ศัตรูคู่วิวาห์

ตอนที่ 9 : ตอนที่ 9: งานวิวาห์...... แสนว้าวุ่น (2) (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,617
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    5 ม.ค. 53

ตอนที่ 9: งานวิวาห์...... แสนว้าวุ่น (2)

 

ภายในห้องนอนของศิธรได้ถูกจัดตกแต่งใหม่ทั้งหมดราวกับเนรมิตขึ้นในเวลาไม่นานนักให้เป็นเรือนหอที่รอทำพิธีส่งตัวของเจ้าบ่าว เจ้าสาวที่ตอนนี้ได้นั่งรอพิธีการส่งตัวอยู่ภายในห้องหอแล้ว โดยมีคุณหญิงพรรณีเดินเข้ามาให้พรแก่คู่บ่าวสาวเป็นคนแรก

“ย่าขอให้มีความสุขมากๆ นะพ่อหนึ่ง และหนึ่งต้องดูแลน้องนะลูก” คุณหญิงพรรณีเอ่ยให้พรพร้อมกับกำชับหลานชายไปในตัว

“ผมดูแลเขาอยู่แล้วครับ คุณย่า แต่หลานคุณย่ารั้นไม่เบา” ศิธรยังไม่วานที่จะเถียงคนเป็นย่าออกไปแต่สายตามจับจ้องที่เจ้าสาวไม่ห่างเลยทีเดียว

“ต้องถ้อยทีถ้อยอาศัยกันสิลูก หนูมินเองก็อย่าเอาแต่ใจนักนะ” คุณหญิงพรรณีจึงสั่งสอนทั้งคู่แล้วหันไปกำชับคำหลังกับมินตราที่นั่งหน้างออยู่ในตอนนี้

คุณหญิงพรรณีถอยออกไปเมื่อให้พรเสร็จ ต่อมาก็แขกผู้ใหญ่อีกหลายคนที่เวียนกันเข้ามาบอก โดยมีสองหนุ่มสาวนั่งคู่กันอยู่บนเตียงกระทั่งถึงกลุ่มเพื่อนฝูง

“นี่... คืนนี้นะมิน เป็นยังไงบอกฉันด้วยนะ ว่าเหมือนคืนแรกรึเปล่า” สมรเอ่ยแซวก่อนคนอื่นๆ ในกลุ่มทันทีเนื่องจากเธอแทบไม่ได้ทักทายเพื่อนสาวเลยเพราะต่างคนต่างยุ่งๆ กับการช่วยงานในส่วนต่างๆ ในคืนนี้จนกระทั่งถึงตอนนี้หล่ะถึงได้พูดคุยกันได้

“ทะลึ่งนะ.. สมร” มินตราหน้าแดงซ่านเมื่อเพื่อนรักกระซบที่ข้างหูให้ได้ยินกันเพียงสองคน

“คุณหนึ่งคะ ยังไงๆ ก็อย่ารุนแรงจนเสื้อนอนขาดอีกนะคะ” ใบเตยเอ่ยเสริมให้ทั้งห้องได้ยินกันหมดเลยทีเดียวส่งผลให้มินตรายิ่งหน้าแดงขึ้นไปอีกจนลามถึงใบหูทีเดียว

“ผมรับปากไม่ได้ มันอยู่ที่เพื่อนคุณ โอ้ย...” ศิธรร้องลั่นเมื่อถูกบิดที่ต้นแขน ทำให้ทุกคนหัวเราะร่าแล้วปล่อยให้สองหนุ่มสาวอยู่กันตามลำพังภายในห้อง

“อ๋อ...” ปานศักดิ์ที่ได้แต่ยืนฟังอยู่เงียบๆ หันมาราวกับจะรายงานผลให้กับว่าที่พี่ภรรยาฟัง ถึงความคืบหน้าของงานที่ได้สั่งการไว้

“ผมจัดการเรียบร้อยแล้ว คืนนี้ทางสะดวกแล้วนะครับ” ศิธรยิ้มเมื่อได้ยินเรื่องที่ปานศักดิ์มากระซิบรายงานให้เขาฟังว่าได้จัดการงานเป็นไปอย่างเรียบร้อย

“ขอบใจมาก น้องชาย” ศิธรยิ้มแล้วเอ่ยปากขอบคุณออกมาให้ได้ยินกันเพียงสองคนแล้วตบบ่าชายหนุ่มเพื่อแสดงความขอบคุณ แล้วก็ผลักปานศักดิ์ออกจากห้องไปพร้อมกับปิดประตูห้องทันที และไม่ลืมที่จะกดล็อกประตู

