ศัตรูคู่วิวาห์

ตอนที่ 11 : ตอนที่ 11: ฮันนีมูน.... บรรยากาศพาไป (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,581
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    21 ม.ค. 53



ตอนที่ 11: ฮันนีมูน.... บรรยากาศพาไป

            บ้านพักสำหรับฉลองน้ำผึ้งพระจันทร์ของศิธรและมินตรา ได้ถูกแยกเดี่ยวออกมาอยู่ฝั่งตรงข้ามกับกลุ่มที่พักแบบบังกะโล  ซึ่งเรียงตัวกันเป็นหลังๆ อยู่อีกฟากหนึ่งของเกาะ โดยจะมีสะพานเชื่อมทางเดินจากพื้นทรายไปสู่ตัวบ้านที่ตั้งอยู่เหนือท้องทะเลห่างจากเกาะพอสมควร

“ว้าว !” มินตราเข้าภายในบ้านพักหลังใหญ่ สายตากวาดมองไปรอบๆ ห้องพักทันที

            ภายในห้องนอนประกอบด้วยเตียงคู่ที่หันหน้าออกสู่ระเบียงสำหรับชมวิวผืนน้ำ ถัดไปอีกหน่อยก็เป็นห้องน้ำมีอ่างอาบน้ำแบบเปิดโล่งสู่ธรรมชาติ หรือจะเลือกปิดโดยมีม่านจัดไว้ให้เลือกได้ตามใจชอบ ในมุมนี้รู้สึกได้เลยว่าศิธรจะชื่นชอบเป็นพิเศษ ส่วนภรรยาสาวนั้นกลับดูจะชื่นชอบกับมุมห้องนั่งเล่นใจกลางห้องซะมากกว่า ซึ่งจัดไว้ได้อย่างน่ารักโดยที่ส่วนของพื้นที่เหยียบอยู่นั้นเป็นกระจกใสทำให้มองลงไปเห็นความร่าเริงของหมู่ปลาตัวน้อยใต้ท้องทะเล

            “สวยจังเลย” หญิงสาวบ่นกับตัวเอง

            ศิธรเดินตามมินตราเข้ามาภายในห้องรับแขก ซึ่งจัดวางเก้าอี้รับแขกขนาดใหญ่ไว้หน้าตู้ไม้ เมื่อเปิดออกก็เห็นโทรทัศน์และเครื่องเสียงครบครัน

            พนักงานหนุ่มผิวเข้มเดินหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าของทั้งคู่เข้ามาภายในห้องพัก พร้อมกับเปิดเครื่องปรับอากาศภายในห้องนอน ก่อนจะเดินออกมาอธิบายบ้านพักคร่าวๆ ซึ่งบ้านพักที่ทั้งคู่อยู่นั้นสามารถลงเล่นน้ำบริเวณหน้าบ้านได้เลยโดยไม่ต้องเดินไปที่ริมหาด พายเรือบดที่ผูกติดไว้หน้าบ้านเล่น หรือพายไปทานอาหารที่รีสอร์ต จะโทรสั่งก็ได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงโดยมีคู่มือ และเมนูบอกให้รู้อย่างละเอียดแล้ว

            ศิธรพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะยื่นทิปจำนวนหนึ่งให้แก่พนักงานหนุ่ม ซึ่งก็รีบโค้งแล้วยื่นมือรับและเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

            “คุณหิวไหม หรือจะเข้านอนเลย” ศิธรหันไปถามหญิงสาวที่กำลังเพลินกับการสำรวจบ้านพัก

            “ไม่คะ เมื่อกี้ทานบนเครื่องมาแล้ว ฉันว่าจะอาบน้ำแล้วนอนเลยดีกว่า” หญิงสาวตอบโดยไม่ได้หันไปมองชายหนุ่มเลยสักนิด

            มินตราลงมือเปิดกระเป๋าเดินทาง เพื่อจัดเก็บเสื้อผ้าเข้าตู้อย่างอารมณ์ดี คงเพราะเห็นบรรยากาศที่นี่แล้วทำให้เธอลืมเหนื่อยไปเลย มือเรียวบางหยุดชะงักกับการลื้อเสื้อผ้าออกมาได้เพียงสองสามชิ้น สายตาก็พลันเหลือบไปพบกับสิ่งที่หญิงสาวจำไม่ได้ว่าเคยมี หรือเคยซื้อหามาตั้งแต่เมื่อไหร่

“หือ...” หญิงสาวจึงค่อยๆ หยิบสิ่งนั้นขึ้นมาก็ยิ่งให้สงสัยระคนประหลาดใจจึงคลี่ออกดูอย่างช้าๆ ก็ต้องให้ตกใจอุทานออกมาเสียงดัง

