[SJ] ด้วยรัก ... และความตาย [KangHae, Kyumin] (จบแล้ว))

ตอนที่ 5 : Chapter 4 เจ้าชายซีวอนบนรถม้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 122
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    16 เม.ย. 59

Chapter 4  เจ้าชายซีวอนบนรถม้า

 

            ดังที่เคยกล่าวไปแล้วว่า  ในอดีต  คฤหาสน์นี้เคยมีไร่ส้มกว้างขวาง  รายได้หลักที่หล่อเลี้ยงคฤหาสน์ก็มาจากการทำไร่ส้ม  จึงไม่แปลกที่มุมหนึ่งของคฤหาสน์จะยังคงมีโกดังเก็บส้มซุกซ่อนอยู่

 

            มันเป็นอาคารเล็กๆ  สร้างอย่างหยาบด้วยหินก้อนใหญ่  หน้าตาไม่น่าดูนัก  อาจเป็นเหตุให้โกดังเก็บส้มนี้ถูกซ่อนเอาไว้มิดชิดในดงต้นสน  ใกล้กับกำแพงด้านหลังคฤหาสน์  ห่างออกไปอีกเล็กน้อยเป็นประตูที่เปิดออกไปสู่ไร่ส้มด้านนอก  และไปสู่ถ้ำปีศาจได้

 

            เยซองวิ่งตามคณะเจ้าบ้านเข้าไปด้านในโกดังเล็กทรุดโทรม  มุมหนึ่งของโกดังมีลังไม้เก่าๆ  วางสุม  ลักษณะเหมือนลังเก็บส้มทั่วไป  นอกจากนี้ยังมีเชือกเส้นโตๆ  หลายม้วนกองอยู่ใกล้  ตาชั่งขนาดใหญ่แบบเดียวกับที่ใช้ตามโรงงาน  รถเข็นเก่าๆ  และถังโลหะผุพังอีกหลายใบ  เหนือขึ้นไปบนเพดานยังมีรางเหล็กขนาดใหญ่พาดทับซ้อนกันวุ่นวาย มีลูกรอกสนิมเขรอะห้อยอยู่บนนั้น

 

            แต่สิ่งสะดุดตาที่ดูไม่เข้ากับความผุพังทรุดโทรมของสถานที่นี้  ก็คือรถม้าคันหรูหราที่เยซองโดยสารมาเมื่อครู่   มันยังคงเป็นสีดำเงาวับไร้คราบดินโคลน  บ่งบอกให้รู้ว่าถูกเช็ดถูมาอย่างดีหลังจากส่งเขาแล้ว  มันถูกจอดไว้ตรงกับตำแหน่งลูกรอกบนเพดานพอดิบพอดี  ม้าขนสีน้ำตาลถูกปลดออกไปแล้ว  เบาะนั่งสีสดและพรมปูพื้นยังคงดูนุ่มนวลน่าสัมผัส

 

            และบนที่นั่งโก้หรูนั้นเอง  มีร่างของชายคนหนึ่งนั่งหลังตรง  วางท่าองอาจอยู่บนนั้น

 

            จากจุดที่เยซองยืนอยู่มองไม่เห็นใบหน้าของชายดังกล่าวชัดนัก  เพราะใบหน้านั้นเบือนเข้าไปด้านในโกดัง  แต่ก็พอเห็นเสี้ยวหนึ่งของใบหน้าคมคายที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ  ชายดังกล่าวรูปร่างสูงโปร่ง  แต่งกายด้วยเสื้อนอกสีดำสนิท  เห็นคอเสื้อสเวตเตอร์สีเทาโผล่ออกมาจากปกเสื้อนอก  ที่ท้ายทอยยังมีรอยคล้ายถูกตีอย่างแรงจนผิวหนังฉีกขาด  มีเลือดปริมาณหนึ่งติดอยู่และไหลลงมาเต็มเสื้อด้านหลัง

 

