สะดุด(รัก)

ตอนที่ 13 : ตอนที่ 12: ปัจุบันที่เจ็บปวด กับ อดีตที่ยากจะลืม (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,194
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    11 พ.ย. 52

ตอนที่ 12ปัจจุบันที่เจ็บปวดกับอดีตที่ยากจะลืม

 

            บริเวณหน้าห้องผ่าตัดของโรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่ง สารวัตรหนุ่มพร้อมด้วยบรรดาการ์ดของคริสได้ผุดลุกผุดนั่ง เดินไปเดินมาด้วยความร้อนร้นกับการรอคอยที่แสนจะยาวนาน และในเวลาไม่นานภัทรพลก็วิ่งหน้าตื่นมายังบริเวณนั้นทั้นที เมฆหันไปพบเข้าจึงตรงเข้าไปหาร่างของเพื่อนหนุ่มทันที

            “พ่อ กับ แม่ ฉันเป็นอย่างไรบ้าง” ภัทรพลเอ่ยถามออกไปอย่างร้อนรน

            เมฆได้แต่ส่ายหน้าตอบไปพร้อมกับจ้องมองชายหนุ่มที่ขณะนี้ยืนหน้าตื่นอยู่

            “พ่อนายอยู่ในห้องผ่าตัดมากกว่าสามชั่วโมงแล้ว หมอยังไม่ออกมาเลย” เมฆบอกได้เพียงเท่านั้น ภัทรพลได้ยินเช่นนั้นเขาก็พยักหน้าเป็นการตอบรับแสดงการรับรู้ แล้วหันบรรดาการ์ดของบิดาเขาที่ขณะนี่ยืนหันมาทางเขานิ่งราวกับทหารที่รอรับคำสั่งในทันที

            “เกริก นายช่วยบอกฉันสิว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง” ภัทรพลถามออกไปด้วยความอยากรู้

            “เออ... เย็นนั้นผมไม่ได้นั่งไปคันเดียวกับนายท่านทั้งสองครับ คันผมขับตามหลังไปแล้วมีรถบรรทุกคันใหญ่ขับสวนทางมาแล้วหักเลี้ยวจะเข้าหารถของนายท่านทั้งสองครับ แต่ตาผลคนขับได้หักหลบจึงเกิดพลิกคว่ำลงไปข้างทางครับ” เกริกเล่าเหตุการณ์เบื้องต้นให้ภัทรพลฟังด้วยใบหน้าตึงเครียดขบกรามแน่นภัทรพลเห็นจึงเดินเข้าไปตบที่บ่าของเกริกแสดงความเข้าใจว่าพวกเขาทำงานอย่างเต็มความสามารถแล้วจากนั้นจึงหันไปถามเมฆ

            “เมฆคนของนายติดตามเรื่องนี้แล้วให้ฉันอยู่ใช่ไหม” ชายหนุ่มถามเพราะเมฆคงส่งคนออกไปเช็คข้อมูลแล้วแน่นอน

            “ใช่ พอลนายใจเย็นๆ นะฉันส่งไปสืบจากหลายๆ ที่แล้วเดี๋ยวคงได้ข้อมูลอะไรบ้าง” เมฆตบบ่าภัทรพลเบาๆ เพื่อแสดงความปลอบใจ

            “ขอบใจมากเพื่อน แต่ถ้าจะช่วยก็ช่วอีกอย่างแล้วกันช่วยปิดข่าวอุบัติเหตุในครั้งนี้ให้ด้วย ฉันยังไม่อยากให้ใครรู้ทั้งนั้น” ภัทรพลบอกด้วยน้ำเสียงเครียดจัดแล้วหันไปสั่งงานคนของเขาต่อหลังจากพยักหน้ารับรู้กันกับทางเมฆเรียบร้อยแล้ว