เมื่อสิ่งที่อยู่ในมือนั้นเป็นชุดนอน... หรือบางทีอาจเป็นชุดชั้นใจตัวยาวเสียมากกว่า เพราะเจ้าชุดนอนแบบกึ่งชั้นในตัวนี้ เป็นผ้าซีทรูบางสีชมพูหวานชวนให้คนเห็นต้องมีใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาในทันที ด้านล่างยาวลงมาถึงหน้าขามันเปิดเผยเนื้อตัวมากกว่าจะปกปิดเสียอีก และต้องให้ตกใจมากขึ้นไปอีกเมื่อชุดนอนของเธอภายในกระเป๋านั้นเป็นอย่างนี้ทั้งหมดเพียงแต่มันหลากหลายสีสันออกไปเท่านั้น อีกทั้งชุดว่ายน้ำแบบวันพีชของเธอก็ถูกเปลี่ยนไปเป็นบิกินี่สีสดใสแบบชวนให้อายยิ่งนัก

“ยัยอร...” มินตราบ่นออกมาเสียงดังจนชายหนุ่มที่กำลังจัดการกับกระเป๋าของตนเช่นกันต้องเงยหน้าขึ้นมามองแล้วก็ให้อมยิ้ม

“ชอบถึงขนาดพูดไม่ออกเลยหรอ” ศิธรบอกเสียงนุ่มส่งสายตากรุ้มกริ่ม ทำให้หญิงสาวรีบเอาเจ้าสิ่งแปลกปลอมนั้นยัดลงกระเป๋าตามเดิม แล้วหันมาเผชิญหน้าอีกฝ่ายด้วยใบหน้าแดงก่ำ

“ผมคิดแล้วว่าคุณต้องชอบ” ชายหนุ่มจึงยืนกอดอกขึ้นยืนพิงอยู่ตรงมุมห้องนอนมองตอบหญิงสาวเช่นกัน

“คะ... คุณให้ยัยอรจัดการกับกระเป๋าฉันหรอ” หญิงสาวเอ่ยถามออกไปแม้จะรู้ดีว่าใครทำก็ตาม มิน่าล่ะ...ทำไม ยัยอรจึงได้ดูกุลีกุจอช่วยหยิบจับ จัดการจัดเสื้อผ้าที่ต้องสวมใส่ให้ทุกอย่างและยังรวดเร็วนักจนเธอแทบไม่ต้องจัดเลยก็ว่าได้ หญิงสาวนึกแล้วก็อยากเข่นเขี้ยวใส่ชายหนุ่มยิ่งนักในตอนนี้ ที่ทำให้เธอต้องมากระดากและเขินอายต่อเสื้อผ้าที่เธอต้องมาค้นเจอ

“ผมก็แค่ให้ยัยน้องหนูจัดหาให้มันเข้ากับบรรยากาศ ก็เท่านั้นเอง” ชายหนุ่มบอกออกไปอย่างแสดงความเอ็นดูปนขำในความเขินอายของหญิงสาวยิ่งนัก

ชายหนุ่มยิ้มเจ้าเล่ห์ คราวนี้หล่ะหลังจากต้องไหว้วานให้หลายๆ คนช่วยพาหญิงสาวมาที่นี่ ฮันนีมูนอันแสนหวานของเขาจะได้เริ่มต้นขึ้นสักที

“อีตาบ้า... ชุดไหนฉันก็ไม่ใส่ทั้งนั้น” หญิงสาวว่าเข้าให้พร้อมกับคว้าชุดที่ชายหนุ่มหยิบขึ้นมาโชว์เธอจับยัดใส่ลงไปให้กระเป๋าเหมือนเดิม แล้วถอยออกไปอยู่ห่างๆ อย่างรวดเร็ว

หญิงสาวเปิดประตูด้านหลังของบ้านพักเดินออกไปยังระเบียงเล็กๆ ก็จะมองเห็นทะเลกว้างสุดลูกหูลูกตาเพื่อยืนสูดอากาศอยู่สักครู่หนึ่ง เธอจึงกลับเข้ามาเพื่อจัดเสื้อผ้าในกระเป๋าใหม่อีกรอบก็ต้องให้ตกใจเมื่อพบว่าข้าวของเครื่องใช้ทั้งหมดของเธอได้ถูกชายหนุ่มจัดให้อย่างเรียบร้อยแล้ว แต่กลับไม่พบร่างของชายหนุ่มภายในห้อง มินตราจึงเข้าไปอาบน้ำ

มินตราเพลิดเพลินกับการอาบน้ำอยู่ครู่ใหญ่ เมื่อรู้สึกสบายตัวแล้วจึงเดินออกมาด้วยผ้าเช็ดตัวผืนเดียว หากหญิงสาวก็ต้องชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อเห็นคนตัวใหญ่ที่ตอนนี้เข้ามานั่งเรียบร้อยอยู่บนเตียง สายตาของเขาจ้องมองมายังร่างของหญิงสาวอย่างไม่วางตา ทำให้หญิงสาวเดินตัวลีบไปที่ตู้เสื้อผ้า