            “นั่น    คังอินเสียงสั่นสะท้าน  เขาค่อยๆ สืบเท้าเข้าไปใกล้ร่างบนรถม้า  มีฮยอกแจและเรียวอุคตามไปติดๆ  เมื่อได้เห็นใบหน้านั้นชัดเจน  คังอินก็สูดลมหายใจเข้าแรงๆ  แล้วหันมาทางเยซอง

 

            “ผมควรทำอย่างไรกับเขาดี”

 

            “ผมว่าเราปล่อยไว้อย่างนี้ก่อน  แล้วโทรศัพท์เรียกตำรวจดีกว่าครับ”  เยซองตอบ  เขาเริ่มขยับเข้าไปใกล้ศพนั้นมากขึ้น แปลกใจเล็กน้อยที่ศพยังสามารถนั่งตัวตรงอยู่ได้

 

            “เขาคือคุณชเวซีวอน  ถูกไหมครับ”  เยซองเอ่ยถามเสียงแผ่วเมื่อได้เห็นใบหน้าศพชัดเจน  มันบูดเบี้ยวไปจากตอนยังมีชีวิต  ดูราวกับกำลังหวาดหวั่นต่อวาระสุดท้ายของตน  แต่ก็ยังคงความหล่อเหลาและหยิ่งทะนงเอาไว้ได้ครบถ้วนเหมือนสมัยที่ยังมีชีวิต

 

            คังอินพยักหน้าช้าๆ  ขณะที่เยซองมองไปรอบๆ  ภายในโกดังดูราวกับละครฉากหนึ่งที่แปลกประหลาด  เริ่มตั้งแต่เจ้าชายรูปงามผู้หยิ่งทะนงบนรถม้า  และคนที่ยืนจ้องมองเจ้าชายด้วยสีหน้าต่างๆ  กันไป  ตัวเขาเองกับคังอินเป็นคนที่ยืนอยู่ใกล้ศพมากที่สุด  นอกจากนี้  คังอินยังเป็นผู้แย่งชิงทั้งคฤหาสน์หลังงาม  และภรรยาคนสวยของเจ้าชายซีวอนไปเสียด้วย  เบื้องหลังร่างสูงใหญ่ของคังอินคือลีดงเฮผู้มีสีหน้าซีดเผือด  ดวงตาเบิกถลนจ้องมองความตายของอดีตสามี  ในยามนี้ดงเฮดูบอบบางน่าทะนุถนอมยิ่งกว่าเก่า  ข้างกันเป็นคิมเรียวอุค  เลขานุการคนใหม่ของคิมคังอิน  เป็นชายร่างเล็กสวมแว่นตาอันโต  เขายืนเม้มปากแน่น  สีหน้าครุ่นคิด  และไม่ลืมที่จะประคองร่างของดงเฮที่ดูไร้เรี่ยวแรง 

 

            ถัดไปจากนั้นเป็นคิมฮยอกแจ  ลูกชายคนเดียวของคังอิน  ยืนเอามือข้างหนึ่งค้ำลังส้มเก่าๆ  มืออีกข้างกุมหน้าอก  หน้านิ่วและดูเหน็ดเหนื่อยจากการวิ่งไปมาด้วยระยะทางยาวไกล  ข้างกันเป็นชายหนุ่มวัยประมาณสามสิบปี  หน้าตาคมเข้มแต่สองแก้มเด่นเป็นเอกลักษณ์  สวมแว่นสายตากรอบสีดำ  แต่งกายด้วยเสื้อยืดธรรมดากับกางเกงผ้าร่มหลวมๆ  บางอย่างในตัวทำให้ดูเป็นศิลปิน  ถัดไปเป็นชายร่างอ้วนกลม  แต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ตสีเรียบๆ  ทับด้วยเสื้อกั๊กผ้ากำมะหยี่สีกรมท่า  กลัดกระดุมเรียบร้อย  นัยน์ตาของชายร่างอ้วนกวาดไปมา  ลอบสังเกตสีหน้าของแต่ละคนด้วยแววตาหลุกหลิก 

