[SJ] ด้วยรัก ... และความตาย [KangHae, Kyumin] (จบแล้ว))

ตอนที่ 15 : Chapter 14 สำรวจถ้ำปิศาจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 43
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    5 พ.ค. 59



Chapter 14 สำรวจถ้ำปีศาจ

 

            ก่อนไปสำรวจถ้ำปีศาจ  สารวัตรได้รับการติดต่อจากตำรวจอีกนาย  เขาโทรศัพท์มารายงานผลการตรวจสอบชุมสายโทรศัพท์เมื่อวันศุกร์  ที่จองซูบอกว่ามีคนโทรมาอ้างตัวว่าเป็นคังอิน  แล้วบอกให้เตรียมห้องดาเลียให้แขกปริศนาพัก  ผลการตรวจสอบคือในเวลาดังกล่าวมีโทรศัพท์จากโซลต่อสายไปที่คฤหาสน์จริง  แต่ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าใครเป็นคนโทรไป  เนื่องจากเป็นโทรศัพท์สาธารณะตู้หนึ่งในที่ที่คนวุ่นวาย

 

            แม้จะพิสูจน์ไม่ได้ว่าคนโทรมาเป็นคังอินหรือไม่  แต่ก็พิสูจน์ได้ว่าจองซูพูดความจริงในเรื่องนี้

 

            ถัดมาคือรายงานการตรวจสอบจดหมายแนะนำที่ชายลึกลับถือมา  บนนั้นมีลายมือคล้ายของคังอิน  ผลการตรวจสอบปรากฏว่าลายมือนั้นคล้าย  แต่ไม่เหมือน  แต่ก็อาจเป็นได้อีกเช่นกันว่าคังอินแกล้งเขียนให้ไม่เหมือนลายมือตัวเอง  ที่สำคัญคือไม่ปรากฏรอยนิ้วมือที่น่าจะเป็นของคนร้ายในกระดาษเลย

 

            ดังนั้น  แม้ในเวลาต่อมาที่คดีในคฤหาสน์ถ้ำปีศาจจะคลี่คลายลงแล้ว  แต่เรื่องชายแขนเดียวที่อ้างว่าชื่อคิมชินโจกลับยังไม่กระจ่างสำหรับคนภายนอก  มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ความจริง

 

            การสำรวจถ้ำปีศาจกับอุโมงค์ใต้ดินกำหนดไว้ว่าจะเริ่มตอนบ่ายสอง  เยซองกับสารวัตรจะไปสำรวจถ้ำปีศาจ  โดยมีคิมคิบอมอาสานำทางเนื่องจากเขาเป็นคนที่รู้เส้นทางในถ้ำมากที่สุด  มีตำรวจนอกเครื่องแบบอีกสองนายตามมาด้วย

 

            ที่น่าสนใจคือคยูฮยอน  เด็กหนุ่มมาพบเยซอง  อ้อนวอนขอร้องให้เยซองและเหล่าตำรวจพาเขาไปสำรวจด้วย  และในที่สุดเยซองก็ช่วยพูดให้เขาได้ร่วมขบวนจนได้

 

            ตั้งแต่รู้ว่าซองมินหายตัวไป  คยูฮยอนตื่นตระหนกมาก  มองเห็นได้ชัดว่าดวงตาของเขาแดงก่ำ  เครื่องหน้านั้นดูราวกับใกล้คลุ้มคลั่งเต็มที

 

            เยซองลอบมองคยูฮยอนอย่างกังขาหลายครั้ง  เขาสงสัยว่าคยูฮยอนอาจรู้เรื่องคดีนี้มากกว่าที่แกล้งแสดงออก  และอาจรู้เรื่องถ้ำปีศาจกับอุโมงค์ใต้ดินมากกว่าที่ใครๆ คิด

 

            ปากถ้ำปีศาจอยู่ห่างคฤหาสน์ไปเล็กน้อย  มันเป็นส่วนหนึ่งของหน้าผายื่นแหลมออกมาจากเนินเขาเตี้ยๆ  จากคฤหาสน์จะเห็นว่ามันอยู่ใกล้กับห้องนอนของคังอินมากที่สุด

 

