[SJ] ด้วยรัก ... และความตาย [KangHae, Kyumin] (จบแล้ว))

ตอนที่ 12 : Chapter 11 หลักฐานอ้างที่อยู่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 54
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    22 เม.ย. 59

Chapter 11 หลักฐานอ้างที่อยู่

 

            เที่ยงคืนกว่า  คณะสืบสวนที่เพิ่งกลับจากการสำรวจทางลับใต้ดินเดินโสลเสลกลับมาที่คฤหาสน์

 

            วันอันแสนยาวนานยังไม่จบลงง่ายๆ  เยซองคิดขณะลากเท้าขึ้นบันไดเตี้ยๆ  ตามหลังสารวัตรดงยอพและแทมิน  เหลือเชื่อว่าวันนี้... หรือจะพูดให้ถูกคือเมื่อวาน.... เป็นวันแรกที่เขาได้มาเหยียบคฤหาสน์ถ้ำปีศาจแห่งนี้  เป็นวันแรกที่ได้พบกับผู้เกี่ยวข้องในคดี  และเป็นวันที่สมองของเขาถูกใช้งานอย่างหนัก

 

            ถึงกระนั้น  เหตุการณ์วุ่นวายต่างๆ  และการผจญภัยในทางลับ  กลับทำให้เขาตื่นตัวแทนที่จะง่วงงุน  แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาอยากไปนอนแช่น้ำอุ่นๆ  ให้สบายตัวเต็มทีแล้ว

 

            “อ้าว  คุณจองซู”  เสียงสารวัตรเอ่ยทักทาย  จองซูยังคงนั่งรอพวกเขาอยู่ในห้องโถงกว้างขวาง

 

            “นั่งคนเดียวแบบนี้ไม่กลัวหรือครับ”  แทมินยังมีแรงที่จะส่งเสียงหยอกผู้กุมอำนาจตัวจริงในบ้าน

 

            จองซูลุกขึ้นจากเก้าอี้  ร่างนั้นเดินเข้ามาใกล้  เพ่งมองสภาพเปรอะเปื้อนไปทั้งตัวของสารวัตร  แล้วอุทานออกมาด้วยท่าทางตื่นตกใจเกินจริง

 

            “เกิดอะไรขึ้นในอุโมงค์หรือครับ”

 

            “ไม่มีอะไรหรอก  แค่ลื่นตกลงไปในหลุม  ไม่ต้องสนใจหรอกครับ”  สารวัตรตอบขณะหย่อนตัวนั่งอย่างระมัดระวังโดยเลือกนั่งบนเก้าอี้ไม้แทนเก้าอี้นวม

 

            “ว่าแต่  ผมมีเรื่องอยากรบกวนคุณจองซูสักหน่อย”  สารวัตรว่าหลังจากนั่งลงแล้ว

 

            การสอบสวนครั้งนี้เกิดขึ้นที่ห้องโถงแทนที่จะเป็นกองบัญชาการชั่วคราวของพวกเขา  การเป็นไปตามที่เยซองคาดคะเนไว้  คือไม่มีใครเลยที่มีหลักฐานอ้างที่อยู่ในช่วงเวลาที่ชายแขนเดียวปรากฏตัวในอุโมงค์

 

            คนแรกคือคังอิน  เขาให้การว่าเขาอยู่ในห้องส่วนตัวตั้งแต่ห้าทุ่มยี่สิบนาทีจนถึงเที่ยงคืน  ซึ่งเป็นเวลาที่ทีมสืบสวนลงไปในทางลับพอดิบพอดี  แต่แม้แต่ดงเฮก็เป็นพยานให้ไม่ได้  เนื่องจากคืนนี้เขานอนแยกห้องกับภรรยา

 

            “คุณคังอินครับ  ตอนห้าทุ่มยี่สิบ  ขณะที่พวกผมเข้าไปในทางลับ  เราต้องผ่านด้านหลังเตาผิงในห้องนั่งเล่นคุณ  แต่เราไม่รู้สึกว่าตอนนั้นคุณอยู่ในห้องนะ”  สารวัตรเปิดประเด็น

 

            “ตอนนั้น”  คังอินนิ่งคิด  แล้วตอบอย่างไม่แน่ใจ  “ผมคงอยู่ทางฝั่งห้องนอนน่ะครับ ดงเฮตกใจกับเหตุการณ์ของซีวอนมาก  เขาเลยขอร้องว่าอยากนอนคนเดียว  ผมก็เลยตามใจ  พอดีคุณจองซูต้องทำธุระให้พวกคุณที่ห้องดาเลีย  เลยส่งซองมินมาดูแลดงเฮแทน”  คังอินพยายามให้เหตุผล  “ปกติแล้ว  ดงเฮค่อนข้างเป็นคนเครียดง่ายน่ะครับ  หมอเจ้าของไข้เลยให้ยานอนหลับไว้สองสามตัว  คืนนี้ดงเฮจำเป็นต้องใช้มัน  เลยขอให้ผมอยู่ด้วยจนเขาหลับ  ซึ่งดงเฮกินยาไปตอนสี่ทุ่มห้าสิบนาที  ...เรื่องนี้เขาคงจำได้...  แต่กว่าจะหลับก็ใช้เวลานาน”

