ศัตรูคู่วิวาห์

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 5: เหตุ...... เกิดก่อนถึงวันวิวาห์ (รีไรท์ 100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,263
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    24 พ.ย. 52


ตอนที่ 5: เหตุ...... เกิดก่อนถึงวันวิวาห์

เมื่อกลับจากทำงานในช่วงเย็นมินตราก็เอานอนเล่นอยู่บนเตียงพร้อมกับถือหนังสือเล่มเล็กในมือ แต่เปล่าหรอกหล่อนไม่ได้อ่านมันตามที่หล่อนทำท่าทางเหมือนอ่านอยู่อย่างที่เห็นเลยสักนิด หากแต่จิตใจและความคิดของหล่อนกลับหวนไปนึกถึงรสจูบ และการกระทำของศิธร ที่ทำกับหล่อนเมื่อสามวันก่อนนั้น หญิงสาวหลับตามพริ้มด้วยความหมกมุ่น จึงไม่ทันได้สนใจสองสาวเพื่อนร่วมห้องที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์เรื่องราวที่หล่อนเองก็กำลังคิดอยู่ในขณะนี้

“ฉันเห็นยัยอร เมื่อวานกับแฟนมัน” สมรพูดไปเรื่อยเหมือนเป็นการชวนเพื่อนคุย

“มันเล่าเรื่องคู่นอนของแฟนยัยมินให้ฟัง ยัยนั่นเข้าไปอาระวาดถึงในบ้านคุณย่า แล้วรายนั้นก็ไม่เห็นว่าอะไรสักคำ” ใบเตยบุ้ยใบ้มาที่ร่างของมินตรา

“นั่นสิ เรื่องใหญ่อย่างนี้ปล่อยไปได้ยังไง” สมรเอ่ยเสริมอย่างไม่เข้าใจในตัวของมินตราเพื่อนของพวกเธอเพราะปกติมินตราไม่ใช่คนที่จะยอมใครง่ายๆ

“แล้วคุณหนึ่ง กับยัยคู่น้อนเขาตกลงกันได้หรือยัง” ใบเตยหันไปถามมินตราที่ตอนนี้รู้ตัวแล้วว่าหล่อนอยู่ในหัวข้อสนทนาของเพื่อนร่วมห้อง

“ไม่รู้สิ ยัยอรมันบอกว่าหิ้วกันขึ้นรถออกไปตั้งกะวันนั้น พอกลับเข้าบ้านอีกทีพี่ชายยัยอรก็เคร่งขรึมหนักเข้าไปอีกเมื่อรู้ว่าคุณย่าเข้าโรงพยาบาลในวันนั้น แล้วก็มาคอยปรนนิบัติคุณย่าที่โรงพยาบาลตลอดเลย และก็คงไปรับคุณย่ากลับบ้านด้วยมั้ง...” ใบเตยเพ่งมองเพื่อนสาวที่กำลังนอนอ่านหนังสือบนเตียง แต่ยังไม่ทันจะกล่าวอะไรต่อไปอีก เสียงเคาะประตูจากด้านนอกก็ดังขึ้น

“ใครมากันดึกดื่นป่านนี้วะ” ใบเตยบ่นพึมพำลุกเดินผ่านออกไปยังห้องรับแขกด้านหน้าโดยมีสมรเดินตามออกไปและมินตราก็เงยหน้ามองออกไปอีกคน แต่ท่าทางของใบเตยนั่นชะงักไปแล้วเมื่อเปิดประตูออกแล้วพบกับร่างของชายหนุ่มในตอนนี้มีที่กระดุมสองเม็ดบนถูกปลดออกเผยให้เห็นไรขนหน้าอกรำไร ผมเขายุ่งเล็กน้อย นัยน์ตาแดงเรื่อบอกให้รู้ว่าเขาดื่มมาและคงจะดื่มมาไม่ใช่น้อยเลยด้วย

 ใบเตยที่ตอนนี้มีท่าทางตกใจจึงรีบทำท่าบุ้ยใบ้ให้เพื่อนทั้งสองสาวทราบว่าชายหนุ่มที่มากำลังอยู่ในอารมณ์ไหนในตอนนี้ พร้อมกับท่าทางที่เดินดุ่มๆ เข้ามาภายในห้องโดยไม่คิดที่จะขออนุญาติจากเจ้าของห้องเลยด้วยซ้ำตรงไปยังห้องที่มินตรากำลังนอนเล่นอยู่