            ปากถ้ำดูราวกับปีศาจอ้าปาก  มีหินงอกหินย้อยทำให้มันดูเหมือนเขี้ยวแหลมคมที่พร้อมจะดูดกลืนสิ่งมีชีวิตที่หลงเข้าไปใกล้  มันดูเหมือนกำเนิดมาจากรอยแตกของหินในแนวตั้ง  มีรากต้นไม้ห้อยย้อยลงมาปลุกคลุมปากถ้ำอีกชั้นหนึ่งจนดำทะมึนน่ากลัว  แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันดูงดงามมาก  เป็นความงามแบบลึกลับและน่าค้นหา  ไม่แปลกที่ชายหนุ่มอารมณ์ศิลปินอย่างคิมคิบอมจะติดใจหลงใหล

 

            แผนการสำรวจของวันนี้คือ  กลุ่มของเยซองจะเข้าไปในถ้ำ  พร้อมๆ กับที่นายตำรวจอีกกลุ่มเข้าอุโมงค์จากปากทางลับห้องดาเลีย  โดยมีจุดประสงค์คือตามหาซองมิน  และเพื่อพิสูจน์ว่าถ้ำกับอุโมงค์ใต้ดินมีจุดเชื่อมต่อกันจริงหรือไม่  และจะได้พิสูจน์หลักฐานอ้างที่อยู่ของคิมคิบอมในคดีของชินดงไปในตัว

 

            บ่ายสองตรง  สารวัตรให้สัญญาณทีมที่รออยู่ปากถ้ำเพื่อเตรียมเคลื่อนขบวน

 

            คยูฮยอนพุ่งตัวไปที่ปากถ้ำทันทีที่ได้ยินสัญญาณ  แต่เยซองห้ามไว้ 

 

            “คยูฮยอน  รอเดี๋ยว  ให้คุณคิบอมนำดีกว่า  หรือเธอมั่นใจว่ารู้ทางในถ้ำดีกว่าเขา”

 

            คยูฮยอนชะงัก  ทำท่าเหมือนอยากขัดขืนคำสั่ง  แต่สุดท้ายก็ยอมหลีกให้คิบอมเดินนำไป

 

            ดังนั้น  คณะสำรวจจึงเรียงลำดับ  โดยมีคิบอมเดินนำหน้า  มีสารวัตรดงยอพประกบ  ตามด้วยคยูฮยอนที่มีเยซองประกบ  ปิดท้ายด้วยนายตำรวจสองคน  ทุกคนเตรียมผ้าปิดปากและไฟฉายคนละกระบอกมาด้วย  เพราะคิบอมเตือนไว้ว่าในถ้ำมืดมาก  ไม่อาจเดินได้แม้แต่ก้าวเดียวหากปราศจากแสงไฟ  สำหรับผ้าปิดปากเตรียมไว้เผื่อพบจุดเชื่อมต่อไปทางลับจริง

 

            คนที่ดูจะไม่พอใจกับการเรียงลำดับขบวนนี้คือคยูฮยอน

 

            “คุณเยซองจะจับตาดูผมหรือครับ”  คยูฮยอนถามเสียงขุ่น

 

            “แน่สิ  นายเป็นบุคคลที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ  ถ้ามีพิรุธจะได้บอกคุณตำรวจให้จับได้เลย  ระวังตัวให้ดีล่ะ”

 

            “อย่าขู่ผมดีกว่า  ผมไม่ได้อยากทำพิรุธสักหน่อย  แค่เป็นห่วงซองมินเท่านั้นเอง”

 

            ปากถ้ำประกอบไปด้วยก้อนหินหลากขนาดซ้อนทับกัน  ซ้ำยังเป็นหินกลมและมีตะไคร่น้ำจับเต็ม  ทำให้คณะสำรวจเดินเข้าไปด้วยความยากลำบาก  ความคิดที่จะวิ่งไปนั้นมีอันว่าเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด  หากก้าวผิดแม้เพียงก้าวเดียวก็มีโอกาสตกลงไปในซอกหินแข้งขาหักได้

 

            ซ้ำผนังถ้ำยังไม่ราบเรียบแบบผนังในทางลับ  มันเต็มไปด้วยแง่งหินใหญ่ยื่นออกมาขัดขวางทางเดิน  บางจุดจึงต้องลอดผ่านไป  บางแห่งก็เต็มไปด้วยตะไคร่น้ำจนหมดโอกาสจะใช้มือค้ำยันเพื่อพยุงตัว

 

            เส้นทางในถ้ำก็ไม่ใช่เส้นตรง มันหักคดเคี้ยวไปมา  ซึ่งหากไม่มีไฟฉายกันคนละกระบอก  พวกเขาคงเดินต่อไปไม่ได้แม้แต่ก้าวเดียว

