Path of The Death (เส้นทางแห่งความตาย)

ตอนที่ 3 : NIGHT OF COUNTDOWN

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 72
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    16 มี.ค. 63

ราตรีแห่งการนับเวลา

 

"อ้้กๆๆ บลุมๆ" มาโคโตะที่กำลังถูกกระแสน้ำในลำธารที่ไหลเชี่ยวและรุนแรงพัดไปเรื่อยๆ โดยในขณะที่เขาพยามที่จะว่ายขึ้นไปเพื่ออย่างน้อยให้ตัวเองอยู่เหนือกระแสน้ำในขณะที่เวลานั้นพระอาทิตย์ได้ตกดินเป็นที่เรียบร้อย

 

กระแสน้ำได้พัดมาโคโตะไปเรื่อยๆ ในขณะที่เขาพยามขึ้นมาบนผิวน้ำ และในที่สุดมาโคโตะก็สามารถว่ายขึ้นมาได้ มาโคโตะจึงรีบมองรอบตัวพลางคิดในใจ "นี่น้ำมันจะพาเราไปที่ไหนเนี่ย เราต้องหาทิศเพื่อที่จะกลับเข้าเมือง นี่มันทิศเหนือหนิ เมืองมันอยู่ทางทิศใต้" ในขณะที่พระอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้าอยู่นั่นเอง

 

มาโคโตะบังเอิญเห็นโขดหินที่อยู่กลางลำธารซึ่งกระแสน้ำกำลังจะพัดเขาไปถึง โขดหินนั้น เขาจึงคิด "หินนั่นอาจช่วยหยุดเราจากกระแสน้ำไว้ได้ แต่ถ้าเข้าไปชนตรงๆมีหวังกระดูกหักแน่!!" ทันใดมาโคโตะจึงดำน้ำลงลึกมากขึ้นเรื่อยๆ (สิ่งที่มาโคโตะทำคือพยามมุดไปใต้น้ำให้ลึกที่สุดเพราะกระแสน้ำที่อยู่สูงจะมีกระแสน้ำที่เชี่ยวและรุนแรงกว่ากระแสน้ำที่อยู่ต่ำซึ่งเพราะว่าใต้ลำธารนั้นมีหินนูนที่อยู่ใต้ลำธารซึ่งจะช่วยชลอกระแสน้ำที่รุนแรงได้) ดูเหมือนกระแสน้ำใต้ลำธารจะชลอลง ทำให้มาโคโตะถูกกระแสน้ำพัดไปอย่างช้าๆทำให้มาโคโตะสามารถหยุดตัวเองไว้ที่โคนโขดหินใต้น้ำได้โดยไม่ถูกกระแทก

มาโคโตะจึงรีบเกาะโขดหินและรีบขึ้นไปยังผิวน้ำคืน เมื้อขึ้นมาถึงมาโคโตะใช้หลังของตัวเองพิงแนบกับโขดหินไว้พลางกับที่เท้าต้องว่ายน้ำไม่ให้จม มาโคโตะหันมองรอบๆแล้วก็คิดในใจ "โขดหินอยู่ห่างจากฝั่งมาก ถ้าเราว่ายจากตรงนี้คงไปไม่ถึงแน่กระแสน้ำก็แรงเกินไป บ้าจริง!! ถ้าต้องมาเจอบ้าอะไรแบบนี้น่าจะออกกำลังกายให้มากกว่านี้ก็ดีหรอก!!"

มาโคโตะจึงตัดสินใจพยามปีนขึ้นไปยืนบนโขดหินจนไปอยู่บนนั้นได้แล้วพูด "เอาละคงมีแต่วิธีนี้สินะ" จากนั้นมาโคโตะก็กระโดนจากโขดหินเพื่อพยามให้ตัวเองไปถึงฝั่ง!!! .."

"ย้ากกก!!!" เขากู่ร้องแล้วก็กระโดดไป แต่ดูเหมือนมันจะไม่ง่าย มาโคโตะกระโดดไม่ถึงฝั่ง??!!!!"ตู้มมม!!"

ระยะเหลืออีกเพียงนิดเดียวที่จะถึงแต่เขากลับตกน้ำไปสะก่อน....... ..ทุกอย่างเงียบไปสักพักได้ยินแต่เพียงเสียงกระแสน้ำที่รุนแรง "ซ่าาาา ฟุวว........."

