Path of The Death (เส้นทางแห่งความตาย)

ตอนที่ 6 : THE RAIN OF SADNESS AND SUFFERING

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 45
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    16 มี.ค. 63

ฝนแห่งความเศร้าและความทรมาณ

 

 

แดดกลางวันที่ส่องลงมาผ่านร่มไม้ลงมาที่ดวงตาของมาโคโตะ ปลุก ทำให้เขาตื่นขึ้นมาช้าๆ ก่อนเขาจะมองไปรอบๆ ก็เห็นได้ว่ายูกิกำลังเก็บเสื้อผ้าของเธอเองที่ตากอยู่ โดยมองจากด้านหลังมาโคโตะจึงเห็นว่าเธอไม่ได้ใส่เสื้อมาโคโตะจึงเขินแล้วรีบหลับตาคืนอีกครั้ง แต่แล้วไม่ช้ายูกิเก็บเสื้อที่ตากมาสวมเดินกะเผลก กะเผลกเข้ามาปลุก

 

"นี่ๆ ทั้งสองคนเที่ยงแล้วนะ" ยูกิสะกิดทั้งสองให้ตื่นไม่ช้ามาโคโตะที่ตื่นอยู่ก่อนแล้วก็ทำเป็นเนียน "อ้ายยย~~~ เช้าแล้วเหรอ..."

ไม่ช้าโทระโอะก็ตื่นตามมาแบบงัวเงีย "หาววววว~~~ นี่ฉันหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย"

ยูกิก็ยิ้มให้ทั้งสองคนก่อนจะพูด "พวกนายวิ่งเล่นจู่ๆก็พากันมาหลับตรงนี่ นี่แหละ"

มาโคโตะจึงพูดต่อ "อย่างงั้นเหรอ เอะว่าแต่ยูกิ แล้วเธอนอนบ้างแล้วเหรอหาววววว~~"

 

ยูกิที่ได้ยินจึงหัวเราะแห้งๆกลับไป "แฮะๆ ฉันนอนมาเยอะแล้วละ มะกี้ก็งีบๆไปสักพักอยู่เหมือนกัน"

แต่ทันใดก็มีเสียงท้องร้องดังขึ้น "กรู้ด!!!"

มาโคโตะจึงมองไปที่ยูกิ เธอจึงพูดขึ้น "มะๆกี้ไม่ใช่ฉันนะอย่ามองกันแบบนี้สิมาโคโตะละก็" จากนั้นมาโคโตะก็มองไปที่โทระโอะ "ฟุ้บ!"

โทระโอะจึงพูด "เจ้าบ้า!!ฉันไม่ใช่ฉันนะเฟ้ย"

แต่ทันใดก็มีเสียงท้องร้องดังขึ้นอีก "กรุ้ด!! กร๊อด!!!" มาโคโตะจึงคิดใน "ไม่ๆมะกี้ไม่ใช่ของเราแน่" ยูกิและโทระโอะที่รู้ตัวว่านั่นเป็นเสียงตัวเองจึงเมินหน้าหนีจากมาโคโตะ โทระโอะยิ้มแบบกลบเกลื่อน ส่วนยูกิก็หน้าแดง

มาโคโตะคิดในใจ "ถ้าเราไม่ได้กินมื้อเย็นกับพวกเรย์เมื่อวาน วันนี้เราก็คงหิวแย่เหมือนกัน" แล้วมาโคโตะก็ยิ้มแล้วพูด "เราลองเขาไปในเมืองดูไหม?"

 

 

ตัดภาพมาที่ทุกคนกำลังเดินอยู่บนข้างถนนเลียบติดกับชายหาดซึ่งบรรยากาศดูเงียบมากทั้งที่มีบ้านคนและร้านค้าต่างๆมากมาย แต่ที่นี่กลับไม่มีคนอยู่แล้ว มาโคโตะและโทระทั้งสองคนก็พยามประคองตัวยูกิโดยแบกแขนยูกิอยู่คนละข้าง เพื่อช่วยให้เธอเดินต่อไปได้

มาโคโตะที่มองบรรยากาศโดยรอบจึงพูดขึ้น "แย่จังนะ คนแถวนี้ต้องอพยพหนีกันไปหมด ถึงเป็นเมืองข้างๆก็คงไม่อยากมีใครมาเสี่ยงสินะ"

 

โทระโอะจึงพูดกับมาโคโตะต่อ "นั่นนะสิ แต่มันคงจบแล้วนะเห้ออุส่าห์รอดมานี่ได้นะพวกเรา"

แล้วมาโคโตะก็มองไปบนฟ้าแล้วเห็นเฮลิคอปเตอร์บินผ่านไปยังเมืองมิคาโดะที่กลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้ว

ทันใดยูกิก็พูดขึ้น "นะนี่พวกนายน่ะ ปล่อยให้ฉันเดินเองก็ได้ แบบนี้มัน......"

โทระโอะจึงพูด "ไม่ได้หรอกยูกิจัง จะปล่อยเลดี้ที่บาดเจ็บและลำบากให้เดินคนเดียวได้ยังไงละ"

ยูกิก็ดูเขินๆที่มีผู้ชายสองคนมาประกบแบบนี้

 

แต่เดินไปได้สักพักไม่นานยูกิก็ มีสีหน้าแปลกๆ "อะโอ้ย" เหมือนกำลังเจ็บอะไรสักอย่าง

มาโคโตะจึงหันไป แล้วมองที่ขายูกิขาเธอสั่นมากๆเหมือนพยามจะฝืนเดิน

มาโคโตะจึงพูด "โทระโอะหยุดก่อน!!"

โทระโอะจึงพูด "มีอะไรงั้นเหรอ?"

แล้วทั้งสามคนก็หยุดเดินก่อนมาโคโตะจะปล่อยแขนยูกิที่ประคองไว้ แล้วก้มลงไปดูที่เท้ายูกิ ทันใดโทระโอะก็มองไปเช่นกัน ก่อนโทระโอะจะพูด "อะไรกัน เท้าเธอ!?"

(เท้าของยูกิสังเกตุเห็นได้ชัดว่ามันสั่นตลอดเวลาเพราะเธอเจ็บและเกร็ง)

มาโคโตะจึงพูด "ขอโทษนะยูกิที่เราปล่อยให้เธอเดินน่ะ!!"

ก่อนมาโคโตะจะนังยองๆแล้วหันหลังให้ยูกิ ยูกิที่เห็นจึงถาม "อะไรเหรอ!!?"

