[SJ] ด้วยรัก ... และความตาย [KangHae, Kyumin] (จบแล้ว))

ตอนที่ 17 : Chapter 16 ไขปริศนาห้องปิดตาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 63
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    8 พ.ค. 59

Chapter 16 ไขปริศนาคดีฆาตกรรมชินดง

                                 

            ฮยอกแจถูกนำส่งคฤหาสน์อย่างเร่งด่วน  ทีมแพทย์จากในตัวเมืองถูกตามมาที่คฤหาสน์พร้อมอุปกรณ์ครบครัน  ขณะนี้  ฮยอกแจกำลังนอนไม่ได้สติอยู่ในห้องพักของตนเอง

 

            เรียวอุคเป็นคนนำทีมแพทย์เข้ามา  หลังจากนั้นเขาก็ไปนั่งหลบอยู่มุมหนึ่งของล็อบบี้ที่ยังตกแต่งไม่เสร็จดีด้วยความกังวล  ทีมสืบสวนจึงได้เริ่มสอบถามเหตุการณ์จากเลขาคู่ใจของคังอิน

 

            “หลังจากคุณฮยอกแจได้ยินเรื่องที่คุณชินดงตายในอ่างอาบน้ำ  แถมเด็กชื่อซองมินยังหายตัวไปอีก  เขาก็ดูกังวลมาก  เหมือนคิดอะไรในใจอยู่ตลอดเวลา  ไม่ยอมพูดคุยกับผมเหมือนเดิม”  เรียวอุคเล่า  ท่าทางลังเล

 

            “แล้วยังไงต่อหรือครับ”

 

            “จู่ๆ  หลังจากที่เดินกลับไปกลับมาหลายรอบ  คุณฮยอกแจก็พูดขึ้นว่า  เขาคิดว่ากำลังจะเกิดเรื่องร้ายแรงมากๆ  ในบ้านนี้  ซึ่งรุนแรงน่ากลัวกว่าที่เคยเกิดขึ้นมาเสียอีก  แล้วเขาก็พูดว่า  เขาจะต้องหยุดมันให้ได้  ท่าทางมุ่งมั่นเอาจริงจนผมกลัว”

 

            “แล้วคุณฮยอกแจไปที่ศาลเจ้าเลยหรือครับ”

 

            “ไม่ใช่ครับ  ถ้าเป็นอย่างนั้นผมต้องห้ามเขาแน่ๆ  เพราะผมเองใจคอไม่ดีเลย  คุณฮยอกแจแค่บอกผมว่า  เขามีเรื่องที่ต้องคิดเงียบๆ คนเดียว  จากนั้นก็เก็บตัวอยู่ในห้อง...  ตอนบ่ายสองที่ผมสืบมาได้ว่าคณะตำรวจจะแบ่งเป็นสองกลุ่ม  กลุ่มหนึ่งเข้าทางลับห้องดาเลีย  อีกกลุ่มจะเข้าไปในถ้ำปีศาจ  ผมเลยไปเคาะประตูห้องคุณฮยอกแจเพื่อบอกเรื่องนี้  แต่ไม่มีเสียงตอบครับ  ผมเข้าใจว่าคุณฮยอกแจอาจกำลังทำธุระอยู่เลยไม่ได้ยินเสียง  เลยไปเล่นบิลเลียดคนเดียว...”

 

            “แล้วคุณทราบตอนไหนว่าคุณฮยอกแจหายตัวไป”

 

            “บ่ายสองครึ่ง  ผมยังเป็นห่วงคุณฮยอกแจอยู่  เลยกลับไปเคาะประตูเรียกอีกครั้ง  แต่ก็ไม่มีเสียงตอบครับ  ผมเลยลองขยับลูกบิด  ปรากฏว่ามันไม่ได้ล็อก  แต่พอตัดสินใจเปิดเข้าไปดู  ก็ไม่พบคุณฮยอกแจในนั้น”

 

            หลังจากนั้น  เรียวอุคออกตามหาฮยอกแจทั่วคฤหาสน์  แต่ก็ไม่พบ

 

            เรียวอุคฉุกคิดได้ว่าฮยอกแจอาจเข้าไปในทางลับ  จึงไปดูที่ห้องดาเลีย  ปรากฏว่ามีตำรวจนายหนึ่งยืนเฝ้าอยู่  เขายืนยันว่าไม่เห็นฮยอกแจ  และไม่เห็นใครที่ดูท่าว่าจะเป็นฮยอกแจผ่านมาทางนี้เลย

 

            เรียวอุครู้ว่าทางลับไปโผล่ที่ศาลเจ้า  และรู้ว่าทางออกสามารถเปิดได้จากด้านในอุโมงค์เท่านั้นจากการไปสำรวจอุโมงค์ในวันที่ซีวอนเสียชีวิต แต่ด้วยความเป็นห่วงฮยอกแจ  บวกกับแถบนี้ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์จึงหมดหวังที่จะโทร ติดตาม  จึงลองไปดูที่ศาลเจ้า  และพบว่าแผ่นไม้หลังรูปปั้นถูกฟัน  มีร่างของฮยอกแจที่สลบไสลโผล่จากรอยแตกมาครึ่งหนึ่ง

 

            ถึงตรงนี้  อนยูที่เป็นผู้พบร่างของฮยอกแจจากในทางลับตะโกนสวนขึ้นอย่างกราดเกรี้ยว

 

            “โกหก!

 

            “โกหกหรือ?”  สารวัตรถามเสียงเข้ม  เห็นอนยูมีใบหน้าแดงก่ำ

 

            “ครับ  ตอนผมไปถึงฐานไม้  คุณฮยอกแจยังไม่หมดสติ  ตอนนั้นคุณเรียวอุคก็ยืนอยู่อีกฝั่งหนึ่งของฐานไม้  คุณฮยอกแจยังพูดบางอย่างกับคุณเรียวอุคได้สองสามคำก่อนสลบไป  ...ซึ่งเสียงนั้นเบามาก  ผมจึงจับใจความไม่ได้  ตอนนั้นผมยังไม่รู้ว่าเป็นใคร เลยร้องถามออกไป  เจ้านี่ก็ตอบว่าเป็นคุณฮยอกแจ  ส่วนเขาคือเลขาของเจ้าของบ้าน  ผมจึงไว้ใจให้ดูแลคุณฮยอกแจ  แล้วกลับไปตามสารวัตรมา”

 