 

แต่ไม่ช้ามือของเขาก็จับขอบของฝั่งและพยามดึงตัวเองขึ้นมาจนได้ ดูเหมือนว่ามาโคโตะจะจับรากของต้นไม้ที่เกินออกข้างลำธารได้ทัน มาโคโตะจึงพยามประคองตัวขึ้นถึงฝั่งจนสำเร็จและเขาก็นอนแนบกับพื้นเพื่อพักหายใจ แล้วพูด "แฮ่กๆๆๆๆ ให้ตายเถอะเกิบไม่รอดอีกแล้วเรา" แต่ไม่ช้ามาโคโตะก็รีบลุกขึ้นและพูดว่า "พึบ!!รอฉันก่อนนะยูกิ!!" จากนั้นมาโคโตะก็รีบวิ่งไปทางทิศใต้ซึ่งเป็นทิศที่ตั้งของเมือง

 

 

ตัดภาพมาที่กลุ่มของเรย์ เรย์พูดขึ้น "จะเป็นตายร้ายดียังไงฉันก็ไม่สนแล้วละคนอย่างหมอนั่นน่ะ"

มิเอรุจึงพูดกลัับไป "น่าๆเรย์เรามาค่อยๆคิดวางแผนกันก่อนดีกว่านะ เราต้องรีบไปนำตัวเขากลับมาคืนน้าา"

แต่ทันใดมายะที่เหมือนกำลังดูบางอย่างผ่านจอมอนิเตอร์ในเฮลิคอปเตอร์อยู่ ก็พูดขึ้น "นี่ทั้งสองคนดูนี่สิ!!"

เรย์และมิเอรุก็เดินมา ปรากฏเป็นการประกาศข่าวบางอย่าง โดยมีผู้ชายใส่สูทรายงาน

เขากล่าวขึ้น "ข่าวล่าสุดจากคณะรัฐบาลครับ ด้วยเกิดเหตุการระบาดของโรคไม่ทราบชนิดเมืองมิคาโดะ โดยผู้ติดเชื้อมีอาการคลุ้มคลั่งและมุ่งทำร้ายผู้อื่นและหากผู้ถูกทำรร้ายถูกกัดก็จะติดเชื้อและทำให้ทำร้ายและกัดผู้อื่นอีกต่อไปเรื่อยๆ สถานการณ์ย่ำแย่ ตำรวจในพื้นที่ไม่สามารถยับยั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ จากการประชุมของรัฐสภาในช่วงบ่ายที่ผ่านมา ทำให้สภารัฐบาลมีมติตรงกัน ซึ่งมีเหตุจำเป็นต้องทำลายล้าง เกาะหรือเมืองมิคาโดะ ด้วยขีปนาวุธภายในอีก 7 ชั่วโมง เพื่อยับยั้งผู้ติดเชื้อไม่ให้แพร่กระจายสู่เมืองรอบข้างครับ...... นับว่าเป็นการตัดสินใจที่ประชาชนต่างตั้งข้อสงสัยและจับตามองอย่างมาก ว่ารัฐบาลยังจะช่วยคนในเกาะแห่งนี้อยู่หรือไม่ จบการรายงานข่าว...."

เมื่อฟังจบมันทำให้เรย์และทุกคนถึงกับหน้าซีดและดูตึงเครียดกันแล้วทุกคนก็มองหน้ากัน

 

 

ตัดภาพกลับมาที่มาโคโตะเขากำลังสไลด์ตัวลงภูเขา อย่างบ้าบิ่น ทั้งกิ่งไม้ใบหญ้าเริ่มบาดเขาจากการพุ่งชนมันมาโคโตะได้แต่หุบแขนขาและสไลด์ลงไปให้เร็วที่สุด "ฟู้ดด!!! อะโอ้ยจะเจ็บ!! " จนในที่สุดมาโคโตะก็กลิ้งมาถึงตีนเขาจนได้ ..

