ศัตรูคู่วิวาห์

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 4: ช่วงเอาคืนตามมาซึ่งความวุ่นวาย (รีไรท์ 100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,017
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    20 พ.ย. 52

 


ตอนที่ 4
: ช่วงเอาคืนตามมาซึ่งความวุ่นวาย

 

ศิธรในตอนนี้เขารู้สึกหงุดหงิด เขาบอกกับตัวเองไม่ถูก และทำหน้าไม่ถูกอีกเช่นกัน เมื่อเหล่าบรรดาเพื่อนฝูงและคนในสังคมธุรกิจถามถึงมินตราคู่หมั้นของเขา เพราะเขาแทบจะไม่รู้จักกับหล่อนด้วยซ้ำ

แต่พิธีแต่งของเขาก็ได้กำหนดวันไปแล้วนั่นคือกลางเดือนหน้า ตามหน้าหนังสือพิมพ์ทุกฉบับตรงข่าวสังคมลงไม่หยุดหย่อน แถมหน้าบันเทิงก็ลงแซวทางมินตราไม่เว้นแต่ละวัน เขาจึงเพิ่งจะรู้เดี๋ยวนี้เองว่าหล่อนทำงานอยู่เบื้องหลังงานโฆษณา

วันนี้ชายหนุ่มจึงขับรถเข้าบ้านด้วยอารมณ์ที่พลุกพล่านนับจากวันที่เขาถูกคุณย่าจับหมั้นกับมินตรา และจดทะเบียนสมรส

เขาจำได้ว่าคุณย่าจัดแจงงานแบบไม่ให้เขาได้ตั้งตัว โดยสั่งศรีนวลมาบอกแค่ว่า ”คุณย่าให้มาเรียนคุณหนึ่งว่าวันพรุ่งนี้ให้คุณหนึ่งเตรียมทำพิธีหมั้น พร้อมจดทะเบียนสมรสกับคุณมินตรา” เขาถึงกับงง จนเขาแทบไม่มีเวลาได้คิดทำอะไรเลย ในวันงานคุณย่าก็ไม่ได้เชิญแขกมาร่วมงานเลย นอกเสียจากเจ้าหน้าที่ที่ได้จัดเตรียมเอกสารการจดทะเบียนสมรสเท่านั้น โดยมีคุณย่าและยัยน้องหนูเป็นพยานในการหมั้นและจดทะเบียนสมรสในครั้งนี้ บรรยากาศในงานยัยหน้าจืดมีสีหน้าแสดงความสะใจ ส่งสายตาคอยเยาะเย้ยเขาตลอดเวลาที่มีโอกาสทำเหมือนกับว่าเธอชนะเขาในเกมส์นี้ แต่เขาสิกลับรู้สึกอึดอัด โมโหก็โมโหแต่ก็แต่ทำอะไรไม่ได้เกรงจะเสียคำพูดที่เคยให้กับคุณย่าไว้จนคุณย่าต้องคอยกระซิบให้เขายิ้มแย้มหน่อยเพราะนี้เป็นงานมงคล นี้มันบ้าอะไรกันเนี้ยให้ตายสิศิธรคิดอย่างโมโหตัวเองที่ไม่สามารถทำอะไรยัยหน้าจืดได้เลย คิดแล้วก็ให้เขาหงุดหงิดทุกทีสิน่า และนับจากวันนั้นเขาก็ไม่เคยเจอกับหล่อนอีกเลยคิดแล้วมันแค้นใจนัก

“คุณหนึ่งรับน้ำอะไรดีคะ น้ำส้มหรือกาแฟ” ศรีนวลเข้ามารับหน้าดังที่เคยทำทุกวัน หล่อนถามเมื่อยื่นมือออกไปรับกระเป๋าเอกสารจากเจ้านายหนุ่ม

“เอาบรั่นดีแล้วกัน อาหารเย็นงด โทรงดด้วย” ศิธรสั่งห้วนๆ ด้วยว่าอารมณ์ยังค้างคาสีหน้าบ่งบอกอารมณ์ชัดเจน

“เอ่อ... คือว่า” ศรีนวลทำท่าอึกอักเมื่อเห็นสีหน้าของเจ้านาย

“มีอะไรก็ว่ามาสิ ทำเป็นอ้ำๆ อึ้งๆ อยู่ได้ จะลาไปไหนอีกวันนี้” ศิธรเห็นท่าทางศรีนวลแล้วจึงถามออกไปด้วยอารมณ์หงุดหงิด

