สะดุด(รัก)

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 5: เมื่อเจอซาตาน(ปะทะคารม) (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,428
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    9 ต.ค. 52

         
                  


ตอนที่ 5: เมื่อเจอซาตาน (ปะทะคารม)

           

            ด้วยความไม่แน่ใจที่เกิดขึ้นในความคิดของแก้วกานต์ดา ซึ่งในตอนแรกเธอมั่นใจว่าจะได้สัมภาษณ์ประธานบริษัทยักษ์ใหญ่นี้ ธนิดาที่นั่งอยู่ข้างๆ ที่จดงานอยู่นั้นก็เงยหน้าขึ้นมามองเจ้าของห้องทันทีที่ได้ยินเนื่องจากเธอก็เสียดายเช่นเดียวกับแก้วกานต์ดา และรอฟังว่าแก้วกานต์ดาจะทำอย่างไรต่อไป

            “ ดิฉันก็ต้องขอความกรุณาท่านแนะนำให้ดิฉันรู้ก่อนที่จะลงมือสัมภาษณ์จริงน่ะคะ และถ้าไม่เป็นรบกวนท่านเกินไปดิฉันอยากให้ท่านสละเวลาเพื่อเข้าร่วมในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ด้วย” แก้วกานต์ดานึกขึ้นมาได้ก็บอกออกไปทันทีพร้อมทั้งพูดเปิดทางของเธอให้ได้มีโอกาสสัมภาษณ์เจ้าของบริษัทสักเล็กน้อยก็ยังดีกว่าไม่ได้เลย

            “ ผมเข้าใจ... เพราะตามหนังสือที่แจ้งมาของทางบริษัทคุณผมอ่านแล้ว” เจ้าของห้องว่าต่อไปเรื่อยๆ ในท่านั่งที่สบายๆ

            “ ถ้าเป็นนโยบายทั่วๆ ไปของบริษัทผมก็ตอบได้... แต่ถ้าเป็นโครงการพิเศษนี่... ต้องให้เจ้าของโครงการเขาได้พูดคุยเองดีกว่าที่จะเป็นผมนะ” เขาบอกความต้องการของเขาออกไปตรงๆ และยังคงยืนยันที่จะไม่เป็นคนให้สัมภาษณ์แน่นอน

            “ คะ... ที่จริงทางเราอยากทราบความเป็นมาของบริษัทก่อนที่จะเข้าสู่โครงการน่ะคะ” แก้วกานต์ดายังคงไม่ละความพยายามของตน แต่ชายเจ้าของห้องก็ตอบกลับมาทันทีเช่นกัน

            “ อ๋อ... เรื่องนี้เองหรอ เขาตอบได้ดีเลยหล่ะคนคนนี้” เขายืนยันเสียงเข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจนว่าต้องเป็นไปตามที่เขาต้องการ

            “ แล้วพอดีวันนี้เขาไม่ว่าง หนูเลยไม่ได้คุยด้วย” เขามองใบหน้าของแก้วกานต์ดาเด็กรุ่นหลานที่เริ่มทำหน้าไม่มั่นใจซะแล้ว แล้วก็พูดต่อไปเพื่อนให้เธอเกิดความมั่นใจ

            “ เขาไม่ได้ลืมหรอกนะ เขาฝากงานไว้ให้ผมพิจารณาได้เลย เขาต้องทำเรื่องด่วนน่ะหนู” แก้วกานต์ดาเริ่มมีความมั่นใจขึ้นมาหน่อย และคิดว่าชายฝรั่งที่หน้าหน้าคุ้นๆ คนนี้มีนิสัยง่ายๆ สบายๆ  น่ารักเหมือนคนไทยจังเลย

            “ ดิฉันต้องขอความกรุณาท่าน ขอเบอร์ติดต่อโดยตรงถึงเจ้าของโครงการได้มั้ยคะ” เธอรีบเข้าเรื่องเพื่อความรวดเร็วในการประสานงานของเธอ