            “เกริก ฉันต้องการให้นายไปจัดการกับบรรดานักข่าวทั้งหลายด้วยเปิดให้หมด แต่ถ้ามีใครกล้าที่จะปล่อยข่าวก็จัดการตามที่เคยทำได้เลย” เกริกหันมารับคำสั่งแล้วเร่งออกไปจัดการงานของตนในทันที ส่วนถ้าใครกล้าปล่อยข่าวออกไปก็คงหนีไม่พบโดนปิดสำนักพิมพ์อย่างแน่นอน

            ภัทรพลเริ่มเดินไปที่ประตูห้องผ่าตัดทำไมเวลาของการรอคอยมันดูช่างยาวนานเหลือเกิน เขาเริ่มเดินไปเดินมา ผุดลุกผุดนั่ง เป็นอย่างนี้อยู่หลายรอบแต่ก็ยังคงไม่มีใครออกมาจากห้องผ่าตัดสักคนเดียวเมื่อเวลาล่วงเลยข้ามไปอีกวันหนึ่ง นายแพทย์ที่รับบิดาของภัทรพลไว้เป็นคนไข้ก็เดินออกมาจากประตูห้องนั้น ภัทรพลถลาเข้าไปหานายแพทย์คนนั้นทันที

            “เป็นอย่างไรบ้างครับคุณหมอ” ภัทรพลรีบถามอย่างร้อนรน

            ... อาการของคุณผู้หญิงไม่เป็นอะไรมากนักฟกช้ำเล็กน้อย ให้พักฟื้นสักพักคงจะหายเป็นปกติครับ.ส่วนอาการทางใจคงต้องพึ่งทางพวกคุณแล้วหล่ะครับ

            ... ส่วน...เออ... อาการของคุณผู้ชาย....อาการไม่สู้จะดีนัก สมองได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนักมีเลือดคลั่งในสมอง แขนหักข้างหนึ่ง ซี่โครงเดาะ ผมคงต้องรอดูอาการ ถ้าคนเจ็บผ่านยี่สิบสี่ชั่วโมงแรกไปได้โอกาสรอดก็มีสูง แต่หมอยังไม่รับประกันว่าจะมีความเสียหายอื่นใดเกิดขึ้นหลังจากคนไข้ฟื้นแล้ว...

 

.....................................................................

 

            หลังจากการผ่าตัดได้ผ่านพ้นไปแล้ว คริสยังคงต้องพักฟื้นอยู่ในห้องไอซียู เพื่อรอดูอาการตามหมอสั่งอย่างใกล้ชิด นายแพทย์เจ้าของไข้ยอมให้ญาติเข้าเยี่ยมได้ที่ละสองคน ภัทรพลจึงผวาเข้าไปในทันที ภาพที่เขาเห็นคือร่างของบิดาเขาที่นอนนิ่งไม่ได้สติ ใบหน้าขาวซีดราวคนตาย รอบศรีษะมีผ้าพันแผลไว้โดยรอบ แขนเข้าเผือก รอบกายมีแต่ผ้าพันแผลเต็มไปหมด อีกทั้งสายน้ำเกลือ สายครอบช่วยหายใจที่ดูจะระโยงระยางเต็มไปหมด แถมด้วยเสียงเครื่องช่วยหายใจที่ดังมาเป็นระยะๆ เสียงมันช่างทรมานใจเขาเหลือเกิน เขาไม่กล้าแตะต้องอะไรมาก เพราะกลัวว่าบิดาของเขาจะเจ็บไปมากกว่านี้

