[SJ] ด้วยรัก ... และความตาย [KangHae, Kyumin] (จบแล้ว))

ตอนที่ 3 : Chapter 2 ปัจจุบัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 113
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    20 เม.ย. 59

Chapter 2 ปัจจุบัน

 

            คิมเยซอง  ชายหนุ่มร่างเล็กอายุยี่สิบเก้าปี  ประกอบอาชีพนักสืบเอกชน  เขาเพิ่งเริ่มงานในบริษัทได้สามสัปดาห์เท่านั้น  ที่ผ่านมาได้ทำคดีคนหายบ้าง  แมวหายบ้าง  แต่ครั้งนี้เขากลับได้รับมอบหมายงานที่ไม่เคยคาดฝันมาก่อน

 

            เพียงชื่อผู้จ้างวานบนเอกสารก็ทำให้เยซองตื่นเต้นผสมหวาดหวั่นแล้ว

 

            “คิมคังอิน  เจ้าของธุรกิจค้าเพชรพลอย”

 

            เยซองรู้สึกถึงนิ้วมือสั่นรัวขณะเปิดเอกสารออกอ่าน  มันระบุให้เขาเดินทางไปพบคังอินทันทีที่ตกลงรับงาน  ที่คฤหาสน์ถ้ำปีศาจ  เยซองติดตามข่าวทั้งข่าวเล็กน้อยและข่าวใหญ่เสมอ  จึงรู้ดีว่าคฤหาสน์ถ้ำปีศาจ  ปัจจุบันเป็นกรรมสิทธิ์ของคิมคังอิน  และมีกำหนดการเปิดเป็นโรงแรมหรูหราในกลางปีหน้า  นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่เกิดฆาตกรรมสยดสยองอันอื้อฉาวในตระกูลของอดีตนักการเมืองผู้โด่งดังอย่างชเวซึงฮวาน  เมื่อยี่สิบปีก่อน  โดยที่ฆาตกรหายสาบสูญไป

 

            “ถ้านายทำสำเร็จ  นอกจากจะได้เงินตอบแทนมหาศาลแล้ว  ยังจะสร้างชื่อเสียงให้ตัวเอง  แล้วก็บริษัทของเราอีกนะ”  เจ้านายของเขากล่าวด้วยสีหน้าปลาบปลื้ม  ขณะตบมือบนบ่าเพื่อให้กำลังใจ

 

 

            นั่นเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คิมเยซองมายืนอยู่บนชานชาลาสถานีรถไฟ  กับกระเป๋าเสื้อผ้าใบย่อมๆ ใบหนึ่งในตอนนี้

 

            “คุณเยซองครับ”

 

            เยซองหันตามเสียงเรียก  พบว่าเป็นเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาในเครื่องแบบที่เสื้อตัวนอกเป็นสีแดงเจิดจ้ากับกระดุมทอง  บนศีรษะสวมหมวกสีดำ  ปักสีทองว่า  “โรงแรมคฤหาสน์ถ้ำปีศาจ”

 

            “อ้อ  เธอคือคนที่คุณคังอินส่งมารับใช่มั้ย”

 

            เด็กหนุ่มตอบรับ  ก่อนค้อมตัวให้อย่างสุภาพ  พยายามแย่งกระเป๋าเสื้อผ้าไปถือให้แต่เยซองปฏิเสธอย่างเกรงใจ  ขณะเดินตามเด็กหนุ่มไปตามทางเดิน  เขารู้สึกได้ถึงสายตาหลายสิบคู่ที่จ้องมองมา  แน่นอนว่าไม่ได้มองเขาที่อยู่ในชุดเสื้อโค้ทปอนโทรม  แต่มองเด็กที่เดินนำเขาอยู่ต่างหาก

 