“เปล่าคะ คือ... คุณย่าเชิญคุณหนึ่งที่ตึกโน้นคะ เมื่อคุณหนึ่งหายเหนื่อยแล้ว” ศรีนวลตอบน้ำเสียงอึกอักเช่นเดิม

“ฉันไม่ไป โทรไปบอกคุณย่าด้วย ฉันจะพักผ่อน ปวดหัวจะตายแล้ว” ศิธรสั่งไปด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดยิ่งได้ยินว่าคุณย่าสั่งยิ่งทำให้เขายิ่งหงุดหงิดมากขึ้นไปอีก

“อ๋อ... เพิ่งรู้ว่ายาแก้ปวดหัวของคนรุ่นใหม่คือบรั่นดี” เสียงดังขึ้นไม่ใช่เสียงของศรีนวล แต่เป็นเสียงของคุณหญิงพรรณี คุณย่าของเขานั่นเอง ศิธรจึงยิ้มเก้อๆ ออกมา เขารักคุณย่ามากเพราะเขาเติบโตมาได้เพราะคุณย่า เขาจึงเกรงใจคุณย่าเป็นพิเศษ

“ทำไมคุณย่าต้องมาถึงที่นี่ครับ” ศิธรถามแก้เก้อ

“ถ้าไม่มาเองจะได้ยินเต็มสองหูหรือว่า นายศิธร เจ้าของธุรกิจ...หลายร้อยล้านบาท สั่งคนใช้ให้ไปบอกกับยัยแก่คนหนึ่งว่า... ไม่ว่าง” คุณหญิงพรรณีเอ่ยประชดแล้วส่งค้อนแถมให้วงงามๆ

“โธ่... คุณย่าครับ” ชายหนุ่มเข้ามาสวมกอดอย่างเอาใจ แถม หอมแก้มอีกหนึ่งฟอด

“ก็หนึ่งรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ นะครับ แต่ตอนนี้หายแล้วเมื่อเห็นหน้าคุณย่า” ศิธรเอ่ยประจบคุณหญิงพรรณีในทันทีทำให้คนเป็นย่าอารมณ์เย็นลงไปบ้าง

“ยังประจบเหมือนเดิม ถ้าอย่างนั้นไปตึกเล็กกับย่า หนูมินมาที่นั่นด้วย” ชื่อมินตราทำให้ศิธรถึงกับชะงัก และปล่อยอ้อมแขนออกจากร่างของคุณย่าทันที คุณพรรณีเห็นกิริยานั้นตลอดแต่ก็แสร้งไม่พูดอะไร

“เดี๋ยวอาบน้ำแล้วตามย่าไปก็แล้วกัน ย่าจะรอทานข้าวนะ” ไม่รอให้หลานชายได้ตอบรับหรือปฏิเสธ คุณหญิงพรรณีหันหลังกลับทางเดิมทันที ชายหนุ่มยืนกัดกรามแน่นด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูก เขายอมรับว่าในหนึ่งก็อยากจะเจอหน้าหล่อน แต่ใจหนึ่งก็ไม่อยากจะเจอกันเลยชั่วชีวิต เพราะยัยน้องหนูกับหล่อนแน่มากที่เข้าไปบอกกับย่าว่าเขาลวนลามและขอหล่อนแต่งงานในห้องครัวที่มีชุติอรและนายคนนั้นเป็นพยานขันแข็ง นึกแล้วมันก็เจ็บใจไม่หาย

“ก็ได้... ยัยหน้าจืด เธอมันกล้าเกินไปแล้ว กล้าไม่เข้าเรื่อง” ศิธรบ่นออกมาด้วยคับข้องใจแล้วพลางเดินไปอาบน้ำเพื่อที่จะตามไปที่เรือนคุณย่า

 

มินตราจับตะหลิวฉวัดเฉวียนไปมากับกะทะตรงหน้า ใบหน้าของหล่อนชื้นเหงื่อ วันนี้หล่อนได้รับโทรศัพท์จากชุติอรให้ไปรับที่ศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง จากนั้นก็ให้กลับมาบ้านด้วยกันเพื่อทานอาหาร โดยชุติอรบอกว่าคุณย่าต้องการที่จะพบหล่อนด้วย หล่อนจึงได้ยอมมาด้วย และหล่อนจึงอาสาเข้าครัวเช่นเคยโดยมีลำใยเป็นลูกมือ

“ลำใยยกเอาผัดเปรี้ยวหวานออกไปได้แล้ว” มินตราสั่งลำใยเมื่อตักใส่จานเสร็จสรรพ

“โอ้โห... เห็นแล้วน่าทานนะคะ นี่ล่ะคะ ที่คุณหนึ่งชอบมากที่สุด” ลำใยเผลอพูดออกไปโดยไม่ได้คิดอะไร