            “ ได้สิ... แต่เอางี้.. ผมจะนัดให้เลยว่าวันไหน” แก้วกานต์ดาทำหน้าเซ็ง เมื่อรู้ว่าเขาคงไม่ยอมให้เบอร์โทรเพื่อติดต่อกับคนที่เธอจะต้องสัมภาษณ์โดยตรงแน่นอน

            “ เดี๋ยวจะให้เลขาโทรกลับไปแล้วกัน ถ้าคุณอยากจะคุยกับเขาก่อนก็ได้” เขาเห็นใบหน้าเซ็งของหญิงสาวชัดเจนจึงบอกออกไปว่าจะจัดการให้เลขาประสานงานให้ทันที

            “ ดีทีเดียวคะ หนูขอบคุณท่านมาก ถ้าได้อย่างนั้นคะ” หญิงสาวตอบออกไปอย่างกระตือรือล้นใบหน้าเปลี่ยนไปเป็นยิ้มได้อย่างเห็นได้ชัด จนทำให้เขายิ้มออกมาที่มุมปากเช่นกัน

            “ โอเค งั้นเดี๋ยวผมให้เลขาจัดการให้นะ” เขาบอกออกไป

            “ ขอบพระคุณท่านมากคะ ถ้าอย่างนั้นดิฉันลาล่ะคะท่าน” แก้วกานต์ดากล่าวลาทันทีเมื่อเจรจาเสร็จสรรพ ทั้งสองสาวจึงลุกขึ้นยืนพนมมือไหว้หลังจากกล่าวลากลับ

            “ โชคดี โชคดี” เขายกมือรับไหว้กลับแต่ไม่สวยงามอะไรมากนักแล้วยิ้มให้กับทั้งสองสาว แล้วทั้งสองสาวก็หันหลังเดินไปที่ประตูห้องทันที

            “ อ้อ... อย่าลืมบอกเลขาผมด้วยล่ะว่าขอรหัสพิเศษ” แก้วกานต์ดาและธนิดารีบหันมาฟังพร้อมพยักหน้ารับอย่างงงๆ  เขาหัวเราะหึๆ ในลำคอ มองสองสาวเดินออกไปจากห้อง ภายในใจของผู้บริหารผู้มากด้วยประสบการณ์ตอนนี้สดชื่นและอยากเล่นอะไรสนุกๆ ขึ้นมาซะแล้วสิ

            “ ลองเล่นอะไรสนุกบ้าง ก็คงดีกว่าคร่ำเคร่งนะ” เขายิ้มเมื่อพูดกับตัวเองออกมาและนึกภาพคนที่ท่านพูดถึงก่อนที่จะหันไปมองภาพที่มีขนาดทั้งโต๊ะที่มุมหนึ่งของโต๊ะทำงานเขานั่นเอง

            ตกเย็นของวันทำงานวันนี้ภัทรพล ก็ขับรถเข้าจอดที่ลานจอดรถด้านในของตัวอาคารหรูแห่งหนึ่งของชำนาญทาง ยามหนุ่มโค้งกายตอบรับอย่างนอบน้อมและไม่ค่อยจะมั่นใจกับท่าทีส่งของชายหนุ่มเจ้าของอาคารหรูแห่งนี้นักเมื่อเห็นท่าทางอารมณ์ดีของเขา... ซึ่งปกติเขาไม่เคยยิ้มเลยก็ว่าได้

            “ ผีเข้ารึไงวะ เดินมาส่งยิ้มให้เราด้วย แถมเกือบโดนไล่ออก... ดันเห็นตอนเราเกือบหลับยามพอดี” ยามหนุ่มบ่นกับตัวเอง และกับเกาหัวแกรกๆ พร้อมๆ กับถอนหายใจอย่างโล่งอกที่วันนี้เจ้านายหนุ่มเกิดอารมณ์ดีขึ้นมา

