Path of The Death (เส้นทางแห่งความตาย)

ตอนที่ 2 : THE UNKNOWN SERUM

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 139
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    16 มี.ค. 63

เซรุ่มปริศนา

 

"นี่ๆมาโคโตะคุง อย่าร้องสิต้องเข็มแข็งนะรู้ไหม" เด็กผู้หญิงคนหนึ่งพูดกับมาโคโตะวัยเด็กในสนามเด็กเล่นแห่งหนึ่ง ในขณะที่มาโคโตะในวัยเด็กล้มอยู่กับพื้นและร้องไห้ "ฮือๆๆ"

 

 

ภาพตัดมาที่เฮลิคอปเตอร์บนท้องฟ้า "ฟู้~~~ฟิ้วว~~~ พั๊บๆ" เสียงลมที่รุนแรงและเสียงใบพัดทำให้มาโคโตะตื่นและรู้สึกตัวขึ้นมาอย่างช้าๆ พร้อมกับมองดูรอบตัวเอง ก่อนจะคิดในใจ "นะนี่เรายังไม่กลายเป็นพวกมันสินะ" พร้อมพบว่าตัวเองอยู่ในเฮลิคอปเตอร์ที่ขึ้นมา

 

 

มาโคโตะมองที่มือที่ถูกกัดก็พบว่ามีผ้าพันแผลได้พันห้ามเลือดไว้ที่มือเรียบร้อย ทันใดผู้หญิงผมสีแดงยาว หน้าตาดูดุๆ ซ่าๆ ใส่ชุดคล้ายกับผู้หญิงที่ช่วยมาโคโตะ เธอยืนอยู่หน้ามาโคโตะจากนั้นเธอก็หันมา "ตื่นแล้วเหรอ!!" จากนั้นเธอก็เดินเข้ามาหามาโคโตะ

 

เธอตบสกิดเข้าที่หน้ามาโคโตะเบาๆ ก่อนจะถาม "นี่นาย!!! คุณมิเอโกะอยู่ที่ไหน บอกฉันมาซิว่านายไม่ได้ฆ่าเธอแล้วแย่งกระเป๋าเฮงซวยนี่ขึ้นมาที่นี่น่ะ ห้ะ!!"

 

มาโคโตะตกใจแล้วตอบกลับไป "ปะๆ เปล่าสะหน่อย! เธอให้กระเป๋าฉันมา แล้วเธอก็ให้ฉันขึ้นมา จากนั้นเธอก็ช่วยฉันแล้วถ่วงเวลาพวกผีดิบให้ชะๆฉันก็ยังไม่ค่อยเข้าใจอะไรเท่าไหร่หรอกนะ"

 

ผู้หญิงคนนั้นดูอารมณ์เสียแล้วขึ้นเสียง "เธอยังไม่ตายใช่ไหม!!!แล้วนายเป็นใคร!! ทำไมเธอต้องช่วยนายไว้ห้ะ!!"

 

มาโคโตะจึงตอบกลับไป "ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่พวกมันเยอะมากๆแล้วพวกมันก็รุมเธอ ชะฉันชื่อมาโคโตะเป็น

คนธรรมดาเนี่ยแหละ ฉันก็แค่นอนอยู่ในบ้านถูกกัด แล้วได้ยินเสียงปืนก็เลยเดินออกมาแล้วเธอก็เข้ามาช่วยฉันแค่นั้นเอง"

แต่ทันใด ก็มีอีกเสียงหนึ่งพูดขึ้นมาเธอคือคนที่นั่งอยู่หลังไพลอต(คนขับเฮลิคอปเตอร์) เธอมีผมสีเหลืองสั้น หน้าตาก็ดูน่ารักพอสมควร ก็พูดขึ้น "นั่นหมายความว่า หลอดยาที่หายไปถูกใช้กับตัวผู้ชายคนนี้ สารที่คุณมิเอโกะเอามา อาจเป็นเซรุ่มหรือวักซีนจริงๆก็ได้!!"

