Path of The Death (เส้นทางแห่งความตาย)

ตอนที่ 7 : UNSTOPPABLE NIGHTMARE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 39
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    16 มี.ค. 63

ฝันร้ายที่ไม่จบสิ้น

 

เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นดูเหมือนพวกมาโคโตะจะรู้ตัวแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นข้างนอกบ้านหลังนั้น ทำให้พวกเขาระมัดระวังแล้วออกจากบ้านมาอย่างช้าๆ โดยมาโคโตะต้องแบกยูกิที่ขาเจ็บและโทระโอะที่ถือไม้เบสบอลเพื่อคุ้มกันทั้งสองคนและทุกคนก็ได้ออกมาจากบ้านหลังนั้นในขณะที่พวกผีดิบหลายสิบตัวบริเวณยังรู้ไม่ตัว

 

ภาพตัดมาขณะที่มาโคโตะและโทระโอะวิ่ง โดยมาโคโตะแบกยูกิขี่หลัง
 


 

"ฟุ้บ!!! แพละ!!!" โทระโอะเอาฟาดไม้หน้าลงที่หน้าผีดิบตัวหนึ่งซึ่งอยู่กลางถนน

โทระโอะจึงพูดขึ้น "เอาละมีใครรู้บ้างไหมสถานีอยู่ทางไหน"

มาโคโตะจึงพูด "ฉันไม่เคยมาเมืองนี้น่ะ"

ยูกิจึงแนะนำทั้งสองไป "ฉันว่าถ้าเข้าถนนหลักของเมืองนี้ น่าจะมีป้ายบอกอยู่นะ"

แต่มาโคโตะก็เสริมขึ้น "ก็ไม่รู้หรอกนะว่าพวกมันมาอยู่ที่นี่ได้ไง แต่ถ้าเราไปที่ถนนหลักมันอาจอันตรายก็ได้นะ!! พวกเราไม่รู้ว่าที่นี่มีพวกมันมากแค่ไหน"

โทระโอะจึงเสริม "ใช่ถ้ามันเกิดเป็นเหมือนเมืองของพวกเราถนนหลักนั่นแหละอันตรายที่สุด"

ยูกิพูดต่อ "งั้นเราจะทำไงดีละ?"

มาโคโตะจึงพูด "อีกอย่างเราต้องรีบเอาเรื่องนี้ไปบอกที่ศูนย์อพยพ แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าที่นั่นจะเป็นยังไงบ้างแล้ว..บ้าจริงๆ"

แล้วทันใดที่มาโคโตะพูดจบ พวกมันกลุ่มหนึ่งก็มุ่งหน้ามาทางทุกคน

มาโคโตะจึงพูด "เอาละเดี๋ยวไว้ค่อยคุยกัน ตอนนี้หนีก่อนเถอะ!!''

จากนั้นทุกคนก็ใช้เส้นทางสวนสาธารณะข้างๆเพื่อหนีไปต่อ ซึ่งโดยมีรั้วกั้นรอบๆสวนและแม้จะมีพวกมันภายในเล็กน้อยก็ตาม แต่โทระโอะฟาดพวกมันตัวแล้วตัวเล่าในขณะที่ทุกคนต้องมุ่งหน้าต่อไป แต่ทันใดโทระโอะก็สังเกตุเห็นว่าผีดิบบางตัวมีสภาพเปื้อนโคลนและดูบวมเหมือนศพจมน้ำ

 

โทระโอะเลยคิดในใจ "พวกมันบวมน้ำหนิ มาจากทะเลเหรอบ้าน่าจะวิ่งน้ำจากมิคาโดะมาถึงนากาโนะเลยเรอะ!! แต่ทำไมตัวพวกมันมีโคลนกันฟะ!"

และแล้วตอนนี้ทุกคนก็มุ่งออกมายังอีกฝั่งของสวนสาธารณะจนได้ ทุกคนจึงพยามมองหาป้ายที่ชี้ไปยังสถานี แต่ก็มีแต่ที่อื่นๆซึ่งไม่ใช่ที่แห่งนั้น

ทันใดโทระโอะจึงพูดขึ้น "เราต้องรีบแล้วละทุกคนพวกมันมาอีกแล้ว" ทันใดก็มีผีดิบกลุ่มใหญ่อีกกลุ่มมุ่งมาแต่ดูเหมือนมันจะยังไม่เห็นพวกมาโคโตะ

 

ยูกิแล้วจึงมองรอบๆแล้วชี้ไปที่แห่งหนึ่ง "นี่ๆทั้งสองคน ตึกนั้นเป็นไงถ้าเราขึ้นที่สูงได้บางทีอาจจะเห็นสถานีได้นะ" มาโคโตะและโทระโอะจึงผงกหัวแล้วตกลงที่จะไปที่นั่น

 

เมื่อไปถึงปรากฏตึกเป็นตึกพาณิชย์สูงประมาณ 8 ชั้นซึ่งสูงมาก ทุกคนพยามหาทางเข้าแต่ประตูหน้าถูกล็อคด้วยบานประตูเหล็กขนาดใหญ่ปิดและซึ่งงัดไม่ได้ หน้าต่างทุกๆบานก็ถูกใส่ลูกกรงอย่างดี แล้วทุกคนก็เดินวนๆรอบๆตึกแต่ก็ไม่พบทางที่ดูจะเข้าได้เลย จนมาอยู่หยุดบริเวณข้างๆตึก เพื่อหลบฝูงผีดิบขนาดใหญ่ที่เดินกลางถนนระหว่างหน้าตึกนี้และฝั่งสวนสาธารณะให้ผ่านไป

 

มาโคโตะจึงพูด "มันมีแค่ตึกนี้ด้วยสิที่สูงพอจะมองเห็นจากที่สูงได้ ในระแวกนี้ตึกอื่นมันต่ำเกินไป"

แต่ทันใดยูกิก็หันไปเห็นบางอย่าง มันเป็นหน้าต่างระบายอากาศขนาดเล็กที่อยู่ไม่สูงมากเธอจึงพูดขึ้น "หน้าต่างนั้นไงทั้งสองคน!!"

