Path of The Death (เส้นทางแห่งความตาย)

ตอนที่ 16 : KABUTO

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    16 มี.ค. 63

คาบูโตะ (ด้วง)

 

ณ ศูนย์วิจัยแห่งหนึ่ง ภายในห้องแลป์ทดลอง เต็มไปด้วยหลอดยาและหลอดทดลองขนาดใหญ่ มีผู้คนสวมชุดกาวอยู่ในนั้นหลายสิบคน ทุกคนกำลังทำงานอย่างขยันขันแข็ง แต่จู่ๆก็มีชายสวมชุดกาวคนหนึ่งเปิดประตูห้องเข้ามา "ฟิ้ดด" ทันใดชายคนนั้นรีบวิ่งเข้ามาอย่างเร่งรีบ พร้อมเดินไปหาชายอีกคนภายในห้องนั้น

"แฮ่กๆๆๆ ด็อกเตอร์ครับ ท่านมาแล้วครับ ทะๆท่านมาลอสมาแล้วครับ!!"

ชายที่ถูกเรียกว่าด็อกเตอร์ตอบ "ว่าไงนะ หมายความว่าไง ไหงมาเร็วกว่าที่คุยกับฉันไว้หนิ"

"ฟิ้ด"

"ก็ช่วยไม่ได้นี่ สถานการณ์มันแย่มาก ขอโทษคุณด้วยนะครับ ด็อกเตอร์เครย์" มาลอสเดินเข้ามาให้ห้องแล้วพูด

ด็อกเตอร์เครย์ "อะๆเอ่อ ทะๆท่านมาลอส"

ทันใดด็อกเตอร์เครย์คนนั้นพร้อมกับคนทันแลป์ก็ต้องตื่นตกใจกับการมาถึงของมาลอส ก่อนทุกคนในห้องจะก้มคำนับมาลอส อลิซที่เดินตามหลังมา ก่อนเธอจะมองรอบๆห้อง

 

ก่อนมาลอสจะเดินไปยกตัวด็อกเตอร์เครย์ขึ้นแล้วพูด "ไม่เห็นต้องทำถึงขนาดนี้เลย"

ก่อนด็อกเตอร์จะเงยหน้าขึ้นมาแล้วพูด "ไม่ได้หรอกครับ ตอนนี้คุณเป็น ถึงผู้นำของประเทศแล้วนะครับ!! ที่ผมเผลอพูดไปเมื่อสักครู่ขออภัยจริงๆนะครับ!!"

มาลอสยิ้มก่อนจะหัวเราะ "ห่ะๆ ก็พึ่งถูกแต่งตั้งเมื่อเช้านี้เอง ช่างเรื่องนั้นเถอะ"

แต่ทันใดด็อกเตอร์เครย์ก็พึ่งสังเกตุว่าคนในแลป์ต่างหยุดทำงาน พอเครย์มองไปรอบๆก็พบว่าผู้ชายซึ่งเป็นคนในแลป์ส่วนใหญ่มัวแต่มองไปยังอลิซ อย่างไม่ละสายตา ก่อนด็อกเตอร์เครย์จะตะโกน "นี่เจ้าพวกบื้อ!! ใครให้พวกแกหยุดทำงานฟะ!!"

ก่อนทุกคนจะรีบกลับไปทำงานต่อ เครย์จึงพูด "ขอโทษจริงๆนะครับเจ้าพวกนี้เห็นสาวสวยๆเป็นไม่ได้ ยิ่งคุณอลิซแล้ว แหะๆสวยวันสวยคือไม่มีเปลี่ยนแปลง"

ก่อนอลิซจะหันมายิ้มให้เครย์แล้วพูด "ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะด็อกเตอร์"

ก่อนเครย์จะเดินพามาลอสมายังอีกห้อง ภายในห้องปรากฏมีหลอดทดลองขนาดใหญ่ซึ่งโดดเด่นกว่าหลอดทดลองอื่นๆ ตั้งอยู่ใจกลางห้องทดลองนั้น

เครย์เดินไปที่แผงควบคุมของหลอดแล้วกดปุ่มบนแผงวงจรบางอย่างอยู่

ขณะนั้นมาลอสจึงพูดกับเครย์ "กว่าจะได้มันมาจากมาชิโตะก็เกือบแย่เลยล่ะครับ"

ก่อนมาลอสจะหันไปมองที่อลิซ อลิซดูมีสายที่ที่ไม่สบอารมณ์กำมือแน่น มาลอสจึงหันไปหาเธอแล้วเอามือลูบที่แก้มเธอเบาๆ ก่อนพูดกับเธอ "นี่เธอยังไม่หายแค้นพวกนั้นสินะ"

อลิซ "ค่ะ นังผู้เด็กผู้หญิงผมสีแดงนั่น!"

มาลอส "อดใจรอไว้นะ......."