“เปลี่ยนเสื้อผ้าซะ อยู่ในตู้นั่น ใช้ได้หมดเลย” ศิธรบอกมินตราเบาๆ ขณะที่เขาเองก็ถอดเสื้อนอกเสื้อเชิ้ตด้านในออก มินตราถึงกับชะงักแล้วหันก้าวไปเข้าไปเปิดตู้เสื้อผ้า เธอถึงกับตะลึ่ง เมื่อเห็นเสื้อผ้าสารพัดแบบที่แขวนเอาไว้เต็มตู้ มินตราจึงเอื้อมมือไปแหวกๆ ดู มีทั้งหมดนับแต่ชิ้นเล็กชิ้นน้อย หญิงสาวจึงหันขวับกลับมาเมื่อปิดประตูตู้ดังปังจนเขาเองก็ต้องเงยหน้าขึ้นมอง

“เป็นอะไรไปอีกล่ะ” เขาถอดเสื้อออกเผยให้เห็นแผงอกหนาแข็งแรง

“ฉันไม่ใส่เสื้อผ้าพวกนี้เด็ดขาด จนกว่าคุณจะให้ใครไปขนเสื้อเก่าของฉันที่ห้องพักมาที่นี่” นัยน์ตาของมินตราวาววับจับจ้องมาที่เขาอย่างถือดี

“พรุ่งนี้ก่อนสิ วันนี้ก็ใส่ในตู้นั้นไปก่อนมีทุกอย่างครบไม่ใช่หรอ” ศิธรบอกออกไปด้วยไม่ค่อยจะเข้าในใจท่าทีของหญิงสาวนัก

“ใช่... แต่ฉันจะไม่ใส่เสื้อผ้าของใครทั้งนั้น” มินตราตอบขึ้นเสียงสูง

“ของใคร” ชายหนุ่มนิ่วหน้าอย่างไม่เข้าใจ

“ก็ของคนนที่คุณนอนด้วยไงล่ะ ฉันไม่มีทางใส่หรอกและฉันจะไม่นอนห้องนี้ด้วย” มินตราใช้มือทั้งสองข้างยกชายชุดวิวาห์ขึ้นสูงซอยเท้าถี่ๆ ไปที่ประตู 

แต่ยังไม่ทันจะถึง ร่างของเธอก็ต้องลอยขึ้นเหนือพื้น แล้วก็หล่นตุ๊บลงมาที่เตียงนุ่มตามด้วยร่างของชายหนุ่มที่หัวเราะหึๆ ในลำคอ แล้วเขาก็ทาบทับร่างของมินตราเอาไว้

“หึง...นี่นา ไม่น่าเชื่อ ว่าเธอจะหึงฉัน” ศิธรหัวเราะไปล้อเลียนหญิงสาวในอ้อมกอดไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“ไม่มีทางที่ฉันจะหึงคุณแน่ หลีกไปนะ ฉันหนักนะหายใจไม่ออก” หญิงสาวดิ้นรนเพื่อให้หลุดจากร่างหนาที่ทาบทับร่างของเธออยู่

“จะทับให้ตายเลย ถ้ายังรั้นเอาแต่ใจตัวเองอย่างนี้ ไม่มีเหตุผลด้วย” ศิธรไม่มีวี่แววว่าจะปล่อยร่างบางแถมยังกดทับลงไปด้วยว่าหญิงสาวดื้อรั้นจริงๆ

“ฉันไม่มีเหตุผลอะไร คุณนั่นแหละที่ไม่มีเหตุผล” มินตรายังไม่วายที่จะเถียงชายหนุ่มฉอดๆ ไม่ยอมลดลาวาศอกให้กับชายหนุ่มแม้แต่คำเดียว

“เธอนั่นล่ะ สาวน้อย ฟังนะ... เสื้อผ้าที่อยู่ในตู้นั้นมันของเธอทั้งหมด” ศิธรพยายามสงบสติอารมณ์เพื่ออธิบายเรื่องราวให้หญิงสาวฟัง

