ศัตรูคู่วิวาห์

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 3: เป็นเรื่องเป็นราว.....จนได้ (รีไร้ท 100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,081
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    2 ธ.ค. 52


ตอนที่ 3
: เป็นเรื่องเป็นราว.....จนได้

 

หลังจากนั้นศิธรก็เดินออกจากห้องครัว แล้วคิดกับตัวเองว่าเราจะได้เห็นดีกันยัยหน้าจืด หลอกฉันยังไม่พอนี่ยังกล้าดีมาท้าทายกับคนอย่างเขา อย่างนี้เราคงต้องเจอกันไปอีกนานแม่สาวน้อยหน้าจืด ศิธรคิดด้วยใบหน้ายิ้มแย้มพร้อมนึกถึงใบหน้าของหญิงสาวที่ชวนให้เขามองอย่างไม่รู้สาเหตุ และกริยาท่าทางที่ไม่ยอมใครของหล่อนมันช่างชวนให้เขาติดใจที่จะค้นหาคำตอบยิ่งนัก

ทางด้านมินตราเองหลังจากท้าทายออกไป ชุติอรก็ลากเพื่อนสาวของเธอออกมาจากห้องครัว โดยมีสุวิทย์เดินตามมาติดๆ เพื่อเข้าไปร่วมวงกับเพื่อนๆ ในงานเลี้ยงต่อ แต่พอทุกคนในงานเลี้ยงได้ทราบเรื่องที่มินตราใจกล้าบ้าบิ่นไปท้าทายกับพี่ชายของชุติอรนั้น ทุกคนต่างหันไปมามองหน้ากันทำอย่างกับคิดตรงกันก็ไม่ปานว่าพี่ชายของยัยอรนั้นได้ฉายาว่าเป็นเสือผู้หญิงตัวจริง มีคู่ควงเยอะแยะ ยิ่งถ้าต้องออกงานสังคมแล้วเขาควงผู้หญิงไม่เคยซ้ำหน้าเลยก็ว่าได้ ตามคอลัมน์หนังสือหน้าสังคมก็ลงข่าวบ่อยไปทำไมเพื่อนเขาถึงได้บ้าไปทำเรื่องอย่างนี้ แล้วงานเลี้ยงจึงหมดสนุกลงอย่างกระทันหันโดยไม่ต้องบอกสาเหตุก็เป็นอันรู้กันทุกคนจึงแยกย้ายกันกลับบ้าน แถมด้วยเสียงซุบซิบถามกันไปมาของเหล่าเพื่อนฝูงในกลุ่ม บางคนก็เห็นเป็นเรื่องสนุก บางคนก็คิดว่ามินตราคิดทำอะไรที่เกินไปหน่อย

สุวิทย์ก็รีบเอ่ยปากอาสาจะพามินตราไปส่งที่บ้านแต่มินตรากับตอบปฎิเสธในทันที สืบเนื่องจากไม่พอใจในตัวของสุวิทย์ที่ไปแสดงตัวจนออกนอกหน้าว่าเป็นแฟนหนุ่มของเธอ ทั้งๆ ที่เธอคิดกับสุวิทย์เป็นเพียงเพื่อนเท่านั้น สุวิทย์จึงได้แต่พยักหน้ารับอย่างหงอยๆ ที่ถูกหญิงสาวปฎิเสธ

มินตราเองจึงแยกตัวกลับอพาร์เม้นท์ พอมาถึงห้องพักของเธอซึ่งเป็นเพียงห้องชุดขนาดปานกลางไม่ได้ใหญ่โตมากนักแต่ก็สามารถแบ่งปันกันได้ลงตัว เธอพักร่วมกับเพื่อนสาวอีกสองคนคือ สมร และใบเตย ซึ่งก็ทำงานที่เดียวกับเธอนั่นเอง ทั้งสามสาวสนิทกันมาตั้งแต่สมัยเรียนเลยก็ว่าได้จึงอยู่ด้วยกันได้อย่างไม่มีปัญหา มีเรื่องอะไรที่คับข้องใจก็มักจะปรึกษา หรือเล่าสู่กันฟังเสมอๆ คล้ายๆ เป็นการระบายความสุข ความทุกข์ของกันและกันนั่นเอง จึงไม่แปลกเลยที่พอมินตรากลับมาจากบ้านของชุติอรแล้วจะนำเรื่องที่เธอไปท้าทายกับพี่ชายชอบชุติอรเอาไปให้เพื่อนสาวทั้งสองฟัง

“เธอนี่บ้าไปแล้วหรอมินห๊ะ...” สมรเพื่อนสาวร่วมห้องรีบสวนออกไปทันทีที่ฟังเรื่องราวจากมินตรา