มาโคโตะจึงพูด "จริงอยู่ที่มันเปิดแต่ฉันว่ามันเล็กไปนะฉันน่าจะเข้าไปไม่ได้หรอก"

โทระโอะจึงเสริม "ใช่ๆฉันก็เหมือนกัน"

แต่ยูกิกลับพูดว่า "แต่ฉันเข้าไปได้นะ!!"

มาโคโตะจึงพูด "ยูกิ!! เธอเข้าไปคนเดียวไม่ไหวหรอกหรอกตึกตั้ง 8 ชั้นนะขาเธอก็เจ็บอยู่แถมข้างในไม่รู้มีอะไรอยู่อีกต่างหาก"

โทระโอะจึงเสริม "ใช่ ยูกิจังขาเธอไม่ไหวแล้วนะ"

แต่ยูกิกลับยืนกรานที่จะพูด "นี่....ใครบอกฉันจะขึ้นไปเล่า!! ฉันจะไปหาทางเปิดจากข้างในให้พวกนายต่างหาก!!"

โทระโอะและมาโคโตะจึงมีสีหน้าที่ดูเหมือนยังเป็นห่วงยูกิ

แล้วมาโคโตะจึงพูดกับยูกิ "ถ้าเกิดอะไรขึ้นละยูกิ...เราจะช่วยเธอไม่ได้นะ"

ยูกิจึงพูด "แต่เราไม่มีทางเลือกแล้วนะมาโคโตะ" เมื่อฟังแบบนั้น มาโคโตะก็จึงถอนหายใจแล้วก่อนมาโคโตะจึงพยามส่งยูกิเพื่อผ่านไปยังหน้าต่างอันนั้น เมื่อยูกิเข้าไปได้

มาโคโตะจึงพูดบอกยูกิ "ยูกิระวังตัวด้วยนะ"

และโทระโอะเสริม"ถ้าเกิดอะไรขึ้นรีบตะโกนแล้วออกมาเลยนะยูกิจัง"

ยูกิที่เข้ามาได้จึงคิดในใจ "สองคนนั้นจะห่วงเราไปถึงไหนกันนะเนี่ยกะแค่ขาเราเจ็บ ห่วงเราอย่างกับเป็นเจ้าหญิงน้อยๆเลยปัดโธ่ เฮ้อออ" ยูกิจึงลุกขึ้นแล้วพยามเดินแต่ขาเธอก็กะเผลก สภาพในอาคารเป็นคล้ายๆร้านขายอุปกรณ์ตกแต่งบ้านซึ่งจะมีฟอนิเจอร์อยู่เต็มไปหมด ยูกิจึงเดินมองซ้ายมองขวาภายในนั้น แต่ด้วยหน้าต่างและประตูที่ปิดหมดทำให้ในนั่นมืดพอสมควร

 

เธอก็จึงคิดในใจ "หน้าร้านก็เป็นบานเหล็กที่ใส่กุญแจหนา หน้าต่างถึงไปทุบกระจกแต่ก็ติดลูกกรง ทีแรก เราว่าจะหลอกพวกหมอนั่นแล้วขึ้นไปแต่จากดูสภาพตัวเราตอนนี้ ขาเรามันไม่ดีขึ้นเลย ขืนเดินขึ้นไปได้เดินไม่ได้จริงๆแน่"

 

ยูกิจึงเดินมาจากทางเดินและเข้าห้องๆหนึ่งไปพยามคิดอยู่กลางห้องสักพัก แต่จู่ๆเธอกลับได้ยินเสียงคล้ายๆใครวิ่งผ่านหลังเธอ "ตึกๆ แว้บบ!!!" ยูกิจึงหันกลับไป แล้วคิด "อะไรน่ะมะกี้!!?" ซึ่งเธออยู่ในห้อง ซึ่งความรู้สึกเหมือนอะไรมะกี้มันจะผ่านทางตรงเดินที่เข้ามา เธอจึงเดินออกไปดูที่ทางเดิน แต่ทันใดเธอก็ได้ยินเสียงคล้ายเสียงวิ่งอีกครั้งแต่มาจากด้านบน "ตุ้บๆๆๆ!!!" ยูกิจึงรู้สึกสงสัยแล้วพยามเกาะราวบันไดแล้วพยามเดินขึ้นไปที่ชั้นสอง

 

ตัดภาพมายังมาโคโตะและโทรโอะที่นั่งรออยู่ข้างนอก โทรโอะจึงพูดขึ้น "นายว่ายูกิจังจะปลอดภัยดีไหม" มาโคโตะจึงตอบไป "ฉันก็เป็นห่วงนะ แต่ฉันไว้ใจเธอ จากที่ฟังสิ่งที่เธอเล่าเมื่อวานน่ะ ไม่รู้นะว่าทำไม แต่เห็นเธอที่ผ่านเรื่องแบบนั้นมาได้แต่กลับยิ้มได้น่ะฉัน ก็ได้รู้อย่างหนึ่งว่า สิ่งที่ทำให้เราเข้มแข็งน่ะไม่ใช่การที่เราป้องปกใครสักคนแต่ฝ่ายเดียวแค่เท่านั้น แต่เราต้องเชื่อมั่นในตัวคนๆนั้นด้วยเหมือนกับที่เขาเชื่อมั่นในตัวเรา"

 

โทระโอจึงยิ้มแล้วพูด "นั่นสินะ!! ที่เรามาที่นี่ได้ก็เพราะฉันก็เชื่อนาย ส่วนนายก็เชื่อในตัวยูกิ เราทุกคนก็ต่างเสี่ยงกันทั้งนั้นแต่ต้องเชื่อใจกันและกันสินะ!!!"

