Path of The Death (เส้นทางแห่งความตาย)

ตอนที่ 14 : HEADLESS BIRD

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    14 มี.ค. 63

นกที่หัวขาด

 

ณ ห้องส่วนตัวของประธานาธิบดี ขณะท่านนั่งกุมขมับอยู่บนโต๊ะด้วยอารมณ์ที่ดูตึงเครียด ภาพตัดไปก่อนจะปรากฏว่ามาลอสหรือผู้นำหน่วย CTST ได้นั่งอยู่ต่อหน้าประธานาธิบดี

 

 

มาลอสกล่าว "ผมขอประทานอภัยจริงๆครับท่าน............"

ประธานาธิบดีได้แต่เพียงยิ้ม แล้วกล่าวขึ้น "รู้อะไรไหมมาลอส? บางครั้ง เราก็คิดว่าตัวเองพิเศษเสมอ บางครั้งเราพยามทำในสิ่งที่เราคิดว่าดีที่สุดสำหรับเรา แต่บางครั้งน่ะนะ ความจริงมันกลับบอกกับเราว่า ไม่!! แท้จริงมันไม่ได้เป็นแบบนั้น! มันแทบจะไม่สำคัญเลยว่าเราคิดว่าเราเป็นยังไง สำคัญ ดี เลิศเลอแค่ไหน เพราะสุดท้ายผลของการกระทำจะบอกเราทุกอย่างเอง ฉันทำผิดพลาดมาลอส ผิดพลาดครั้งใหญ่...........ฮื้มมมม(ถอนนหายใจ)" มาลอสได้แต่มองหน้าประธานาธิบดีด้วยสีหน้าคล้ายกับผิดหวัง

ภาพตัดออกไปนอกห้องก่อนจะเกิดเสียงดัง "ปั้งง!!!"

ไม่ช้ามาลอสก็เปิดประตูออกมาพร้อมกับปืนพกกระบอกหนึ่งก่อนเขาใช้ผ้าเช็ดและนำเก็บใส่กระเป๋า

ทันใดทหารคนหนึ่งก็รีบวิ่งเข้ามาหา แล้วพูด "ท่านครับเราต้องการคำสั่งด่วนครับ!!!"

มาลอส "หน่วยAละว่ายังไง"

ทหาร "ยังครับยังไม่ได้การตอบรับกลับมา........."

 

ภาพซูมกลับเข้าไปในห้องประธานาธิบดีผ่านโต๊ะที่ประธานาธิบดีถูกยิงหัวนอนจมกองเลือด และเลื่อนออกไปยังหน้าต่างด้านหลัง ปรากฏเป็นภาพเมืองที่ลุกโหมไปด้วยไฟ พร้อมกับฝูงผีดิบจำนวนมหาสารดาหน้าอยู่หน้ารัฐสภา พร้อมกับทหารทุกคนที่พยามยิงสกัด

 

"ข่าวรายงานขณะนี้นั้นเชื้อปริศนาที่รัฐบาลแถลงว่าสามารถควบคุมและจัดการได้ ได้แพร่กระจายเป็นบริเวณกว้างถึง 4 เมืองด้วยกัน หนึ่งในนั้นคือเมืองที่มีรัฐสภาตั้งอยู่ ซึ่งตอนนี้ขาดการติดต่อทั้งจากคณะรัฐบาล รวมถึงตัวประธานาธิบดี ประชาชนส่วนหนึ่งเริ่มกลับมาตั้งชุมนุมประท้วง แต่บางส่วนก็เลือกที่จะอพยพออกจากประเทศไป ตอนนี้ทั้งสนามบินหรือท่าเรือก็เต็มไปด้วยผู้คนที่ต้องการอพยพหรือหนีตายเอาชีวิตรอด .......ท่านผู้ชมคะ ตอนนี้โดยสารแพงสูงลิ้ว สังคมจึงเกิดการตั้งคำถาม ผู้ที่มีฐานะเท่านั้นหรือที่จะมีสิทธิมีชีวิตรอดยังมีประชากรอีกหลายล้านคนที่ไม่มีกำลังทรัพย์ในการเดินทาง แล้วกองทัพอยู่ไหน? ประธานาธิบดีอยู่ที่ไหน? แล้วชะตากรรมของประเทศเราจะดำเนินไปอย่างไร?''

 

ตัดภาพไป ณ ยังสถาที่แห่งหนึ่งคล้ายกับเป็นค่ายหรืออะไรสักอย่าง ซึ่งถูกลวดหนามล้อมไว้รอบด้าน มาโคโตะกำลังพยามใช้ไม้งัดเข้าไป "กรึกก แกร๊กๆๆ"ทันใดก็มีเสียงโทระโอะพูด "ให้ตายเถอะเจ้าบ้าแบบนี้เมื่อไหร่จะได้เข้าไปกันฟระ" ในขณะที่ยูกิ มายูมิและมาริรออยู่ข้างหลัง

มาโคโตะจึงสวนกลับไป "นี่นายไม่เห็นมันแน่นรึไงฟระเจ้าโง่"

โทระโอะจึงผลักมาโคโตะออกไป "หลบไปเจ้าบ้า ฉันทำเองเฟ้ย!!"