"อ้าก!!! เจ็บเป็นบ้าเลยเฟ้ยยย" มาโคโตะได้ปัดแขนปัดขาและดึงเสี้ยนหนามที่ติดกับตัวเขาออกไป แล้วมาโคโตะก็หันหัวไปมองที่สะพานข้ามทะเลซึ่งเป็นเส้นทางที่จะออกจากเมืองมิคาโดะ เพราะเมืองมิคาโดะนั้นเป็นเกาะ ดูเหมือนทางนั้นรถจะติดมากซึ่งอยู่ห่างจากเขาพอสมควร

 

ตัดภาพไป ณ ที่สะพานที่มาโคโตะมองไปนั้น หน่วยรักษาความมั่นคงเข้าป้องกันผู้คนที่พยามอพยพออกจากเมืองและมีประตูหรือเกตอยู่กลางสะพานซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบผู้ติดเชื้อ ผู้ที่จะอพยพออกไปได้นั้นต้องถูกตรวจเชื้อเสียก่อน

สปอรต์ไลท์ส่องสว่างในความมืดในยามกลางคืน พลางกับมีหน่วยยิงสกัดกั้นผู้ติดเชื้อที่ปลายของขบวนผู้อพยพ จำนวนประชากรที่ต้องการอพยพที่มีจำนวนมากแต่การตรวจสอบการติดเชื้อใช้เวลาค่อนข้างนาน ซึ่งเหตุนั้นทำให้คนบางส่วนเริ่มเอะอะโวยวาย

"นี่พวกแกจะปล่อยให้พวกตายอยู่ที่นี่รึไงฟะ เมืองนี้จะระเบิดอยู่รอมร่อ!!!"

"ใช่ๆ รีบเปิดประตูให้พวกเราหนีไปสิฟะ"

"ใช่ ใช่ ใช่ๆๆ"

ทันใดก็มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งออกจากแถวคิวและเดินลัดไปที่ประตูเกต แต่ไม่ช้าก็มีเสียงปืนดังลั่น "ปิ่ว!!" กระสุนถูกเล็งดักหน้าคนกลุ่มนั้นและทุกคนมีหน้าซีดเสี้ยว

หนึ่งในคนกลุ่มนั้นก็พูดขึ้นมา "นี่พวกแกจะยิงประชาชนบริสุทธิ์รึไง พวกแกมาที่นี่เพื่อช่วยพวกเราไม่ใช่เรอะพวกแกทำบ้าอะไรฟะ!!!"

ทันใดทหารนายหนึ่งสวมชุดที่ดูโดดเด่นกว่าคนอื่นๆ ก็ตะโกนสวนกลับไปว่า "พวกคุณอย่าเข้าใจอะไรผิด!! เรามาที่นี่เพื่อช่วยทุกชีวิตบนโลกต่างหาก!!! หากพวกคุณไม่กลับเข้าไปต่อแถวแล้วเข้าทำการตรวจสอบการติดเชื้อละก็ เราพร้อมจะกำจัดคุณตรงนี้เลย!! เพื่ออีกนับพันล้านชีวิตที่ต้องมาเสี่ยงเพราะคนไม่กี่คนอย่างพวกคุณ เข้าใจไหม!!!"

ไม่ช้ากลุ่มคนที่ออกมาจากก็คอตก หน้าซีดแล้วกลับเข้าไปต่อแถวคืน แต่ดูจะไม่มีใครสังเกตุว่าที่คอผู้ชายคนหนึ่งในกลุ่มนั้นมีแผลแปลกๆอย่าง!!

ทันใดก็มีทหารอีกคนมาคุยกับทหารนายที่พูดเมื่อสักครู่นี้ "ผู้กองมาลอสครับ!!! ดูเหมือนหน่วยต้านทานที่ปลาย

ขบวนผู้อพยพจะรับมือกับพวกมันไม่ไหวแล้วละคับ" มาลอสจึงตอบกลับไป "เดี๋ยวฉันจะส่งกำลังเสริมไป ยังไงเราต้องช่วยคนที่นี่ให้มากที่สุด" แต่ไม่ทันใดก็มีเสียงดังขึ้น "กรี๊ด!!!!! ว้ายยย!! ช่วยฉันด้วย" ดังมาจากในหมู่ผู้อพยพ