            “พ่อครับ พ่อ... ผมมาอยู่กับพ่อแล้ว พ่อไม่ต้องห่วงคุณแม่ คุณแม่ไม่เป็นอะไรมาก ดังนั้นพ่อก็ต้องไม่เป็นอะไรนะครับพ่อ” ภัทรพลก้มลงกระซิบที่ข้างหูของบิดาด้วยหวังลึกๆ ว่าบิดาของเขาจะได้ยินในสิ่งที่เขาบอกไป เขานั่งลงข้างเตียงเพื่อเฝ้าบิดาอยู่พักหนึ่ง จนกระทั่งพยาบาลประจำห้องไอซียูต้องเดินเข้ามาบอกให้เขาออกไปรอที่ข้างนอกได้แล้ว แต่เขายังคงดื้อดึงที่จะนั่งเฝ้าอย่างเงียบสงบ แต่ทางพยาบาลก็ไม่ยอมโดยอ้างเหตุผลว่าเพื่อให้คนเจ็บได้พักผ่อน และไม่เป็นการรบกวนคนเจ็บด้วย เขาจึงยอมเดินออกมาจากห้องนั้นแต่โดยดี

            “พอล พ่อนายไม่เป็นไรมากใช่ไหม” เมฆาเมื่อเห็นเพื่อนหนุ่มเดินออกมาก็ตรงเข้าไปถามทันที

            “ฉันก็ยังไม่รู้ แต่ภาพของพ่อที่ฉันเห็นมันเป็นภาพที่ฉันทนไม่ได้ ทำไมต้องเป็นอย่างนี้ด้วย” ภัทรพลยกำปั้นชกเข้าไปที่กำแพงของโรงพยาบาลบริเวณหน้าห้องไอซียู จนเมฆาเองต้องรีบวิ่งเข้าไปห้ามแทบไม่ทัน

            “เฮ้... นายใจเย็นๆ สิวะ แม่นายก็นอนรอนายอยู่ที่ห้องผู้ป่วยพิเศษนะโว้ย นายต้องเข้มแข็งสิวะเพื่อน” เมฆาจึงรีบปลอบเพื่อนเนื่องจากยังมีแม่ของภัทรพลอีกคนที่นอนรอเขาอยู่

            จากนั้นชายหนุ่มทั้งสองก็ตรงไปยังห้องพักผู้ป่วยพิเศษของทางโรงพยาบาลแห่งนี้ ส่วนจะถูกจัดให้มีความส่วนตัวเป็นพิเศษ และมีทีมพยาบาลที่ผลัดเปลี่ยนกันมาดูแลอย่างใกล้ชิด พอชายหนุ่มทั้งสองเปิดประตูห้องเข้าไปก็พบกับพยาบาลกำลังวัดความดันและเวลาการเต้นของหัวใจของผู้ป่วยอยู่ พอพยาบาลตรวจเสร็จก็แจ้งให้ภัทรพลและเมฆาทราบว่าคนไข้จะหลับยาวจะตื่นอีกทีก็พรุ่งนี้เช้า ทั้งสองจึงได้แต่พยักหน้ารับทราบ

            พอร่างของพยาบาลพ้นประตูห้องเมฆาก็แจ้งข่าวที่เขาได้รับทราบจากสายมาทันที ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ น่าจะเป็นการลอบทำร้ายเนื่องจากสอบถามจากคนในระแวกนั้น รถบรรทุกที่ก่อเหตุเป็นรถทีไม่มีป้ายทะเบียนนั่นเอง จากการบอกเล่าของเมฆายิ่งทำให้ภัทรพลถึงกับงงไปเหมือนกันเนื่องจากบิดาของเขาไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใครที่ไหน ก็เห็นแต่บิดาเขาวันๆ เอาแต่ทำงาน หรือไม่ก็จะอยู่กับมารดาเขาโดยตลอด หรือว่า... จะเป็นเพราะธุรกิจกันแน่

            “เฮ้... รอฉันในนี้ก่อนนะ เดี๋ยวฉันมา” ภัทรพลบอกกับสารวัตรก็เดินออกมากดโทรศัพท์หาเกริกการ์ดประจำตัวของบิดาเขา แล้วสั่งให้เช็คข้อมูลของบริษัทคู่แข่งของเราทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นในประเทศหรือต่างประเทศ และยังไม่ให้บอกเรื่องนี้กับใครโดยเฉพาะกับยัยมา หรือมาริสาน้องสาวของเขานั่นเอง จากนั้นก็เดินกลับเข้ามาให้ห้องที่มารดาเขาพักฟื้นอยู่

