สะดุด(รัก)

ตอนที่ 7 : ตอนที่ 6: เมื่อเจอซาตาน(ประจันหน้า) (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,341
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    13 ต.ค. 52



ตอนที่ 6
: เมื่อเจอซาตาน (ประจันหน้า)

           

            เช้าวันนี้อากาศสดใส และภัทรพลเองก็แจ่มใสมากกว่าปกติด้วย เขาเดินไปฮัมเพลงผ่านหน้ายามประจำอาคาร ไปยังรถแล้วขับรถคู่ใจออกสู่ท้องถนน ไม่หรอกวันนี้เขาจะยังไม่เข้าไปที่ทำงานเลย แต่เขาจะแวะไปแถวๆ สะพานควายก่อนนั่นเอง

            “ ไฮ....พอล มาแต่เช้าเชียว” สาวผมสีน้ำตาลทักทายยิ้มกว้างออกมาต้อนรับทันที

            “ เพิ่งจะแปดโมงเท่านั้นเอง วันนี้ยูไม่ได้หอบงานมา... “ ซาร่าถามออกไปกับความเปลี่ยนไปของชายหนุ่ม

            “ โธ่.... ซาร่า จะหอบอะไรทุกวันหล่ะ” ชายหนุ่มหลิ่วตาให้ครั้งหนึ่ง ยื่นหน้าเข้าไปจุ๊บที่แก้มขวาของเธอเบาๆ

            “ ไอจะมาชวนยูไปออฟฟิต แวะหาคุณพ่อผมหน่อย” ชายหนุ่มเอ่ยเหตุผลที่เช้ามาหาเธอแต่เช้าและไม่ได้หอบเอางานมาด้วยนั่นเอง

            “ โอ้.... โน.... ไอยุ่งมากๆ ยูก็เห็นนี่ ป๊ะป๋าไอออกไปตั้งแต่เช้า ไอต้องดูแลทางนี้” ซาร่ปฏิเสธออกไปทันทีเนื่องจากเธอไม่ว่างเลยจริงๆ

            “ ซาร่า ยูไม่ค่อยเปิดหูเปิดตาอะไรเลยนะ ยูทำงานหนักมากไปแล้วรู้รึเปล่า” ชายหนุ่มเริ่มแสดงสีหน้าไม่พอใจกับคำตอบที่ได้รับจึงเอ่ยต่อว่าออกไปอย่างโมโหเมื่อไม่ได้ดังใจ

            “ ก็เหมือนยูไง” เธอย้อนเขาไปอย่างเข้าใจกันและกัน

            “ แล้วเมื่อไหร่ยูจะแต่งงานล่ะพอล... สาวๆ ไทยสวยๆ เยอะแยะ จะได้ช่วย... “ ซาร่าถามออกไปเนื่องจากรู้จักนิสัยชายหนุ่มที่เป็นเหมือนเพื่อนสนิทที่มักทำอะไรเอาแต่ใจตัวเองไม่ได้อย่างใจก็ฟาดหัวฟาดห่างใส่ชาวบ้านชาวช่องเขาเนื่องจากเธอเริ่มเหนื่อยกับการต้องคอยตามใจชายหนุ่มเต็มทนแล้ว

            “ ช่วยอะไร... ซาร่า” ภัทรพลถามอย่างงงๆ เพราะหน้าตาของแหม่มซาร่าเพื่อนสาวของตนมองมาแบบมีเลศนัยพิกล

            “ ไม่มีอะไร ไออยากรู้ว่าเจ้าสาวของยูจะเป็นคนยังไงน่ะ” ซาร่าแก้ตัวออกไปพร้อมทั้งทำท่าทางนึกถึงว่าที่เจ้าสาวของชายหนุ่มและยังไม่ทันที่ภัทรพลจะตอบกลับไปประตูด้านหน้าก็เปิดออกผู้ช่วยหญิงยื่นหน้าเข้ามาอย่างเกรงๆ ด้วยท่าทางอายๆ พร้อมทั้งบอกว่ามีคนไข้คะ และยื่นใช้บัตรลดของบริษัทมา ต้องการขอพบคุณซาร่าเท่านั้นคะ

            “ โอเค เดี๋ยวฉันออกไป ส่วนยู จะรออยู่ที่นี่หรือจะออกไปด้วยกัน” ซาร่าตอบผู้ช่วยหญิงออกไป แล้วหันมาถามชายหนุ่มที่นั่งอยู่ที่โซฟารับแขกภายใจห้อง

            “ คงต้องออกไป ยูไม่ไปกับไอแล้ว งั้นเห็นทีต้องกลับเลย เออ... แล้วช่วงเที่ยงล่ะ” ภัทรพลเซ็งที่หญิงสาวปฏิเสธเขาจึงคิดว่ากลับเลยดีกว่า พร้อมกับถามอย่างมีหวังว่าเที่ยงหญิงสาวจะว่าง

            “ ยังไม่แน่... ยูไปก่อนเถอะ คนไข้รอไออยู่” ซาร่าจึงลุกขึ้นยื่นเพื่อตัดบทสนทนากับพอลทันทีแล้วเดินนำพอลออกจากห้องพักส่วนตัว

            “ คนไข้ที่ใช้บัตร เชิญทางนี้คะ” ผู้ช่วยเรียกคนไข้ พร้อมเดินนำผู้ป่วยไปยังห้องตรวจเล็กๆ ภายในห้องซึ่งมีเตียงของคนไข้เตียงเดียว และโต๊ะทำงานของหมออีกหนึ่งตัว ซาร่านั่งประจำอยู่ตรงนั่น ส่วนภัทรพลยืนอยู่ข้างๆ เธอห่างออกไปเพียงนิดเดียว

            “ เชิญด้านในเลยคะ” ผู้ช่วยกล่าวพร้อมเปิดประตูให้คนไข้ก้าวเข้าไป

            “ สวัสดีคะจากบริษัทอะไรคะ” ซาร่าเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มอบอุ่นถามหญิงสาวที่ก้าวเข้ามา