ตัดไปที่มาโคโตะอีกครั้ง มาโคโตะอยู่ที่สนามบาสเกตบอลไกลจากตีนเขาไม่มาก ซึ่งยังมีไฟเปิดบริเวณสนามอยู่ทำให้มองเห็นชัดขึ้นในเวลากลางคืนมาโคโตะมองรอบๆ ดูเหมือนผีดิบที่อยู่นอกสนามจะมีมาก มาโคโตะจึงเลือกที่จะพยามแหวกตาข่ายเหล็กที่ครอบสนามไว้เพื่อเข้าไปข้างในเพราะตาข่ายเหล็กจะช่วยกันผีดิบรอบนอกได้ มาโคโตะเข้าไปได้โดยไม่ยากเย็นนักเพราะมีช่องที่ตะข่ายขาดอยู่แล้ว เมื่อเขาเข้ามา เขาก็พบศพประมาณสามศพภายในสนามซึ่งนอนแน่นิ่งอยู่

มาโคโตะที่ไม่เอะใจอะไรจึงรีบวิ่งข้ามสนามเพื่อไปอีกฝั่งและเข้าสู่ถนนหลักในเมือง พลางคิด "ยูกิต้องยังอยู่ที่บ้านอย่างแน่นอน บ้าจริง!!เรามัวแต่หนีเอาตัวรอดจนลืมเธอไปสะได้ ดีที่เอาโทรศัพท์มานะเนี่ย" แล้วมาโคโตะก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา "เอาละ!!ลองโทรไปหาเธออีกรอบพลางวิ่งไปละกัน" แต่โทรศัพท์ดันเปิดไม่ได้!! ....... มาโคโตะจึงพูดสบดขึ้นมา "ลืมไปเลย!! โดดลงน้ำมะกี้โทรศัพท์ที่ไหนจะไปรอดได้ละฟระ!!......."

แต่แล้วมาโคโตะก็ได้วิ่งมาได้จนตาข่ายอีกฝั่งของสนามซึ่งด้านนอกเป็นถนน แต่ดูเหมือนฝั่งนี้จะไม่มีรูให้มาโคโตะแหวกลอดผ่านไปได้ ซึ่งตาข่ายนั้นสูงมากและยากที่จะปีนผ่านไปได้ ในขณะที่มาโคโตะมองซ้ายมองขวาเพื่อหาหนทาง เขาก็พึ่งสังเกตุได้ว่าศพที่นอนนิ่งอยู่ตอนแรก เริ่มลุกขึ้นมาช้าๆ มาโคโตะที่เห็นจึงสบดขึ้น "ซวยยละไง ทีนี้!!!" เมื่อพวกมันลุกขึ้นมา มันก็ไม่รอช้าที่จะพุ่งเข้ามาหา

มาโคโตะ "ค๊าก!! กร้ากก!!!!" เสียงครวญครางพวกมันทั้งน่าเกลียดน่ากลัวมาโคโตะพยามกระโดดเพื่อปีนขึ้นตาข่ายแต่ดูไม่เข้าท่าเอาสะเลย เขาไม่สามารถเกาะตาข่ายที่รูเล็กและแถมยังสูงขนาดนี้ได้ทำให้เขาตกลงมาที่เดิม "ตุ๊บ!! อะโอ้ย..." จนมีพวกมันตัวหนึ่งพุ่งมาประชิดตัวมาโคโตะ มันเกือบกัดเข้าที่มาโคโตะแต่ยังดีที่เขาหลบได้ทัน!!

"โว้ยยบ้าจริง!! เกือบไปแล้ว!!" หลังจากมาโคโตะหลบได้ ตัวมันก็กระแทกเข้ากับตาข่ายเข้าอย่างจัง "แพล่ง!!!" แต่อีกสองตัวก็วิ่งตามมาโคโตะอย่างไม่ลดละ มาโคโตะจึงหยุดอยู่นิ่งๆไม่ได้ เขาจึงเลือกที่จะวิ่งหนีวนไปมาในสนามไปก่อน เขาจึงสบดขึ้น"บ้าเอ่ยนี่แค่สามตัวนะเนี่ย" แต่วิ่งได้สักพักดูเหมือนพวกตัวข้างจู่ๆพวกมันมารวมอยู่จุดเดียวบริเวณถนนที่

มาโคโตะจะปืนออกไปในทีแรก แล้วพยามจะพังตาข่ายลงมา!!!