            เด็กหนุ่มเดินนำเขามาถึงทางเข้าสถานีรถไฟ  ที่นั่นเยซองอ้าปากค้างอีกครั้งเมื่อเห็นพาหนะที่เขาต้องโดยสารไป  มันคือรถม้าแบบโบราณสีดำมันวับ  เปิดประทุนมองเห็นเบาะที่นั่งหนานุ่มสีแดงสดเข้ากับพรมที่ปูบนพื้น  ม้าที่เทียมอยู่ก็เป็นม้าขนสีน้ำตาลสวยงาม

 

 

 

 

            ขณะโดยสารไปในรถม้าหรูหราเกินจำเป็น  เยซองทอดสายตามองทิวทัศน์สองข้างทางที่เริ่มกลายเป็นป่าเขามากขึ้นเรื่อยๆ  ใจครุ่นคิดถึงคฤหาสน์ถ้ำปีศาจที่เขาจะไปเยือนในที่สุด

 

            ขณะเกิดคดีสะเทือนขวัญเมื่อยี่สิบปีก่อน  ชเวซีวอนอยู่ในความดูแลของญาติฝ่ายมารดาซึ่งเป็นตระกูลขุนนางเก่า  คือชินดงฮี  เนื่องจากบ้านของชินดงอยู่ใกล้มหาวิทยาลัยมากกว่า  หลังจบการศึกษา  ซีวอนจึงกลับมาอยู่ที่คฤหาสน์ถ้ำปีศาจ  โดยใช้ชีวิตด้วยดอกเบี้ยเงินฝากในธนาคารที่จ่ายให้รายเดือน  กับรายได้จากไร่ส้ม  ถ้าเป็นคนทั่วไป  รายได้เหล่านี้คงยิ่งกว่าเหลือกินเหลือใช้  แต่สำหรับชเวซีวอนผู้รับเอานิสัยสุรุ่ยสุร่ายของดองวอนผู้เป็นบิดามาอย่างเต็มเปี่ยม  กลับไม่เพียงพอใช้จ่าย  ทรัพย์สมบัติจึงร่อยหรอลงเรื่อยๆ  จนต้องขายไร่ส้มไปทีละนิดละหน่อย  ซึ่งหากคิดให้รอบคอบ  ก็คือการเฉือนเส้นเลือดของตนเองออกไปนั่นเอง  เนื่องจากรายได้หลักที่หล่อเลี้ยงคฤหาสน์ล้วนมาจากไร่ส้มทั้งสิ้น

 

            ชเวซีวอนแต่งงานกับลีดงเฮเมื่ออายุยี่สิบแปดปี  ขณะนั้นดงเฮอายุยี่สิบสาม  เพิ่งจบจากวิทยาลัยและเข้าทำงานเป็นผู้ช่วยของคิมคังอิน  ซึ่งขณะนั้นกำลังทำธุรกิจในเกาหลีหลังกลับจากอเมริกา  ว่ากันว่าคังอินก่อร่างสร้างตัวจากการค้าของเถื่อน  แต่ก็นับได้ว่าเขาเป็นคนเก่งคนหนึ่งที่สร้างเนื้อสร้างตัวได้ด้วยตัวเองในเวลาเพียงไม่กี่ปี

 

            เยซองเคยพบลีดงเฮเป็นครั้งคราวตามงานสังคมเมื่อหลายปีก่อน  ดงเฮเป็นคนสวยเป็นที่เลื่องลือ  รูปร่างเล็กบอบบางเหมือนตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ  กิริยาท่าทางสง่างามดูเยือกเย็นสมกับเกิดในตระกูลผู้ดีเก่าแก่  การพูดจาก็คล่องแคล่วนุ่มนวล  ทักษะภาษาอังกฤษก็เป็นเลิศ  ยิ่งหน้าที่การงานที่คังอินมอบหมาย  ทำให้ดงเฮต้องติดต่อกับชาวต่างชาติที่ยกย่องนับถือเรื่องชาติตระกูลเป็นสำคัญแล้ว  ลีดงเฮจึงกลายเป็นผู้ช่วยคนโปรดของคังอินในที่สุด

 