 

ตัดภาพกลับมาที่ยูกิที่ขึ้นมาจนถึงชั้นสองแต่ดูเธอปวดเท้ามาก แล้วจู่ๆเธอก็ล้มลงไป!! .."ฟุ้บ"

ยูกิจึงพูดขึ้น "ไม่ไหว!! เท้าของเรา... เอาไงและทีนี้ ต้องรีบหาพวกอุปกรณ์เพื่อถอดลูกกรงให้ได้ละนะ ถ้าพวกไขควงคงน่าใช้ได้" เธอจึงพยามๆคลานแต่ยูกิกลับไม่รู้ตัวเลยว่ามีสายตาสายตาหนึ่งจ้องเธอจากข้างหลัง

ทันใดยูกิพยามคลานเข้าไปในห้องๆหนึ่งซึ่งมีล็อคเกอร์เต็มไปหมด ซึ่งเธอก็เริ่มพยามค้นหาพลางกับการระวังตัวอยู่ตลอดเวลา ยูกิเริ่มค้นทีละชั้นทีละชั้นในล็อคเกอร์ จนในที่สุดเธอก็เจอไขควง

 

ยูกิที่ดีใจจึงงพูดขึ้น "จะเจอแล้ว!! เอาละ!!" ยูกิมีสีหน้าที่ดีใจ ก่อนเธอจะหย่อนไขควงผ่านหน้าต่างชั้นสองลงไปให้พวกมาโคโตะที่อยู่ข้างนอก แต่เมื่อเธอหันหลังกลับมากลับพบใครบางคนยืนอยู่ที่หน้าประตู!!

 

ตัดภาพไปข้างนอก ไขควงตกลงมา "แกร๊งง" แต่ทันจู่ๆก็ได้ยินเสียง"กรี๊ด!!!!!" มีเสียงคนกรี๊ดมาจากข้างในอาคาร มาโคโตะและโทระโอะจึงแตกตื่นแล้วพยามตะโกนเข้าไปข้างในๆ "ยูกิๆ เธอเป็นอะไรไหมๆ ยูกิๆ!!!"

โทระโอะจึงพูด "บ้าเอ่ยเร็วเข้ามาโคโตะ!!" มาโคโตะจึงรีบใช้ไขควงที่ยูกิหย่อนลงมาถอดลูกกรงหน้าต่างชั้นล่างพลางคิดในใจ "บ้าเอ่ย!! อย่าเป็นอะไรนะยูกิ!!!"

แล้วไม่ช้าลูกกรงก็หลุดออก "พลุดด!!!"

 

ก่อนมาโคโตะและโทระโอะจะพังกระจกแล้วกระโดดเข้าไปแล้วทั้งคู่ก็วิ่งขึ้นไปชั้นสองอย่างรวดเร็ว โทรโอะวิ่งไปทางซ้าย ส่วนมาโคโตะวิ่งไปทางขวา แต่มาโคโตะกลับไม่เจอยูกิ

แต่แล้วโทระโอะก็เรียก "เธออยู่ทางนี้มาโคโตะ!!"

มาโคโตะจึงรีบวิ่งไป!! เมื่อเข้ามาถึงห้องก็พบยูกิที่นั่งอยู่ข้างๆหน้าต่างที่เธอหย่อนไขควงลงไปมาโคโตะจึงเขาไปจับที่ไหล่ของเธอแล้วถาม "เธอปลอดภัยนะยูกิ!!"

ยูกิจึงพูดแบบตกใจ "อืมๆฉันปลอดภัยๆ"

โทรโอะจึงถามต่อ "เอ้า!!มะกี้เธอกรี๊ดไม่ใช่เหรอ?? เกิดอะไรขึ้น?"

ยูกิจึงตอบ "ไม่ๆฉันไม่ได้กรี้ดนะ มะกี้น่ะมีใครสักคนไม่รู้ ตัวเล็กๆ จู่ๆเดินเข้ามาพอเห็นหน้าฉันแล้วก็กรี๊ด แล้วจู่ๆก็วิ่งหนีไปขึ้น ฉันเดินไม่ไหวก็เลยไม่ได้ตามไปน่ะนะ แล้วมันก็มืดมากด้วยฉันมองไม่เห็นหน้า เห็นแต่เงาดำๆงะ"

มาโคโตะจึงถาม "เธอแน่ใจนะว่าคนน่ะ"

โทระโอะจึงพูด "เจ้าบ้า!! ซอมบี้คงกรี๊ดไม่ได้หรอกเฟ้ย!! มะกี้เสียงคนเหมือนจะเป็นผู้หญิงด้วย" โทระโอะจึงมองซ้ายมองขวาแล้วพูดต่อ "มาโคโตะนายดูแลยูกิที่นี่แหละไม่ต้องขึ้นไปจะได้ไม่เหนื่อยเปล่า ฉันจะไปดูเองว่ามันเป็นคนรึผี"

มาโคโตะจึงพูด "ผี? เนี่ยนะ"

ยูกิจึงพูดเสริม "เกิดมา ฉันไม่เคยเห็นผีมาก่อนเลยนะ!!"