 

เรย์หรือผู้หญิงผมแดงจึงโต้กลับไป "มายะเธอตรวจให้ดีแล้วใช่ไหมว่าหมอนี่จะไม่กลายสภาพน่ะ!!" เธอทำหน้าตาเกรี้ยวกราดใส่ผู้หญิงอีกคนหรือมายะ

 

แต่มายะก็ตอบกับไปอย่างใจเย็นพร้อมกับเสียงที่สุขุม "ก็ไม่ชัดเจนขนาดนั้นหรอกน้า แต่จากที่ดูแผลคร่าวๆน่าจะถูกกัดมาอย่างน้อย 50-60 นาที มันนานเกินไปสำหรับการกลายสภาพแล้วละ ยังไงก็มัดหมอนั่นไว้หนิไม่เห็นต้องกลัวอะไรเลย"

มาโคโตะจึงพึ่งรู้สึกตัวว่าถูกมัดติดกับเสาในคอปเตอร์ "เอ้~~ !!?"

 

แล้วเรย์ก็เดินเข้ามาแล้วก้มมองจ้องหน้ามาโคโตะด้วยหน้าที่เกรี้ยวโกรธนิดๆ มาโคโตะที่เหมือนงงๆอยู่ ก็พูด .."อะไรงั้นเหรอ?? "

 

เรย์พูดกับมายะ "ไม่งะ!หมอนี่ดูอ่อนแอเกินไป"

มายะตอบเรย์ "มันแน่นอนอยู่แล้วนะเรย์ ผู้ชายที่ค่าระดับการต่อสู้ต่ำกว่าฝ่ายข้อมูลอย่างฉันจะเอาอะไรไปสู้กับคุณมิเอโกะกันเล่า"

มาโคโตะยิ่งงุนงงเข้าไปใหญ่ พร้อมคิดในใจ "ผู้หญิงพวกนี้พูดเรื่องอะไรน่ะ แล้วเราจะไปที่ไหน อะไรฟะมันเกิดอะไรขึ้น!?"

 

 

แต่หลังจากนั้นไพลอตหรือคนขับก็พูดขึ้น "พวกเธอคิดมากน่าา ฉันก็เห็นเขาเป็นแค่เด็กม.ปลายธรรมดาตั้งแต่ขึ้นมาแล้วนะ"

เรย์ก็โต้กลับไป "แต่ก็ออดสงสัยไม่ได้หนิคะคุณมิเอโกะจะทำแบบนี้ทำไม!!"

มาโคโตะจึงคิดในใจ "อะไรกันผู้หญิงคนนั้นชื่อมิเอโกะนี่เอง แต่ก็ไม่เห็นจะคุ้นหูเลยสักนิด"

เรย์ "ที่สำคัญคุณไม่เป็นห่วงคุณมิเอโกะเหรอคะ คุณมิเอรุ!!"

มายะจึงพูด .."ห้ามลืมกฏของเราสิเรย์!!!"

เรย์ที่เหมือนจะพูดต่อก็หยุดชะงัก แล้วกลับไปนั่งลงสงบสติอารมณ์ "หื้มมมมม"

มิเอรุจึงพูด "ฉันก็เข้าใจเธอนะเรย์ แต่อย่าลืมความเชื่อมั่นของเราสิ เราต้องเชื่อในการตัดสินใจของมิเอโกะนะ ผู้ชายคนนี้ไม่น่าจะโกหกหรอก อีกอย่างเราก็รู้จักมิเอโกะดี"

 

แล้วบรรยายกาศในนั้นก็ดูเศร้าและตึงเครียด

 

จู่ๆมาโคโตะก็พูดขึ้น "ฉันก็ศูนย์เสียคนที่รักไปเหมือนกัน" แล้วเรย์จึงค่อยๆหันมามอง

มาโคโตะ "แม่ฉันเธอถูกพวกมันกัดน่ะ พวกเธอเคยคิดไหมว่าวันหนึ่งเราต้องทำสิ่งที่เราไม่อยากทำที่สุดกับคนที่เรารัก......." มาโคโตะเริ่มน้ำตาคลอออกมาน

ทันใดมายะก็หันมามองด้วย รวมถึงมิเอรุที่ขับอยู่เธอก็เหมือนจะพยามฟัง

มาโคโตะ "ฉันนนน!! ฆ่าเธอด้วยมือของฉันเอง แต่ฉันก็พลาดถูกเธอกัดเข้า!! ฉันเกือบฆ่าตัวตาย แต่แล้วคนชื่อ

มิเอโกะคนนั้นก็มาช่วย ฉันไว้ พวกเธอจะโกรธหรือจะทำอะไรกับฉันก็ได้ แต่ฉันก็แค่อยากบอกว่าฉันก็รู้สึกผิดเหมือนกัน ที่เกิดอะไรแบบนี้ขึ้น ถ้ามีอะไรให้ฉันช่วยได้ละก็........"