 

            วงนอกสุดประกอบด้วยคยูฮยอนเด็กขับรถม้า  สวมเสื้อกล้ามตัวเดียว  มีเหงื่อซึมชื้นตามกรอบหน้า  ข้างกันเป็นเด็กผู้ชายอายุไม่เกินสิบหกปี  ร่างเล็ก  เครื่องแต่งกายแบบเด็กรับใช้ดูหลุดลุ่ย  หน้าตาซีดเผือด  ท่ายืนดูโงนเงนราวกับจะทรงตัวไว้ไม่ได้จนคยูฮยอนต้องประคองไว้  มืออีกข้างหนึ่งของเด็กหนุ่มตัวเล็กอยู่ในมือของปาร์คจองซูผู้ จ้องมองร่างบนรถม้าด้วยแววตาที่ไม่มีใครอ่านออก 

 

            จู่ๆ  ดงเฮก็ซวนเซเสียหลักจนเรียวอุคจับไว้ไม่อยู่  ฮยอกแจที่ยืนอยู่ด้านหลังดงเฮพอดีรีบผวาเข้ามาประคองอีกข้างหนึ่ง  คังอินเหลือบมองภรรยาแล้วเข้าประคองแทนเรียวอุค  เอ่ยถามน้ำเสียงห่วงใย

 

            “ไหวหรือเปล่าดงเฮ”

 

            ใบหน้างดงามไร้สีเลือด  กระซิบตอบเสียงอ่อน  “ผมอยากไปนั่งพักสักครู่  คุณช่วยพาผมไปได้ไหม”

 

            คังอินสีหน้าลำบากใจ  “ผมเป็นเจ้าของบ้าน  เวลามีเหตุร้ายก็ควรอยู่  คุณไปพักเถอะ  อย่ามองศพ  เอ้อ  อย่ามองดีกว่า”

 

            ฮยอกแจอาสาพาแม่เลี้ยงไปพักผ่อน  คังอินจึงฝากให้เรียวอุคไปด้วยกัน  เพื่อจะได้กลับตึกใหญ่ไปโทรศัพท์หาตำรวจตามคำแนะนำ  เยซองเริ่มได้สติ  จึงกันคนอื่นออกไปจากโกดังเพื่อรักษาสภาพที่เกิดเหตุไว้ให้ได้มากที่สุด

 

            “อ้อ  คุณเรียวอุค  ช่วยตามหมอมาด้วยนะ”  เสียงคังอินตะโกนไล่หลังเลขาร่างเล็กไป

 

            แล้วเยซองก็สังเกตเห็นกล่องบุหรี่ทำจากโลหะสีทองด้าน  เป็นแบบมีไฟแช็กในตัว  ดูราคาแพง  มันตกอยู่บนพื้นใกล้รถม้า  ตัวกล่องบุบเบี้ยวไปคล้ายถูกล้อรถม้าบดทับ  ฝากล่องเผยอออกเล็กน้อย  มองเห็นบุหรี่ก้นกรองอัดแน่นอยู่ภายใน  คังอินมองตามสายตาแล้วทำท่าจะก้มลงเก็บ  เยซองรีบดึงมือไว้

 

            “ขอโทษครับคุณคังอิน  แต่ตรงนี้เก็บไว้ให้หน่วยพิสูจน์หลักฐานจัดการดีกว่า”  เยซองเอ่ยเตือน  คังอินเริ่มรู้ตัวจึงชักมือกลับด้วยสีหน้าเหมือนเด็กนักเรียนถูกครูว่ากล่าว

 

            ขณะเดินออกจากโกดังเก็บส้ม  เยซองจึงถามคังอินว่า  “คุณเคยเห็นกล่องบุหรี่นั่นหรือครับ”

 

            “ไม่เคยเห็นหรอก”  เมื่อเยซองมองอย่างสงสัย  คังอินจึงรีบพูดแก้  “มันเป็นของที่ไม่ควรจะอยู่ตรงนั้น  ผมสงสัยเลยจะหยิบขึ้นมาดูน่ะ”