ก่อนอลิซจะยิ้มและกำลังจะซบลงที่อกของมาลอส

แต่ด็อกเตอร์เครย์ก็พูดขึ้น "อะเอ่อๆ ขอโทษนะครับ"

ก่อนมาลอสจะหันกลับไป

มีหลอดยาบางอย่างลอยอยู่ในหลอดทดลอง (รูปร่างหลอดคล้ายกับเซรุ่มที่มาโคโตะได้รับมาก)

เครย์ "เจ้านี่คงต้องใช้เวลาศึกษามันอีกพักใหญ่ๆนั่นแหละครับ แต่บางส่วนที่คืบหน้าผมจะแจ้งรายละเอียดให้นะครับ"

 

มาลอสพูด "คงทันวันนั้นนะครับ ด็อกเตอร์เครย์"

ก่อนด็อกเตอร์จะหันมาพูดพร้อมท่าทีที่ดูไม่ค่อยมั่นใจ "อะๆเอ่อแน่นอนครับผมจะทำให้ทัน...ครับ"

มาลอส "'งั้นผมฝากทุกอย่างด้วยนะครับด็อกเครย์" ก่อนมาลอสจะหันไปคุยกับอลิซ "ไปกันเถอะอลิซ" ก่อนอลิซจะยิ้มให้เครย์แล้วก้มบอกลา

เครย์ที่ดูตกใจจึงพูดกับมาลอส "ไม่รอฟังรายละเอียดหน่อยเหรอครับ!!"

มาลอสหันหลังเดินไปพร้อมพูด "เอาไว้ทีหลังนะตอนนี้ผมและอลิซมีเรื่องสำคัญน่ะ"

เครย์ที่งงก็ได้แต่อ้ำๆอึ้งๆ "ออๆครับ ไว้พบกันใหม่นะครับ!!"

มาลอสได้แต่ชูนิ้วโป้งให้เครย์แล้วเดินออกจากศูนย์วิจัยไป ทหาร CTST ส่วนหนึ่งที่รอด้านหน้าศูนย์วิจัยก็ทำความเคารพมาลอส ก่อนมาลอสและอลิซจะขึ้นฮอล์ไป

 

 

 

ภาพตัดไปเมื่อ เมื่อสองวันก่อนเหตุการณ์เมื่อสักครู่

ข่าวรายงาน

ขณะนี้เหล่าผู้ต้องการอพยพออกจากประเทศมีมากกว่า 3 ล้านคนแล้ว และกำลังเพิ่มจำนวน...

ตัดภาพเป็นเหล่าผู้คนจำนวนมากที่อยู่ในสนามบิน ที่พยามจะซื้อตั๋วเพื่ออพยพ แต่ทางพนักงานสนามบินก็ปฏิเสธที่จะบริการเพราะไม่เหลือเครื่องบินสักเครื่องบนลานจอด

แต่ทันใดไม่ช้าจู่ๆก็มีเครื่องบินลำหนึ่งลงจอด ทุกคนต่างดีใจและรีบวิ่งกรูเพื่อจะไปซื้อตั๋วทุกอย่างดูวุ่นวายอย่างมาก

"ขายให้ฉันเถอะ!!ฉันให้ราคาสองเท่า!!"

"นี่ๆเอาสร้อยเพชรฉันไปเลย!!"

.."ช่วยเอาลูกชายผมไปทีครับ!!"

แต่ไม่ช้าก็ปรากฏเป็นคนกลุ่มหนึ่งเดินลงมาจากเครื่องด้วยท่าทีแปลกๆ

คนพวกนั้นเดินลงมาเรื่อยๆ เป็นที่สนใจของผู้อพยพทั้งสนามบิน

จนคนพวกนั้นเดินมาถึงบริเวณขายตั๋ว

ผู้อพยพ "อะไรกันก็คนประเทศเราหนิ!!"

.."พวกนายกลับมาทำไมกัน ไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นรึไง!!"

ทันใดคนที่เดินกลับมาด้วยสีหน้าที่ซีดเสี่ยวและสิ้นหวังก็ตอบกลับไป

"จะออกไปหรืออยู่ที่นี่ ก็มีความตายรออยู่เหมือนกันนั่นแหละ...." และคนพวกนั้นก็เดินสวนผ่านไป ทิ้งให้ทั้งสนามเงียบสงัดเมื่อได้ยินแบบนั้น ไม่ช้ามอนิเตอร์ในสนามบินก็ฉายภาพข่าว

 

ตัดภาพไป

"บู้มม!!" เครื่องบินลำหนึ่งที่กำลังบินถูกบางอย่างยิงจนระเบิด ปรากฏเป็นประเทศข้างเคียง ที่ยิงมิสไซต์เข้าจู่โจมจากพื้นดิน

ทหารพูดกับผู้บัญชาการ "นั่น ลำที่ 14 ของวันนี้แล้วครับ"