"แกร๊กๆๆๆๆ กรึกๆๆ แกร๊กๆๆๆๆ" แต่ดูเหมือนโทระโอะก็ใช้เวลาพอสมควรแต่ก็งัดเปิดไม่ได้เหมือนกัน

มาโคโตะจึงหัวเราะ "ห้ะๆๆห้า ไงละโธ่ๆเจ้าบ้า ว่าแต่คนอื่นเค้า!!"

โทระโอะจึงพูด "หุบปากเฟ้ย!! ไม่เห็นรึไงว่าพวกเลดี้กำลังรอเราอยู่ รีบมาช่วยกันก่อนจะมีซอมบี้หน้าโง่ผ่านมาทางนี้เร็วเข้า!!"

ก่อนทั้งสองจะไปช่วยกันงัดกันอยู่พักใหญ่ "เอ้ยเอสสส ออกแรงอีกนิดสิฟะ" ....... "ไม่เห็นรึไงฉันก็งัดอยู่กับแกเนี่ย!!"

ทันใดก็มีเสียงพูดมายูมิ "นี่ตาลุงสองคนข้างนอกน่ะ จะรอให้ซอมบี้มาไล่กินรึไง" ก่อนมาโคโตะและโทระโอะจะหันตามเสียงไป ปรากฏว่าทั้ง ยูกิ มาริรวมถึงมายูมิได้เข้าไปอยู่ข้างรั้วในตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ยูกิกับมาริจึงได้แต่ขำและพูดขึ้น

 

ยูกิ "แฮะๆๆ ใครกำลังรอใครกันแน่เอ่ย"

มาริ "ฉะๆๆฉันขอโทษนะคะ ฉันมะไม่ได้ตั้งใจหัวเราะพวกคุณ ฮิๆๆ"

ก่อนมายูมิจะชี้ให้ทั้งคู่เห็นว่าทางเข้าเป็นประตูที่เปิดได้และไม่ได้ล็อค

 

ทั้งมาโคโตะและโทระโอะถึงกับหน้าแดงเพราะเขิลและอาย โทระโอะพูด "ฉันขอโทษที่ด่านายมะกี้นะมาโคโตะ" มาโคโตะ "อะอืม ฉะฉันเหมือนกัน ว่าแต่มะกี้มายูมิจังด่านายว่าลุงมันรวมฉันด้วยหนิ..."

 

ภาพตัดไปที่ทุกคนเริ่มเข้าไปข้างในปรากฎว่าภายในนี้นั้นเป็นค่ายทหาร ซึ่งเหล่าทหารออกไปกันหมดทั้งให้ดูเหมือนที่นี่ร้าง

มาโคโตะจึงพูด "ข้างในจะเหลือปืนให้พวกเราซักกระบอกไหมน้าา"

โทระโอะพูด "เจ้าโง่กระบอกเดียวจะไปพออะไร แล้วที่สำคัญถ้ามีมีกระสุนก็เปล่าประโยชน์"

มาโคโตะจึงพูด "นายนี่โลภมากชะมัด ยังไงก็เถอะฉันเชื่อว่ามันต้องมีแน่ๆ ห้ะๆ"

 

ระหว่างที่ทุกคนเดินไปเรื่อยๆ

มาริที่กำลังคุยกับยูกิอยู่นั่นเอง มาริพูด "ฉันไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมทหารพวกนั้นถึงเข้ามาจู่โจมพวกเรา ทั้งที่จริงๆพวกเขาต้องช่วยเราสิคะ ใช่ไหมคะยูกิจัง"

ยูกิมีสีหน้าที่ดูกังวลและลำบากใจ "ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม แต่ก็ทำให้เรารู้แล้วละนะว่าเราคงพึ่งใครไม่ได้นอกจากตัวเราเองแล้วล่ะตอนนี้ มาริซัง"

มาริก็ยิ้มแห้งๆก่อนจะก้มหน้าแล้วพูดต่อ "ยูกิจังเคยใช้ปืนรึเปล่า?"

ยูกิ "ปืนจริงๆเหรอ ไม่ค่ะ ฉันไม่เคยเลย แต่ถ้าเป็นพวกเกมส์ FPS ละก็ฉันชนะพวกผู้ชายสองคนนั้นสบายเลยล่ะหืม!! แฮะๆ"

ทันใดมายูมิก็สกิดมาริแล้วมายูมิก็พูดขึ้น "นี่พี่ยูกิจะสอนหนูใช้ปืนไหมคะ"

มาริจึงตอบเธอ "หนูยังเด็กน้า มาช่วยพี่มาริจัดการเรื่องยาดีกว่านะค้าารู้ไหมม"

แต่ยูกิหันกลับมามองที่ได้ยินแล้วก็ทำนิ้วเหมือนจะยิงปืนหยอกมายูมิ มายูมิที่เห็นก็ได้แต่ยิ้มและหัวเราะที่ยูกิทำแบบนั้น

 

ก่อนทุกคนจึงเข้าถึงคลังอาวุธที่ตามหา ภายในเป็นโดมขนาดใหญ่

มายูมิพูด "ว้าวย่ายจังเลยยย"

ทุกคนมองรอบๆ ก่อนสักพักจะแยกย้ายกันค้นหา

 

มายูมิและมารินั่งรอที่โต๊ะข้างนอก ซึ่งอยู่หน้าโดมของอาวุธ มายูมินั่งแกว้งขาเล่นไปมารอ