“ฉันไม่รับ ฉันบอกแล้วว่าไม่รับเดนจากใครทั้งนั้น” มินตราขึ้นเสียงพรางดิ้นรนขัดขืน

“ฟังก่อนสิ...” เขากดร่างของหล่อนลงไปอีก ส่วนมืออีกข้างทาบทับลงที่เนินอกอวบ หญิงสาวเริ่มมีอาการกลั้นลมหายใจเพ่งมองเขาขณะที่ลูบมันช้าๆ

“เสื้อผ้าในตู้นั่นใหม่ทั้งหมด ยัยน้องหนูแกเป็นคนเลือกให้ กับเพื่อนๆ แสนแสบของเธอสองคนนั้นด้วย มันไม่ใช่ของบุณฑรี และเตียงนี้เขาก็ไม่เคยมานอนค้างที่ห้องนี้ ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ไม่มีเดนใครทั้งนั้น จะมีบ้างก็ตัวฉันที่บุณฑรีเคยใช้แล้ว แต่มันต่างกันนะ” เขาบอกพรางก้มต่ำตามมือที่กำลังลูบไล้ มินตราเงียบลงไปพูดไม่ออกเมื่อปากและมือของเขาทำงานสัมพันธ์กัน

สิ่งที่เธอทำได้ในตอนนี้คือ แหงนเงยใบหน้าเพื่อระบายอารมณ์ภายใน ยกแขนขึ้นโอบร่างผู้ได้ชื่อว่าสามีไว้แน่น พลิกร่างไปตามจังหวะของฝ่ายสามีที่พยายามถอดชุดแต่งงานออกอย่างคล่องแคล่ว

และในที่สุด ทั้งเขาและเธอก็กลับมาอยู่ในชุดวันเกิดอย่างไม่ยากเย็นอะไรเลย หญิงสาวหายใจระรวยขณะที่สามียังไล้นิ้วไปมาบนเนื้อตัวของเธอ

“ฉันจะลุกไปอาบน้ำคะ” มินตราบอกเบาๆ พรางหลบสายตาเขาอย่างเอียงอาย

“เดี๋ยวสิ... ทีอย่างนี้ทำไมต้องรีบร้อนด้วยล่ะ เดี๋ยวก่อนก็ได้” เขาบอกพร้อมส่งสายตากุ้มกริ่มให้กับมินตรา

“เออ... ฉันง่วงแล้วคะ” มินตราตอบด้วยน้ำเสียงอึกๆ อักๆ ปนขวยเขินพร้อมด้วยทำท่าทางจะลุกขึ้นจากอ้อมกอดของเขา

“ง่วงก็หลับสิ ฉันไปว่าอะไรล่ะ” เขาตอบพร้อมดึงร่างบางของมินตราเข้าหาตัวแล้วกอดไว้อย่างนั้น

“แต่คุณยังทำ...” มินตราอึกอักสายตามองตามมือซุกซนของเขา ทำให้ศิธรถึงกับหัวเราะแล้วกดศีรษะของหล่อนเข้ามาใกล้แล้วจุมพิตอย่างดูดดื่มอีกครั้งหนึ่ง

“รู้ไหมเธอไม่จืดอย่างที่เห็น” กระซิบบอกที่ข้างหูของมินตรา และเผลอคิดกับตัวเองว่างานนี้เขาแพ้หญิงสาวในอ้อมกอดหลุดลุ่ยเลย และดูเหมือนจะคลั่งเธอเป็นบ้าเลยในตอนนี้

“ไม่นะคะ ฉันจะลุกอาบน้ำจริงๆ นะคะ” มินตราบอกชายหนุ่มออกไปเสียงสั่นๆ

“จะเป็นไรไป เราจะอาบพร้อมๆ กันนะ อื้ม...” เสียงของเขาสั่นเครือ

“ไม่นะคะ อย่าคะอย่า อือ...”

“เดี๋ยวก็รู้ว่าอยากนอนเตียงต่อไป หรืออยากอาบน้ำกันแน่...” เสียงเขาเลือนหายไปในลำคอเมื่อเขาเริ่มที่จะบดริมฝีปากลงมาที่ปากของมินตราอีกครั้ง แรกๆ มินตราก็ทำท่าจะขัดขืนแต่ก็สู้แรงปรารถนาของชายหนุ่มไม่ไหว และที่สำคัญหญิงสาวเริ่มรู้สึกว่าได้หลงมนต์เสน่ห์ของศิธรตั้งแต่เขาให้เช็ดตัววันแรกโน่นแหล่ะ แต่เธอยังไม่กล้าเอ่ยปากเนื่องจากการแสดงออกของชายหนุ่มตรงข้ามกับการกระทำจริงๆ เลย