ผู้บัญชาการ "คงมีมาเรื่อยๆนั่นแหละนะ อย่าปล่อยให้เล็ดลอดไปได้สักลำ ทั้งที่เตือนแล้วแท้ๆ"

ไม่เพียงแต่เครื่องบินเรือทุกลำที่พยามออกจากประเทศทุกทิศทางก็ถูกทำลาย เนื่องจากประเทศนี้เป็นเกาะ ทุกประเทศที่อยู่รอบข้างจึงปิดกั้นทุกทางที่จะทำให้ไวรัสนั้นระบาดไปทั่ว

เมื่อทุกคนเห็นข่าว บางคนก็ถึงกับทรุดลงกับพื้น "อะไรกันจบสิ้นแล้วสินะประเทศนี้น่ะ"

บางคนต่างก็ทรุดตัวร้องไห้อยู่กับพื้น

ต่างฆ่าตัวตาย ต่างกระโดดจากที่สูง

ต่างฆ่าทุกคนในครอบครัวที่รักและยิงตัวตายตาม...

ความสิ้นหวังถูกปกคลุมไปทั่วทั้งประเทศ

การระบาดเริ่มขยายวงกว้างเรื่อยๆ และกินพื้นตอนนี้เป็นบริเวณ 3 จังหวัดใหญ่ กับอีก 6 เมือง เหตุการณ์เกิดขึ้นเพียงแค่ 2 อาทิตย์เท่านั้น

 

 

 

ตัดภาพไป ในที่มืดมิดแห่งหนึ่ง มีเสียงไฟจากเปลวเทียนถูกจุดขึ้น พร้อมกับมีเสียงหายใจหอบๆ "แฮ่กๆ ๆ" ปรากฏเป็นทหารของหน่วย CTST นั่นอยู่ในห้องมืดๆห้องหนึ่ง

ทันใดนั้นเขาก็พูดกับตัวเอง "ให้ตายเถอะ!! อุสาห์หนีรอดมาจากเจ้าสัตว์นรกในท่อระบายน้ำบ้านั่นแล้ว ภารกิจต่อมาก็ทำเอาสะเกือบตาย แต่โธ่โว้ย!!! แล้วนี่ทำไมต้องเป็นฉันที่รอดอยู่คนเดียวเสมอเลย!!" (เขาคือทหารคนเดียวกันกับที่รอกจาก stalker ในท่อระบายน้ำของเมืองมิคาโดะ) ก่อนเขาจะทุบผนังข้างๆ "ปุ้ก!!"

แล้วสักพักก็มีเสียง "แฮร่!!!" ทันใดทหารคนนั้นจึงรู้ว่าพวกมันได้เสียงมะกี้ เสียงฝีเท้าดังขึ้นภายนอกห้อง ''ฟุ้บๆๆ" เขาจึงพยามปิดปากตัวเองเพื่อให้เสียงหายใจนั้นเบาที่สุด เขาเริ่มตื่นตระหนกแล้วทันใด จู่ๆก็มีเสียงดังขึ้น "เมี้ยววว" ทหารคนนั้นจู่ๆตกใจมาก ปรากฏเป็นแมวตัวหนึ่งอยู่ในห้องเดียวกัน

จากนั้นเองเขาจึงพยาม เรียกมัน "ชู่ๆๆ เจ้าเมี้ยว เงียบก่อนน้าา มานี่มา" ก่อนแมวตัวนั้นจะเดินไปโดยไม่แยแสเขาเลย แต่มันแล้วมันก็ต้องทำให้เขาตกใจเมื่อ เจ้าแมวตัวนั้นกำลังกำลังเอาหัวไปไซร้ถูถังอันหนึ่งที่อยู่บนชั้นวาง

ทหารคนนั้นจึงพูด "นี่เจ้าเมี้ยว!!" ก่อนจะลุกขึ้นแล้วพยามรีบจะเข้าไปจับแมวตัวนั้นที่กำลังจะทำถังตกลงมา แต่ก่อนที่ถังดูเหมือนกำลังจะตก แมวตัวนั้นก็หยุดไซร้ถังแล้วกระโดดลงมา แล้วเดินไปไซร้ที่ขาของทหารคนนั้นแทน เขาจึงจับมันมาอุ้ม ก่อนจะโล่งใจ