ก่อนทันใดมาโคโตะและโทระโอะจะออกมาจากโดมแล้วนำอาวุธมาวางลงบนโต๊ะ

โทระโอะ พูด "ก็เหมือนจะเป็นทั้งโชคดีและโชคร้ายน่ะนะ ที่ปืนเหลือแค่ 4 กระบอก ถึงจะเท่าจำนวนคนพอดีแต่ดันเลือกปืนที่เหมาะกับเราไม่ได้นี่สิ แต่คลังกระสุนมีค่อนข้างเยอะเหลือเฟือถือว่าเป็นโชคดี เอาละ"

 

มาโคโตะยกปืนขึ้นทีละกระบอก แล้วพูดขึ้น "กระบอกแรกคือ Rifle Type 89 เป็นไรเฟิลจู่โจม ขนาด 5.56 มม. เป็นปืนที่มีน้ำหนักเบา แถมกระสุนก็มีขนาดเล็ก ต่อมาคือ P220 เราได้มันมา 2 กระบอก เป็นปืนพกทหาร เป็นระบบกึ่งโอโตเมติกเหมาะกับมือใหม่ที่ยังไม่ชินกับแรงดีด น่าจะเหมาะกับยูกิจังและมาริซังนะ สุดท้ายฉันได้ตกลงกับโทระโอะเรียบร้อยละ คือเราเรียกมันว่า Little devil (ลิทเติล เดวิล) ถ้าไม่ได้มันนี่เสียดายแย่ มันคือ M249 ปืนกลเบา ที่ความรุนแรงไม่เบา ฉันถึงเรียกมันว่าเจ้าปีศาจจิ๋ว โชคดีนะที่เราได้แต่พวกปืนเบาๆมาทั้งนั้นเลย ห้ะๆ ฉันจะใช้มันเอง"

 

มาริจึงพูดขึ้น "แหม้ๆ ทำไมทั้งสองคนดูเชี่ยวชาญด้านปืนจังเลยนะคะ เหมือนกับเป็นทหารกันเลย"

ทันใดทั้งโทระโอะและมาโคโตะก็หน้าแดง

โทระโอะ "แฮะๆไม่ใช่แบบน้านหรอกค้าบมาริซางงง บอกเธอไปเซ้มาโคโตะ"

มาโคโตะ "แฮะๆ พอดีพ่อผม ท่านน่าจะสนใจเรื่องปืนมากน่ะครับ ที่บ้านเลยมีพวกหนังสือเรื่องปืนเต็มไปหมด เวลาว่างๆหรือเวลาโทระโอะมาเยี่ยมเราก็ชอบนั่งอ่านไปด้วยกัน แถมตอน ม.ต้นก็ลองเปิดชมรม คนรักปืนด้วย แต่ดันมีแค่ผมกับเจ้าโทระโอะมาอยู่กันแค่สองคน เหงาชะมัดยากเลยใช่ไหมละครับแฮะๆ"

 

มาริจึงยิ้มแล้วมองหน้าทั้งสองคน "น่าเศร้าใจนะคะพวกคุณทุกคนยังเด็กอยู่เลย น่าจะใช้ชีวิตวัยรุ่นให้คุ้มค่าและมีความสุขอยู่ที่โรงเรียนนะคะ ฉันก็คิดถึงสมัยสาวๆเหมือนกัน ฮิๆ"

โทระโอะพูด "บ้าเหลอออ มาริซังยังไม่แก่สะหน่อย ยังเต้งตึงอยู่เลย"

ทันใดมาโคโตะก็หันกลับไปพูดกับมาริ "บางที มันเป็นแบบนี้ยังจะดีกว่าเลย......" มาโคโตะพูดด้วยน้ำเสียงที่หมองเศร้า ก่อนจะมีเสียตะโกน

"เฮ้ๆๆๆใครก็ได้มาช่วยฉันแบกโหน้ยเส้!!" ปรากฏเป็นยูกิที่ออกมาทีหลังพร้อมกล่องกระสุนจำนวนมาก โทระโอะที่วิ่งไปนู้นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ก็พูดกับยูกิจากไกลๆ "หนักไหมคราบบยูกิจางงง เดี๋ยวผมแบกทั้งหมดเองคร้าบบบ"

มาริจึงหันไปถามมาโคโตะอีกครั้ง "เอ่ออมะกี้ มาโคโตะคุงพูดอะไรรึเปล่าคะ?"

ก่อนมาโคโตะจะยิ้มแล้วตอบกลับไป "อะเอ่อเปล่าครับไม่มีอะไร เรารีบไปช่วยยูกิกันเถอะครับมาริซัง ป่ะไปกันมายูมิจัง" ก่อนทุกคนจะรีบไปช่วยยกยูกิ มายูมิได้แต่มองหน้ามาโคโตะ

 

ก่อนทุกคนจะช่วยกันแบกของไปไว้บนรถ ทหารคันหนึ่ง จนเสร็จจากนั้น โทระโอะจึงพูดขึ้น "เอาละเหลือแค่น้ำมันแล้วละ" ยูกิจึงพูดต่อ "พวกนายไปดูตึกทางใต้กับตะวันออกรึยัง?" มาโคโตะจึงพูด "เราไปดูมาแล้วละ ว่างเปล่าเลย"

ยูกิจึงพูดต่อ "แล้วตึกทางเหนือสุดละฉันเห็นอยู่ตึกหนึ่งนะตรงนั้นน่ะ"