 

            “ตอนที่คุณดงเฮหลับนี่กี่โมงครับ”

 

            “ผมดูนาฬิกาข้อมือตอนเดินกลับห้องนั่งเล่น  ห้าทุ่มยี่สิบพอดีครับ”  น้ำเสียงของคังอินเคร่งจัด  ไม่มีแววล้อเล่น  สารวัตรจ้องหน้าเขาอย่างไม่เชื่อถือ

 

            “ถ้าอย่างนั้นก็เวลาเดียวกับที่เราลงทางลับพอดีเป๊ะ”  สารวัตรว่า

 

            “คงอย่างนั้นครับ”

 

            “ช่างบังเอิญดีจริงที่คุณดงเฮก็เป็นพยานให้ไม่ได้”  สารวัตรประชด

 

            “เอ้อ  แต่ว่า”  คังอินพูดเหมือนนึกขึ้นได้  “ผมรอจนดงเฮหลับแล้วค่อยออกมา  แต่พอออกมาจากห้องนอน  ก็พบซองมินยืนอยู่หน้าห้อง  เป็นไปได้ไหมว่าซองมินจะเป็นพยานให้ผมได้”  แต่แล้วเขาก็ส่ายหัวให้กับความคิดตนเอง  เมื่อคิดไปว่าเป็นไปได้น้อยเหลือเกินที่ซองมินจะยืนยันเวลาให้เขาได้อย่างแน่ชัด

 

            เป็นไปได้ไหมว่า  ดงเฮหลับไปก่อนห้าทุ่มยี่สิบ  ทำให้คังอินมีเวลาเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นเสื้อสเวตเตอร์คอตั้งสีเทา  เสื้อนอกสีดำ  หมวกดำ  แว่นดำ  คาดผ้าปิดปากสีดำ  มัดแขนซ้ายติดลำตัว  แล้วเข้าไปในอุโมงค์ใต้ดินก่อนพวกตำรวจ  อีกอย่างหนึ่ง  ทางเข้าก่อนถึงหลุมหนูนอกเหนือไปจากห้องดาเลีย  ก็คือเตาผิงห้องนั่งเล่นของคังอินนั่นแหละ

 

            “แล้วคุณทราบหรือเปล่าว่า ซองมินมารอหน้าห้องคุณทำไม”  เยซองถามเรื่องที่เขาสะดุดใจ

 

            “ซองมินบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะพูดด้วยครับ  แต่ว่า..”

 

            “เรื่องอะไรหรือครับ”  เยซองโน้มตัวมาข้างหน้า  ตั้งใจฟังเต็มที่

 

            “ไม่ทราบครับ  พอดีผมไม่ได้ถาม  เพราะตอนนั้นเหนื่อยมาก  เลยบอกให้เขาไปคุยกับคุณจองซู”  คังอินว่าอย่างไม่ใส่ใจ

 

            หลังจากนั้น  สารวัตรเล่าให้คังอินฟังเรื่องชายแขนเดียวในอุโมงค์  แต่คังอินก็ไม่แสดงท่าทีอะไรให้จับสังเกตได้  มีแต่ความเหนื่อยล้าปรากฏให้เห็นเท่านั้น

 

            สารวัตรถามถึงดงเฮ  แต่คังอินให้คำตอบว่าถ้าดงเฮกินยาเข้าไปแล้ว  ปลุกอย่างไรก็จะไม่ตื่น  จนกว่ายาจะหมดฤทธิ์  คณะจึงปล่อยผ่านไปเนื่องจากลักษณะชายแขนเดียวที่พวกเขาเห็นมีส่วนสูงมากกว่าดงเฮอย่างชัดเจน

 

 

            คนถัดมาคือคิบอม  เขามาในสภาพสวมเสื้อกันลม  กางเกงเปียกชุ่ม  รองเท้าเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนสีแดง

 

            “ผมไปเดินเล่นข้างนอกมาครับ”  คิบอมบอกกับคณะสืบสวนหน้าตาย

 

            “ไปตอนนี้เนี่ยนะครับ” แทมินทวนคำ  “ไม่ทราบว่าไปที่ไหนมาหรือ”

 

            “ผมไปสำรวจถ้ำปีศาจมาครับ”  คิบอมตอบสบายๆ  ไม่มีวี่แววการโกหกหรือปิดบัง  แต่ทีมสารวัตรตั้งใจไว้แล้วว่าจะไม่เชื่อถือสีหน้าของชายคนนี้

 

            “ถ้ำอะไรนะ”

 

            “ถ้ำที่ฮันกยองหายตัวเข้าไปเมื่อยี่สิบปีก่อนไงครับ”

 

            “จริงหรือ  เอาเถอะ  แล้วคุณไปสำรวจหาอะไร”

 

