมาได้สักพักซึ่งมันก็ลึกพอสมควร แล้วหมอคนนั้นก็ดูท่าจะตามยังไม่ทัน เธอจึงพักแล้วตัดสินใจถอดรองเท้าส้นสูงที่เธอใส่จากนั้นก็ฉีกกระโปรงข้างๆขึ้นเพื่อให้วิ่งง่ายขึ้น แต่แล้วเสียงที่ก้องอยู่ในท่อก็เป็นเสียงเท้าคนเดินมาจากไกลๆพลางๆมีเสียงพูด เมื่อมาริฟังดีๆก็เป็นเสียงหมอคนนั้นพูดขึ้น "ที่รัก...คุณอยู่ไหน....."ที่ก้องออกมา เธอจึงตื่นตระหนกแล้วพยามคุกเข้าแล้วอยู่นิ่งๆไว้ แต่แล้วก็ได้ยินเสียงอีก "ฮึๆ ฟุด ฟิด......." เป็นเสียงคนคล้ายกำลังดม

จากนั้นเสียงพูดก็ตามมา "ผมได้กลิ่นคุณนะมาริจางง" ด้วยความตื่นตระหนกทำให้มาริลุกลี้ลุกลนแล้วควบคุมตัวเองไม่ค่อยได้ ทั้งร้องไห้ทั้งสั่นทั้งกลัว มาริหายใจแรงขึ้นเรื่อยๆเหงื่อเริ่มไหลท่วมตัว....... "ฮึกๆๆๆๆๆ ฮือๆๆ~~"

แล้วจู่ๆทันใด หมอคนนั้นก็มาอยู่ข้างๆมาริตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้แล้วกระซิบที่ข้างหูเธอ "บอกแล้วว่าผมได้กลิ่นเธอเป็นกิโล..."

มาริจึงตกใจแล้วตะโกนลั่นพร้อมร้องไห้ "ฮือๆ ใครก็ได้!!ช่วยฉันด้วยคะ!!!!" หมอจึงจับหัวเธอกดในน้ำ!!! "บลุ้ม!!" ที่แม้จะเพียงแค่ระดับเท้าแต่หากจับกดลงแบบนี้ก็ทำให้ตายได้!! หมอคนนั้นจับหัวมาริกดลงไปขณะที่ตัวมารินอนคว่ำไปกับพื้นจากนั้นหมอคนนั้นก็ขึ้นคร่อมเธอแล้วพยามจะข่มขืนเธอเธอก็ดิ้นด้วยความทรมาณในขณะที่หัวจมน้ำ มาริเริ่มหมดแรงลงเรื่อยๆและกำลังจะขาดอากาศหายใจตาย

 

แต่จู่ๆหมอคนนั้นก็ปล่อยหัวเธอแล้วลุกออกจากตัวเธอสะอย่างนั้น เธอจึงรีบเอาหัวออกมาจากน้ำแล้วนั่งก็สำลักน้ำใหญ่ "แอ๊ะๆๆ" แล้วจู่ๆในท่อก็มีเสียงเดินที่กระทบกับน้ำดังก้องออกมาแต่ไกล "แช๊บ!! แช็บ!!" ในขณะนั้นเองหมอจึงหันไปมองที่ต้นกำเนิดเสียงปรากฏเป็นคนๆหนึ่งยืนอยู่แต่ซึ่งในขณะนั้นมืดทำให้มองหน้าไม่เห็น

 

หมอคนนั้นจึงลุกขึ้นยืนแล้วหยิบมีดผ่าตัดในกระเป๋าของตนออกมาแล้วพูด "เอาละผมไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร ดูเหมือนมาเห็นเรื่องของคนอื่นจะให้กลับไปก็คงไม่ได้แล้วละนะ" แต่คนๆนั้นก็ยืนนิ่งไร้การโต้ตอบ ในขณะนั้นเองมาริที่นอนล้มอยู่เธอก็เงยหน้าขึ้นมามองปรากฏว่าหมอพุ่งเข้าไปใช้มีดแทงเข้าที่กลางท้องของคนๆนั้นไปแล้ว "ซึบ!!!" และหมอก็พูดขึ้น "การมาขัดขวางความรักคนอื่นก็จะโดนแบบนี้แหละ!!"

แต่คนๆนั้นกลับนิ่งเหมือนไม่รู้สึกใดๆกับการแทงนั้นเลย แล้วทันใดคน คนนั้นจู่ๆก็กัดเข้าที่คอของหมอคนนั้น เลือดพุ่งกระจาย!! "ฟลุดด!!!" หมอจึงร้องโอดครวญ "อ้ากกก!! แกทำบ้าอะไรฟะ!!" จากนั้นหมอก็ทรุดตัวล้มลงคน คนนั้นจึงกัดกินหมออย่างบ้าคลั่งต่อหน้ามาริที่นั่งมอง

มาริที่ช็อคแม้เธอยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เธอก็เลือกที่จะวิ่งหนีไปเธอวิ่งไปๆเรื่อยๆ "ฮือ!!~~" โดยไม่รู้ทิศทางไปในทางเดินน้ำใต้ดิน "ทั้งที่ยังตกใจ" เธอเดินไปเรื่อยๆจนเวลาผ่านไปนานพอสมควร แต่ในที่สุดเธอก็พบทางออกจากท่อซึ่งโชคดีที่มันยังใกล้กับค่ายอพยพที่เธอจากมาอีกด้วย เดินจึงเดินสะบักสะบอมเข้าไปเมื่อเธอกลับเข้าไป ชาวเมืองทุกคนที่เห็นก็มีสีหน้าที่ตกใจ เพราะตัวเธอทั้งเปียกมอมแมม ไม่สวมรองเท้า กระโปรงขาด สวมแค่เสื้อในเดินสะบักสะบอมกลับมา เพื่อนหมอและพยาบาลที่นั้นจึงเข้าไปช่วยกันดูแลเธอ