โทระโอะกับมาโคโตะจึงยืนกันสักพักก่อนจะตอบพร้อมกันไป "น่าจะยังนะ"

 

ตัดภาพมาที่มาโคโตะและโทระโอะเดินมายังตึกทางเหนือที่ยูกิบอกโดยให้เหล่าผู้หญิงรออยู่รถ

บรรยากาศมีป่าโดยรอบเป็นตึกโดดอยู่ตึกเดียวและด้านหลังตึกยังติดกับรั้วทางเหนือสุดซึ่งเป็นฝั่งตรงกันข้ามหรือทางใต้ที่พวกมาโคโตะเข้ามา

 

จากนั้นไม่ช้าทั้งคู่ก็เดินเข้าไปสำรวจ ภายในตึกซึ่งไม่ได้กว้างมากโทระโอะกล่าวขึ้น "ในนี้ดูเหมือนกับไม่ได้ใช้งานเลยแหะ เก่าชะมัด"

มาโคโตะจึงเสริม "ยังไงก็เถอะที่นี่เป็นที่สุดท้ายแล้ว" จากนั้นทั้งสองคนก็แยกย้ายกันไปค้นหาน้ำมัน

 

ไม่ช้าในที่สุดทั้งคู่ก็กลับมาเจอกันที่ทางเข้า มาโคโตะถือถังน้ำมันมาโทระโอะที่เห็น โทระโอะจึงถาม "เอ้านั่นนายเจอแล้วเหรอ!?"

มาโคโตะกล่าวพร้อมส่ายหัว "ไม่ๆมันแค่ถังเปล่าน่ะ ที่นี่ดูน่าจะถูกทิ้งร้างจริงๆนั่นแหละ ไม่มีอะไรเลย"

โทระโอะจึงพูด "จะทำไงละทีนี้ เราออกไปหาข้างนอกก็เสี่ยงเกินไป ว่าแต่นายพอรู้ไหมว่ามีปั้มน้ำมันใกล้ๆแถวนี้ไหม?"

มาโคโตะ "ปั้มงั้นเหรอ? ไม่รู้สิที่ฉันพาพวกเรามาที่นี่ได้ก็ปาฏิหารแล้วนะ ที่บอกว่าคุ้นๆไม่คิดว่าจะเป็นทางที่พ่อเคยพามาสมัยเด็กๆน่ะ แต่จะเสี่ยงอีกเหรอ?"

โทระโอะ "นั่นสินะ เฮ้อออฉันเข้าใจ"

 

"โคร้มม!! แกร๊งง!!!!" จู่ๆก็เสียงดังลั่นสนั่นหวั่นไหว

 

ทั้งสองคนตกใจเพราะเสียงบางอย่างจากข้างนอก "เสียงอะไรน่ะ?" .."ออกไปดูก่อนเถอะ!!"

พอออกมาก็ปรากฏเป็นรถคันหนึ่งขับทะลุรั้วเหล็กเข้ามา "บรึ้นน อิ้ดด!!" รถคันนั้นกลับมุ่งไปเรื่อยๆอย่างโซซัดโซเซจนในที่สุดก็ไปชนเข้ากับต้นไม้ "ปั้งง!" ทั้งมาโคโตะและโทระโอะที่ตกใจจึงรีบวิ่งเข้าไปดู เมื่อไปถึงปรากฏเป็นรถทหารและยังมีคนขับอยู่ในนั้นหนึ่งคน นอนฟุบกับพวงมาลัยคนขับ

โทระโอะจึงพูด "พวกทหารหนิ ระวังตัวด้วยมาโคโตะพวกนี้อาจ ตามเรามาอยู่ก็ได้"

มาโคโตะจึงหันกลับไป "อืมม แต่ว่าทำไมถึงต้องขับพังรั้วเข้ามากันละ แถมเหมือนดูตกใจอะไรสักอย่าง"

 

ก่อนโทระโอะยกปืนขึ้นรอคุ้มกันมาโคโตะไว้ ก่อนมาโคโตะจะเปิดประตูรถช้าๆแล้วลากร่างทหารชายคนนั้นออกมาจากรถที่ชนต้นไม้อยู่

ก่อนจะเช็คดูตามร่างกาย มาโคโตะจึงพูด "ในตัวเขาไม่มีรอยกัดนะ"

ก่อนสักพักทหารคนนั้นจะรู้สึกตัวขึ้น

"เฮือก!! ไม่ๆๆๆๆอย่าตามฉันมาไม่ๆๆ" ทันใดนั้นทหารคนนั้นดูสติแตกและเริ่มกระวนกระวาย

มาโคโตะจึงพูดบอก "นี่ๆใจเย็นครับคุณ เกิดอะไรขึ้น ใจเย็นๆก่อน"

ทหาร "ไม่ๆๆๆ อย่าทำฉันน!!!"

โทระโอะจึงพูดตะโกนไป "เห้ยเจ้าบ้าเป็นอะไรฟะตั้งสติสิเฟ้ย!!!"

 

ก็ทหารคนนั้นจะมองไปเห็นว่าปืนจ่อมาที่เขาก่อนจะสงบลงแล้วพูด "มันตามฉันมา!!!"

มาโคโตะจึงตกใจแล้วถามกลับไป "พวกซอมบี้เหรอ???!"