            “พอดีผมได้ยินว่าพวกคุณจะเข้าไปในทางลับห้องดาเลีย  เลยตัดสินใจเข้าไปในถ้ำปีศาจ  เพราะว่า”

 

            “เพราะอะไร”

 

            “ผมสงสัยมานานแล้วว่า  อุโมงค์ใต้ดินกับถ้ำปีศาจอาจเชื่อมถึงกัน”

 

            คณะสืบสวนหันมาจ้องตากัน

 

            “อะไรทำให้คุณคิดอย่างนั้น”

 

            “ไม่ได้มีผมคนเดียวที่คิดแบบนั้น  อีกอย่าง  คุณอาจสังเกตเห็นแล้วว่าอุโมงค์นั่นไม่ได้ถูกขุดขึ้นด้วยฝีมือคนอย่างเดียว  มีบางส่วนที่ดูเป็นถ้ำตามธรรมชาติ  ผมคิดถึงจุดเชื่อมต่อของที่สองแห่งมานานแล้ว  เลยลองเข้าไปสำรวจดูน่ะครับ”

 

            “แล้วคุณเจออะไรไหม”

 

            “ไม่พบอะไรครับ”  คิบอมหัวเราะ  “ผมลืมคิดไปว่า  ถ้าแม้แต่ตำรวจที่เคยสำรวจไปแล้วตอนเกิดคดียังไม่เจออะไร  ตัวผมจะไปเจอได้ยังไง  แต่ว่า...”

 

            “แต่?”

 

            “เมื่อครู่มีใครสักคนตะโกนอยู่ในอุโมงค์ใช่ไหม”

 

            ทุกคนสะดุ้งจ้องหน้ากันอีกคำรบ

 

            “เสียงนั่นว่ายังไง”

 

            “ผมได้ยินไม่ชัดครับ  มันเป็นเสียงสะท้อนจากที่ไกลๆ  ไกลมากจนผมไม่แน่ใจว่าหูแว่วไปเองหรือเปล่า”

 

            “แน่นะ  คุณไม่ได้ได้ยินจากในอุโมงค์เดียวกับเราแน่นะ”  แทมินคาดคั้น

 

            “ถ้าคุณไม่เชื่อจะลองไปพิสูจน์ดูก็ได้นะครับ  ผมจะพาไปเอง  เมื่อไหร่ก็ได้ตามที่คุณตำรวจต้องการ”

 

            “คุณได้ยินเสียงแถวไหนครับ”  เยซองขัดการปะทะนั้น

 

            “ใกล้บ่อน้ำครับ  บ่อที่ชาวบ้านเรียกกันว่าบ่อนรกนั่นแหละ  พอได้ยินผมก็รีบวิ่งเข้าไปดูใกล้ๆ”

 

            “แปลว่า  ถ้ำนั้นเป็นถ้ำทีซ้อนกับอุโมงค์ที่เราเพิ่งไปสำรวจหรือครับ”

 

            “ผมคิดว่าอย่างนั้นนะ”

 

            “ว่าแต่  ตอนออกจากถ้ำ  คุณเห็นใครบ้างหรือเปล่า  เช่น  คนที่ท่าทางว่าจะออกจากศาลเจ้า”

 

            “ไม่มีนะครับ”

 

            “คุณมีอะไรจะบอกอีกไหม  คุณคิบอม”

 

            “ครับ”  คิบอมขยับตัวเปลี่ยนท่านั่ง  เขาโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อยแสดงให้เห็นว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ  “ผมค่อนข้างแน่ใจว่า  อุโมงค์ที่พวกคุณไปสำรวจ  ความจริงมันมีเส้นทางซับซ้อนกว่าที่เห็นมาก”

 

            “คุณมีหลักฐานหรือเปล่าครับ”

 

            “คำพูดของพี่ชายผมครับ”

 

            “อะไรนะ!!

 

            “ก่อนเกิดเรื่อง  พี่ฮีชอลเคยบอกผมว่าเขาไม่ชอบบ้านหลังนี้เลย  เพราะไม่ว่าจะไปไหน  เวลาไหน  เขาก็รู้สึกเหมือนถูกจับตามองอยู่ตลอด...”  คิบอมนิ่งไป  “แต่ช่วงนั้น  พี่ชายผมมีอาการทางประสาท  ผมก็เลยไม่ได้เชื่อถือคำพูดนั้นเท่าไหร่  แต่มาคิดดูตอนนี้...”

