สะดุด(รัก)

ตอนที่ 9 : ตอนที่ 8: แผนการร้ายหมายประชิดตัว 1 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,329
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    16 ต.ค. 52



 

ตอนที่ 8: แผนการร้ายหมายประชิดตัว 1

 

            วันนี้เป็นวันแรกในรอบเดือนนี้ก็ว่าได้ของแก้วกานต์ดาที่เธอจัดการงานที่ออฟฟิตเสร็จได้เร็วกว่าปกติ เธอจึงเดินทางกลับบ้านได้เร็วกว่าปกติ แต่เจ้าหล่อนก็ยังไม่วายที่จะขนงานกลับมาทำต่อที่บ้านอีกด้วย

บ้านของสองสาวพี่น้องที่อยู่อาศัยกันมานานเป็นเวลาหลายปีจึงมีสภาพกลางเก่ากลางใหม่ แต่ก็ดูดีกว่าบ้านในบริเวณรอบๆ เนื่องจากสองสาวให้การดูแลรักษาความสะอาดทั้งภายภายนอก และภายในตัวบ้านเป็นอย่างดี บ้านของสองสาวมีขนาดไม่ใหญ่มากเป็นบ้านชั้นเดียวแบ่งเป็นสองห้องนอน หนึ่งห้องน้ำ แต่ทั้งสองสาวได้ดัดแปลงอีกห้องหนึ่งให้กลายเป็นห้องทำงาน ทั้งสองสาวจึงต้องนอนห้องเดียวกัน

ภายในห้องทำงานที่บ้านของแก้วกานต์ดา หญิงสาวกำลังนั่งหมุนปากกาอยู่ในมือไปมา พร้อมๆ กับคิดอะไรเพลินๆ ตามไปด้วยนั้นมณีกานต์ดาก็เดินออกจากห้องน้ำมาด้วยชุดกระโจมอกหยุดที่หน้าห้องที่หญิงสาวกำลังนั่งคิดอะไรเพลินๆ อยู่ไป

“ แก้วเดี๋ยววันนี้พี่กลับดึกนะ” มณีกานต์ดาบอกเหมือนต้องการให้น้องสาวรู้ไว้เท่านั้น

“ ไปกับนายตำรวจนั่นอีกหล่ะสิ เดี๋ยวนี้แก้วไม่ค่อยได้คุยกับพี่มณีเลยนะ” น้องสาวได้ยินจึงพูดประชดประชันไปยังพี่สาวเธอที่ช่วงหลังๆ มานี่ไม่ค่อยมีเวลาว่างเลยแถมยังกลับบ้านดึกๆอีกต่างหาก

“ พูดยังกับว่าเราสองคนอยู่ด้วยกัน แก้วจะคุยงั้นแหละ” พี่สาวว่า... แล้วเดินเลยไปยังห้องนอนเพื่อแต่งตัว

“ อยู่ด้วยกันก็เห็นแต่ทำงานอยู่นั่นแหล่ะ” พี่สาวได้โอกาสจึงบ่นน้องสาวออกไปในความเป็นคนบ้างานของเธอ

“ ไป... ไปเถอะพี่ แก้วขี้เกียจฟังพี่บ่นแล้ว” เธอออกปากไล่ ก่อนหันไปสนใจงานที่อยู่ตรงหน้าเธอต่อ และพอดีกับมีเสียงออดหน้าประตูบ้านก็ดังขึ้นมาให้ทั้งสองสาวได้ยิน

“ ตายจริง... พี่ยังแต่งตัวไม่เรียบร้อยเลยนะ” มณีกานต์ดาร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ

“ แก้ว.. ไปเปิดประตูให้พี่ที แล้วบอกให้สารวัตรรอก่อนนะ เกือบเสร็จแล้ว” มณีกานต์ดาบอกน้องสาวให้ออกไปรับแขกพร้อมๆ กับที่เธอเองก็เร่งรีบแต่งตัวให้เรียบร้อยโดยเร็ว