            “ นี่คะนามบัตร ดิฉันมาจากที่นี่คะ” หญิงสาวส่งนามบัตรให้ซาร่าดู พร้อมๆ กับนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามกับซาร่า และก้มหน้ามองเท้าตนเองที่ตอนนี้บวมและปวดอีกต่างหาก

            “ หน้าตาคุณแย่มากเลยนะคะ เป็นอะไรหรือคะ” ซาร่าเห็นใบหน้าหญิงสาวซีดแถมด้วยเม็ดเหงื่อที่เกาะตามใบหน้าจึงเอ่ยถามขึ้นด้วยความห่วงใย พร้อมๆ กันนั้นคนไข้สาวต้องค่อยๆ เงยหน้าขึ้นตอบ

            “ เท้าดิฉันคะ... บวมยังไม่หาย และที่สำคัญตอนนี้มันปวดมากๆ เลยคะ” หญิงสาวชี้ไปที่เท้าเธอพร้อมทั้งอธิบายอาการที่เป็นอยู่ให้ซาร่าได้รู้ ซาร่าจึงลุกขึ้นเดินอ้อมมาดูที่เท้าของคนไขตนทันที

            “ ตายจริง... นี่บวมมากเลย แสดงว่าคุณไม่ได้รักษาตั้งแต่ต้นใช่ไหมคะ” ซาร่าถามออกไปตามอาการปวดและบวมของเท้าคนไข้ทันทีเนื่องจากอาการมันหนักเอาการทีเดียว

            ซึ่งในขณะนั่นภัทรพลได้มองหญิงสาวที่เดินเข้ามาตั้งแต่ต้น แต่เธอไม่ได้สนใจและไม่ได้มองเขาเลยด้วยซ้ำ เธอดูแปลกตาไปมาก ดูผอมลงดวงหน้าคล้ำกว่าเดิมแถมยังซีดอีกต่างหาก ที่สำคัญใส่รองเท้าแตะแบบเป็นที่คีบ แต่ดูแล้วเธอไม่ได้คีบหรอกเพราะเท้ามัมบวมมาก... เธอคงใช้เท้าคอยดันมากกว่าภัทรพลคิด.... และยังคงมองอยู่อย่างนั้น

            เสื้อยืด กางเกงยีนส์ และเป้ใบใหญ่ๆ นั่นทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดพิกล สะพายไปได้อย่างไรรู้ก็รู้ว่าตัวเองเจ็บ แต่เขาก็ยังคงยืนนิ่งเพราะตกใจหรือ... ดีใจที่ได้พบเธออีกก็สุดจะเดาได้ในตอนนี้ แต่เขากลับก้าวเข้ามาโน้มตัวลงใกล้ๆ คนเจ็บ ซาร่าจึงตกใจพร้อมๆ กับแปลกใจในท่าทางเช่นนั้นของชายหนุ่ม

            “ ทำไมเพิ่งจะมาพบหมอ! ... คุณรู้ตัวดีว่าเป็นมาก! ...” ภัทรพลถามออกไปเสียงเครียดจนซาร่าเองยังตกใจ แต่คงจะน้อยกว่าคนไข้ของเธอที่เงยหน้ามองมายังภัทรพล

            “ คุณ! ...”  แก้วกานต์ดา เบิกตาโตอ้าปากค้างด้วยอาการตกใจเป็นอย่างมาก

            “ พอล... ยูรู้จักรคุณคนนี้ด้วยหรอ” ซาร่ารีบพูดขึ้นทันที

            “ ผมรู้จักเธอ... นี้มันอาทิตย์กว่าแล้วทำไมไม่คิดจะรักษาเลย” เขาบ่นออกมาด้วยความหงุดหงิดที่เห็นเธอไม่ใส่ใจตัวเองเลยสักนิด

            “ ปล่อยให้มันเป็นมากขนาดนี้ได้ยังไง “ เขาจึงทรุดกายลงนั่งบนส้นเท้า พร้อมกับยื่นมือออกไปจะจับข้อเท้าของหญิงสาว แต่หญิงสาวกลับดึงเท้าตนถอยกลับเข้าหาตัวแต่ไม่ทันเขาจึงจับและยังคงดึงมันไว้

            “ คงคงเดินไม่หยุดเลยหล่ะซีเนี้ย” ภัทรพลบ่นไปแล้วเงยหน้าขึ้นมองเธอ ซึ่งทางด้านแก้วกานต์ดาเองยังตกใจไม่หาย เพราะเธอรู้สึกเหมือนใจมันหวิวๆ อย่างไรพิกล ก่อนที่ลมภายในจะแล่นวาบไปตามร่างกายของเธฮ

            “ คุณรู้จักกันหรอกเหรอนี่ พอล” ซาร่าขมวดคิ้วถามขึ้น

            “ ก็เขานี่หล่ะที่ทำให้เท้าฉันต้องเป็นยังงี้” แก้วกานต์ดาบอกออกไปด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด

            “ แล้วฉันก็ทำอะไรไม่ได้ถนัดเลยก็เพราะมัน... เป็นเพราะคุณคนเดียว! ...” เธอยังคงตะคอกออกไปด้วยความโมโหคนที่ทำให้เท้าของเธอเป็นแบบนี้

            “ ใครจะไปรู้ว่ามันจะเป็นมากถึงขนาดนี้หล่ะ” เขาว่าเสียงเบา พร้อมๆ กับยังคงคลึงที่เท้าขอหล่อนไปมาเบาๆ

            “ ปล่อยเท้าฉันเดี๋ยวนี้นะ... นายเป็นหมอรึไงหึ” เธอว่าเขาเสียงห้วนทันที

            “ เดี๋ยวคะ... พอลคุณออกไปก่อนนะคะ ฉันคิดว่าจะตรวจดูกระดูกก่อน” ซาร่าเอ่ยแทรกขึ้นมาห้ามทัพทันที แล้วให้ชายหนุ่มออกไปรอด้านนอกเพื่อที่เธอจะได้ทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้น