 

แต่แล้วโทระโอะก็เดินออกไปเริ่มค้นหาทีละชั้น ทีละชั้น แต่ก็ไม่เห็นวี่แววใดๆ โทระโอะจึงคิดในใจ "เห้ย!!? นี่มันชั้น 7 แล้วนะเฟ้ยอีกชั้นเดียวก็ด่านฟ้าละ หรือนี่จะเป็นผีจริงๆฟะ"

ทันใดกก็มีเสียงกระป๋องขยับในห้อง "แปร้ง!!!" โทระโอะจึงมองเห็นเป็นร่างสีดำๆตัวเล็กๆ มันทำให้โทระโอะถึงกับเหงื่อตกแล้วขนลุกแล้วพูดออกมา "เอาล่ะเจ้าผีเอ่ย........นะโม!!!! ...............โอ้ย!!!!เจ็บ......" จู่ๆโทระโอะก็หน้าซีดแล้วก้มลงไปที่เป้าของตัวเองปรากฏว่าถูกไม้บางอย่างฟาดเข้า!!! ..เขาจึงตะโกนร้อง "โอ้ยจุกโว้ยย!!!" โทระโอะถึงกับนอนกลิ้งไปกลิ้งมา แต่เขาก็เห็นตัวการที่ทำแบบนั้นเมื่อร่างดำๆนั้นเข้ามาใกล้กลับไม่ใช่ผี แต่เป็นเด็กสาวตัวเล็กหน้าตาน่ารักคนหนึ่ง มีผมสั้นสีม่วง ใส่ชุดเดรสสีขาวแล้วง้างไม้เตรียมจะฟาดที่โทระโอะอีกรอบ

ในขณะนั้นเธอก็พูด "อย่าเข้ามานะ!! พวกคนไม่ดี!!นี่แหนะ!!"

โทระโอะจึงรีบพูดขึ้น "ดะเดี๋ยวยัยหนู" จากนั้นโทระโอะก็จับไม้เธอไว้ได้ทันพอดี .."ฟับ!!" เธอจึงปล่อยไม้แล้ววิ่งหนีไปชั้นบน .."หื้อออ```"

โทระโอะจึงพูด "นี่จะไปไหนน่ะ หยุดก่อน!!!"

อาคารที่บันไดต่อกันและโปรงทำให้เสียงได้ยินไปถึงข้างล่าง

มาโคโตะจึงตะโกนขึ้นมา "โอ้ยยย!! เป็นอะไรอะเปล่าโทระโอะ......!!!"

โทระโอะที่จุกอยู่ก็ประขับประคองยืนขึ้นแล้วตะโกนกลับไป "มีเด็กผู้หญิง!!!...." เสียงพูดที่จุกทำให้

มาโคโตะฟังผิด "ห้ะ!! ผีเด็กผู้หญิง!!!??.งั้นเหรอ" ยูกิกับมาโคโตะจึงมองหน้ากันงงๆ

 

โทระโอะจึงเดินขึ้นไปเรื่อยๆ แล้วพูด "ยัยเด็กนั้นนั่นทักทายคนอื่นด้วยวิธีนี้รึไงฟะโอ้ยๆๆจุกชะมัดยากก!!" โทระโอะจึงเดินขึ้นไปชั้น 8 หรือชั้นสุดท้ายก่อนจะถึงด่านฟ้าแต่ชั้นนี้ไม่มีห้องที่ซับซ้อนเป็นชั้นโล่งๆและไม่มีข้าวของใดๆ ทำให้

โทระโอะเห็นเด็กคนนั้นได้ง่ายแล้วเธอก็มองรอบๆแต่กลับไม่มีที่ให้หลบโทระโอะจึงวิ่งไปคว้าตัวเธอไว้ได้!!! เธอก็ดิ้นขัดขืน

โทระโอะ เธอทั้งทุบทั้งตีทั้งกัดโทระโอะไม่ยั้ง

 

"มันเจ็บนะเฟ้ยยัยเด็กบ้า"

"งั้มๆ ปล่อยนะเจ้าคนชั่วงั้มๆๆๆ"

แต่แล้วมาโคโตะก็แบกยูกิเดินขึ้นมาแล้วเห็นทั้งสองตีก็อยู่เลยถาม "นี่นายทำอะไรอยู่เนี่ย!!"

ยูกิก็มีท่าทีที่ตื่นตกใจ

 

ตัดภาพมาที่ทุกคนนั่งคุยกันเกี่ยวกับเด็กคนนี่ ซึ่งมาโคโตะและยูกิก็นั่งต่อหน้าทั้งโทระโอะแล้วเด็กคนนั้นที่หยุดตีกัน ยูกิเลยเริ่มถาม "นี่หนูทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ละจ๊ะ" แต่เด็กคนนั้นก็ก้มหน้าแล้วไม่พูดอะไร

มาโคโตะจึงพูดกับโทระโอะ "นี่เราถามไปเป็นสิบคำแล้วนะ นายคงไม่ทำอะไรไม่ดีกับเธอใช่ไหมโทระโอะ"

โทระโอะจึงหันหน้ามาตอบด้วยอารมณ์หงุดหงิด "เจ้าบ้า!!!ยัยเด็กนี่แหละทำฉันอยู่ฝ่ายเดียว!!ต่างหาก!!"เด็กคนนั้นจึงแลบลิ้นใส่โทระโอะ "แบร่!!!"