            อนยูพูดเสียงดัง  เรียวอุคมีเหงื่อออกเต็มใบหน้าอย่างหวาดหวั่น

 

            “คุณเรียวอุคครับ”  สารวัตรหันกลับมาพูดอย่างหนักแน่น  “คุณฮยอกแจบอกอะไรกับคุณ  คุณเองก็รู้ว่าคดีนี้เป็นยังไง  เมื่อสักครู่คุณก็ได้เห็นศพของซองมินที่คยูฮยอนอุ้มแล้ว  คุณฮยอกแจถูกช่วยออกมาจากอุโมงค์ที่ศพของซองมินถูกหนูแทะเชียวนะ  เขาบอกอะไรกับคุณกันแน่”

 

            เรียวอุคตัวสั่นเทา  อาจเป็นเพราะเขานึกถึงสภาพศพของซองมิน  แต่กลับไม่เปิดปากพูด  เหลือบมองใบหน้าของคนนั้นทีคนนี้ทีอย่างน่าสงสาร  เยซองจึงพูดด้วยเสียงนุ่มนวล

 

            “คุณเรียวอุคครับ  ช่วยตอบมาตามตรงเถอะนะ  คุณคงลังเล  เพราะกลัวว่าคำตอบของคุณจะทำให้ใครบางคนเดือดร้อนใช่ไหม  วางใจเถอะครับ  เรื่องนั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเราดีกว่าว่าจะเชื่อมันหรือไม่  ตอนนี้  คุณบอกพวกเรามาเถอะว่าคุณฮยอกแจพูดว่ายังไง”

 

            “คือ  ผมเองก็ฟังคุณฮยอกแจพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง... แต่...”

 

            “เราจะตีความเอง  คุณฮยอกแจพูดว่ายังไง”

 

            “เขาพูดแต่ว่า  คุณพ่อ...  คุณพ่อ...  แล้วก็หมดสติไปครับ”

 

            มีเสียงเก้าอี้ลั่นครืดคราด  ท่าทางข้อมูลนี้จะทำให้หลายๆ คนสะดุ้งตัวลอย

 

            “คุณพ่อ?  หมายถึงคุณคังอินสินะ”  สารวัตรถาม

 

            “ก็มีแต่คุณคังอินเท่านั้น  ผมจึงไม่เข้าใจที่คุณฮยอกแจพูด”

 

            “คุณเข้าใจว่าคนที่ทำร้ายคุณฮยอกแจ  คือคุณคังอินอย่างนั้นหรือ”  เยซองลองแหย่

 

            “ไม่มีทางครับ” เรียวอุคเหลือบตามองหน้าเยซองอย่างเอาเรื่อง  “คุณคังอินรักคุณฮยอกแจมาก  ยอมทูนหัวทูนเกล้าให้ได้ทุกอย่าง  เรื่องอะไรจะทำร้ายลูกที่ตัวเองรักขนาดนั้น”

 

            “แต่อาจเป็นการเข้าใจผิดก็ได้นะครับ”

 

            “หมายความว่า  คุณฮยอกแจเข้าใจผิด  ว่าคนอื่นเป็นคุณคังอินหรือครับ” 

 

            “เปล่า  คืออาจเป็นไปได้ว่าคุณคังอินทำร้ายคุณฮยอกแจ  เพราะเข้าใจผิดว่าเป็นคนอื่นน่ะครับ  เพราะอุโมงค์ใต้ดินมืดมาก”  สารวัตรเฉลย

 

            ในคฤหาสน์นี้  คนที่จะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นฮยอกแจได้  ก็มีเพียงดงเฮเท่านั้น  เมื่อคิดมาถึงตรงนี้  เรียวอุคก็ผงะไปข้างหลัง  ใบหน้าซีดเผือด

 

            หลังจากนั้น  สามีภรรยาคู่นี้ก็ถูกเรียกมาตรวจสอบหลักฐานอ้างที่อยู่ทันที  โดยก่อนสอบปากคำ  ตำรวจได้ให้ทั้งสองดูสภาพศพของซองมิน  เมื่อทั้งคู่ได้รู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับซองมิน  ก็มีอาการหดหู่  ตอบคำถตามอย่างแกนๆ  โดยที่คังอินตอบว่าเขาอยู่ในห้องนั่งเล่นส่วนตัว  หรือไม่ก็เดินเตร็ดเตร่อยู่ในสวนหน้าห้อง  ส่วนดงเฮตอบว่าเก็บตัวอยู่ในห้องนอน  ไม่ได้ออกมาแม้แต่ก้าวเดียว  ดงเฮเสริมว่าตั้งแต่เกิดเหตุ  เขาไม่สบายใจมาก  คิดจะหยิบผ้ามาปักแต่ก็ไม่มีกะจิตกะใจจะทำ

 

            แน่นอนว่าทั้งคู่ไม่มีพยานยืนยัน  และหากข้อสันนิษฐานของสารวัตรถูกต้อง  แสดงว่าต้องมีใครสักคนโกหก

 

            หลังจากนั้นนายแพทย์เข้ามารายงานอาการของฮยอกแจ  บอกว่าไม่จำเป็นต้องย้ายไปโรงพยาบาล  ให้พักผ่อนมากที่สุดและห้ามเคลื่อนย้ายเด็ดขาด

 

            “คุณหมอ  ลูกชายผมอาการสาหัสใช่ไหมครับ”

 

            “ครับ  แต่เท่าที่ฟังมา  เห็นว่าปกติคุณฮยอกแจมีร่างกายแข็งแรง  จิตใจก็เข้มแข็ง  ผมคิดว่าเราน่าจะมีหวังนะครับ”

 

            “คุณหมอครับ  แล้วจะฟื้นเมื่อไหร่”

 

            นายแพทย์นิ่งไป  เขาไม่กล้าตอบว่า  ไม่แน่  ฮยอกแจอาจจะไม่ฟื้นขึ้นมาอีกเลย

 

 

 

 

            จากนั้น  ทุกคนออกมาจากห้องของฮยอกแจเพื่อให้คนป่วยได้พักผ่อนตามที่นายแพทย์บอก  โดยทิ้งนางพยาบาลกับสาวใช้ไว้อีกสองคน  ก่อนออกจากห้อง  เยซองไม่ลืมตรวจดูในห้องน้ำกับห้องนั่งเล่นจนแน่ใจว่าไม่มีใครซ่อนตัวอยู่

 

            “คุณเยซองคิดว่าจะมีใครซ่อนตัวอยู่ในห้องคุณฮยอกแจหรือครับ”

 

            “ครับ  เรื่องนี้  ผมตั้งใจจะบอกตั้งแต่เมื่อครู่แล้วว่าคนร้ายลงมือไม่สำเร็จ  ทำร้ายคนเจ็บแต่ไม่ถึงชีวิต  คุณฮยอกแจอาจฟื้นขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ได้  ดังนั้น  ก่อนที่เขาจะฟื้น  คนร้ายอาจมาลงมืออีก..”