            “ ซาร่า... มันไม่แตกหรอกนะกระดูกน่ะ แต่มันเป็นเพราะว่าเขาเดินมากเกินไปเท่านั้นเอง” ชายหนุ่มบอกเหตุผลออกไป แถมยังมีทีท่าว่าจะไม่ลุกออกไปง่ายๆ เสียด้วยสิ

            “ โอเค คะ ยูออกไปก่อนนะ อ้าว... คุณคะนั่นจะไปไหน” ซาร่าพยักหน้ารับกับข้อมูลที่ชายหนุ่มบอก ซาร่าหันไปทางคนไข้สาวที่พยายามลากเป้ใบใหญ่ออกเดินไปที่ประตู หญิงสาวไม่รู้ว่าทำไมเธอต้องโกรธที่เห็นเขาที่นี่ เขาทำเธอเจ็บมากทั้งที่เท้าและที่ใจ เธอไม่อยากให้เขามาเห็นเธอในสภาพนี้เลย

            “ นั่นคุณจะไปไหน” ภัทรพลปราดเข้าไปถึงตัวเธอก่อนที่จะเปิดประตูห้องนั้น

            “ แล้วนี้ถือเข้าไปได้ยังไงไอ้เป้บ้าๆ นี่ เท้าเจ็บออกอยางงี้” เขาจับไหล่ทั้งสองข้างของหญิงสาวค่อนข้างแรง จนเธอรู้สึกเจ็บขึ้นมา

            “ ปล่อยฉันนะ ปล่อยเดี๋ยวนี้นะฉันเจ็บนะ” เธอตกใจไม่ใช่น้อย เขาเองก็ตกใจที่เขากล้าเข้าไปจับตัวเธอได้ยังไงกันนี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เขาคิดในใจ

            “ คุณ.. คุณจะทำให้ฉันเจ็ไปถึงไหน แค่นี้ก็พอแล้วนะ” เธอตะโกนออกไปต่อว่าเขาด้วยความตกใจและโมโหที่เขากล้าเข้ามาถึงเนื้อถึงตัวเธอแบบนี้

            “ คุณก็กลับไปนั่งให้หมอตรวจสิ” เขาว่าห้วนๆ แล้วยอมปล่อยมือออกจากไหล่เธอแต่โดยดี

            “ ฉันจัดการเองดีกว่... คุณนะคุณ” ซาร่าเดินเข้ามาหาคนไขแล้วหันไปค้อนชายหนุ่มที่ยืนดักด้านหน้าประตูไว้เพื่อนกันไม่ให้เธอออกไปได้

            “ ฉันไม่ตรวจแล้วคะ... ฉันจะกลับแล้ว” แก้วกานต์ดารู้สึกโมโหที่เธอทำอะไรไม่ค่อยถนัดและเขายังมาเห็นเธอให้สภาพแบบนี้อีกมันน่าเจ็บใจจริงๆ เธอจึงอยากออกไปให้พ้นๆ จากสถานการณ์แบบนี้เต็มที่แล้ว

            “ คุณเดินออกจากที่นี่เมื่อไหร่ ผมจับคุณมัดติดกับเก้าอี้แน่! ...” ภัทรพลพูดออกไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและส่งสายตาบอกให้รู้ว่าที่พูดออกไปนั้นเขาทำจริงแน่นอน

            “ ก็ลองดูสิ คุณเป็นใครมิทราบ” เธอว่าพร้อมทั้งเชิดหน้าใส่

            “ บ้านเมืองมีคุกไว้ขังคน ไม่ใช่ขัง.... อุ๊ย” เมือที่เพิ่งยอมปล่อยออกจากไหล่เธอก็ขยุ้มลงมาอีกรอบ และคราวนี้เขาออกแรงดันพาร่างของเธอมาที่เก้าอี้กดร่างให้นั่งลง ไม่สนใจเสียงร้องของเธอและซาร่าเลยสักนิดที่กำลังตกอกตกใจกันอยู่เลย

            “ บอกให้ปล่อยฉัน” แก้วกานต์ดายังไม่ละความพยายามยังคงดิ้นเพื่อให้หลุดจากการถูกมือทั้งสองข้างกดไหล่ไว้

            “ คุณต้องตรวจเท้าคุณก่อน แล้วก็ทิ้งไอ้เป้บ้าๆ นี้ได้แล้ว” เขาบอกเสียงเครียด แล้วกระชากเป้ของหญิงสาวออกแล้วโยนกระเด็นไปตรงมุมหนึ่งของห้องทันที

            “ ขึ้นเตียงดีกว่านะคะ” ซาร่าบอกคนไข้ด้วยน้ำเสียงเย็นขึ้นเพื่อต้องการแสดงความเป็นมิตรกับหญิงสาว และก่อนที่จะคาดคิดภัทรพลก็ตวัดร่างของหญิงสาวขึ้นในอ้อมแขนทันทีแล้วเดินตรงไปที่เตียง ทำให้แก้วกานต์ดาตกใจสุดขีด....

            “ ซาร่า เร็วหน่อยตรวจได้เลย” แก้วกานต์ดาอ้าปาก ตาค้าง แม้ว่าเขาจะวางเธอลงบนเตียงแล้ว แต่เข้าก็ยังคงกดไหล่ทั้งสองข้างของหญิงสาวเอาไว้ ด้านซาร่ารู้สึกงงๆ แต่ก็รับคำไปอย่างคนมีอาการมึนๆ อยู่

            “ ฉันซวยตลอดเลยที่ฉันเจอคุณ” เธอว่าเขานัยน์ตาขวาง

            “ ทำไมคุณจะต้อง... จะต้องทำอย่างนี้ด้วย” หญิงสาวเริ่มมีอาการน้อยใจขึ้นมาเมื่อไม่สามารถสู้แรงชายหนุ่มได้เลยสักนิด

            “ ก็คุณดื้อรั้นนักนี่ แผลก็เจ็บจะตาย แล้วยังทำเก่งอีก”  ภัทรพลก้มลงมองร่างเล็กบอบบาง... เธอเริ่มนอนนิ่งไม่มีการโต้ตอบ นอกจากส่งสายตาที่แสดงความจงเกลียดจงชังในตัวชายหนุ่มนั่นเอง