มาโคโตะ "ขึ้นหลังมาสิยูกิ ฉันจะแบกเธอเอง"

ยูกิจึงพูด "ไม่ๆ แค่นี้ฉันก็รบกวนพวกนายมากแล้วนะ!! เราเดินกันต่อไปเถอะ!! ฉันโอเคไม่เป็นไรจริงๆ"

 

ก่อนมาโคโตะจะลุกขึ้นมาแล้วหันไปคุยกับยูกิ "พวกฉันก็รบกวนเธอที่พาเรามาที่นี่เหมือน เห็นไหมแค่นี้เราก็เจ๊ากันแล้วนะ ไม่ต้องเกรงใจกันหรอกยูกิแฮะๆ" มาโคโตะยิ้มให้ยูกิ

ยูกิจึงหน้าแดง ก่อนโทระโอะจะพูด "ช่ายถ้ายูกิจังไม่รีบขึ้นหลังหมอนั่นผมจะแบกยูกิจังแทนเอาไหมละ เหอะๆๆ" โทระโอะหัวเราะแบบโรคจิต

ยูกิจึงยิ้มและพูดทั้งเขิน "พวกนายมันตาบ้า!! หึมม!!"

แล้วยูกิก็ขึ้นหลังมาโคโตะก่อนทุกคนจะเดินต่อไป

 

 

ตัดภาพไปยังเมืองมิคาโดะที่มอดไหม้เป็นเถ้าถ่านมีเฮลิคอปเตอร์บินอยู่เหนือเมืองปรากฎเมืองทั้งเมืองไม่มีส่วนใดเหลือชิ้นดีทุกที่มอดไหม้เป็นเถ้าถ่าน และยังมีไฟยังลุกลามอยู่บางจุดในเมือง

 

นักข่าวในเฮลิคอปเตอร์จึงกำลังรายงานผ่านกล้อง "ครับ!! สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้นั้นนับได้ว่าเป็นเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ของประเทศเลยก็ว่าได้ครับ และนี่คือภาพบรรยากาศของเมือง ใน 6 ชั่วโมงหลังการกวาดล้างเมืองด้วยขีปนาวุธ ซึ่งจากจุดนี้สังเกตุได้ว่าไม่เหลือแม้แต่ผู้รอดชีวิตหรือผู้ติดเชื้อใดๆหลงเหลืออยู่ให้เห็นในเมือง การสละเมืองมิคาโดะในครั้งนี้นั้นนับว่าเป็นการตัดสินใจครั้งที่ยิ่งใหญ่ของรัฐบาล ซึ่งแม้จะยังไม่ทราบได้ว่าการกระทำครั้งนี้สามารถยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคปริศนาได้หรือไม่ ยังคงต้องรอไฟในเมืองมอดดับแล้วลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบเป็นลำดับต่อไป จบการรายงานครับ!!"

 

เมื่อปิดกล้องนักข่าวคนนั้นมองลงไปที่เมืองแล้วพูดลอยๆขึ้น "ทั้งชีวิตที่ทำข่าวมาไม่เคยเห็นภาพอะไรน่าหดหู่ใจเท่านี้เลย คนนับแสนล้มตาย...... เมืองที่มอดไหม้............. เรื่องนี้เกิดเพียงแค่หนึ่งวันเดียวเท่านั้นเหรอเนี่ย!!!" แต่จู่ๆฝนก็ตกลงมาพอดี ก่อนนักข่าวคนนั้นจะมองขึ้นไปบนฟ้า... .."ฟู้....~~~~~~"

 

 

 

ตัดภาพกกลับไปยังพวกมาโคโตะ ตอนนี้ทุกคนเดินมาจนสุดเขตชุมชนริมหาดแล้ว แถมฝนก็ดันมาตก

โทระโอะจึงพูดขึ้น "เอาไงดีเนี่ยดูถ้าน่าจะไม่มีใครอยู่แถวนี้จริงๆ เราจะไปไหนกันต่อดีละฟะ! ฝนมันก็ตกแล้วฟุ้ยย!!"

 

มาโคโตะจึงพูด "ใจเย็นน่าๆโทระโอะ เราหยุดพักกันตรงนี้ก่อนก็ได้นะ" จากนั้นทุกคนก็นั่งลงที่เก้าอี้ข้างทาง มาโคโตะเลยพูดขึ้น "ฉันว่ายังเราก็ไปไหนไกลๆมากไม่ได้อยู่แล้วเพราะยูกิก็บาดเจ็บ เราต้องพาเธอไปโรงพยาบาลสะก่อน"

ยูกิจึงมีท่าทีเหมือนเกรงใจอยู่ตอนเวลา แต่ก้มหน้าแล้วมองมาโคโตะไปมาเหมือนอยากจะพูดอะไรสักอย่าง

 

 

แล้วโทะโอะที่เหมือนนั่งคิดอะไรสักพักจู่ๆก็พูด "อืมถ้าเราไปไหนไกลๆไม่ได้ ยูกิจังก็ยังบาดเจ็บ ที่สำคัญเราต้องการอาหาร อื้มม ฉันคิดออกละ!! "

 

 

 

 

ตัดภาพมา ปรากฏเป็นโทระโอะที่ไปงัดบ้านแถวหลังหนึ่งในบริเวณนั้นแล้วใช้ไม้พยามงัดเปิดเข้าไปจนสำเร็จ ส่วนมาโคโตะก็แบกยูกิที่หลังแล้วเดินเข้ามา

มาโคโตะจึงพูดกับโทระโอะ "นี่ถล่มบ้านคนอื่นแบบนี้ ถ้าเขากลับมาไม่โทรแจ้งตำรวจจับพวกเรารึไง"

โทระโอะจึงตอบ "โธ่! ช่วยไม่ได้นิฟะก็ไม่รู้จะทำไงแล้วหนิ"

 

มาโคโตะวางยูกิลงที่โซฟาในบ้านแห่งนั้นแล้วจึงพูดกับยูกิ "เดี๋ยวฉันมานะยูกิ จะลองไปหาอะไรที่เพือจะช่วยเท้าของเธอได้"

ยูกิจึงมองหน้าแล้วแบบพูดอึดอัดใจ "อะอืมม ขอบใจนะ"

ก่อนมาโคโตะจะเดินหาโทระโอะ ซึ่งโทระโอะก็เดินป้วนเปี้ยนบริเวณเตาผิง

มาโคโตะ "จริงสิพ่อแม่นายที่อยู่อเมริกาคงสบายดีสินะ"

เหมือนกำลังจะจุดไฟ ก็ตอบไป "เชอะ!! ไม่รู้เฟ้ยย!! คนที่ให้แค่เงินกับเงินฉันน่ะ ฉันไม่สนใจหรอก!!"