“แต่ที่ฉันทำเนี่ย เพราะฉันชอบนะ ไม่ใช่เพราะคุณหนึ่งของลำใยชอบ” มินตราได้ยินจึงหันไปบอกว่าหล่อนชอบถึงได้ทำทานในวันนี้แถมด้วยส่งค้อนให้ลำใยอีกต่างหาก

“แหม... ช่างเหมือนกันจริงนะคะ คุณมิน” ลำใยหัวเราะร่วนก่อนที่จะยกจานผัดเปรี้ยวหวานออกไป หญิงสาววางมือจากตะหลิวหันไปล้างมือที่อ้างล้างจาน พรางได้ยินเสียงเดินของใครคนหนึ่งหยุดลงที่ด้านหลังหล่อน ยังไม่ทันที่มินตราจะเอ่ยปากถาม ลมหายใจอุ่นๆ กับจมูกโด่งก็ฝังลงมาที่ซอกคอและอ้อมแขนที่แข็งแรงก็กอดรอบเอวบาง หล่อนตกตะลึงก่อนที่จะดิ้นรน แต่ยิ่งดิ้นก็เหมือนอ้อมกอดนั้นจะรัดแน่นเข้าไปอีก ร่างของหล่อนจากหันหลังก็กลายมาเป็นด้านหน้าที่แนบชิด เขาจึงฝังริมฝีปากลงมาที่ปากอิ่มของหล่อนอย่างจาบจ้วงรวดเร็ว เร่าร้อน เนิ่นนานกว่าที่จะถอนริมฝีปากออกอย่างแสนเสียดายอยู่ลึกๆ

“เป็นไง วิธีการทักทายคู่หมั้นของนายศิธร คุณชอบใช่ไหม” ศิธรยิ้มถามออกไป

“ปล่อยฉันนะคุณ” ใบหน้าของมินตราแดงซ่านอย่างช่วยไม่ได้ หล่อนนึกไม่ถึงว่าเขาจะกล้าทำถึงขนาดนี้ อีกทั้งไม่ยอมปล่อยให้หล่อนตั้งตัวด้วย

“ไม่ชอบหรอกเหรอ มินตรา เพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าเธอก็หอมไปทั้งตัวเหมือนกันนะเนี้ย” ศิธรบอกร่างบางในอ้อมกอดด้วยใบหน้าระบายไปด้วยรอยยิ้ม

“ฉันบอกให้ปล่อยฉัน” หญิงสาวพูดเสียงแข็ง แต่ฝ่ายชายหนุ่มกลับก้มใบหน้าต่ำลงมาอีก จนมินตราต้องเอนกายไปด้านหลังเพื่อหลบจมูกของเขา หลังของหล่อนติดกับเคาน์เตอร์ชั้นอ่างล้างจ้านหล่อนเอนต่ำจนรู้สึกเจ็บที่เอว แต่ก็ยังหนีไม่พ้นจากปลายจมูกเขาอยู่ดี เมื่อมันฝังลงมาที่เนินอกนวนของหล่อน มินตราหายใจขัดหมดแรงผลักดัน

ร่างของลำใยที่กำลังก้าวเข้ามาสู่ครัวถึงกับชะงัก เพ่งมองภาพข้างหน้าอย่างตื่นตะลึง ก่อนจะยกมือขึ้นปิดปากกันเสียงจะลอดออกมา ไม่กล้าแม้จะขยับจากที่

“ก็จดทะเบียนกันแล้วนี่ จะปล่อยเวลาให้เนินนานทำไมกันล่ะ มินตรา” เสียงอู้อี้ที่เนินอกทำให้หญิงสาวคืนสติได้ พยายามผลักร่างกำยำของเขาออกห่าง

“ออกไปนะ ฉันเจ็บหลังรู้ไหม” หญิงสาวพยายามผลักร่างศิธรแต่ไม่มีผล ทั้งที่เธอเจ็บหลังมากๆ ในตอนนี้

“ตอนนี้หรือตอนไหนก็ไม่ต่างกันหรอกนะ คืนนี้เราจะอยู่ด้วยกันเลย” ชายหนุ่มบอกพร้อมกับจะก้มลงไปที่เนินอกนั้นอีกครั้ง

“ไม่นะ นี่คุณจะบ้าไปแล้วหรือไง ฉันบอกให้ปล่อยฉันนะ” มินตรายังคิดดิ้นรนเพื่อให้ชายหนุ่มปล่อยร่างของหล่อน