            ภัทรพลก็เดินผ่านยามไปแล้วกดเรียกลิฟท์ของตัวอาคาร เมื่อลิฟท์ประตูลิฟท์เปิดเขาก็เดินเข้าไปภายในลิฟท์แล้วกดสั่งให้ไปหยุดยังชั้นบนสุดของตัวอาคารหรูแห่งนี้ ซึ่งทั้งชั้นเป็นที่พักของเขาเพียงลำพัง มองลงไปด้านล่างจะเห็นทิวทัศน์ของกรุงเทพฯ แทบทุกมุมเมืองเลยทีเดียว เขามักจะแวะมาพักผ่อนคนเดียวเงียบๆ เสมอเพราะมันเป็นที่ส่วนตัวดีทีเดียว

            “ กริ๊ง ๆๆๆ “ เสียงโทรศัพท์ดังลั่นชายหนุ่มยิ้มเมื่อมองไปที่โทรศัพท์ที่ดังก่อนเดินเข้าไปยกหูขึ้น

            “ ฮัลโหล... ซาร่า... ที่รักยูรู้ได้ไงว่าไอกลับมาถึงพอดีเลย” เขานั่งลงตรงโซฟาข้างๆ โต๊ะวางโทรศัพท์แล้วก้มลงถอดถุงเท้าไปพลางๆ เพื่อรอเสียงตอบกลับ

            “ ไฮ... ซาร่า ซาร่า ยูเป็นอะไรรึเปล่า ฮัลโหล” เขาเริ่มขมวดคิ้วมองหูโทรศัพท์ในมืออย่างงงๆ แล้วจะกรอกเสียงลงไปอีก

            “ ฮัลโหล” มีเสียงตอบรับออกมาเบาๆ พอดี ภัทรพลต้องเป่าปากด้วยความโล่งอกแล้วยิ้มออกมาเต็มใบหน้า

            “ โธ่... ทีหลังยูอย่าทำเล่นอย่างนี้นะซาร่า ไอนึกว่ายูเป็นอะไร เอาล่ะ มีอะไรจ๊ะ” เขาบอกออกไปแสดงน้ำเสียงเป็นห่วงเอาซะมากมายเชียวหล่ะ

            แก้วกานต์ดาคิดว่าเพิ่งเข้าใจได้ว่ารหัสพิเศษ ก็คงเป็นที่รู้กันเฉพาะคนพิเศษจริงๆ เท่านั้นเนื่องจากพอรับปุ๊บก็หวานจ๋อยมาเชียวนะแถวเป็นสาวฝรั่งเสียด้วย

            “ เอ้า... ว่าไงจะพูดไหมเนี้ย” เขาถามเมื่อถือสายรอนานเกินไปแล้วจึงรุกเร้าถามปลายสายออกไปทันที

            “ ทานโทษคะ คุณภัทรพล อดุลกิจเจริญ ใช่ไหมคะ” แก้วกานต์ดานได้สติก็ถามออกไปทันที และกลับกลายเป็นว่าเสียงจากฝ่ายโน้นเงียบไป

            “ ดิฉันไม่ใช่คุณซาร่าคะ ต้องขอโทษอีกครั้ง ดิฉัน... คือ...” ยังไม่ทันที่แก้วกานต์ดาจะบอกชื่อของตนด้วยซ้ำ เสียงเข้มๆ ก็ดังขึ้นบอกให้รู้ว่าไม่พอใจอย่างหนัก

            “ คุณได้เบอร์โทรผมมาจากไหน คุณเป็นใคร” น้ำเสียงนั้นห้วนอย่างเกิดอารมณ์โมโหเมื่อมีคนอื่นล่วงรู้เบอร์โทรส่วนตัวของเขา... แก้วกานต์ดาถือหูโทรศัพท์แน่น พร้อมๆ กับคิดว่าเอาวะเป็นไงเป็น
กันวะ

“ ผมถามว่าคุณเป็นใคร... แล้วเอาเบอร์โทรผมมาได้ยังไง” น้ำเสียงของชายหนุ่มยังคงเข้มด้วยความโมโหเนื่องจากยังไม่ได้คำตอบจากปลายสาย