มาโคโตะ "นี่นายยังไม่คิดจะติดต่อหาท่านไปบางรึไงโธ่~~~ ยังเหมือนเดิมเลยนะนายเนี่ย"

 

แล้วมาโคโตะก็ไปเปิดดูนู่นนี่ แล้วก็เปิดตู้เย็นดู "อืมตู้เย็นยังเย็นหนิ น่าจะมีน้ำแข็งนะ ไฟคงพึ่งถูกตัดไปไม่นานเท่าไหร่"และดูที่ตู้เย็นปรากฎว่ายังมีอาหารในตู้เย็นอยู่เยอะพอสมควร มาโคโตะเลยพูด "รู้สึกแย่จังแฮะอย่างกับเป็นขโมย ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยผมจะเอาเงินมาคืนนะคราบผม" จากนั้นมาโคโตะก็หยิบของในตู้เย็นไป

 

มาโคโตะจึงยื่นอาหารให้โทระโอะ โทระโอะพูด "เยี่ยมเลยเดี๋ยวฉันอุ่นให้เอง" พร้อมกับก่อไฟในเตาผิงให้ติดพอดี

ยูกิก็ยังดูหงอยแปลกๆ ดูไม่ร่าเริง มาโคโตะจึงเดินเข้ามาแล้วนั่งลงต่อหน้ายูกิแล้วหยิบเก้าอี้เล็กอันหนึ่งมา พร้อมพูดกับยูกิ "ขอโทษนะยูกิ" ก่อนค่อยๆจับขายูกิขึ้นมาวางบนเก้าเล็กๆนั้นขณะที่ยูกินั่งบนโซฟา ยูกิก็มองแล้วก็ดูเขินๆอายๆเหมือนจะอยากพูดอะไร .."อะ ...อืม..." แต่ทันใดมาโคโตะก็เอาน้ำแข็งที่เอามาจากตู้เย็นประคบที่ขายูกิ มาโคโตะจึงพูด "แฮะๆเวลาฉันสะดุดล้มสมัยเด็กๆหนะ แม่ฉันใช้วิธีนี้แหละ มันช่วยได้เยอะเลยนะ เดี๋ยวเธอก็หายดีขึ้นแล้วละไม่ต้องเป็นห่วง~~~~"

แต่พอมาโคโตะเงยหน้ามองขึ้นไปก็พบว่ายูกิกำลังร้องไห้อยู่ "หึๆฮือๆ~~~~~"

มาโคโตะพูดทั้งตกใจและลน "อะๆๆไรกันยูกิ ทำไมต้องร้องไห้งะ เราปลอดภัยแล้วนะไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว"

 

ยูกิจึงพูดทั้งน้ำตา "ฮืออ ฉันไม่ได้กลัวสะหน่อยย ฮือ"

 

ก่อนทั้งโทระโอะแล้วมาโคโตะจะหันมามองอย่างตกใจ

 

ยูกิพูดแบบก้มหน้าทั้งสะอื้น "ฉันดีใจต่างหาก!!! ดีใจมากๆด้วย!!! ฮืออออ~~~ พะพวกนายดีกับฉันมากๆ!! สิ่งที่ฉันเจอที่บ้านหลังนั้นมาน่ะ!! ฉันน่ะ!! คิดมาตลอดอยู่แล้วว่าจะไม่มีทางรอด!!......แต่พวกนายก็เสี่ยงชีวิตมาช่วยฉันไว้ จนมาที่นี่ได้ก็เป็นภาระให้พวกนายอีก!!! แต่พวกนายก็ช่วยเหลือฉัน ชะๆฉันไม่รู้จะขอบคุณ ยังไง!! หะๆฮือๆ~~~~~~"

 

แต่แล้วพอยูกิเงยหน้าขึ้นมา มาโคโตะก็ก้มประคบน้ำที่ขายูกิไปเรื่อยๆ ก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ "เรื่องง่ายๆไม่ต้องขอบคุณหรอก ก็เราเป็นเพื่อนกันหนิ ที่เธอช่วยพวกเราเราก็ไม่รู้จะขอบคุณยังไงเหมือนกัน!! เพราะเรื่องนั้นมันมีแต่เพื่อนเท่านั้นที่ทำให้กันได้!! ดังนั้นไม่ต้องขอบคุณขอบน้าา"

โทระโอะที่อุ่นอาหารเสร็จเดินเอามาวางบนโต๊ะก็พูดขึ้น "นี่อาหารเสร็จแล้วละ! เพื่อน!!ต้องพร้อมทำทุกอย่างให้กันได้!! นะจ๊ะยูกิจางงง"

แล้วยูกิก็ร้องไห้ใหญ่ "ฮืออ~~~~~ฮืออ พวกนายมันบ้า!! บ้าที่สุด ฮือ~~"

 

จนเวลาผ่านไปตกเย็นดูเหมือนทุกคนจะกินอาหารกันเสร็จเรียบร้อย

 

ดูเหมือนยูกิเธอจะเธอจะดีขึ้นจากที่ได้ระบายอารมณ์ มาโคโตะจึงพูด "เป็นไงยูกิมันเจ็บน้อยลงบ้างไหม"

ยูกิ "อะอืม มันช่วยได้เยอะเลยล่ะ"

โทระโอะบังเอิญมองไปเจอวิทยุแล้วก็หยิบมาลองเปิด "เอะมันเปิดได้หนิถึงไฟฟ้าจะดับแต่เจ้านี่ใช้ถ่านก้อนสินะ"

 

จากนั้นวิทยุก็ดังขึ้น "@#$%^^#@$%^^ ตอนนี้ศูนย์ลี้ภัยชั่วคราวของกองทัพประจำเมืองนากาโนะเป็น^*((^%% บริเวณหน้าสถานี ได้รับผู้ลี้ภัยไร้ที่อยู่จากเมืองนากโนะและเมืองมิคาโดะไว้การดูแลซึ่งผู้ลี้*()^%$^แตกตื่นตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดย....*..........@#$%^"

 

โทระโอะจึงพูด "ศูนย์ลี้ภัยของเมืองนี้เหรอ!! หน้าสถานี!"