“คะ... คุณเข้ามาที่ห้องนอนนี้ไม่ได้นะ” มินตราเมื่อเห็นชัดเจนก็พูดออกมาเสียงแข็ง เหมือนกับทำใจดีสู้เสือ

“มันเป็นอะไรที่จะเข้ามาไม่ได้” ชายหนุ่มก้าวผ่านธรณีประตูเข้ามาอย่างช้าๆ มาหยุดที่มินตรา หญิงสาวเริ่มไม่แน่ใจ และลุกขึ้นเดินไปที่สมรซึ่งหน้าตาตื่นไม่แพ้กัน

“คุณสองคนออกไปก่อน ผมขอคุยกับคู่หมั้นของผมเป็นการส่วนตัวหน่อย” ศิธรบอกราวกับเป็นคำสั่งก็ว่าได้

“ไม่นะ คุณจะมาไล่เจ้าของห้องเขาออกจากห้องไปได้ไง” มินตราชิงเถียงชายหนุ่มออกไปทันทีด้วยว่าเขาละเมิดความเป็นส่วนตัวของพวกหล่อนทั้งสามคน

“งั้นเธอ ไปคุยกับฉันที่ไหนก็ได้” ศิธรบอกพร้อมกับเดินเข้าถึงตัวหญิงสาวคว้าแขนหล่อนทันที

“ไม่นะ นี่ปล่อยฉันนะ คุณกำลังทำอะไรของคุณ” มินตราสบัดแขนขัดขืนทันที

“ก็กำลังจะคุยกับเธอไง” ชายหนุ่มบอกแล้วหันไปทางสองสาวเพื่อนร่วมห้องของมินตรา

“คุณจะออกไปก่อน หรือว่าจะให้ผมพาเพื่อนของคุณไปคุยข้างนอกด้วย” ชายหนุ่มเอ่ยขู่ใบเตย กับสมรที่ตอนนี้เหมือนกับทำอะไรไม่ถูก

“ฉันสองคนออกไปก็ได้คะ แต่บอกก่อนนะคะว่า คุณจะทำอะไรเพื่อนฉันไม่ได้” สมรตัดสินใจที่จะให้เพื่อนได้คุยกับชายหนุ่มที่นี่ดีกว่าที่จะเสี่ยงให้เขาพามินตราออกไปข้างนอก

“ทำไมจะไม่ได้ อีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ก็จะเข้าพิธีแต่งงานแล้วนี่ มันจะแปลกตรงไหนกัน” ชายหนุ่มตอบห้วนๆ แบบแฝงความนัยไว้ในคำพูดด้วย

“ไม่ได้นะคะ คุณหนึ่ง ยัยมินยังไม่...” ...

“คุณสองคนออกไปได้แล้ว ถ้าเกิดเพื่อนคุณตาย ผมจะบอกเอง อ๋อ... แล้วก็ล็อคประตูด้วยไม่ต้องเข้ามาอีก จนกว่าผมจะคุยกับเพื่อนคุณเสร็จเรียบร้อย” ชายหนุ่มเอ่ยขัดขึ้นด้วยความหงุดหงิดกับสองเพื่อนสาวของมินตรา

“อย่าออกไปนะ สมร เตย เธออย่ากลัวเขาขนาดนั้น เขามีสิทธิ์อะไร โอ้ย...” ชายหนุ่มกระชากร่างมินตราเข้ามาปะทะอก สมรได้แต่มองภาพนั้นแล้วกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง ก่อนที่จะเอื้อมมือมารั่งร่างของใบเตยให้ตามออกไปด้วยอีกคน

“ปล่อยฉันนะ คุณกำลังทำเกินไปแล้วนะ” มินตราเถียงออกไปอย่างดื้อดึง

“ทำเกินไปงั้นเหรอ เธอรู้ดีนะ มินตรา ใครกันแน่ที่กำลังทำเกินไป” นิ้วที่แข็งแรงของเขาเชยคางมนของหล่อนขึ้นแล้วบีบแรงๆ จนหญิงสาวหน้าเสีย