แล้วลูบหัวเจ้าแมวน้อยตัวนั้น

แต่พอมองเจ้าแมวตัวนี้ดีๆ มันกลับมีเลือดเปื้อนตามตัว ทหารจึงจับตามตัวมันดูแล้วคิดในใจ "เอะ นี่มันไม่ใช่เลือดของมันหนิ" แล้วเขาก็เลยใช้เทียนส่องรอบๆห้องจึงเห็นเป็นรอยเลือดตามพื้น เขาจึงมองตามมันไปเรื่อยๆ ก่อนจะเห็นว่า มีศพแมวและลูกแมวหลายตัวถูกบางอย่างกัดจนเละอยู่ในห้องนั้น แล้วทันใดเขาก็เห็นว่า สิ่งที่กินแมวพวกนี้คือ "กร้ากก" ปรากฏนั่นคือเสียงผีดิบเด็กตัวหนึ่งที่ขาขาดนอนนิ่งอยู่ในห้องนี้ ก่อนเขาจะตกใจมาก แล้วรีบชักปืนออกมา

"บ้าจริงไม่ได้ ถ้ายิงพวกมันข้างนอกรู้ตัวแน่ แต่จะจัดการกับเจ้านี่ยังไงละ" ก่อนแมวตัวนั้นจะทำท่าขู่ผีดิบตัว

ทหารคนนั้นตกใจแล้วมองที่แมว "อย่านะเจ้าเมี้ยว!!"

ทันใดนั้นเสียงก็ดังขึ้น "แววว!!!" แมวขู่ผีดิบตัวนั้น

มันจึงทำให้ พวกมันข้างนอกรู้ตัวทันที "แฮร่!!!!" แล้วกระทุ้งประตู "ปั้งๆๆๆ!!"

ทหารคนนั้นสบดขึ้น "บ้าเอ้ยไม่ได้การ์ณแล้ว!!!" ก่อนเขาจะรีบอุ้มแมวไว้มือหนึ่งแล้วอีกมือหนึ่งถือปืนพก ยิงกระจกในห้องแตก "ปั้ง!!" "แพล้งง!!" แล้วรีบกระโดดออกไป แต่มันคือชั้นสองก่อนเขาจะโอบแมวไว้ในอ้อมแขนแล้วลงมาด้วยการม้วนหน้า

ซึ่งกลางถนนเต็มไปด้วยพวกมันเต็มไปหมด ชั่วพริบตาที่พวกมันได้ยินเสียง พวกมันก็พุ่งพรวดมาหาเขา เขารีบยิงพวกมันที่อยู่ใกล้ที่สุด "ปั้งๆๆๆ!!" แล้วรีบวิ่งไปข้างหน้า แต่ก็ไม่ได้นานเพราะกระสุนมีจำกัด เมื่อรู้ตัวว่ากระสุนหมดทหารคนนั้นจึงคิด "เอายังไงดีละที่นี้!!" ทันใดเขาเห็นรถคันหนึ่งบริเวณนั้น เขาจึงรีบวิ่งไป ขณะที่พวกมันกำลังไล่ตาม

เมื่อถึงรถเขาจึงพยามเปิดประตูรถคันนั้น แต่มันกลับล็อค เขาจึงพยามรีบเอาปืนกระแทกกระจกรถให้แตก "ปั้ก!! ปั้ก!!" แต่มันดันไม่แตก

"โธ่เอ้ย!! ดันเป็นกระจกนิรภัยพิเศษอีก!!"

ในช่วงวินาทีระหว่างนั้นเขาพวกคิดว่าจะทำยังไงได้ เขามองรอบๆ ทันใดเจ้าแมวตัวนั้นที่เขาอุ้มอยู่ก็ขู่พวกมันแล้วก็กระโดดออกจากเมื่อเขาไปสะงั้น แล้วมันก็มุดตัวเข้าไปใต้ท้องรถ ช่วงวินาทีนั้นเองมันก็มุดหัวออกมาแล้วเงยหน้าออกมามองทหารคนนั้น ทหารคนนั้นคิดในใจพร้อมกับตกใจสุดๆ "บอกฉันว่าให้หลบใต้นี้อย่างงั้นเหรอ!!" ชั่วพริบตาที่พวกมันจะถึงตัว ทหารคนนั้นใช้การะกระโดดฟุบตัว นอนราบลงพื้นแบบทหาร แล้วกลิ้งตัวเข้าไปใต้ท้องรถอย่างรวดเร็ว

แน่นอนพวกยังพยามที่จะตามเข้ามา แต่โชคดีที่ด้านข้างอีกฝั่งที่รถจอดนั้นติดกับกำแพงตึก ซึ่งเป็นด้านหลังของเขาทำให้พวกผีดิบกรูเข้ามาด้านหน้าและด้านข้างเท่านั้น ทำให้เขารีบหยิบมีดสั้น แทงหัวพวกมันทีละตัว "ซวบ" เขาแทงทุกตัวที่พยามเข้ามา ไม่ช้าศพของพวกมันก็ทับกันกลายเป็นกำบังที่ทำให้ตัวอื่นๆข้างนอกมาไม่ได้ ทำให้ทหารคนนั้นและแมวอยู่ใต้รถคันนั้นอย่างปลอดภัย เขานอนแล้วมองแมวที่ตัวนั้นที่กำลังนอนหลับข้างๆเขา