ทางด้านล่างของเรือนหอก็มีเสียงของชุติอรเอ่ยดังขึ้นลั่นเรือนขาวเลยทีเดียว เมื่อผ่านพ้นจากพิธีการส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวแล้ว

“คุณแมน... บอกน้องหนูมาเลยนะคะ มีลับลมคมในอะไรกันกับพี่หนึ่งคะเมื่อกี้ตอนก่อนจะออกมาจากห้องพี่หนึ่งก็ยังไปกระซิบกระซาบกันอีก บอกมาเดี๋ยวนี้ไม่งั้นน้องหนูงอนจริงๆ ด้วย” ชุติอรคาดคั้นแฟนหนุ่มด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“นี่... ดึกมากแล้ว ผมว่าน้องหนูไปนอนก่อนดีกว่า แล้ววันหลังผมจะเล่าให้ฟัง” ปานศักดิ์บอกปัดกลายๆ

“ไม่คะ เล่ามาเดี๋ยวนี้เลยนะคะ” ชุติอรทำท่าทาง กับน้ำเสียงจริงจังเนื่องด้วยต้องการที่จะรู้เป็นอย่างมาก

“จะเล่าไหมคะคุณแมน น้องหนูโกรธจริงๆ นะคะ” ชุติอรข่มขู่แฟนหนุ่ม

“โอเค... โอเค ผมเล่าก็ได้”  

ปานศักดิ์จึงเริ่มเล่าเรื่องราวที่ตั้งแต่ที่ศิธรเข้ามากระซิบให้เขาคิดหาทางไม่ให้บุณฑรีมาอาระวาดที่งานได้ เขาจึงต้องโทรสั่งให้ลูกน้องสนิทสองคนให้ไปตั้งด่านสกัดจับบุณฑรี จริงๆ เขาต้องการแค่จะดึงเวลาให้เธอมาถึงช้าไม่ทันพิธีส่งตัว แต่เกิดโชคเข้าข้างเมื่อบุณฑรีดันดื่มเหล้ามามาก พอวัดแอลกอฮอลแล้วเกิดมีค่าเกินกว่ากำหนด ทำให้แผนการณ์ที่วางไว้ง่ายขึ้นไปอีก และตอนนี้บุณฑรีก็กำลังอาระวาดที่โรงพักไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ลูกน้องของเขาโทรมารายงานให้ฟังแล้วก็ปวดหัวแทนนายตำรวจที่อยู่เวรในคืนนี้จริงๆ เลย

ปานศักดิ์เองก็เล่าเรื่องราวให้ฟังไม่ทั้งหมดเพราะเขานั้นโดนทางศิธรข่มขู่ว่าถ้าทำเรื่องนี้ไม่สำเร็จตำแหน่งว่าที่น้องเขยอาจหลุดลอยไปก็ได้ เขาคิดว่าไม่จำเป็นต้องเล่าให้ทางชุติอรรู้เพราะถึงอย่างไรเขาก็ไม่ยอมแพ้เรื่องของชุติอรง่ายๆ อยู่แล้ว เนื่องจากเขาเองก็รักจริงหวังแต่งเช่นกัน

ทันทีที่ปานศักดิ์เล่าจบเสียงหัวเราะใสๆ ของชุติอรก็ดังลั่นเรือนขาวทันที แสดงท่าทางชอบอก ชอบใจเป็นอย่างมาก นี่ถ้าได้เห็นภาพบุณฑรีทีโรงพักหล่ะก็คงจะหัวเราะดังกว่านี้เป็นแน่

“คุณแมนทำดีมากๆ เลยคะ” ชุติอรเอ่ยชมพร้อมกับหัวเราะร่วนเลยทีเดียว

ส่วนทางปานศักดิ์จึงเพียงแค่ยืนยิ้มๆ กับท่าทางดีอกดีใจของชุติอร แล้วดันร่างบางของชุติอรให้เดินนำร่างของเขาไปที่เรือนของคุณหญิงพรรณี เพื่อไปส่งหญิงสาว

จากนั้นเขาก็ขอตัวแยกกลับบ้าน และโทรไปเช็คกับทางลูกน้องดูว่าทางบุณฑรีเป็นอย่างไรบ้าง จึงได้รู้ว่ามีคนมาดำเนินเรื่องขอประกันตัวของบุณฑรีออกไปเรียบร้อยแล้ว ปานศักดิ์เดินทางกลับบ้านได้อย่างสบายใจ