“ไม่บ้า แต่ฉันอยากจะลองสักตั้งกับนายคนนี้สักหน่อยน่ะ สมร” มินตรายังคงคิดอย่างมั่นใจในความคิดของตัวเองว่าเธอสามารถลบคำสบประมาทของพี่ชายยัยอรลงได้ ยิ่งคิดมินตราก็ยิงเคืองแค้นที่มาเรียกเธอว่ายัยหน้าจืด แถมยังบอกอีกว่าอย่างเธอไม่ใช่สเป็คของเขาอีกด้วย คนอย่างมินตราไม่เคยลงให้ใครง่ายๆ ซะด้วยสิ ตาต่อตา ฟันต่อฟันให้มันรู้ดำรู้แดงกันไป ไอ้คนหลงตัวเอง มินตราคิดเช่นนั้นแล้วกำมือแน่นด้วยความเคืองแค้นที่เก็บกดเอาไว้เพียงภายใน

“เธอจะมาลองอะไรกับผู้ชาย... หา... นั่นมันผู้ชายทั้งแท่งนะโว้ย... แข็งแรงด้วยนะ เอ็งเอ้ย... พูดก็พูดเถอะวะ ฉันเองก็เพิ่งจะเคยเห็นพี่ชายไอ้เจ้าอรมันก็วันงานเลี้ยงนั่นแหละ คนอะไรหล่อเป็นบ้าเลย” สมรพูดแล้วทำท่าเหม่อลอยส่งสายตาวาววับเหมือนกำลังหลงอยุ่ในห้วงความฝันที่ได้เห็นเจ้าชายหนุ่มรูปงามเลยทีเดียว

“เออ หล่อซี่... ฉันยังแอบปิ่งเลย พยายามที่จะเข้าไปหายัยอรมันเรื่อยๆ แต่ท่าทางคุณย่าของมันไม่ค่อยจะชอบหน้าฉันเท่าไหร่” ใบเตยนั่งฟังไปพ่นควันบุหรี่ปุ๋ยๆ ที่โต๊ะติดกับหน้าต่างที่เปิดกว้างนั่น หันนมาต่อประโยคกับเพื่อนบ้าง มินตราย่นจมูกเมื่อได้รับกลิ่นบุหรี่ หล่อนเดินเลี่ยงมาที่เตียงนอน

“นี่เตย... เธอพ่นไอ้ควันบ้าๆ นั่นออกนอกหน้าต่างได้ไหม” มินตราส่งเสียงว่าเพื่อนสาวออกไปเนื่องจากเธอไม่ชอบกลิ่นของมันเอาอย่างมาก เพราะมันจะทำให้มึนหัวทุกครั้งที่ได้กลิ่น และเธอก็ไม่เข้าใจทำไมใบเตยต้องสูบมันด้วยทั้งๆ ที่มันก็ไม่ได้มีดีอะไรเลยมีแต่ให้โทษกับร่างกายทั้งนั้น

“อุ๊วะ... ขออภัยเจ้าคะ ลืมไปว่ามีเด็กไร้เดียงสาอยู่ในห้องนี้ด้วยคนหนึ่ง” ใบเตยตอบเชิงประชดประชันมินตราออกไปเพราะมินตราจะต่อว่าใบเตยทุกครั้งที่สูบบุหรี่ในห้อง

“เดี๋ยวๆ ยังไงๆ ฉันก็ยังติดใจวะ เรื่องของเธอเนี่ย” สมรเห็นมินตราตั้งท่าจะเตรียมตัวไปอาบน้ำเพื่อเป็นการตัดบทสนทนาในเรื่องนี้

“ติดเรื่องอะไรล่ะ ไม่เห็นมีอะไรที่น่าติดใจ” มินตราจึงหันมาตอบด้วยความเบื่อหน่ายที่สมรมักจะเป็นคนขี้สงสัยถามโน้นถามนี้อยู่บ่อยครั้ง

“อ้าว... เรื่องที่เธอจะยอมทดลองอยู่กันกับพี่ชายของยัยอรนั่นน่ะสิ” สมรรีบถามเพราะมินตราจะหันเดินไปทางห้องน้ำ

“โธ่เอ้ย... สมร สมัยนี้ใครๆ เขาก็รอจังหวะนี้ทั้งนั้นล่ะเพื่อน มีโอกาสก็ต้องตะครุบสิเพื่อน อย่าทำเซ่อไปเลยน่ามินมันทำถูกแล้ว” ใบเตยหันมาตอบสมรซะเองเพราะเริ่มชักจะหงุดหงิดกับความช่างสงสัยของสมรเต็มทีเหมือนกัน

“ถูกกะผีสิ นั่นมันเธอยะ แม่ใบเตย ถ้าเป็นหล่อนฉันจะไม่ต่อว่าสักคำ เพราะหล่อนมันผ่านสนามมาเยอะแล้ว แต่นี่เป็นยัยมิน ก็หล่อนพูดอยู่หยกๆ ว่าเด็กไร้เดียงสาแล้วหล่อนยังจะให้ยัยมินมัน..... มันตลกที่หัวเราะไม่ออกเลยจริงๆ นะนี่” สมรทำท่าทางจะหัวเราะออกมาแต่เอามือปิดปากไว้เนื่องจากมินตราส่งสายตาพิฆาตมายังสมรที่ละคำไว้ในฐานที่เข้าใจกันกับใบเตย และคิดกันแต่ในเรื่องที่ไม่เข้าท่าเลยจริงๆ