เวลาผ่านไปจนตกเย็น

ทหารคนนั้นมองแมวแล้วคิดในใจ "ฉันไม่โกรธนายหรอกนะเจ้าเมี้ยวที่ ที่นายร้องตอนนั้นน่ะ ฉันเข้าใจนายนะ เจ้านั่นน่ะมันพรากคนสำคัญของนายใช่ไหมละ หืมม นายนี่เหมือนฉันชมัดเลยแฮะ มักจะรอดอยู่คนเดียวเสมอ แถมต้องมาศูนย์เสียพวกพ้องและคนสำคัญ แต่ฉันศูนย์เสียมันมาตั้งนานแล้วล่ะ คำว่าคนสำคัญ สำหรับฉันน่ะนะ........ แล้วแกชื่ออะไรดีละ กาเมร่า ซาโทร่า เมเทอุส !! บ้าจริงในหัวเรามีแต่ชื่อบ้าอะไรเนี่ย งั้น.......................................แกชื่อว่า โทโมะละกัน ห้ะๆ สุดท้ายชื่อง่ายๆคงดีที่สุดสินะ"

 

ณ เมืองเดียวกัน อีกสถานที่หนึ่ง ทหารของกองทัพทุกคนกำลังยิงต้านพวกผีดิบจำนวนมหาสารอยู่

"นี่เป็นปราการสุดท้ายแล้วนะ!! จะปล่อยให้พวกมันไปไกลกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว!!"

"กระสุนเรากำลังจะหมดลงแล้วครับท่าน!!"

 

ภาพตัดไปที่ทหารกลุ่มหนึ่งซึ่งกำลังวางแผนในเต้นท์บริเวณค่ายปราการชั่วคราวแห่งนั้น

"พวกมันมีการเคลื่อนไหวที่แปลกมาก!! ทั้งที่แผนของเราน่าจะสมบรูณ์แล้วแท้ๆ!! นี่แค่พวกซอมบี้ธรรมดา ถ้าเจอไอ่ตัวที่หน่วยกวาดล้างเจอ ที่นี่!! ไม่สิประเทศนี้คงอวสารเป็นแน่!!"

จู่ๆทันใดก็มีทหารวิ่งเขามา "ทะๆท่านครับ!!!เราต้องหนีแล้วครับ!! เราต้านมันไม่ไหวอีกต่อไปแล้วครับ!!"

ทันใดทหารระดับที่บัญชาการก็มองหน้ากันก่อนจะหยิบปืน แล้วพูดกับทหารคนนั้นว่า "ต่อให้เราฆ่าพวกมันได้เพิ่มอีกแค่ตัวเดียว!! แค่นั้นก็มีค่าแล้วละ!!!"

ก่อนทหารคนนั้นจะอึ้ง "ทะท่านผู้พัน!!!" ก่อนทหารคนนั้นจะทำท่าทำความเคารพแล้วน้ำตาซึ้ม

แล้วทหารทุกคนก็ช่วยกันกราดยิง กระสุนเริ่มหมดลงทหารที่อยู่แนวหน้าก็เริ่มถูกกัดแล้วถูกกินทั้งเป็นไปเรื่อยๆทีละคนแต่ทุกคนกลับสู้ สู้โดยแม้ไม่มีความหวัง

ทันใดภาพก็ทำให้เห็นว่า ในล็อคเก็ทที่คอของ แต่ละคน ต่างมีรูปคนสำคัญในนั้น แม่ ภรรยา ลูกสาว ลูกชาย ทำให้พวกเขาสู้แม่ใจขาดดิ้นสู้ แม้กระทั่งไม่มีกระสุน บางคนยังพยามใช้ปืนฟาดพวกมันแม้จะกระสุนหมดแล้วก็ตาม

"ตายสะไอ่พวกปีศาจ!!!"

.."ไม่ยอมให้ไปไกลกว่านี้หรอก!!"

 

 

แต่ทันใดจู่ๆก็เกิดระเบิดขนาดใหญ่กลางฝูงผีดิบจำนวนมหาสาร "ฟุมว์!!!" ทำให้ทหารคนคนที่ยังเหลือรอดตกใจมากปรากฏเป็น เครื่องบินยิงจรวดยิงมิสไซท์ เข้าถล่มพวกมัน ไม่ช้ากำลังเสริมจาก CTST ก็เขามาช่วยเหลือทหารฝั่งกองทัพ

ทันใดมาลอสก็เดินเข้ามาแตะที่ไหล่ของทหารคนหนึ่งแล้วยื่นปืนให้ ก่อนจะพูดกับทหารทุกคน "อย่าตายละทุกคน!! ยังมีคนอีกมากมายที่ยังไม่สิ้นหวังเหมือนกับพวกนาย!! สู้ซะสิ!! สู้เพื่อคนที่เราควรปกป้อง!!!"