            “เมฆนายกลับไปได้แล้วหล่ะ เดี๋ยวฉันจะอยู่เฝ้าแม่” ภัทรพลบอกให้เพื่อนหนุ่มกลับไปเนื่องจากเขาอยากอยู่กับมารดาของเขาตามลำพัง เขาบอกกับตัวเองว่าเขาจะหาคนมารับผิดชอบเรื่องนี้ให้ได้ไม่ว่ามันจะไปมุดอยู่มุมไหนของโลกก็ตามพวกมันจะต้องได้รับกรรมที่มันก่อไว้อย่างสาสม

            “ได้... เออพอล... นายมานี่นายบอกคุณแก้วหรือยังวะเนี้ย” เมฆาเอ่ยถามขึ้นเมื่อนึกได้ว่าก่อนหน้านี้เพื่อนหนุ่มของเขาอยู่กับแก้วกานต์ดาผู้หญิงคนแรกที่เพื่อนเขาดูจะรักมากเป็นพิเศษซึ่งทำให้คนอย่างไอ้พอลที่วันๆ บ้าแต่งาน แล้วก็คลุกอยู่แต่กับซาร่าจนชาวบ้านเขาเข้าใจผิดคิดว่าเป็นแฟนกัน และถ้าเมฆาเดาไม่ผิดซาร่าเองก็ดูจะมีใจให้กับภัทรพลเพื่อนเขาอยู่ไม่ใช่น้อยเพียงแต่ไอ้พอลมันดูไม่ออกเพราะมันไม่เคยคิดอะไรกับซาร่ามากไปกว่าคำว่าเพื่อนเลย

            “ยังเลย...พอรู้ข่าวจากนายก็วิ่งออกมาเลยน่ะ” ภัทรพลเล่าให้เพื่อนหนุ่มฟังตามตรงเพราะในขณะนั่นเขาเองไม่มีเวลาจะอธิบายอะไรทั้งนั้น

            “แล้วนายจะไม่โทรไปบอกคุณแก้วเขาหน่อยหรอ” เมฆาถามออกไปความเป็นห่วงและคิดว่าคุณแก้วน่าจะช่วยให้ภัทรพลมีกำลังใจมากขึ้น แต่พอเขาถามออกไปใบหน้าของภัทรพลก็เปลี่ยนไปในทันที

ดูตึงเครียด ขบกรามแน่นเหมือนพยายามเก็บกดบางอย่างเอาไว้ และเมฆาก็พยายามจะเดาแต่ก็เดาไม่ออกว่าในขณะนี้เพื่อนหนุ่มของเขากำลังคิดอะไรกันแน่

            “ยัง...ฉันยังไม่พร้อมที่จะบอกแก้ว และฉันขอร้องนายว่าอย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้กับคุณมณีด้วย” ภัทรพลตัดสินใจที่จะไม่บอกให้แก้วกานต์ดารู้เรื่องจึงต้องเอ่ยปากขอร้องเพื่อนหนุ่มออกไป ทั้งๆ ที่ในตอนนี้เข้าจะต้องการกำลังใจจากแก้วกานต์ดามากแค่ไหน แต่เขาก็ไม่อยากดึงเธอเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้นโดยที่เขายังคลุมสถานการณ์ไม่ได้ ส่วนเมฆาจึงได้แต่พยักหน้ารับรู้และพร้อมจะทำตามที่เพื่อนขอร้องอยู่แล้วถึงแม้เขาจะไม่ค่อยเข้าใจเหตุผลของภัทรพลก็ตามแต่