“ก็ไม่ต้องหัวเราะสิ อย่าลืมสิว่าอายุก็ไม่ใช่น้อยแล้วนะ ยังไม่รู้อีกว่าผู้ชายกับผู้หญิงเขาอยู่กันยังไง น่าขันจะตายไปแล้วยะ ลองๆ มันไปเถอะ เกิดมาทั้งที” ใบเตยเอ่ยเสริมแต่หัวเราะขันออกมาเสียงดังพร้อมกับทำหน้าและแสดงท่าทางที่ชวนให้ สมร และมินตราชวนขนลุกไม่น้อยเลยที่เดียว

“อุ้ย... มันทุเรศจริงๆ ทั้งหล่อนและยัยใบเตย” ยังไม่ทันที่สองสาวเพื่อนร่วมห้งและเพื่อนร่วมงานจะโต้เถียงอะไรกันไปยกใหญ่ มินตรารีบห้ามด้วยความรำคาญพร้อมไล่สองสาวให้ออกไปคุยกันข้างนอก เพราะหล่อนจะนอนแล้ว

“อะไรของเขาวะ นี่มันไม่สะทกสะท้านอะไรเลยหรือเนี่ย” ใบเตยมองมินตราที่เดินตรงไปห้องน้ำเพื่อจะอาบน้ำและจะเข้านอนด้วยสายตาฉงนกับความนิ่งของเพื่อนสาว

“เรื่องอะไรอีกหล่ะ เธออย่าทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่เลยว้าเจ้าตัวมันรำคำท้าเขามาเองนี่หวา ก็รู้ๆ กันอยู่ใครไปท้าอะไรมันได้ที่ไหนล่ะ ยัยมินน่ะ มันสู้หัวชนฝาอยู่แล้ว” สมรบอกใบเตยให้เลิกสงสัยกับท่าทางของมินตราสักทีเพราะยังไงมินตราก็ไม่ยกเลิกการท้าทายในครั้งนี้แน่ๆ จากประสบการณ์ที่เขารู้จักกับมินตรามานานแล้วนั่นเอง

“แต่มันจะไปสู้อะไรเขา ก็คงมีแต่เสียเปรียบนะสิเตยผู้ชายนะโว้ย... ผู้ชายหล่อนก็รู้อยู่ แล้วแก่ก็เห็นว่าพี่ชายยัยอรก็ใช่ย่อยเสียเมื่อไหร่เรื่องผู้หญิง คู่นอนก็มีออกโทนโท่ มันจะไปเป็นหนึ่งของเล่นเขาหรือไงวะ...” ใบเตยบ่นสิ่งที่ขบคิดไว้ภายในจิตใจออกมาให้สมรฟัง เนื่องจากผู้หญิงก็แพ้ผู้ชายอยู่วันยันค่ำเพราะธรรมชาติสร้างมาให้ผู้ชายแข็งแกร่งกว่าผู้หญิง และอีกทั้งเรื่องเสียๆ หายๆ ที่จะตามมาก็จะตกลงที่ฝ่ายหญิงมากกว่าอยู่ดี จนพลอยทำให้สมรต้องถอนหายใจออกมาด้วยความเป็นห่วงมินตรา

“ฉันเชื่อมือยัยมินมันนะ ฉันว่ามันต้องคิดดีแล้วหล่ะนะ ถึงแม้ว่ามันจะไม่เคยผ่านเรื่องพวกนี้มาก่อน แต่ฉันเชื่อว่ามันมีเหตุผล และสามารถเอาตัวรอดได้” สมรยังคงย้ำสิ่งที่เธอมั่นใจในตัวของมินตราแม้จะหวั่นๆ อยู่บ้างก็ตาม

ใบเตยจึงทรุดร่างลงนั่งที่พื้นตรงระเบียงด้านนอกพร้อมพ้นควันบุหรี่ต่อสมรหน้ายุ่ง

“ถึงยังไงก็เถอะว่ะ... ลองขึ้นชื่อว่าผู้หญิง ก็มีแต่จะเสียเปรียบวันยังค่ำ” ใบเตยยังคงไม่ยอมเลิกเถียงออกมาด้วยเพราะมินตราเป็นคนที่ออกจะไร้เดียงสาในเรื่องของผู้ชาย

“อุ้ย... รำคาญโว้ย... ขืนอยู่ตรงนี้ฉันได้ฆ่าคนตายแน่” สมรเริ่มออกอาการหงุดหงิดออกมาอย่างชัดเจนเพราะความช่างถาม ช่างสงสัยไปซะทุกเรื่อง

“ก็มันจริงนี่นา... อาจจะเป็นได้นะว่าเพื่อนของเราตกหลุมรักนายศิธร รูปหล่อคนนั้นเข้าจังเบ้อเร่อ เผอิญว่าเป็นจังหวะที่ทางโน้นเปิดทางก็เลย....” ใบเตยเริ่มคิดเป็นอะไรไปเรื่อยเปี่อยจนหาจุดจบไม่ได้ เดาเรื่องไปๆ มาๆ สารพัดจนทำให้สมรต้องส่ายหน้า ที่ใบเตยคิดอะไรไร้สาระจริงๆ เพราะมินตราไม่ใช่คนอย่างนั้นสักนิดเดียว