 

 

 

ตัดภาพมา

อยู่ในรถเหมือนเดิม ยูกิที่ฟังเรื่องจากมาริก็มีสีหน้าที่สงสัยบางอย่าง มาริจึงพูดต่อนิดหน่อย "ค่ะ แล้วฉันก็ไปเล่าเรื่องทั้งให้พวกพยาบาลแพทย์ที่นั่นแต่ก็ไม่มีใครเชื่อ ฉันก็ยังไม่แน่ใจหรอกนะคะเพราะฉันเป็นคนเมืองอื่นแล้วก็ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ที่มิคาโดะ แต่จากที่ดูจากข่าว ฉันคิดว่าคนที่กัดหมอคนนั้นน่าจะเป็นผู้ติดเชื้อค่ะ แล้วพอได้ยินโทระโอะคุงพูดทำให้ฉันมั่นใจเลยค่ะเพราะที่โทระโอะบอกเป็นที่เดียวกันกับที่ฉันเจอ"

ยูกิจึงมองที่มาริแล้วพูด "คงลำบากมาเหมือนกันสินะคะ....มาริซัง ที่เจอเรื่องแบบนั้น"

มาริจึงยิ้มตอบไป "คะค่ะยังไงมันก็ผ่านมามาแล้วไม่เป็นไรหรอกค่ะ"

มาริจึงมีหน้าตาที่งงกับมายูมิที่หลับไปตอนไหนก็รู้บนตักมาริ ยูกิจึงพูด "ดีแล้วเนอะที่มายูมิจังหลับเธอคงเหนื่อยมากแล้ว"

ยูกิที่กำลังเพลินๆจู่ๆก็สกิดบางอย่างในใจ "เอะมาริซังเจอมันในท่อน้ำในเมืองนี้?? หรือว่า................" จากนั้นมีเสียงเคาะกระจก แล้วมาโคโตะกับโทระโอะจึงรีบกระโดดเข้ารถมาอย่างเร่งรีบสะงั้น

ทันใดโทระโอะพูด "เร็วเข้า!!มาโคโตะพวกมันมาทางนี้แล้ว!!!" จากนั้นก็มีเสียงคล้ายอะไรพุ่งชนข้างๆรถ "ปุ้งงงง!!" มาริที่นั่งข้างนั้นพอดี เลยหันไปเห็นปรากฏเป็นผีดิบตัวหนึ่งพุ่งมาชนแล้วกำลังเอาหัวทุบกระจกรถ "ก๊อก!!! ก๊อก!!"

เธอจึงกรี๊ด "กรี๊ด!!!!!" มายูมิก็ตกใจแล้วตื่นแล้วหันมองออกไปที่หน้าต่างรถ ปรากฏเห็นเป็นพวกผีดิบหลายสิบตัวกำลังวิ่งมุ่งมาหารถ เมื่อมาโคโตะที่สตาร์ทรถติดจึงรีบพุ่งออกจากปั้มทันที!!!

 

แล้วรถก็ขับออกมาได้สักพักแล้วหนีพวกมันมาได้

ทุกคนมีท่าทีตกใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โทระโอะจึงพูดขึ้น "บ้าเอ่ย!! มันมาที่นี่ได้ไงฟะ!! ที่นี่ห่างจากหาดมาเป็นสิบๆกิโลนะเฟ้ยมันจะเร็วไปไหม" มาโคโตะจึงเสริม "เกือบเสียท่าให้พวกมันแล้วจู่ๆมาจากไหนก็ไม่รู้!!"

มาริจึงพูด "มะกี้ฉันตกใจแทบแย่เลยละค่ะพึ่งเคยเห็นหน้าพวกมันชัดๆ ครั้งแรก!!!"

ยูกิจึงพูดขึ้น "ฉันรู้แล้วทุกคนว่าพวกมันมาที่นี้ได้ไง!!!" ทุกคนจึงตกใจแล้วตั้งใจฟังยูกิพูด "ท่อ!! ท่อน้ำใต้ดินไงละ!! เมืองนี้และมิคาโดะถึงไม่มีสะพานแต่ท่อน้ำใต้ดินมันยังเชื่อมกันอยู่"

โทระโอะจึงสกิดใจแล้วพูด "ใช่ๆพวกซอมบี้ตอนเราวิ่งในสวนสาธารณะ นั่นมันบวมน้ำแล้วก็เปื้อนโคลน แบบนี้ก็ลงล็อค!!!"

มาโคโตะจึงพูด "งั้นการที่พวกมันมาอยู่ที่นี่แล้วอยู่ที่ชายหาดที่ห่างกันไกลๆได้!! แปลว่ามัน........อยู่ใต้เท้าเราแล้วไปโผล่ที่ไหนก็ได้ที่มีทางออกของท่อก็ได้น่ะสิ!!!" ทุกคนถึงกับมีสีหน้าที่ช็อค!!! แล้วจู่ๆมาโคโตะที่เผลอมองทาง ก็ดันไปชนบางสิ่งบนถนนเข้า "ปั้ง!!!" จนรถเสียหลักไปชนข้างทาง.....

 

 

..................................................................................................................................................

 

TO BE CONTINUE

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น