 

            เยซองร้องถามคิบอมที่เดินนำอยู่หัวขบวน  “คุณคิบอม  ทางในถ้ำนี้มีแต่ทางที่ต้องเดินไต่ข้ามซอกหินแบบนี้ตลอดเลยหรือครับ”

 

            “ไม่หรอกครับ  ทางคับแคบตรงนี้ผมเรียกว่าทางมดเดิน  แต่อีกสักพักจะถึงพื้นกรวดค่อนข้างราบเรียบที่ผมตั้งชื่อว่า  โตรกเขาหิมะในฝัน”  คิบอมว่า  ฟังจากชื่อที่เขาตั้งแล้วแสดงว่าชายคนนี้มีอารมณ์โรแมนติกกว่าคนทั่วไป

 

            “อ้อ  สารวัตรครับ”  เสียงคิบอมว่ามาจากหัวขบวนที่เห็นเพียงแสงไฟฉายส่ายไปมา

 

            “อะไรหรือ”

 

            “พอถึงโตรกเขาหิมะในฝัน  น่าจะยังมีหลักฐานเหลืออยู่ว่าผมเข้ามาเมื่อคืน  กรวดตรงนั้นเป็นกรวดเม็ดเล็กละเอียดแบบเดียวกับกรวดที่ก้นแม่น้ำ  มันอาจจะยังมีรอยเท้าของผมอยู่ก็ได้”

 

            “ถ้าอย่างนั้นก็พิสูจน์ได้ว่าเมื่อคืนคุณอยู่ในถ้ำนี้”

 

            “ใช่ครับ  แถวนี้ชื้นมาก  ลึกกว่านี้ก็เหมือนกัน  ผมเลยคิดว่ารอยเท้าผมน่าจะยังอยู่”

 

            บริเวณนี้มีน้ำไหลซึมมาก  ตามผนังถ้ำบางแห่งมีหยดน้ำไหล  พื้นหินจึงเปียกชื้นอยู่เสมอ  ทำให้ตะไคร่น้ำกับพืชบางอย่างเติบโตอย่างรวดเร็วจนลื่นไปหมด

 

            “พวกคุณตำรวจคิดยังไงกับถ้ำนี้ครับ”  คิบอมถามขึ้นอีก

 

            “คิดอะไรยังไงหรือครับ”  สารวัตรดงยอพถามอย่างสงสัยในจุดหมายของคิบอม

 

            “ก็เรื่องกำเนิดถ้ำไงล่ะครับ”

 

            “อ้อ  ผมไม่ทราบหรอกครับ  แล้วคุณคิบอมคิดยังไงล่ะ”

 

            “ผมคิดแบบมือสมัครเล่นนะครับ  ผมคิดว่าสมัยก่อน  ถ้ำนี้คงเคยเป็นโตรกเขาแคบๆ  ด้านซ้ายขวาถึงได้เป็นหินผาใหญ่โต”

 

            “แล้วยังไงต่อครับ”  เยซองถามอย่างใคร่รู้

 

            “จากนั้นภูเขาไฟก็ระเบิดครั้งใหญ่  แถวนี้จึงถูกลาวาและเถ้าถ่านปกคลุม  แต่โตรกเขานี้ทั้งแคบ  หินผาทั้งสองด้านก็แข็งแกร่งมาก  เลยไม่ถูกลาวาคลุม  ผมก็คิดไปเรื่อยแบบมือสมัครเล่นน่ะครับ  ฮะๆ”  คิบอมหัวเราะอย่างเก้อเขินเล็กน้อยปิดท้าย

 

            “ไม่หรอกครับ  ความคิดคุณน่าสนใจทีเดียว  ลองไปเสนอกับคุณคังอินดูไหมครับ  รายนั้นก็น่าจะสนใจเหมือนกัน”

 

            “อ้อ  เมื่อคืนคุณบอกว่ารู้สึกเหมือนอุโมงค์ใต้ดินที่พวกเราเข้าไปสำรวจเมื่อคืนจะอยู่ต่ำกว่าถ้ำนี้  แสดงว่าสมัยโบราณ  อุโมงค์นั่นก็เคยเป็นโตรกเขามาก่อนหรือครับ”

 