“เธอไปว่ายัยมินมันได้ยังไง มันเคยยุ่งกับใครที่ไหนวันๆ ก็ยุ่งกับงานอย่างเดียว หล่อนน่ะชอบปากเสียคิดว่าคนอื่นคงจะเหมือนตัวเองไปหมด ไอ้พวกโรคแพ้ความหล่อและเบื่อง่าย” สมรจึงสะบัดก้นเดินออกมาจากที่นั่นเป็นการยุติการสนทนา คงทิ้งให้ใบเตยส่งเสียงหัวเราะตามหลัง ไม่นานนักหล่อนก็ตกอยู่ในห้วงแห่งความนึกคิดเพียงลำพังคนเดียวหล่อนยอมรับว่าครั้งนี้มินตราบ้าบิ่นเกินกว่าทุกครั้งที่เป็นมา แต่หล่อนก็เลือกที่จะดูอยู่ห่างๆ เป็นการดีที่สุด

 

คุณย่า หรือที่สังคมรู้จักกันดีคือ คุณหญิงพรรณี ศิธราวัฒน์ ผู้มีน้ำใจ และจิตใจดีชอบช่วยเหลือแก่คนที่เดือดร้อน สองพี่น้องได้ถูกคุณหญิงพรรณีเลี้ยงดูมาตั้งแต่ยังเล็ก เนื่องจากสองพี่น้องได้สูญเสียบิดาและมารดาจากอุบัติเหตุเครื่องบินตกจากการเดินทางไปติดต่อธุรกิจ ทั้งสองพี่น้องจึงรัก และเกรงใจคุณย่าเป็นอย่างมาก  

และเมื่อเมื่อคุณหญิงพรรณีเดินทางกลับจากที่ไปถือศีลนั่นก็เป็นอันต้องนั่งไม่ติดกับเรื่องที่ได้ฟังจากปากของชุติอรหลานสาวที่รีบแจ่นมาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้คุณย่าฟังในเรื่องที่ศิธรพี่ชายของเธอไปก่อเรื่องไม่ดีไม่งามกับเพื่อนสาวที่ชื่อมินตราให้กับคุณย่าฟัง จึงทำให้ศิธรต้องเดือดร้อนโดนคุณย่าเรียกพบเป็นการส่วนตัวในเย็นวันนั้น

“พ่อหนึ่งย่าถามเราจริงๆ เถอะไปทำน้องเขาจริงๆ รึเปล่า” คนเป็นย่าถามออกไปแต่ภายในใจนั้นแอบซ่อนความดีใจไว้ลึกๆ เนื่องจากคุณหญิงพรรณีเองก็ชอบหญิงสาวที่มินตราเป็นทุนอยู่แล้ว และที่ยิ่งไปกว่านั้นเธอไม่ชอบบุณฑรีคู่นอนคนปัจจุบันของหลานชายคนนี้เลยจริงๆ

“เออ... ใครบอกคุณย่าครับ” ศิธรตอบเป็นเชิงถามออกไปด้วยรู้อยู่แล้วว่าใครเป็นคนมารายงานให้คุณย่าทราบเรื่องถ้าไม่ใช่ยัยน้องหนูตัวดีประจำบ้าน แต่ยังไงก็เถอะถามไปก่อนก็ยังไม่รู้จะตอบว่าอะไรนี่น่า ชายหนุ่มคิดเช่นนั้น

“ย่าถามก็ตอบสิ... พ่อหนึ่ง ไม่ใช่มาย้อนถามย่า อย่างนี้” คุณหญิงพรรณีถามเสียงเข้ม

“เออ... ใช่ครับ” ศิธรจึงต้องยอมรับออกไปแต่โดยดีพร้อมกับนึกโมโหยัยน้องหนูตัวดีที่แจ่นมาฟ้องคุณย่าจนทำให้เขาต้องเดือดร้อนอย่างนี้ คอยดูนะอย่าให้เจอตัวจะจับมาตีก้นสักทีสองทีโทษฐานยุ่งเรื่องของคนอื่นดีนัก

“งั้นพ่อหนึ่งเองก็รู้ใช่ไหม ว่าถ้ากล้าทำก็ต้องกล้ารับด้วย” คุณย่ายกเรื่องของความรับผิดชอบขึ้นมาขู่หลานชายจอมเจ้าชู้แล้วอมยิ้มที่ขณะนี้ หลานชายของเธอนั่งหน้าบอกบุญไม่รับยังไงยังงั้นเลยในตอนนี้

“ครับ... ผมก็บอกเรื่องรับผิดชอบไปแล้วนี่ครับ” ศิธรจึงยกเรื่องที่เขาได้ตกลงกับยัยหน้าจืดไปแล้วว่าจะรับผิดชอบด้วยการหมั้นหมาย และจัดงานแต่งงานอย่างถูกต้องตามประเพณีทุกประการ แต่มันเกิดขึ้นด้วยการท้าทายของเขาและยัยหน้าจืดตกลงกันไว้เท่านั้น และคิดว่ายัยน้อหนูคงไม่กล้าเล่าเรื่องนี้ให้คุณย่าทราบแน่ ชายหนุ่มเองเลือกที่จะไม่เล่าให้คนเป็นย่าทราบเนื่องจากไม่ต้องการร้อนใจในเรื่องนี้