 

            “ถ้าอย่างนั้น  ผมจะให้คนไปเฝ้าหน้าห้องคุณฮยอกแจด้วย”  สารวัตรพึมพำก่อนบัญชาการทันที

 

 

 

 

            หลังออกจากห้องของฮยอกแจ  ทั้งคณะจึงเดินทางมาถึงฝั่งห้องที่เยซองอยู่  ดังได้กล่าวไปแล้วว่าเป็นเรือนแบบโบราณ  หนึ่งในนั้นคือห้องพักของซองมิน

 

            จองซูยืนอยู่หน้าห้องนั้น  เมื่อคณะไปถึง  ชายชราก็เลื่อนประตูให้เงียบๆ  เผยให้เห็นที่นอนปูอยู่กลางห้อง  ซองมินนอนหงายอยู่บนนั้น  มีผ้าขาวคลุมปิดถึงใบหน้า

 

            คยูฮยอนนั่งอยู่บริเวณหัวนอนศพ  ข้างกันคือนายตำรวจแจซอก  เหยียดขาข้างที่ใส่เฝือกอ่อน  ทั้งสองมีสีหน้าเศร้าหมองหดหู่  ไม่เอ่ยปากพูดแม้จะมีคนเข้ามาในห้อง

 

            นายแพทย์ผู้รักษาฮยอกแจเดินไปนั่งคุกเข่าข้างศพ  ดึงผ้าคลุมหน้าออก  แม้ว่าเขาได้รับฟังคำบอกเล่ามาแล้ว  แต่เมื่อเปิดผ้าออก  เขาก็มีสีหน้าสยดสยองอย่างหนัก

 

            “คุณหมอครับ  เรารู้ว่าสาเหตุการตายคือถูกรัดคอ  แต่อยากให้คุณช่วยตรวจสอบให้ชัดเจนอีกครั้ง  และอยากทราบด้วยว่าผู้ตายเสียชีวิตมานานแค่ไหนแล้ว...”  สารวัตรพูดเบาๆ  ในน้ำเสียงมีความรวดร้าวชัดเจน

 

            นายแพทย์พยักหน้ารับ  หลังจากนั้นจึงกล่าวสรุป

 

            “สาเหตุการตายเป็นอย่างที่พวกคุณว่า  ส่วนเวลาที่เสียชีวิต  น่าจะเกินสิบสองชั่วโมงแล้ว  แต่ถ้าอยากรู้ให้แน่ชัด  เราคงต้องผ่าพิสูจน์...”

 

            “หมอ!  คยูฮยอนร้องขึ้นมา  “จะผ่าศพ..  จะผ่าศพของซองมินหรือครับ”

 

            “คยูฮยอน  ในกรณีนี้  เราจำเป็นต้องทำ  จะได้แก้แค้นให้ซองมินได้ง่ายขึ้น  เธออยากแก้แค้นให้ซองมินไม่ใช่หรือ”  เยซองอธิบายอย่างนุ่มนวล

 

            “ซองมิน!  คยูฮยอนปล่อยโฮจนคนอื่นพลอยน้ำตาไหลไปด้วย  โดยเฉพาะสารวัตร

 

            “น่าสงสารจริง  ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้  เราควรตรวจดูในทางลับตั้งแต่เมื่อคืน  ต่อให้ช่วยชีวิตไว้ไม่ทัน  อย่างน้อยก็คงไม่ต้องมีสภาพแบบนี้”

 

            แล้วสารวัตรก็รู้ตัวเป็นเพียงคำบ่นไร้ประโยชน์  จึงหันมาปลอบใจคยูฮยอน  “หักห้ามใจเสียเถอะ  เราจะตกแต่งเย็บศพของซองมินให้สวยเหมือนเดิม  แล้วค่อยเอากลับมาใหม่นะ”

 

            หลังจากนั้น  นายแพทย์ก็รายงานว่าชินดงเสียชีวิตในน้ำสะอาด เพราะในปอดของศพไม่พบผงโรยสำหรับอาบน้ำ  ส่วนเวลาตายก็ใกล้เคียงกับเวลาที่นาฬิกาหยุดเดิน

 

            กว่าจะเอาศพของซองมินออกไปได้  คยูฮยอนก็เอาแต่ร้องไห้คร่ำครวญ  เป็นที่สะเทือนใจของคณะสืบสวนที่ต้องอยู่ร่วมในเหตุการณ์

 

 

 

 

 

            “นี่  คุณเยซอง  นี่มันยังไงกันแน่  มีเหตุฆ่ากันตายเกิดขึ้นติดๆ  กันใกล้ตัวขนาดนี้  คุณก็ได้แต่วิ่งไปวิ่งมา  ไม่เห็นพยายามทำอะไรสักอย่าง  คุณเป็นนักสืบจริงหรือเปล่า”  แจซอกลากขากะเผลกมาเอาเรื่องกับเยซอง

 

            เยซองยิ้มใจเย็นให้กับนายตำรวจที่ดูจะปรอทแตก

 

            “เฮอะ  คุณมาที่นี่เพราะคุณคังอินเรียกตัวมาใช่ไหม”

 

            “ครับ  แล้วยังไงหรือครับ”

 

            “ถ้าอย่างนั้น  คุณคังอินก็ต้องแน่ใจว่าคุณมันเป็นนักสืบเส็งเคร็ง  เอาจริงๆ  นะ  ไอ้สำนักงานนักสืบที่คุณอยู่นี่ผมก็รู้จัก  แต่ชื่อคุณนี่ผมไม่เคยได้ยินสักแอะ  ถามจริงๆ  เถอะ  คุณเคยทำคดีอะไรมาบ้างนะ”

 

            “ก็  คนหาย  หมาแมวหายน่ะครับ”

 