 

 

            หลังจากนั้น  คณะวานให้จองซูไปเรียกชินดง  สักพักหนึ่งจองซูก็เดินเตาะแตะกลับมาตามลำพัง

 

            “ผมเรียกคุณชินดงอยู่หลายครั้ง  แต่ทำยังไงก็ไม่มีเสียงตอบครับ”

 

            “คงหลับไปแล้วนะครับ”

 

            “ไม่หรอกครับ”  จองซูแย้ง  “เขายังตื่นอยู่แน่นอน  เพราะผมได้ยินเสียงฝักบัวอยู่ในห้อง  เสียงนั้นอาจทำให้เขาไม่ได้ยินเสียงผมเคาะประตูเรียก”

 

            ใครกันจะอาบน้ำตอนนี้  เยซองคิด

 

            “ไม่ต้องสอบปากคำคุณชินดงก็ได้มั้งครับ  เพราะชายแขนเดียวไม่มีทางเป็นคุณชินดงอ้วนปุ๊กลุกนั่นแน่นอน  ฮ่าๆๆ”

 

            แน่นอนว่าคณะล้มเลิกความตั้งใจที่จะสืบสวนชินดงเพราะคำพูดของแทมิน  ซึ่งฮยอกแจและเลขาเรียวอุคก็รอดพ้นไปด้วยข้อแย้งเรื่องรูปร่างเช่นกัน

 

 

            หลังจากนั้น  นายตำรวจหนุ่มอีกรายหนึ่งก็เดินเข้ามาพร้อมด้วยกระเป๋าเดินทาง

 

            “สารวัตรครับ  นี่คือทรัพย์สินของผู้ตาย  มีกระเป๋าเดินทางใบนี้ใบเดียว”

 

            “อ้อ  แล้วได้ลองเปิดดูหรือยัง”

 

            “เปิดแล้วครับ”

 

            ของด้านในกระเป๋าของซีวอน  ประกอบด้วยเสื้อโค้ตหนึ่งตัว  ชุดสูทสีกรมท่า  เสื้อเชิ้ตขาว  เนคไทสีดำ  ชุดนอน  เสื้อคลุมอาบน้ำ  และของใช้ในห้องน้ำ  ในกระเป๋าเสื้อสีกรมท่ามีกระเป๋าเงินทำจากหนัง  ในนั้นมีเงินจำนวนหนึ่ง  นามบัตรส่วนตัว  นาฬิกาข้อมือและกุญแจห้องพัก

 

            “เมื่อวาน  ...ความจริงต้องเรียกว่าเมื่อวานซืนสินะ...  คุณซีวอนสวมเสื้อโค้ตตัวนั้น  หิ้วกระเป๋าเดินทางใบนั้นเข้ามา  แล้วตอนกินอาหารเที่ยง  เขาก็สวมเสื้อสีกรมท่าตัวนั้น”  จองซูให้การอย่างมั่นใจ

 

            แปลว่า ในตอนที่ซีวอนมาถึงเมื่อสองวันก่อน  ในกระเป๋าเดินทางมีแค่ชุดนอน  เสื้อคลุมอาบน้ำ  และของใช้ในห้องน้ำเท่านั้น  อย่างนั้นหรือ  ไม่แน่ว่าอามีชุดสีดำ  กับเสื้อสเวตเตอร์สีเทาที่เขาสวมขณะถูกพบเป็นศพบนรถม้าอยู่ด้วยก็ได้

 

            ใครๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ล้วนรู้ว่า  ชุดที่ซีวอนสวมขณะเสียชีวิต  เป็นเครื่องแต่งกายประจำตัวของชายแขนเดียวลึกลับคนนั้น  ซีวอนต้องรู้เรื่องนี้เหมือนกัน  เป็นไปได้ไหมว่าเขาซ่อนเครื่องแต่งกายแบบนี้ไว้ในกระเป๋าแล้วจึงเดินทางมาคฤหาสน์นี้

 

            “เจ้าซีวอนนั่นตั้งใจจะทำอะไรกันแน่”  สารวัตรพึมพำ

 

            “อ้อ  คุณจองซู  ตอนนี้ซองมินอยู่ทีไหนหรือ”  เยซองถามขึ้น

 

            “คุณดงเฮบอกผมว่าจะนอนคนเดียวในห้องของเธอ  ผมจึงส่งซองมินไปดูแล  แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีใครเห็นซองมินอีกเลย”  จองซูตอบด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

 

            “หมายความว่าไงครับ”  เยซองถาม  รู้สึกร้อนใจแปลกๆ

 

            “คงไม่มีอะไรหรอกครับ  ป่านนี้แล้วน่าจะกำลังเพลินอยู่กับเจ้าคยูฮยอน  เด็กนั่นหลงเจ้าคยูฮยอนอย่างกับอะไรดี  จริงๆ แล้วก็ไม่แปลกหรอกครับ  ทั้งสองคนนี้เป็นเด็กกำพร้าแม่ตายเหมือนกัน  ส่วนพ่อ...  คนหนึ่งพ่อก็หนีกลับอเมริกาตั้งแต่ก่อนเขาเกิด  อีกคนหนึ่งมีพ่อก็ไม่เคยเหลียวแล  เลี้ยงมาอย่างคนรับใช้  จะว่าเด็กสองคนนี้ดวงสมพงศ์กันก็ได้นะครับ  ฮ่าๆ”

 

            คำพูดของจองซูดูมีนัยยะบางอย่าง  แต่เยซองตัดสินใจปล่อยมันผ่านไป  ซึ่งต่อมาเรื่องนี้กลับทำให้เขาเสียใจ  และเป็นเรื่องที่เขาไม่มีวันลืมไปได้เลย

 

 

 

 