            หลังจากนั้นไม่นานก็เริ่มมีข่าวลือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่เกินกว่าเจ้านายกับลูกน้องของคังอินและดงเฮ  น่าแปลกว่าซีวอนไม่แสดงท่าทีใดๆ เลยที่ภรรยาของเขามีข่าวเสียหายกับเจ้านาย  แต่จะว่าไปก็ไม่แปลกนัก  เนื่องจากรายได้หลักอีกทางหนึ่งของซีวอน  คือส่วนแบ่งจากเงินเดือนของลีดงเฮนั่นเอง

 

            ความสัมพันธ์น่ากระอักกระอ่วนดำเนินไปได้ราวครึ่งปีเท่านั้น  วันหนึ่งคังอินมาเยี่ยมถึงคฤหาสน์ถ้ำปีศาจ  และก็บังเอิญเกิดเหตุให้ซีวอนได้เห็นภาพขณะคังอินและดงเฮกำลังพลอดรักกัน

 

            หลังจากนั้น  ไม่ว่าใจจริงซีวอนจะอยากยื้อภรรยาไว้แค่ไหนก็คงทำไม่ได้  เพื่อรักษาหน้าตาของวงศ์ตระกูล  ซีวอนจึงจำต้องขอหย่าขาดจากดงเฮ

 

            เมื่อไม่มีภรรยา  ทรัพย์สมบัติของซีวอนก็ยิ่งหมดไปเร็วขึ้น  เจ็ดปีต่อมา  ซีวอนจำต้องขายคฤหาสน์ถ้ำปีศาจให้กับคังอิน  และย้ายไปอาศัยอยู่กับชินดงฮีเหมือนเมื่อครั้งเรียนมหาวิทยาลัย

 

            ทางด้านคฤหาสน์ถ้ำปีศาจ  ปาร์คจองซูยังคงดูแลความเรียบร้อยให้กับคังอินต่อไป  จะว่าไปแล้วจองซูดูจะมีความสุขมากกว่าตอนที่ทำงานให้ซีวอนเสียอีก  คังอินเองก็ไม่ได้ปล่อยปละละเลยคฤหาสน์  แม้ไร่ส้มจะถูกแบ่งขายไปจนหมด  แต่ตัวคฤหาสน์และปากถ้ำปีศาจยังคงอยู่  นักธุรกิจผู้มองการณ์ไกลจึงลงมือปรับปรุงคฤหาสน์หรูหราให้เป็นโรงแรม  จนขณะนี้ใกล้เสร็จสมบูรณ์

 

            แล้วคังอินต้องการให้เยซองมีบทบาทเช่นไรหนอ

 

 

 

            ขณะเยซองกำลังเพลิดเพลินกับความคิดที่ไหลผ่านไปเงียบๆ ในหัวเหมือนแผ่นป้ายโฆษณาไฟฟ้า  เด็กหนุ่มคนขับรถม้าก็เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา

 

            “คุณเยซอง  จำผมไม่ได้จริงๆ หรือครับ”

 

            เยซองหลุดจากภวังค์  เพ่งมองใบหน้าด้านข้างของเด็กหนุ่ม  แต่เขาก็นึกไม่ออกจริงๆ  ว่าเคยพบเจ้าเด็กตัวสูงหน้าคม  ลักษณะดูสะดุดตาคนนี้มาก่อน

 

            “ผม คยูฮยอน  เด็กลูกครึ่งกำพร้าไงครับ”  เด็กหนุ่มเฉลยด้วยน้ำเสียงสบายๆ  คล้ายกับไม่ได้คาดหวังอะไร  แต่เยซองก็จับหางเสียงที่ฟังดูผิดหวังของเด็กหนุ่มได้

 

            “ใช่  โจคยูฮยอน  ที่เคยอยู่กับคุณคิมกูราหรือเปล่า”  ภาพของเด็กวัยรุ่นปอนโทรมตัวผอมเก้งก้าง ที่เยซองเคยพบเมื่อสี่หรือห้าปีก่อนก็ซ้อนทับเข้ามา 

 

            รอยยิ้มของคยูฮยอนกว้างออก  เขาผงกหัวรับอย่างกระตือรือร้น

 