มาโคโตะจึงพูดต่อ "ที่นั่นต้องมีหมอใช่ไหม!!" แล้วมาโคโตะก็หันไปยิ้มให้ยูกิ

มาโคโตะ "นั่นแหละยูกิขาเธอจะไม่เป็นอะไรแล้วนะ แฮะๆ"

 

ยูกิจึงพูด "แฮะๆงั้นเหรอ"

โทระโอะจึงพูดขึ้นต่อ "แต่ที่นั่นอยู่ทางไหนละเนี่ยย!?สถานีหน่ะ"

ยูกิ "ยังไงก็คงมีป้ายแถวๆนี้บอกละมั้ง"

มาโคโตะ "ดีละ!! พรุ่งนี้เราจะไปที่นั่นกัน!!"

 

 

จู่ๆโทระโอะก็นึกไปถึงเรื่องบางอย่างแล้วพูด "จริงสิเรื่องที่บ้านของยูกิจังมันแปลกมากเลยนะ"

มาโคโตะจึงสดุดใจแล้วคิด "ใช่ๆหลายๆอย่างมันดูแปลกๆเต็มไปหมด"

ยูกิก้มหน้าแล้วดูเริ่มไม่สบายใจอีกครั้ง ก่อนจะพูด "ฉันจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังเอง"

มาโคโตะจึงพูดต่อ "เธอโอเคแล้วใช่ไหมยูกิ"

ยูกิ "อะอืม ดูตาฉันสิแดงไปหมดแล้วร้องไห้ไม่ไหวแล้วละ แฮะๆ" ก่อนยูกิจะแหวกตาข้างหนึ่งแล้วแลบลิ้นใส่มาโคโตะดูเพื่อหยอกล้อ มาโคโตะจึงยิ้มก่อนพูด "แฮะๆ โอเคงั้นก็ดีแล้วละ"

ยูกิเลยพูดต่อ "เรื่องมันค่อนข้างยาวน่ะนะ แม้แต่ตอนนี้ฉันก็ยังไม่อยากจะเชื่อว่ามันเกิดขึ้นจริง แต่ฉันทำใจเรื่องทั้งหมดแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงนะ เอาละ"

 

 

ยูกิจึงเริ่มเล่า "คงต้องย้อนลับไปเมื่อหลายปีก่อนพ่อของฉันได้สมัครงานที่แห่งหนึ่งน่ะ"

 

 

(ใช้การบรรยายเหตุการณ์การแทนบรรยายจากยูกิ)

 

มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในสถานที่แห่งหนึ่ง จากนั้นเขาก็รับกระดาษใบหนึ่งจากคนๆหนึ่งมาพร้อมกับลงชื่อในกระดาษใบนั้น จากนั้นชายคนนั้นก็เข้าไปในห้องๆหนึ่งกับชายอื่นคนหนึ่ง แล้วก็ปิดประตูดัง"ปั้ง!!" เมื่อทั้งสองออกมาชายอีกคนก็มอบซองบางอย่างให้กับชายคนนั้น

ตัดภาพไปที่ชายคนนั้นกลับบ้านมาแล้วพบกับลูกสาวตัวน้อยและภรรยาของตนภรรยาดูมีท่าทีเศร้าและเครียดนั่งอยู่บนโต๊ะในครัว ลูกสาวตัวเองที่ต้องกินปลาซาบะที่เธอดูไม่ชอบแต่ผู้ชายคนนั้นก็เข้าสวมกอดภรรยาตนแล้วยื่นซองอันนั้นให้กับภรรยาของเขา พอภรรยาเปิดดูพบว่าเป็นเงินสดจำนวนมาก ทำให้เธอตกใจและดีใจอย่างมาก ก่อนจะทำให้ทั้งคู่ยิ้มและมีความสุขอีกครั้ง ลูกสาวที่ยังเด็กเธอก็ดูจะยังไม่ค่อยเข้าใจอะไร

 

ทุกๆวันสามีจะกลับบ้านแล้วนำเงินจำนวนมากกลับมาให้ภรรยาเสมอแล้วสวมกอดเธอเสมอและแล้วสถานะความเป็นอยู่ของครอบครัวก็ดีขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆ บ้านเริ่มใหญ่ขึ้นเฟอนิเจอร์ในบ้านเปลี่ยนไปมันเริ่มดูดีขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เห็นตลอดเวลาที่ผ่านมาฐานะทางบ้านก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ทุกอย่างดูมีความสุขไปสะหมด ในขณะที่เด็กสาวโตขึ้นเรื่อยๆ

 

ภาพตัดมาเมื่อลูกสาวเธอโตขึ้นเป็นเด็ก ม.ปลาย เธอคือยูกิ เธออยู่ในห้องอาหารเหมือนเดิม กำลังนั่งทานอาหารแต่สิ่งที่เธอทานอยู่นั้นเป็นอาหารที่ดูหรู่เอามากๆ แต่ยูกิกลับไม่กินแล้วหยิบอาหารที่เธอน่าจะซื้อมาออกมาเทใส่จานแทน ซึ่งดูแล้วเป็นปลาซาบะถูกๆที่ดูบ้านๆขัดกับฐานะของเธอ ที่จริงๆเธอไม่ชอบสมัยเด็ก แล้วเธอก็กินแทนอาหารจานหรู่อันนั้น

 

แต่แล้วสักพักเธอก็ได้ยินเสียงบางอย่าง "นี่!!คุณ!!! ทำแบบนี้กับฉันไม่ได้นะ!!" .. "ทำไมจะไม่ได้ละแกมันแค่พวกปลิง!!เหมือนกันทั้งแม่!!ทั้งลูก!!!" เธอจึงเดินไปที่ๆได้ยินเสียง ปรากฏเป็นพ่อกับแม่ของเธอทะเลาะกันอยู่ในห้องนั่งเล่น

พ่อ "พวกแกมันน่าสมเพช!!!"

แม่ "คุณไม่เคยพูดแบบนี้กับฉันน่ะ!! คุณเป็นอะไรเนี่ย"

พ่อ "พวกแกไปตายสะให้หมดเลย!!!!" จากนั้นก็คว่ำโต้ะที่อยู่กลางห้อง .."ปั่มม!! เพล็งง!!!"