 

ก่อนเรย์จะลุกขึ้นมาแล้วตะคอกใส่มาโคโตะ "งั้นนายก็ช่วยเอาเธอกลับคืนมาเซ้!!!!!!!"

มาโคโตะได้แต่ก้มหน้าแล้วพูด .."ชะฉันขอโทษ นั่นฉันทำไม่ได้หรอก......"

แล้วเรย์ก็ตะกลับไป "'งั้นก็หุบปากไปสะ ฉันไม่อยากได้ยินอะไรทั้งนั้นแล้ว!!!"

เรย์กลับนั่งได้แต่ก้มหน้าแล้วเหมือนกับจะร้องไห้ แต่มายะก็เดินเข้ากอดและปลอบเธอ "ใจเย็นๆนะเรย์ ฉันเข้าใจ"

 

มิเอรุจึงพูด "นี่มาโคโตะคุงใช่ไหม?"

มายะจึงมองเรย์ถอนหายใจ "เฮ้ออออ~~"

มิเอรุจึงพูด .. "เธออย่าถือโทษโกรธเรย์เลยน้า เธอเข้าใจทุกอย่างนั่นแหละแค่เธออารมณ์ร้อนไปหน่อยน่ะ เดี๋ยวถ้าเราถึงที่หมายเราจะบอกทุกอย่างกับเธอเองนะ"

มาโคโตะคิดในใจ "ที่จริงเราก็ผิดนั่นแหละ เฮ้อออ~~ ทำไมเธอต้องช่วยคนไร้ค่าห่วยๆอย่างเราไว้ด้วยนะ เห้ออออ"

 

ก่อนเฮลิคอปเตอร์ที่ทุกคนโดยสารจะมาลงกลางป่าบนเขาแห่งหนึ่ง

เรย์ ลากตัวมาโคโตะที่ถูกมัดลงมาพร้อมถือปืน มาโคโตะ "นี่เบาๆหน่อยสิมันเจ็บนะ"

เรย์ "เดินไปนายไม่มีสิทธิพูด!!!"แล้วเรย์ก็เอามาโคโตะไปมัดไว้กับต้นไม้

 

ก่อนพวกเธอจะขนของลงมาแล้วตั้งแคมป์โดยปล่อยให้มาโคโตะนั่งเก้ออยู่นาย

มาโคโตะจึงคิดในใจ "นี่จะให้เราถูกมัดแบบนี้อีกกี่ชั่วโมงเนี่ย"

 

จนสักพักมิเอรุจึงเดินเข้ามา แล้วพูดกับมาโคโตะ "นี่รออีกแปปเดียวนะเราตกลงกันมาแล้วละเธอก็จะไม่โดนมัดแล้วนะ แล้วที่สำคัญพูดได้ดีมากเลยนะตอนที่พูดบนเครื่องน่ะ เท่สุดๆเลยล่ะ เรย์เธอมีนิสัยแบบนี้แหละแต่เธอก็เข้าใจทุกอย่าง "

มาโคโตะจึงยิ้มแล้วพูด "แฮะๆ ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ ผมแค่พูดสิ่งที่รู้สึกน่ะ ขอบคุณมากนะครับผมเมื่อยจะแย่แล้ว"

มิเอรุ "ถึงงั้นก็เถอะน้า" จู่ๆมิเอรุก็จ้องหน้ามาโคโตะ มาโคโตะจึงพึ่งสังเกตุว่า ใบหน้าและรูปร่างของกองกำลังหญิงพวกนี้มันดีเกินจะเป็นทหาร ริมฝีปากที่อมชมพู แก้มที่ชมพูอมแดงอย่างเป็นธรรมชาติ ผมยาวดำและลุคที่ดูเป็นผู้ใหญ่ของ