            “อ้อ  คุณเยซอง”  จองซูพูดขณะเดินมาส่งเขาที่เรือนแถวยาวอันเป็นโซนห้องพักโบราณ  “ผมให้คนเตรียมน้ำอุ่นไว้ให้ในห้องน้ำรวมนะครับ  พอดีเห็นคุณบ่นว่าอยากลองไปใช้ดูสักครั้ง  ตอนนี้ทางฝั่งโน้นก็ไม่น่ามีใครแล้ว  คุณจะได้อาบให้สบายใจ”

 

            “ขอบคุณมากครับคุณจองซู”  เยซองกล่าวขอบคุณจากใจจริง  การนอนแช่น้ำอุ่นๆ  เป็นสิ่งที่เยซองปรารถนามากที่สุดในตอนนี้

 

            “ไม่เป็นครับ”  จองซูเลี้ยวกลับไปตึกใหญ่ขณะที่เยซองถอดรองเท้าก้าวขึ้นเรือนเล็ก

 

 

 

 

            ขณะเยซองกำลังเดินไปตามโถงทางเดินยาวเหยียด  ในมือมีตะกร้าใส่ของใช้สำหรับอาบน้ำ  จู่ๆ  เขาก็หยุดชะงัก

 

            ห้องอาบน้ำรวมเปิดไฟสว่างไสว  มีเสียงคนกำลังแช่ตัวอยู่ในอ่าง  เยซองดูนาฬิกาข้อมือ  ตีหนึ่งแล้ว  ทางปีกนี้ก็ไม่น่ามีแขกอื่นนอกจากเขา  แล้วใครกันที่กำลังอาบน้ำอยู่ตอนนี้

 

            เยซองเปิดประตูกระจกเข้าไป  ในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้ากว้างขวางดูสะอาดสะอ้านเรียบร้อย  บนพื้นปูด้วยหินภูเขาไฟมีเสื้อไหมพรมลายตารางใหญ่ๆ  สีขาวดำ  กับกางเกงในถอดไว้ระเกะระกะในตะกร้า

 

            “ใครน่ะ”  เยซองส่งเสียง

 

            “คุณเยซอง  ผมเอง  คยูฮยอน”  เสียงนั้นลอดประตูกระจกฝ้าออกมา

 

            “อ้าว”  เยซองเลื่อนประตูกระจกฝ้า  ขณะครุ่นคิดไปว่า  จริงๆ แล้วก็เหลือเจ้านี่อีกคนที่มีโอกาสปลอมเป็นชายแขนเดียวลงไปในทางลับเมื่อครู่นี้

 

            ในห้องอาบน้ำกว้างขวางน่าสบาย  น้ำร้อนเต็มอ่าง  ควันบางเบาลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือผิวน้ำ  คยูฮยอนนั่งแช่ตัวอยู่ในนั้น  น้ำปริ่มขึ้นมาถึงคอ  แขนยาวๆ สองข้างพาดขอบอ่างอย่างสบายอารมณ์

 

            “นายมาอาบที่นี่ประจำหรือ”

 

            เยซองถามขณะเดินเลี่ยงไปลงน้ำตรงจุดที่เขาเลือกแล้วว่าไกลจากเจ้าเด็กนี่  เขาไม่ได้เขินอาย  แค่ไม่อยากเปรียบเทียบรูปร่างกับคยูฮยอนให้ช้ำใจ

 

            “ปกติห้องน้ำนี่ไม่ได้เปิดใช้หรอกครับ  คืนนี้คุณจองซูสั่งคนเปิดให้คุณ  ผมเลยแอบมาใช้ด้วย  อย่าบอกคุณจองซูนะครับไม่งั้นผมโดนดุแน่”

 

            “ตกลงนายมาทำอะไรที่นี่”

 

            “ผมมีเรื่องอยากถาม  สรุปแล้วคืนนี้พวกคุณเจออะไรในทางลับใช่ไหมครับ”

 

            “เธอรู้เรื่องนี้ได้ยังไง”

 

            คยูฮยอนเหยียดแขนมาข้างหน้า  ทำท่าออกกำลังกายในน้ำราวกับไม่ได้ยินที่เขาถาม  เยซองมองท่าทางนั้นอย่างหมั่นไส้

 

            “ที่เขาว่าพระเจ้าไม่ลำเอียงเป็นแบบนี้เองสินะครับ”

 

            “พูดอะไรของเธอ”

 

            “ก็คุณเยซองเป็นนักสืบ  มาอยู่ที่นี่แค่วันเดียวก็มองอะไรๆ ออกตั้งมากมาย  พอพระเจ้าประทานสมองยอดเยี่ยมอย่างนี้ให้แล้ว  พอถึงตอนสร้างร่างกายคงจะขี้เกียจขึ้นมา”  คยูฮยอนยิ้มมุมปาก ทำหน้าล้อเลียนขณะจ้องร่างของเยซอง

 

            “ลามปามนะคยูฮยอน  แล้วจะตอบได้หรือยัง  ว่านายรู้ได้ยังไงว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นในทางลับ”