 

จากนั้นทุกครั้งที่พ่อกลับมาก็ไม่เคยสวมกอดแม่ของยูกิอีกเลย และพร้อมกับโยนเงินให้แล้วก็ไปนั่งอยู่คนเดียวชั้นบน แล้วดื่มเหล้า สูบบุหรี่มากขึ้นๆเรื่อยๆ (โปรดใช้วิจารณญาณ) เป็นอย่างแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกๆวัน จนใบหน้าทรุดโทรมเปลี่ยนไปเป็นคนละคน จนยูกิพยามเข้าไปหาแต่ก็ถูกไล่ กลับมาทุกครั้งทั้งแม่ของยูกิและยูกิดูเป็นกังวลอย่างมาก

 

จู่ๆหลังจากการทำงานวันหนึ่งผู้ชายคนนั้นก็ล้มลงที่ประตูหน้าบ้าน "ตุ้บบ!" ยูกิและแม่ของเธอจึงไปช่วย จากนั้นพ่อของยูกินั้นก็ถูกส่งเข้าโรงพยาบาลและล้มป่วยแม่และยูกิจึงต้องเข้าไปเยี่ยม และดูแลตลอด แต่นานเข้า นานเข้าอาการกลับไม่ดีเลยขึ้นจนต้องกลับมาดูแลรักษาที่บ้าน แม่ต้องดูแลทุกวันเช้าเย็น คอยป้อนเข้าป้อนอาหารให้ทานยา ทันใดชายคนนั้นหรือพ่อของยูกิกลับอาการทรุดหนักจนถึงขั้น ที่จู่ๆหมอก็แจ้งว่าเป็นอัมพาต...ขยับร่างกายไปไม่ได้ไปแบบเฉยๆ

 

ตัวลูกสาวหรือยูกินั้นดูไม่สบายใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเลยทำให้เธอท้อใจสุดๆ

 

วันหนึ่งหลังเธอเลิกเรียนและกำลังเดินกลับบ้านอย่างปกติพลางกับกังวลใจเรื่องครอบครัว เธอเปิดประตูบ้าน ถอดรองเท้าและกลับเข้ามาตามปกติ และพูดอย่างเคย "กลับมาแล้วค้าาา..." จากนั้นก็เดินไปที่ห้องอาหารปกติแต่เธอกลับไม่เห็นใครเธอเลยคิดในใจ "แม่คงออกไปจ่ายตลาดละมั้ง"

จากนั้นเธอจึงขึ้นไปหาพ่อที่ป่วยอยู่ข้างบนเพราะเป็นกิจวัตรของเธอ แต่พอไปถึงกลับปรากฏว่าพ่อเธอกลับหายไป?? ทันใดเธอเองเริ่มใจคอไม่ดี พร้อมคิดในใจ "เอะ!! พ่อหายไปไหนกัน!! ท่านเดินไม่ได้หนิหรือว่าแม่จะพาไปโรงพยาบาล หืมมแล้วทำไมไม่โทรบอกเรา แต่ที่สำคัญไฟในบ้านก็ยังเปิดประตูก็ไม่ได้ล็อค!!!"

 

แต่จู่ๆก็มีชายคนหนึ่งยืนอยู่ข้างหลังเธอแล้วทุบเข้าที่ลำคอเธอ "ฟุ้บ!!" ทำให้เธอสลบไป...........

 

 

 

จนยูกิได้สติตื่นขึ้นมาปรากว่าตัวเองอยู่ในชั้นใต้ดินของบ้านพอพยามจะขยับตัวปรากฏว่าเธอถูกมัดแขนติดกับเสาไว้ เธอจึงมองซ้ายมองขวาเห็นเป็นแม่ของเธอถูกมัดเหมือนกัน ติดกับเสาต้นข้างๆ แม่เธอจึงร้องไห้แล้วพูดกับเธอ "ฮะฮือๆ~~ แม่ขอโทษนะยูกิ แม่ขอโทษ!!! ฮือๆๆๆ" ทันใดจู่ๆก็ได้ยินเสียงคล้ายฝีเท้าเดินจากบนบ้าน "ตุ้บๆๆๆๆๆ!!"

 

ประตูชั้นใต้ดินเปิดออก "ปั้ง!!!!" ปรากฏเป็นพ่อของยูกิลงมาแล้วเดินเข้ามาหาแม่ของเธอในขณะที่แม่ร้องอยู่

พ่อจึงพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวาน "ที่รักคุณเป็นอะไรผมมาช่วยคุณแล้วนะ" แล้วแม่ก็ร้องไห้ไม่หยุด

ยูกิจึงพูดกับพ่อ "พ่อหายดีแล้วเหรอคะ เดินได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ใครทำแบบนี้กับเรา ช่วยแก้มัดให้เราทีค่ะ!!!"

พ่อยูกิจึงเดินเข้ามาหาเธอแล้วพูด "ไม่เป็นไรนะพ่ออยู่นี่แล้ว" จากนั้นเขาก็เอามือลูบที่หน้าเธอ ยูกิก็ยังงุนงงแต่ก็แอบกลัวหน่อยๆ

 

แต่จู่ๆยูกิก็ต้องตกใจเพราะจู่ๆพ่อก็เอาลิ้นมาเลียนที่ใบหน้ายูกิแทนสะอย่างนั้น!! ยูกิจึงตกใจ "พ่อทำอะไรเนี่ย!!!!" พ่อยูกิมีสีหน้าที่เปลี่ยนไป ตาเบิกโต ปากซีด ตัวสั่น!! จากนั้นก็ตะโกนขึ้น!! .."หุบปากนาง!!โง่!!! แกทั้งสองคนมันเป็นแค่เศษสวะ!!"

 

จากนั้นก็ตบที่หน้าของยูกิเข้าอย่างเต็มแรง!! "ฟ้าบ!!!" ยูกิ "โอ้ยยย!! อะไรคะเนี่ยมันเกิดอะไรกันขึ้น!!!"