“ดี... งั้นย่าจะจัดการหาฤกษ์หายามให้เลยแล้วกันนะ” คุณหญิงพรรณีเอ่ยตัดบทกับหลานชายจอมแสบ นี่คงคิดว่าคนอาบน้ำร้อนมาก่อนจะไม่รู้ว่าทั้งสองคนตกลงแต่งงานกันเพราะท้าทายกัน แต่คนเป็นย่าหาได้สนใจไม่เพราะเชื่อว่าหลานชายเขาต้องมีใจสนใจในตัวหนูมินตราบ้างหล่ะไม่เช่นนั้นจะยอมรับคำท้าทายเช่นนั้นหรอก

“คะ... ครับแล้วแต่คุณย่าเห็นสมควร” ศิธรเงยหน้าสบตาคุณหญิงพรรณีด้วยความตกใจที่จะเร่งรีบทำไมแต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้เมื่อเจอสายตาของคนเป็นย่าที่มองกลับมาด้วยความยิ้มแย้ม ซึ่งมันทำเขาไม่เคยขัดใจคุณย่าได้เลยสักครั้ง

“งั้นพ่อหนึ่งจะไปทำอะไรก็ไปเถอะ ย่าอยากจะเอนหลังสักหน่อย... เดินทางกลับมาเหนื่อยๆ” คุณหญิงพรรณีจึงทำท่าจะเอนหลังลงพัก ศิธรจึงได้แต่ตอบรับกลับไปแล้วทำท่าจะเดินออกจากห้องของคนเป็นย่า ภายในใจก็คิดแต่ว่ายัยน้องหนูตัวดีอย่าให้เจอตัวนะ อ๋อ... ยัยหน้าจืดเธออีกคนต้องเจอดีแน่ๆ คอยดู ชายหนุ่มคิดด้วยความคับข้องใจที่ไม่มีใครคิดที่จะฟังความจากเขาเลยมันจึงยิ่งทำให้เขาโกรธมากขึ้นไปอีก ยัยหน้าจืดนะ... ยัยหน้าจืด เขาเดินบ่นเป็นหมีกินผึ้งออกมาโดยไม่รู้ตัวเลยว่าคนเป็นย่านั้นได้ลอบมองการกระทำของชายหนุ่มตลอดเวลาก่อนที่ชายหนุ่มจะปิดประห้องให้คนเป็นย่าเรียบร้อยนั่นหล่ะ

บรรยากาศภายในห้องทำงานของศิธรในเช้าวันนี้แทบร้อนเป็นไฟราวกับเพิ่งเกิดระเบิดขึ้นก็ว่าได้เมื่อบุณฑรีแทบจะร้องกรี๊ดเมื่อได้รับฟังเรื่องจากจากปากของคนที่หล่อนรัก หล่อนไม่อยากจะเชื่อว่าศิธรจะบอกหล่อนได้หน้าตาเฉยว่าเขาต้องตกลงปลงใจจดทะเบียนสมรสกับมินตรา เนื่องจากคุณย่าของเขาเองเป็นผู้จัดการเรื่องนี้ทั้งหมด เพราะโดยส่วนตัวเขาเอง เขายังไม่หายจากอาการงุนงงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาเช่นกัน

“คุณจะให้ดาเชื่อหรือคะว่า เรื่องที่เกิดขึ้นคุณไม่รู้เรื่อง” บุณฑรีถามด้วยน้ำเสียงหมายคาดคั้นเอาความจริงออก

มาจากปากของชายหนุ่มให้ได้

“ผมบอกกับคุณแล้วนะดา คุณก็น่าจะเข้าใจ” ศิธรตอบด้วยน้ำเสียงเอือมระอากับอาการเอาแต่ใจของหญิงสาวที่ได้ชื่อว่าเป็นคู่ควงและแฟนของเขาในขณะนี้

“เข้าใจ... นี่คุณพูดออกมาได้ไงกัน คุณกำลังทำให้ดาบ้านะคะ เรานอนกันมาเป็นปี บทคุณจะมาถีบหัวดาส่งแบบนี้มันไม่มากเกินไปหรอคะ ทำไมไม่บอกดาก่อนสักคำ” เสียงของบุณฑรีกรี๊ดขึ้นเกือบจะคับห้องทำงานของเขา ชายหนุ่มได้มองหล่อนอย่างเห็นใจ อย่างน้อยๆ เขาก็ได้รับการอนุเคราะห์จากหล่อนมาโดยตลอด และหล่อนก็เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดตาม

ใจเขาทุกอย่าง เขารู้ว่าหล่อนรักเขามาก แต่จะให้เขาทำยังไงหล่ะเขาขัดความต้องการของคุณย่าไม่ได้นี่

“ฉันว่าเรื่องนี้คุณเป็นคนเริ่มเรื่องเอง ไม่ใช่คุณย่าอย่างที่คุณอ้าง” บุณฑรีถามออกไปเป็นการยั้งเชิงชายหนุ่มที่หล่อนรักและวาดหวังถึงขั้นแต่งงานกัน

“อาจจะใช่ในตอนแรกนะ แต่ผมไม่คิดว่าเด็กนั่นจะ...” ....