“ ยุ่งกันจริงๆ เลย” แก้วกานต์ดาบ่นแล้วลุกเดินไปที่ประตู เมื่อมองออกไปก็เห็นเมฆาจึงได้เดินไปเปิดประตูให้

“ สวัสดีครับ” เมฆายิ้มแล้วกล่าวทักทายเธอก่อนเลยทันที แก้วกานต์ดาจึงยิ้มตอบอย่างเสียไม่ได้

“ เชิญคะ” เธอบอกพร้อมกับหันหลังเดินนำเข้าไปในตัวบ้าน

“ พี่มณีแต่งตัวอยุ่ เดี๋ยวคงเสร็จแล้วคะ” เธอหันมาบอกกับสารวัตรหนุ่มไปตามที่พี่สาวเธอได้บอกไว้

“ เอ้อ... คุณแก้วครับ ผมพาเพื่อนมาด้วยครับ” สารวัตรหนุ่มแนะนำเนื่องจากเธอไม่ได้มองมาทางเขาเลย แก้วกานต์ดาจึงหันหลังมากลับมาอีกครั้ง เธอถึงกับยืนตาค้างตกตะลึงกับคนที่สารวัตรหนุ่มแนะนำก็คือ ภัทรพล คนที่หญิงสาวภาวนาตลอดเวลาว่าขออย่าได้พบได้เจอกันอีกเลย แต่เหมือนสวรรค์กลั่นแกล้งเธอจริงๆ ที่ทำให้เธอต้องมาพบกับเขาอีกครั้ง

ภัทรพลโค้งศีรษะทักทายหล่อนด้วยใบหน้าแย้มยิ้ม แต่หญิงสาวกลับนิ่วหน้า แล้วสะบัดพรืดเดินหันหลังกลับไปยังโต๊ะทำงานของเธอทันที

“ ตามไปสิ นายจะยังมายืนอยู่ตรงนี้ทำไมหล่ะ” เมฆกระทุ้งเพื่อนหนุ่ม ขยิบตาเป็นเชิงบอกให้ตามไปเดี๋ยวนี้เลย

“ รู้แล้วน่า” ภัทรพลกำลังขยับจะตามหญิงสาวไป จังหวะเดียวกันนั้นมณีกานต์ดาก็โผล่ออกมาพอดี หญิงสาวจึงร้องทักทายพูดคุยกันอยู่พักหนึ่งแล้วจัดแจงกันออกไปข้างนอก

“ แก้ว... อยู่กับคุณพอลก่อนนะ เดี๋ยวพี่กลับมา” มณีกานต์ดาตะโกนบอกน้องสาวตนพร้อมๆ กับจะก้าวออกไปกับเมฆา

“ อะไรนะ” น้องสาวขึ้นเสียงสูงถาม ส่งสายตาเขียวปัดมาหาคนที่ขณะนี้มายืนอยู่ใกล้เธอตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้

“ แก้วอยู่คนเดียวได้ พี่มณีจะไปไหนกันก็ไปกันเถอะ” คนน้องยังไม่วายตะโกนบอกพี่สาวที่กำลังจะเดินก้าวพ้นประตูออกไป

“ ผมอยากจะอยู่รอสารวัตรเขาที่นี่” ภัทรพลเอ่ยเสียงเรียบแล้วเดินย้อนกลับมานั้งที่โซฟา ส่วนสารวัตรหนุ่มกับแฟนสาวก็รีบฉากออกไปจากห้องทันในทันที ด้านแก้วกานต์ดากำลังจะเดินตามไปยังประตู แต่เสียงของภัทรพลทำให้เธอต้องหยุดชะงักทันที

“ คุณกลัวใจตัวเองที่จะอยู่กับผมเพียงสองคนหรือไง” ชายหนุ่มถามออกไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและยักคิ้วเป็นเชิงท้าทายเธอออกไป