“สามวันเต็มๆ ที่คุณย่าไม่สบายเธอเคยไปดูหรือเปล่า ยังมีหน้าไปควงไอ้หน้าซีดนั่นไปไหนต่อไหนด้วยกันอีก และไอ้ที่ข่าวเขาลงหล่ะ คุณเคยอ่านบ้างหรือเปล่า” ศิธรต่อว่าหญิงสาวราวกับน้อยใจที่เขาคิดว่าถ้าไปเฝ้าคุณย่าที่โรงพยาบาลจะได้พบกับหล่อน แต่ไม่เลยหล่อนไม่เคยโผล่ไปเลยสักวันเดียวแถมยังมีข่าวซุบซิบจากหน้าหนังสือพิมพ์ที่เขาเปิดเจอตอนที่เฝ้าคุณย่ามาให้เขาเห็นอีกว่าหล่อนออกไปไหนมาไหนกับไอ้หนุ่มหน้าซีดจนเป็นข่าวเขาจึงเพิ่งรู้ตัวเองว่าเขานั่นได้หลงรัก

ยัยหน้าจืดคนนี้เข้าให้แล้ว ถึงได้ต้องมาตามหล่อนถึงที่นี่เพราะหล่อนเล่นตามไปหลอกหลอนเข้าตลอดสามวันเต็มๆ แล้วอย่างนี้มันน่าโมโหไหมหล่ะ

            “อ๋อ... ที่คุณร้อน ร้องโวยวายอยู่นี่เพราะกลัวชื่อเสียงเสียงั้นสิ ฉันจะไปไหนมาไหนมันก็เรื่องของฉัน หนังสือพิมพ์จะลงอะไรก็เรื่องของเขา ฉันไม่เคยแคร์เลย และฉัน...อุ้ย...” เขากำคางหญิงสาวหนักขึ้นอีกจนหญิงสาวร้องออกมา

            “ก็เพราะเธอไม่แคร์น่ะสิ ฉันถึงต้องมาหาเธอวันนี้ไง แม่เด็กน้อย” ศิธรเอ่ยเสียงเครียด

            “โอ้ย... อื้อ... ปล่อย...” ร่างของมินตราถอยร่น ขณะที่เขาเองกดน้ำหนักนิ้วลงไปที่คางหล่อน แล้วดันร่างหล่อนมาถึงปลายขอบเตียงนอน หญิงสาวจึงดิ้นรนมากขึ้น

            “ฉันไม่ต้องการเจ้าสาวที่มีเรื่องคาว กับไอ้หนุ่มก่อนแต่งงานเข้าใจไหม” ...

            “โอ้ย...” ร่างของหล่อนถูกผลักล้มลงบนเตียง แล้วร่างกำยำของเขาก็ทาบทับลงมาด้วยความรวดเร็วเกิดกว่าที่มินตราจะหลบได้ทัน

            “ในเมื่อเธอเป็นคนก่อเรื่องนี้ ฉันก็จะสนองตอบเอง เธอไม่ชอบรึ” ชายหนุ่มพูดเหมือนกับรอบนี้เขาเป็นคนชนะเสียอย่างนั้น

            “ไม่... ไม่ชอบ... แล้วรู้ไว้ด้วยว่าจะไม่มีพิธีแต่งงานอะไรนั่นทั้งนั้น ฉันเพียงแต่ต้องการ...” ....

            “ต้องการเอาชนะฉัน ฉันรู้สาวน้อย แต่มันไม่ง่ายนักหรอก และเรื่องแต่งงานจะมีหรือไม่ฉันจะต้องเป็นคนบอกเองไม่ใช่เธอ จำเอาไว้” ศิธรโมโหที่มินตรากล้าปฏิเสธเขาทั้งๆ ที่หล่อนเป็นคนเริ่มก่อนแท้ๆ

            “โอ้ย... บ้า... ช่วยด้วย... ช่วยด้วย...” มินตราเบิกตากว้างอย่างตกใจ ไม่นึกว่าเขาจะกล้าอุกอาจขนาดนี้ เมื่อเขาโน้มกายลงมาตะหวัดร่างเธอไว้ในอ้อมแขน กลิ่นกรุ่นของเมรัยโชยออกมาจากลมหายใจเขา ก่อนที่เขาจะประทับริมฝีปากบดเบียด โถมทาบกายลงบนร่างเธอ มินตราดิ้นรน แข็งขืนเต็มที่ แรงอันน้อยนิด แทบจะเทียบไม่ได้ กับแรงปรารถนาของเขาที่ไม่ฟังคำใด ที่เธอเอื้อนเอ่ยอีก ชุดนอนตัวหลวมถูกปลิดปลิวหวือ ออกจากร่างบาง ไปอย่างรวดเร็ว และเขาไม่ได้รอช้าแม้แต่วินาทีเดียว ที่จะทำตามที่ใจปรารถนา เธอกรีดร้องอย่างเจ็บปวด เมื่อเขาพยายามแทรกกายอย่างไม่ปรานี  ดิ้นรนกระถดร่างหนี แต่กายหนาหนัก กลับกดไว้แน่น จนหญิงสาวจำต้องรับชะตากรรม ที่เขาเป็นผู้กำหนด น้ำตาปริ่มรินไหลลงทางหางตา ทั้งเจ็บกายเจ็บใจ ที่สูญสิ้นความสาวไปเพียงชั่วพริบตา อย่างไม่คาดคิด