 

แสงแดดอ่อนๆ ที่ลอดเข้ามาทางม่านหน้าต่างทำให้หญิงสาวที่นอนหลับสบายอยู่บนเตียงงัวเงียตื่นขึ้น หญิงสาวนิ่วหน้าหลบแสงก่อนจะขยับตัว สมองเริ่มประมวลความคิดทุกอย่างไปมาอย่างรวดเร็ว เมื่อจำได้ว่าตนเองนอนที่ไหนคนที่ทำท่างัวเงียอยู่เมื่อครู่ก็ต้องลุกพรวดขึ้นมาทันใด จนผ้าผืนใหญ่ที่คลุมร่างบางอยู่ร่วงลงมากองอยู่ที่ตัก พร้อมกับเสียงอุทานเล็ดลอดออกมาพร้อมกับที่รีบดึงผ้าขึ้นมาปิดบังร่างเอาไว้

มินตรารู้สึกว่าใบหน้าร้อนวูบขึ้นมาทันที ก่อนจะกวาดตามองคนที่นอนข้างๆ และนั่นยิ่งทำให้ความร้อนพุ่งขึ้นกว่ากว่าเก่าอีกหลายเท่า ผู้ชายตัวสูงใหญ่เปลือยตั้งแต่อกจนถึงเอว มีเพียงผ้าขนหนูสีขาวผืนเดียวที่ปกปิดตรงกลางลำตัวไว้อย่างหมิ่นเหม่

ให้ตายเถอะ ทำไมเขาต้องทำให้หัวใจเกือบจะวายตั้งแต่เช้าเนี่ย มินตราคิดพร้อมกับคว้าชุดนอนตรงข้างเตียงมาสวมแล้วขึ้นไปอาบน้ำ เมื่อแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย และเมื่อเห็นเขายังไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมาเลย หญิงสาวจึงคิดจะลงไปหาอะไรรองท้อง หากพอทำท่าจะเดินออกไปก็ต้องหันไปมองคนตัวสูงที่นอนหลับเกือบเปลือยอยู่บนเตียงอีกครั้ง มินตราจึงตัดสินใจเดินไปใกล้ๆ พยายามไม่มองเขา แล้วจัดการดึงผ้าห่มขึ้นมาคุมให้ แล้วเดินออกมาจากห้องทันที

 

คุณหญิงพรรณีกำลังพูดกับชุติอรอยู่กันเงียบๆ บริเวณโซฟาในห้องโถงเมื่อศิธรเดินลงมาจากข้างบน และตรงเข้ามาหาร่างของทั้งสองที่นั่งคุยกันอยู่

ชายหนุ่มอยู่ในชุดลำลองเรียบร้อยจะมีก็แต่คิ้วขมวดมุ่น และดวงตาบึ้งตึงคู่นั้นที่ดูขัดกันอย่างไรพิกล จนศรีนวลเห็นใบหน้าเจ้านายต้องเอ่ยถามขึ้น

“เป็นอะไรพ่อหนึ่ง ตื่นสายป่านนี้ แล้วดูทำหน้ายุ่งเชียว” คนเป็นย่าเอ่ยทักหลานชายออกไป แต่ศิธรก็เพียงแค่เดินเข้ามาใกล้ๆ และยังคงยืนทำหน้ายุ่งอยู่อย่างนั้น

“มินตราไปไหนครับ” เขาโพล่งคำถามแรกขึ้นมาทันที น้ำเสียงบอกว่าอารมณ์ไม่ดีนักเพราะเมื่อตื่นขึ้นมากลับพบว่าตัวเองนอนอยู่คนเดียวบนเตียง

“เขาออกไปทำงานแล้ว” ชุติอรบอกกับพี่ชายไปพร้อมกับแอบอมยิ้มกับผู้เป็นย่าสองคน และดูเหมือนคำตอบที่ได้จะไม่เป็นที่พอใจของศิธรนักในตอนนี้

“จะขยันไปถึงไหนนะยัยตัวดี” ศิธรบ่นพร้อมทั้งทำท่ากอดอกเป็นเชิงบ่นกับตัวเอง

 