ทหารทุกคนอึ้งและดูมีแรงและกำลังใจอีกครั้ง

ก่อนเสียงกู่ร้องจะดังขึ้นอีกครั้ง "เฮ้!!!!!!"

มาลอสวิ่งประจัน นำทัพเข้าปะทะกับผีดิบที่เหลือ หน้าพร้อมกับทหารทุกคนพร้อมกับมีอลิซที่คอยคุ้มกันให้เขา ทั้งคู่ยิ้มให้กันก่อนจะมุ่งหน้าไป มาลอสใช้ปืนเลเซอร์ ยิงกำจัดพวกผีดิบได้อย่างง่ายดาย อนุภาคของมันทำให้ร่าง ของผีดิบที่โดนไประเบิดในทันที "พลุ!!!"

อลิซยังคงใช้อาวุธเป็นข้อมือหมัดพลังงานเช่นเคย

อลิซพูด "เอาละขอทดสอบหน่อยละกัน!!" เธอกำหมัดแน่นแล้ว ปล่อยมันออกไปข้างหน้าอย่างรุนแรง กลายเป็นคลื่นพลังงานที่จากตอนแรกมันมีระยะไม่กว้างมาก แต่ตอนนี้มันกลับกลายเป็นพลังทำลายทรงกลมเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 3 เมตร ทำให้ผีดิบบริเวณด้านหน้าเธอแหลกกระจาย อย่าน่าตกใจ "แพละ!!!"

ทันใดผู้พันที่พูดกับทหารทีแรกนั้นก็ถึงกับตกใจที่เห็นอาวุธที่พลังทำลายมหาสารของสองคนนี้

ผู้พัน "สู้เพื่อคนที่เราควรปกป้องอย่างงั้นเรอะ คงจะไม่ได้ดีแต่พูดสินะพ่อหนุ่มที่ท่าน ประธานาธิบดีฝากฝั่งเอาไว้น่ะ อั้ก!!" ผู้พันคนนั้นถูกบางอย่างแทงทะลุท้องจากข้างหลัง "พลั้กก......."

มันคือเล็บของ Stalker นั่นเอง

เลือดไหลออกจากปากเขา "อั้กก"

หลุมถูกขุดขึ้นจากด้านหลังของกองทหาร ไม่ช้าพวกผีดิบจากใต่ดินก็พุ่งพรวดออกมาโจมตีข้างหลัง ร่างของผู้พันล้มลง เป็นที่ตกใจและสลดใจของทหารทุกคนที่เห็น

แต่ทันใดมาลอสที่เห็นจึงเรียกอลิซ "อลิซ stalker!!!"

อลิซ "แต่ท่านค่ะ ใครจะคุ้มกัน....."

มาลอส "ฉันดูแลตัวเองได้น่า!! ที่สำคัญเราปล่อยเจ้าตัวนั่นไว้ไม่ได้ รู้ใช่ไหม!!!"

อลิซมีสีหน้าลำบากใจเล็กน้อยแต่ก็ตอบกลับไป "ค่ะ!!"

อลิซจึงถอนกำลังจากแนวหน้าแล้ววิ่งกลับไปที่แนวหลังเพื่อกำจัด Stalker มี stalker ตัวหนึ่งกำลังเล่นงานทหารคนหนึ่งอยู่ซึ่งเป็นจังหวะที่ดีที่อลิซจะเข้าไปโจมตีมัน ทันใดที่กำลังจะเข้าถึงตัวมันอยู่นั้นเอง

 

กลับมีอีกตัวกระโดดเข้ามาโจมตีอลิซ "อั้ก!! อะไรกันมันมาจากทางไหนเนี่ย"

แต่อลิซก็ใช้มือกางบาเรียได้ทัน เมื่อเห็นตัวมัน มันกลับดูไม่ใช่ stalker ทั่วไป ดูตัวใหญ่กว่า แข็งแรงกว่าและมีแผลเป็นตามตัวมากมาย

อลิซ "อะไรกันเจ้าตัวนี้!!"

ไม่ช้ามันก็รีบกระโดดพุ่งเข้าใส่อลิซอย่างรวดเร็ว "ฟุ้บ!!" อลิซ "เร็วเกินไปแล้ว!!! ถ้าไม่ชาร์จพลัง จะโจมตีไม่ได้!!" อลิซไม่มีเวลาได้ชาร์จพลังงานทำให้เธอได้แต่กางบาเรียป้องกันการจู่โจมจากมันอยู่ฝ่ายเดียว มันกระโดดโจมตีอลิซซ้ำแล้วซ้ำเล่า "ฟุ้ม!!" ไม่พอเจ้าตัวที่จะกินทหารก่อนหน้านี้ ก็วิ่งเข้ามารุมอลิซซ้ำอีกตัว

อลิซจึงคิดในใจพร้อมความกดดัน "แย่แน่แบบนี้ไม่ไหวแน่ๆ!!"

