สะดุด(รัก)

ตอนที่ 12 : ตอนที่ 11: เมื่อข่าวดีมาพร้อมกับข่าวร้าย (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,265
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    4 พ.ย. 52



  

ตอนที่ 11: เมื่อข่าวดีมาพร้อมข่าวร้าย

 

หลังจากอาหารเย็นมื้อนี้ได้ผ่านไป ทุกๆ คนที่ต่างก็มาทำความประหลาดใจให้กับแก้วกานต์ดาก็ต่างแยกย้ายกันกลับ มณีกานต์ดาก็ติดรถของสารวัตรเมฆากลับบ้านที่กรุงเทพโดยได้ไปเอ่ยลาพ่อและแม่แล้วก็รีบออกไปทันทีโดยไม่ได้บอกกับน้องสาว ส่วนนายคริส และคุณหญิงภัทริณีก็เองก็ได้พูดคุยทักทายหนูแก้วของคุณหญิงภัทริณีโดยคุณหญิงได้สอบถามเรื่องที่มาเจอกับบุตรชายของเธอได้อย่างไร พอรู้เข้าเธอก็เหมาทันทีว่าเป็นบุพเพอาระวาดตาพอลของเขาแน่ๆ จากนั้นก็ขอตัวแยกจากหนูแก้วไปกล่าวร่ำลาตาแช่มกับยายช้อยแล้วก็เร่งรีบออกจากบ้านไปในทันที

“ คุณคะ ฉันชักชอบหนูแก้วแล้วสิคะ” คุณหญิงหันไปบอกความรู้สึกให้คริสคนเป็นสามีฟัง

“ ฮะ  ฮะ... ผมว่าแล้วว่าคุณต้องชอบ เธอเก่งและคล่อง เอาตาพอลอยู่หมัดแน่ๆ สะใจผมจริงๆ “ คริสเมื่อได้ยินที่ภรรยาบอกก็หัวเราะออกมาด้วยความดีใจที่ต้นเป็นคนคิดให้เขาทั้งสองเจอกัน ภรรยาจึงยิ้มรับไปกับเสียงหัวเราะของสามีตนควบคู่ไปด้วย แล้วร่างทั้งสองก็เดินตรงไปขึ้นรถที่จอดรออยู่ แล้วขบวนรถของคริสนักธุรกิจใหญ่ก็มุ่งตรงไปยังกรุงเทพทันที

 จะมีก็แต่แก้วกานต์ดาที่เหมือนถูกกำหนดให้อยู่กับเขาในขณะนั้น ตาแช่ม กับยายช้อยก็อ้างว่าอยากพักผ่อนแล้ว และพอพ้นหลังจากพ่อและแม่แก้วกานต์ดาก็ได้โอกาสที่จะหาตัวนายภัทรพลพ่อตัวดี ตัวก่อปัญหาใหญ่ในวันนี้ ที่ทำให้เธอต้องเจ็บใจ และได้อายต่อหน้าผู้ใหญ่หลายๆ ท่าน

“ ไอ้คุณพอล....  คุณอยู่ไหน... ออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ” แก้วกานต์ดาเรียกเสียงเกรี้ยวกราดเลยทีเดียว

“ ไม่ต้องมาทำเป็นหลบฉันเลยนะ ให้มันรู้ซะบ้างว่าถิ่นใคร ที่นี่บ้านของฉันนะ” เธอยังคงตะโกนขู่ออกไปว่าเธอใหญ่คับที่นี่ขนาดไหน พร้อมๆ กับมองหาร่างชายหนุ่มไปด้วยว่าเขาไปหลบอยู่ส่วนไหนของบ้าน

“ นี่... ไอ้คุณพอลบ้า... คนผี... “ เมื่อมองหาไม่เจอร่างของชายหนุ่มเขาก็เริ่มใช้เสียงตะโกนเสียงดังลั่นต่อว่าเขาแทน

“ ออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ” หญิงสาวยังคงโมโหตะโกนไปเดินมองหาไปจนเดินไปถึงยังศาลาท่าน้ำหน้าบ้านนั่นเองพอจะก้าวเข้าไปเธอก็มองเห็นร่างของชายหนุ่มได้ยืนอยู่ก่อนแล้ว ชายหนุ่มเองก็เหล่หางตามองไปยังเสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาภายในศาลาเพราะเขาต้องการให้เธอตามเขามายังศาลาท่าน้ำแห่งนี้อยู่แล้วหรือจะว่าง่ายเข้าแผนที่เขาวางไว้เป๊ะเลย พอหญิงสาวเดินเข้ามาภายในศาลาริมน้ำเท่านั้นเขาก็หันหน้ามาแล้วเดินตรงไปโอบกอดหญิงสาวทันที พร้อมกับจับหญิงสาวให้หันหน้าออกไปริมน้ำร่างบางของหญิงสาวจึงเป็นการถูกกอดจาทางด้านหลัง

“ นี่.. คุณ” แก้วกานต์ดาออกแรงดิ้นจนหลุดจากอ้อมกอดหลวมๆ ของชายหนุ่ม และหันกลับมามองหน้าชายหนุ่มที่มองมายังร่างของเธออย่างไม่แสดงอาการเดือดร้อนใดๆ เลย แต่ในตอนนี้หญิงสาวตรงหน้าไม่ต้องบอกก็รู้ว่ากำลังโกรธมากเชียวหล่ะ

“ ทำไมจะต้องทำแบบนี้ด้วย” เธอเงยหน้าถามด้วยน้ำเสียงตวาดออกไปอย่าง

“ ก็... ผมรักคุณนี่นา... ที่รัก” เขาตอบและคว้าร่างบางของหญิงสาวเข้าหาตัวด้วยความรวดเร็ว

แก้วกานต์ดาหวีดร้องรออกมาทันที และดิ้นรนขัดขืน แล้วคิดว่าวันนี้เธอเสียเปรียบเขามากี่รอบต่อกี่รอบแล้วเนี้ย ยิ่งคิดเธอก็ให้ยิ่งแค้นใจแถมยังโมโหตนเองที่เหมือนจะยอมให้เขาทำอย่างง่ายๆ ซะอย่างนั้นนี่มันอะไรกันเนี้ยให้มันได้อย่างนี้สิ

“ เราสองคนมีเรื่องต้องตกลงกัน... ที่รัก” เขาบอกพร้อมกับจองมาที่ใบหน้าของหญิงสาวในอ้อมกอด หญิงสาวจึงหยุดดิ้นแล้วเงยหน้าขึ้นสบตาเขาแล้วรอฟังสิ่งที่ชายหนุ่มจะตกลงกับเธอ

“ ผมอยากแต่งงานกับคุณน่ะแก้ว” เขาบอกออกไป

สมองของหญิงสาวในขณะนั้นถึงกันงงและหยุดทำงานไปเลย ร่างบางของหญิงสาวก็ยืนแทบไม่อยู่ไปเลยทีเดียว ดีนะที่เขาโอบประคองกอดร่างของเธอไว้ไม่อย่างนั้นร่างบางของเธอได้ลงไปกองกับพื้นแน่นอน

“ คุณ.... อยากแต่งงาน... แล้ว....คุณ....รักฉันจริงๆ หรอ” เธอพูดตะกุกตะกักเหมือนคนติดอ่างไปเลยแต่เธอก็เอ่ยถามออกไป และเป็นครั้งแรกในชีวิตของเธอก็ว่าได้ที่เกิดอาการเอียงอายขึ้นมาอย่างหาเหตุผลให้กับตัวเองไม่ได้

“ เอ้า... ก็จริงน่ะสิ คุณก็เห็นความตั้งใจของผมแล้วนะในวันนี้” เขาย้ำแล้วบอกในสิ่งที่เขาประกาศต่อหน้าทุกๆ คนที่ร่วมโต๊ะอาหารเมื่อเย็นที่ผ่านมาอีกรอบ