โทระโอะจึงโมโหแต่มาโคโตะก็จับโทระโอะไว้ "ปล่อยฉันนะเฟ้ยยัยเด็กบ้านี่ต้องโดนฉันหน่อยแล้ว"

ยูกิจึงถามอีกที "แล้วพ่อแม่ของหนูละจ๊ะไป ท่านอยู่ที่นี่ไหม"

แต่ทันใดเด็กคนนั้นก็ตอบขึ้น "คนๆ มะไม่ดีพาหม่าม๊าหนูไป ฮือๆๆ" จากนั้นเธอก็ร้องไห้ขึ้นมาเฉยเลยมาโคโตะและยูกิจึงมองหน้ากัน จากนั้นยูกิก็เข้าไปกอดแล้วปลอบเธอ "โอ๋ๆๆไม่ร้องน้าาาหนู...."

 

แต่แล้วทุกคนก็ได้ขึ้นไปยังด่านฟ้าเพื่อมองหาสถานีตามเป้าหมาย มาโคโตะจึงมองไปรอบๆแต่ในที่สุดก็เห็น "ฉันเห็นแล้วละทุกคนอยู่ทางทิศตะวันตกน่ะ!!!" มาโคโตะจึงพูด "ใช่ๆฉันก็เห็นเหมือนกันน่าจะห่างจากที่นี่ สัก 5 กิโล

เองมั้งเนี่ย!!"

 

ยูกิที่จูงมือเด็กคนนั้นเลยคุยกับเธอ "นี่หนูชื่อะไรเหรอจ๊ะ"

เธอจึงตอบ "มายูมิค่ะ"

ยูกิจึงพูดต่อ "งั้นมายูมิมากับพวกพี่นะ หนูอยู่ที่นี่คนเดียวมันอันตราย เดี๋ยวเราจะพาหูไปที่ๆปลอดภัยกัน" เธอจึงผงกหัวแล้วยิ้มให้ยูกิ

 

และแล้วทุกคนก็ลงมาชั้นล่างแล้วออกมาจากตึก โทระโอะรอรับตัวยูกิและมายูมิที่รอข้างนอกโดยให้มาโคโตะส่งผ่านหน้าต่างที่ถอดลูกกรงออก เมื่อทุกคนออกมาครบ มายูมิจึงสกิดมาโคโตะแล้วชี้ไปยังรถยนต์คันหนึ่ง ทุกคนเลยเดินไปเมื่อไปถึงก็พบว่าประตูรถไม่ได้ล็อคแถมมีกุญแจเสียบคารถไว้อีก ทุกคนก็ทั้งดีใจและตกใจก่อนจะเข้าไปกัน

มาโคโตะจึงพูดกับมายูมิว่า "แบบนี้เยี่ยมเลย มายูมิจังรู้ได้ไงว่ารถคันนี้ขับได้ละเนี่ย"

มายูมิก็เลยตอบ "มีพี่ชายตัวสีฟ้าๆคนหนึ่งมาส่งหนูที่นี่ แล้วเขาก็วิ่งหนีหายไปงะค่ะ"

โทระโอะจึงพูดกับเธอ "นี่ยัยหนูคนนะไม่ใช่ม้ายูนิคอร์นจะได้ตัวสีฟ้าน่ะ!!" เธอจึงงับเข้าที่แขนโทระโอะ "โอ้ยเอาอีกแล้วเหรอยัยเด็กบ้า!!" แต่ทันใดโทระโอะก็มองที่รถแล้วพูด "แย่ละฉันขับรถรุ่นนี้ไม่เป็นงะ ล่าสุดไปก็ชนกับต้นไม้ เละเทะหมดเลย"

 

ยูกิจึงพูด "แต่สำหรับฉันสบายมาก!!หืมมม"

มาโคโตะจึงพูดกับยูกิ "ดะๆเดี๋ยวฉันขับเองนะยูกิ!! อย่าใช้ขาเธอไปมากกว่านี้เลยนะยูกิ เดี๋ยวก็ถึงศูนย์อพยพแล้ว เตรียมตัวไว้รักษาดีกว่านะ"

ยูกิจึงพูดแบบเซ็งๆ "เห้ออออ อืมเเข้าใจแล้วละ....ว่าแต่นายขับเป็นด้วยเหรอ"ยูกินั่งที่ข้างคนขับส่วนโทระโอะและมายูมินั่งข้างหลังและมาโคโตะจึงเป็นคนขับ

มาโคโตะ "อะอืมชะๆใช่ๆ"

โทระโอะ "เห้ๆๆๆๆ ไม่เห็นจะรู้มาก่อนเลยแฮะๆ"

มาโคโตะ "น่าเชื่อมือฉันเถอะ"

 

มาโคโตะจึงคิดในใจ "ถ้าเทียบสกิลกการขับรถยูกิถือว่าหลุดโลกอยูในระดับเทพเจ้า!!

เจ้าโทระโอะก็พอใช้ได้แต่ดันขับรถประเภทนี้ไม่เป็น ....แต่เรา........พึ่งขับครั้งแรกเฟ้ย!! แต่สถานการณ์แบบนี้จะบอกว่าไม่เคยขับก็ทำแบบนั้นไม่ได้ อะไรจะเกิดก็เกิดละฟะ!! พ่อแก้วแม่แก้วช่วยด้วย!!!" แล้วมาโคโตะจึงสตาร์ทรถแบบเซๆมั่วๆแล้วมุ่งหน้าออกไปทางทิศตะวันตก.............."บรึ้นนนน"

โทระโอะ "โว้ยใจเย็นลูกพ่อ!!!"

ยูกิ "ระวังข้างทางนั่นน่ะ!!"