มิเอรุทำให้มาโคโตะถึงกับหน้าแดง

 

มาโคโตะเลยพูดพร้อมเขิน "ทำไมพวกคุณชอบมาจ้องหน้าผมกันเนี่ยยย" แต่จู่ๆหน้าของมิเอรุก็เข้ามาใกล้มาโคโตะเรื่อยๆ มาโคโตะเลยคิดในใจ "วุ้ยยย นี่เธอจะทำอะไรฟะเนี่ยมันใกล้เกินไปแล้ว" แล้วจู่ๆมิเอรุก็เอามือสัมผัสคอมาโคโตะเบาๆ ลูบไล้ไปอย่างช้าๆจนถึงหลังคอ มาโคโตะทั้งเสี่ยวและใจเต้นแรงมากๆ.....

 

แต่แล้วก็มีขัดขึ้น "นี่จะทำอะไรน่ะคะคุณมิเอรุ!!!!" ปรากฏเป็นเรย์ที่พูดและมายะที่เดินตามมา

ก่อนมิเอรุจะหันมาแล้วพูด "ที่คอเขามีเจ้านี่หนะ" มิเอรุเอามือ ออกมาจากหลังคอของมาโคโตะแล้วปรากฏว่า เป็นแมงมุมป่าที่น่าจะเกาะที่อยู่ตรงต้นไม้ด้านหลังที่มาโคโตะถูกมัดติดไว้ อยู่ในมือเธอ

 

มายะพูด "โห่วววว นั่นมันแมงมุมหลังแดงหนิ เป็นสปีชี่ที่พิษร้ายแรงมากเลยนะนั่น!!!"

มิเอรุจึงยิ้ม "เกือบไปแล้วไหมละหึๆ" แล้วหัวเราะก่อนจะโยนแมงมุมทิ้งไป

พอมาโคโตะเห็นก็ถึงกับตกใจแล้วมองซ้ายมองขวา

เรย์จึงพูด "อย่าเข้าไปใกล้ขนาดนั้นสิคะคุณมิเอรุ เรายังไว้ใจหมอนี่มากไม่ได้"

 

แต่แล้วมิเอรุก็เดินไปปลดเชือกให้มาโคโตะ แล้วเรย์ก็ถอนหายใจ "เฮ้อออ น่าจะมัดไว้นั่นแหละดีแล้วโธ่"

 

ภาพตัดไปก่อนบรรยากาศรอบข้างจะเริ่มตกเย็น

ขณะที่ทุกคนนั่งอยู่รอบกองไฟของแคมป์ มาโคโตะก็กินอาหารจนหมดไปหลายจาน

เรย์จึงพูด "นี่ๆนายจะกินเยอะเกินไปแล้วนะ!!!"

มิเอรุ "เขาคงติดใจอาหารฝีมือฉันน่ะ หึๆๆ"

มายะ "ก็คุณมิเอรุทำอร่อยหนิคะ แฮะๆ"

ก่อนมาโคโตะจะหยุดกินแล้วเงยขึ้นมาพูด "ขอโทษทีพอดีฉันไม่กินอะไรมาทั้งวันเลยหน่ะ แฮะๆ"

 

 

 

 

 

ไม่ช้ามายะก็พูดขึ้นมา "ทีแรกเราก็กะจะใช้กำลังลากนายไป แต่เราก็ตกลงกันได้ว่า เราจะเล่าเรื่องทุกอย่างให้นายฟังว่านายสำคัญกับเรื่องนี้ยังไง เพราะเราเชื่อใจในสิ่งที่มิเอโกะตัดสินใจน่ะนะ"

มาโคโตะจึงยิ้ม "'งั้นเหรอไม่ต้องใช้กำลังก็ได้จริงๆฉันไม่คิดจะหนีไปไหนอยู่แล้วล่ะ แต่ยังไงก็ขอบใจนะ"

เรย์ก็ยังคงหน้าบึ้ง

 

มายะ "เอาละเริ่มกันเลย ที่เรามาเมืองของนายเพราะว่ามีบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งที่วิจัยเรื่องไวรัสบางอย่าง ซึ่งข้อมูลบอกว่าไวรัสชนิดนี้สามารถรักษาโรคต่างๆที่ไม่สามารถรักษาในยุคปัจจุบันได้แต่เราก็ได้รู้ข่าวมาว่า การวิจัยนี้เป็นการวิจัยที่ผิดกฎหมายเพราะ มีการทดลองใช้กับมนุษย์!!"