            “ครับ  สมัยโบราณแถวนี้เคยเต็มไปด้วยโตรกเขา   ซึ่งจะค่อยๆ ถูกลาวาปกคลุมเมื่อเกิดภูเขาระเบิด  แต่ยังมีเหลืออยู่เป็นบางส่วน  ส่วนแหล่งต้นน้ำก็ถูกลาวาคลุมเช่นกัน  หรือไม่ก็มีอะไรสักอย่างทำให้มันเปลี่ยนทิศกะทันหัน  ถ้ำนี้จึงเกิดขึ้น  จากนั้นคุณปู่ของคุณซีวอนก็ต่อเติมถ้ำพวกนี้จนกลายเป็นทางลับอย่างที่เราเห็น”

 

            “คุณดูคุ้นเคยกับถ้ำนี้มากเลยนะครับ”

 

            “สมัยก่อน  ผมเข้ามาในนี้เพราะสนใจเรื่องของฮันกยองน่ะครับ  แต่หลังจากนั้นผมเกิดสนใจเรื่องภูมิศาสตร์ของถ้ำ  เลยเข้ามาสำรวจบ่อยๆ  เรียกว่าถ้ามาคฤหาสน์นี้ทีไรก็ต้องเข้ามาเดินทุกครั้ง  เอาละครับ  เราได้เดินผ่านช่วงอันตรายที่สุดมาแล้ว”

 

            คิบอมสาดไฟฉายไปข้างหน้า  แล้วคนที่เดินตามมาก็ต้องอุทานด้วยความประหลาดใจ

 

 

            เบื้องหน้าคนทั้งหกเป็นทางกว้างโล่ง  เห็นเส้นทางที่โค้งและลาดเทเล็กน้อยยาวต่อเนื่องไปราวๆ ยี่สิบเมตร  ดูสวยงามเหมือนโตรกเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะสมชื่อ  มันกว้างโล่ง  เพดานถ้ำจุดนั้นสูงพอกับตึกสองชั้น  ผนังถ้ำมีหินก้อนใหญ่ๆ ยื่นออกมาบ้าง  ระหว่างหินแต่ละก้อนมีกรวดละเอียดคล้ายทรายในท้องแม่น้ำอัดแน่น  เป็นสีขาวสะอาดเปล่งประกายระยับในแสงจากไฟฉาย  ยิ่งเส้นทางก่อนหน้าคับแคบและอันตรายมาก  บริเวณนี้จึงยิ่งเปรียบเหมือนลานโล่งกว้างในความฝันทีเดียว

 

            สมแล้วที่คิบอมตั้งชื่อมันว่า  โตรกเขาหิมะในฝัน

 

            “รีบหน่อยดีกว่าครับ  เดี๋ยวจะไม่ทันเวลานัดกับคนในอุโมงค์”  สารวัตรพูดขึ้นด้วยเสียงแหบต่ำ  เหมือนเพิ่งตื่นจากฝันจริงๆ

 

            เยซองไม่ลืมที่จะสังเกตสีหน้าของคยูฮอยน  เห็นได้ชัดว่าทิวทัศน์งดงามจนน่าตะลึงเบื้องหน้าไม่ใช่สิ่งที่คยูฮยอนเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกแน่นอน

 

            “อ้อ  เชิญทางนี้เลยครับ”  คิบอมเดินนำไปด้านหน้า

 

            ขณะนี้ทุกคนยืนอยู่บนแผ่นหินผาขนาดใหญ่  ลึกลงไปเบื้องหน้าคือพื้นกรวดขาวเหมือนหิมะที่แผ่ตัวกว้างอยู่ต่ำลงไปประมาณสามเมตร  คิบอมเดินนำไปยังทางสายแคบๆ  ที่ดูเหมือนเกิดจากผู้คนเหยียบย่ำมาแต่โบราณ  มันทอดไปทางผนังถ้ำด้านข้าง

 

            “ระวังนะครับ  มันลื่น  แล้วก็ระวังศีรษะด้วย  มีหินโผล่ออกมาตรงนี้  อย่าไปชนเข้าล่ะ”

 

            ทุกคนเดินตามเงาแผ่นหลังของคิบอมไปอย่างระมัดระวัง  เกาะก้อนหินด้านข้างกระโดดลงไปบนทางสายเล็กๆ  นั้น

 