ทหาร "ไม่!!!! พวก Stalker(สทอร์กเกอร์) พวก Stalker ต่างหาก!!"

โทระโอะจึงพูด "นี่แกเสียสติไปแล้วรึไงฟะ โลกวิบัติขนาดนี้ใครมันจะมาสโตรกแกฟะ ถ้าเป็นสาวๆ อย่างมาริและยูกิจังก็ว่าไปอย่าง หรือเป็นพวกแบบพวกเจ้ามุจิเมะฟะ" (มุจิเมะคือคนที่บุกเข้าไปในบ้านของยูกิก่อนพวกมาโคโตะ)

ก็มาโคโตะจะหันไปด่าโทระโอะ "เจ้าบ้า!! มันจะเป็นแบบนั้นได้ไงกันเล่า!! .(ก่อนหากลับไปถามทหารคนนั้น). มันหมายความว่าอะไร มันคืออะไรเหรอครับไอ่ Stalker เนี่ย"

 

ทหาร "นี่พวกเธอไม่ได้ดูข่าวเลยรึไง ทั้งกองทัพประเทศเรา! ทหารหน่วย CTST! ล่มไม่เป็นท่าที่ใจกลางเมืองนากาโนะน่ะ!!!"

มาโคโตะจึงตกใจแล้วเหมือนกำลังคิดจับใจความ

ก่อนโทระโอะจะตะโกนขึ้น "ก็เพราหน่วยCTบ้าอะไรนั่นแหละเราถึงต้องมาอยู่ที่นี่ไง เหอะคงจะล้มเหลวอีกตามเคยเชอะ ทหารก็เยอะขนาดนั้นแท้ๆ!!"

 

ทหาร "หุบปากก!!!!! เด็กอย่างพวกแกจะมารู้อะไร แกไม่รู้หรอกว่าที่นากาโนะมัน นรกแค่ไหน!! กะไอ่แค่ศพเดินได้พวกนั้นมันไม่ใช่ปัญหาอะไรหรอก แต่ไอ่ตัว Stalker ต่างหาก พวกมันเร็วมาก เล็บพวกมันเจาะทะลุได้ ทั้งโล่ ทั้งชุดเกราะกันกระสุนและหมวกเหล็ก"

ก่อนทั้งโทระโอะและมาโคโตะจะตกใจและมองหน้ากัน

ทหารคนนั้นจึงพูดต่อ

"แผนของรัฐบาลคือปล่อยให้น้ำทะเลท่วมท่อระบายน้ำที่พวกมันใช้เดินทางมาที่นี่!! แต่ก็ล้มเหลว!! เพราะไอ่ตัวบ้านี่ดันขุดอุโมงใต้ดิน ทำให้พวกผีดิบโง่นั่นมันรอดจากน้ำที่เราปล่อยเข้าไป แล้วจู่ๆมันก็โผล่มาพร้อมกับพวกผีดิบจำนวนมหาศาล ตอนที่พวกฉันไม่ทันตั้งตัวแล้วเหนื่อยกับการกวาดล้างมาทั้งวัน! เกือบทั้งกองทัพตายภายในไม่กี่ชั่วโมง!!!"

 

ก่อนจะได้ยินเสียงยูกิและมาริตะโกนมา "โว้ยยย เกิดอะไรขึ้นน่ะทางนั้น" "ปลอดภัยดีไหมคะ ทั้งสองคน!!"

ทั้งสามคนที่ตอนแแรกรออยู่ที่รอก็ได้เดินตามมาโคโตะและโทระโอะมา

 

ก่อนมาโคโตะและโทระโอะจะผงกหัวให้กัน แล้วหัวแล้วตอบกลับไปหาพวกยูกิ

มาโคโตะ "ไม่มีอะไรหรอกยูกิ แฮะๆ"

โทระโอะ "แค่ฟังเรื่องตลกน่ะคราบบบ"

ก่อนยูจะเดินมาถึง

ยูกิจึงพูด "งั้นหรอกเหรอ ใครน่ะแล้วมันเกิดอะไรขึ้นละเนี่ย"

 

ก่อนทหารคนนั้นจะตะโกนขึ้น "เรื่องตลกงั้นเหรอ ไอ่พวกเด็กเปรตพวก แกไม่รู้รึไง!! ว่าเป็นผู้ใหญ่แล้วต้องทำอะไรบ้าง!! เหนื่อยกันแค่ไหน!!! มีหน้ามาบอกได้ว่ามันเป็นเรื่องตลก!! ส่งปืนมาให้ฉัน ถ้าพวกแกยังอยากมีชีวิตรอด!!"

 

มาโคโตะจึงพูด "พวกเราไม่คิดจะพึ่งใครอยู่แล้วละ!! คุณต่างหากถ้ายังอยากมีชีวิตละก็ มากับพวกเราก็ได้นะ"

ทหารคนนั้นลุกขึ้นแล้วเหมือนพยามจะต่อยมาโคโตะ "เป็นแค่เด็ก มาทำปากดี!!!!"

โทระโอะจึงยกปืนขึ้นจ่อทหารคนนั้นแล้วพูดด้วยเสัยงเย็นๆ "ถ้าเจอแตะเพื่อนฉันแค่ปลายนิ้วก้อยหัวแกระเบิดแน่"

ทหารคนนั้นกลับยืนหัวเราะ "ห้ะๆๆๆๆๆ!! แกรู้ไหมว่าที่แกถือมันคืออะไร!!!"