“ปล่อยได้ไง ฉันทนไม่ไหวแล้วนะ เธอคือคู่หมั้นหรือจะเรียกว่าเมียตามกฏหมายแล้วก็ได้ ก็ไม่แปลกที่จะเป็นทางพฤตินัยด้วย และฉันไม่มีทางรอเธอแน่... มินตรา” เขาพูดอย่างหมั่นเขี้ยวในตัวของหญิงสาวในอ้อมกอด มันเป็นความรู้สึกที่เขาอธิบายไม่ถูกว่าจงใจจะแกล้วหรือว่าต้องการหล่อนจริงๆ

“นี่คุณจะแกล้งฉันหรือไง นึกหรือไงว่าฉันจะพิศวาสไปด้วย” มินตราคิดว่าศิธรจงใจจะเอาคืนเธอ จึงกล่าวหาเขาออกไป

“เรื่องแบบนี้เขาแกล้งกันได้เหรอคนสวยที่หน้าจืด อึ้มถึงจะมีกลิ่นเหงื่ออยู่บ้างแต่เร้าอารมณ์ดีพิลึก” เสียงของเขากำลังเยาะหยันหล่อน จมูกและมือของเขาเกะกะไปหมด มินตราพยายามที่จะดันตัวออกมาจากภายใต้ร่างเขาให้ได้ แต่ไรผล

ลำใยซึ่งตะลึงกับเหตุการณ์ทำอะไรไม่ถูกไม่กล้าถอยกลับ และไม่กล้าก้าวล้ำเข้าสู้เขตครัวด้วย มือที่แตะมาจากทางด้านหลังวางลงบนไหล่ของลำใยเพียงบางเบาแต่มันก็ทำให้ลำใยสะดุ้งสุดตัว และร้องเสียงดังออกมาได้เพราะความตกใจ

“คุณย่า...” เสียงของลำใยส่งให้ร่างของชายหนุ่มที่กำลังเมามันส์ในการแกล้งอีกฝ่ายอยู่ถึงกับชะงัก หันกลับมามองทางประตูทางเข้าครัว และที่นั่นร่างของคุณพรรณียืนอยู่ แต่ไม่มีลำใยแล้ว ชายหนุ่มจึงยอมถอยห่างออกจากตรงนั้น แต่แขนอีกข้างยังคงโอบอยู่รอบเอวของมินตรา หญิงสาวครางเบาๆ ในลำคอพร้อมกับยกมือคำป้อยๆ ที่เอวด้านหลังที่เจ็บจากการหลบเลี่ยงการจู่โจมของชายหนุ่ม

“พ่อหนึ่งจะให้ย่าเข้าใจไหมว่า หนึ่งรักหนูมินเหลือเกินแม้แต่ห้องครัวก็ยังทำเป็นสนามรักไปได้ โดยไม่อายคนรับใช้เลย หนึ่งลืมไปหรือเปล่าว่านี่คือตึกของย่า ไม่ใช่ตึกขาวของหนึ่ง และคนที่หนึ่งกำลังกอดอยู่นั่นก็ไม่ใช่คู่นอนธรรมดา” คุณพรรณีเอ่ยเตือนสติศิธรด้วยความที่หลายชายแสดงกิริยาไม่เหมาะสมและไม่ถูกสถานที่

“ก็เพราะไม่ใช่คู่นอนธรรมดาน่ะสิครับ คุณย่า ผมถึงต้องมีการเรียกร้องบ้าง” ศิธรเถียงออกไปข้างๆ คูๆ ด้วยหวังจะแกล้งหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างกายเขาในขณะนี้

“พ่อหนึ่งปล่อยมือจากหนูมินก่อน เดี๋ยวเราจะออกไปคุยกันข้างนอก” เขายอมปล่อยมือออกจากเอวของหล่อนออกอย่างเสียไม่ได้ เขาชายหางตามองหล่อน ซึ่งหญิงสาวยังคงคลำที่เอวด้านหลังด้วยความเจ็บ แต่แล้วหล่อนก็สะบัดหน้าออกจากห้องครัวเดินตามคุณหญิงพรรณีไป

“พ่อหนึ่งมีอะไรจะบอกกับย่าที่ดีไปกว่าภาพที่เห็นหรือเปล่าล่ะ” คุณพรรณีถามขึ้นเมื่อเดินขึ้นเรือนมาในที่ส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว

“ผมอยากแต่งงานกับมินตราให้เร็วที่สุดครับ” เขาตอบน้ำเสียงหนักแน่น และเริ่มคิดว่าเขาเริ่มสนใจยัยหน้าจืดจริงๆ หรือเนี้ย