แม่ของยูกิที่ร้องจึงพูดขึ้น "หยุดเถอะค่ะคุณ!! นั่นลูกของคุณนะคะฮือๆๆๆ ปล่อยพวกเราไปเถอะ!!!" จากนั้นพ่อของยูกิก็มีสีหน้ากลับเป็นเหมือนเดิมแล้วพ่อก็พูดกับตัวเอง "ไม่เป็นไรนะทั้งสองคน พ่ออยู่นี่แล้วพ่อจะช่วยทุกคนเอง ไม่เป็นไรนะทุกคน พ่ออยู่นี่แล้ว~~~" แล้วเอาผ้ามัดปากแม่ยูกิไว้ แต่แล้วจู่ๆก็เดินออกไปแล้วปิดประตูชั้นใต้ดินคืน ยูกิช็อคกับเหตุการณ์นี้มาก ก่อนแม่จะพยามร้องตะโกนหาความช่วยเหลือ แต่ก็ไม่มีเสียงออกมา เพราะถูกมัดปาก แต่ยูกิกลับดูช็อคแล้วทำอะไรไม่ถูก

 

หลายวันต่อมาพ่อเธอลงมาอีกครั้งแล้วเอาอาหารมาให้ทั้งสอง แต่สภาพอาหารดูน่าสะอิดสะเอียนคล้ายกับแมลงยำรวมกันคลุกกับข้าว แต่ยูกิกลับไม่กินมันให้พ่อของเธอโกรธมากแต่แล้วพ่อเธอก็ไม่ทำอะไรกับเธอ แล้วกลับขึ้นไปข้างบน แต่แล้วสักพักก็ลงกลับมาพร้อมกับอาหารที่ดูปกติมาแล้วเอาให้ยูกิ แล้วพูด "เอ้ากินสะสิของโปรดของลูกนะเนี่ย" ยูกิที่หิวแล้วไม่ทางเลือกจึงทำใจกินแต่ดูท่าทางจะเป็นอาหารปกติจริงๆเพราะมันคือปลาซาบะที่เธอชอบ ยูกิจึงยอมกินเพราะเธอหิวมากๆ พ่อเธอป้อนยูกิจนเธอกินหมดแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน "อิ่มไหมลูก...." ยูกิจึงผงกหัว

แต่แล้วพ่อก็พูดต่อ "แต่แม่ของหนูยังไม่ได้กินอะไรหนิ แต่เอะ!!หนูกินอันนี้หมดแล้วแม่หนูจะกินอะไรน้าาา..." ทันใดยูกิจึงต้องตกใจแทบช็อคอีกเพราะพ่อเธอหยิบจานอาหารแมลงนั่นขึ้นมาแล้วยับเข้าปากแม่ของยูกิ!!! แล้วพูด "นี่คือบทลงโทษของเด็กที่เอาแต่ใจ!!! เหอะๆๆๆ!!!" แม่ของเธอสำลักอาหารอย่างหนัก .."อึ้มมม อ้ากก" แต่พ่อก็ยังไม่หยุดที่จะยัดเข้าไป ยูกิจึงพยามตะโกนห้าม "หยุดเถอะ!!!! ใคร!! ใครก็ได้ช่วยเราที!!! ใครก็ได้!!!"

 

วันถัดมาอีกพ่อของยูกิลงมาแล้วแก้มัดให้แม่ของยูกิแล้ว อุ้มพาเธอขึ้นไปข้างบนพลางพูด "ผมหิวจังเลยคุณช่วยทำอาหารให้ผมกินทีสิ" แต่แม่ของยูกิที่หมดแรงเธอแทบขัดขืนไม่ไหวรวมถึงร้องแล้วพ่อเธอก็แบกแม่ขึ้นไปโดยทิ้งยูกิไว้ชั้นใต้ดินโดยลำพัง ยูกิก็เช่นกันไม่รู้เวลาภาพมานานเท่าไหร่แต่ยูกิดูผอมและโซมมากๆ

 

ยูกิตกอยู่ในสภาพที่จิตตกสุดๆ หมดทั้งแรงและความหวัง แต่แล้วจู่ๆเธอก็ได้ยินเสียงอึกกะทึกครึกโครมมาจากด้านบน "ตุ้บๆๆ เพล้งง!! ต๊อบๆๆ" คล้ายเป็นคนวิ่งแล้วข้าวของตกใส่พื้น กระจัดกระจาย แล้วประตูชั้นใต้ดินก็เปิดอีกครั้ง

"ปั้งง" ปรากฏเป็นแม่ของยูกิที่หนีพ่อเธอมา แล้ววิ่งเข้ามาพยามจะแก้มัดให้ยูกิ เธอเหนื่อยมากๆที่วิ่งหนี "แฮ่กๆๆ ดะๆเดี๋ยวแม่จะช่วยหนูเองนะ!!!" พูดพร้อมเสียงแผ่วเบา

แต่ทันใดที่กำลังจะแก้มัด พ่อของเธอก็กลับลงมาทันในขณะเธอยังแก้มัดให้ยูกิไม่เสร็จ!!พ่อจึงพูดขึ้น "อะๆอ่าคุณอย่าดื้อกับผมมากนักสิ" แล้วพ่อเธอลากแม่ขึ้นกลับไปคืน

แต่ขณะนั้นเองแม่เธอหยิบบางอย่างจากกระเป๋าตัวเอง แล้วโยนสไลด์มันผ่านทางพื้นไปหายูกิ ยูกิจึงเห็นว่ามันเป็นโทรศัพท์ของตัวเอง!! จากนั้นประตูก็ปิดเหมือนเดิม "ปั้ง" ยูกิจึงรีบใช้เวลาทำอะไรบางอย่างกับโทรศัพท์ มือของเธอถูกมัด แต่เท้าของเธอยังใช้ได้เธอจึงใช้เท้าพยามสัมผัสกับหน้าจอโทรศัพท์ ซึ่งเธอสวมถุงเท้าอยู่แต่การถอดถุงเท้าด้วยการใช้ขาไม่ใช่สิ่งที่ยากเย็นอะไร แต่ความยากลำบากที่มากกว่าคือการจะปลดรหัสหรือทำการใดๆเกี่ยวกับโทรศัพท์เธอใช้เวลานานมากในการใช้เท้าของเธอ เพื่อจะติดต่อกับใครบางคนเพราะมันเป็นอะไรที่ยากที่จะถนัดจริงๆ

 

แต่ในที่สุดเธอก็กดติดต่อได้เธอกดเป็นเพียงปุ่มโทรออกซึ่ง คนที่เธอคุยคนล่าสุดคือมาโคโตะเมื่อโทรติด เธอพยามพูดแล้วพูดอีกแต่สัญญาณใต้ห้องนี้มันอาจไม่ค่อยดี เธอพูด "มาโคโตะมาช่วยฉันด้วย!! มาช่วยฉันที มาโคโตะนี่ๆ ช่วยฉันด้วย!!!"ก่อนจะได้ยินเสียงมาโคโตะแต่ก็ไม่ชัดเจน "%^*())*%^)(^$))___(*(("แต่แล้วสายก็ตัดไปเองเธอจึงพยามใช้เท้าจะโทรไปใหม่

 

แต่พ่อของเธอกลับมา เธอก็ไหวตัวทันแล้วเธอจึงใช้เท้าสองข้างซ่อนโทรศัพท์ไว้ เมื่อพ่อลงมาและแบกแม่ นำแล้วเอาไปไว้ที่เดิมแต่ในตอนนั้นสภาพของแม่กลับแน่นิ่งไปแล้ว แต่แล้วจู่ๆพ่อก็จ้องตามมาที่ยูกิแล้วพูด "อย่าเป็นคนดื้อเหมือนแม่ละเข้าใจไหมคะ!!!"