แต่ทันใดเจ้าตัวใหญ่จู่ๆมันก็หยุดโจมตีแล้วหันกระโดด โจมตี stalker ทั่วไปซะงั้น ทันใดก็กลายเป็นการต่อสู้ของ stalker ทั้งสองตัวซะงั้น แต่ซึ่งเห็นได้ชัดว่าตัวเล็กเสียเปรียบอย่างแน่นอน

มันกัดที่คอเจ้าตัวเล็กแล้วเหวียงไปมาจนไปกระแทกกับ เสา

จากนั้นมันก็วิ่งเอาหัวไปชนซ้ำ และกัดเจ้าตัวเล็กอย่างบ้าคลั่ง "กร้ากก!!" .."อร้ากก!!"

อลิซ "เจ้านั่นคิดว่าเราเป็นเหยื่องั้นเหรอ!! คงไม่ปล่อยให้ตัวอื่นสินะ แต่จังหวะนี้แหละ!!"

อลิซชาร์จพลังงานได้ระดับหนึ่งแล้วรีบกระโดดพุ่งเข้าไปโจมตึ stalker

แต่จังหวะที่กำลังจะถึงตัวมัน มันกลับรู้ตัวก่อนแล้วหันมาเอาเล็บฟาดอลิซ ทำให้เธอต้องรีบเปลี่ยนเป็นโหมดปกป้องโดยทันที "อั้ก!!" แต่แรงเหวียงก็ทำให้อลิซกระเด็นไปไกลพอสมควร

ก่อนจะถึงพื้นเธอใช้แรงอัดชะลอ แรงกระแทกที่เธอต้องเจอ ทำให้เธอไม่เป็นอะไรมากนัก

อลิซพูด "โอ้ยๆเจ็บๆ มันเร็วสะจนเราเกือบตามไม่ทัน แต่ที่สำคัญมะกี้เรากางบาเรียทันแล้วแต่แท้ๆแรงน่าจะถูกบาเรียดูดซับหนิ แรงมันมากขนาดไหนกันนะ!!" แต่ไม่ทันได้ลุกขึ้นมันก็กระโดดตามา

อลิซ "จบกัน!!"

.."ฟุ้มมม!!!"

แสงเลเซอร์ยิงเข้าตัวเจ้า stalker เต็มๆ มาลอสวิ่งเข้ามาช่วยอลิซได้ทัน

อลิซยิ้มดีใจที่มาลอสเข้ามาช่วย "ท่านมาลอส!!"

มาลอส "ไม่เป็นอะไรใช่ไหม" มาลอสไปช่วยพยุงอลิซขึ้น

อลิซ "ขอโทษนะคะที่ต้องให้ท่านช่วยตลอด"

มาลอส "ไม่เป็นไรหรอก เอะ!! มะกี้มันไม่ตายงั้นเหรอ นี่ปืนอนุภาคไมซ์เลยนะ"

แล้วทั้งสองก็ต้องตกใจนอกจากตัวมันไม่ระเบิดแล้วมันยังไม่ตายอีกด้วยแต่ก็ทำให้มันบาดเจ็บได้พอสมควร มาลอสไม่รอช้าจึงรีบยิงซ้ำที่มัน "จีสซ์!!!"

มันร้องอวดคร้าง "กร้อกก!!!!" ก่อนจะรีบวิ่งหนีไป

เมื่อทุกคนได้ยินเสียงก็ต้องตกใจเพราะเสียงมันทั้งใหญ่แล้วก้องกว่า stalker ทั่วไปมาก

มาลอสและอลิซถึงกับยืน ช็อค

มาลอส "เจ้าตัวมะกี้โดนยิงเต็มสองนัด นี่ตอนนี้แม้ปืนเลเซอร์ยังทำอะไรมันไม่ได้"

และแล้วทหารบริเวณนั้นก็กำจัดผีดิบจำนวนมากได้สำเร็จแม้จะเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งก็ตาม

 

ตัดภาพกลับมาเวลาปัจจุบัน

 

ข่าวรายงาน

ขณะนี้รอบเขตบริเวณ 3 จังหวัด 14 เมืองได้ถูกกำลัง ทั้งกองทัพและหน่วย CTST เข้าควบคุมเป็นที่เรียบร้อยนับว่าสถานการณ์ดีขึ้นกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาอย่างมาก การขยายบริเวณของโซนแพร่ระบาดลดลงอย่างเห็นได้ชัดในช่วงสองวันที่ผ่านมาและนี่คือการอภิปรายของ ตัวแทนผู้นำของประเทศเราในขณะนี้ ผู้บัญชาการมาลอสค่ะ

มาลอสออกอากาศผ่านทีวี

มาลอสพูด : ถึงประชาชนทุกคน ผมและคณะรัฐบาลได้ทำให้ทุกท่านผิดหวังไปหลายครั้ง ผมเข้าใจถึงการศูนย์เสียผมเข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ทุกท่านที่กำลังพยามอพยพ โปรดเชื่อมั่นเราอีกครั้ง เชื่อในประเทศของเรา และจุดเริ่มต้นครั้งนี้ได้บอกว่าเราสู้พวกมันได้ หากเรายังไม่หมดความหวัง เราพยามตลอดมาและเราอยากให้ทุกคนพยามไปพร้อมกับเรา!! สู้เพื่อเรา สู้เพื่ออนาคต สู้เพื่อประเทศของเรา!!