“เพราะอยากแกล้งเขาให้เร็วที่สุดหรือเปล่า” คนเป็นย่าเอ่ยค้านออกไปอย่างรู้ทันความคิดของหลานชายตน

“ผมมีสิทธิ์ไม่ใช่หรือครับ คุณย่า เขาเองก็ต้องการแต่งกับผมอยู่แล้ว” ศิธรเองก็บอกตามสิ่งที่เขาและหล่อนได้เอ่ยท้าทายกันไว้มาเป็นข้ออ้างให้คุณหญิงพรรณีฟัง

“นั่นสิ แต่จุดประสงค์คงต่างกันนะ ที่แน่ๆ ย่าคงเป็นอีกคนหนึ่งที่ไม่ยอมให้หนึ่งมองหนูมินเป็นเพียงคู่เล่นเกมส์ เหมือนๆ กับผู้หญิงที่หนึ่งเอาเข้าบ้านคนอื่นๆ หรอกนะ เพราะย่าทนไม่ได้ที่จะเห็นเด็กดีๆ ต้องเสียคน และยัยน้องหนูก็คงยอมไม่ได้เหมือนกัน เพราะหนูมินตราเป็นเพื่อนของเขา และที่สำคัญย่าเองก็อยากมีหลานเร็วๆ เหมือนกัน” คุณหญิง     พรรณีบอกกับหลานชายออกไปจนทำให้ศิธรถึงกับหน้าชา สับสนกับความคิดตัวเอง และคิดหนักกับสิ่งที่คนเป็นย่าได้เอ่ยเตือนเขาออกมาอย่างคนที่รู้จักเขาเป็นอย่างดี

อีกมุมหนึ่งของห้องโถงส่วนหน้าก็มีเสียงระงมไปหมดจนแทบจับใจความไม่ได้ของแม่บ้านสองเรือนที่มารวมตัวกันเล่าเรื่องที่ตนไปห็นมาอย่างออกรสออกชาด

“จริงๆ นะ นังนวล โอ้ย... คุณหนึ่งเนี่ยนะ ระดมจูบคุณมินตราไปทั่วเลยเอ็งเอ้ย...” ลำใยเล่าออกไปทำท่าทางประกอบ พร้อมกับทำสายตาเหม่อลอย ก่อนที่จะหลับตาพริ้มลงกอดไหล่ตัวเองอย่างลึกซึ้ง โดยไม่ทันสังเกตเห็นร่างสูงเปรียวภายในชุดสีฟ้าสดมาหยุดยืนฟังไม่ห่างเท่าไหร่นัก

“ฉันเห็นที่ตึกขาวจนเบื่อแล้วพี่ลำใย แต่ถึงขนาดนั้นเลยหรอพี่ลำใย แต่เอ... คุณหนึ่งไม่เคยจูบใครขนาดนั้นนี่นา ฉันเห็นจูบคุณบุณฑรีก็ไม่ใช่แบบที่เล่าเลยนะ เพราะรายนี้ผู้หญิงเริ่มก่อนทุกทีที่ฉันเห็น” ศรีนวลเอ่ยถามแล้วบ่นออกไปตามที่เธอเคยเห็นเจ้านายหนุ่มทำเป็นประจำจนเธอชินแล้วก็ว่าได้ แต่กับคุณมินตรากับแปลกออกไป

“นั่นนะสิ อุ้ย... รักร้อนแรงแบบนี้นะ ไม่นานคุณมินตราก็มีคุณหนูน้อยๆ ให้คุณย่าอุ้มแน่ๆ เชื่อไหมพี่ศรีนวล” ลำใยยังคงเล่าออกไปด้วยท่าทางเหม่อลอยท่าทางชวนฝัน

“อ๋อ... ได้เหนื่อยแน่ แกทั้งสองคนนั้นแหละ” เสียงแหลมของใครคนหนึ่งดังแทรกขึ้นมา

ทำให้เสียงของลำใยที่กำลังเล่าเหตุการณ์ตื่นเต้นให้ศรีนวลฟังถึงกับหยุดกึกหันมาตามเสียงที่แผดแหลมขึ้นอีกฟากหนึ่งของห้องโถงหน้า บุณฑรีสะบัดหน้าจากสาวใช้ทั้งสองแล้วเดินตรงดิ่งเข้าสู้ห้องโถงกลาง