            “งั้นฉันไปก่อนนะ แล้วพรุ่งนี้ฉันจะมาใหม่” เมฆาบอกกับภัทรพลแล้วเดินแยกออกจากห้องไปแล้วคิดกับตัวเองว่าไอ้พอลแกคิดจะปิดคุณแก้วไปได้นานสักเท่าไหร่ คุณแก้วเธอออกจะดื้อรั้นซะขนาดนั้น แถมยังมีสัญชาตญาณของความเป็นนักข่าวที่มีความอยากรู้อยากเห็นอีก คุณแก้วเธอต้องทางหาสืบเสาะเอาจนได้นั่นหล่ะเมฆาคิดไปก็พรางส่ายหัวไปกับความคิดแปลกๆ ของเพื่อนหนุ่ม
-----------------------------------------

            หลังจากเมฆากลับไปแล้วภัทรพลก็จัดการเข้าไปดูแลความเรียบร้อยของมารดาที่นอนบนเตียงผู้ป่วย จากนั้นก็เดินหันหลังกลับมานอนที่โซฟาข้างเตียงของมารดา เขาล้มตัวลงนอนแล้วแต่ดวงตาของเขายังคงสว่าง สมองเขาคิดวนไปวนมาว่าเรื่องที่เกิดขึ้นถ้าไม่ได้เป็นอุบัติเหตุ แล้วใครเป็นคนทำ

            จากนั่นภาพเมื่อครั้งอดีตก็เข้ามาในห้วงความคิดของภัทรพลเมื่อครั้งที่เขามักไปไหนมาไหนกับบิดาบ่อยครั้ง รอยยิ้มที่มีให้เขาทุกครั้งไม่ว่าเขาจะไปทำอะไรมาก็ตาม บิดาของเขาก็มักจะตักเตือนพร้อมๆ กับมอบรอยยิ้ม

พอลอย่าเล่นกับน้องอย่างนั้นเดี๋ยวน้องจะเจ็บนะลูก เสีองเอ็ดของบิดาก็ยังมีรอยยิ้มที่อบอุ่นให้แก่เขาสองพี่น้องเสมอ

พ่อดุแต่ผม แล้วไม่ดุยัยมาบ้างครับ พอลพูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจ

พอลเป็นผู้ชายนะลูก น้องเป็นผู้หญิงแล้วจะให้น้องเล่นอย่างผู้ชายได้อย่างไรล่ะบิดาสอนภัทรพลว่าผู้หญิงไม่ได้แข็งแรงอย่างผู้ชาย ดังนั้นเมื่อพอลเล่นก็ต้องเล่นกับน้องดีๆ ไม่รุนแรง และเมื่อพ่อกับแม่ไม่อยู่แล้ว พอลก็ต้องดูแลน้องรักน้องให้มากๆ เข้าใจไหมลูก

 ครับเข้าใจแล้วครับภัทรพลตอบรับอย่างเข้าในสิ่งที่บิดาเขาสอนเสมอ ถึงแม้ในช่วงเวลานั้นจะเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างก็ตามแต่

บิดาของเขามักจะสอนเขาเสมอๆ ว่าในเรื่องความเข้มแข็ง ความเป็นผู้นำ เมื่อต้องเผชิญกับปัญหาอะไรต้องที่รู้จักอดทน คิดและตัดสินในอย่างรอบครอบ และที่สำคัญเกิดเป็นลูกผู้ชายต้องกล้าที่จะยืดอกยอมรับผิดเมื่อรู้ว่าเราผิด อย่าหนีความจริงเป็นอันขาดเพราะมันเท่ากับเราวิ่งหนีตัวเอง 

            เช้าวันถัดมาภัทรพลเผอหลับไปก็ใกล้เช้า เขาสะดุ้งตื่นเมื่อพยาบาลเข้ามาวัดไข้ และความดันของมารดาเขานั่นเองเขาจึงลุกขึ้นเดินไปล้างหน้า แล้วออกไปดูอาการบิดา เพราะเมื่อมารดาของเขารู้สึกตัวขึ้นมาต้องถามหาบิดาเป็นแน่ แต่สิ่งที่เขาได้รับฟังจากหมอนั่นกลับไม่เป็นข่าวดีเลยและบิดาของเขาก็ไม่อาการที่จะรู้สึกตัวเลย หมอจึงบอกให้ดูอาการต่อไปก่อน