มาลอสนั่งอยู่ในห้องพร้อมกับมีคนหลายคนถูกมัดปากอยู่ในนั้น ไม่ทันใดเขายิง ทุกคนนั้นนั้นตายหมด แล้วเดินออกมาหน้าตาเฉย

พร้อมกับไปนิ่งจิบกาแฟเล่นในห้องพัก แล้วอลิซก็เดินเข้ามา "จริงให้ฉันทำก็ได้นะคะ"

มาลอสจิบกาแฟแล้วพูด "พวกปรสิทแมลงน่ะ อย่าเสียเวลาเลย"

อลิซเอาหน้าเข้าใกล้มาลอสมากๆแล้วพูด "'ถ้าคนเราเป็นแมลงแล้วท่านคงเป็นด้วงสินะ"

มาลอส "ราชันต์ของเหล่าแมลงงั้นเหรอ ไม่หรอกน่า เหอะๆ"

แล้วอลิซก็ยิ้มแล้วถอยตัวออกไปแล้วพูด "แม้ถ่อมตัวจังเลยนะคะ งั้นส่วนฉันเป็นแมลงแบบไหนเหรอคะ?"

มาลอสยิ้มเล็กน้อยแล้วตอบไป "แน่นอน ก็ต้องผีเสื้อ น่ะสิ"

อลิซหันหลัง "ผีเสื้อบอบบางจะตายไป"

มาลอสยิ้มแล้วพูด "ไม่ชอบงั้นเหรอ"

อลิซ "เปล่าสะหน่อย...."

มาลอส "บางครั้งคนเราก็อาจเหมือนแมลงนะ ที่เราเลือกเกิดไม่ได้ว่าเราจะเป็นแมลงแบบไหน ถ้าเกิดเป็นแมลงปีกแข็งก็แข็งแกร่ง ถ้าเป็นแมลงปีกบางก็อ่อนแอ ชั่งน่าเศร้านะว่าไหม แต่อลิซเธอนะเป็นแมลงปีกบางที่ไม่อ่อนแอหรอก เธอน่ะแข็งแกร่งนะ"

อลิซยิ้มแล้วพูด "ขอบคุณนะคะ"

จู่ๆก็มีทหารคนหนึ่งเดินเข้ามา "เอ้อขอโทษที่เข้ามาขัดจังหวะนะครับ"

มาลอส "มีอะไรว่ามา"

ทหาร "เอ่อ เราได้ข่าวของกลุ่มนักฆ่าหญิงแล้วละครับ ข้อมูลพวกเธอลึกลับมากครับครับไม่มีประวัติส่วน การทำงาน ที่อยู่หรืออะไรทั้งสิ้นครับ เพราะพวกเธอเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา คล้ายกับทำงานเป็นสายลับหรืออะไรสักกอย่าง"

มาลอส "แล้วรายงานจากหน่วยข่าวกรองล่าสุดละ"

ทหาร "ครับพวกเธอดักจู่โจมหน่วยลาดตระเวนของพวกเราแล้ว แต่ก็มีทหารคนหนึ่งรอดจากพวกเธอมาได้ครับ แถมเขายังอาสาที่จะเป็นหน่วยหลัก สำหรับภารกิจที่ท่านจะมอบให้อีกด้วยครับ"

มาลอส "'งั้นเหรอ ไม่กลัวสินะน่าสนใจสะแล้วสิ"

ทหาร "แล้วอีกอย่างครับพวกกลุ่มนักเรียน.........."

 

ตัดภาพไปเมื่อมาลอสฟังจบ

มาลอสจึงพูด "พวกปริสิทแมลงอีกแล้วสินะ จัดสรรหน่วยตามที่ฉันเขียนไว้แล้วให้นายที่รอดมาคนนั้น เป็นหัวหน้าหน่วยตามหมอนั่นต้องการสะละ จับพวกมันมาให้ได้!!!"

ทหารคนนั้นทำความเคารพ "ครับผม!!!"

 

 

ลึกไปใต้ดิน

มีคนคนหนึ่งกำลังเจ็บปวด แล้วกระอ้ากเลือดออกมา "กร้อกกกก"

 

.....................................................................................................................................................

 

TO BE CONTINUE

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น