“คุณเข้ามานานแล้วหรอคะ” หญิงสาวถามแก้เขิน ทำทีเป็นหาเสื้อผ้าของตัวเองโดยไม่มองหน้าเขา

“ก็ไม่นาน” เขาตอบแล้วก็นิ่งไป

มินตราเก้ๆ กังๆ ทำท่าจะหอบเสื้อผ้าเข้าไปใส่ในห้องน้ำ หันซ้ายหันขวาอย่างประหม่า ให้ตายเถอะจะให้เธอใส่เจ้าชิ้นเล็กต่อหน้าเขาหรืออย่างไรนะ

“วิวตรงระเบียงสวยมากเลยคะ” หญิงสาวพูดเรื่อยเปื่อย คิดว่าเขาน่าจะเดินออกไปดู แต่ก็เปล่าประโยชน์เมื่อเขาไม่มองไปด้วยซ้ำ เพราะสายตายังมองนิ่งอยู่ที่เธอนั่นเอง

“ผมว่าคุณน่าจะแต่งตัวได้แล้ว จะเดินอยู่ในสภาพนี้อีกนานแค่ไหน” คำพูดตรงประเด็นของเขาโพล่งออกมา

ก็ใช่ว่าเธอยากจะยืนเกือบเปลือยอยู่อย่างนี้เสียเมื่อไหร่ ถ้าไม่เป็นเพราะเขานั่งจ้องเป๋งอยู่อย่างนี้หญิงสาวก็คงรีบๆ แต่งตัวให้เสร็จไปแล้วล่ะน่ามินตราโต้เขาเพียงในใจ

“อย่าบอกนะว่าที่คุณยืนอยู่อย่างนี้เพราะผมนั่งดูอยู่ ใส่เสื้อผ้าเข้าสิ ผมไปมัดมือคุณไว้รึก็เปล่า” เขายังพูดปนขำไม่เลิก จนหญิงสาวต้องมองหน้าตาหล่อแต่กวนประสาทของคนตรงหน้าอย่างอดไม่อยู่

“เอ้า... ผมพูดแค่นี้ทำเป็นมองหน้า” เขาแกล้งเบะปากแล้วว่า

“จะถอดหรือจะแต่งก็ทำไปเถอะ”

เขาเป็นบ้าอะไรถึงชอบยั่วประสาทคนอื่นนัก มินตราคิดขณะยังยืนนิ่ง

“เฮ้อ... ทำอย่างกับว่าผมไม่เคยเห็นคุณโป๊อย่างนั้นแหละ ใส่เสื้อผ้าเสียทีเถอะ” ศิธรยังไม่ยอมหยุดยั่วยุ

“เอ... หรือว่าอยากจะโชว์ให้ผมดู อย่าเพิ่งเลยเราเพิ่งมาถึงกันเหนื่อยๆ” คำพูดของชายหนุ่มที่ยังเย้าออกมา ทำเอาหญิงสาวเม้มปากทำหน้าเบ้

“อ้าว... อย่าร้องไห้เชียวนา” เขามองหน้าคนที่ยืนทำท่าเหมือนจะร้องไห้อยู่ตรงหน้าตู้เสื้อผ้า หญิงสาวไม่ได้จะร้องไห้อย่างที่เขาว่าสักหน่อย แต่กำลังระงับอารมรณ์ที่มันกำลังจะพุ่งขึ้นเรื่อยๆ อยู่ต่างหาก

“เอ้าก็ได้ ผมออกไปข้างนอกก่อนก็ได้” ศิธรจึงยอมออกไปดูด้านนอกเพราะต้องการให้หญิงสาวได้แต่งตัวเพราะไม่เช่นนั้นทั้งเขาและหญิงสาวคงไม่ได้พักผ่อนเป็นแน่แท้

เมื่อชายหนุ่มออกไปพ้นห้อง มินตราก็รีบแต่งตัวด้วยชุดที่เขาให้ยัยอรจัดหามาให้อย่างจำใจ แล้วขึ้นเตียงเข้านอนโดยไม่ได้สนใจว่าชายหนุ่มจะทำอะไรอยู่ภายนอกห้องนอนนั้น แล้วหลับไปเพราะความอ่อนเพลียจากการเดินทาง

บุณฑรีเที่ยวและดื่มจัดจนเมากลับบ้านแทบทุกวันหลังจากที่ศิธรได้แต่งงานกับมินตราไป แต่เธอก็ฉลาดพอที่จะไม่เข้าบ้านทันทีให้บิดาจับได้ว่าเธอประพฤติตัวไม่ดี เธอจะไปพักที่บ้านเพื่อนให้หายเมาก่อนจึงค่อยกลับบ้าน