            เมื่อลงมาจากแผ่นหินได้  ทั้งคณะต่างตะลึงกับความงามนี้  พื้นทรายใต้เท้านุ่มนวลแบบเดียวกับทรายก้นแม่น้ำไม่มีผิด  มันขาวสะอาดเปล่งประกายระยับจนตาพร่า  มีหินแข็งโผล่จากพื้นทรายบ้างประปราย  แต่ตำแหน่งของมันเรียงตัวสวยงามจนเหมือนมีคนจงใจเอามาตั้งวางไว้

 

            “ดูสิครับ  มีรอยเท้าอยู่สองรอย  รอยหนึ่งมุ่งหน้าเข้าไปด้านใน  อีกรอยหันหน้าสู่ทางออก”  คิบอมชี้ให้เยซองดูรอยเท้านั้น  มันปรากฏชัดบนทรายเปียกชื้นจริงดังคิบอมว่า  คิบอมสวมรองเท้าคู่เดียวกับเมื่อคืน  รอยเท้าบนผืนกรวดจึงตรงกับรองเท้าที่เขาสวมอยู่พอดี  นอกจากนี้บริเวณนี้ยังมีน้ำเอ่อขึ้นมา  พัดพาให้ทรายเปลี่ยนรูปร่างเสมอ  จึงสันนิษฐานได้ไม่ยากว่ารอยเท้าคงเพิ่งถูกประทับเมื่อไม่นานนี้เอง  มันจึงพิสูจน์หลักฐานอ้างที่อยู่ของคิบอมได้ดี  ว่าเขาไม่ใช่ชายลึกลับในอุโมงค์ใต้ดินเมื่อคืน

 

            เยซองพยายามหารอยเท้าอีกรอยที่อาจเป็นของชายลึกลับนั่น  แต่ก็ต้องผิดหวัง  นอกจากนี้ตรงริมพื้นกรวดยังมีก้อนหินขนาดเล็กเรียงรายเข้าไป  ดังนั้นหากค่อยๆ เดินเลียบผนังถ้ำไปอาจไม่ต้องทิ้งรอยเท้าไว้ก็ได้

 

            สีหน้าของคยูฮยอนยังคงปกติ

 

            “คุณคิบอมครับ  แล้วบ่อน้ำที่ชื่อบ่อนรกล่ะครับ”

 

            “ไปทางนี้ครับ”  คิบอมเดินนำขบวนไปโดยเลี่ยงไม่เหยียบรอยเท้าสองนั้น  คนที่เหลือจึงออกเดินตาม  น้ำท่วมพื้นทรายลึกกว่าคาดคิด  บางครั้งมันลึกถึงตาตุ่ม  น้ำจึงเอ่อท้นรองเท้า  ซึมผ่านเข้ามาในถุงเท้า  มันเย็นยะเยือกจนทั้งคณะรู้สึกปวดกระดูก

 

            ทั้งคณะเดินตามกันไปเงียบๆ ไม่มีใครพูดจากัน  ได้ยินเพียงเสียงฝีเท้าเหยียบย่ำพื้นทรายเปียกดังสวบสาบฟังดูน่ากลัว

 

            “ระวังนะครับ  มันไม่ใช่บ่อน้ำแต่เป็นเหว  ซึ่งก็คือรอยแยกในก้อนหิน  จึงไม่มีขอบกั้นอะไรทั้งนั้น”  คิบอมร้องเตือนหลังออกเดินมาได้เพียงยี่สิบเมตร  เสียงของเขาอู้อี้กว่าเมื่อครู่เนื่องจากผนังซ้ายขวาบีบแคบเข้ามามาก  ด้านหน้าดูเป็นอุโมงค์ขรุขระ  โตรกเขางดงามคงหมดลงแค่นี้

 

            “ดูนั่นสิครับ”  คิบอมหยุดเดิน  ส่องไฟฉายไปตรงปลายเท้า  ตรงนี้เป็นพื้นหินแข็งซึ่งต้องปีนขึ้นไป  จุดที่พื้นหินบรรจบกับผนังถ้ำด้านขวามีรอยแยกยาว  ซึ่งก็คือบ่อน้ำไรก้นนั่นเอง  รอยนั้นยาวลึกลงไป

 

            ทั้งคณะปีนขึ้นมาบนพื้นหินแข็ง  ทุกคนยืนนิ่งอยู่ตรงปากเหว  ลำแสงจากไฟฉายส่องลงไปหลายสิบเมตร  แต่กลับดูเหมือนรอยแยกยังลึกลงไปอีกมาก  จึงไม่แปลกที่มันจะถูกเรียกว่าบ่อนรก  ทุกคนเกิดอาการวิงเวียนตาลายขึ้นมาทันที