            เมื่อภัทรพลเปิดประตูห้องพักของมารดาก็พบว่ามารดาของเขาได้รู้สึกตัวแล้ว และสีหน้าก็ดีขึ้นมากด้วยเช่นกัน

            “ตาพอล” คุณหญิงภัทริณีเรียกหาบุตรชายออกไปด้วยเสียงเบาหวิว

            “ครับ... แม่ผมอยู่นี่แล้วครับ” ภัทรพลเห็นสีหน้าของมารดาที่น้ำตาเริ่มคลอที่ดวงตาคู่นั่นก็เดินเข้าไปกอดคนเป็นมารดาในทันที

            “แม่กลัว... พอล” มารดายังคงตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังไม่หายจึงเพ้อออกมาส่งเสียงสะอื้นร้องไห้อย่างคนเสียขวัญภัทรพลจึงทำได้เพียงเอ่ยปลอบโยนคนเป็นมารดาและลูบหลังมารดาเป็นการแสดงให้รู้ว่าเขาอยู่กับมารดาด้วยตลอดไม่ได้ไปไหน และเมื่อผู้เป็นมารดาเริ่มจะผ่อนคลายความตกใจลงแล้วก็เริ่มมองหาสามี แต่สายตาสอดส่งไปตรงมุมไหนๆ ก็ไม่พบ

            “พ่อหล่ะพอล... พ่อไปไหน” คุณหญิงภัทริณีเอ่ยถามถึงผู้เป็นสามี

            “เอ่อ... คุณพ่อ... ยังไม่รู้สึกตัวเลยครับแม่....” ภัทรพลตอบมาดาได้เพียงเท่านั้น มารดาเขาก็เอาแต่ร้องไห้ราวจะขาดใจเสียให้ได้ จนชายหนุ่มเริ่มทำอะไรไม่ถูกเลยในตอนนั้นทำได้เพียงปลอบโยนร่างของมารดาที่ดื้อดึงจะไปดูอาการของคนเป็นสามีให้ได้

            “แม่จะไปดูคุณพ่อ... ปล่อยแม่สิพอล” คุณหญิงภัทริณีเอ็ดบุตรชายที่เอาแต่กอดร่างเธอไว้นิ่งๆ

            “แม่ครับผม... รักแม่มากนะครับ ผมขอร้องแม่พักผ่อนให้มากๆ ส่วนเรื่องพ่อให้ผมจัดการเองเถอะครับ” ภัทรพลกอดมารดาแล้วบอกที่ข้างหูของมารดาที่เอาแต่ดิ้นรนที่จะออกไปหาผู้เป็นสามี จนเธอต้องหยุดดิ้นกับสิ่งที่บุตรชายบอกกับเธอเมื่อเธอรับรู้ได้ว่าร่างกายของบุตรชายเริ่มเกร็งขึ้น ผู้เป็นมารดาจึงกอดตอบบุตรชายด้วยรู้ว่าบุตรชายของเธอก็เสียใจมากไม่ต่างจากเธอเลยแต่ต้องกักเก็บมันไว้ให้ลึกเพื่อที่จะยืนหยัดสู้กับทุกๆ สถานการณ์ที่จะตามมา

            “โธ่... พอลลูกแม่” คุณหญิงภัทริณีเอ่ยปลอบโยนบุตรชายอันเป็นที่รักลูบหลังไหล่ไปมาเบาๆ

           