และการเที่ยวครั้งนี้บุณฑรีซึ่งกำลังสนุกสนานกับการดื่มอยู่นั้นได้เจอกับนายอุดมหรือที่รู้จักกันในนามเสี่ยอุดมผู้ที่ทำธุรกิจกับการค้าผู้หญิงโดยมีธุรกิจโรงแรมบังหน้าในการจัดหาผู้หญิง เพื่อนๆ เตือนให้เธอระวังตัว แต่เธอไม่คิดจะสนใจ มีเสี่ยเจ้าของธุรกิจโรงแรมชื่อดังหลายแห่งและดูจะมากกว่าศิธรด้วยซ้ำมาติดพันย่อมทำให้เธอดังได้เช่นกัน ผู้ชายคนนี้ก็ดูไม่เลวร้ายอะไรแม้ว่าจะสู้ศิธรไม่ได้ แต่ก็คงช่วยให้เธอหายเบื่อ เซ็ง และที่สำคัญหายเหงาได้

“ขอบคุณที่มาส่งนะคะเสี่ย” เธอแสร้งทำเป็นขอบคุณที่เขาช่วยเหลือเธอ และตามมาส่งถึงคอนโดที่พักของเธอพร้อมกับส่งสายตาเชิญชวนเล็กน้อย แต่ไม่เอ่ยเป็นคำพูดเพื่อหยั่งเชิงอีกฝ่าย เสี่ยอุดมมองสาวสวยหุ่นเย้ายวนอย่างรู้ทัน

“ผมหิวน้ำ หวังว่าคุณคงจะไม่รังเกียจที่จะบริการน้ำให้ผมสักแก้วนะครับ” เขาก็หยั่งเชิงหญิงสาวเช่นกัน

“จริงสิ ดาลืมไปเลยคะ เชิญสิคะ” หญิงสาวเดินนำเข้ามาในห้อง หยิบเบียร์ในตู้เย็นส่งให้เขากระป๋องหนึ่ง เขารับมาดื่มและนั่งลงบนโซฟาที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากเตียงนัก

“ขอบคุณครับที่รู้ใจผม ดื่มเป็นเพื่อนผมหน่อยสิครับ” เขาชวนเหมือนกับรู้ว่าเธอก็เป็นนักดื่มคนหนึ่งเหมือนกัน บุณฑรียิ้ม

“วันนี้พอแล้วคะ ดื่มมากเดี๋ยวเมา พรุ่งนี้ลุกไม่ขึ้นก็หมดสนุกสิคะ”

“แต่ผมอยากให้คุณเมา ผมชอบเวลาผู้หญิงเวลาเมา ดูมีเสน่ห์ชวนหลงใหลแต่... สำหรับคุณดา ไม่ต้องเมาก็มีเสน่ห์ชวนให้ใครๆ หลงได้” เขาเดินเข้าไปใกล้เธอ ส่งสายตาเจ้าชู้ให้ บุณฑรีแกล้งทำเป็นเขิน

“เสี่ยเล่นยอต่อหน้าอย่างนี้ ดาก็เขินแย่สิคะ”

“ไม่เป็นไร ผมจะแก้เขินให้” พูดจบเขาก็ดึงเธอเข้ามากอด บุณฑรีแกล้งปัดป้องเล็กน้อยพอเป็นพิธี ก่อนที่จะยอมให้เขาจับต้องสัมผัสไปทั่วจนกระทั่งอารมณ์กระเจิดกระเจิง สักพักเธอก็รีบผลักเขาออกห่างจนเสี่ยอุดมถึงกับงง

“อย่าคะ เสี่ยมันเร็วไป เชิญกลับไปก่อนคะ”

“ทำไมหล่ะ เรากำลังจะมีความสุขด้วยกัน”

“มันไม่ถูกต้องคะ เราเพิ่งรู้จักกันนะคะ เชิญคะ” เธอเดินไปเปิดประตู เสี่ยอุดมยักไหล่

“ก็ได้ บางทีมันอาจเร็วไป ไว้เราคุ้นเคยกันมากกว่านี้... นะคนสวย” เขาเดินออกไปด้วยอารมณ์หงุดหงิด เชอะ... เร็วไป ไม่บอกก็รู้ว่าเคยมาแล้ว ทำเสียอารมณ์หมด อย่าให้เจออีกนะแม่จะฟัดให้น่วมเลย ท่าทางมันฟ้องชัดๆ ว่าอยาก

บุณฑรีปิดประตูแล้วยิ้มพลางคิด เล่นกับใครไม่เล่น มาเล่นกับฉัน คิดจะหลอกกินฟรีไม่ง่ายนักหรอก คุณไม่ใช่ผู้ชายในฝันของฉัน แต่เอาไว้แก้ขัดน่ะพอไหว