“คุณคะ อย่าพึ่งเข้าไปคะคุณ เดี๋ยว...” ลำใยตาลีตาเหลือกวิ่งตามร่างของบุณฑรีที่ผ่านมายังห้องโถงกลางแล้วหมุนขวับไปที่ห้องอาหารแล้วมาหยุดนิ่งที่ประตู ทุกคนที่นั่งร่วมโต๊ะอาหารซึ่งมีคุณหญิงพรรณีนั่งที่มุมโต๊ะเป็นประธาน มินตราซึ่งนั่งติดศิธร ชุติอรนั่งคู่กับปานศักดิ์ซึ่งเป็นคู่รักของหล่อน ต่างหันมาจ้องกันเป็นตาเดียวกัน รวมทั้งป้าหอมแม้บ้านด้วย

“คุณคะ... เดี๋ยวคะ... คือ...” ลำใยเบรคพรืดเมื่อเห็นสายตาของคุณหญิงพรรณี

“ปล่อยเขาเข้ามาลำใย” คุณหญิงพรรณีบอกเสียงเรียบ

“เข้าแน่คะ คุณย่า วันนี้ดิฉันมาตามสามีดิฉันคะ” บุณฑรีเดินเข้ามาแล้วจงใจพูดให้ทุกคนในนั้นได้ยินกันอย่างชัดเจน

“บุณฑรี...” ศิธรจองมองคู่ควงสาวอย่างไม่พอใจกับคำพูดที่หล่อนพูด อย่างน้อยๆ เขาเองก็ยังเกรงใจคนนอกอย่างปานศักดิ์ซึ่งเป็นถึงนายตำรวจใหญ่ระดับผู้กำกับ และที่สำคัญคัญคุณย่าของเขาเอง

“ทำไมคะหนึ่ง ทำไมดาจะเรียกคุณว่าเป็นสามีไม่ได้ หรือคุณจะปฏิเสธ” บุณฑรีตอนนี้เธอโมโหที่ศิธรเอ่ยคล้ายดุเธอออกมา และไม่ยอมรับในเรื่องที่เธอพูดออกไป

“ไม่อาน่า... บุณฑรี” ชายหนุ่มตั้งท่าจะลุกออกจากเก้าอี้ แต่ก็ช้าไปกว่าลำแขนอรชรของมินตรา หล่อนสอดแขนทั้งสองข้างเข้ากอดแขนเของเขาอย่างแน่นหนา พร้อมกับซบใบหน้าลงที่แขนของเขาแหงนเงยขึ้นออเซาะ

“คุณจะไหนคะ ยังทานข้าวไม่อิ่มเลยนี่คะ” หล่อนส่งยิ้มหวานชวนเชิญให้เขานัยน์ตาพราว ชายหนุ่มถึงกับตะลึงทรุดร่างลงนั่งที่เดิม ก่อนที่ดวงตาของเขาจะเปลี่ยนมาเป็นคำถามมากมายกับท่าทางของมินตรา ขณะที่ชุติอรก้มหน้ายิ้มกับจานข้าวอย่างสะใจ ปานศักดิ์หันมองแฟนสาวอย่างไม่เข้าใจไปอีกคน

“นั่งก่อนสิ บุณฑรี จะได้ทานข้าวด้วยกัน” คุณหญิงพรรณีพูดต่อเป็นการเชิญชวน

“โอ้ย... ไม่ต้องฝืนใจเชิญหนูหรอกคะ คุณย่า หนูอยากพูดกับคุณหนึ่งเท่านั้น” บุณฑรียังไม่วายเอ่ยประชดประชันคุณพรรณีออกไปด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่งเช่นกัน

“คุณพูดที่นี่ก็ได้นี่คะ ใครเขาจะไปห้ามคุณ เพราะถ้าคุณยืนพูดอยู่อย่างนี้ พวกเราก็ไม่ได้ทานข้าวกันอย่างมีความสุขแน่” ชุติอรพูดขึ้นมาบ้างก่อนที่จะปรายตาไปยังพี่ชายที่มองมายังบุณฑรีแล้วก็กลับไปมองมินตรา แต่รายนั้นไม่ยอมมองหน้าของผู้มาเยือนใหม่ หล่อนตักอาหารด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างหนึ่งกอดแขนแข็งแรงของชายหนุ่มเอาไว้