            “แม่ครับ... ผมคงต้องเข้าไปที่ทำงานสักพักแล้วเย็นผมจะรีบกลับมา คนของผมจะอยู่กับแม่ตลอดและแม่อิ่มผมให้คนไปรับมาอยู่เป็นเพื่อนแม่” ภัทรพลบอกกับมารดาเพราะในวันนี้เขามีเรื่องที่ต้องจัดการอีกหลายเรื่อง

            “ไปเถอะลูก แม่อยู่ได้ดูแลตัวเองด้วยนะลูก” คุณหญิงภัทริณีกลืนก้อนสะอึกเอาไว้ในอกเนื่องจากเกรงว่าเธอจะเป็นเหตุให้บุตรชายต้องลำบากใจเพราะเธอรู้สึกว่าในตอนนี้บุตรชายของเธอเริ่มเย็นชาซะจนน่ากลัวพิกล

            “ครับ... งั้นผมไปนะครับ” ภัทรพลละออกจากอกมารดาแล้วเดินออกไปเพื่อไปดำเนินงานแทนคนเป็นบิดา โดยที่เขาตรงไปที่บ้านจัดการกับตัวเองก่อน สภาพเขาตอนนี้โทรมเนื่องจากไม่ได้พักผ่อน หนวดก็เริ่มขึ้นรำไรแล้วดูไม่ได้เลยจริงๆ แล้วจึงเลยไปที่ทำงานของเขาในสายๆ ของวันนั้น

.....................................................................

ฝากคอมเม้นให้กำลังใจไร้ทเตอร์หน่อยนะคะจะหมดแรงแล้วคะ


--------------------------------------------------------

เนื่องจากพี่กันลงนิยายไว้เพียงเล็กน้อย แล้วพี่กันก็คิดเกมส์ได้แล้วด้วย..... อิอิ.....

คำถาม คือ ถ้าพี่ๆ เพื่อนๆ และส่วนใหญ่ที่เป็นน้องๆ อยากจะ

สะดุดรัก ทุกๆ คนอยากจะ 

สะดุดรัก
แบบไหน และ กับใครคะ ?

ส่วนคำตอบพี่กันจะเลือกที่ถูกใจพี่กันมากทีสุด 3 คนเท่านั้น และที่สำคัญพี่กันขอให้ตอบคำถามในหน้านิยายเรื่องสะดุด(รัก)ซาตาน ตอนที่ 12 เท่านั้นนะคะ

อ๋อ ... หมดเขตส่งคำตอบภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2552 นะคะ

ส่วนนี้คือหน้าตาของรางวัลนะคะ

        


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

205 ความคิดเห็น

  1. #134 Rcasia (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2552 / 13:47

    เอาละน๊า ขอร่วมเล่นเกมด้วยคน อิอิ ^______^

    จะบอกว่าอยากสะดุดรักนายพอลก็คงไม่ได้แล้ว พี่บุษจ๋าจองนายพอลละ (แอบเศร้านิดนึง) คิก ๆ

    งั้นหนูอยากสะดุดรักกับคนนั้นค่ะ >//////////////< 

    เขินแบบม้วนกลิ้ง ไม่บอกชื่อจะผิดกติกาไหมหน๋อ หุหุ

    เรื่องมีอยู่ว่า...
     
    หลังเลิกเรียน รถโรงเรียนกำลังจะออก...
    หนูวิ่งขึ้นรถมาในอาการรีบร้อน เพราะสายสุดตัว 
    หัวก็ยุ่ง (วิ่งลงมาจากตึกชั้น 4 ) เหงื่อก็ออกท่วมตัว 
    รองเท้าส้นสูงก็กัด หนังสือเล่มหนาอีกที่ต้องอุ้มมาเรียนวันละหลายเล่ม

    พอขึ้นรถมา ส่วนใหญ่เขาจะเอาหนังสือเรียนจองที่เอาไว้ 
    เป็นอันรู้กันว่าเบาะไหนมีหนังสือวางไว้ จะนั่งไม่ได้