 

            ขณะเดียวกันที่ห้องรับแขกด้านนอก สองสาวต่างเอียงหูเข้าแนบกับประตูห้องนอน และแน่ใจแล้วว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นภายในห้อง กำปั้นทั้งสองก็ยกขึ้นมาพร้อมๆ กันแล้วทุบลงไปที่ประตูรัวเร็วๆ ปัง... ปัง... ปัง...

            “เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ คุณหนึ่ง เปิดประตูเดี๋ยวนี้” สองสาวมองหน้ากันตะโกนโวยวายออกไปพร้อมๆ กันลั่นห้อง

            “คุณทำอะไรเพื่อนฉันไม่ได้นะ เปิด... เปิด... มิน...มิน... เป็นไงมั่ง” ทั้งสองสาวยังคงตะโกนอยู่หน้าห้อง

 

            แต่ภายในห้องไม่มีเสียงตอบออกมาอีกเลย แม้เสียงที่ทุบจะแรงและรัวก็ตามแต่เสียงต่างๆ ก็เลือนหายไป สองสาวค่อยๆ ทรุดร่างลงนั่งที่ด้านนอกของประตูห้องหันมามองหน้ากันไปมา

            “ฉันไม่น่าจะล็อคประตูเลยจริงๆ นะ มินเสร็จคุณหนึ่งแน่แล้ว” สมรรำพึงรำพัน

            “ใครจะไปรู้ว่าคุณหนึ่งจะบ้าดีเดือดทำเรื่องอย่างว่านี้ต่อหน้าพวกเราล่ะ” ใบเตยปลอบใจสมรที่กล่าวโทษตัวเอง

            “นั่นสิ เออ... ยัยใบเตย” สมรทะลึ่งพรวดลุกขึ้นยืน

            “โทรไง เราต้องโทรไปตามยัยอรเดี๋ยวนี้เลย” สมรคิดได้รีบบอกออกไปทันที

            “แล้วมันจะทันเหรอ มินคงเรียบร้อยโรงเรียนไทยไปแล้วมั้ง” ใบเตยบอกอย่างที่คิดและจินตนาการไปไกลแล้ว

            “ทันไม่ทัน ก็ให้เขามาเป็นพยานสิว่า เพื่อนถูกพี่ชายกระชากความสาวไปแล้วนะโว้ย... เกิดฟันแล้วไม่รับทำไงวะ” สมรอธิบายออกไปเนื่องจากต้องรีบหาทางช่วยมินตราไม่ทางใดก็ทางหนึ่งหล่ะน่า

            “เออ... เอาก็เอา ย่ามันยิ่งเป็นโรคหัวใจอยู่ด้วยนะ” ใบเตยบ่นพร้อมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหมายเลขโทรไปที่บ้านของชุติอรด้วยใจที่สั่นระริก พอๆ กับร่างมินตราที่สั่นระริกด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย หล่อนทั้งโกรธและกลัวในเวลาเดียวกัน บางครั้งดูเหมือนมันจะหนาวสั่นอย่างบอกไม่ถูก หล่อนไม่มองแม้หางตาดูร่างกำยำที่เปลือยเปล่าของศิธร

            “ลุกอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าซะ เดี๋ยวเพื่อนเธอก็ตกใจกันใหญ่ เชื่อเลยว่าจะต้องมียัยน้องหนูมาร่วมวงด้วยอีกคน” เขาพูดจบก็ลุกเดินออกจากเตียงเข้าห้องน้ำไปอย่างสบายใจ มินตราปาดน้ำตาแล้วลุกขึ้นคว้าผ้าห่มพันร่างลงจากเตียงเอื้อมมือไปเก็บชุดนอน และเสื้อคุมที่ขาดรุ่งริ่งด้วยมือที่สั่นระริก โดยมีสายตาของเขาที่มองนิ่งมาจากประตูห้องน้ำ
         