            แล้วเยซองก็นึกได้  ครั้งหนึ่ง  คิมกูรา  ซึ่งทำอาชีพรับเหมาก่อสร้าง  เคยเล่าให้เขาฟัง  ว่าโจคยูฮยอนเกิดจากหญิงเกาหลีที่อยู่กินกับชายชาวอเมริกัน  แต่พ่อของเขาได้เดินทางกลับประเทศตั้งแต่ก่อนคยูฮยอนเกิด  เขาจึงไม่เคยได้พบหน้าพ่อแท้ๆ ของตนมาจนถึงปัจจุบัน  ซ้ำร้ายเมื่ออายุเพียงหกปี  มารดาก็มาจากไปด้วยอุบัติเหตุรถชน  เขาจึงกลายเป็นเด็กกำพร้า  และเริ่มใช้ชีวิตเร่ร่อนตั้งแต่นั้นมา  จนกระทั่งอายุสิบห้าปี  คยูฮยอนพยายามขโมยกระเป๋าของคิมกูรา  แต่ถูกจับได้  ตอนนั้นนอกจากกูราจะไม่เอาเรื่องเอาราวแล้วยังชวนคยูฮยอนมาอยู่ด้วยกัน

 

            เยซองจำได้ดีว่าสมัยนั้น  แม้คยูฮยอนจะมีหน้าตาหล่อเหลาสะดุดตา  แต่ก็เป็นเด็กผ่ายผอม  ดูอ่อนแอน่าสังเวช  นัยน์ตาลอกแลกคอยกวาดมองท่าทีคนอื่นอยู่เสมอ  ราวกับว่าถ้ามีใครยกกำปั้นขึ้นจะได้วิ่งหนีทัน

 

            แต่ปัจจุบันนี้  เด็กหนุ่มตรงหน้าดูสง่างาม  นัยน์ตาสีดำสนิทไม่กวาดไปมาอีกแล้ว  มันอยู่นิ่ง  ดูมั่นคง

 

            “นายโตขึ้นจนฉันจำไม่ได้น่ะสิ  แล้วไปยังไงมายังไงถึงมาทำงานตรงนี้ได้ล่ะ”  เยซองขยับมาใกล้เมื่อรู้ว่าเป็นคนคุ้นเคยกัน

 

            “คุณกูราฝากงานให้ผมน่ะครับ  ท่านเป็นเพื่อนสนิทคุณผู้ชายตั้งแต่สมัยอยู่อเมริกา  คุณกูราได้ข่าวว่าคุณผู้ชายจะเปิดโรงแรม  จึงพาผมมาฝากไว้ที่นี่  คิดว่าน่าจะมีงานที่เหมาะกับผม  เพราะอยู่ที่โน่นมีแต่งานก่อสร้าง  คุณกูราบอกว่าไม่เหมาะกับผม”  คยูฮยอนเล่าด้วยน้ำเสียงรื่นหูสมกับทำงานบริการ

 

            “แล้วนายชอบงานที่ทำอยู่นี่หรือเปล่า”

 

            “ครับ  ชอบมากกว่างานที่โน่น  อีกอย่าง  คุณผู้ชายดีกับผมมาก  ท่านบอกให้ผมตั้งใจทำงาน  พอโรงแรมเปิดจะให้เป็นหัวหน้าบ๋อย”  ไหล่กว้างของเด็กหนุ่มดูผึ่งผายขึ้น  เยซองยิ้มเอ็นดูให้กับแผ่นหลังใต้เสื้อสีแดงนั้น

 

            “มีลูกน้องกี่คนล่ะ”

 

            “เก้าคนครับ  แต่ตอนนี้ยังไม่มา  ต้นปีหน้าถึงจะมา  ที่คฤหาสน์เลยยังมีผมคนเดียว”

 

            “ดีแล้วล่ะ  รับผิดชอบสูงหน่อยนะ  ว่าแต่  ตอนนี้ที่คฤหาสน์มีใครอยู่บ้าง  คุณคังอินมาหรือยัง”

 