 

แสงแดดอ่อนๆ ที่เริ่มสาดสว่างเข้ามาบ่งบอกว่าคงสายพอสมควรแล้ว มินตราจึงลืมตาเต็มที่และก็พบว่าหญิงสาวนอนอยู่บนเตียงตามลำพัง

เขาไปไหนนะ หญิงสาวคิดเมื่อเริ่มละอายว่านี่เธอตื่นนอนหลังเขาเหรอเนี่ย แต่ช่วยไม่ได้ มินตราแก้ตัวให้กับตัวเอง ก็เขาอยากตื่นแต่เช้าเองนี่ และที่ตื่นสายเธอยังไม่ชินกับเวลาของที่นี่นั่นเอง เมื่อคืนกว่านะนอนได้ก็มัวแต่... หญิงสาวสลัดความคิดนั้นออกไปก่อนจะลุกเข้าห้องน้ำ

เมื่อแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยมินตราก็เห็นเขาเปิดประตูเข้ามา ชายหนุ่มสวมเสื้อเชิ้อสีฟ้าน้ำทะเลกับกางเกงลำลองขาสั้น มันทำให้เธอสะดุดตาไม่น้อยก็ปกติเขาจะนุ่งกางเกงขายาวดูเนี้ยบ แต่วันนี้มาแปลก ดูอายุลดลงไปมาก จากนั้นชายหนุ่มก็เดินมานั่งลงคู่กับหญิงสาวแล้วจัดการส่งบิกินี่สีหวานให้คนข้างๆ

“อากาศดีแบบนี้เราลงเล่นน้ำกันดีกว่านะ” เสียงราวเสียงกระซิบข้างหูส่งให้หญิงสาวหน้าร้อนผ่าวในทันที นี่... จะให้เธอใส่เจ้าเศษผ้าสองชิ้นเนี้ยนะ อย่างนี้ขอใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้นยังจะดีกว่า

“อ๋อ อย่าคิดหาชุดอื่นเลย... ไม่มีหรอก” เขาบอกพร้อมกับท่าทางของหญิงสาวที่คิดจะลุกไปหาชุดใหม่ภายในตู้ และเมื่อหาดูแล้วก็จริงอย่างที่เขาว่าค้นไปก็ไม่มีจริงๆ

“นี่... หรือคุณจะใส่ชุดนี้ ผมว่าก็ดีนะ ผ้าบางเหมาะกับรับลมร้อนดี” ชายหนุ่มหยิบชุดบิกินี่อีกชุดที่วาบหวิวยิ่งกว่าขึ้นโชว์ให้ดู

“บ้า... ฉันก็ไม่ใส่” หญิงสาวว่าเข้าให้พร้อมกับคว้าชุดที่ชายหนุ่มหยิบขึ้นมาโชว์เธอจับยัดใส่เข้าไปให้ตู้เสื้อผ้าเหมือนเดิม แล้วถอยออกไปอยู่ห่างๆ อย่างรวดเร็ว

 ศิธรฉีกยิ้มราวกับเสือหนุ่มจ้องขย้ำเหยื่อยสาวอย่างอารมณ์ดี ชายหนุ่มหยิบเจ้าบิกินี่เจ้าปัญหาขึ้นมาวางไว้บนเตียง แล้วหันไปขยิบตาให้หญิงสาวราวกับจะบอกให้เธอรีบแต่งตัว ก่อนที่จะเดินไปหยิบชุดว่ายน้ำของตนเอง แล้วก้าวออกจากห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้าบ้าง

“ผมจะรอคุณอยู่ข้างนอกนะ และถ้าภายในสิบนาทีนี้ผมไม่เห็นคุณตามมา รับรองเลยว่าผมจะขึ้นมาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คุณเองเลยทีเดียว” คำพูดทิ้งท้ายของชายหนุ่มนั้นทำให้ใบหน้าของหญิงสาวต้องร้อนจัดขึ้นมาทันที รู้หรอกน่าว่าใกล้ชิดกว่านี้ก็เคยมาแล้ว แต่อย่างไรเสียความหน้าบางเอียงอายต่ออีกฝ่ายก็ยังคงมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยมอยู่ดี สมองจึงรีบคิดหาวิธีเอาตัวรอดในทันที

ฉับพลันหญิงสาวก็เหลือบไปเห็นข้าวของ ของอีกฝ่ายทีอยู่ภายในตู้ หญิงสาวจึงยิ้มออกมาอย่างโล่งอกที่อย่างน้อยเธอก็สามารถช่วยให้เจ้าที่เจ้าทางที่นี่ไม่ต้องเป็นตากุ้งยิงได้

ศิธรดำผุดดำว่ายเพื่ออรอภรรยาสาวอยู่นานพอควร จนเมื่อเห็นว่าได้เวลาที่เขาจะต้องเข้าไปตามคนขี้อายให้ลงมาร่วมเล่นน้ำกับเขาเสียที จึงตั้งท่าจะเดินขึ้นบันไดบ้านพัก ในใจก็คิดอย่างอารมณ์ดีว่าคราวนี้เขาจะได้แกล้งหญิงสาวสมใจแล้ว

“ครืด!