            ทางด้านธนิดา ได้ยืนรอการกลับมาของแก้วกานต์ดาอย่างกระสับกระส่าย จนต้องลุกเดินกลับไปกลับมา ไปเป็นอันทำการทำงานเลย

            “ นี่... นี่แม่ดายะ  เธอเดินอยู่นี่ ฉันคิดระยะทางแล้วก็คงถึงเชียงใหม่แล้วมั้ง ฉันเวียนหัวเข้าใจไหม” อ๊อดบ่นออกไปเพราะธนิดาทำให้เธอเวียนหัวจริงๆ ไม่รู้จะเดินไปเดินมาให้ได้อะไร

            “ ก็หนูไม่รู้จะทำยังไงนี่เจ๊อ๊อด” ธนิดาหันมาพูดด้วยน้ำเสียงอ้อนๆ

            “ พี่แก้วไปตั้งแต่เช้า บอกให้หนูเตรียมงานรอหนูนัดมือกล้องเพื่อบันทึกภาพไว้บ่ายโมง คุณกฤษณะก็มานั่งรอนานแล้ว รถก็พร้อมจะออกเดินทางอีก พี่เขายังไม่กลับมาเลย... “ ธนิดาบ่นให้อ๊อดฟังด้วยกลัวว่าจะเกิดความผิดพลาดขึ้นแล้วเธอจะแก้ไขยังไงหล่ะเนี้ยเธอไม่ได้เก่งอย่างพี่แก้วด้วยสิ

            “ อุ๊ย! ... ตายจริงหล่อน แล้วไม่นัดกันให้รู้เรื่องก่อนล่ะยะฮึ” อ๊อดว่าออกไป

            “ ก็ทำตามที่พี่แก้วสั่งทั้งหมดทุกอย่างนี่คะ” ธนิดาบอกไปว่าก็เตรียมตามที่สั่งไว้ทุกอย่างแล้ว แต่ไม่รู้ว่ามันจะเกิดปัญหานี่นาเธอคิดออกมา

            “ ถ้าเขาสั่ง .. เขาก็คงมาซียะ” อีอ๊อดยังคงจีบปากจีบคอพูด

            “ แต่นี่หนูติดต่อพี่เขาไม่ได้เลย แล้วถ้ากล้องมาถึง ช่างแต่งหน้าทำผมมาถึงจะทำยังไงเจ๊ เราต้องไปถึงตราด ใช่ใกล้ๆ ... ไหนจะฝ่ายฉากอีก โอ๊ยตายแน่ๆ” ธนิดาบ่นไปพร้อมกับสีหน้าเริ่มไม่สู้ดีนักเนื่องจากกลัวจะเกิดความผิดพลาดได้

            “ แก้วเขาไม่บอกอะไรไว้บ้างเลยเหรอ” กิ่งฉัตรถามขึ้นเมื่อเดินเข้ามาสมทบอีกคน

            “ ไม่คะพี่ป้อม บอกแค่ว่าจะรีบมาให้ทัน” ธนิดาบอกแต่สีหน้ายังคงกังวล

            “ หนูเองก็ไม่กล้าถามว่าจะไปไหน หน้าตาพี่แก้วเขาไม่ยิ้มเลยด้วย” ธนิดาเล่าออกไปให้ทั้งเจ๊อ๊อด และกิ่งฉัตรฟัง

            “ เขาไม่สบายรึเปล่า เท้ามันเจ็บนี่” อีอ๊อดบอกขึ้นมา

            “ เออ นั่นน่ะซิ ฉันเห็นเขาเดินน่าสงสาร บอกให้ไปตรวจ.. ไปรึยังก็ไม่รู้” กิ่งฉันเสริมขึ้นทันที

            “ เดี๋ยวฉันออกไปรับหน้าคุณกฤษณะให้เอง” อีอ๊อดทำท่ากรีดกรายพักหนึ่ง แล้วหันมาทางเพื่อนสาว

            “ ส่วนหล่อนนังป้อม ช่วยเรื่องคิวที่เขากำลังจะมาถึงนะยะ” อีอ๊อดเพื่อนสาวออกไปแล้วเดินไปรับหน้าคุณกฤษณะอย่างที่บอกไว้

            ทางด้านแก้วกานต์ดา นั่งเงียบมาให้รถของภัทรพลโดยไม่ยอมปริปากอะไรเลยตั้งแต่ออกจากคลีนิก โดยที่เขาอาสามาส่งทั้งๆ ที่เธอปฏิเสธเสียงแข็ง แต่เขาก็เล่นอุ้มเธอออกมาจากคลีนิกแล้วยัดเธอเข้าไปให้รถของเขาหน้าตาเฉย

            “ ผมถามคุณสามครั้งแล้วนะ คุณไม่ตอบผมแวะเข้าบ้านผมก่อนแล้วกันนะ” เขาทำท่าจะหักพวงมาลัยรถเข้าข้างทาง เธอจึงรีบร้องห้าม

            “ ไม่.. ไม่ได้นะ ฉันมีงานต้องทำ” ชายหนุ่มยิ้มในหน้าเมื่อเธอเริ่มพูดออกมาแล้วถึงแม้จะไม่ไพเราะเท่าไหร่ก็ตามแต่

            “ ฉันต้องเดินทางไปตราดวันนี้ ฉันเสียเวลาเพราะคุณมามากแล้ว เข้าใจไหม” แก้วกานต์ดาตะคอกออกไปอย่างหงุดหงิดเพราะเธอต้องรีบไปเนื่องจากมีงานสำคัญมากๆ รอเธออยู่

            “ ครับผม” เขาโค้งศีรษะรับผิดแต่เพียงผู้เดียว แถมเหล่ตามองไปยังใบหน้าที่งอของหญิงสาวแล้วยิ้มที่มุมปากเหมือนเขามีความสุขยังไงพิกลที่ได้เจอกับเธออีกรอบในวันนี้

            “ ที่ทำงานคุณอยู่ที่ไหน” ชายหนุ่มเอ่ยถามเส้นทางกับหญิงสาว โดยแกล้งไม่สนใจกับท่าทางโมโหของเธอ