 

มาโคโตะก็เริ่มตกใจแล้วพูด "ในเมืองฉันเนี่ยนะ!!"

 

มิเอรุจึงพูดต่อ "ใช่แล้วมาโคโตะคุง เรามาที่นี่ เพื่อมาสืบและหาข้อเท็จจริง และมิเอโกะได้รับหน้าที่ลอบเข้าไปเพื่อสืบและค้นหาหลักกฐานในบริษัทนั้น ในขณะที่มิเอโกะลอบเข้าไปจู่ๆเราก็ขาดการติดต่อจากเธอ สักพักใหญ่ๆ เราก็เห็นว่ามีคนจำนวนมากวิ่งออกมาจากบริษัท ทีแรกก็แปลกใจ แต่ระลอกที่สองนี่แหละที่แปลกใจยิ่งกว่าเพราะเป็นกลุ่มคนมีท่าทีแปลกๆ พวกเขาวิ่งเร็วมาก แล้วก็กระโดดกัดพวกคนกลุ่มแรกที่วิ่งออกมา แม้กลุ่มแรกจะใช้ปืนยิงสวนกลับไป แต่คนพวกนั้นก็ทนกับกระสุนที่ยิงไปแล้ววิ่งเข้าหาเรื่อยๆ เราจึงเห็นถ้าไม่ดีจึงพยามติดต่อมิเอโกะให้ได้ จนจู่ๆเห็นพลุแฟร์ที่ยิงขึ้นมาจนรู้ว่านั่นเป็นมิเอโกะแน่ๆเลยรีบไปรับเธอ"

 

มาโคโตะมีสีหน้าที่งุนงงแล้วพูด "แล้วเธอไปเอายารักษาในกล่องนั้นมาจากบริษัทนั่นงั้นเหรอ"

 

มายะจึงตอบกลับไป "นายคงยังไม่รู้สินะ จริงๆพวกเรามาที่นี่โดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเกิดอะไรขึ้น ดังนั้นภารกิจเราไม่ใช่การตามหาเซรุ่ม วักซีนหรือยารักษาอะไรทั้งนั้น เพราะเรามาที่นี่เพื่อตามสืบเท่านั้นเอง ยังไม่ได้เบาะแสอะไรด้วยซ้ำ แล้วก็พึ่งมารู้เหตุการณ์เมื่อเช้านี้แหละ แล้วเบาะแสเดียวที่ได้ คือจากคุณมิเอโกะ คือสารที่นายฉีดเข้าตัวนายนั่นแหละ พวกเราก็ตอบได้ไม่ชัดเจนหรอกนะ แต่จากที่นายรอดมาได้นั่นก็อาจมีความเป็นไปได้สูง!! ว่ามันคือยารักษาเพราะคุณมิเอโกะตัดสินใจใช้มันกับนาย"

 

มาโคโตะพูดต่อ "อย่างงี้นี่เอง งั้นแบบนี้คนอื่นที่ถูกกัดก็อาจมีความหวังน่ะสิ"

 

มายะจึงพูดต่อไปว่า "มันยังไม่มีข้อมูลเชิงประจักษ์ เพราะยังไงฉันก็ยังไม่มีอุปกรณ์ที่ตรวจสอบที่ตอบได้แน่ชัด ทีแรกพวกเราพร้อมที่ฆ่านายอยู่แล้วเพราะนายถูกกัด แต่พอเราดูในกระเป๋าว่ายาหลอดหนึ่งในนั้นหายไปเลยตรวจสอบนายดูก่อนแน่นอนอยู่แล้ว เพื่อหาคำตอบทั้งหมด หลักฐานนั้นสำคัญ เพื่อจุดประสงค์นั้น เราจึงขอให้นายมากับเราเพราะ นายเป็นคนเดียวที่ไม่กลายสภาพเพราะถูกกัด เพราะยานี่และนายเป็นสองหลักฐานสำคัญที่เรามีอยู่"

 

มาโคโตะพูด "พวกเราจะช่วยโลกนี้ใช่ไหมเนี่ยย!!!"