 

ยูกิจึงผงกหัวแต่แล้วพ่อเธอก็มองไปที่ขา ยูกิจึงตกใจว่าพ่อจะรู้รึเปล่า แต่แล้วพ่อก็พูดขึ้น "เอาละเพื่อที่ยูกิจังจะไม่ได้ดื้อ..." จากนั้นพ่อเอาผ้ามามัดปากยูกิ แล้วหยิบไม้ในห้องนั้นฟาดเข้าที่ขายูกิเข้าเต็มแรง .."ฟุ้บ!!!!"... ยูกิร้องเจ็บปวดทั้งที่เสียงผ่านผ้าออกมาไม่ได้ "อั้กก อื้มม!!!!!" เธอน้ำตาไหลเพราะทนต่อความเจ็บปวดไม่ได้พลางมองร่างของแม่ที่แน่นิ่งไป

 

พ่อเธอจึงพูดเอาละ "เท่านี้ก็จะได้ไม่ดื้อละนะ" จากนั้นก็เดินขึ้นไป ยูกิยังไม่หยุดที่จะพยามติดต่อมาโคโตะแต่ตอนนี้เท้าของเธอเจ็บมาก มันยิ่งลำบากกว่าเดิมในการกดแต่จู่ๆเธอก็ได้ยินบางอย่างมาจากข้างบน "อ้าก อั้ก อ้ากๆๆๆๆ!!" คลายคนทรมาณจะเป็นจะตายแล้วจู่ๆก็หยุดไปยูกิที่ไม่สนใจอะไรแล้วตอนนั้นก็พยามกดโทรศัพท์ต่อ แต่ในที่สุดก็ไม่ไหวเธอทนความเจ็บที่เท้าไม่ได้จนน้ำตาไหลออกมา แต่ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่เธอเผลอหลับไป

 

แล้วตื่นมาอีกที เธอกลับเห็นร่างแม่เธอขยับ เธอจึงคิดในใจ "เดี๋ยวก็มีคนมาช่วยเราแล้วละแม่" แล้วจู่ๆเธอก็ได้ยินเสียง "ตุ้บ!!" คล้ายอะไรหล่นกระแทกพื้นห้องด้านบน แล้วได้ยินเสียงพูด "โอ้ยเจ็บๆๆๆๆ โว้ยย!! ทำไมมีศพมาอยู่ตรงนี้ฟะ"

 

ยูกิจึงแปลกใจในเสียงและคิด "นั่นเสียงใครน่ะ ไม่ใช่มาโคโตะหนิ แล้วศพ? ศพใคร?หรือจะเป็นพ่อ!?" แต่แล้วก็ได้ยินเสียงเดิน แต่แล้วเมื่อยูกิมองไปที่แม่ก็ตกใจปรากฏว่าจู่ๆเธอก็ดิ้นไม่หยุด คล้ายกับคลั่งเสียสติไปแล้ว ยูกิยิ่งตกใจ แล้วแม่เธอส่งเสียงโอดครวญน่าสยดสยอง "แฮร๊ก....... ค้าก........!!" แววตายูกิในตอนนั้นยิ่งตกใจไปอีกเพราะเธอไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น

 

ยูกิจึงคิด "เกิดอะไรขึ้นกับแม่และพ่อเนี่ย!!" เธอพยามใช้แรงเฮือกสุดท้ายใช้เท้าพยามติดต่อมาโคโตะแต่กลับติดต่อไม่ได้ (เพราะตอนนั้นโทระสัพท์มาโคโตะพังไปแล้ว)

แต่แล้วในที่สุดก็ตัดภาพจนพวกมาโคโตะมาถึงและเธอกำลังนั่งคิดอยู่ในชั้นใต้ดิน ยูกิที่รู้อยู่แล้วว่ามาโคโตะมาจึงคิดหาวิธีแต่แล้วเธอก็เริ่มปะติดปะต่อเรื่องทั้งหมดได้จากเสียงที่ฟัง เธอไม่รู้ว่าทำไมพ่อของเธอตายแต่การที่มีเสียงคนอื่นเข้ามาแล้วตะโกนว่ามีศพเธออยู่ข้างบน เธอจึงพยามในสิ่งยากกว่าเดิมคือการใช้เท้าเลื่อนหาเบอร์โทรของพ่อเธอแทนมาโคโตะ ซึ่งใช้เวลานานมากว่าเธอจะทำสำเร็จ แต่ก่อนติดก่อนพวกมาโคโตะจะออกไปจากบ้านพอดี แล้วทุกๆอย่างก็บรรจบเข้าด้วยกัน!!

 

ตัดภาพกลับมา

 

ยูกิเล่าจบแล้ว ทั้งมาโคโตะและโทระโอะถึงกับอึ้งและช็อค

และยูกิก็พูดขึ้นมาอีกนิดหน่อย"สำหรับตอนที่ฉันออกมาข้างนอกน่ะนะ ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้น มันก็ตกใจนะ แต่มันคงเทียบไม่ได้กับสิ่งที่ฉันเจอในบ้านของตัวเอง ฉันขอเป็นที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ที่แห่งนั้น แถมพวกนายก็มาบอกว่าเมืองจะระเบิดในหัวฉันเลยคิดหาแต่วิธีจะพาพวกกนายรอดไปให้ได้น่ะ"

 

โทระโอจึงพูด "อย่างนี้นี่เอง ฉันเข้าใจทั้งหมดแล้วละจากการสืบค้นในบ้านของยูกิจังถ้าเป็นแบบนั้นทุกๆอย่างก็เข้าล็อค ฉันน่ะนะเห็นข้าวของที่ถูกทุบพังซึ่งน่าจะเป็นตอนที่พ่อของยูกิจังไล่ตามแม่และศพพ่อของยูกิจังมีน้ำลายฟู้มเต็มปากใช่ไหมละนั่นนะ มันเป็นการตายที่บอกได้แน่ว่าเกิดจากการกินยาฆ่าตัวตาย แต่ฉันคิดว่าเขาคงไม่ได้ฆ่าตัวตายด้วยตัวเองหรอก แต่แม่ของยูกิเป็นคนทำเพราะน่าจะทนสภาพของเขาไม่ไหวละนะ โดยน่าจะใส่อะไรลงไปในอาหารตอนที่พ่อบอกให้ทำอาหารให้กิน เธอคงไม่อยากให้เขามาทำร้ายยูกิอีกแล้ว"

ยูกิจึงพูดต่อ "ทั้งฉันและแม่ก็รู้อยู่แล้วแหละว่านั่นไม่ใช่พ่อของเราอีกต่อไปแล้ว เฮ้อออ แต่คนที่เข้ามาก่อนพวกนายเป็นคนชื่อมุจิเมะคนนั้นใช่ไหม"

มาโคโตะจึงพูด "ใช่แล้วละ"

ยูกิจึงถามต่อ "แล้วหมอนั่นมาทำอะไรในบ้านฉันละ?!"