            แจซอกตาค้าง  มองหน้าเหมือนไม่อยากจะเชื่อ  แล้วเขาก็ทิ้งตัวลงบนเก้าอี้นวมแรงๆ  “โอย...  แสดงว่าเจ้านั่นตั้งใจส่งคุณมาเกะกะพวกเราทำงานจริงๆ สินะ”

 

            “แจซอก  ระวังปากหน่อย”  สารวัตรปราม

 

            “ไม่เป็นไร  ปล่อยให้แกพูดเถอะครับสารวัตร”  เยซองเข้าใจอารมณ์ของนายตำรวจอาวุโสดี  ความที่ถือว่าตนมากประสบการณ์  บวกกับคดีที่ไม่คืบหน้าไปอย่างใจ  แถมยังต้องมาเจ็บตัวอีก  ช่วยไม่ได้ที่เขาจะเกิดอยากพาลใส่ใครสักคน

 

            ที่สำคัญ  ข้อมูลที่นายแพทย์เพิ่งรายงานกลับมาเมื่อครู่  บอกว่า

 

            ซองมินน่าจะถูกฆ่ารัดคอในเวลาใกล้เคียงกับที่ชินดงจมน้ำตาย

 

            สภาพศพของซองมินทำให้ทุกคนรู้สึกผิดมาก  ไม่แปลกที่แจซอกจะปรอทแตก

 

            “คุณจะบอกว่า  ที่คุณคังอินเรียกผมมา  เป็นเพราะเขาคาดไว้แล้วว่าจะเกิดเหตุร้ายต่อเนื่อง  จึงวางแผนให้นักสืบเส็งเคร็งคนนี้  ให้มาคอยก่อความวุ่นวาย  เพื่อป่วนงานสืบสวนของพวกคุณ  ใช่ไหมครับ”

 

            “ไม่มีทางคิดเป็นอื่นไปได้นี่นา”  แจซอกแจกแจงด้วยอารมณ์  “เจ้าหมอนั่นมีแรงจูงใจให้ก่อเหตุทั้งสามคดี  อย่างแรกคือฆาตกรรมซีวอน  ซึ่งแน่นอนว่าเจ้าคังอินต้องเกลียดซีวอนมาก”

 

            “ทำไมหรือครับ”

 

            “ก็เพราะซีวอนเป็นสามีคนแรกของคนที่ตัวเองรักน่ะสิ  ซ้ำยังหล่อเหลาขนาดนั้น  ไม่แน่ว่าหลังหย่ากันแล้ว  สองคนนั่นอาจยังมีสัมพันธ์ฉันสามีภรรยากันอยู่ก็ได้”

 

            “อ๋อ  คุณจะบอกว่าคุณคังอินลงมือฆ่าชายชู้เพราะเกิดหึงหวงริษยาจนทนไม่ไหวใช่ไหม”

 

            “ไม้เท้าซ่อนดาบก็ของหมอนั่น  ซ้ำเขายังไม่มีหลักฐานอ้างที่อยู่ด้วย”

 

            “แต่มีอีกหลายคนที่ไม่มีหลักฐานอ้างที่อยู่นะครับ  เอาเถอะ  แล้วคุณชินดงล่ะ”

 

            “ก็น่าจะรู้กันอยู่  เจ้าชินดงคงรู้ความลับบางอย่าง  เช่น  อาจจะรู้ว่าซีวอนยังลักลอบคบชู้กับดงเฮก็ได้”

 

            “หมายความว่าคุณคังอินมีแรงจูงใจอยากฆ่าคุณซีวอน  และเผอิญคุณชินดงรู้เรื่องนี้  ซึ่งหากปล่อยไว้เขาอาจเป็นอุปสรรคในวันหน้า  คุณคังอินเลยกดหัวเขาให้จมน้ำในอ่างล้างหน้าตาย”

 

            “ใช่แล้ว  ถ้าไม่ใช่คนแรงเยอะคงทำไม่ได้หรอก  จากนั้นซองมินก็บังเอิญมาเห็นเข้า  เจ้าคังอินจึงใช้สายรัดเอวซึ่งหาได้ตอนนั้นรัดคอ...”

 

            “จริงด้วย  คนสุดท้ายที่ได้พบซองมินก็คือเขา”

 

            “ใช่  ซองมินคงสะกดรอยตามเจ้านายไปจนได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด  เจ้าคังอินจึงฆ่าซองมินแล้วเอาศพไปทิ้งไว้ตรงปากทางลับ  ก่อนจะลากไปหลุมหนู”

 

            “ขอแย้งหน่อยนะครับ  คุณแจซอก  เมื่อครู่คุณบอกว่าคุณคังอินเป็นคนแรงเยอะ  งั้นทำไมเขาต้องใช้วิธีลากศพล่ะครับ  ทำไมไม่อุ้มไป”

 

            ใบหน้าของแจซอกฉายแววเย้ยหยัน

 

            “ในอุโมงค์นั่นมืดสนิทเลยนะ  ถ้าใช้มือสองข้างอุ้มศพซองมิน  แล้วจะเอามือไหนถือไฟฉายล่ะ  หรือว่าเจ้านายของแกมองเห็นในความมืดเหมือนแมว”

 

            เยซองอ้าปากค้าง

 

            “แหม  คุณตำรวจพูดถูกเผง  งั้นผมขอความกรุณาถามอีกสักข้อ  เรื่องห้องปิดตายน่ะครับ  คุณตำรวจไขปริศนาว่ายังไง  ประตูก็ล็อก  กุญแจก็อยู่ในห้อง  ซ้ำหน้าต่างทุกบานยังใส่กลอนไว้หมด  แล้วคุณคังอินจะเข้าออกได้ยังไงครับ”

 

            “มันต้องมีอะไรซ่อนอยู่สักอย่างสิ”

 

            “มันคืออะไรครับ”

 

            “ต้องมีทางลับอยู่แน่  ห้องดาเลียกับห้องไฮยาซินธ์สามารถทะลุถึงกันได้ผ่านเตาผิง  พรุ่งนี้ต่อให้ต้องทุบห้องทิ้ง  ฉันก็จะหาให้เจอให้ได้  คอยดูสิ”

 

            สารวัตรที่มองการต่อปากต่อคำของคนทั้งสองอยู่ระยะหนึ่งอย่างคนหายใจไม่ทั่วท้อง  รีบแย้งขึ้นมาว่า

 

            “คุณเยซอง  อย่าโกรธแกเลยนะครับ  เขาคงไม่ได้คิดอย่างที่พูดจริงๆ  หรอืก  แต่เพราะคดีนี้ร้ายแรงเกินไป...”