            ขณะที่ทั้งสองหนุ่มสาวมั่งหน้ามายังออฟฟิตนั้นทางด้านของอ๊อดตั้งใช้วิทยยุทธต้อนรับนายกฤษณะเอาไว้จนเหงื่อตกแล้วตกอีกทีเดียว เพราะเขาเอะอะโวยวายที่เลยเวลามามากแล้ว

            “ อุ๊ย.. ใจเย็นๆ สิค๊า” อีอ๊อดเบียดร่างเข้าหานายกฤษณะ

            “ อ๊อดว่าน้องเค้าต้องติดธุระจริงๆ เพราะไม่งั้นคงไม่ผิดเวลาอย่างนี้หรอกคะ” อ๊อดอธิบายออกไปตามความคิดของตนเพราะปกติแก้วไม่ใช่คนไม่รักษาเวลาอย่างนี้แน่นอน

            “ นี่ผมมารอตั้งแต่สิบเอ็ดโมง นี่มันสามชั่วโมงแล้วนะครับคุณ...” กฤษณะว่าอย่างโกรธๆ สมชายค้อนประหลับประเหลือกค่อนขอดในใจดังๆ

“ แหม....ก็พอมหาจำเริญดันโผล่มาก่อนเวลานัดเป็นชั่วโมงนี่ยะ มันไม่นานจะไหวเหรอ” อ๊อดคิดอย่างโมโหๆ

“ เออ... ต้องขอโทษด้วยนะคะ” ธนิดาโผล่หน้าเข้ามาขัดจังหวะพอดี

“ เชิญคุณกฤษณะด้านล่างเลยนะคะ พี่แก้วมาถึงแล้วคะ” ธนิดารีบแจ้งให้กฤษณะทราบในทันที พร้อมทั้งถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกไปที

“ อ๋อ... มาแล้วเหรอยะ” อีอ๊อดผุดลุกขึ้นมองตามร่างของกฤษณะ

“ นี่เจ๊อ๊อดไม่ลงไปเหรอ วันนี้พี่แก้วมาแปลกนะ ตื่นเต้นพิลึก” ธนิดาบอกรู้ เพราะเธอเองก็แปลกใจเหมือนกัน

“ ทำไมยะ หน้ามันหุ้มทองมารึไง” อีอ๊อดพูดออกไปอย่างอารมณ์เสีย

“ เจ๊อ๊อด พี่แก้วเขาให้แฟนมาส่ง  โอ๊ย.... หล่อระเบิดเถิดเทิงเชียว ลูกครึ่งซะด้วยนะ” พอธนิดาบอกเจ๊อ๊อดเท่านั้นเจ๊อ๊อดก็ทำตาโตยกมือทาบอก

“ วุ๊ย... จริงหรอ” อีอ๊อดรีบเดินนำออกจากห้องทันที ธนิดาเองก็รีบหันหลังเดินตามออกไปทันทีเช่นกัน

“ ยายดา.. จริงหรอยะที่หล่อนพูด นี่! ..ยายดาเดินเร็วๆ หน่อยสิยะ” อ๊อดถามออกไปเพื่อความแน่ใจแถมด้วยเร่งให้ธนิดาเดินตามมาเร็วๆ

ด้านแก้วกานต์ดา ขณะนี้เธอปั้นหน้าถูกเมื่อก้าวลงจากรถเพราะที่ลาดจอดรถตรงทางขึ้นตึกนั้นรถของกองถ่ายได้จอดเตรียมพร้อมกันหมดแล้ว ช่างไฟ ช่างผม ช่างกล้อง และคนอื่นๆ ในทีมยืนกันเต็มไปหมด ที่หนักไปกว่านั้นกิ่งฉัตรยืนอยู่ด้วย ทุกคนจ้องมองมาที่เธอและภัทรพลกันเป็นตาเดียวเลยเชียวหล่ะ

“ ผมต้องขอโทษแทนคุณแก้วกานต์ดาด้วยนะครับ” เขาว่าเมื่อเดินลงมายืนต่อหน้าทุกคน ด้านหญิงสาวได้แต่ยืนหน้าชาพูดไม่ออกไปเลยทีเดียว

“ คือ... เราเสียเวลากับเท้าที่เจ็บของเธอน่ะครับ” ภัทรพลบอก หญิงสาวจึงคิดด่าชายหนุ่มในใจว่าพูดเป็นต่อยหอยเลยนะ ยังกับรู้จักกับทีมงานของเธอมานานปีซะอย่างนั้นหล่ะ

“ พี่ป้อมคะ คือต้องขอโทษมากๆ เลยคะพี่” แก้วกานต์ดากระอ้อมกระแอมพูดแทรกขึ้นมาบ้าง

“ เผอิญว่าแก้วต้องเอ็กซ์เรย์ แล้วรอผลเลยน่ะคะ” แก้วกานต์ดาชี้แจงออกไปถึงเหตุที่ทำให้เธอต้องมาช้าในครั้งนี้

“ แล้วจะไปตราดได้เหรอจ๊ะ” กิ่งฉัตรพูดยิ้มๆ แล้วหันมาหลิ่วตามองเพื่อนรุ่นน้อง

“ เออ... ไม่แนะนำหรอจ๊ะ” กิ่งฉัตรใช้ศอกกระทุ้ง ทางชายหนุ่มเห็นและได้ยินเขาจึงยิ้มๆ แล้วรีบรายงานตัว แก้วกานต์ดาจึงต้องแนะนำว่าใครเป็นใครกันบ้าง เขาทักทายทุกคนอย่างไม่เคอะเขินพูดเสียงดังฟังชัดอีกต่างหาก

“ ผมขอโทษที่ทำให้ทุกคนเสียเวลาครับ” ภัทรพลเอ่ยขอโทษพร้อมทั้งก้มหัวลงเล็กน้อย แก้วกานต์ดาที่ยืนข้างๆ ตกใจเอ๊ะ... ตอนแรกที่รู้จักกันเขาไม่พูดเก่งขนาดนี้นี่นา ทำไมคราวนี้พูดเป็นไฟเลยหล่ะ