 

            “ก็พอพวกคุณออกมาจากทางลับ  คุณก็เรียกทุกคนรวมกันเพื่อสอบปากคำทีละคน  ตกลงมีใครอยู่ในทางลับหรือครับ”

 

            “ฉันควรถามนายนะว่า   ระหว่างห้าทุ่มยี่สิบถึงเที่ยงคืน  ตอนที่ฉันอยู่ในทางลับ  นายทำอะไรอยู่ที่ไหน”

 

            “ผมหรือ  ผมก็อยู่ในห้องพักของผม”

 

            “มีคนอยู่ด้วยหรือเปล่า”

 

            “ไม่มีครับ  ผมอยู่คนเดียว  เพราะตอนนี้บ๋อยคนอื่นยังไม่มา”

 

            “มีใครเป็นพยานให้เธอได้ไหม”

 

            “อะไร  คุณสงสัยผมหรือ”  คยูฮยอนทำตาโต  ขยับตัวไปพิงอ่างราวกับจะหนีเยซอง  “แย่ละ  ถ้ารู้ก่อนผมจะได้ชวนซองมินมาจู๋จี๋กันในห้อง  จะได้มีพยานกับเขาบ้าง”

 

            “อ้าว  ซองมินไม่ได้อยู่กับนายหรอกหรือ”

 

            “เปล่า  เมื่อเย็นวานตอนออกจากโกดังหลังเกิดเหตุ  ผมก็ไม่เจอซองมินอีก”

 

            “ถ้าอย่างนั้นตอนนี้ซองมินอยู่ไหน”

 

            “ไม่รู้ครับ  เดี๋ยวนะ  คุณสงสัยซองมินอีกคนหรือ”

 

            “เลิกเล่นเถอะคยูฮยอน  แสดงว่านายไม่มีพยานใช่ไหมว่านายอยู่ในห้องจริงๆ  ตอนที่พวกเราสำรวจทางลับกัน” เยซองคาดคั้น

 

            “ผมไม่มีหรอกหลักฐานอ้างที่อยู่อะไรนั่นน่ะ  แต่  แบบนี้แสดงว่ามีคนอยู่ในทางลับจริงๆ ใช่ไหม  แล้วพวกคุณก็ดันปล่อยให้มันหนีรอด  โดยที่ไม่รู้ว่าเป็นใครแน่  เลยมาตรวจสอบหลักฐานอ้างที่อยู่แบบนี้”  คยูฮยอนสรุปรวดเดียว

 

            เยซองมองเด็กหนุ่มอย่างสงสัย  “ถ้าอย่างนั้น  นายมีหมวกสีดำ  แว่นดำอันใหญ่  ผ้าปิดปากสีดำ  ถุงมือดำ  เสื้อสเวตเตอร์คอตั้งสีเทา  แล้วก็เสื้อนอกสีดำบ้างหรือเปล่า”

 

            คยูฮยอนนิ่งไป  ขมุบขมิบปากกับตัวเองเหมือนทวนคำนั้น  “คุณเยซอง  แสดงว่าคนที่พวกคุณพบในอุโมงค์คือชายแขนเดียวที่มาเมื่อเย็นวันศุกร์แล้วหายตัวไปจากทางลับห้องดาเลียน่ะสิ  หมอนั่นยังซ่อนตัวอยู่ในคฤหาสน์นี้หรือครับ”

 

            “เรื่องนั้นช่างมันเถอะ  สรุปนายมีของแบบนั้นหรือเปล่าล่ะ”

 

            “ผมจะมีได้ยังไงครับ”

 

            “ถ้าอย่างนั้นใครน่าจะมีล่ะ”  เยซองพูดเหมือนตั้งใจกวนประสาท

 

            “ผมจะไปรู้เหรอ”

 

            “บางที  เจ้านายของนาย  คุณคังอินอาจมีเสื้อผ้าแบบนั้นก็ได้นะ  นายเคยเห็นหรือเปล่า”  เยซองปล่อยหมัดเด็ดจนคยูฮยอนผุดนั่งในอ่างเสียงดัง

 

            “คุณคิดว่าชายแขนเดียวนั่นคือคุณคังอินหรือ”  คยูฮยอนเชิดหน้าถามอย่างไม่เกรงใจ

 

            “นายไม่คิดว่าเขาน่าสงสัยที่สุดหรอกหรือ  เขามีหลักฐานอ้างที่อยู่ไม่ชัดเจน  ไม้เท้าที่คนร้ายใช้ก็เป็นของเขา  แรงจูงใจในการก่อเหตุ  ถึงจะยังไม่ชัดแต่ก็ใช่จะไม่มี...”

 

            “แต่ว่า...  แต่ว่า...”  คยูฮยอนพยายามมองหาที่พึ่ง  “แต่คุณคังอินมีหลักฐานอ้างที่อยู่เมื่อคืนนี้ไม่ใช่หรือครับ  ท่านมีแน่นอนตั้งแต่ห้าทุ่มยี่สิบนาทีจนถึงเที่ยงคืน...”