“ มัน... ไม่เร็วไปหน่อยหรอ... นี่คุณจะไม่เรียนรู้นิสัยฉันซะก่อนหรอ” เธอเอ่ยถามเขาออกไปย่างเอียงอายเมื่อเขากล้าบอกกับเธอตรงๆ และความรู้สึกของเธอในตอนนี้ หรือตั้งแต่จูบแรกก็ว่าได้มันก็เริ่มมีเขาซึมซับเขามาภายในจิตใจตั้งแต่เมื่อไหร่ก็รู้เหมือนกัน

“ ผมรู้ของผมก็แล้วกัน คุณอย่าลืมสิว่าผมเคยบอกคุณไปแล้วว่าผมเคยมาเจอพ่อคุณแล้วนะ” เขานำเรื่องที่เคยบอกเธอไปแล้วมาเอ่ยเตือนความจำให้หญิงสาวฟังอีกรอบเมื่อคราวที่เขาเจอเธอที่คลีนิคแล้วก็ไปส่งเธอที่บริษัทเธอนั่นเอง หญิงสาวงงนิดๆ แล้วก็นึกย้อนกลับไปว่าเขาเคยบอกแล้วจริงหรือไม่

“ เงียบแบบนี้...งั้นเอาเป็นว่าตกลงตามนี่นะ เราจะแต่งงานกัน” ชายหนุ่มรีบพูดฉวยโอกาสทึกทักสรุปเอาเองเสียดื้อๆ

“ เอ๋... เดี๋ยวคะฉันยังไม่ตอบตกลงอะไรด้วยเลยนะ... เดี๋ยวเถอะ” หญิงสาวรีบเอ่ยห้ามความคิดทึกทักเอาเองของชายหนุ่มทันทีแถมค้อนตาแทบกลับให้ชายหนุ่มอีกสักรอบ

“ อย่ามามั่วนิ่มซิคุณ” แก้วกานต์ดาพูดพร้อมๆ กับแอบอมยิ้มที่ตอนนี้ใบหน้าของชายหนุ่มตรงหน้าเธอนั้นคลายคนที่โดนอะไรมาทุบที่หัวเข้าอย่างจัง และแถมยังลดวงแขนที่โอบกอดร่างของหญิงสาวไว้ลงไปที่ข้างลำตัว แต่ก็ทำเอาหญิงสาวใจหายวูบไปเหมือนกัน

“ แสดงว่าคุณจะปฎิเสธผมอย่างนั้นใช่ไหม” ชายหนุ่มเอ่ยถามหญิงสาวเสียงเบาหวิวไปเลยทีเดียวจนหญิงสาวที่แอบอมยิ้มนั้นทนไม่ไหวจนต้องหัวเราะออกมาเสียงดัง ชายหนุ่มที่ยังคงมึนๆ เงยหน้าสบตามองไปยังร่างของหญิงสาวที่ทำไมเธอต้องหัวเราะออกมาด้วยนี่เธอเห็นเป็นเรื่องตลกงั้นหรือเนี้ย

ชายหนุ่มยังคงมองหญิงสาวอยู่จนนึกขึ้นมาได้ว่าเธอกำลังหลอกเขาอยู่แน่ๆ ถึงได้มองเขาไปแล้วก็หัวเราะไปด้วยพร้อมๆ กัน

“ นี่คุณหลอกผมหรอ... ที่รัก” เขาถามหญิงสาวตรงหน้าออกไปแล้วก็ดึงร่างบางของหญิงสาวเข้ามากอดไว้อีกรอบแต่คราวนี้มันแน่นกว่าเดิมแล้วรีบฉกใบหน้าของเขาลงไปยังแก้มของหญิงสาวสูดลมหายใจเข้าเสียฟอดใหญ่เลยทีเดียว แล้วก็หัวเราะออกมาเสียงดังด้วยความดีใจเป็นอย่างมากเสียงดังลั่นไปทั่วทั้งศาลาริมน้ำนั้น