"บ้าจริง!! ทางหนีเรา!!" มาโคโตะได้แต่วิ่งอย่างสุดชีวิตเพื่อคิดวิธีหนี แต่ไม่ช้าตะข่ายก็พังลง!! พวกตัวข้างนอกแห่กรูกันเข้ามาในสนามอย่างน่าตกใจ ระหว่างนั้นมาโคโตะมองกลับไปรูเดิมที่เข้ามา ปรากฏว่าตรงนั้นก็มีผีดิบยืนอยู่ ทำให้ทางหนีเขาหมดลงไป เพราะพวกมันเข้ามาจากทั้งสองฝั่ง!!

แต่มาโคโตะก็กลับวิ่งไปทางแป้นชู้ดบาส เข้าวิ่งไปหามันอย่างสุดแรงเกิด "ย้ากกก!!" จากนั้นเขาก็กระโดดคล้ายกับกำลังจะดั้งค์บาสใส่หวงแต่ก็ไม่ได้มีบาสในมือ แต่ไม่ใช่!!! มาโคโตะกระโดดขึ้นเกาะบาเหล็กหลังแป้นบาสแท่นที่สูงสุด (หากสังเกตุเสาของแป้นบาสเก็ทบอลที่ไม่ใช่เสาเดี่ยวแต่เป็นโครงเหล็กที่มีล้อสามารถลากเคลื่อนที่ได้จะเป็นโครงเหล็กที่มีสี่เสาและแกนเหล็กระหว่างกลางซึ่งสามารถจับโหนได้)

จากนั้นเขาก็เหวี่ยงตัวเองให้ข้ามตะข่ายเหล็กและกระโจนเข้าสู่หน้าต่างร้านสะดวกซื้อข้างๆสนาม "ฟุ้บบ!!! ปั้ง โคร้มม..........."

"อ้ากก!!" มาโคโตะล้มอยู่บนกองขนมและสินค้าต่างๆที่ล้มลงมาจากการที่เขากระโจนเข้ามา แต่เมื่อมาโคโตะเงยหน้าและพยามจะลุกขึ้น เขาก็ถูกใครบางคนถือปืนลูกซองจ่ออยู่ตรงหน้าสะงั้น!!

 

ชายแปลกหน้ากล่าว "นี่แกคงไม่ถูกกัดตรงไหนมาละสินะ!!"

มาโคโตะจึงรีบพูดตอบกลับไป"จะพูดไงดีละ...เอ่ออใช่ฉันถูกกัด ไม่ๆๆๆ ไม่ใช่แบบนั้นนะ!!"

แต่ทันใดชายคนนั้นก็มองที่หน้ามาโคโตะแล้วพูด "มาโคโตะงั้นเหรอ!!??"

แล้วมาโคโตะก็มองกลับไป "นี่นายโทระโอะหนิ!!"

 

ปรากฎเป็นชายบุคลิคนักเลง ผมสีขาวเงิน ผมยาวระดับไหล่ ผิวขาวตัวสูงหน้าตาหล่อใช้ได้ แต่ไม่ช้า ชายที่ชื่อ

โทระโอะนั่นก็เขามาสวมกอดมาโคโตะพลางพูดพร้อมร้องไห้ "เจ้าบ้า!! ฉันคิดว่านายจะตายแล้วสะอีก เจ้าเพื่อนบ้า!!เล่นหายไปไม่มาโรงเรียนเลยเป็นห่วงแทบแย่ เลยฮืออๆๆ"

มาโคโตะจึงพูดกลับไป "ชะ..ฉันขอโทษนายจริงๆนะ ที่ๆไม่บอกอะไรนายเลยน่ะ เดี๋ยวไว้ฉันจะเล่าให้ฟังนะ"

โทระโอะจึงหยุดร้องแล้วก็จับที่ไหล่ "ชั่งมันเถอะตอนนี้เราต้องหนีนะเฟ้ย สะพานอยู่ไม่ไกลมากฉันมีรถนายมากับฉันสะสิ"

มาโคโตะจึงรีบตอบ "ฉันคงไปกับนายไม่ได้หรอกฉันมีคน คนหนึ่งที่ต้องไปช่วยน่ะ"

โทระโอะ "ใครงั้นเหรอ!!"