 

            “สารวัตรครับ  สบายใจเถอะ  ผมเองก็เข้าใจดีว่าท่านไม่ได้คิดอย่างที่ปากพูดหรอก  เพราะเขาเฝ้าสังเกตสีหน้าผมมาครู่หนึ่งแล้ว  แกล้งแต่งเรื่องพูดแล้วคอยจับตาดูว่าผมจะมีปฏิกิริยาโต้ตอบยังไง  แต่พอดีผมเป็นคนหน้าตายเสียด้วย”  เยซองลุกจากเก้าอี้  “คุณแจซอกไม่จำเป็นต้องทุบห้องไฮยาซินธ์หรอกครับ  ถ้าคุณอยากรู้  ผมจะแสดงวิธีออกจากห้องล็อกกุญแจนั่นโดยไม่ต้องใช้ทางลับให้ดู”

 

            “คุณน่ะรึ”  แจซอกถาม

 

            “ถ้าไม่เชื่อก็เชิญมากับผมเลย  โชคดีว่าตอนนี้ทุกคนเข้านอนกันหมดแล้ว  เหมาะจะทำการทดลองที่ไม่ค่อยหรูเลิศของผม  เชิญสารวัตรด้วยนะครับ”  เยซองเดินออกจากห้อง  มองซ้ายขวา  “ผมไม่ต้องการให้คนในบ้านรู้เห็น  ขอให้พยายามเงียบเสียงที่สุดเลยนะครับ”

 

            ระหว่างเดินขึ้นบันไดหินอ่อนปูพรมแดง  ทั้งสามพยายามเดินโดยไม่ไห้เกิดเสียงฝีเท้า  เข็มนาฬิกาชี้บอกเวลาเที่ยงคืนสิบห้านาที

 

            ตรงโถงทางเดินหน้าจุดที่ห้องไฮยาซินธ์ติดกับห้องดาเลียมีตำรวจนายหนึ่งยืนเฝ้ายามอยู่  หลังจากสอบถามว่าไม่มีสถานการณ์ผิดปกติ  สารวัตรก็ใช้กุญแจสำรองที่ขอยืมมาจากจองซูเปิดประตูเข้าไปในห้องไฮยาซินธ์  พอสวิตช์ไฟบนผนังถูกกดเปิด  ก็มองเห็นกุญแจดอกหนึ่งวางอยู่บนหิ้งเหนือเตาผิงในสภาพเดิมเหมือนตอนพบศพเมื่อเช้า

 

            “เอาละ  ไหนคุณลองแสดงให้ดูหน่อยซิว่าจะออกจากห้องไปได้ยังไงในเมื่อห้องถูกล็อก  ไม่มีทางลับ กุญแจยังอยู่บนหิ้งเหนือเตาผิง  ซ้ำหน้าต่างทุกบานยังใส่กลอนจากด้านใน  ขอชมฝีมือคุณหน่อย”

 

            ถึงน้ำเสียงของแจซอกจะประชดประชัน  แต่ความจริงในใจเขากำลังคาดหวัง  และเฝ้ารอชมอย่างเต็มที่

 

            “เอาละครับ  ก่อนจะไขปริศนาห้องปิดตาย  ผมมีอีกเรื่องอยากให้ดู  ขอเชิญทุกท่านทางนี้ครับ”  เยซองนำทางคนทั้งสองเดินตัดห้องนอนไปยังห้องอาบน้ำ  บนหิ้งมีกระป๋อง  spa  salt  วางอยู่  “สารวัตร  พบรอยนิ้วมือบนกระป๋องนี้ไหมครับ”

 

            “ครับ  มีรอยนิ้วมือของคุณจองซูและคุณชินดง”

 

            “นอกนั้นล่ะ...”

 

            “มีเท่านี้เองครับ  คุณมีอะไรสงสัยหรือ”

 

            “ตั้งแต่มีคนพบศพ  หน้าห้องก็มีตำรวจยืนอยู่  ไม่มีใครเข้ามาได้ใช่ไหม”

 

            “คุณหมายถึงอะไรน่ะ”

 

            “คุณไม่คิดว่าแปลกหรือครับ”  เยซองชี้ไปยังอ่างอาบน้ำซึ่งยังมีน้ำที่ชินดงนอนแช่เต็มปริ่ม  แม้บัดนี้ไม่ใช่น้ำอุ่นแล้ว  ทว่ายังมีสีเขียวอ่อนไม่เปลี่ยน  “คุณจองซูพูดว่าไงนะครับ  ตอนส่งกระป๋อง  spa salt  ให้หน้าประตู  คุณจองซูบอกว่าคุณชินดงไม่มีทีท่าสนใจเลย  ดูเหมือนจะรำคาญด้วยซ้ำ  แต่ทำไมเขากลับใช้เจ้านี่  เขามีเหตุผลอะไร”

 

            “หมายความว่ายังไงกันแน่...”

           

            “ผมว่าเขาคงมีเหตุจำเป็นบางอย่างจึงต้องใช้มัน”

 

            “เหตุจำเป็นอะไร”

 

            “ใจเย็นๆ ก่อนครับ  เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ฟัง  ว่าแต่คุณแจซอก”

 

            “ครับ”

 

            “พวกเรารู้ว่าคนร้ายค้นของของคุณชินดง  และของนั้นต้องมีขนาดเล็กพอจะใส่ในกระเป๋าเสื้อนอกได้  เราคิดกันว่าของนั่นคงถูกเย็บติดกับสายรัดเสื้อคลุมนอนของเขาที่หายไป  แต่ในที่สุดก็รู้ว่าไม่ใช่  ถ้าเช่นนั้น...”

 

            “คุณเยซอง!  คุณคิดว่าของนั่นอยู่ในกระป๋องเรอะ”

 

            “คุณชินดงคงมีเหตุให้รู้ว่าตนเองตกอยู่ในอันตราย  เขาคงอยากซ่อนบางสิ่งอยู่พอดี  บังเอิญว่าตอนนั้นคุณจองซูยื่นกระป๋องนี่มาให้  เขารับมาแบบไม่เต็มใจนัก  แต่นึกได้ภายหลังว่าเป็นที่ซ่อนของได้อย่างวิเศษ  เขาจึงเข้ามาในห้องอาบน้ำแล้วเอาของที่ว่ายัดใส่ก้นกระป๋อง  ระหว่างนั้นผงนี่คงหกออกมา  เขาเลยต้องโรยในอ่างอาบน้ำเพื่อกลบเกลื่อน...”