            “ เอ่อ... คือ.. คืออย่างนี้คะ กรุณาฟังดิฉันสักนิดหนึ่งก่อนนะคะ” แก้วกานต์ดากลายเป็นคนติดอ่างไปโดยปริยาย ทั้งๆ ที่เธอไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน

            “ จริงๆ แล้ว ดิฉันไม่มีเจตนาจะรบกวนเวลาที่เป็นส่วนตัวของคุณหรอกนะคะ” เธอตอบทิ้งช่วงเพื่อให้อีกฝ่ายนั้นได้ออกความเห็น แต่เขายังคงเงียบ เธอจึงเริ่มพูดขึ้นใหม่โดยไม่ติดๆ ขัดและปรับระดับน้ำเสียงให้เย็นลง

            “ ดิฉันทราบว่า นี่ไม่ใช่เวลาทำงาน... แต่ว่าคนที่ให้เบอร์มาได้แจ้งว่าให้โทรในช่วงเวลานี้น่ะคะ ดิฉันก็เลยต้องโทรมาตามที่ได้รับแจ้งมาคะ” แก้วกานต์ดาชี้แจงออกไปตามที่ทางเลขาสาวสวยของประธานบริษัทแจ้งให้เธอให้ทราบในข้อมูลนี้

            “ ผมถาม... คุณยังไม่ตอบ” น้ำเสียงยังคงแสดงความไม่พอใจอย่างมาก แก้วกานต์ดาเองก็เริ่มจะฉุนๆ ขึ้นมาภายในในแล้วเช่นกัน

            “ แล้ว! .. คุณมีธุระอะไร” ภัทรพลเปลี่ยนคำถามเข้าเรื่องที่หญิงสาวติดต่อมาทันที

            “ คือวันนี้ดิฉันไปพบคุณตามที่นัดหมาย” เธอเริ่มต้นแจ้งความจำนงออกไปอย่างตั้งใจ... และเรื่องอะไรที่เธอจะต้องกลัวด้วยในเมื่อก็คุยทางโทรศัพท์

            “ ดิฉันไปเพื่อตกลงเรื่องข้อมูลก่อนการสัมภาษณ์ เรื่องโครงการพิเศษน่ะคะ” พอหญิงสาวพูดจบฝ่ายโน้นกลับเงียบไม่ออกความคิดเห็น หรือจะพูดอะไรที่มีทีท่าว่าจะให้หล่อนได้พูดแบบเป็นการเป็นงานและรู้สึกสบายๆ ไม่เครียดอย่างในขณะนี้

            “ คือโครงการของคุณเกี่ยวกับการช่วยเหลือประชาชนที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร... ให้มีแหล่งน้ำดื่ม น้ำใช้.. ไม่ทราบว่าคุณพอจะจำได้รึยังคะ” หญิงสาวเอ่ยถึงโครงการที่เธอเคยส่งจดหมายยื่นขอเข้าสัมภาษณ์เป็นการพิเศษเหมือนจะเป็นการเอ่ยเตือนความจำให้กับชายหนุ่มทางปลายสายซะอย่างนั้น

            “ มันเป็นโครงการของผมเอง... ผมจำไม่ได้ก็ไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว” ชายหนุ่มบอกออกไปแนวๆ ประชดแก่หญิงสาว ทางด้านแก้วกานต์ดาก็สะอึกไปจนทำให้เธอคิดว่าเขาแกล้งโง่เพื่อด่าเธอหรือเปล่าเนี้ย

            “ ไม่ใช่อย่างนั้นคะ... คือดิฉันหมายถึง..” แก้วกานต์ดารีบพูดเพื่อไม่อยากให้เกิดความเข้าใจผิดขึ้น

            “ ผมรู้แล้ว มีอะไรก็ว่าไปสิ ไม่ต้องมาสักแม่น้ำที้งสิบสายหรอก” ชายหนุ่มพูดขัดขึ้นมาทันทีเนื่องจากไม่ต้องการฟังคำแก้ตัวของหญิงสาวมันน่าเบื่อหน่ายสิ้นดี