รถเกือบชนข้างทางแต่ก็ผ่านไปได้

 

เมื่อผ่านมาสักพักมาโคโตะกลับขับรถได้อย่างปกติ ซึ่งน่าจะออกห่างมาจากจุดเดิมมาได้สัก 4 กิโลเมตรแล้วจึงคิดในใจ "แปลกแฮะไม่คิดว่าจะขับได้แต่จู่ๆรู้สึกว่าร่างกายมันก็ชินไปเอง ขับรถมันง่ายขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย" โทระโอะจึงพูดกับมาโคโตะ "นี่นายไปฝึกขับมาตอนไหนเนี่ยไม่เห็นยักจะรู้เลย"

มาโคโตะเลยตอบไป "แฮะๆ ก็นิดหน่อยน่ะ"

ยูกิก็ยิ้มมาให้มาโคโตะแล้วพูด "ทีแรกฉันคิดว่านายจะขับไม่เป็นสะอีกนะเห็นรถเซใหญ่เลย" มาโคโตะจึงคิดในใจ "ก็แน่สิฟะนี่มันครั้งแรกหนิ"

 

ยูกิมองไปยังหน้าต่างรถพร้อมกับเห็นสภาพเมืองที่ร้างที่ไร้ผู้คนและบริเวณนี้ก็ดูเหมือนพวกซอมบี้จะยังมาไม่ถึงแล้วยูกิก็พูด "ฉันไม่อยากคิดเลยนะว่าถ้าเมืองนี้ผู้คนยังอยู่เหตุการณ์คงซ้ำรอยเหมือนกับเมืองพวกเราแน่ๆ"

โทระโอะจึงพูด "พอไม่มีใครให้พวกมันกัด พวกมันก็จะแพร่ระบาดช้าลงน่ะ"

มาโคโตะจึงพูด "ดีแล้วละ ที่มันยังมาไม่ถึงกลางเมือง เราจะได้มีเวลาไปเตือนพวกคนที่ศูนย์อพยพว่าพวกมันอยู่ใกล้ๆนี้แล้ว"

 

 

ตัดภาพมาที่ทุกคนถึงศูนย์อพยพรถที่ทุกคนนั่งอยู่ก็มาจอดลงที่หน้าของศูนย์อพยพซึ่งอยู่หน้าสถานีรถไฟ เมื่อประตูเปิดออกมา ก็มีทั้งทหารในกองทัพและประชาชนชาวเมืองอพยพของเมืองมิคาโดะและนากาโนะเต็มไปหมดจำนวนมหาสาร เสียงจากที่เงียบก็เป็นเสียงผู้คนจำนวนมากคุยกัน จากนั้นมาโคโตะก็รีบพายูกิและทุกคนเข้าไป แต่ดูเหมือนคิวที่ศูนย์พยาบาลจะเต็มไปด้วยผู้คน มาโคโตะจึงแบกยูกิแล้วต้องรอต่อคิวไป แต่โทระโอะและมายูมิแยกตัวไปติดต่อกับศูนย์ประชาสัมพันธ์เพื่อพูดบางอย่าง

 

โทระโอะจึงเข้าไปพูดกับผู้หญิงคนหนึ่ง "นี่เธอ!!" ผู้หญิงน่าจะเป็นประชาสัมพันธ์เห็นหน้าดุๆของโทระโอะก็ตกใจ ก่อนโทระโอะจะพูดต่อ "เราต้องบอกทุกคนให้รีบหนีจากที่นี่แล้วนะ!!!พวกซอมบี้มันอยู่ที่ชายหาดเต็มไปหมดแล้วฉันก็ไม่รู้ว่ามันจะมาถึงที่นี่เมื่อไหร่!!!"

ผู้หญิงคนนั้นจึงทำหน้างงแล้วพูดกับโทระโอะ "คุณคะ ทางการก็ประกาศแล้วนะคะว่าเมืองมิคาโดะไม่มีผู้ติดเชื้อหลงเหลืออยู่แล้ว ที่สำคัญสะพานก็พังไปแล้ว แล้วมันจะมาอยู่ที่ได้ไงละคะคุณ"

 

โทระโอะจึงพูดขึ้น "หมายความว่าเธอไม่เชื่อฉัน งั้นเหรอฟะ!! นี่มายูมิเธอก็ช่วยบอกยัยนี่หน่อยสิ"

 

มายูมิจึงเสริม "จริงๆนะคะพี่ มีคนไม่ดีเต็มที่นั้นไปหมดเลยค่ะ!! เลาต้องรีบหนี" ผู้หญิงคนนั้นเลยลูบที่หัวมายูมิแล้วพูด "คนนี้พี่ชายหนูเหรอ อย่าไปเชื่อที่เขาพูดน้า ที่นี่เราปลอดภัยแล้วละ ฝันร้ายมันจบลงไปแล้วนะจ๊ะหนู"

โทระโอะที่โมโหจึงใช้มือทุบโต๊ะที่เธอกำลังนั่งอยู่ "ตุ้บบ!!!" แล้วพูด "นี่!!จะรอให้ทุกคนตาย

ก่อนรึไง!!!" แล้วโทระโอะก็หยิบไมประชาสัมพันธ์มาพูดขึ้นโดยพลการ "ฮัลโหล่!!!! เจ้าพวกบ้าทั้งหลาย!!! พวกซอมบี้อยู่ที่หาดแล้ว!!!" เสียงได้กระจายไปทั่วทั้งสถานีซึ่งคนทุกคนก็ได้ยิน แล้วโทระโอะก็พูดต่อ "ถ้าไม่อยากตายก็รีบเก็บข้าวของหนีไป เข้าใจไหม!!!!" จากเสียงทั้งสถานีที่มีคนพูดคุยกันไม่หยุดจู่ๆก็เงียบลง....................