"ปั้ง!!!!!!" กระสุนเชี่ยวหัวทหารคนนั้นไปนิดเดียว ทหารคนนั้นถึงกับหน้าซีด

โทระโอะส่งสายตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหารมาที่ทหารคนนั้นพร้อมพูดอีกที "ปืนRifle Type 89 ไงเจ้าโง่ !!! ถ้าเกิดพูดอะไรอีกละก็แกได้ตายจริงๆแน่!!!"

มาริได้แต่ปิดตามายูมิแล้วพูด "อะเอ่อเดี๋ยวฉันกับมายูมิจังกลับไปรอที่รถนะคะ"

ยูกิจึงพูด "ทุกๆคนใจเย็นๆกันก่อนนะ ที่สำคัญพวกนายเจอน้ำมันบ้างไหม"

มาโคโตะจึงพูดกับยูกิ "ไม่เลยยย เราเดินต่อไปเองคงไม่ไหว มันอันตรายแล้วก็เสี่ยงเกินไป ฉันกับโทระโอะคุยกันอยู่ว่าถ้ามันปั้มใกล้ๆแถวนี้ก็คงดี"

 

แต่จู่ๆทหารคนนั้นก็ลุกลี้ลุกลนอีกครั้ง "บ้าเอ้ย ไม่ ม่ายไม่จริง"

ยูกิจึงพูด "เขาเป็นอะไรมากหรือเปล่านั่นน่ะ"

ทหารคนนั้นจู่ๆก็หันมาพูดกับทุกคน "น้ำมันเหรอ!! เอาในรถฉันก็ได้ น่าจะเหลืออยู่เยอะ!! ในค่ายยังมีรถใช่ไหม เราต้องออกจากที่นี่ตอนนี้แล้วละ!!! ก่อนทุกคนจะมองหน้ากันแล้วเหมือนจะตกลง

 

ก่อนมาโคโตะจะดูดน้ำมันจากรถที่ทหารคนนั้นขับมาใส่ถัง พร้อมกับมองสภาพทหารคนนั้นที่ดูแปลกๆ

ก่อนโทระโอะจะกลับนำมาเติมที่รถเสร็จ ซึ่งยูกิเป็นคนขับรถมาริและมายูนั่งข้างๆคนขับโดยมายูมินั่งตักมาริ ส่วนหลังซ้ายขวาเป็นโทระโอะและมาโคโตะโดยให้ทหารคนนั้นนั่งตรงกลาง ทันก็กำลังจะสตาร์ดรถ จู่ๆทหารคนนั้นดูอาการไม่ดี คล้ายจะอาเจียนหรืออะไรสักอย่าง มาริที่หันมาเห็นจึงพูด "อะเอ้อให้ฉันดูอากาศเขาก่อนดีไหมคะ"

 

ตัดภาพมาที่ทุกคนลงมาจากรถ โทระโอะจึงถามมาริซึ่งน่าจะดูอาการของทหารคนนั้นเสร็จแล้ว

โทระโอะ "หมอนั่นเป็นอะไรน่ะทำไมดูหน้าซีดเชียวอย่างกับโดนกัดมาเลย หรือพวกผมดูไม่ครบถ้วนเหรอครับมาริซัง!!"

มาริพูด "มะไม่หรอกค่ะ ถ้าคนที่ถูกกัดฉันรู้อาการพวกเขาดีจากที่ค่าย พวกเขาจะมีไข้ขึ้นสูงมากๆค่ะ

แล้วอุหภูมิร่างกายจะลดลงอย่างรวดเร็วจนเป็นเหมือนเสียชีวิตเลยก็ว่าได้ค่ะ เมื่อถูกกัด อย่างน้อยก็จะใช้เวลาน้อยสุดสิบนาทีมากสุดครึ่งชั่วโมง แต่นี่เขาก็มาที่นานแล้วนะคะถ้าถูกกัดมาก่อนหน้านี้ยังไงก็น่าจะกลายสภาพไปแล้วละค่ะ แต่เขาดูเหงื่อไหลเยอะมากซึ่งก็ไม่รู้เพราะอะไร เหมือนกำลัง เครียด หรือวิตกจริตอะไรสักอย่าง"

 

ทันใจจู่ๆทหารคนนั้นก็อาเจียนออกมา แต่เมื่อทุกกคนมองไปที่อาเจียนนั้นกลับเป็นเหมือนปกติแต่ที่ไม่ปกติคือมีจุดสีฟ้าๆเรืองแสงที่ดูประหลาดอย่างมาก

ไม่ช้าทหารคนนั้นก็ลุกขึ้นมาแล้วพูด"เอาละฉันดีขึ้นละสตาร์ดรถเลย"

 

แต่ยังไม่ทันขาดคำ จู่ๆหัวทหารชายคนนั้นก็หายไปในชั่วพริบตา ปรากฏมันขาดและกระเด็นตกอยู่พื้นข้างๆ ยูกิถึงกับช็อคแล้วแทบอาเจียน มาริได้แต่ปิดตามายูมิแต่มายูมิก็ดิ้นแล้วพยามดูแต่เมื่อเธอเห็น เธอถึงกับช็อคแล้วเข้ากอดร้องไห้กับมาริ

 

จังหวะนั้นมาโคโตะตะโกนดังลั่น "ทุกคนน!!!! เข้าไปในรถเร็วเข้าา!!!"