            เย็นไว้... เย็นไว้... เย็นไว้ ไอ้แก้วอย่าเพิ่งด่าออกไปนะ ไม่งั้นแกได้เสียงานแน่นอนไอ้แก้วเอ่ย แก้วกานต์ดาบ่นกับตนเองในใจเพราะตอนนี้ภายในใจเธอเดือดปุดๆ ขึ้นมาแล้วน่ะสิ

            “ คืออย่างนี้นะคะ” เธอเอ่ยขึ้นพร้อมๆ กับเริ่มปรับน้ำเสียงให้มั่นคง

            “ ดังที่ทางเราได้รับอนุญาตแล้ว เราถึงไปที่นั่น ปรากฏว่าคุณไม่อยู่ ดิฉันเลยต้องขอเบอร์ติดต่อโดยตรงถึงคุณ เพราะดิฉันไม่ต้องการให้งานต้องเลื่อนออกไปอีกน่ะคะ” แก้วกานต์ดาชี้แจ้งตามความเป็นจริงที่เธอไปแล้วไม่ได้พบกับชายหนุ่มทำให้เธอต้องโทรมาหาเขาให้เวลาเช่นนี้

            “ คุณกำลังว่าผมผิดนัดคุณสินะ” ชายหนุ่มประชดเสียงเข้ม

            “ มิได้คะ... คุณภัทรพลคะ” เธอรีบเอ่ยออกไปเมื่อไม่ได้หมายความอย่างนั้น น้ำเสียงของเธอเริ่มมีน้ำหนักมากขึ้น และเข้มมากขึ้นเนื่องจากตอนนี้เธอเรียกความมั่นใจมากขึ้นแล้ว

            “ ดิฉันทราบคะว่างานคุณยุ่ง... ท่านประธานบอกดิฉันตั้งแต่บ่าย... แล้ว” แก้วกานต์ดายังคงย้ำในความคิดของเธอแต่เธอกลับเริ่มรู้สึกลิ้นเธอจะพันกันไปหมดแล้ว เธอคิดเป็นอะไรไปอีกแล้วไอ้แก้ว..นะไอ้แล้ว

            “ ท่านประธาน... เดี๋ยว... เดี๋ยว... คุณพูดเมื่อกี้ว่าใครบอกคุณนะ” ภัทรพลรีบถามออกไปทันทีที่รู้ว่าหญิงสาวทางปลายสายเอาเบอร์เขามาจากไหน

            “ ท่านประธานซิคะ... ท่านประธานกรรมการน่ะคะ” แก้วกานต์ดาตอบย้ำอย่างชัดถ่อยชัดคำทีเดียว

            “ เบอร์โทรศัพท์ผมนี่... คุณได้จากเจ้านายผมด้วยใช่ไหม” ภัทรพลยังคงถามซ้ำเพื่อความแน่ใจ

            “ ใช่คะ” เธอก็ยังคงย้ำคำตอบเดิม และเริ่มคิดว่าหูเธอไม่ได้เฝื่อนไปแน่ๆ น้ำเสียงที่เขาพูดตอนท้ายๆ นั้นเหมือนกับคนพูดไปด้วยหัวเราะไปด้วยชัดๆ จึงทำให้แก้วกานต์ดาออกอาการงงๆ ไปเลยทีเดียว

            “ ฮัลโหล... ฮัลโหลนี่คุณ” ภัทรพลกรอกเสียงเรียกด้วยคนที่กำลังหงุดหงิด

            “ ตกลงจะพูดหรือว่าจะเงียบ ผมง่วงแล้วนะครับคุณ...” ภัทรพลย้ำด้วยน้ำเสียงดังขึ้นดที่ปลายสายยังคงเงียบอยู่ และพร้อมกันนั้นสติของแก้วกานต์ดาก็กลับมาพอดี