 

            “ปรากฏว่านะ  คยูฮยอน”  เยซองทอดเสียงอ่อนราวกับเวทนา  “ความจริงแล้ว  เขาไม่มีหลักฐานอ้างที่อยู่”

 

            “อ้าว  ท่านไม่ได้อยู่กับคุณดงเฮหรือครับ”  น้ำเสียงของเด็กหนุ่มดูสับสน

 

            “ไม่ได้อยู่  หลังเกิดเหตุ  คุณคังอินกับคุณดงเฮเลยนอนแยกห้องกัน  คงจะเกรงใจคนตาย  คุณคังอินบอกว่าเก็บตัวอยู่ในห้องนั่งเล่นตลอด  แล้วก็ไม่มีใครเป็นพยานได้เลยสักคน”

 

            “คุณเยซอง!!  คยูฮยอนลุกพรวด  โชคดีว่าผ้าที่พันสะโพกเขายังเกาะแน่นดีอยู่  ร่างนั้นสั่นด้วยอารมณ์รุนแรง  “เจ้านายผมเป็นคนจ้างคุณมานะ”

 

            “พอดีว่าฉันอยู่ฝ่ายความยุติธรรม”  เยซองตอบหน้าตาย

 

            “พูดอะไรวะเจ้าคนเนรคุณ!!  มือคู่นั้นกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน  ราวกับเจ้าตัวอยากใช้มันบีบคอเยซองเหลือเกิน

 

            เยซองได้แต่ข่มความกลัวลงไป  แล้วแกล้งหัวเราะเพื่อให้อีกฝ่ายโกรธแค้นมากขึ้น  “งั้นหรือ  ขอบใจมากนะที่แสดงอาการตื่นเต้นขนาดนี้ให้เห็น  แสดงว่าคนร้ายต้องเป็นคุณคังอินแน่นอน  เธอรู้ความจริงก็เลย...”

 

            “ไม่จริง!!  หุบปากเดี๋ยวนี้นะ  ความจริงแล้วใครจ้างแกมากันแน่”

 

            เยซองหัวเราะ  “ก็เจ้านายเธอนั่นแหละ  คิดว่ามีใครแอบจ้างฉันซ้อนไปอีกหรือ”

 

            คยูฮยอนเหมือนจะได้สติหลังได้เห็นสีหน้านั้น  เขาคลายมือสองข้างออก  ทำคอตก  “คุณคังอินไม่ใช่คนร้าย  ต่อให้โกรธจนลงมือฆ่าคนก็เถอะ ท่านไม่มีทางปิดบังความผิดของตัวเอง  ถ้าท่านทำจริง  ก็ต้องกล้ามอบตัวแน่”

 

            “คยูฮยอน  แล้วคุณคังอินมีเรื่องโกรธแค้นกับคนตายหรือเปล่า”  เยซองถามเสียงนุ่มนวล  แต่กระนั้นเด็กหนุ่มตรงหน้ากลับสะดุ้ง  ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

 

            “ผมไม่รู้อะไรทั้งนั้น  คุณคังอินน่ะโง่มาก  โง่มากจริงๆ”

 

            แล้วเขาก็กระโจนออกจากอ่างน้ำ  หนีออกนอกประตูกระจกไป  เยซองได้ยินเสียงเขาแต่งตัวลวกๆ  แล้วจากไปทันที

 

            เยซองเงี่ยหูฟังเสียงฝีเท้าหนักๆ นั้น  พลางครุ่นคิดว่า  อะไรกันที่ทำให้คยูฮยอนแสดงอาการแบบนั้นออกมา  แล้วคังอินทำอะไร  อะไรที่คยูฮยอนบอกว่าเขาโง่มาก  โง่อย่างไรกันแน่

 

            เมื่อกลับถึงห้อง  เยซองเปิดสมุดบันทึก  แล้วจดลงไป

           

-          คิมคังอิน  คุยธุระกับซีวอนในช่วงหลังอาหารเที่ยงถึงบ่ายสองยี่สิบห้า  และคุยกับชินดงบ่ายสองครึ่งถึงบ่ายสองห้าสิบห้า  หลังจากนั้นถึงสี่โมงไม่มีหลักฐานอ้างที่อยู่

 

-          ลีดงเฮ อยู่ในห้องตั้งแต่หลังอาหารเที่ยงถึงก่อนสี่โมง  ระหว่างนั้นได้คุยกับชินดงสามสิบนาที  น่าจะเป็นช่วงบ่ายโมงครึ่งถึงบ่ายสองครึ่ง  เวลาอื่นไม่แน่ชัดว่ามีหลักฐานอ้างที่อยู่หรือไม่

 

-          คิมฮยอกแจ  กับคิมเรียวอุค  อยู่ในห้องสันทนาการตั้งแต่หลังอาหารเที่ยงถึงบ่ายสองสี่สิบนาที  ระหว่างนั้นแอบไปดูจองซูบางครั้ง  ช่วงบ่ายสองสี่สิบถึงบ่ายสามเข้าไปในทางลับ  ได้เจอคิบอมตอนบ่ายสามสิบนาที  ทั้งสามเข้าโกดังแต่ไม่พบศพ  จากนั้นไปฟังเพลงฟลุตของคิบอมในห้อง พบศพสี่โมงสิบห้านาที