            “คุณผู้ชายมาถึงตั้งแต่เมื่อวานแล้วครับ  วันนี้ท่านใช้ให้ผมมารับคุณที่สถานีรถไฟตอนบ่ายสองโมง”

           

            “แล้วคุณดงเฮล่ะ”

 

            ดูท่าคยูฮยอนจะไม่ชอบดงเฮนัก  จึงพูดน้อยลงอย่างชัดเจน  ได้แต่ขานรับด้วยเสียงทุ้มต่ำ  อันที่จริงก็ไม่แปลกที่เด็กหนุ่มอย่างคยูฮยอนจะรู้สึกไม่ค่อยดีกับคนที่เปลี่ยนสามีมาแล้วหลายครั้ง  ก่อนหน้าแต่งงานกับชเวซีวอน  ดงเฮคบหากับคิมคิบอม  น้องชายของคิมฮีชอลผู้เป็นแม่เลี้ยงของชเวซีวอน  ถึงขั้นหมั้นหมายกัน  แต่หลังจากซีวอนขอแต่งงาน ดงเฮก็สลัดรักคิมคิบอม  ถลาเข้าสู่อ้อมอกของชเวซีวอนทันที  ต่อมาเมื่อซีวอนยากจนลง  ดงเฮก็หย่าขาด  และแต่งงานกับคิมคังอินแทน  นับได้ว่าคังอินเป็นคนที่สามของดงเฮ

 

            “มีแขกคนอื่นอีกไหม”

 

            “ครับ  มีลูกชายของคุณผู้ชาย  ชื่อคุณฮยอกแจ  แล้วก็คุณซีวอน...”

 

            “คุณซีวอนมาด้วยหรือ”  เยซองใจเต้นแรง  คังอินมีเหตุผลใดที่ต้องเชิญอดีตสามีของภรรยาตัวเองมาด้วย

 

             “แล้วมีใครอีกหรือเปล่า”

 

            “คุณคิบอม  คุณชินดงฮี  แล้วก็คุณเรียวอุคที่เป็นเลขาของคุณท่านครับ”

 

            “ทำงานคล่องแคล่วดีจริง  จะว่าไป  นายดูเข้มแข็งกว่าเมื่อก่อนเยอะ  ฉันเลยจำไม่ได้ตั้งแต่แรก”

 

            “คุณเยซองคิดว่าผมเข้มแข็งขึ้นจริงๆ หรือครับ  ฮะๆ  เข้มแข็ง”  คยูฮยอนยิ้มกว้างขึ้น  แขนขวาที่ได้รับคำชมว่าเข้มแข็งจากเยซองถือแส้ม้าเงื้อสูงขึ้น  เมื่อลงแส้บนสะโพกม้าจึงทำให้รถม้าแล่นเร็วขึ้นจากที่วิ่งเอื่อยๆ  มาตลอดทาง

 

            แต่จู่ๆ รถก็หยุดวิ่ง  เยซองหัวคะมำไปด้านหน้าเกือบชนเข้ากับแผ่นหลังกว้างของคยูฮยอน  เขารีบเงยหน้าขึ้น ทันเห็นสีหน้าเผือดซีดของเด็กหนุ่มแวบหนึ่ง

 

            “เกิดอะไรขึ้นหรือ”

 

            “เปล่าครับ”  คยูฮยอนคลายสีหน้าเกร็งทื่อลง  ก่อนกระตุกเชือกให้ม้าวิ่งต่อบนถนนโรยกรวด  กระนั้น  น้ำเสียงของคยูฮยอนกลับฟังดูติดขัดชอบกล

 

            เมื่อรถม้าแล่นต่อไป  ภาพใบหน้าของแขกสำคัญในครั้งนี้ก็ผุดขึ้นในหัวของเยซองทีละคน  ตั้งแต่คิมคังอิน  ลีดงเฮ  ชเวซีวอน  คิมคิบอม  และชินดงฮี  เหตุใดหนอ  คังอินจึงได้เชิญบุคคลเหล่านี้มาพร้อมกัน  และยังมีนักสืบกระจอกอย่างเขาอีก  คังอินกำลังจะทำอะไร  หรือเขาคิดว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกันแน่