ระหว่างตกใจและชุนละมุนทุกคนก็หันไปเห็นสิ่งที่ทำแบบนี้กับทหารคนนั้น มันไม่ใช่เหล่าผีดิบทั่วไป มันมีร่างกายที่ใหญ่เท่าสัตว์ป่าเช่นสิงโต หมี มันยืนสี่เท้า ไร้ขน ร่างผอมแห้ง มีกรงเล็บด้านหน้าใหญ่ยาวคล้ายกับตัวตุ่น แต่ใบหน้าของมันไม่มีดวงตาไม่มีปาก มีแต่จมูก ทันใดเสียงร้องของมันก็ดังขึ้น "แอร้ก!!กร้าก!!"

 

มาโคโตะและโทระโอะจึงจำได้ทันใดว่าเคยได้ยินเสียงนี้มาจากที่ไหน (ภาพตัดไปตอนที่อยู่บนร้านสะดวกซื้อ)

 

ทุกคนเข้าไปในรถอย่างรวดเร็วยูกิสตาร์ดรถ "บริ๊นนนน!!" ก่อนจะเหยียบคันเร่งออกไปเต็มที่!!

มาโคโตะจึงคิดในใจ "เจ้านี่คือ Stalker ที่ทหารคนนั้นบอก" ก่อนจะหันไปมองว่ามันวิ่งไล่ตามมา โทระโอะจึงรีบยื่นปืนให้มาโคโตะก่อนทั้งสองจะเปิดหน้าต่างรถออกไป แม้รถจะเร็วมากแต่ทั้งสองก็เห็นได้ชัดว่าความเร็วของมันนั้น เริ่มใกล้รถเข้ามาเรื่อยๆ

มาโคโตะใช้ปืนพก ส่วนโทระโอะใช้ปืนไรเฟิลจูโจมที่ได้มา ทั้งคู่กราดยิงออกทางหน้าต่างขณะที่รถขับไปเรื่อยๆ "ปั้ง ปั้ง ปั้งๆๆ ปั้ง!!" แต่มันกลับไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่ทั้งคู่จะยิงถูกมันขณะที่รถกำลังแล่น จนในที่สุดมันก็ติดประชิดข้างรถ ทั้งคู่จึงรีบหลบเข้าไปก่อน มันประชิดฝั่งคนขับหรือด้านขวา ทันใดมันก็วิ่งเอาตัวเข้ากระแทกข้างๆรถอย่างแรง "ปั้งงงงงงง!!!" ทันใดรถจึงถึงส่ายทันที มาริและมายูมิถึงกับกรี๊ด ดังลั่น "กรี๊ดดดดดดด!!!!" ยูกิจึงสบดขึ้น "บ้าเอ้ยยยทำไมไอ่ตัวบ้านี้มันเร็วเท่ารถที่เหยียบ 180 เนี่ย!!!" ซึ่งเป็นด้านที่โทระโอะนั่งเขาจึงหาจังหวะจะเล็งยิง เจ้าสัตว์ตัวนั้น จังหวะที่มันวิ่งจะเข้ามากระแทกอีกรอบ "ปั้ง!!!!" ครั้งนี้รถเริ่มส่ายรุนแรงกว่าเดิม จนเกือบเสียหลัก

 

มาโคโตะจึงพูด "จังหวะนี้แหละโทระโอะ!!!" โทระโอะเอาปืนออกมาแล้วลั่นไกลรัวๆอัดเข้าข้างลำตัวของมัน "ปั้ง ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!""อร้ากก!!!"

 

โทระโอะตะโกน "ตายสะไอ่สัตว์ประหลาด!!!! ย้ากกกก" แต่กลับดูเหมือนไม่ทำให้มันตายแต่ช้าลงไปนิดหน่อย

 

ยูกิจึงพูดขึ้น "เป็นไง!ได้ผลไหม!!"

 

มาโคโตะที่หันไปมองจึงพูด "มันยังไม่ตายแต่ได้ผลอยู่ ระวังด้วยมันจะมาอีกแล้ว!!!" มาริและมายูมิที่หวาดกลัวได้แต่ขดตัวและกอดกัน แต่ครั้งนี้มันกลับไม่ได้วิ่งเข้ามาประกบข้าง จู่ๆทุกคนก็ได้เสียง "ตึบบบโครมมมมม!!!" .."ตุ้บบบบบ!!! แกร้งงงงงๆๆๆๆๆๆๆ แอร๊ดดดด" ทุกคนได้ยิงมาจากบนหลังคารถ เพราะตอนนี้มันกำลังอยู่บนหลังคา ..มาริและมายูมิยิ่งกรี๊ดกันเข้าไปใหญ่อีก "ฮืออ!!!กรี้ดดดด"

โทระโอะจึงสะบดขึ้น "ให้ตายสิแบบนี้จะยิงยังไงฟะ!! กระสุนมันทะลุไปด้านบนไม่ได้!"

ทันใดมันก็เหมือนจะพยามจะเจาะหลังคารถ "ตุ้บๆ!!! เกร้ง!!"