 

-          คิมคิบอม  อยู่ตามลำพังตั้งแต่หลังอาหารเที่ยงถึงบ่ายสองยี่สิบ  จากนั้นเข้าทางลับบ่ายสองยี่สิบถึงบ่ายสองสี่สิบ หลังสามโมงได้พบฮยอกแจและเรียวอุค  อยู่ด้วยกันจนพบศพ

 

-          ชินดงฮี  หลังอาหารเที่ยงอยู่คนเดยวตั้งแต่บ่ายโมงครึ่งถึงบ่ายสองครึ่ง  ระหว่างนั้นพบดงเฮและคุยกันสามสิบนาที  จากนั้นคุยกับคังอินบ่ายสองครึ่งถึงบ่ายสองห้าสิบห้า  หลังจากนั้นไม่มีหลักฐานอ้างที่อยู่

 

-          ปาร์คจองซู  นอนกลางวันตั้งแต่บ่ายสองถึงบ่ายสาม  ระหว่างนั้นฮยอกแจมาดูถึงบ่ายสองสี่สิบ ชินดงก็เห็นจองซูแต่ไม่แน่ชัดว่าเวลาใด  นอกเหนือจากเวลานี้ไม่มีหลักฐานอ้างที่อยู่



 

            อันที่จริง หากเหตุฆาตกรรมเกิดก่อนรถม้ากลับเข้ามา คิบอมย่อมเป็นผู้ต้องสงสัย  เพราะก่อนเจอกับฮยอกแจและเรียวอุค  เขาอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุตามลำพังนานเกินกว่ายี่สิบนาที  นอกจากนี้เขายังมีแรงจูงใจที่จะฆ่าซีวอนมากที่สุด

 

            เพียงแต่ว่า  คิบอมไม่มีเวลาขนศพไปไว้บนรถม้าได้เด็ดขาด

 

            แล้วคนร้ายจะเอาศพไปวางบนรถม้าทำไม

 

            ที่สำคัญ  ซีวอนไปทำอะไรแถวนั้นกันแน่  หากผู้ตายเป็นคนมัดแขนซ้ายติดกับตัวเองโดยไม่ใช่ฝีมือคนร้าย  เขาทำแบบนั้นทำไม

 

            ยิ่งกว่านั้น  ชายแขนเดียวยังซ่อนตัวอยู่ในคฤหาสน์นี้หรือเปล่า  ถ้าเขามีตัวตนจริง ไม่ใช่คนอื่นแกล้งปลอมตัวมา  ตอนนี้เขาจะซ่อนตัวอยู่ที่ไหนในคฤหาสน์  เขาได้อาหารและน้ำจากไหน  แล้วมันไปทำอะไรในทางลับเมื่อครู่

 

            เยซองคิดกลับไปกลับมาจนเหนื่อยอ่อนและหลับไป













ทักทายยามดึก

แฮร่

เชื่อว่ามีคนจิ้นเย่คยู or คยูเย่ อิอิ

สองคนนี้ไม่มีอะไรในกอไผ่จริงๆ น้า


และสุดท้ายนี้

อรรถรส  555

ไปเจอรูปนี้ในเน็ต  ขำท้องแข็ง

           



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

57 ความคิดเห็น

  1. #48 kob kerojang (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 มกราคม 2560 / 09:47
    คยูก้อดูเหมือนจะรุ้อะไรหลายๆอย่างนะ อย่าให้คยูเปงฆาตกรนะ แงๆ
    #48
    0
  2. #19 Moonming (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 เมษายน 2559 / 16:53
    คุณคังอินนี่เป็นพ่อของซองมินรึเปล่า พอลองมาคิดๆดูแล้ว55555 ชินดงต้องตายแล้วแน่ๆเลย
    #19
    0
  3. #18 vincentmarcus137 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 เมษายน 2559 / 00:28
    ไรเตอร์ ไรเตอร์ทำไรใจเสียเลยอ่ะ ซองมินหายไปไหน อย่าเอาน้องกระต่ายเค้าไปได้มั้ย. ตอนต่อไปจะกล้าอ่านมั้ยเนี่ย เป็นห่วงซองมิน.  งือ อิพี่โจ้ืทำไมไม่ไปอยู่กับน้อง(วะ)

    ดูเหมือนทุกคนจะโยงมาที่หมีหมด เฝอต่เราไม่สงสัยพี่หมีนะ ไม่รู้ทำไม. ว่าแต่ พี่ชินดงก็ติดต่อไม่ได้ แล้วซองมินไปไหนนนน เป็นห่วงนะ. อย่าทำร้ายซองมินนะ กลัวว่า ซองมินจะเห็นคนร้ายแล้วมาบอกคังอินอ่ะ คนร้ายเลยมาย้ดการ ไม่เอาาาาาา
    #18
    0