“ แก้วไม่ผิดครับ ผมบังคับเขาตรวจเอง” หญิงสาวทำหน้ายุ่งไม่จะรู้ขัดจังหวะเขาอย่างไรดี

“ หมอบอกให้แก้วพักผ่อนมากๆ ไม่อยากให้เขาใช้เท้าข้างนี้มาก... น่ะครับคุณกิ่งฉัตร” ชายหนุ่มยังคงไม่หยุดพูดแถมบอกยังกิ่งฉัตรกลายๆ ว่าควรให้หญิงสาวได้พักผ่อนมากกว่าจะลากเธอให้ออกไปทำงานเช่นนี้

“ อุ๊ย... บอกเขาเองนะคะ ทางเราไม่ว่าเรื่องพัก” กิ่งฉัตรชิงตอบออกไปทันทีแถมบอกออกไปกลายๆ ว่าคนที่ดื้อรั้นเป็นแก้วกานต์ดาเองต่างหาก

“ นี่... คุณอย่ายุ่งมากกว่านี้ ได้ไหม” แก้วกานต์ดาเงยหน้าพูดเสียงหลอดไรฟันพอได้ยินกันสองคน ภัทรพลก้มลงพูดออกมาหน้าเฉย

“ ก็ผมเป็นห่วงคุณนี่... มันผิดนักรึไง” ชายบอกจ้องไปยังใบหน้าของเธอ ทำไห้ทุกคนได้ยินกันหมดรวมทั้งนายกฤษณะที่เพิ่งเดินเขามาหยุดยืนอยู่ใกล้ ถึงกับหน้าแดงด้วยความโกรธ

“ อะไรกันคุณแก้ว” กฤษณะทักขึ้นเสียงดัง

“ ผมมารถคุณนานมากเลยนะครับ” เขาบอกด้วยใบหน้าแดงจากความโกรธอย่างเห็นได้ชัดเจน

“ คุณกฤษณะ สวัสดีคะ” แก้วกานต์ดาหันไปหาเขาพร้อมกับยกมือไหว้แววตาแสดงออกถึงการขอโทษ... ภัทรพลยังพูดต่อ

“ คุณทุ่มกับมันได้เรื่องงาน... แต่คุณควรมีเวลาให้ตัวเองบ้าง คุณเจ็บอยู่นะ แม้ว่าคุณจะไม่มีเวลาให้ผม... แต่ผมไม่เคยว่าอะไรคุณสักครั้งนะ”

“ คุณ... นี่คุณจะบ้าไปแล้วหรอ คุณกลับไปได้แล้ว บ้าจริงๆ” เธอหันกลับมาทำหน้ายักษ์ใส่เขาทันที่แต่เขายังคงทำเฉย

“ ผมไม่เข้าใจพวกคุณเลย จะเอายังไงผมเสียเวลานะ” กฤษณะพูดสั้นห้วนด้วยความโกรธเขามองใบหน้าภัทรพลแสดงให้รู้ว่าเขาไม่พอใจเป็นอย่างมาก

“ ขอโทษจริงๆ นะคะคุณกฤษณะ เท้าแก้วเจ็บน่ะคะ” กฤษณะได้ยินดังนั้นจึงมองไปที่เท้าของเธอแล้วเอ่ยกับหล่อนแบบขอโทษกลับ เขาทำท่าทางเป็นห่วงเธอจนออกนอกหน้าและขอดูเท้าและแตะที่เท้าเธอ เท่านั้นหล่ะภัทรพลหน้าตึงขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นแก้วกานต์ดายื่นเท้าให้มันดูโดยที่ไม่ว่าอะไรเลยสักคำ ทีกับเราจะจับทำเป็นเรื่องมาก แม่คุณเอ๊ย...

“ อ๊อด ไปช่วยแก้วเขาหน่อยนะเที่ยวนี้ เขาเดินไม่สะดวกต้องอยู่หลายวัน” กิ่งฉัตรหันหน้าสู่เพื่อนประเภทสองซ่อนยิ้มในหน้าที่เห็นเพื่อนมองหนุ่มร่างสูงสมาร์ทตาโตสีฟ้า ก็ทำให้นึกสมน้ำหน้านายกฤษณะ

“ ถ้างั้นพวกเราก็เคลื่อนทัพได้แล้วคะ” แก้วกานต์ดาหันไปบอกกับทุกคนให้เริ่มออกเดินทาง ส่วนตัวเธอเองหันกลับมาที่กฤษณะ

“ แก้วคงต้องขอติดรถไปพร้อมกับคุณฤกษณะ พี่อ๊อดไปเป็นเพื่อนแก้วนะคะ” เธอขยับทำท่าจะเดินแต่ก็ช้ากว่ามือของภัทรพลที่คว้าไหล่ขวาเอาไว้ได้

“ คุณแน่ใจนะว่าที่คุณพูดนั่นไม่ใช่เพราะพิษปวดเท้า จนทำให้คุณเพ้อ” ภัทรพลกัดฟันกรอดๆ ถามออกไปอย่างโกรธเอามากๆ ทีเดียว

“ เพ้อ.. แพ้.. อะไรฉันเตรียมงานกันมาเป็นเดือน” เธอว่านัยน์ตาขวาง

“ คุณเองก็กลับไปซะทีซิ อ๋อ.. ขอบคุณที่มาส่ง” เธอว่าเขาแล้วไล่เขาออกไปทันที

“ คุณจะต้องนั่งรถไปกับไอ้หน้าจืดนั่นนะเหรอ” เขาไม่สนใจจะฟังอะไรทั้งสิ้น แล้วยังคงถามออกไปอีกเป็นรอบที่สอง

“ เอ๊ะ... นี่คุณจะเอายังไงบอกมาเลย” เธอเงยหน้าขึ้นจ้อง ขณะที่รถคันหนึ่งเคลื่อนตัวออกไปแล้ว