 

            ใกล้ตัวคนทั้งสอง  ชายร่างอ้วนในเสื้อกั๊กกำมะหยี่สีกรมท่ายังเดินเตร็ดเตร่ฟังเรื่องราวอยู่อย่างสนใจ

 

            “อ้อ  คุณเยซอง  ผมลืมแนะนำไป  ท่านนี้คือคุณชินดงฮี เป็นญาติฝ่ายแม่ของคุณซีวอนที่นั่งอยู่ตรงนั้น”  เมื่อพ้นระยะที่มองเห็นศพประหลาดของซีวอน  คังอินก็ดูจะกลับมาพูดเล่นได้อย่างเก่า  แต่สีหน้ายังคงเกร็งทื่อ  ไม่ได้สนุกสนานเหมือนคำพูดที่คล้ายเอาความตายมาล้อเล่นเลย

 

            “คุณชินดง  นี่คือคุณคิมเยซอง  เป็นนักสืบเอกชน” คังอินหันไปแนะนำเยซองกับชินดง  ชายร่างอ้วนดึงบุหรี่ออกจากปาก  ทำตาโตอย่างสนอกสนใจ

 

            “นักสืบเอกชนหรือ  แปลว่าคุณรู้ล่วงหน้าว่าจะมีการฆ่ากันตายในบ้านหลังนี้มาก่อน  อย่างนั้นสิ”

 

            “ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ  ผมเชิญคุณเยซองให้มาสืบเรื่องคิมชินโจที่หายตัวไปต่างหาก  แต่กลับเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น”

 

            ชินดงมองไปทางปาร์คจองซูทันที  แต่แล้วก็เลิกสนใจเมื่อจองซูไม่ได้มีทีท่าใดๆ  ที่จะจับสังเกตได้  หันกลับมาเอาอกเอาใจคังอินต่อ

 

            “อย่างนี้นี่เอง  หึหึ  จะว่าไปเจ้าซีวอนนี่ก็น่าอิจฉานะ  ตอนยังมีชีวิตก็วางท่าโก้หรูได้แม้จะจนกรอบจนต้องขายบ้านขายเมีย  พอตายไปก็ยังตายแบบเจ้าชายเสียอีก”

 

            เยซองได้แต่พยายามปั้นหน้าให้นิ่งที่สุด  ไม่ให้เผลอตัวทำกิริยาไม่ดีใส่ชายร่างอ้วนที่พูดจาวางอำนาจ  แต่ก็ประจบประแจงไปในคราวเดียวกัน

 

            “คุณเป็นนักสืบเอกชนหรือ”  ชายสวมแว่นกรอบดำเดินเข้ามาทักทายเยซอง  “ผมคิมคิบอม  น้องชายของพี่ฮีชอล  คุณเคยได้ยินเรื่องของพี่ฮีชอลใช่ไหม”  คิบอมยื่นมือออกมา  เยซองจับมือทักทายตามมารยาท  ลอบสูดดมกลิ่นบุหรี่ที่ติดตัวชายคนนี้

 

            “ครับ  ผมเคยได้ยินมาบ้าง  ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณคิมคิบอม”

 

            “ถ้าอย่างนั้น  คุณก็ต้องรู้สิว่าตอนที่พี่ฮีชอลตาย  คนสวนชื่อฮันกยองถูกฟันแขนซ้ายขาด  แล้วหนีเข้าไปในถ้ำ  แถมเร็วๆ นี้ยังมีชายแขนเดียวมาปรากฏตัวอีก”  คิมคิบอมหรี่ตาถาม  เมื่อเยซองตอบรับ  เขาก็พูดต่อ

 

            “แล้วคุณคิดว่าอย่างไรบ้าง  การฆาตกรรมคุณซีวอนเป็นฝีมือของชายแขนเดียวคนนั้นหรือเปล่า”

 