 

            แจซอกรีบตะครุบกระป๋องทันที เขาถือมันไว้เหนืออ่างน้ำแล้วจิ้มนิ้วลงไป  ผง  spa salt  ร่วงลงในอ่าง  ทว่าในวินาทีถัดมา

 

            “เจอแล้ว!

 

            เขาร้องเสียงเบา  จากนั้นใช้นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้คีบสิ่งนั้นออกมา  มันคือกระป๋องขนาดเล็กเปรอะด้วยผงสีเขียว  ลักษณะเหมือนกระป๋องบรรจุฟิล์ม  เขาเปิดฝา  ก็พบฟิล์มขนาดเล็กสามแผ่น  แม้จะส่องกับแสงสว่างก็ยังมองไม่ออกว่าเป็นภาพใคร  แต่ก็พอมองออกว่าเป็นภาพคนคู่หนึ่ง

 

            “สารวัตร”

 

            “ครับ”

 

            “มีเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าเวรอยู่ใช่ไหม  ช่วยเอาฟิล์มไปให้เขาล้างและขยายภาพให้ด้วยได้ไหม  อย่างน้อยก็ให้พอมองเห็นใบหน้าได้ชัดเจน  ยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี”

 

            “คุณเยซอง!  ขอบคุณมาก”  แจซอกเสียงสั่นเครือ

 

            “คุณแจซอก  ความจริงคุณคงรู้อยู่แล้วว่าเราต้องเก็บเรื่องนี้ไว้เป็ความลับก่อน  หลังเสร็จธุระ  ช่วยรีบกลับมาที่ห้องนี้ด้วยนะ  ผมจะไขปริศนาห้องปิดตายให้ดู”

 

            “ได้ครับ”

 

            หลังจากแจซอกเร่งรีบเดินไป  เยซองกับสารวัตรก็ออกมาที่ห้องนั่งเล่น  ไม่นานแจซอกก็กลับเข้ามา  “โชคดีว่าอนยูยังไม่นอน  ผมเลยให้เขาเอาฟิล์มไปสถานีตำรวจ  อีกสักชั่วโมง  ถ้ารวมเวลาเดินทางแล้ว  อีกสองชั่วโมงเขาก็คงกลับ”

 

            “คุณชินดงคงใช้รูปถ่ายนั่นขู่กรรโชกใครสักคนอยู่นะ”  สารวัตรดูตื่นเต้น

 

            “เมื่อตกต่ำจนหมดหนทาง  คนเราคงต้องละความหยิ่งทะนงครับ  กรณีนี้เป็นตัวอย่างได้ชัดเจน”

 

            เยซองลุกขึ้นจากโซฟา  “คือ  ความจริงมันเป็นแค่อุบายหลอกเด็กน่ะครับ  สมัยเด็กผมเคยอ่านนิยายสืบสวนที่ใช้วิธีนี้อยู่น่ะครับ  สารวัตรครับ  กุญแจนี่วางอยู่บนถาดไม้  และในถาดมีรูปหล่อสำริดวางอยู่  แต่คุณจองซูบอกว่ารูปนี้ปกติจะตั้งบนหิ้งหินอ่อนโดยไม่มีอะไรรองรับ  ส่วนถาดอยู่บนโต๊ะหัวเตียง  ไว้วางของกระจุกกระจิกใช่ไหม”

 

            “ครับ  แต่มันเกี่ยวกันยังไง”

 

            “งั้นทำไมคนร้ายจึงจำเป็นต้องใช้ถาดนี้  จะเป็นเพราะหิ้งหินอ่อนไม่สามารถเอาเข็มมาปักได้หรือเปล่า?”

 

            “เข็มหรือครับ?”

 

            “ครับ  นี่ไง”  เยซองเขิน  เขาหยิบสิ่งหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ  มันคือเข็มร้อยด้ายยาวสีขาวสองทบ

 

            “ผมแอบหยิบมาจากตะกร้าของคุณจองซูน่ะครับ  เพราะไม่อยากให้ใครรู้ว่าผมกำลังสนใจเข็มกับด้ายอยู่”  เยซองปักเข็มลงบนถาดไม้จนเข็มตั้งได้มั่นคงไม่เลื่อนหลุด  “ถาดไม้แกะสลักเป็นลายมังกรสองตัว  ดังนั้นต่อให้มีรอยเข็มปักคงไม่มีใครสังเกตเห็น  เดี๋ยวคุณลองเอาไปตรวจสอบให้ละเอียดดูอีกทีนะครับ  จะต้องพบรอยเข็มปักอยู่แน่นอน”

 

            หลังจากตรวจดูว่าเข็มปักแน่นเรียบร้อยแล้ว  เยซองหยิบกุญแจมาถือไว้  แล้วค่อยๆ  ลากเส้นด้ายเดินออกไปทางประตู  ก่อนจะโยนด้ายออกไปยังโถงทางเดินผ่านหน้าต่างหมุนเปิดอยู่ครึ่งหนึ่ง  จากนั้นเขาก็ออกจากห้องไปพร้อมกับปิดประตู  ได้ยินเสียงล็อกกุญแจดังคลิก  ด้านนอกมีโต๊ะเล็กสำหรับวางแจกัน  เยซองก้าวขึ้นไปเหยียบบนโต๊ะแล้วยื่นหน้าเข้ามาทางหน้าต่างหมุน

 

            “ผมจะไขปริศนาห้องปิดตายแล้วนะครับ”

 

            เส้นด้ายถูกขึงระหว่างถาดกับหน้าต่างหมุนเป็นเส้นตรง  สักพักกุญแจคล้องไว้ก็ค่อยๆ  เคลื่อนผ่านหน้าต่างหมุนเข้ามาในห้อง  สักพักมีเสียงดังแก๊ก  กุญแจหล่นลงบนถาดอย่างเรียบร้อยโดยมีเข็มที่ปักอยู่เป็นจุดศูนย์กลาง 

 

            จากนั้นเข็มก็ถูกดึงออกจากถาดไม้  ผ่านหน้าต่างหายออกไปพร้อมเส้นด้าย  คงเพราะเยซองคอยดึงจากด้านนอก  บนถาดจึงมีเพียงกุญแจวางอยู่

 