 

            “ว่าแต่ลึกจากนี้ไปมีลักษณะยังไงครับ”  เยซองส่องไฟฉายลึกเข้าไปในถ้ำ  บริเวณนั้นเป็นชั้นหินแข็งเพดานต่ำ  ดูลึกและมืดมิด

 

            “เท่าที่ผมทราบ  ยังไม่มีใครเคยเข้าไปสุดถ้ำเลยครับ  ผมเคยเข้าไปสำรวจจนลึกพอสมควร  แต่ถ้ำนี้ยาวต่อเนื่องไม่สิ้นสุด  ซ้ำยิ่งลึกทางก็ยิ่งแยกเป็นหลายเส้น  ทุกครั้งผมมักรู้สึกกลัวจนต้องย้อนกลับกลางทาง  ว่าแต่คุณเยซอง”

 

            “ครับ”

 

            “คุณคิดไหมว่าบริเวณข้างหน้านี้คล้ายกับทางลับในคฤหาสน์”

 

            “จริงสิ  พอคุณพูดขึ้นมา  ผมก็รู้สึกเหมือนกัน”

 

            “ผมว่าทางลับใต้คฤหาสน์เดิมคงเป็นถ้ำตามธรรมชาติเหมือนที่นี่แหละครับ”  คิบอมว่าขณะทอดสายตามองลึกเข้าไปในความมืดมิด

 

            สารวัตรได้ยินเรื่องที่คิบอมพูดถึงทางลับ  จึงได้สติ  ถามขึ้นว่า  “ไม่รู้คณะสำรวจจากห้องดาเลียไปถึงไหนแล้ว  คุณคิบอม  ที่บอกว่าได้ยินเสียงดังมาจากใต้ดิน  คือแถวนี้หรือเปล่าครับ”

 

            “ใช่ครับ  ได้ยินเสียงเหมือนดังมาจากใต้บ่อน้ำนี่แหละ”

 

            “เอ้า  ทุกคนฟังซิ  เจ้านั่นบอกว่าจะตะโกนจากในทางลับ”  สารวัตรออกคำสั่ง  ทุกคนย่อตัวลงตรงขอบเหว  เพ่งสมาธิไปในบ่อน้ำอันมืดมิด  คยูฮยอนถึงกับนอนคว่ำลงบนแผ่นหินเลยทีเดียว

 

            หนึ่งวินาที... สองวินาที...

 

            ทันใดนั้นได้ยินเสียงดังจากใต้ดินแสนห่างไกล  ฟังคล้ายเสียงคนกรีดร้องด้วยอารมณ์หวาดหวั่น  ซึ่งดังจากใต้บ่อน้ำแน่นอน  เสียงนั้นบางครั้งก็แว่วมาแต่ไกล บางครั้งกลับเหมือนอยู่ใกล้ เสียงนั้นร้องราวกับเสียสติ....

 

            “ซองมิน!!!  ซองมินกำลังจะถูกฆ่า!  คยูฮยอนกระโดดขึ้นมาจากขอบบ่อ  แสงไฟฉายส่องให้เห็นความโกรธแค้นบนใบหน้าของเด็กหนุ่ม

 

            “จะไปไหนน่ะ!!  สารวัตรร้องเรียก  แต่เด็กหนุ่มไม่ฟังเสียง  กระโดดลงจากก้นหินแล้ววิ่งย้อนกลับเส้นทางเดิม  โดยไม่ยอมเสียเวลาปัดฝุ่นออกจากร่าง

 

            “วิ่งตามไปดีไหมครับ  หมอนั่นรู้สึกเส้นทางที่ถ้ำนี้เชื่อมต่อกับอุโมงค์ใต้ดิน!  เยซองร้องบอกขณะลุกขึ้นแล้ววิ่งตามคยูฮยอนไปติดๆ  คนอื่นจึงวิ่งตามมาด้วย  มีเพียงคิบอมที่ทำท่าลังเล  แต่แล้วก็ตัดสินใจวิ่งตามมา

 

            คยูฮยอนวิ่งนำขบวน  เท้าเตะทรายละเอียดกระจาย  จากนั้นจู่ๆ  ร่างเขาก็ผลุบหายไปใต้แผ่นหินยักษที่ทุกคนกระโดดลงมาเมื่อครู่ก่อน

 