---------------------------------------------

           

          เมื่อประตูห้องถูกเปิดออกก็เป็นจริงดังที่ศิธรคาดการณ์ไว้ไม่มีผิดเลยว่าน้องสาวสุดที่รักต้องมาร่วมเป็นสักขีพยานแน่นอนแต่ศิธรกลับแสดงท่าทางไม่ทุกข์ร้อนใดๆ เลยในสิ่งที่เขาได้กระทำลงไปเลยสักนิด ผิดกับหญิงสาวที่ขณะนี้นั่งอยู่ในห้อง มีเพียงชายหนุ่มเท่านั้นที่เดินออกมาแล้วเอ่ยทักทายน้องสาวของเขาแล้วพูดคุยกับเพื่อนสาวทั้งสองคนของมินตราได้สักพักหนึ่ง ศิธรกับชุติอรก็ขอตัวกลับบ้านไปอย่างง่ายดาย

มินตราเอาแต่นั่งเสียใจกับสิ่งที่เสียไปอยู่ภายในห้องก็เขาแต่คิดโกรธแค้นในตัวของชายหนุ่มเป็นอย่างมากที่เขามาล่วงเกินเธอถึงขนาดนี้เลยรู้ทั้งรู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันเพียงเกมส์การท้าทายเพียงเท่านั้น มินตราจึงเอาแต่ร้องไห้อยู่ภายในห้องจนหลับไปในที่สุดเพราะความอ่อนเพลียทางร่างกาย ซ้ำยังจิตใจของเธออีก

มินตรามารู้สึกตัวตื่นอีกทีก็สายมากแล้วเธอจึงตัดสินใจไม่เข้าไปทำงานในวันนี้ เฝ้าคุ้นคิดตลอดเวลาว่าจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร ในเมื่อทั้งเขาและเธอจะแต่งงานกันได้อย่างไรในเมื่อมันไม่ได้เกิดจากความรักเลย วันกำหนดแต่งงานก็ใกล้เข้ามาทุกทีๆ  ที่สำคัญเขายังย้ำยี้สิ่งที่เธอหวงแหนไว้สำหรับคนที่เธอรักไปจากเธออีกคิดได้ดังนั้นจึงตัดสินใจหยิบกระเป๋าเดินทางออกมาและจัดเก็บข้าวของโดยที่ยังไม่ได้คิดว่าจะไปที่ไหน และขณะที่กำลังจะเดินเพื่อออไปจากห้องพักของเธอ มินตราก็พบกับชุติอรเข้าพอดี เมื่อชุติอรเห็นกระเป๋าใบโตเท่านั้นก็โว้ยวายขึ้นมาทันที

“เธอจะทำอย่างนี้ไม่ได้นะยัยมิน วันพฤหัสที่จะถึงนี้ก็เป็นวันแต่งงานแล้วนะ” ชุติอรพูดทักทางมินตราทันทีเนื่องจากเธอรู้จักมินตราดีว่าเป็นคนใจแข็งมากๆ คิดและตัดสินใจด้วยตัวเองมาตลอดไม่ยอมให้กับใครง่ายๆ

“ฉันบอกแกแล้วไงยัยอร ว่าฉันจะไม่แต่งงานกับพี่ชายแก” มินตรายังคงยืนกรานในความคิดที่จะเอาชนะเขาให้ได้แม้ว่าในครั้งนี้เธอจะต้องแลกด้วยสิ่งที่เธอหวงแหนมากก็ตาม

“แต่เรื่องมันมาถึงเพียงนี้แล้วนะ เธอเองก็น่าจะรู้ว่าตลอดเวลาจะต้องเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นสักวัน แต่เธอก็ท้าทายพี่ชายฉัน” ชุติอรพยายาทโน้มน้าวให้มินตรายอมรับผิดร่วมกับพี่ชายเธอด้วยที่ร่วมกันท้าทายจนเกิดเรื่องขึ้น

“แต่เขาไม่ใช่ลูกผู้ชายนี่ เขาไม่ให้เวลาฉันตั้งตัวเลย... เขาหยามฉัน” มินตราพูดออกไปด้วยน้ำเสียงน้อยใจยิ่งนักเมื่อคิดถึงวันที่เกิดเรื่องนั้นขึ้น