มิเอรุยิ้มแล้วพูด "ใช่เราจะทำให้ดีที่สุด!!"

 

 

 

ทุกคนจดจ้องมาที่มาโคโตะ แล้วเรย์ก็พูดขึ้น "เข้าใจทุกอย่างแล้วใช่ไหม!!"

 

มาโคโตะมองที่หน้าของเรย์ จากนั้นมาโคโตะคิดในใจ "นี่มันก็เหมือนกับว่าเราเป็นกุญแจสำคัญสำหรับเรื่องนี้เลยนี่หวา ยังไงคนอย่างเราก็ไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้วหนินะ ถ้าชีวิตนี้จะมีค่าก็วันนี้นี่แหละ!!! "

มาโคโตะ "ชะฉันเข้าใจ........แล้วละ"

 

แต่จู่ๆก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขัดขึ้น "ตรู้ดๆๆๆๆ ชาลาเฮดชา ลาาา" เป็นเพลงดราก้อนบอลสุดเก่าดังขึ้นมา

มายะพูดขึ้น "ใครตั้งเสียงนี่เนี่ย"

เรย์ก็พูด "เชยชะมัดยากเลย"

ปรากฏมันเป็นโทรศัพท์ของมาโคโตะ ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกง

มาโคโตะจึงหยิบออกมาแล้วคิดในใจ"เอะนี่เราเอาโทรศัพท์มาด้วยงั้นเหรอ" มาโคโตะมองโทรศัพท์พร้อมกับมีสีหน้าที่ตื่นตกใจ......!!!

 

 

 

 

ย้อนอดีต

 

 

ภาพที่ตัดไป ณ สถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งสนามเด็กเล่นในวัยเด็กของมาโคโตะ ในขณะที่เด็กผู้หญิงคนนั้นดึงมาโคโตะที่ล้มอยู่และร้องไห้ให้ลุกยืนขึ้นมา แล้วเธอพูดว่า "ไม่ต้องกลัวนะมาโคโตะฉันจะปกป้องนายเอง!!" พร้อมกับมีเด็กกลุ่มหนึ่งวิ่งหนีไปเพราะดูเหมือนจะแกล้งมาโคโตะแล้วเธอก็มาช่วยไว้ มาโคโตะหยุดร้องและยิ้มและพร้อมกับพูด "ขอบใจเธอมากนะ ยูกิ..........."

 

 

 

 

 

ตัดกลับมาชื่อที่ขึ้นหน้าจอโทรศัพท์ของมาโคโตะคือชื่อของยูกิ จากนั้นมาโคโตะก็กดรับสาย มาโคโตะจึงรีบพูดขึ้น "นี่!!เธอเป็นอะไรรึเปล่า เธอออกมาจากเมืองรึยัง!!!ยูกิ!! ยูกิ!!" มาโคโตะมีสีหน้าที่ซีดและตื่นตกใจมาก เสียงในโทรศัพท์ก็ดูฟังไม่ได้ความ ^**^$^#%$%^ช่วย%^*ฉันด้วย!!

ตรูดๆๆๆๆๆ" จากนั้นสายก็ตัด มาโคโตะจึงตะโกนใส่โทรศัพท์ "นี่!! ยูกิ!! ยูกิ!!" เรย์จึงพูด "คนรู้จักงั้นเหรอนายทำอะไรไม่ได้หรอกในสถานการณ์แบบนี้น่ะ" มาโคโตะลุกขึ้นและพูดขึ้น "นี่รู้ไหมว่าที่นี่ห่างจากเมืองเท่าไหร่!!"