            วินาทีต่อมาเยซองก็วิ่งมายังแผ่นหิน  และได้พบหลุมเล็กขนาดพอให้คนลอดผ่านได้  ก้อนหินข้างทางสายเล็กถูกยกออก  เห็นแผ่นหลังของคยูฮยอนคลานอยู่ในหลุมตรงหน้า  เยซองจึงก้มลงคลานเข้าไปในหลุม  ตามมาด้วยสารวัตรกับตำรวจอีกสองนาย

 

            โพรงขนาดเล็กนี้มุ่งลงสู่เบื้องล่าง  เสื้อผ้าของเยซองเลอะเทอะไปด้วยโคลน  ทันใดนั้นเขาก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนหลังกลับจากสำรวจทางลับ  เขาได้พบคยูฮยอนในห้องอาบน้ำ

 

            เป็นไปได้ไหมว่าเมื่อคืนคยูฮยอนลอดผ่านโพรงนี้ไปยังอุโมงค์ใต้ดินโดยสวมหมวกสีดำ  แว่นตาดำ  คาดผ้าปิดปากสีดำ  เสื้อสเวตเตอร์สีเทา  คลุมทับด้วยเสื้อนอกสีดำ  โดยมัดแขนซ้ายติดไว้กับลำตัว...

 

            หากเป็นเช่นนั้น  เสื้อผ้าของเด็กหนุ่มคงเปรอะไปด้วยโคลนแน่  เขาคงถอดเสื้อผ้าชุดนั้นออกแล้วเปลี่ยนเป็นชุดปกติ  จากนั้นก็ไปแช่ตัวในห้องอาบน้ำที่คฤหาสน์ปีกห้องของเยซองเพื่อรอเขากลับมา

 

            ทำไมคยูฮยอนต้องทำแบบนั้น  สรุปแล้วเด็กคนนี้รู้อะไรเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมนี้หรือ

 

            แล้วถ้าหากว่าชายลึกลับเมื่อคืนคือคยูฮยอนจริง  ชายแขนเดียวที่หายตัวไปในห้องดาเลียเมื่อเย็นวันศุกร์ก็ต้องเป็นเขาด้วยเช่นกัน  ขณะชายผู้อ้างตัวว่าชื่อคิมชินโจปรากฏตัวที่คฤหาสน์  ซองมินเป็นคนเดียวที่ได้พบเขา  ทว่าเด็กรับใช้คนนี้สายตาสั้นมาก  ซ้ำชินโจยังปิดบังใบหน้าจนแทบมิด  จึงเป็นไปได้ว่าซองมินถูกหลอกอย่างจัง

 

            แต่ทำไมคยูฮยอนต้องปลอมตัวเป็นชายแขนเดียวด้วย  ทันใดนั้นภาพของอีกคนก็ซ้อนทับเข้ามา...  จองซูนั่นเอง!

 

            จองซูแอบชักใยอยู่เบื้องหลัง  ต้องใช่แน่นอน  คยูฮยอนเป็นคนโปรดของจองซู  หนำซ้ำคนที่รู้ว่าซีวอนจะมาคฤหาสน์ในวันเสาร์ก็มีจองซูเพียงคนเดียว  แสดงว่าจองซูต้องมีแผนการอยู่แน่...

 

            ทันใดนั้นมีเสียงกรีดร้องดังมาจากใต้พื้นดิน  มันชัดเจนขึ้นกว่าเก่า  ใกล้เข้ามาทุกที  เป็นหลักฐานว่าทุกคนในโพรงกำลังเข้าใกล้อุโมงค์ใต้ดินเข้าไปทุกทีแล้ว

 

            “ซองมิน! ซองมิน!  ฉันไปช่วยเดี๋ยวนี้...”

 

            ว่าแต่ป่านนี้  ตำรวจในทางลับมัวทำอะไรอยู่








สวัสดีหลังหายไปหลายวัน

ไม่มีข้อแก้ตัวค่ะ  กราบ


เฉลย




ซองมินน้อย!!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

57 ความคิดเห็น

  1. #51 kob kerojang (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 มกราคม 2560 / 09:51
    ถ้าคยูทำ คยูคงไม่ทำมินหรอดแปลว่ามีหลายคนทำ มินไปเห็นเข้าเหรอ
    #51
    0
  2. #23 toeyeye (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 / 12:14
    คยูแกปลอมตัวทำไม แกทำไปเพื่ออะไรห๊าาา
    #23
    0