            จริงอย่างที่เยซองว่าไว้  มันเป็นแค่อุบายหลอกเด็ก  เมื่อเฉลยให้ดูก็จะเห็นว่าเป็นเรื่องง่ายดาย  แต่ขณะเกิดเหตุขึ้นกะทันหัน  คนร้ายกลับคิดวิธีการนี้ขึ้นมาได้  นับเป็นความฉลาดหลักแหลมหรือจะเรียกว่าเล่ห์เหลี่ยมจัดอย่างยิ่ง 

 

            “ยอดมากครับคุณเยซอง”

 

            “ผมเข้าใจแล้วครับ  รูปหล่อสำริดตัวนี้  ทำหน้าที่เหมือนหินทับกระดาษใช่ไหม  ตอนที่ต้องออกแรงดึงให้เข็มหลุด คนร้ายกลัวว่าถาดไม้นี้อาจตกจากหิ้งเหนือเตาผิงใช่ไหมครับ”

 

            “ผมคิดว่าคงเป็นอย่างนั้น  คนร้ายคงอยากวางกุญแจไว้บนหิ้งเหนือเตาผิง  เพื่อให้ทุกคนสังเกตเห็น  คนร้ายคิดวิธีนี้ขึ้นมาได้เพราะหัวกุญแจมีรูกลม  ใครๆ  ก็สามารถเอากุญแจกลับไปวางไว้ในห้องได้สบายต่อให้ไม่ได้เป็นนักปาแม่น”

 

            “โอ้โอ  ผมนับถือคุณจริงๆ เลย”

            “ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ”  เยซองเขินอาย  “อีกเรื่องที่คนร้ายเป็นห่วงคือ  ด้ายอาจขาดก่อนที่กุญแจจะเคลื่อนกลับไปถึงถาด  แต่คุณก็ได้เห็นแล้วว่าต่อให้เป็นเส้นด้าย  ถ้าร้อยทบกันสองชั้นก็จะแข็งแรงขึ้น  ยิ่งเป็นด้ายสำหรับปักลายผ้าด้วยแล้ว....  ผมคิดว่าคนร้ายคงมั่นใจอย่างนั้น”

 

            ตำรวจสองนายผงะด้วยความตกใจ  ร้องออกมาแทบจะพร้อมกัน

 

            “คุณเยซอง  ถ้าอย่างนั้น  คนร้ายก็คือ...”

 

            “ยังหรอกครับ  ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปแบบนั้น  เพราะไม่ว่าใครก็สามารถหยิบด้ายปักผ้าออกมาได้”  เยซองทำหน้ากลัดกลุ้ม “แต่ไม่ว่ายังไง  คนร้ายต้องสนิทกับคุณชินดงแน่นอน  เพราะคุณจองซูบอกว่าคุณชินดงหวาดระแวงมาก  คอยใส่กุญแจห้องไว้ตลอดเวลา  แต่เขากลับอนุญาตให้คนร้ายเข้ามาในห้อง”

 

            ชินดงคงอาบน้ำแล้วและเพิ่งโกนหนวดตรงหน้ากระจกเสร็จ  เขาแทบไม่มีเสื้อผ้าปกปิดร่าง  ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูดังขึ้น  เขาจึงออกมายังห้องนั่งเล่น  และเมื่อรู้ว่าแขกมาเยือนเป็นใคร  เขาก็ไขกุญแจเปิดประตูให้เข้ามาในห้อง

 

            ชินดงคงไม่รู้จุดประสงค์ของอีกฝ่าย  เขาให้แขกรอในห้องนั่งเล่น  แล้วย้อนกลับมาก้มตรงอ่างเพื่อล้างหน้า  ซึ่งอากัปกิริยาของเขาคงเชิญชวนให้คนร้ายคิดลงมือ  โดยเห็นว่าเป็นโอกาสเหมาะจึงย่องเข้ามาอย่างเงียบเชียบ

 

            คนร้ายใช้มือสองข้างกดท้ายทอยของเขาสุดแรง  เพื่อให้ใบหน้าจมอยู่ในอ่างล้างหน้าที่น้ำเต็มเปี่ยม  ชินดงคนดิ้นรนเต็มกำลัง  แต่คนชราร่างอ้วนซ้ำยังอยู่ในท่าที่เสียเปรียบคงไม่มีแรงต่อสู้มากนัก  เขาจึงถูกฆาตกรรมด้วยวิธีอันโหดร้าย

 

            “ว่าแต่  แล้วซองมินล่ะ”  สารวัตรถามเสียงแหบโหย

 

            สีหน้าของเยซองเครียดขึ้นมาทันทีด้วยความรู้สึกผิด

 

            “ซองมินน่าสงสารมาก  เขาคงแอบสะกดรอยตามคนร้ายมาถึงห้องนี้  ตอนนั้นประตูห้องไม่ได้ล็อก  ซองมินจึงรออยู่หน้าห้อง  แต่คนร้ายไม่ออกมาสักที  เขาจึงเปิดประตูเข้าไปดู  คงนึกไม่ถึงว่าข้างในจะเกิดเหตุฆาตกรรมน่าสยดสยอง  เลยร้องเรียกชื่อคนร้ายสองสามครั้ง  เสียงนั้นทำให้คนร้ายรู้ว่าใครมาร้องเรียก  สำหรับคนร้ายแล้ว  การปล่อยให้คนอื่นล่วงรู้ว่าตัวเองอยู่ในห้องนี้ถือว่าผิดพลาดร้ายแรง  จึงตัดสินใจถอดสายรัดเอวจากเสื้อคลุมของคุณชินดง  แล้วเดินออกมาที่ห้องนั่งเล่นด้วยท่าทางปกติ  ซองมินเองถ้ารู้ว่าเกิดอะไรขึ้นคงจะระวังตัวมากกว่านี้  แต่เขาไม่รู้  คนร้ายจึงลงมือได้สะดวก”

 

            สารวัตรกับแจซอกตัวสั่นเทา

 

            “คนร้ายรัดคอซองมินจนตาย  แล้วจากนั้นล่ะครับ”

 