“จะจับคุณได้โดยที่เข้าทางคุณย่าของคุณกับน้องสาวตัวแสบของคุณอีกคน” บุณฑรีชิงพูดตัดหน้าชายหนุ่มขึ้นมาในทันทีแสดงกิริยาท่าทางไม่ชอบใจในตัวของคุณหญิงพรรณี และชุติอรออกมาอย่างไม่ปิดบัง

“ดา... คุณย่ากับยัยน้องหนู เป็นคนที่คุณไม่สมควรที่จะกล่าวถึงในลักษณะนี้นะ” ศิธรบอกออกไปด้วยน้ำเสียงแสดงความไม่พอใจที่กล่าวถึงบุคคลที่เขารักทั้งสองคนในทางที่ไม่เหมาะไม่ควร

“ทำไมล่ะคะ ทำไมดาจะพูดไม่ได้ ถ้าหากเรื่องนี้เกิดเพราะคุณย่าคุณจริงๆ มันก็น่าจะมีทางออกสิคะ คุณปฎิเสธได้นี่ วันที่เขาจับคุณจดทะเบียน แต่นี่คุณไม่ทำ คุณไม่ทำมันเพราะอะไรคะ หนึ่ง คุณจะให้ดาเข้าใจว่าอะไร....”

“บุณฑทรี...” ศิธรยกมือขึ้นอุดหูทั้งสองข้างเมื่องหญิงสาวคู่ควงของเขาตะโกนสุดเสียงและใกล้หูของเขานิดเดียว แถมหล่อนยังเขย่าแขนเขาแรงๆ อย่างคนหมดความอดทนอดกลั้น ใบหน้าแดงกล่ำด้วยความโมโห

“แต่ผมยังคงคบหากับคุณเหมือนเดิมนี่นา... บุณฑรี” ศิธรไม่อยากบอกกับบุณฑรีแบบนี้เลยแต่เขาเองก็ปวดหัวไปหมด ไม่รู้จะทำยังไงกับตัวเองและหญิงสาวที่ยืนว่าเขาฉอดๆ อยู่ที่นี่ในตอนนี้

“คบหา... คุณใช้คำนี้กับฉันหรือคะ คุณนอนเตียงเดียวกับฉันมานานเท่าไหร่ ฉันเข้าไปอยู่ที่ตึกของคุณนานเท่าไหร่จะบอกว่าเหมือนกับเป็นเมียของคุณแล้วก็ว่าได้ และที่สำคัญใครๆ เขาก็รู้กันหมดแม้แต่ที่บริษัทคุณ” ในตอนนี้บุณฑรีรู้สึกเหมือนกับศิธรไม่เห็นความสำคัญในตัวเธอแล้วยังมาใช้คำว่าคบหากับเธออีก มันน่าโมโหไหมหล่ะแล้วที่เธอบอกเขาออกไปนั้นก็เป็นความจริงทุกอย่างเธอจึงไม่กลัวที่จะพูดออกไป

“ก็ช่างเขาสิ คุณก็ยังเป็นคนของผมเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ผมไม่ได้ตัดคุณออกไปนี่ ผมยังคบกันกับคุณและคุณก็เข้าออกบ้านผมได้อย่างเก่า”

เมื่อบุณฑรีได้ยินเช่นนั้นก็ผละออกจากตัวของชายหนุ่ม หล่อนเดินตรงมาที่ประตู หันหลังมาจ้องคู่นอนด้วยท่าทีมาดมั่นและราวกับได้คิดและตัดสินใจอะไรไว้ภายในจิตใจของเธอ

“ฉันไม่หวังเพียงอยากเป็นคู่นอนของคุณนะคะ หนึ่งฉันหวังอยากแต่งงานกับคุณออกหน้าออกตา แต่เมื่อมาเป็นอย่างนี้ ฉันก็ยอมไม่ได้เหมือนกัน คุณคอยดูฉันต่อไปก็แล้วกัน” บุณฑรีพูดทิ้งท้ายไว้เพียงแค่นั้นแล้วเดินออกจากห้องทำงานของศิธรไป

“เดี๋ยวสิ... บุณฑรี นั่นคุณจะไปไหน” ศิธรผวาตามร่างที่ก้าวออกไปยังด้านนอกของห้องทำงาน แต่พอเปิดประตูออกไป สายตาทุกคู่ของพนักงานก็พุ่งตรงมาที่เขา ชายหนุ่มจึงต้องผลุบกลับเข้ามาที่ห้องดังเดิมด้วยใบหน้าปั้นยาก ได้แต่บ่นพึมพำกับตัวเอง

“ซวยละซิ... ยัยหน้าจืดทำแสบที่สุดเลย เดี๋ยวเถอะ เดี๋ยวก็รู้ยัยหน้าจืด” ชายหนุ่มบ่นออกมาอย่างอาคาดในตัวของมินตราที่เป็นต้นเหตุให้เกิดปัญหานี้

 