            “ คะ...  ตามหนังสือขออนุญาต ทางเราต้องการสัมภาษณ์ บันทึกเสียงและอะไรบ้าง เราแจ้งไปให้ทราบแล้วทางจดหมายแจ้งนั้น” แก้วกานต์ดาหยุดเว้นช่วงนิดหนึ่ง เมื่อเขาไม่โต้แย้งกลับมาเธอก็พูดต่อไป

            “ มีบางคำถาม ที่ทางเราคิดว่าควรจะส่งให้กับคุณก่อน เพื่อคุณจะตัดคำถามบ้าง ในบางข้อที่ไม่ต้องการให้สัมภาษณ์คะ... เพราะวันนั้นเราจะบันทึกภาพของคุณด้วยน่ะคะ เราจึงอยากให้ทางคุณได้เตรียมตัวจะได้สะดวก และรวดเร็วขึ้น” เธอชี้แจ้งให้ภัทรพลได้ทราบข้อมูลแล้วจึงหยุดเพื่อรอคำตอบจากปลายสาย

            “ แล้วไงอีก” ภัทรพลถามกลับเพียงเท่านั้น

            นี่.. นายถามกลับมากวนมาก อยากจะบอกนักว่าก็ไม่ไงหรอกแต่อยากจะสัดให้สักหมัดสองหมัด.. ไม่..ไม่ได้ไอ้แก้ว เธอจึงเลือกที่จะอธิบายให้เขาฟังต่อ

            “ คุณจะให้ทางเราสัมภาษณ์ที่ออฟฟิตของคุณเลยมั้ยคะ อยากจะเรียนถามคุณน่ะคะเพราะทางคุณไม่ตอบรับกลับมา ทางเราห่วงว่าจะไม่ทันนิตยสารที่จะออกวางแผงรอบหน้าตามที่ทางเรากำหนดไว้น่ะคะ” แก้วกานต์ดาถามออกไปอย่างเป็นการเป็นงานเพื่อนเร่งตัดบทสนทนาให้ยืดเยื้อ

            “ ได้ ที่ไหนก็ได้ เรื่องอื่นก็แล้วแต่ทีมงานของคุณแล้วกัน ผมไม่รู้เรื่องงานของคุณ” ภัทรพลตอบออกไปแบบมะนาวไม่มีน้ำอีกตามเคย นี่ถ้าเป็นคนคุ้นเคยนะเธอได้เป็นต้องสั่งสอนมารยาทและวิธีการพูดกับผู้อื่นสักหน่อย

            “ ถ้าคุณพร้อมเมื่อไหร่ คุณก็แจ้งผ่านทางเลขาผมเลยแล้วกัน” ชายหนุ่มบอกเนื่องจากต้องการที่จะพักผ่อนแล้วนั่นเอง

            “ ทางเราพร้อมเสมอคะ ที่โทรมาถามหมายถึงทางคุณต่างหากหล่ะคะ” แก้วกานต์ดาย้อนทันทีเนื่องจากวันนี้ไปพบเธอยังไม่ได้พบแล้วให้ฝากเรื่องไว้กับเลขามันก็คงจะไม่ได้เรื่องอีกตามเคยนั่นหล่ะ

            “ อืม.. ไม่แน่วันนั้นผมอาจจะติดอยู่ทีสนามกอล์ฟไง แต่ถ้าคุณจะไปที่นั่น...” ชายหนุ่มนึกได้เลยบอกออกไป

            “ คะดิฉันจะติดต่อผ่านเลขาคุณ ถ้าคุณอยู่ที่ไหน ทางเราจะไปที่นั่นคะ” แก้วกานต์ดาตอบกระแทกเสียงเข้าให้ แหม... ไม่ว่างเพราะอยู่สนามกอล์ฟ จ้า... พ่อนักธุรกจใหญ่ หญิงสาวคิดออกไป

            “ ดี... ถ้าคุณตามไปที่นั่นมันก็ง่ายดีนะ ถ้านัดหลังจากช่วงนี้ไปก็ไม่ว่างยาวหล่ะ” ภัทรพลบอกให้รู้ว่าเธอมีโอกาสเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
                                                                     ....................................