            “เอ้อ  ขอโทษครับคุณคิบอม  สมมติว่าชายแขนเดียวที่ชื่อคิมชินโจ  เป็นคนเดียวกับฮันกยองจริง  แล้วเขาจะมีเหตุผลอะไรที่จะต้องฆ่าคุณซีวอนล่ะครับ  ในเมื่อคนที่มีเรื่องราวกับเขาคือคุณดองวอน  ซึ่งก็ได้เสียชีวิตไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว”  เยซองถามอย่างสุภาพ  หากแต่คนตอบกลับเป็นจองซู

 

            “อ้อ  แน่ละ  ฮันกยองต้องมีเหตุผลที่จะฆ่าซีวอนอยู่แล้ว”  เสียงของจองซูแหลมสูง  ดูโกรธเกรี้ยว “ตอนที่คุณซีวอนยังมีชีวิตอยู่ผมก็ไม่กล้าพูดอะไรมากหรอก  แต่ในเมื่อเขาตายไปแล้ว  ผมก็จะพูดสิ่งที่ผมรู้ให้ทุกท่านโปรดนำไปพิจารณา” จองซูหยุดหายใจเดี๋ยวหนึ่ง  แล้วพูดต่ออย่างชั่วร้าย

 

            “ทุกท่านคงทราบดีว่าชนวนที่ทำให้คุณดองวอนก่อเรื่อง  คือความสนิทสนมระหว่างคุณฮีชอลกับฮันกยอง  ตอนนั้นถึงคุณซีวอนจะไม่อยู่ประจำที่นี่  แต่ก็ไปมาหาสู่เป็นครั้งคราว  แล้วเรื่องนี้  คุณชินดง  คุณคิบอม  พวกคุณก็ทราบกันดีว่าคุณซีวอนหลงรักแม่เลี้ยงของตัวเองมาก  เขาพยายามข่มขืนคุณฮีชอล  แต่ไม่สำเร็จ  เขาก็เลยปล่อยข่าวลือให้เข้าหูพ่อตัวเอง  ว่าคุณฮีชอลเป็นชู้กับฮันกยองเพื่อแก้แค้น  คุณดองวอนไม่พอใจความสนิทสนมของสองคนนี้อยู่เป็นทุนเดิม  ยิ่งได้ฟังข่าวลือบ้าๆ นั่นก็ยิ่งโกรธแค้น จนลงมือก่อเรื่องนั่น”

 

            “เรื่องนี้”  คังอินตะคอกอย่างกราดเกรี้ยว แล้วเสียงก็หายไปดื้อๆ มีเพียงดวงตาที่จ้องเขม็งไปยังชินดงอย่างคาดคั้น

 

            “เอ้อ”  ชินดงลูบใบหน้าของตนเอง  ท่าทางกังวล  “ทุกคนรับรู้ว่าฮีชอลเป็นชู้กับฮันกยอง  แต่เรื่องที่ซีวอนหลงรักคุณฮีชอล  ผมไม่เคยรู้มาก่อน  เพิ่งเคยได้ยิน...  แต่ก็คิดว่า  ซีวอนคงแค่อิจฉาฮีชอลที่พ่อรักฮีชอลมากกว่า...”

 

            คำตอบของชินดงเหมือนเป็นการยอมรับกลายๆ  ว่าเรื่องข่าวลือนั่นเป็นฝีมือของซีวอนจริงๆ

 

            คังอินเบนสายตาไปยังคิบอมที่ยืนทำสีหน้าเย็นชาอยู่

 

            “แล้วคุณล่ะ”

 

            “อ้อ  ใครๆ  ก็รู้  จริงไหมครับ”  คิบอมกล่าวเสียงประชดประชัน  แต่แววตาหลังแว่นดูราบเรียบไร้อารมณ์ราวกับนักปรัชญา

 

            “ตอนนั้น  คุณคิบอมก็รู้จักคุณซีวอนใช่ไหมครับ”  เยซองเริ่ม

 