 

 

สักพักแต่แทนที่พวกเขาจะหวาดกลัว ทุกคนกลับหัวเราะลั่นกันไปหมดแล้วจู่ก็กลับมาคุยกันเหมือนเดิม!!

ผู้หญิงคนนั้นก็ตกใจแล้วรีบเรียกทหารข้างหน้าเต้นท์เข้ามานำตัวโทระโอะและยูมิจังออกไป โทระโอะจึงขัดขืนแล้วตะโกนใหญ่ "เจ้าพวกบ้า!!จะมารอความตายที่นี่รึไง"

 

 

ตัดภาพไปที่มาโคโตะและยูกิซึ่งมาโคโตะต่อคิวจนในที่สุดก็ถึงคิวของตัวเอง มาโคโตะได้ยินสิ่งที่โทระโอะพูดแล้วก็ถึงกับกุมหัวแล้วคิดในใจ "มันเกิดอะไรขึ้นทำไมทุกคนหัวเราะละ!! ไม่เชื่อสิ่งที่โทระโอะบอกงั้นเหรอ!!! เพราะพวกเราเป็นแค่เด็กน่ะสินะ!!! บ้าเอ้ยยยย"

 

แต่แล้วหมอก็เดินเข้ามา มาโคโตะที่อยู่ต่อหน้าหมอจึงพูดขึ้น "ขาเธอเจ็บนะครับหมอ ช่วยดูอาการให้เธอหน่อยนะครับ" มาโคโตะจึงพยุงยูกิขึ้นบนเตียงเพื่อให้หมอตรวจสอบอาการ หมอจึงดูอาการสักพักแล้วพูดขึ้น "อืมเหมือนกระดูกจะเคลื่อนนะ น่าจะถูกอะไรกระแทกเข้าอย่างแรง แต่ยังไงที่เท้าไม่บวมมาก"

 

ยูกิจึงตอบ "คะค่ะ" ก่อนยูกิจึงคิดในใจพร้อมมองหน้ามาโคโตะที่ฟังหมอ "เพราะมาโคโตะช่วยประคบน้ำแข็งตอนนั้นแท้ๆ ต้องหาโอกาสตอบแทนมาโคโตะให้ได้แล้วเรา!!"

หมอจึงพูดต่อ "เอาละ ที่นี่ไม่มีอุปกรณ์ที่จะทำเฟือกให้เธอได้นะ ที่หมอช่วยได้คือการดึงกระดูกเพื่อให้กลับเขาที่เดิม แล้วใช้ไม้กับผ้าพยุงไว้ อีก 2 วันโรงพยาบาลที่นี่จะเปิดตามปกติ ยังไงก็รักษาตัวดีๆละแล้วค่อยมาดูอาการใหม่" จากนั้นหมอก็เริ่มรักษาให้ยูกิ

มาโคโตะจึงเหมือนพยามคิดในใจ (บ้าจริงจะบอกหมอยังไงละเจ้าโทระโอะก็พูดทุกอย่างไปมะกี้แล้วก็ไม่มีใครเชื่อโธ่เว้ยย!!)

จากนั้นพยาบาลคนหนึ่งก็ทำอุปกณ์ตกฟื้นจึงมีพยาบาลอีกคนพูดกับเธอ "ไปพักหน่อยไหมมาริ"

เธอจึงตอบ "ขะขอบใจค่ะ ฉันไหวอยู่" จากนั้นเธอก็นั่งเก็บของที่ทำตก

 

แต่จู่ๆมาโคโตะที่ได้ยินเสียงเอะอ่ะโวยวายข้างนอก มาโคโตะจึงเดินออกไปดู ปรากฎเป็นโทระโอะกับมายูมิกำลังตะโกนป่าวประกาศกลางผู้อพยพคนอื่นนั่งอยู่ในบริเวณนั้น

โทระโอะตะโกนขึ้น "นี่ทุกคนมันมีซอมบี้อยู่ในเมืองนี้จริงๆนะเฟ้ย!! พวกมันอยู่ที่ชายหาดแล้วไม่ห่างจากที่นี่มาก!! เราต้องรีบหนีออกจากที่นี่แล้ว!!!นะเฟ้ย!!"

มาโคโตะจึงตกใจแล้วกุมมือที่หน้าผากพลางคิด "เจ้าโทระโอะ!! "

มายูมิที่อยู่ข้างก็ช่วยเสริมกันโทระโอะ "มันพาหม่าม๊าหนูไปรีบๆหนีกันเถอะค่ะ!! ทุกคน!!"

 

ทันใดนั้นเองชาวเมืองในค่ายอพยพก็หันมามองทั้งสอง...........แล้วจู่ๆทุกคนก็โห่ใส่แล้วขับไล่ทั้งสองคน แล้วพูดใส่โทระโอะและมายูมิ

"นี่ๆไม่ได้ดูข่าวรึไง พ่อหนุ่มน้อย เหอะๆๆ พวกเด็กก็เป็นอย่างงี้แหละน้า"

"อยากดังรึไงพวกเธอน่ะ!! เรื่องที่มิคาโดะมันจบไปแล้วสะพานที่ทางออกเดียวก็ถูกทำลายแล้วพวกมันจะมาที่นี้ได้ไง"

"ใช่ๆๆๆ อย่ามาหลอกกันให้ยาก ฮึๆๆๆๆ"

"ทุกคนเขาไม่มาฟังเรื่องหลอกเด็กของพวกเธอกันหรอกนะ!!"

"หยุดเล่นแต่เกมส์แล้วดูเหตุการณ์บ้านเมืองสะบ้าง!!!!"

.."บู้ๆๆ พวกเรียกร้องความสนใจปัดโธ่!!!"