มายะจึงตอบ "คงสักสิบกิโลได้ละมั้ง"

เรย์จึงพูด "อย่าบอกนะนายจะไปหาผู้หญิงคนนั้นเหรอ"

มาโคโตะตอบ "ใช่ ฉันต้องไป....!!!"

เมื่อเรย์ได้ยินเธอก็อารมณ์ขึ้นทันที

เรย์ "นี่นายอย่ามาพูดบ้าๆนะเฟ้ย!! ที่พวกเราพูดมาทั้งหมดทั้งมวลนายไม่เข้าใจเหรอเหรอว่าตัวนายสำคัญกับเรื่องนี้แค่ไหน "

มิเอรุจึงพูด "จริงอย่าที่เรย์จังพูดนะ เธอคิดดีๆก่อนนะมาโคโตะคุง"

มายะจึงเสริมไป "แล้วอีกอย่างถ้านายตายความพยามของคุณมิเอโกะก็จบลงตรงนี้เลยนะ"

มาโคโตะดูไม่สนใจสิ่งที่พวกเธอพูด แล้วเดินไปที่โต้ะวางปืน แล้วพูดขึ้น "ฉันขอยืมพวกนี้หน่อยได้ไหม"ในขณะที่มาโคโตะกำลังจะหยิบปืน "ปั้ง!!!"เรย์ก็ยิงดักก่อนที่มาโคโตะจะหยิบพวกมันไป

 

เรย์พูดขึ้น "หากนายขยับ!! รอบหน้าฉันจะเป่าที่กระบานของนายแน่!! นี่นาย!! ที่พูดว่ารู้สึกผิดเรื่องของคุณมิเอโกะ โกหกสินะ ฉันบอกแล้วไงว่าคนแบบนี้มันไม่น่าไว้ใจ!! จะเอาชีวิต คนรู้จักของนายที่ไม่รู้เป็นใคร มาเทียบกับอนาคตของโลกงั้นเหรอนายบ้าไปแล้วหรือไง!!!"

 

 

มาโคโตะพูด "ใช่!!! ฉันมันบ้า ถ้าฉันไม่ช่วยเพื่อนของฉันคนนี้ไม่ได้ ฉันก็ไม่มีหน้าไปช่วยโลกหรือไปช่วยใครทั้งนั้นแหละ!!!! เธอเป็นคนสำคัญสำหรับฉันมาก ฉันไม่มีเวลามาเล่าให้พวกเธอฟังตอนนี้หรอกนะ เชื่อใจฉัน!! ฉันจะกลับมาหาพวกเธอแน่นอนฉันสัญญา!!!"

 

เรย์พูดขึ้น "นายมันเห็นแก่ตัวที่สุด! เห็นแก่ตัว!!! เห็นแก่ตัว!!!! ฮือออ~~" จากนั้นเธอก็ร้องไห้

ทันใดมาโคโตะเริ่มวิ่ง เรย์ไม่รอช้า เธอก็กราดยิ่งใส่มาโคโตะไม่ยั้งมือ "กร๊าดด ปั้งๆๆๆ!!" แต่ดูเหมือนมาโคโตะวิ่งได้เร็วมากจากนั้นมาโคโตะก็กระโดดลงลำธารที่อยู่ข้างๆแล้วว่ายน้ำหนีไป เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก เรย์จึงไล่ตามแล้วกราดยิงใส่น้ำในลำธารซ้ำเข้าไปอีก!! "ปั้งๆๆ" แต่ก็ไม่เห็นตัวมาโคโตะสะแล้ว

 

มายะจึงวิ่งตามมาแล้วพูดกับเรย์พร้อมแตะที่ไหล่ "ไม่กะยิงให้โดนแล้วจะยิงทำไมละเนี่ย เห้ออออ~"

เรย์ทรุดลงกับพื้นพร้อมตะโกนร้องไห้ "ฮืออออ บ้าที่สุด!!!!!!"

มิเอรุจึงพูดขึ้น "ถ้ายิงเขาตายโลกก็จบนะสิ เฮ้ออออ~~~"

 

ณ ตอนนั้นกระแสน้ำในลำธารเชี้ยวและรุนแรงเป็นอย่างมาก

 

.....................................................................................................................................................

 

 

TO BE CONTINUE

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น