บุณฑรีในตอนนี้ตื่นขึ้นมาก็ให้มึนๆ แต่ยังจำเหตุการณ์ที่เธอโดนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจวัดแอลกอฮอลแล้วโดนจับไปที่โรงพักได้ดี เช้านี้เธอคงโดนมารดาบ่นอย่างแน่นอนที่ไปก่อเรื่องเมาแล้วขับแถมยังอาระวาดบนโรงพักอีกต่างหากด้วย สองข้อหาในเวลาเดียวกันเลย

บุณฑรีทราบข่าวจากหน้าหนังสือพิมพ์ว่าศิธรได้เข้าพิธีแต่งงานเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็แทบล้มทั้งยืน แถมแผนการที่คิดจะไปอาระวาดกลางงานแต่งงานนั้นก็พังลงไม่เป็นท่า คิดแล้วก็ให้เจ็บใจ แค้นที่ศิธรทำกับเธอได้ลงคอทั้งๆ ที่คบกับเธอมานานจนคนในสังคมรับรู้

“จำไว้ฉันไม่มีทางให้คุณกับนังนั้นมีความสุขได้เลยคอยดู” บุณฑรีคิดอย่างอาฆาตอยู่ภายในจิตใจพร้อมๆ กับเริ่มคิดแผนการในการที่จะดึงศิธรกลับมาเป็นของเธอให้ได้ แต่ในวันนี้เธอคงออกไปข้างนอกไม่ได้เป็นแน่เนื่องจากมารดาของเธอคงไม่ยอมเป็นแน่หลังจากไปก่อเรื่องไว้ใหญ่โตเลยทีเดียว

-------------------------------------------------------------------------

โหวต + เม้ม ให้กำลังพี่กันบ้างนะคะ 

ขอบคุณคะ

-------------------------------------------------------------------------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

127 ความคิดเห็น

  1. #113 REBORNHIZ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 มกราคม 2553 / 18:59
     เอาแต่จับศิธร  ไม่เบื่อบ้างหรือไง
    #113
    0
  2. #97 บุษบาพาฝัน (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 มกราคม 2553 / 23:35

    แวะมาส่งกำลังใจจ้า.........หนุกๆๆ รออ่านอยู่นะจ๊ะ
     คุณหนึ่งหวาน น่ารักจังเลย..........

    #97
    0
  3. #96 Potae Jung (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มกราคม 2553 / 09:39
    หวานจริงจ้า มาเป็นกำลังใจจ้า
    #96
    0
  4. #95 nuri.j (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มกราคม 2553 / 14:32

    คึนเข้าหอ หวานได้ที่เลยค่ะ ขอให้หวานนานๆนะคะ

    #95
    0
  5. #94 jeab (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มกราคม 2553 / 11:27
    โห๊ะๆๆๆๆ ตัวร้ายยยยยยยยยยยยยยย

    จะเอาคืน



    ชอบๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #94
    0
  6. #90 pybpig (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2552 / 16:11
    ทำอะไรจ๊ะคุณหนึ่งจ๋า รู้นะคิดอะไรอยู่ 555+

    คิดถึงพี่กันต์จังเลย มาแวะนิด ๆ หน่อย ๆ ก็ยังดีเนอะ

    รักนะ จู๊บ ๆ เป็นกำลังใจให้พี่กันต์เสมอนะคะ ขอบคุณมากค่ะ
    #90
    0
  7. #89 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2552 / 17:08
    ยังไงก็ไม่ทันคุณหนึ่งหลอก
    #89
    0
  8. #88 ไวท์เลเบิล (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2552 / 15:02
    1 vote

    +100

    ka


    #88
    0
  9. #87 Potae Jung (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2552 / 10:10
    มาอัพอีกน้า คุณหนึ่งหวานจัง อิจฉา
    #87
    0
  10. #86 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2552 / 17:11
    คุณหนึ่งมีแผนอะไรละ
    #86
    0
  11. #78 Potae Jung (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2552 / 09:35
    คุณหนึ่งงานเข้าอีกแล้ว
    #78
    0
  12. #77 จินณเสน (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2552 / 00:31
    โอ๊ะ..โอ้....งานเข้าแล้วคร้าๆๆๆๆๆๆๆ.........................คุณหนึ่งคร้า...
    #77
    0
  13. #76 nuri.j (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2552 / 19:04
    อ้าว....จะไปไหนค้า  ไม่เข้าหอหรือคะ
    อย่าบอกนะว่า เสื้อผ้าพวกนั้นเป็นของ....
    #76
    0