หญิงสาวเองก็ไม่ทันได้ตั้งตัวจึงโดนชายหนุ่มหอมแก้ม เธอจึงทุบไปที่หน้าอกของชายหนุ่มด้วยความเขินอาย แล้วเอาแต่ก้มหน้าไม่ยอมสบตาชายหนุ่มที่โอบกอดเธออยู่

“ โอ้ย... ผมเจ็บนะที่รัก” เขาแกล้งร้องโอดครวญอย่างไม่จริงจังนัก

“ นี่... แน่ะ” ชายหนุ่มพูดออกไปด้วยหมั่นเขี้ยวในตัวหญิงสาวในอ้อมกอดพร้อมกับก้มหน้าลงมายังแก้มทั้งสองข้างของหญิงสาวทันที คราวนี้ชายหนุ่มไม่ใช่แค่หัวเราะออกมาด้วยความสุขแต่เขาเริ่มอยากจะแต่งงานกับหญิงสาวในอ้อมกอดนี้ไวๆ ซะแล้วสิ เขาคิดไปก็อมยิ้มกับตัวเองแถมยังบอกว่าท่าทางเราจะเป็นเอามากเหมือนกันนะเนี้ย

“ คุณนี้นะ ชอบเอาเปรียบแบบนี้กับสาวๆ ทุกคนไหมคะเนี้ย” หญิงสาวเมื่อโดนเอาเปรียบจากชายหนุ่มในครั้งที่สองจึงต่อว่าชายหนุ่มออกไปอย่างไม่ได้จริงจังนัก

“ ไม่ทุกคนหรอครับ จะมีก็แต่กับคุณคนแรกนี่หล่ะครับ... ที่รัก” เขาบอกแบบยิ้มเจ้าเล่ห์พร้อมกับค่อยๆ คลายอ้อมกอดออกจากร่างบางอย่างแสนเสียดาย

            ชายหนุ่มขณะนี้ด้ยืนหันหลังให้หญิงสาว และหันหน้าไปยังริมน้ำแล้วเหม่อมองออกไปยังนอกศาลาริมน้ำที่ที่เขาแวะมาทุกครั้งที่มาทำงานที่นี่ เขามักจะมายืนที่ศาลาริมน้ำเป็นประจำเพราะมันช่วยให้เขารู้สึกผ่อนคลาย ลดความตึงเครียด และมีสมาธิที่จะคิดทำอะไรต่อมิอะไรได้เป็นอย่างมากเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว เนื่องจากเมื่อก่อนเขามักจะไปคุยกับซาร่าเพื่อระบายสิ่งที่คับอกคับใจกับเพื่อนสาวของตน แต่หลังจากเขามาพบแก้วกานต์ดาเขากลับมาใช้ความคิดที่ศาลาริมน้ำแห่งนี้บ่อยครั้งเป็นอย่างมากและตอนนี้เขารู้สึกผูกพันกับสถานที่แห่งนี้เข้าซะแล้วหล่ะ

            “ ผมชอบที่นี่มากนะครับ มันทำให้ผมรู้สึกสงบ และบรรยากาศยังสวยงามมากอีกด้วย” เขาเอ่ยขึ้นเพื่อบอกให้หญิงสาวที่ยืนด้านหลังได้รับรู้

            “ อ๋อ... ปลายเดือนหน้าที่หมู่บ้านคุณจะมีการทำประตูระบายน้ำใช้แล้วนะครับ” เขารีบแจ้งข่าวดีของชาวบ้านให้เธอทราบเนื่องจากเขาเลือกที่จะพัฒนาหมู่บ้านนี้นั่นเอง

            “ นี่คุณ... คุณมาเปิดโครงการพัฒนาที่นี่หรอคะ” เธอถามออกไปด้วยอาการตื่นเต้นและปลื้มปิติยินดีแทนชาวบ้านทุกคนในหมู่บ้านที่จะสามารถทำเกษตรกรรมได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