            “ ก็ได้คะ ดิฉันจะตามไปที่สนามกอล์ฟ ขอบคุณมากนะคะ แล้วดิฉันจะติดต่อผ่านเลขาคุณในวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน... ขอบคุณอีกครั้งคะ สวัสดีคะ” แก้วกานต์ดาพูดจบเธอก็ไม่รอบฟังคำตอบรับจากปลายสาย กลับวางหูโทรศัพท์ลงทันทีที่พูดจบเพราะทราบดีว่านับตั้งแต่เจ้านายของหล่อนต้องการที่จะให้เจาะเรื่องโครงการพิเศษของบริษัทแห่งนี้นั้นหญิงสาวพยายามที่จะติดต่อและศึกษาถึงประวัติของบริษัทมาเป็นแรมเดือนกว่าจะได้มาถึงจุดนี้ได้ เธอจึงกลัวว่าทางฝ่ายโน้นจะเกิดเปลี่ยนใจขึ้นมาอีก

            หลังจากที่ทั้งภัทรพลเจอหญิงสาวปลายสายว่างสายใส่ก็เกิดอาการหงุดหงิดที่เจอการกระทำที่ไม่มีมารยาทอย่างมากของหญิงสาวทำให้เขาหวนกลับไปนึกถึงใบหน้าสาวที่เขาได้พบที่งานทอดผ้าป่าวันนั้น ลักษณะการพูดจาช่างเหมือนกันมากจนเขาคิดไปว่ากำลังต่อล้อต่อเถียงกับเธออยู่ก็ไม่ปาน หญิงสาวที่มีใบหน้าชวนมอง ริมฝีปากที่น่าจูบเป็นบ้า แถมยังไอ้ท่าทางยืนเชิดหน้าที่มองแล้วช่วงยั่วยวนเขาจริงๆ ภัทรพลจึงเกิดอาการอมยิ้มขึ้นที่มุมปากขึ้นเมื่อนึกถึงแม่สาวชจอมเฮี้ยวคนนั้น พร้อมกลับคิดอีกว่าอย่าให้ได้เจออีกรอบนะแก้วกานต์ดา... เขาจดจำชื่อเธอได้แม้นยำเนื่องจากเขาได้นั่งพูดคุยกับลุงผู้ใหญ่บ้านนั่นเอง

------------------------------------------
เรื่องเริ่มจะเข้มข้นขึ้นแล้ว... ให้หนุ่ม-สาวปะทะคารมกันแล้ว

กันฝากให้น้องๆ และเพื่อนๆ ผู้อ่านทุกคนช่วยคอมเม้นด้วยนะคะ
เพื่อการพัฒนาของคนเขียนนะคะ
-------------------------------------------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

205 ความคิดเห็น

  1. #81 mydei (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2552 / 03:41
    ปะทะกันแล้วววววววววววววววววววววววว
    #81
    0
  2. #49 บุษบาพาฝัน (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2552 / 14:30
    พี่บุษมาอ่านแล้วนะจ๊ะ ทะเลาะกันโดยไม่เห็นหน้า 
    และคงจะทะเลาะกันอีกยาวสินะ เมื่อไหร่จะได้รักกันเสียทีจ๊ะ
    น้องกัน กระชับรวบรัดอีกนิดหนึ่งจ๊ะ .......
    #49
    0
  3. #48 คุณปอ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2552 / 13:01
    กำลังสนุกเลยรออ่านตอนต่อไปนะคะมาโหวตให้แล้วค่ะ
    #48
    0
  4. #47 Rcasia (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2552 / 11:27
    5555+ แก้วกานต์ดางานเข้าแล้วไง
    #47
    0
  5. #45 จินณเสน (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2552 / 23:32
    แหม++ .....อัพให้มันอย่าขาดช่วงดิมันลุ้นนะเนี้ย....
    มาอัพเร็วๆๆนาจะรอ 55++คุคุ
    #45
    0