            “ครับ  รู้จักดี  เราเรียนที่เดียวกัน  เขาเรียนสูงกว่าผมสองชั้นปี  ผมเริ่มสนิทสนมกับคุณซีวอนตั้งแต่พี่ฮีชอลแต่งงานกับพ่อของเขา  เขาไม่เคยเรียกผมด้วยชื่อจริงเลย  เอาแต่เรียกว่าไอ้พวกไม่เอาไหนบ้าง  ปลิงดูดเลือดบ้าง  ผมจะตอบโต้ก็ไม่ได้  เพราะที่เขาพูดมันก็เป็นเรื่องจริงทั้งนั้น  ครอบครัวผมอยู่ได้เพราะความช่วยเหลือด้านเงินทองจากคุณพ่อคุณซีวอนจริงๆ...”

 

            คิมคิบอมหัวเราะด้วยน้ำเสียงที่ไม่มีกังวานของความรื่นรมย์อยู่เลย

 

            “คุณคิบอม  แล้วคุณรู้จักภรรยาผมด้วยหรือเปล่า”  คังอินถามขึ้นหลังจากปล่อยให้ความเงียบเข้าครอบคลุมอยู่นาน

 

            “แน่นอน  เราเรียนที่เดียวกันทั้งหมด”

 

            “อ้อ  จริงสิ”  จู่ๆ ชินดงก็พูดแทรก “ตอนนั้นเห็นว่าดงเฮจะแต่งงานกับคุณนี่นา”

 

            คิมคิบอมเงียบ  ดูพยายามเหลือล้นที่จะเลือกหาคำพูด  “คนดีๆ  ที่ไหนจะอยากแต่งงานกับผมล่ะครับ”

 

            “ฮ่าๆ นั่นสินะ  ผมก็เพ้อเจ้อไป  ใครจะอยากแต่งงานกับนักดนตรีจนๆ  สู้แต่งงานกับคุณชายเจ้าของคฤหาสน์ใหญ่โตโอ่อ่าดีกว่า  มีกินมีใช้สบายกว่ากันเยอะ  ฮ่าๆๆๆ”  ชินดงเยาะเย้ยถากถาง  คิบอมได้แต่ยืนอดกลั้น

 

            อีกบุคคลหนึ่งที่แสดงท่าทางได้น่านับถือคือคังอิน  ถึงบทสนทนาจะโจมตีภรรยาของเขา  คังอินก็ยังวางเฉย  ไม่ส่งเสริม  ไม่ขัด  และไม่แสดงอาการกิริยาใดๆ เลย

 

            “ว่าแต่  คุณเยซอง”  คังอินหันมาหานักสืบร่างเล็ก

 

            “คุณว่าแขนซ้ายคุณซีวอนดูแปลกๆ ไปไหม  แขนเสื้อดูโบกไหวชอบกล”

 

            “อ้อ  ผมว่าจะทักเรื่องนี้อยู่พอดี”  เยซองก้มศีรษะในจังหวะเดียวกับที่ตำรวจมาถึง

 

           

 

            เมื่อตำรวจมาถึง  เยซองได้รับสายตาสงสัยจากหัวหน้าทีมสืบสวนเล็กน้อย  แต่ตำรวจวัยกลางคนก็กล่าวคำชมเชยที่เยซองจัดการกับสถานการณ์ได้ดี  ที่เกิดเหตุไม่เสียหาย  และศพไม่ถูกเคลื่อนย้าย อย่างไรก็ตาม  ทุกคนเห็นตรงกันว่าซีวอนไม่ได้ถูกฆ่าตายบนรถม้า  เห็นได้จากรอยฟาดอย่างแรงตรงท้ายทอย  ด้วยแรงระดับนั้นร่างควรล้มฟุบ  ไม่สามารถนั่งหลังตรงอยู่อย่างนี้ได้

 