“ ทำไมฉันจะต้องกลัวด้วย” เธอเถียงพร้อมกับหันมาทำตาเขียวปัดใส่ชายหนุ่มที่นั่งยิ้มอยู่ที่โซฟาด้วยท่าทางสบายใจ

“ ไม่รู้สิ เห็นท่าทางคุณหวาดๆ พิกลมั้ง” ชายหนุ่มยักไหล่ตอบไปตามที่เห็นท่าทางของหญิงสาวตรงหน้าในขณะนี้

“ ฉันเพียงแต่ไม่เข้าใจ... “ เธอว่าแล้วเดินย้อนไปยังโต๊ะทำงานของตนนั่งหันหลังให้ทำเป็นไม่สนใจเขาทันที ภัทรพลจึงขยับตามมาโดยที่หญิงสาวไม่รู้ตัว

“ ใจคอคุณจะไม่ชวนผมพูดคุยบ้างรึไง” เขาถามหญิงสาวที่ยังคงหันหลังให้ แต่ชายหนุ่มกลับก้มหน้าลงมาถามอยู่ระดับใบหูของหญิงสาว

“ คุณ...” ร่างของเธอผงะทันที เมื่อรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขาเป่ารดมาที่ใบหนูเล็กๆ ของเธอจนขนลุกซู่ไปทีเดียว

“ คุณจะทำอะไรฉัน” เธอรีบผุดลุกออกจากเก้าอี้ แล้วถามออกไปอย่างเสียงสั่นๆ  ชายหนุ่มจึงได้แต่มองมาที่เธอแบบยิ้มตรงมุมปาก

“ ผมไม่เห็นทำอะไรเลย ผมแค่ถามคุณเท่านั้นเอง” เขาพยายามพูดแล้วขยับเข้าใกล้เธอ.. แต่เธอกลับถอยห่างออกไปอย่างหวาดๆ ในตัวเขา

“ คุณ... ก็ทำตกใจไปได้ ก็ไหนบอกว่าไม่กลัวไง... ผมแค่อยากจะเดินผ่านมาดูรูปนี้ก็เท่านั้นหล่ะ” ชายหนุ่มยิ้มแล้วเดินผ่านร่างหญิงสาวไปโดยไม่ใส่ใจว่าเธอจะมีปฏิกริยาอย่างไร

“ คนบ้า  คนผี  คนสติไม่เต็ม... “ เธอด่าเขาในใจออกมาเต็มไปหมดด้วยความโมโห เพราะในตอนนี้ชายหนุ่มทำให้เธอรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ วูบวาบไปหมด และอดที่จะตกใจไปไม่ได้จริงๆ ว่าจะต้องทำอย่างไรดี

“ รูปนี้คุณดูสวยนะ แต่... ไม่เหมือนตอนนี้” เขาเอียงหน้ามองมาที่เธอแล้วเริ่มเดินไปรอบๆ ร่างของเธอพร้อมกับพิจารณารูปในมือไปด้วย

“ ดูยังไงก็หาความสวยไม่เจอจริงๆ” เขาแสร้งพูดออกไป แต่ก็พยายามแอบซ้อนอมยิ้มบนใบหน้าของตนไว้ด้วยเช่นกัน

“ หยุดเดี๋ยวนี้นะ” แก้วกานต์ดาหมดความอดทนจึงตวาดเขาออกไปเสียงดังลั่นห้อง

“ ก็ผม...” ชายหนุ่มทำท่าจะเอ่ยเพิ่ม

“ ฉันบอกว่าให้หยุด” เขาจึงหยุดพูด และหยุดเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของร่างหญิงสาวพอดิบพอดีเลย

“ จะเล่นสงครามประสาทอะไรกับฉันอีก... ไม่มีงานมีการทำรึไง” หญิงสาวว่าออกไปด้วยความโมโหเต็มที่ขณะนี้ใบหน้าเธอแดงเป็นลูกตำลึงอย่างเห็นได้ชัดจนเขาอยากจะดึงร่างของหญิงสาวเข้ามาจูบสักทีสองทีให้หายคิดถึงจริงๆ เลย