โทระโอะจึงตอบ "พวกโรคจิตไงยูกิจัง"

ยูกิจึงพูด "แฮะๆฉันไม่เข้าใจคนแบบนี้จริงๆ"

 

มาโคโตะจึงคิดในใจ "นี่ยูกิก็ต้องเสียคนที่รักไปเหมือนกับเรา แต่เธอก็ดูเข้มแข็งมากจริงๆทั้งที่เจอเรื่องขนาดนั้น ยังมีความรู้สึกเป็นห่วงรู้สึกเกรงใจทั้งเราและโทระโอะ"

ยูกิพูด "ฉันเล่าเรื่องของฉันแล้วพวกนายไม่เล่าเรื่องตัวเองบ้างรึไง น่าจะเจอเรื่องมาเหมือนใช่ไหม"

โทระโอะก็พูดบอก "คืนก่อนฉันไปเที่ยวมาแล้วกลับเช้าไปนอน เลยตื่นมาตอนเย็นที่ทุกอย่างเกิดขึ้นแล้ว แล้วทุกอย่างวุ่นวายไปหมด ก่อนจะขับรถออกมาหาทางหนีแล้วน้ำมันหมดก็เลยบังเอิญไปเจอมาโคโตะนี่แหละ ทั้งหมดก็มีแค่นี้แหละ"

 

มาโคโตะ "เรื่องของฉันงั้นเหรอ............"

 

มาโคโตะจึงเล่าเรื่องทั้งหมด

 

จนเวลาผ่านไปจนดึกแล้วมาโคโตะก็เล่าอย่างที่เกิดขึ้นจบ

 

โทระโอะ "ยังไงเสียใจกับเรื่องทั้งแม่ของนายและทั้งพ่อแม่ของยูกิด้วยนะ พวกนายคงผ่านอะไรแย่ๆมาเยอะ"

ยูกิเหมือนจะหลั่งน้ำตาออกมานิดหนึ่ง "ขอโทษทีมันกลั้นไม่อยู่จริงๆ งั้นเหรอมาโคโตะ อย่างน้อยก็ไม่ใช่ฉันคนเดียวที่เจอเรื่องแบบนี้สินะ แม่ของนายเธอก็ดีกับฉันมากๆเลยละ ว่าเธอพวกผู้หญิงที่นายหนีเธอมามันดีจริงๆแล้วเหรอมาโคโตะ"

มาโคโตะ "พวกเธอมีทั้งปืนเฮลิคอปเตอร์ ยังไงก็คงรอดอยู่แล้วละ แล้วฉันจะไม่ลืมสัญญานั้นที่ให้ไว้กับพวกเธอหรอก เพราะที่สำคัญฉันติดหนี้พวกเธออยู่ แต่ก่อนหน้าหนี้นั้นฉันจึงต้องมาช่วยเพื่อนก่อน แถมรอดมาด้วยกันได้ตั้งสองคนแหนะ"

ยูกิจึงพูดทั้งเกาหัว "แต่เรื่องที่มิคาโดะก็จบลงไปแล้วหนิ"

มาโคโตะ "เอ้~~ชะๆใช่แบบนี้ก็คงไม่ใช่ฮีโร่อย่างที่พวกเรย์หวังแล้วละ ตอนแรกก็อุส่าห์ดีใจที่จะได้ช่วยแต่เมื่อดันมาระเบิดแบบนี้คงช่วยใครในนั้นไม่เห้ออ"

โทระโอะ "เราแค่รอดมาได้ก็แทบแย่แล้วละอย่าคิดมากเลย"

มาโคโตะ "แต่ยังไงก็คงต้องตามไปขอโทษพวกเธอสะหน่อยนั่นแหละ"

ยูกิจึงพูด "ฉันก็คงต้องไปขอโทษพวกเธอด้วยเหมือนกันใช่ไหมเนี่ยที่ให้นายมาช่วยน่ะ แฮะๆ" มาโคโตะก็ยิ้มกลับไป มาโคโตะ "แฮะๆ ก็คงงั้นนั่นมั้ง ห้ะๆ"

โทระโอะ "แต่ที่นายถูกเธอกัดแล้วเรื่องผู้หญิงอะไรนั่นที่มาช่วยนายเนี่ยมันเหลือเชื่อจริงๆเลย นี่นายคงจะไม่กลายเป็นพวกมันใช่ไหมเนี่ย"

โทระโอะก็นั่งจับดูแผลถูกกัดที่มือมาโคโตะ

มาโคโตะ "ให้ฉันกัดนายดูไหมละเจ้าบ้านี่!!!"

โทระโอะ "อย่าเชี่ยวนะเฟ้ยบรุยยย!!"

แล้วมาโคโตะก็กัดแขนโทระโอะแบบเกรียนๆ

โทระโอะ "ย้ากกก ยูกิจังช่วยด้วยยยย!!!!!"

 

แล้วจากบรรยากาศที่ตึงเครียดเมื่อครู่ก็หายไป ก่อนยูกิหัวเราะเบาๆแล้วพูด "พวกนายรีบนอนได้แล้วนี่มันดึกแล้วนะ"

 

 

 

ก่อนทั้งสามคนแยกนอนกันคนละมุมไมช้าทุกคนก็หลับไป มาโคโตะจึงคิดในใจก่อนจะหลับอย่างมีความสุข

โดยไม่รู้เลยย

.

.

.

..

.

.

..

ในขณะที่พวกเขากำลังหลับภายนอกบ้านหลังนั้นมีเหล่าผีดิบเดินข้างนอกเต็มไปหมด

ทั้งบนถนนข้างและหาดทราย!!!??

 

 

.....................................................................................................................................................

 

TO BE CONTINUE

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น