 

            ยังไม่รวมชายที่วิ่งลับๆ ล่อๆ อยู่ในป่าข้างทางเมื่อครู่นี้อีก  เยซองทำท่าเหมือนไม่รู้ไม่เห็นได้แนบเนียน  แต่เขามั่นใจว่าสิ่งที่ทำให้คยูฮยอนหยุดรถกะทันหัน  คือเงาผลุบโผล่ของผู้ชายชุดดำที่วิ่งผ่านไปในป่าโปร่ง

 

            ชายคนนั้นสวมเสื้อนอกสีดำ  มองเห็นคอเสื้อสเวตเตอร์สีเทาโผล่พ้นคอเสื้อนอก  แขนเสื้อข้างซ้ายดูปลิวสะบัดพิกล

 

            ...ราวกับไม่มีแขนซ้าย...

 

            หรือจะเป็นชายแขนเดียวที่ผลุบโผล่อยู่แถวคฤหาสน์มาเป็นเวลาหลายปี?








ถ้าจะบอกว่า 0 คอมเมนต์ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเรา ก็โกหกแล้วล่ะ 555

แต่จะว่าไงดี


คือ แก่แล้วไง ไม่อยากร้องแรกแหกกะเชอเรียกเม้นท์


เอาเป็นว่า ตามใจคนอ่านค่ะ อยากเม้นท์ก็เม้นท์  ถ้าขี้เกียจเม้นท์กดโหวต 100 % ให้หน่อยก็ยังดี

คือ เอาให้คนที่เปิดมาเจอไม่คิดว่าเราห่วยเกินไปอ่ะนะ  555


ชะนียุคปัจจุบันต้องไม่อ้อมค้อมค่ะลูก  555


ไปก่อนค่ะ บรัยย  สอบพรุ่งนี้ค่ะ


อวยพรแม่ด้วย 555




แก้รายละเอียด 20/4/59





 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

57 ความคิดเห็น

  1. #40 kob kerojang (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 มกราคม 2560 / 09:32
    รวมทุกคนมาทำไม ทั้งมิตรทั้งศัตรู น่ากัวนะ คังอินใจใหญ่มากอะไม่กัวเรยเหรอ รึมีคนหนุนหลังดี
    #40
    0
  2. #5 คิคิ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 เมษายน 2559 / 15:45
    ขอโทษนะ ขอรวบเม้นท์ตอนนี้เลยทีเดียวนะ

    พึ่งเปิดมาเจอเรื่องนี้

    เนื่องเรื่องสนุกน่าติดตามมาก

    ลึกลับซับซ้อนดี แถมยังมีชาร์ตตัวละครให้เข้าใจง่ายด้วย



    แล้วคังอินวางแผนอะไรเอาไว้ ทำไมต้องดึงนักสืบเย่เข้ามาด้วย

    หรือต้องการเอาบุคคลอื่นเข้ามาเพื่อคล้ายๆ จะกันให้เป็นพยาน

    เข้าข้างฝ่ายตัวเอง อาจจะเกิดเหตุการณ์คดีเขย่าขวัญขึ้นอีกครั้ง

    เพราะการที่เรียกบุคคลที่ไม่น่าจะต้องมารวมกัน

    อดีตสามีของภรรยาตัวเองมา มันต้องมีอะไรแอบแฝงไว้อย่างแน่นอน



    น่าติดตามมากค่ะ ไรท์เตอร์สู้ๆ มาอัพอีกนะค่ะ



    เห็นบอกว่าจะไปสอบ สู้ๆ นะค่ะ



    #5
    0
  3. #4 frery (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มีนาคม 2559 / 19:04
    ตื่นเต้นทุกตอนอ่ะจ้ะ สู้ๆๆนะคะคุณนักเขียน
    #4
    0
  4. #1 thanatos (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2559 / 00:33
    รอนะคะ
    #1
    0