            เมื่อแพทย์นิติเวชมาถึง  ศพของซีวอนก็ถูกนำลงจากรถม้า  ซีวอนแต่งกายแปลกไป  เสื้อผ้าที่สวมใส่ดูเป็นเสื้อผ้าราคาถูกไม่สมกับอดีตคุณชายตระกูลดัง  และเมื่อหมอถอดเสื้อนอกออกก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่า  แขนซ้ายของซีวอนถูกเข็มขัดมัดติดกับลำตัว  เมื่อคลุมเสื้อนอกทับจึงดูเหมือนแขนเขาขาดตั้งแต่หัวไหล่ลงไป

 

            “หมายความว่าอย่างไรกัน”  ชินดงยอพ  หัวหน้าทีมสืบสวนถามอย่างข้องใจ 

 

            “หมายความว่าชายแขนเดียวที่ป่วนพวกเราอยู่คือซีวอนอย่างนั้นหรือครับ” ลีแทมิน  ตำรวจร่างเล็กเสนอความเห็นอย่างกระตือรือร้น

 

            “เขาจะทำให้คฤหาสน์ตัวเองเสียชื่อไปทำไมกัน”  เยซองพึมพำอย่างไม่เข้าใจ  เขาแค่รับทำคดีคนหาย  แต่มันกลับโยงมาถึงคดีฆาตกรรมพิสดารได้อย่างไรก็ไม่รู้

 

            “หมอ สรุปว่าคุณซีวอนนี่ตายเพราะอะไรแน่”  ชินดงยอพตะโกนถามนายแพทย์

 

            “ไม่ได้ตายเพราะถูกฟาดท้ายทอยแน่ๆ ละ  เขาตายเพราะถูกรัดคอ  เห็นได้จากหน้าเป็นสีคล้ำ  แต่รอยเชือกนี่ดูประหลาดอยู่”  นายแพทย์ดงวุคดันใบหน้าศพไปอีกทาง  แสดงให้ทีมเห็นรอยเชือกที่กดลึกลงบนลำคอ  “มันดูเหมือนไม่ใช่การรัดคอธรรมดาแต่เป็นการแขวนคอ  เพราะรอยที่ลึกที่สุดอยู่ตรงข้ามกับปมเชือกพอดี  แล้วรอยก็ไม่ได้พาดตามแนวนอนแต่เป็นแนวเฉียงขึ้นไปหากระดูกกรามตรงนี้”  มือที่สวมถุงมือยางสีฟ้าสดของนายแพทย์ชี้ประกอบคำอธิบาย  “ส่วนที่โดนตีหัวนี้คงแค่ทำให้สลบไป  อย่างไรก็ตามลักษณะแผลบอกเราว่าเขาโดนตีตอนที่ยังมีชีวิตอยู่”

 

            “เขาสลบไปก่อนก็คงทรมานน้อยลงสินะครับ” เยซองพึมพำ 

 

            นายแพทย์ดงวุคพยักหน้าเห็นด้วย  แล้วเอ่ยต่อ  “เชือกที่ใช้รัดคอศพคงเป็นเชือกสักเส้นในโกดังนี่ละ  ผมลองเอามาเทียบดู  ทั้งขนาด  ทั้งลาย  เหมือนกันเปี๊ยบ”

 

            “แล้วคนร้ายจะตีหัวศพทำไมกัน”

 

            “ผมไม่ทราบ  อาจจะป้องกันเขาต่อสู้”  นายแพทย์เอ่ยตอบลอยๆ  “วัตถุไม่มีคม  มีน้ำหนักมาก  รูปทรงกระบอก  เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณสี่ถึงห้าเซนติเมตร  ผมบอกได้แค่นี้”  นายแพทย์พูดขณะเก็บชิ้นเนื้อจากผู้ตายลงใส่ซอง

 

            “แต่ผมก็ยังไม่เข้าใจ   ตามปกติถ้าตีหัวผู้ตายจนสลบก็น่าจะทุบตีต่อจนตาย  ไม่เห็นจะต้องเอาไปแขวนคอให้ยุ่งยาก”  ชินดงยอพลูบคางอย่างครุ่นคิด

 