…………………………
            
            “ ฉันไม่เหมือนคนอื่นนะจะบอกให้” เธอแหวใส่เขาทันที

“ รู้... ว่าไม่เหมือน ถึงไม่ค่อยไว้ใจไง โดยเฉพาะไอ้หน้าจืดนั่น” ภัทรพลบอกออกไปตรงๆ อย่างไม่ปิดบังแถมแสดงท่าทางหึงในตัวหญิงสาวจนออกนอกหน้าซึ่งแก้วกานต์ดาก็งงกับท่าทีแบบนี้ของเขาว่ามันคืออะไรกัน หรือต้องการจะแกล้งเธอแน่

“ คุณไม่มีสิทธิ์ไปว่าเขาอย่างนั้นนะ หลบไป... ฉันจะไปยกของ” หญิงสาวออกแรกผลัก แต่ดูเหมือนแทบจะไม่มีแรงเลยเพราะเขาไม่ขยับเลยสักนิด

“ ให้ผมช่วยคุณดีกว่าไหมครับคุณแก้ว จะได้เร็วขึ้นเพราะกว่าจะถึงตราดคงดึกแน่” กฤกษณะเสนอตัวเข้าช่วยแล้วขยับเข้ามาหาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แถมยังแอบเหล่ไปยังชายหนุ่มที่ยืนหน้ามุ้ยอยู่

“ ไม่เป็นไรคะ คุณไปถอยรถรถออกมาดีกว่านะคะ” แก้วกานต์ดาบอกออกไปแล้วเขาก็ว่าง่ายเมื่อเห็นว่าเธอจะไปรถคันเดียวกับเขาจริงๆ เพราะทุกคนก็ออกไปกันหมดแล้วก็เหลือแค่เธอกับเขาสองคนเท่านั้น

แก้วกานต์ดาทรุดตัวลงนั่งกับพื้นจนภัทรพลต้องนั่งยองๆ ทำท่าประคองด้วยกลัวเธอล้มลงไปท่าทีของเขาดูจะอ่อนโยนขึ้นทันที

“ คุณกลับไปได้แล้ว เงินที่คุณออกค่ารักษาพยาบาลก็ติดไว้ก่อน เพราะฉันมีสิทธิ์เบิกได้... คุณกลับไปเถอะ” หญิงสาวบอกออกไปอย่างเหนื่อยๆ และเริ่มจะเพลียเพราะฤทธิ์ของยาที่กินเข้าไปนั่นเอง

“ ไล่จริงนะ คำก็ไล่สองคำก็ไล่... ทำไมคุณไม่เหมือนที่พ่อคุณบอกไว้เลย ไม่เหมือนสักนิดเดียว” ภัทรพลบ่นให้หญิงสาวฟังอย่างเหนื่อยใจ แถมยังหลุดเรื่องของพ่อเธอออกไปอีกด้วย

“ คุณไปรู้จักกับพ่อฉันตั้งแต่เมื่อไหร่” แก้วกานต์ดาตกใจกับสิ่งที่ได้ยินจึงหันหน้ากับไม่มองเขาแล้วถามออกไปด้วยความไม่แน่ใจ

“ ผมรู้จักแล้วกันน่ะ รู้มากด้วย รวมทั้งเรื่องของคุณเกือบทุกเรื่อง” ชายหนุ่มจึงเอ่ยออกไปตามตรงเนื่องจากหลังจากที่ได้พบกับหญิงสาวครั้งแรกเขาก็ยอมรับกับตัวเองว่าเขาสนใจในตัวหญิงสาวขาใหญ่ประจำหมู่บ้านคลองจิกเข้าให้แล้ว ดังนั้นเมื่อเขามีเวลาว่างจากการทำงานเขามักชวนไอ้เมฆไปเป็นเพื่อนในช่วงแรกๆ โดยให้ทางผู้ใหญ่บ้านพาตนกับเพื่อนไปแนะนำให้ทางบ้านของหญิงสาวได้รู้จักจนซึ่งคนในบ้านของหญิงสาวทุกคนมีอัธยาศัยดีเขาจึงเข้าร่วมพูดคุยได้ไม่ยากนัก หลังจากนั้นเขาก็เริ่มที่จะเดินทางไปกลับเองโดยลำพังโดยไม่ต้องมีไอ้เมฆไปเป็นเพื่อนเลยในตอนนี้ ชายหนุ่มนึกขึ้นพร้อมทั้งส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ส่งไปยังหญิงสาว

“ ฉันบอกให้คุณกลับไปยังไงหล่ะ เรื่องที่ว่า... นี่คุณอย่ามาอำฉันซะให้ยากเลย” แก้วกานต์ดาบอกออกไปเพราะเธอไม่เชื่อในสิ่งที่ชายหนุ่มบอก

“ นี่ถือว่าดวงผมดีจริงๆ นะ พ่อคุณถามผมว่าได้เจอคุณไหม ผมบอกว่าเจอ ไม่นึกว่าจะเจอจริงๆ “ ชายหนุ่มยังคงย้ำออกไปตามความเป็นจริง

“ ฉันจะบ้า ฉันเหนื่อยนะ ปวดเท้าด้วยฉันไม่อยากเถียงกับคุณอีก” หญิงสาวเบื่อเถียงกับชายหนุ่มเต็มทนจึงเอ่ยออกไป

“ อะแฮ้ม... ขอโทษนะฮ้า ที่เข้ามาขัดจังหวะคือเราพร้อมแล้วฮะ ไม่ทราบคุณ...” อ๊อดเดินเข้ามาแล้วก้มลงถามทั้งสองหนุ่มสาวออกไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอย่างสุดๆ สายตาก็ส่งไปยังชายหนุ่มซะมากกว่า

“ เอ้อ... คุณจะไปกับเราด้วยไหมครับ” อ๊อดถามออกไปอย่างเป็นทางการทันทีด้วยแอบมีความหวังอยู่ลึกๆ นั่นเอง

“ อ๋อ... คนนอกไปด้วยได้ใช่ไหมครับ” ภัทรพลหันมาส่งยิ้มให้อ๊อด เล่นเอาอีสาวอกสามศอกหัวใจพองโต