เสียงบานประตูเปิดออกพร้อมกับร่างของหญิงสาว ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีดำกับกางเกงสีขาวประมาณเข่าภาพที่ให้ทำให้คิ้วเข้มขมวดขึ้น ด้วยนึกสงสัยว่าหญิงสาวไปหามาจากที่ใด หากสักพักใบหน้าคมสันก็เผยยิ้มเจ้าเล่ห์ ในความสนุกไปอีกแบบ ด้วยเริ่มจดจำว่าคงจะไปลื้อค้นมาจากตู้เสื้อผ้าของเขานั่นเอง

มือหนาจึงยื่นออกไปรอรับร่างบาง และทันทีที่มือเรียวบางสัมผัสเข้ากับฝ่ามืออุ่นของสามมี คนตัวใหญ่ก็ดึงเธอลงสู่ผืนน้ำทะเลมาไว้ในอ้อมกอดทันที

“คนขี้โกง ต้องถูกทำโทษนะ”

“ก็คุณโกงฉันก่อนนี่” มินตราเถียงออกไปเสียงสั่นยามเขากระซิบที่ข้างหู และเมื่อมือหนาที่แม้จะอยู่ใต้น้ำก็เริ่มทำเป็นปลาหมึกเริ่มลูบไล้ไปตามเนื้อตัวใต้เสื้อเชิ้ตและเรียวขาขาวนวล หญิงสาวจึงใช้มือจับมือหนาของชายหนุ่มไว้

“ละ... เล่นน้ำกันก่อนสิ”

ด้วยเขารู้ว่าหญิงสาวยังไม่คุ้นชินกับการแสดงความรักมากเท่าที่เขาอยากให้เป็น ศิธรจึงยอมผ่อนผันให้กับภรรยาไม่รุกเร้าให้ทะเลอันสงบกลับกลายเป็นทะเลเพลิงในทันที ปล่อยให้หญิงสาวได้มีเวลาเตรียมใจเสียก่อน และในตอนนี้หญิงสาวไม่อาระวาดใส่เขาก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีมากแล้ว

สองสามีภรรยาเริ่มเล่นน้ำคลอเคลียกันในทะเลสวย อันเป็นถิ่นของเจ้าปลาตัวเล็กตัวน้อย ผืนน้ำใสสะอาดช่างชวนให้ว่ายเล่นได้ไม่รู้เบื่อ ซึ่งไม่ว่าสองหนุ่มสาวจะว่ายเวียนไปทางไหน เจ้าปลาตัวน้อยหลากสีทั้งหลาย ก็ต่างว่ายวนเข้ามาหาราวกับเป็นเพื่อนเล่นที่กำลังเชื้อชิญให้อยู่ด้วยกันนานๆ ยังไงยังงั้นเลยทีเดียว

รอยยิ้มและเสียงหัวเราะอันสดใส ยามที่มินตราเล่นหยอกล้อกับฝูงปลาทำให้อีกฝ่ายเบิกบานจิตใจ มันช่างโชคดีเหลือเกินที่เขาได้มาอยู่ตรงนี้กับเธอ ภาพที่ปรากฎต่อสายตาเขาในตอนนี้คิดแล้วมันชวนให้อารมณ์รักของเขารุ่มร้อนยิ่งนัก และเมื่อเห็นว่าปล่อยให้หญิงสาวมีเวลาปรับตัวนานพอแล้ว สามีผู้เฝ้ารอรสหวานแห่งชีวิตหลังแต่งงาน จึงไม่อยากรออีกต่อไป

และครั้นเมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ทักท้วงความใกล้ชิดที่เขามอบให้ ร่างหนาจึงเริ่มเล้าโลมร่างงามของหญิงสาวเพิ่มขึ้นที่ละเล็กละน้อย จากที่โอบเอวธรรมดา ก็เริ่มซุกซนสัมผัสเนื้อสาวภายใต้เสื้อเชิ้ตใต้น้ำ จนร่างบางเริ่มมีอาการหายใจสะดุดตัวสั่นแก้มแดงเรื่อ ตอนนี้นัยน์ตาชายหนุ่มเต็มไปด้วยไฟปรารถนา ทอดมองมายังภรรยาสาวอย่างจริงจัง เปิดเผยความต้องการให้คนเป็นภรรยารู้อย่างไม่มีปิดาบัง จนเมื่อหญิงสาวมองสบเธอก็สัมผัสได้ถึงคลื่นอันร้อนแรงเกินแสงอาทิตย์ใดที่แผ่ออกมา จนไม่อาจปฏิเสธหรือประวิงเวลาได้อีก การตอบสนองของเธอจึงเป็นเพียงการก้มหน้าอย่างเอียงอาย และนั่นทำให้เขาถือว่าเป็นการตอบรับของหญิงสาว