            “ลุงก็ไปถามตอนจับคนร้ายได้แล้วกัน”  นายแพทย์ตอบกวนๆ  ชินดงยอพทำหน้าเหมือนอยากซัดนายแพทย์คู่ปรับสักเปรี้ยงแต่ก็ต้องยั้งใจไว้

 

            “ฮะ!  เราเห็นดีกันแน่เจ้าหมอ  ข้าเจออาวุธแล้วนี่ไง”  จู่ๆ ชินดงยอพก็กระโดดแผล็วไปคว้าท่อนโลหะขนาดเหมาะมือขึ้นจากใต้กองเชือก  มันคือไม้เท้าโลหะนั่นเอง  ปลายหนึ่งของมันมีคราบเลือดและเส้นผมสั้นๆ  ติดอยู่สองสามเส้น  ไม่ต้องสงสัยว่ามันคืออาวุธที่ใช้ฟาดท้ายทอยผู้ตายนั่นเอง

 

            “หาเจอได้ยังไงกันน่ะ”

 

            “ก็เจ้าหมอนี่บอกว่าคุณซีวอนถูกตีหัวแล้วค่อยถูกจับแขวนคอ  ข้าเลยไปหาจากใต้กองเชือกน่ะสิ”

กองเชือกที่ชินดงยอพพูดถึงถูกห้อยลงมาจากรอกบนเพดาน  อีกปลายหนึ่งถูกตรึงไว้กับผนัง

 

            “ที่สำคัญนะ” ชินดงยอพพูดด้วยท่าทางอวดโอ่  พลางคลำไปแถวไม้เท้า  สักครู่เขาก็ดึงดาบยาวแหลมคมออกมาได้ ทุกคนในที่นั้นผงะถอยเมื่อชินดงยอพแกว่งดาบไปมาคล้ายจะเยาะเย้ย

 

            “ทำไมคนร้ายมีของดีขนาดนี้แล้วถึงไม่ใช้ล่ะ”

           

            “เลิกเล่นได้แล้ว  เดี๋ยวก็ไปโดนใครเข้าหรอก”  นายแพทย์ดุ

 

            ว่าแต่  ไม้เท้านั้นเป็นสมบัติของคังอินไม่ใช่หรือ?

 

            เยซองพลิกหน้าสมุดบันทึก  ในนั้นมีภาพของคังอินเมื่อปีก่อนที่เขาปรินท์มาจากอินเตอร์เน็ต  ร่างใหญ่ผึ่งผายสวมชุดสูทสีเทาเข้มดูเป็นทางการ  ดูเหมือนจะถูกถ่ายในห้องทำงาน  มุมหนึ่งของห้องมีโต๊ะเตี้ยสำหรับวางของประดับ  ไม้เท้าสีเงินวาววับวางพิงอยู่บนนั้น  ขนาดและรูปร่างเหมือนกับไม้เท้าที่ชินดงยอพกำลังแกว่งเล่นอยู่ไม่มีผิด






พักนี้ว่างค่ะ (เหรอ?)
เปลี่ยนชื่อเรื่องนิดนึง  ให้หาเจอง่ายขึัน  (มั้ง)

อัพเดทตัวละครค่ะ
RIP ซีวอน (เฉพาะในเรื่องนะ)



หลักฐานที่เก็บได้ตอนนี้


กล่องบุหรี่ของใครสักคน



ไม้เท้าซ่อนดาบของคุณคังอิน


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

57 ความคิดเห็น

  1. #42 kob kerojang (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 มกราคม 2560 / 09:35
    ทำไมซีวอนต้องทำแขนเดียว หรือฆาตกรทำให้ ฮันคยองเหรอออ งงไปหมดแร้ววว
    #42
    0
  2. #7 pungsj13 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 17:08
    อยากรู้ว่าพี่เย่จะสืบได้ว่าไงมั้ง
    #7
    0
  3. #6 jummin (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 01:12
    สนุกมากคะ รอตอนต่อไป
    #6
    0