กรงเล็บของมันเริ่มทะลุเข้ามาฝั่งด้านหลังซึ่งเป็นจุดที่มาโคโตะและโทระโอะนั่งทำให้มาโคโตะและโทระโอะต้องก้มและหลบกรงเล็บมัน "ฟุ้บ!!!" โทระโอะ "บ้าเอ้ยยย!!" ..มาโคโตะ"แบบนี้แย่แน่ๆเลย!!!"

ทันใดยูกิจึงพูดขึ้น "ทนไว้ทั้งสองคนให้เป็นหน้าที่ฉันเองง!!!"

แล้วจู่ๆเธอก็เบรคแล้วหักเลี้ยวกระทันหัน "อรึดดด!! ฟุ้บบ" ทุกคนในรถแทบจะหัวคว่ำหัวคะมำกันหมด .."ฟลุ๊บบ ตุ๊บบ!!!"

แต่กลับได้ผลมันดีดเจ้า Stalker หลุดออกไปได้ "ฟลุดด!!!" มันกระเด็นแล้วไปนอนอยู่บนถนนได้

แต่มันก็ยังไม่ตายแล้วกำลังจะลุกขึ้น

ยูกิที่กำลังหันรถ ก็พูดขึ้น "ตอนนี้แหละทั้งสองคน!!" ส่วนโทระโอะและมาโคโตะพร้อมหน้ากันออกไปกราดยิงอัดมัน "ปั้ง ปั้งๆๆๆๆ"

มาโคโตะ "ย้าก!!"

โทระโอะ "ตายสะไอ่ตัวประหลาด!!"

 

เป้าอยู่นิ่งทำให้โดนมันเต็มๆไปหลายนัด "แอร้กกกกกกร้ากกกกก!!!" เมื่อรถหันไปหามันยูกิจึงเหยียบคันเร่งเต็มแรง!! แล้วพุ่งทับบดขยี้มันจนแหลก "แพล๊ะ!!!" จนแล้วจนรอดแล้วทุกคนก็หนีออกไปจากค่ายทหารจนสำเร็จ

ยูกิ "ทุกคนปลอดภัยดีนะ"

มาริ "คะค่ะะ ฮืออออหัวใจฉันเกือบวายค่ะ "

มายูกิ "ทะๆถึงมันน่ากลัวแต่พี่ยูกิสุดยอดไปเลยยย"

มาโคโตะและโทระโอะชนมือกัน มาโคโตะ "ใช้ปืนจริงๆนี่มันสนุกกว่า BB gun (ปืนบีบีกัน) ชะมัดเลย"

โทระโอะ "ให้ตายสิฟะนี่ยังไม่ใช้ของเด็ดเราเลยนะเนี่ย"

แล้วทุกคนก็ถอนหายใจเพราะสบายใจกันเฮือกใหญ่ ก่อนจะยิ้มแล้วหัวเราะให้กัน

 

 

ตัดภาพมาที่พวกเรย์ที่มายังสถานที่แห่งหนึ่ง ทันใดภาพก็ทำให้ได้เห็นว่าพวกเธออยู่ ณ หน้าตึกรัฐสภาที่เต็มไปด้วยศพจำนวนมหาสาร ก่อนเรย์จะมองไปยังตึก

ตัดภาพที่พวกเรย์ได้เข้ามาอยู่ในห้องประธานาธิบดีที่นอนเสียชีวิตอยู่แล้ว

มายะจึงพูด "นี่หมายความว่าไงท่านถูกยิงที่หัว"

มิเอรุจึงคิดสักพักก่อนจะพูด "เป็นไปได้ไหมที่พวก CTST จะฆ่าท่าน?"

เรย์จึงพูด "ไม่ๆ เขม่าดินปืนมันใกล้กับหัวมากน่าจะเป็นการยิงฆ่าตัวตายด้วยตัวเอง ดูนี่สิท่านถูกกัดด้วย"

(เป็นภาพบริเวณแขนประธานาธิบดีที่ถูกกัดแล้วพันผ้าไว้)

ก่อนเรย์ มิเอรุและมายะจะมองลงไปผ่านหน้าต่างหลังเก้าอี้ประธานาธิบดี

 

ศพจำนวนมหาศาลที่นอนเกลือนกลาดหน้าสภาเริ่มลุกขึ้น มาเป็นผีดิบ

เรย์จะพูด "เวรเอ้ยไม่จริงน้าาา ทำไมพวกมันถึงมาตื่นตอนนี้กัน"

มิเอรุ "เราต้องไปกันแล้ว!!"

ก่อนทุกคนจะรีบวิ่งออกจากห้องไป

 

ทันใดก็มีวิทยุสื่อสารวางอยู่บน โต๊ะในห้องดั่งขึ้น "@@^%^*()^%$##$%^*()ช่วย^%^*()(**()_โดย)(*()"

เป็นเสียงที่ฟังไม่ได้ความ

 

.....................................................................................................................................................

 

TO BE CONTINUE

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น

  1. #10 Chaos I (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 20:40
    สถานการณ์แย่มาก...
    #10
    4
    • #10-1 zagem(จากตอนที่ 14)
      29 ตุลาคม 2562 / 21:11
      ลองอ่านตอนต่อไปครับอาจจะลดความตึงได้555 หรือเพิ่มกันแน่หว่า
      #10-1
    • #10-3 zagem(จากตอนที่ 14)
      29 ตุลาคม 2562 / 22:17
      พ่ามพ้าม55
      #10-3