มินตรารับรู้ได้ถึงสัมผัสที่ประทับยังริมฝีปากอย่างอ่อนโยน พร้อมวงแขนแข็งแรงที่กระชับโอบกอดให้แนบชิดเข้ามา และฝ่ามือที่เคล้าคลึงลูบไล้ไปทั่วร่างอย่างแผ่วเบานุ่มนวล ชวนให้เคลิ้มปล่อยตัวไปตามอารมณ์อย่างช้าๆ รอยจุมพิตค่อยๆ ทวีความดูดดื่มยิ่งขึ้นจนร่างสาวสิ้นไร้ซึ่งเรี่ยวแรง จนต้องยกแขนกอดคอชายหนุ่มไว้พยุงตัว โดยมีเหล่าปลาตัวน้อยเป็นพยานรักในครั้งนี้

“หมดเวลาสำหรับการอุ่นเครื่องแล้วหล่ะ” ศิธรกระซิบเสียงแหบพร่าตามแรงอารมณ์ให้คนในอ้อมกอดรับรู้ก่อนที่เขาจะเริ่มปลุกความรู้สึกในกายของเธอขึ้นมาอีกครั้ง ริมฝีปากเร่าร้อนเปี่ยมเพลิงเสน่หามากกว่าเดิมเท่าตัว ปัดป่ายไปตามลำคอระหง แล้วลื่นขึ้นมามอบจุมพิตร้อนแรงอีกครั้ง จนหญิงสาวไร้ซึ่งสติได้แต่ปล่อยให้เขาชักนำเธอไปตามแต่ใจเขาปรารถนา ร่างหนาค่อยๆ อุ้มร่างหญิงสาวขึ้นบันไดบ้านพัก

ชายหนุ่มพาหญิงสาวล้างตัวที่อ่างอาบน้ำ ก่อนจะก้าวเข้าสู่ห้องนอนอย่างนิ่มนวลราวปุยเมฆ โดยไม่ละจุมพิตร้อนแรงนั้นไปแม้แต่เสี้ยววินาที เขาวางร่างบอบบางลงอย่างทะนุถนอมบนเตียงนุ่ม แล้วโอบกอดร่างบางไว้แน่น ฝ่ามืออุ่นลูบไล้ไปทั่วร่างอรชรอ่อนหวานนั้นด้วยสิทธิ์ความเป็นเจ้าของอย่างเต็มที่ กระดุมเสื้อเชิ้ตถูกปลดออกทีละเม็ดอย่างเชื่องช้าไล่ตามด้วยนิ้วที่เข้าสัมผัสเนื้อสาวขาวนวลอย่างโหยหา และไม่ช้านานเสื้อเชิ้ตใหญ่หลวมก็ถูกปลดออกตามติดด้วยกางเกงขาสั้นไว้พ้นขอบเตียง

ผู้เป็นสามีถอนริมฝีปากออกยามยกตัวขึ้นมองร่างกลมกลึงตรงหน้า อารมณ์รักผุดขึ้นทบทวีเมื่อเห็นรูปร่างอ้อนแอ้นหากอวบอิ่มไปทั้งตัวในชุดน้อยชิ้น

“คุณสวยมาก” นัยน์ตาคมทอดมองลงมายังร่างกายหญิงสาวเผยความรู้สึกทั้งหมดที่ชายหนุ่มมีทั้งรัก หวงแหน ใฝ่หา และปรารถนาอันล้นเหลือถูกส่งมาให้หญิงสาวในอ้อมกอดได้รับรู้อย่างหมดใจ ก่อนจะจุมพิตริมฝีปากอิ่มอย่างแสนรักอีกครั้ง แล้วเริ่มบรรเลงเพลงรักอบออวลกลิ่นอายอันเปี่ยมเสน่ห์แห่งน้ำผึ้งพระจันทร์สุดแสนหวาน ให้สมกับความรู้สึกอันงดงามที่มีให้กันไปตลอดทั้งวัน

ลมเย็นพัดพามาซึ่งกลิ่นอายทะเล ส่งให้ผ้าม่านสีขาวและโมบายประดับพลิ้วประสานเคลื่อนไหว ส่งเสียงใสสอดคล้องรับเกล็ดอัญมณีงดงามที่ส่งประกายระยิบระยับบนผืนฟ้าสีดำสนิทอย่างลงตัว