    พอขึ้นรถได้ สภาพหนูน่าสงสารมาก ยืนปราดเหงื่อ หายใจหอบ
    ต้องยืนโหนรถอีก = =

    ตัวก็เตี้ย ขาก็สั้น หนังสือก็หนัก รองเท้าส้นสูงก็ทำพิษอีก

    แง้ T^T  เศร้ายกกำลัง เพราะเจอเด็กช่างใจร้ายอีก

    ยืนทำหน้าตาน่าสงสารพักใหญ่ เผื่อจะมีคนใจดีแบ่งที่นั่งให้เรา

    แต่แล้ว... ก็มีเด็กช่าง (รุ่นน้อง) ใจดีมาก ๆๆ มาสะกิดแขน พอหันไป 

    เขาขยับที่นั่งให้

    กรี๊ดดดดดด >//////////< 

    ประมาณว่า นางฟ้ามาโปรดนางซิน หุหุ

    และมาตที่เห็นในตอนนั้น คนนั้น เหมือนนักธุรกิจมาก ๆๆ หรือลูกคุณหนูดี ?

    อารมณ์ประมาณว่าเจอคุณชายกลาง ณ บ้านทรายทองเลย (เวอร์ไปเปล่าหน๋อ)

    จากนั้นเค้าก็ขอเบอร์ 
    กรี๊ดดดดดดดดดดด <<< กรี๊ดดังกว่าเมื่อกี๊อีก 555+
    แต่คนนั้นเขาขอเบอร์เพื่อนของหนูแทน


    TTT^TTT

    สลดขึ้นมาทันที 

    แปดปีผ่านไปแล้ว... แต่ยังจำเรื่องในวันนั้นได้ดีค่ะ 

    เรียกว่า สะดุดรักได้ไหมหน๋อ คิก ๆ

    #134
    0
  2. #133 Rcasia (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2552 / 13:28
    ไม่ได้แวะมาหาพี่กันจ๋านานเลย TT^TT

    เอาละ น้องสาวกลับมาแล้วจ้า ^________________^

    ขอร่วมเล่นเกมส์ด้วยคนนะจ๊ะ
    #133
    0
  3. #127 บุษบาพาฝัน (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2552 / 13:40
    อุ๊ย.........อยากได้รางวัลบ้างจังเลย พี่บุษอยากสะดุดรักกับพี่พอล

    ของน้องกันจ๊ะ ทำไงดีอิๆๆ
    #127
    0
  4. #125 mydei (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2552 / 22:34
    #125
    0
  5. #124 mydei (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2552 / 06:57
    #124
    0
  6. #123 ปากกาพาฝัน (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2552 / 20:42
    ตามมาอ่านตอนนี้แล้วนะจ๊ะ

    สู้ๆ นะจ๊ะเพื่อนสาว... อิอิ
    #123
    0
  7. #121 mydei (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2552 / 05:11
    ขอให้ปลอดภัยทั้งคู่นะค่ะ

    อิอิ
    #121
    0
  8. #119 pybpig (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2552 / 16:01
    เศร้าค่ะ สงสารพี่พอลสุดหล่อจังเลย

    เป็นกำลังใจให้พี่พอลนะคะ สู้ สู้ ค่ะ

    รักไรท์เตอร์นะคะ จุ๊บ จุ๊บ
    #119
    0
  9. #117 mydei (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2552 / 00:01
    มารออ่านจ๊ะ
    #117
    0
  10. #115 Rcasia (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2552 / 08:20

    ตามมารอเอาฤกษ์เอาชัย 5555+
    เป็นกำลังใจให้พี่กันนะจ๊ะ ^O^

    #115
    0
  11. #114 Rcasia (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2552 / 13:39

    TT^TT ขอให้คุณพ่อว่าที่สามีหายเร็ว ๆ นะคะ  ><

    แอบอ้างโดยไม่ถามคุณพอลซักนิด 555555+

    #114
    0