บรรยากาศที่ห้องทำงานของมินตราในตอนนี้ต่างกับห้องของศิธรโดยสิ้นเชิง เมื่อสมรกำลังแหงนหน้าหัวเราะตัวโยนบนเก้าอี้ด้านหน้าของมินตรา ส่วนด้านข้างคือใบเตย หล่อนยิ้มร่าแบบสะใจ พร้อมยกนิ้วโป้งให้เพื่อนสาวด้วยความพอใจในผลงานของมินตราที่สามารถพอพี่ชายยัยอรไปจดทะเบียนสมรสด้วยได้

“แน่มาก... เพื่อนรัก เธอทำได้ไงเนี่ย ฉันยอมซูฮก” ใบเตยบอกมินตราออกไปอย่างจริงใจที่เพื่อนสาวสามารถเอาชนะพี่ชายยัยอรได้ในยกนี้

“นั่นน่ะสิ ยัยเตย ฉันล่ะใจหายใจคว่ำที่เห็นมินมันจะเล่นกับของแข็ง แต่ที่ไหนได้มันแข็งกว่าที่จับพ่อรูปหล่อนั่นจดทะเบียนได้ ฉันเห็นเขาวันนี้นะ ฉันเองเกือบกลั้นยิ้มไม่อยู่เลย ให้ตายสิ...” สมรเสริมขึ้น กลั้วไปด้วยเสียงหัวเราะชอบใจ

“นี่มิน บอกวิธีการหน่อยได้ไหม” ใบเตยชะโงกหน้าเข้าไปใกล้ๆ เพื่อนสาว

“เธอก็เก่งไม่ใช่หรอ มาถามฉันทำไม”

มินตราดีใจและสะใจที่รู้สึกชนะชายหนุ่มได้ในยกนี้แม้จะต้องยอมลงทุนจดทะเบียนสมรสก็ตามแต่ จดได้ก็หย่าได้ไม่เห็นจะเป็นไร ขอให้เธอชนะเป็นพอ

“เอาหน่อยนะเพื่อน ยกนิ้วให้แล้วไง เธอวางแผนร่วมกับยัยอรใช่ไหมหล่ะ ก็รายนั้นมันยิ่งอยากเอาชนะพี่ชายมันอยู่ อีกอย่างมันเกลียดยัยคู่นอนพี่ชายมันจะตาย” ใบเตยแกล้งถามมินตราเป็นการหยั่งเชิงว่าใครเป็นคนคิดแผนการนี้ขึ้นมา เพราะถ้าเป็นยัยมินไม่มีทางแน่ๆ ที่จะยอมเสี่ยงกับเรื่องแบบนี้ ต้องมีคนยุยงส่งเสริมแน่นอน

“ไม่เกี่ยวนี้ ยัยอรเขาไม่ต้องการให้ฉันทำเรื่องอย่างนี้ ยัยอรกลัวฉันทนรับสภาพี่ชายเขาไม่ไหว แต่คนอย่างฉันนะไหวไม่ไหวว่ากันอีกที อยากมาท้าฉันก่อนทำไม” มินตราตอบข้อข้องใจของใบเตย ยิ่งทำให้ใบเตยถึงกับงงที่ยัยมินยอมถึงขนาดนี้เพียงเพื่อต้องการจะชนะพี่ชายของยัยอรเนี้ยนะ คิดแล้วก็กลัวจริงๆ ยัยมันแกจะรู้ตัวไหมเนี้ยว่าแกกำลังเล่นอยู่กับไฟที่มันร้อนเอาเสียมากๆ ด้วยสิ

“แล้วแกแน่ใจแล้วหรอว่าจะเอาชนะเขาได้ ก็ในเมื่อแก่กับพี่ชายยัยอรไม่ได้รักกัน” ใบเตยถามเป็นการเตือนสติเพื่อนสาวออกไปแต่ดูจากท่าทางของมินตราแล้วหาได้สนใจไม่

“ฉันไม่ได้ต้องการชนะใจแต่ฉันต้องการชนะเกมส์เท่านั้น” มินตราตอบออกไปด้วยน้ำเสียงมาดมั่นเนื่องจากเธอเห็นเรื่องนี้เป็นแค่เกมส์เท่านั้น จึงไม่ได้คิดถึงผลลัพธ์ของมันเลยสักนิด

“แต่นี้มันชีวิตทั้งชีวิตนะยัยมิน ไม่ใช่เกมส์” สมรได้ยินมินตราตอบใบเตยจึงรีบค้านเสียงสูง

“ก็เกมส์ชีวิตไง เล่นเกมส์ตู้จะไปมันอะไร มันต้องเกมส์นี้แหละ” สมรได้ยินทำท่าจะเป็นลม แต่ใบเตยกลับส่งเสียงหัวเราะดังมากขึ้น ไม่นานนักก็หันหน้ามาจ้องเพื่อนที่กำลังรับโทรศัพท์ แล้วก็เลื่อนสายตามาที่กระบอกโทรศัพท์เขม็ง มินตรากดให้เสียงดังมาตามสายออกทางลำโพง และเสียงนั้นมันสามารถหยุดสองสาวให้นิ่งอยู่กับที่ได้