            “เมื่อคืน ขอโทษครับ  สองคืนก่อน  ประตูห้องดาเลียเปิดอยู่  คนร้ายอาจลากศพไปโยนไว้ในทางลับ  จากนั้นก็กลับมาที่ห้องนี้แล้วยกร่างคุณชินดงไปแช่ในอ่างอาบน้ำ  เปิดฝักบัวทิ้งไว้  ก่อนจะเดินค้นหาทั่วห้อง  แต่ก็ไม่พบของที่ต้องการ  คนร้ายไม่มีเวลามากนัก  เพราะอาจมีซองมินคนที่สองปรากฏตัวอีกก็ได้  จากนั้นคนร้ายจึงใช้เข็มกับด้ายสร้างห้องปิดตายขึ้นแล้วหลบหนีไป  ซึ่งคงเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ผมกับสารวัตรอยู่ในทางลับ  เพราะหลังจากเราออกมาและวานให้คุณจองซูมาที่ห้อง  เสียงฝักบัวก็ดังอยู่แล้ว”

 

            และเป็นเวลาที่นาฬิกาข้อมือของชินดงหยุดเดินเช่นกัน

 

            “หากคนร้ายเตรียมเข็มกับด้ายมาพร้อม  ย่อมแสดงว่าตอนมาที่ห้อง  คนร้ายตั้งใจจะฆ่าคุณชินดงอยู่แล้วน่ะสิครับ”

 

            “ครับ  ผมว่าคนร้ายคงถูกกดดันมาก  และอยู่ในภาวะคับขัน  อีกอย่างคนร้ายไม่น่าก่อเหตุแล้วค่อยกลับไปหยิบเข็มกับด้าย  เพราะต่อให้มีจิตใจโหดเหี้ยมอย่างรายนี้  ก็คงไม่กล้าเสี่ยง”

 

            “แล้วทำไมมันต้องทำให้ห้องนี้ดูเป็นห้องปิดตายด้วย”

 

            “คนร้ายคงต้องการให้งานสืบสวนยากลำบากขึ้น  หรือไม่ก็นึกได้ว่าวิธีนี้จะทำให้ดูเหมือนฆาตกรรมในห้องปิดตาย  ซึ่งจะได้แสดงสติปัญญา  และแอบหัวเราะเยาะทีมสืบสวนที่ต้องพบความยากลำบาก  คงเป็นความเจ้าเล่ห์ของพวกหัวดีมั้งครับ  เพราะในความเป็นจริง  คดีฆาตกรรมคุณชินดงไม่เห็นจำเป็นต้องทำขนาดนี้เลย”

 

            “แต่คนร้ายลากศพซองมินจากทางลับไปถึงหลุมหนูนะครับ  มันเข้าไปในอุโมงค์ได้ยังไง”

 

            เยซองมองนาฬิกาข้อมือ  “คุณแจซอก  กว่ารูปที่ส่งไปล้างจะกลับมา  ยังมีเวลาอีกพอสมควรใช่ไหมครับ”

 

            “ครับ  เพราะต้องเสียเวลาเดินทางไปกลับด้วย”

 

            “ว่าแต่ขาคุณเป็นยังไงบ้าง”

 

            “ไม่เป็นไรแล้ว  หลังใส่เฝือกก็ดีขึ้นมาก  ถามทำไมหรือครับ”

 

            “ผมคิดว่าตอนนี้เป็นโอกาสเหมาะที่สุด  ระหว่างคนในบ้านกำลังหลับ  ผมอยากไปสำรวจที่แห่งหนึ่งครับ”

 

            “ที่ไหนครับ”

 

            “ในถ้ำปีศาจ”

 

            “มีอะไรในถ้ำหรือครับ”

 

            “สารวัตรครับ  เมื่อวานคุณสังเกตหรือเปล่าว่าคุณคิบอมนำทางเราไปจนถึงบ่อนรก  แต่ไม่ยอมเดินไปลึกกว่านั้น  คยูฮยอนเองก็เหมือนกัน  พอดีมีเหตุเกิดขึ้นเสียก่อน  เรื่องเลยเข้าทางพวกเขาทั้งคู่  ผมจึงคิดว่าเราน่าจะไปสำรวจในนั้น  ดูว่าทั้งสองคนซ่อนอะไรเอาไว้”

 

            “คุณคิดว่ามีอะไรซ่อนอยู่หรือครับ”

 

            “คงเป็นหลุมฝังศพหรือสุสานนะครับ”

 

            “หลุมฝังศพใครกัน”

 

            “หลุมฝังศพของฮันกยอง  ชายผู้จบชีวิตอย่างน่าเศร้าในนั้นหลังเกิดเหตุเมื่อยี่สิบปีก่อนไงล่ะครบ  แน่นอนว่าคุณจองซูคงเป็นคนจัดการไว้”

 

            “บ้าเอ๊ย!  ไอ้แก่นั่นน่ะเอง”  แจซอกหัวเสีย  แต่แล้วก็ทรุดลงด้วยความเจ็บที่ข้อเท้า

 

            “ไหวหรือเปล่าครับ  ถ้ายังไงคุณรออยู่ตรงนี้ไหม”

 

            “ไม่ล่ะ  ผมไปด้วยดีกว่า  ไหนๆ  ก็เคยเป็นคนทำคดีเมื่อยี่สิบปีก่อนแล้ว  จะได้พิสูจน์ให้มันจบๆ  ไปเสียที”

 

            “ถ้าอย่างนั้นเราพาไปด้วยเถอะครับ”  สารวัตรว่าอย่างเห็นใจ

 

            “ได้สิครับ  เราไม่รีบอยู่แล้ว”











     ใครเอ่ยที่ปักผ้า?

แล้วชินดงพยายามจะซ่อนรูปอะไรเอาไว้ในกระป๋อง

แล้วใครคือคนที่ชินดงขู่กรรโชกกันล่ะนี่??   

           

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

57 ความคิดเห็น

  1. #53 kob kerojang (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 มกราคม 2560 / 09:54
    ใครปักผ้า เฮเหรอเฮตัวนิดเดียวจะฆ่าชินดง ซองมินได้เหรอรึมีคนช่วยอีก งง
    #53
    0
  2. #33 Lee Liew Kim (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 20:43
    ชินดงมีรูปเฮกับซีวอนป่าว??
    #33
    0
  3. #32 Lee Liew Kim (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 20:42
    คนร้ายคือเฮ?? หรือเฮแค่ฆ่าชินดงคนเดียว แล้วมินรู้ เฮเลยฆ่ามิน แล้วคนที่ลากมินมาเป็นคังอิน?? แต่ซีวอนนั่นคนอื่นฆ่า?? งงไปหมดดดดด
    #32
    0
  4. #25 thanatos (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 18:23
    คนร้ายคือเฮหรอ เย่ฉลาดจัง
    #25
    0