“ อุ๊ย... ได้ค๊า... มีที่พักพร้อม สะดวกค๊า” อีอ๊อดยิ้มทั้งใบหน้าตอบออกไปทันที

“ อืม.. ผมอาจจะตามไป อ้อ... คุณกฤษณะผมฝากแฟนผมด้วยนะครับ” ภัทรพลหันไปบอกทางกฤษณะที่จอดรถรอแล้วลงมาเพื่อที่จะรอรับแก้วกานต์ดาขึ้นรถไปพร้อมๆ กับเขา

“ แฟน... อุ๊ยตาย ว๊ายกรี๊ด... แฟน” อ๊อดอุทานออกมาทันที และอย่าว่าแต่อีอ๊อดตกใจเลยทางแก้วกานต์ดาเองก็ถึงกับเซถลาอย่างงงๆ จนภัทรพลต้องยึดไหล่ของเธอเอาไว้

“ ได้ยินแค่นี้จะเป็นลมเลยหรอคุณ” เขาถามยั่วเย้าออกไปอย่างอารมณ์ดี ส่วนกฤษณะที่ยืนอยู่ได้ยินเข้าถึงกับหน้าซีดเซียวถอดสีไปเลย แถมยังทำอะไรไม่ถูกไปเลยทีเดียว

ทำไมเขาถึงกล้าพูดอย่างนี้... เป็นเพราะความห่ามของเขารึเปล่านะ จะด้วยเหตุผลอะไรก็เถอะ คำพูดของเขามันทำให้เธอร้อนๆ หนาวๆ ได้เลยนะเนี้ย

“ คุณแก้วครับ” กฤษณะเรียกออกไปเสียงเบาหวิว

“ เราไปที่รถกันเถอะคะคุณกฤษณะ แก้วจะไปพร้อมกับคุณคะ” เธอเน้นย้ำ

“ งั้นเดี๋ยวอ๊อดจะไปหยิบกระเป๋ามานะคะ” อีอ๊อดผละออกไปด้วยความเร็ว กฤษณะมองแก้วกานต์ดาอย่างช่างใจ ก่อนที่จะเดินนำไปที่รถ ด้านภัทรพลก็กระแอมเบาๆ เมื่อหญิงสาวกำลังจะเดินจากไปอีกคน

“ คุณกฤษณะเขามีส่วนอะไรกับกล้องถ่ายถึงมีสิทธิ์ไปด้วย” ภัทรพลถามออกไปด้วยความยากรู้ทันทีเพราะดูหญิงสาวจะดูแลเขาเป็นพิเศษซะเหลือเกิน

“ คุณจะอยากรู้ไปทำไม” เธอหันมาถามห้วนๆ

“ ไม่เป็นไรนี่คุณ ถ้ามันเป็นความลับ” เขาตัดบทเอาดื้อๆ ยักไหล่เหมือนกับว่าเรื่องที่ถามไม่สำคัญนัก

“ เอ้า.. รีบไปซีคุณแฟนคุณเขานั่งรอในรถนานแล้ว” ภัทรพลจึงไล่ให้เธอไปที่รถเขาอย่างประชดประชัน

“ นี่! คุณอย่ามาพูดอย่างนี้กับฉันนะ”  เธอบอกเสียงห้วนนัยน์ตาวาวโรจน์

“ อ๋อ... โกรธ” เขายังไหล่อีกครั้ง

“ แล้วคุณจะให้ผมเรียกเขาว่าอะไรดี” เขาเลยถามออกไปแบบกวนน้ำให้ขุ่น

“ นี่! ...” เธอขึ้นเสียงสูงห้วน

“ ฉันไม่ใช่เด็ก ไม่ใช่คนที่คุณจะมาว่าเล่นๆ นะ” เธอบอกเขาเสียงห้วนด้วยความโกรธ

“ ผมไปว่าอะไรคุณเล่นๆ ล่ะครับ” ภัทรพลยักไหล่แล้วส่งยิ้มที่มุมปากใส่หน้าเธอ

“ อย่ามาทำหน้ากับฉันอย่างนี้นะ” เธอโกรธจนหน้าใบหน้าเริ่มแดงแล้ว

“ แล้ว... คุณก็ไม่มีสิทธิ์จะมาจับฉันเป็นแฟนคนนั้น คนนี้ เด็ดขาด” แก้วกานต์ดากัดฟันว่าเขาออกไปอย่างเคืองแค้นเอามากๆ เลยทีเดียวที่เขามาก่อเรื่องในที่ทำงานของเธอ

“ มันก็ไม่แน่... หรอกคุณ... ผมอาจจะมีสิทธิ์ก็ได้ใครจะไปรู้” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยใบหน้าทะเล้นจนหญิงสาวหมั่นใส้เต็มทน

“ หมายความว่าไง” แก้วกานต์ดาถามออกไปด้วยความสงสัย

“ โอเค.... โอเค... ผมกลับก่อนดีกว่านะ คุณอย่าใช้เท้าที่เจ็บบ่อยนักนะ” แทนที่ชายหนุ่มจะตอบคำถามหญิงสาว เขากลับเอ่ยตัดบทบอกลาทันทีแล้วเดินออกไปทันที

แก้วกานต์ดาเองก็เดินงงๆ ไปขึ้นรถพร้อมกับอ๊อดแล้วจึงออกเดินทางทันที เนื่องจากรถคันของเธอออกเป็นคันสุดท้ายเลยนั่นเอง

-----------------------------------------

กันฝากให้น้องๆ และเพื่อนๆ ผู้อ่านทุกคนช่วยคอมเม้นด้วยนะคะ
เพื่อการพัฒนาของคนเขียนนะคะ

-------------------------------------------


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

205 ความคิดเห็น

  1. #82 mydei (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2552 / 03:58
    #82
    0
  2. #58 weelyone (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2552 / 23:08
    หนุกคะรออ่านอยู่นะ
    #58
    0
  3. #53 Rcasia (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2552 / 19:06
    ><

    อยากเขาชุดปฐมพยาบาลให้เจ๊แก่นแก้ว เอ๊ย แก้วกานต์ดาจังเลยค่ะ

    เก่ง อึด สวย ห้าว ครบเลยน่าเอกเรา คิก ๆ
    #53
    0