โทระโอะและมายูมิถึงกับหน้าซีดแต่แล้วก็มีชายคนหนึ่งเดินออกมาจากฝูงชนแล้วพูด

"ผมรู้จักพวกนี้ครับ พวกนี้แหละครับ!! เป็นพวกอยากดังที่ทำตัวให้คนอื่นมาสนใจ เป็นพวกน่าสมเพชที่ชอบก่อความเดือดร้อนให้คนอื่น!!! ไล่พวกมันออกไปเลยครับ!!!" ชาวเมืองยิ้มหัวเราะแล้วก็ด่าทอประนามโทระโอะกันไปใหญ่เมื่อโทระโอะมองไปที่ชายที่พูดคนนั้น กลับเป็นคนที่เขารู้จักดี เพราะชายคนนั้นคือเจ้าอ้วนมุจิเมะ (คนที่เคยบุกบ้านยูกิ) แล้วทุกคนก็ตะโกน "ออกไป....ออกไป........ออกไป!!!"

 

โทระโอะที่กำลังจะสวนกลับไป แต่มาโคโตะและยูกิที่เดินออกมาหลังจากการรักษาเสร็จพอดี มาโคโตะก็ส่ายหัวไปที่โทระโอะ และโทระโอะก็เข้าใจสิ่งที่มาโคโตะพยามจะสื่อ เขาได้แต่กัดฟันแล้วกำหมัดแน่นและแล้วทุกคนก็หันหลังในกับชาวเมืองที่ไม่เชื่อสิ่งที่พวกเขาพูดแล้วพากันหัวเราะและขับไล่พวกเขา โทระโอะจึงจูงมือของมายูมิกลับไปและในขณะที่ทุกคนกำลังจะเดินออกกลับไปที่รถ

 

ในขณะที่ทุกคนด่าทอจู่ๆก็มีเสียงหนึ่งตะโกนขึ้นมา "อะเอ่อฉันขอไปกับพวกคุณด้วยได้ไหมคะ??!!!" พวกมาโคโตะที่แปลกใจจึงหันกลับไปจึงเห็นเป็นนางพยาบาลสาวคนหนึ่ง ผมสีชมพูใส่แว่นหน้าตาน่ารัก ลุคดูขี้อาย ทุกคนจึงมองหน้ากันสักพักมาแต่แล้วโคโตะจึงผงกหัวแล้วพูดกับผู้หญิงคนนั้นแล้วพูด "ได้สิ..." ทุกคนในที่แห่งนั้นก็ถึงกับตกใจในการตัดสินใจของพยาบาลสาวคนนั้น

ได้ทันใดก็มีหมอคนหนึ่งเดินเข้ามาเหมือนพยามขัดเธอไว้ แล้วพูด "นี่คุณมาริ คุณจะทิ้งงานที่แล้วหนีไปไหนงั้น เหรอ คุณจะบ้าเหมือนคนพวกนั้นไม่ได้นะผมบอกแล้วไงสิ่งที่คุณเห็นมันแค่ ความเครียดจากการทำงานน่ะเข้าใจไหม" หมอคนนั้นจึงเข้าไปจับที่แขนเธอและพูดต่อ "ดังนั้นอย่าไปเชื่อคนพวกนั้นเลยนะ เรื่องเมื่อวานคุณไม่ผิดหรอก อีก 2 วันทุกอย่างก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้วนะ ผมไม่อยากให้คุณตกงาน..!!!"

 

มาริหรือพยาบาลคนนั้นก็หยุดนิ่งเหมือนกับไม่กล้าพูดอะไรตอบโต้เหมือนไม่กล้าตัดสินใจ

โทระโอะจึงเดินเข้าไปหาเธอคนนั้นแล้วปัดมือผู้ชายคนนั้นออกไป แล้วพูด "ฉันไม่ได้ขอให้ใครเชื่อในสิ่งที่ฉันพูดหรอกน่ะ!!! แต่ถ้ามันยังช่วยชีวิตแม้แค่คนเดียวในที่แห่งนี้ได้ ฉันก็ถือได้ว่าฉันมาบอกทุกคนแล้ว!! พวกมันกำลังมาถ้าอยากมีชีวิตก็รีบหนีออกไปสะ!!"

 

มาโคโตะจึงช่วยเสริม "มันเป็นความจริงนะครับ!!! เราต้องไปกันแล้ว"

ยูกิ "จริงๆนะคะพวกเราหนีมาจากมิคาโดะ!! พวกเราเห็นทุกอย่างจริงๆ"

มายูมิก็เหมือนกลัวแต่ก็ช่วยพูดไป "พะพวกมันเยอะๆมากๆเลยนะคะ!!"

 

ทันใดมุจิก็ตะโกนสวนมา "ไหนละหลักฐาน!!!!"

แต่พวกมาโคโตะก็เงียบ

แล้วชาวเมืองก็พากันหัวเราะเยาะใส่อีกครั้ง

 

.. "ห้ะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ"

 

ชาวเมืองก็ดูไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือปักใจเชื่อใดๆ

แล้วพยาบาลคนนั้นก็พูดพวกมาโคโตะ "ฉันเชื่อพวกคุณนะคะ"

ทุกคนจึงขึ้นรถแล้วออกรถไป พร้อมท่ามกลาง เสียงหัวเราะและสายตาชาวเมืองที่มองดูแคลนมาที่พวกมาโคโตะแล้วก่อนพวกมาโคโตะก็ขับรถออกไป.............................

 

 

ไม่มีใครเชื่อสิ่งที่พวกเขาพูดเลยแม้แต่นิดเดียว

 

.....................................................................................................................................................

 

TO BE CONTINUE

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น