ร่างแกร่งที่โอบกอดร่างงามมาตลอดทั้งวัน ยังคงเคียงข้างคลอเคลียร่างของภรรยาสาวอยู่ไม่ห่าง หลังจากได้ลิ้มรสเสน่หาแห่งรักอันหวานล้ำหลังแต่งงาน นัยน์ตาคมไม่ละไปจากใบหน้าหวานที่ปรากฏความอ่อนล้าเพราะความเอาแต่ใจของเขาเลยแม้แต่น้อย พลางไล้มือไปตามดวงหน้าของเจ้าร่างบางอย่างอ่อนโยน

“อือ...”

เสียงครางเบาๆ ของอีกฝ่าย บ่งบอกให้รู้ว่าเขาไม่ควรกวนหญิงสาวไปมากกว่านี้ ไม่อย่างนั้นหญิงสาวอาจจะตื่นจากการพักผ่อน ซึ่ง ณ เวลานี้การนอนหลับพักผ่อนเป็นสิ่งที่เขาปรารถนาจะให้เธอได้รับมากที่สุด ชายหนุ่มก้มลงหอมแก้มภรรยาสาวในอ้อมกอด แล้วเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์บนโต๊ะโคมไฟติดริมเตียง ตั้งใจจะสั่งอาหารกับทางรีสอร์ท และโทรบอกคุณย่า และยัยน้องหนูว่าเขาได้เดินทางมาถึงที่พักเรียบร้อยแล้ว เพราะเขาละเลยที่จะโทรบอกตั้งแต่มาถึงแล้ว

“ผมรักคุณนะ”

เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยกระซิบข้างแก้มหญิงสาวขณะกดหมายเลขโทรออกแล้วรอสาย ริมฝีปากบางหยักลึกเปี่ยมเสน่ห์ของเขาได้ผุดรอยยิ้มแห่งความสุขขึ้น เมื่อร่างบางซุกตัวเข้ามาใกล้ราวกับขาดความอบอุ่น ในยามที่แขนข้างหนึ่งของเขาละออกไปยกหูโทรศัพท์

“ฉันก็รักคุณคะ” ชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงลำแขนเรียวเล็กที่สอดเข้ามาโอบกอดเอวเขาไว้พร้อมกับเสียงคล้ายเสียงละเมอของหญิงสาวที่หลุดออกมาให้เขาได้ยิน มันทำให้เขาช่างมีความสุขอย่างล้นเหลือ 

----------------------------

ชอบ ไม่ชอบ เม้มมาทักทายกันบ้างนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

127 ความคิดเห็น

  1. #122 ผักหวานและก้านกล้วย (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2553 / 23:01
    ชอบค่ะ แต่ว่านายพระเอกชอบนางเอกไวไปนิดแค่นั้นเอง

    ไหนบอกว่ายัยจืดไง ถ้านางเอกสวยมาก ๆ โอเคว่าน่าจะหลงใหลรูป พอได้กินอาหารฝีมือนางเอก
    ก้อหลงรส เข้าให้อีก
    #122
    0
  2. #121 ณัฏฐวิตรา (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 มกราคม 2553 / 14:31
    แวะมาให้กำลังใจพี่สาวค่ะ คุณหนึ่งกับน้องมินหวานกันน่าอิจฉาจังเลย
    #121
    0
  3. #120 REBORNHIZ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 มกราคม 2553 / 18:36
     หวานจังเลย  ^^ อิอิ
    #120
    0
  4. #119 NANE (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 มกราคม 2553 / 17:07
    สนุกมากเลย

    upupupupupupupupupup

    มาให้อ่านเร็ว

    กำลังรุ้นว่าจะลงเอย

    กันได้ยังงัย
    #119
    0
  5. #118 Potae Jung (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 มกราคม 2553 / 11:53
    เหมาะกับการฮันนุมูนจริงๆๆๆๆๆๆๆ
    #118
    0
  6. #117 nuri.j (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 มกราคม 2553 / 06:01

    สวยจริงๆเลยค่ะ ชวนฝันเหมาะกับการฮันนีมูนมากกกก
    น่าอิจฉาจังเลย...ว่าแต่เจ้าซีทรูนั่นจะได้ใช้มั้ยน้อ...ลุ้นค่ะ ลุ้น

    #117
    0
  7. #116 PAVEE (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 มกราคม 2553 / 15:45
    ไชโย!! มาเม้นท์คนแรก ขอหวานๆนะคะพี่กันจ๋า

    ช่วงนี้ป่วยอยู่บ้าน เลยได้มาเม้นท์ให้

    ทุกทีนิสัยไม่ดีได้แต่อ่านอย่างเดียว อิอิ
    #116
    0