“มิน” ชุติอรเข้าโอบร่างของเพื่อนทางด้านหลังราวกับต้องการปลอบโยน

“ฉันว่าฉันดูพี่หนึ่งไม่ผิดหรอกนะ ฉันว่าเขารักเธอ และที่เขาทำอย่างนั้นก็เพราะเขาหึงเธอต่างหาก” ชุติอรเริ่มบอกเมื่อเธอได้เห็นความเปลี่ยนไปของพี่ชายของเธฮที่เขามามีส่วนร่วมในการจัดงานแต่งงานด้วยนั่นเอง

“ไม่จริง” มินตราสะบัดตัวออกจากอ้อมกอดของเพื่อนใบหน้าตึง

“ฉันกับพี่ชายแกไม่เคยคุ้นเคยกันมาก่อนเลย เรื่องที่มันเกิดขึ้นทั้งหมดก็เพราะฉันต้องการลบคำสบประมาทเขา แต่ใครจะไปคิดว่าคนอย่างพี่ชายแกจะดิบสิ้นดีอย่างนี้” มินตราพ่นคำพูดออกมาราวกับเขื่อนที่รอวันพังทะลายลงมาเลยทีเดียว

“มิน... เชื่อฉันสักครั้งสิ พี่หนึ่งไม่เคยทำตัวอย่างนี้มาก่อนเลยนะ และงานแต่งงานนี้พี่หนึ่งก็เป็นคนจัดการติดต่อทุกเรื่องด้วยตัวพี่หนึ่งเองนะ คุณย่าเคยวางแผนเอาไว้เขารื้อทิ้งทั้งหมด แล้วจัดการใหม่หมดเลย คุณย่ายังบอกว่าเขาตกหลุมรักเธอเข้าให้แล้วด้วย” ชุติอรเล่าความจริงที่เกิดขึ้นที่บ้านของเธอให้มินตราฟังเพื่อที่จะรั้งให้มินตราตัดสินใจให้ดีๆ

“ไม่... ฉันเกลียดเขา เขาทำลายฉัน” เสียงของมินตราสั่นเครือ

“ถ้าเธอยืนกรานอยู่อย่างนี้นะ ฉันจำเป็นที่จะต้องเข้าไปอยู่ฝ่ายพี่ชายฉันนะ มินแกจะหนีงานแต่งงานไม่ได้นะ และฉันไม่ยอมให้แกหนี้แน่ๆ ถอนก็ไม่ได้ด้วย” ชุติอรจำเป็นต้องยื่นคำขาดกับเพื่อนสาวของเธอเนื่องจากเธอหมดหนทางที่จะพูดให้มินตราเข้าใจได้เลย

“ฉันก็นึกอยู่แล้วว่าแกต้องเข้าข้างพี่ชายแก ฉันไม่สนใจหรอก ฉันได้ให้สุวิทย์มารับฉันที่นี่ แล้วเขาก็มาถึงแล้วด้วยและฉันก็กำลังจะไปเดี๋ยวนี้” จังหวะนั้นชุติอรก็หันไปมองประตู สุวิทย์ก็ได้เดินผ่านเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่ยังไม่รู้เรื่องราวว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขาจึงเอ่ยทักทายชุติอรก่อน

“อย่างนี้ก็แสดงว่าแกจะไปจริงๆ ดังนั้นฉันเห็นทีต้องบอกความจริงกับสุวิทย์” ชุติอรหันไปพูดกับมินตราแล้วกำลังตั้งท่าจะหันไปทางสุวิทย์

“บอกอะไรกับผมหรอครับ คุณอร” สุวิทย์ถามอย่างอารมณ์ดี โดยที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย

“ยัยอรเขาจะบอกคุณว่าให้คุณไปส่งฉันให้ถึงที่น่ะค่ะ เราไปกันเถอะกระเป๋าฉันมีเท่านี้” มินตราชิงพูดขึ้นมาก่อนชุติอร สุวิทย์จึงไม่สนใจชุติอรอีก เขาก้มลงยกกระเป๋าและโค้งศีรษะให้หญิงสาวนิดหนึ่งแล้วเดินผ่านออกไปด้านนอก ชุติอรจึงได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอาใจ

“เธอก็รู้นะ มิน ว่าแกเสีนเปรียบเขา แล้วแกยังจะมีทิฐิอีก ทั้งๆ ที่เขาก็ยอมรับผิดชอบออกอย่างนี้แล้ว ทางผู้ใหญ่ก็รับรู้ไม่ใช่ไม่รับรู้” ชุติอรบอกมินตรา แต่คนที่งงเห็นจะมีแต่สุวิทย์เท่านั้นที่ฟังอย่างงงๆ แต่ก็ไม่กล้าที่จะถามด้วยกลัวว่ามินตราจะโกรธเอาได้ที่เข้าไปยุ่งวุ่นวายกับเธออย่างคราวที่ผ่านมา

“ฟังนะยัยอร พี่ชายแกกัฉันมันไม่เหมือน แกกับคุณแมนที่รักกัน ขืนฉันแต่งงานกับพี่ชายแกก็จะมีแต่เรื่องปวดหัวตามมา แล้วไอ้คู่นอนของพี่แกก็ยังมีเป็นตัวเป็นตน และในตอนนี้ที่สำคัญที่สุดฉันก็ไม่ชอบความดิบของเขาด้วย ฉันไปนะ” มินตราพูดจบก็หันหลังเดินจากไปในทันทีโดยมีสุวิทย์เดินตามหลังไปติดๆ และแอบเก็บความสงสัยในเรื่อสาวที่สองสาวพูด คุยกันไว้เพียงภายในใจเท่านั้น เพราะในตอนนี้หญิงสาวที่เขาหลงรักหันมาให้ความสำคัญกับเขานั่นเอง

ทางฝ่ายของศิธรเมื่อได้ทราบข่าวจากชุติอรก็ไม่เป็นอันคิดจะทำอะไร งานการก็ไม่ออกไปทำคอยแต่ให้เลขาเอาเอกสารเข้ามาให้ตรวจ และเซ็นต์ที่บ้านเป็นประจำนอกจากจะมีเรื่องด่วนที่ต้องเข้าร่วมประชุมเพื่อหาข้อสรุปเท่านั้นที่เขาจะเข้าไปที่ทำงานสักครั้งหนึ่ง

--------------------------------

ช่วยกันคอมเม้นเป็นกำลังใจให้คนเขียนมือใหม่ด้วยจ้า

ขอบคุณนะจ๊ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

127 ความคิดเห็น

  1. #108 REBORNHIZ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มกราคม 2553 / 00:57
     สนุกมาก
    #108
    0
  2. #79 เจ้าจอม (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2552 / 14:53
    เหมือนเคยอ่านมาแล้ว คล้ายมาก แต่จำไม่ได้ว่าอ่านจากที่ไหนอ่ะ

    #79
    0
  3. #50 nuri.j (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2552 / 19:29
    ฮืม..ตอนนี้รู้สึกแปลกๆค่ะ บอกไม่ถูกเหมือนกัน
    ไม่มีภาคบรรยายความรู้สึกของศิธร
    สถานที่กับการกระทำมันไม่เหมาะสมกัน 
    เป็นความรู้สึกส่วนตัวเท่านั้นค่ะ
    #50
    0
  4. #42 pybpig (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2552 / 13:15
    เพิ่งเข้ามาอ่านเหมือนกันค่ะ เนื้อเรื่องเข้มข้นมากค่ะ

    น่าติดตาม เป็นกำลังใจให้นะคะ ขอบคุณมากค่ะ
    #42
    0
  5. #41 Potae Jung (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2552 / 09:17
    น้องมินใจแข็งจังเลยนะ
    #41
    0
  6. #40 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2552 / 18:01
    เพิ่งเข้ามาอ่านสนุกดีค่ะ

    นางเอกใจกล้าจังแลกด้วยความโสดเลยนะ

    #40
    0
  7. #39 จินณเสน (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2552 / 13:48

    น่าสงสารนางเอกจัง

    #39
    0
  8. #38 ทิวากุล (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2552 / 12:55
    แอบมาให้กำลังใจคนแต่งค่ะ เป็นเรื่องที่เหมาะจะเป็นบทละครมากๆเลย...
    บทพูด กับการบรรยายการกระทำของตัวละครดีทีเดียวค่ะ
    รีบมาลงต่อนะคะพี่กัน
    #38
    0
  9. #36 Potae Jung (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2552 / 09:27

    มาอัพอีกน้า พี่หนึ่งนี่หึงนางเอกล่ะสิ

    #36
    0