“ฉันต้องการพบเธอด่วน มินตรา” เสียงหญิงสาวปลายสายบอกความต้องออกมาอย่างร้อนรน

“คุณมีเรื่องอะไรก็พูดมาได้เลยคะ คุณบุณฑรี” มินตราตอบไปอย่างไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก

“ไม่! ฉันต้องพูดกับเธอตัวต่อตัว และเห็นหน้าด้วย” บุณฑรีตอบด้วยน้ำเสียงห้วนราวกับเป็นการออกคำสั่ง

“ขนาดนั้นเชียวหรือคะ ที่ไหนเมื่อไหร่ล่ะคะ” มินตราเริ่มอยากรู้ซะแล้วสิว่าจะเป็นยังไงจึงเอ่ยถาม แต่ใบหน้าของหญิงสาวยิ้มราวกับเล่นเกมส์ที่กำลังสนุกขึ้นเรื่อยๆ

 “เดี๋ยวนี้เลย ที่ร้านอาหารภายในโรงแรมตรงข้ามที่ทำงานของเธอนี่แหล่ะ” บุณฑรีนัดออกไปด้วยร้อนใจเนื่องจากถ้าเรื่องราวมันลุกลามไปมากกว่านี้ มันอาจจะแก้ไขอะไรไม่ได้เลยจึงคิดว่าการได้คุยกันอย่างเปิดอกน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในตอนนี้

“คงไม่ได้หรอกคะ เพราะตอนนี้ดิฉันยังมีงานต้องทำ... เอาเป็นว่าฉันว่างเมื่อไหร่ แล้วฉันจะเป็นฝ่ายนัดคุณเอง สวัสดีคะ” มินตรากดวางสายในทันที แล้วกดออกไปที่เคาน์เตอร์ด้านนอก

“นิ่ม ถ้ามีสายมาถึงพี่อีกบอกว่าพี่ไม่อยู่นะ ให้ฝากเรื่องเอาไว้ เพราะพี่กำลังจะออกไปข้างนอกเดี๋ยวนี้” มินตราวางหูแล้วเก็บเอกสารบนโต๊ะใส่เป้สะพายท่ามกลางสายตาของสองสาว

“นั่นจะไปไหนมิน ไหนบอกว่าไม่ต้องการพบกับยัยนั่นไง” สมรถาม

“ก็ใช่ แต่กำลังจะไปทำงาน ไปเตยไปด้วยกัน” มินตราตอบสมรหน้าตาเฉยแล้วหันไปชวนเพื่อนสาวอีกคนให้ออกไปด้วยกัน

“อ้าวฉันเหรอ...” ใบเตยใช้นิ้วจิ้มมาที่อกอย่างไม่แน่ใจ

“ ใช่ งานนี้ฉันต้องใช้เธอ ส่วนยัยสมรเธอต้องอยู่ที่นี่ เพราะเจ้านายจะเข้ามาอีกประมาณหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า เธอบอกกับหัวหน้าด้วยว่า เราสองคนไปหาเสี่ยอุดม” มินตราไขข้อสงสัยของทั้งสองเพื่อนสาวเสร็จก็ตั้งท่าจะออกไปเลย

“โธ่... นึกว่าจะเอาฉันไปด้วยเพราะอะไร เอาไปกันท่าไอ้เสี่ยบ้ากามนี่เอง” ใบเตยบ่นออกไปแล้วก็เดินตามมินตราออกไปเช่นกัน ทิ้งให้สมรอยู่รับหน้าเพียงคนเดียว



---------------------------------------------------------

ฝากคอมเม้นนิยายเป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะคะ 
เพื่อพี่กันจะได้นำไปพัฒนาต่อไปจ๊ะ

ขอบคุณมากๆ จ๊ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

127 ความคิดเห็น

  1. #106 REBORNHIZ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 มกราคม 2553 / 23:47
     สนุกค่ะ
    #106
    0
  2. #58 pampam (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2552 / 11:55
    พระเอกเนี่ยเอาแต่ได้นะ
    #58
    0
  3. #48 nuri.j (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2552 / 18:53
    เหอะ เหอะ ศิธร ไม่แนวเลยค่ะ เอาแต่ได้
    #48
    0
  4. #27 Rcasia (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2552 / 10:17
    =________= รู้สึกหมั่นไส้นายศิธร และเห็นใจบุณฑรีแล้วซิ แง้ ๆๆๆ
    #27
    0
  5. #24 บุษบาพาฝัน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2552 / 14:12
    มาอ่านแล้วน้า........หนุกดีจ๊ะ
    #24
    0
  6. #23 จินณเสน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2552 / 19:14
    โอ้...โอ....นางเองแจ่มจริงๆๆสุดคำบรรยา55555++++
    #23
    0
  7. #22 Potae Jung (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2552 / 15:44
    สนุกมากค่ะ มารออ่านตอนต่อไปนะคะ สู้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #22
    0
  8. #18 yuta_kan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2552 / 22:55

    พี่กันขอโทษด้วยพี่กันใส่ชื่อตัวละครผิดพระเอกชื่อศิธร......ไม่ใช่คธา......เดียวจะแก้ให้ใหม่จร้า.........

    #18
    0