“ ตอนนี้ไม่มี” เขาตอบหน้าตาเฉย

“ ถ้าไม่มีก็กลับบ้านคุณไปได้แล้ว ฉันจะทำงาน” หญิงสาวได้โอกาสจึงเอางานมาเป็นข้ออ้างในการที่จะไล่เขากลับไป

“ ผมยังอยากอยู่ที่นี่” เขาเอ่ยขึ้นลอยๆ แต่ที่แน่ๆ เขาไม่ไปแน่นอน

“ งั้นคุณก็เก็บลิ้นเอาไว้ ไม่ต้องพูดอะไรอีก เข้าใจมั้ย” เธอว่าเขาออกไปก่อนที่จะหันหลัง แต่ก็ช้ากว่าอ้อมแขนแข็งแรงของชายหนุ่มที่คว้าร่างของหญิงสาวไว้ได้ทัน และเขาก็ไม่ยอมปล่อยให้เธอได้ดิ้นรนขัดขืน หรือเอ่ยปากพูดอะไรได้เลยเมื่อจมูกและริมฝีปากอุ่นๆ ของเขาประกบลงมายังริมฝีปากของหญิงสาวในอ้อมกอดทันที มันช่างรุ่มร้อน เรียกร้อง หยอกเย้า และยาวนานกว่าที่เขาจะยอมถอนริมฝีปากออกจากร่างของหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมกอดนั้น

“ ผมคงรอนานกว่านี้ไม่ได้แล้ว แก้วกานต์ดา” เขาบอกเสียงพร่าขณะถอนริมฝีปากออกจากริมฝีปากของหญิงสาว เพื่อแสดงความต้องการของเขาที่มีต่อร่างในอ้อมกอดเป็นอย่างมาก

แต่กลับไม่มีคำพูดใดๆ ออกมาจากปากของหญิงสาว เพราะเธอยังคงยืนตะลึงอยู่ในอ้อมกอดของเขาโดยที่ไม่รู้ว่าเขาจะทำกับเธออีก

“ และผมก็ไม่ชอบการรอคอยซะด้วย” ชายหนุ่มยังคงพูดย้ำที่ริมใบหูของหญิงสาวในอ้อมกอด แล้วชายหนุ่มจึงยอมปล่อยร่างของหญิงสาวพร้อมกับเดินออกจากประตูไปในทันทีเนื่องจากเขาก็พยายามระงับอารมณ์ที่มีต่อหญิงสาวไว้อย่างสูงเช่นกันด้วยกลัวว่าจะทำอะไรที่ไม่ควรกับเธอลงไปนั่นเอง

แก้วกานต์ดาที่ยังคงยืนตกตะลึงอยู่นั้นพอได้สติก็ไม่เห็นร่างของชายหนุ่มคนที่เป็นต้นเหตุของเรื่องซะแล้วเพราะเขาได้ออกเดินออกไปแล้วนั่นเอง หญิงสาวจึงได้แต่เคืองแค้น โกรธ และได้แต่แช่งชักหักกระดูกชายหนุ่มอยู่ภายในใจเท่านั่นที่เขาบังอาจขโมยจูบแรกของเธอไปซะแล้วนั่นเอง


...................................................................

เรื่องเริ่มจะสนุกแล้วนะคะเมื่อนายพอลเริ่มมีแผนการในการเขาชนะใจไอ้แก้ว
แล้วมาติดตามกันต่อนะคะว่าต่อไปจะเป็นยังไง ...

ฝากคอมเม้นกันเข้ามาเยอะๆ นะคะเพื่อเป็นกำลังใจให้คนเขียนคะ
ขอบคุณคะ


...................................................................

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

205 ความคิดเห็น

  1. #84 mydei (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2552 / 04:14
    #84
    0
  2. #61 Rcasia (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2552 / 13:37
    >///////////<
    #61
    0
  3. #59 gift (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2552 / 19:08
    ต่อๆๆๆ ค้าง

    #59
    0