มาโคโตะ "ยูกิน่ะ"

โทระโอะจึงถอดสีหน้าแล้วตอบกลับไป "นายรู้เหรอเธออยู่ที่ไหน แต่ที่สำคัญเมืองนี้มันจะถูกยิงระเบิดแล้วนะเฟ้ย!! ดูนาฬิกานั่นสิอีก 5 ชั่วโมงเท่านั้นนะ!!!"

มาโคโตะตอบ "ห้ะ!! อะไรนะ หมายความว่าไง!! ฉันไม่เห็นรู้เรื่องนี้เลยแล้วคนที่ยังติดอยู่ที่นี่ละ"

 

โทระโอะจึงตอบไป "ก็ตายน่ะสิ เจ้าโง่!! รัฐบาลทิ้งที่นี่ไปแล้วล่ะ!!"

มาโคโตะจึงมีสีหน้าตกใจก่อนจะลุกเดินไปยังหน้าร้านแล้วแหงนประตู เพื่อดูภายนอก ทันใดโทระโอะจึงพูดต่อ "เอาละ นายเข้าใจแล้วใช่ไหมรถฉันอยู่ข้างๆฉันจะเอาน้ำมันจากที่นี่เติมแล้วออกไปกัน"

 

ทันใดมาโคโตะจึงพูดกลับไป "นายรีบไปเถอะนะฉันยิ่งไม่มีเวลาอยู่แล้ว แถมยังมีระเบิดนั่นอีก..."

โทระโอะดูอารมณ์เสียสุดๆเมื่อได้ยินแบบนั้น"จะๆๆๆเจ้า!!!"

ทันใดก็ดูเหมือนมาโคโตะกำลังจะเดินออกไป แต่โทระโอะก็ตะโกนขึ้น "เดี๋ยว!!! นายนี่มัน..........เฮ้อออ" โทระโอะเหมือนจะตะหวาดใส่แต่กลับหยุดแล้วถอนหายใจ "เฮ้ออ นายนี่มันคนยังไงยังงั้นเลยน้าเจ้าบ้า!!" จากนั้นโทระโอะก็เดินไปหามาโคโตะแล้วตบที่ไหล่และพูด "มาเจ้าบ้า!! ฉันจะไปส่งเอง" คำพูดนั้นมันทำให้มาโคโตะยิ้มและดีใจมาก

 

ตัดภาพมาเมื่อทั้งคู่อยู่รถและรถกำลังแล่นไปเรื่อยๆ โดยโทระโอะเป็นคนขับ มาโคโตะจึงพูด ขึ้น "นี่เร็วกว่านี้หน่อยสิขอร้องละ!!!"

โทระโอะจึงตอบ "เจ้าบ้า!! อย่ามาดูถูกฟารามิโอะไรเดอร์ของพ่อฉันนะเฟ้ย รถคันนี้น่ะเป็นตำนานที่ยังเคลื่อนไหวได้นะเฟ้ยย จำเอาไว้เลย"

มาโคโตะจึงตอบกลับไป "จ้าๆ ยังไงก็ให้ไวกว่านี้หน่อยได้ไหม"

โทระโอะจึงสวนไป "นายมันตาไม่ถึงต่างหากเจ้าบ้า!! ว่าแต่เราใกล้จะถึงที่ๆนายว่าแล้วนะเนี่ย"

มาโคโตะจึงพูด "งั้นเหรอ!!" มาโคโตะเหม่อลอยแล้วคิดในใจ "เจ้าโทระโอะเมืองจะระเบิดแท้ๆยังมีหน้ามาโชว์รถระรื่นอีกไม่เข้าในตัวหมอนี่จริงๆแฮะ ว่าแต่เราก็ไม่ได้สนใจเรื่องนั้นเหมือนกันนี่หนา ในหัวตอนนี้มีแต่เรื่องยูกิเต็มไปหมด อย่าพึ่งเป็นอะไรนะยูกิฉันจะไปช่วยเธอเอง!!!"

 

ตัดภาพอยู่ในบ้านของยูกิแต่ในนั้นดูกลับร้างๆ แล้วทันจู่ๆก็มีเสียงดังขึ้น "ตุ๊บ!!!!"

 

 

.....................................................................................................................................................

 

TO BE CONTINUE

 

 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น