“ทานผัดเปรี้ยวหวานฝีมือของมินหน่อยนะคะ คุณหนึ่งขา” ช้อนที่ยื่นมาข้างหน้าจะเข้าถึงปากของชายหนุ่มอยู่แล้วแต่มันก็กระเด็นหวือตกลงไปที่พื้น ส่วนอาหารที่อยู่ในช้อนหกราดลงมาที่อกของมินตราแต่หล่อนเอนหลบจึงทำท่าจะตกเก้าอี้ ศิธรจึงคว้าร่างของหล่อนไว้ทัน ป้าหอมสะดุ้งโหยงเมื่อเห็นสายตาของชายหนุ่มที่มองมายังบุณฑรี ส่วนบุณฑรีในขณะนั้นหล่อนไม่สนใจใครแล้ว หล่อนกรีดเสียงขึ้นครั้งหนึ่ง แล้วออกแรงกระชากแขนของศิธรออกจากเก้าอี้ มินตราจึงลุกขึ้นจ้องหน้าบุณฑรีแล้วเดินไปจากห้องอาหาร โดยมีลำใยวิ่งตามไป ศิธรจึงได้แต่มองตามร่างบางของว่าที่ภรรยาแล้วหันกลับมาถามบุณฑรีด้วยน้ำเสียงกร้าว

“ดา ทำไมคุณต้องทำอย่างนี้ด้วย”

“ทำไมจะทำไม่ได้คะ ผัวของดาทั้งคน ดาก็รักนะ” บุณฑรีไม่มีท่าทีเกรงกลัวกลับเถียงออกไปหน้าตาเฉย

“หยุดนะ บุณฑรี” ศิธรยังคงว่าหล่อนด้วยน้ำเสียงกร้าวและใบหน้าที่ดูหน้าเกรงขาม

“ไม่หยุด เดี๋ยวนี้คุณสั่งให้ดาหยุดหรอ คุณคือผัวของดานะคะ” บุณฑรีแม้จะตกใจอยู่บ้างแต่ก็ยังบอกออกไปในสิ่งที่เธอเป็นอยู่ในขณะนี้

“ช่างไม่มีความอายเลยนะ คุณบุณฑรี ผู้ชายเขายังไม่กล้ารับ คุณกล้าพูดได้อย่างไรกัน น่าขันนะ ประกาศเองป่าว ๆ “ ชุติอรเริ่มทนไม่ไหวจึงเอ่ยประชดในความหน้าด้านของคู่นอนของพี่ชายเธอ

“แน่สิคะ ฉันประกาศเพราะฉันกำลังจะเสียผัวไป แต่ถ้าลองเป็นคุณเสียแฟนคุณไปจะเป็นไงมั้ง คงไม่ต่างกับฉันเท่าไหร่นักหรอกคะ” บุณฑรีไม่พูดเปล่า คำว่าแฟนนั่นบุณฑรียังชี้นิ้วมาที่ปานศักดิ์อีก ทำให้ชุติอรลุกพรวดขึ้นในทันที แต่ปานศักดิ์คว้าหมับที่แขนแฟนสาวพรางส่ายหน้าเชิงห้ามปรามไว้

“น้องหนูอย่ามีเรื่องเลยนะครับ นั่งลง... นั่งลง” ชุติอรนั่งลงอย่างว่าง่ายขณะที่คุณหญิงพรรณีลุกขึ้นบ้างอย่างช้าๆ

“เอาผู้หญิงคนนี้ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้! แล้วห้ามกลับมาเหยียบที่นี่อีก รวมทั้งตึกขาวนั่นด้วย เอาออกไป” คุณหญิงพรรณีตวาดลั่นห้องอาหาร อย่างที่ทุกคนคาดไม่ถึงพร้อมกับจ้องเขม็งมาที่ศิธร ชายหนุ่มกัดกรามกรอดๆ แล้วก็ลากร่างของบุณฑรีออกมาจากห้องอาหารทันที

 

------------------------------------------------------------------------

 

หลังจากเหตุการณ์วันนั้นศิธรก็ยื่นคำขาดกับทางบุณฑรีไปว่าถ้าเกิดเธอมาก่อนความวุ่นวายให้กับทางคุณย่าผู้ซึ่งมีพระคุณกับเขาเป็นอย่างมากถึงเขาจะเข้าใจในความรู้สึกของบุณฑรีก็ตามแต่การที่เธอมาทำกิริยาเช่นนี้กับคุณย่าเขาก็ทนไม่ได้จริงๆ จึงทำให้บุณฑรียอมที่จะล่าถอยออกมาเนื่องจากเกรงว่าศิธรจะเกิดพูดจาตัดขาดความสัมพันธ์ขึ้นมา บุณฑรีคงรับไม่ได้แน่ๆ เธอจึงเอาน้ำเย็นเข้าปลอบชายหนุ่มในทันที

“ดา ขอโทษคะหนึ่ง ก็ดา หวงหนึ่งนี่คะ” บุณฑทรีทำเสียงออดอ้อนเต็มที่พร้อมทั้งกอดแขนของชายหนุ่มเอาไว้อย่างแนบชิด

“ผมจะบอกคุณครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้วนะ ว่าอย่าได้ไปทำกิริยาแบบนั้นกับคุณย่า และยัยน้องหนูอีกเป็นอันขาด” ศิธรพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและมั่นคงในคำพูดที่เขาได้พูดออกมานั้น ทำให้บุณฑรีถึงกับตกตะลึงไปเหมือนกันที่เห็นท่าทางของชายหนุ่มคนรักของเธอโกรธได้มากขนาดนี้

“ค่า... ดาสัญญาคะ หนึ่งอย่าโกรธดาเลยนะคะ” บุณฑรีทำใบหน้าและน้ำเสียงอย่างคนสำนึกผิดกับสิ่งที่ได้ทำลงไป แต่ภายในจิตใจแล้วเธอกลับคิดว่าอย่าให้มีโอกาสนะ ฉันจะตามไปเอาคืนให้สาสมทีเดียว ฉันไม่ยอมเสียผัวฉันให้ใครหรอกคอยดูสิบุณฑรีคิดอย่างคับแค้นใจ แต่ก็พยายามที่จะเก็บกดความรู้สึกนี้เอาไว้เพื่อที่จะลดความโมโหของศิธรลงนั่นเอง เพราะถึงอย่างไรเสียเธอก็ไม่มีทางยอมเสียเขาให้กับใครทั้งนั้น

ส่วนมินตราหลังจากเดินออกมาจากเรือนของคุณหญิงพรรณีในวันนั้นเธอก็ไม่คิดที่จะย่างกายไปที่คฤหาสน์หลังนั้นอีกเลย โดยบอกับลำใยที่เดินตามหลังมาว่าเธอจะกลับเลยไม่ต้องออกไปส่ง จากนั้นก็เดินออกจากคฤหาสน์หลังนั้นออกมาเลยทันทีโดยไม่คิดจะเหลียวหลังกลับไปมองแม้แต่นิดเดียว แต่กลับมีไอ้ความรู้สึกน้อยใจลึกๆ ติดมาภายในจิตใจของเธออย่างไม่รู้ตัว



------------------------------------------------------------------------ 


ฝากเม้มให้กันบ้างนะคะ เพื่อการปรับปรุงแก้ไขของคนเขียนจ้า





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

127 ความคิดเห็น

  1. #107 REBORNHIZ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มกราคม 2553 / 00:12
    สนุกค่ะ
    #107
    0
  2. #59 pampam (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2552 / 12:06
    เอาเข้าแล้วไงงานนี้คุณชาย สม(สะ)ใจจัง อิอิ
    #59
    0
  3. #49 nuri.j (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2552 / 19:20
    นี่แหละเค้าเรียกว่า ขว้างงูไม่พ้นคอ
    บุณฑรี เห็นจะไม่ยอมเสียฟรีๆหรอกค่ะ
    #49
    0
  4. #37 นิยายฝันหวาน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2552 / 10:22

    สนุกน่าติดตามมากจ้ะ น้องกัน

    #37
    0
  5. #33 Potae Jung (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2552 / 17:14
    มาอัพอีกไวไวน้า รอลุ้นจ้า
    #33
    0
  6. #30 เซเรเน่ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2552 / 19:27

    โห้...........................มันโค-ตระไม่มีคำบรรยาจร้า
    ......มาอัพไว้ๆๆเน้อ

    #30
    0
  7. #29 บุษบาพาฝัน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2552 / 18:52

    อยากจะบอกว่าไม่มีที่ติ สำหรับตอนนี้ โอเคเลยละจ๊ะ 

    บรรยายได้เห็นภาพ โกรธเป็นโกรธ รักเป็นรัก มีคำผิดอยู่บ้าง

    ตกๆหล่นๆแบบพี่บุษเปี๊ยบเลย พัฒนาไวดีจัง.......ชมจากใจจริงนะ

    #29
    0
  8. #28 Rcasia (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2552 / 10:19

    =  .  ,  =  ขอผ้าเช็ดหน้าซับเลือดกำดาวโดยด่วนค่ะ 55555+

    พระเอกเราเจ้าชู้จัง

    #28
    0
  9. #26 เซเรเน่ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2552 / 22:46

    โฮะ...โฮะ    .... พระเอกน่าเอาคืนอย่างนี้เลยหรอค่ะ ....

    #26
    0
  10. #25 บุษบาพาฝัน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2552 / 14:19
    โรม้านซ์ในครัวอีกแล้วนะคู่นี้
    #25
    0