            “ ก็แน่หล่ะสิคุณ ผมน่ะติดตามเรื่องงานในการพัฒนา และยังตามเรื่องคุณอยู่นาน จนเดี๋ยวนี้เวลาผมมาดูงานที่นี่ผมก็จะมาพักที่บ้านของคุณเนี้ยหล่ะ” เขาเล่าให้เธอฟังถึงการพัฒนาโครงการที่เขาได้ดำเนินการไปบ้างแล้ว และเขาก็แวะมาที่นี่บ่อยมากซะด้วยสิแต่เขาก็ไม่เคยได้พบเธอเลยเนื่องจากเธอไม่ค่อยได้กลับมาบ้านเพราะเธอเอาแต่ทำงานนั่นเองจึงไม่เคยรู้เรื่องเขาเลย

            “ เหรอคะ..” เธอถามพร้อมกับมองด้านหลังของเขาอยู่นิ่งๆ

            “ และทุกคนที่นั่นเข้าใจว่าผมกับคุณเป็นแฟนกัน” เขาหันกลับมาบอกหญิงสาวอย่างยิ้มๆ

            “ แน๊... คุณนี่ขี้ตู่ ฉันเพิ่งจะรู้เรื่องนะคะ” หญิงสาวยิ้มให้พร้อมต่อว่าชายหนุ่มที่เหมาเอาเองไปซะหมดทุกอย่างแต่หญิงสาวก็ไม่ได้ต่อว่าไปอย่างจริงจังนัก

            “ แต่ผมว่าใจคุณรู้นานแล้วนะว่า... เราสองคนใจตรงกันว่าไหม” ชายหนุ่มพูดออกไปแบบเข้าข้างตัวเองหน้าหน้าเฉย พร้อมกับยื่นจมูกมาชนแก้มเนียนของหญิงสาวอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งตอนนี้หญิงสาวก้มหน้าแสดงอาการเขินอายจนใบหน้าแดงก่ำจนถึงใบหูแล้วในตอนนี้

            “ อืม... ปลายเดือนนี้เขากำลังจะมีงานวัดอีกครั้ง” ชายหนุ่มบอกพร้อมกับก้มมองหญิงสาวที่กำลังเขินอายจับปลายคางให้เงยหน้าหน้าขึ้นสบตาเขา

            “ ผมจะให้คุณพ่อ คุณแม่มาสู่ขอคุณในตอนเช้าวันนั้น แล้วพอตกเย็นเราสองคนก็ไปเที่ยวงานวัดกันนะครับ” เขาบอกแล้วส่งยิ้มหวานให้หญิงสาวที่ตอนนี้อายจนทำอะไรไม่ถูกไปซะแล้ว หญิงสาวจึงเสเอาหน้าไปอิงแอบที่อกชายหนุ่มแทนเพื่อที่จะได้ไม่ต้องสบนัยน์ตาสีฟ้าคู่นั้น

            “ คุณชอบงานวัดหรอคะ” หญิงสาวเอ่ยถามออกไปอย่างอายๆ แต่ก็ยังดีที่ไม่ต้องสบตากับชายหนุ่ม

            “ ชอบสิ.. เพราะผมเจอคุณที่นั่น แล้วผมก็หลงรักคุณตั้งแต่เจอหน้าคุณเลย... รู้รึเปล่า” เขาบอกความในใจออกไปแล้วโอบกอดร่างบางของหญิงสาวไว้แนบอกเหมือนจะบอกให้เธอฟังว่าหัวใจเขาตอนนี้รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ตามที่เขาได้บอกกับหญิงสาวออกไป

            “ ฉันไม่ค่อยอยากจะเชื่อเท่าไหร่หรอกคะ” หญิงสาวเอ่ยออกไปเสียงเบาๆ ด้วยความเอียงอายที่เขาบอกออกมาเช่นนั้นแถมยังแสดงท่าทีที่จริงจังเป็นอย่างมาก

หญิงสาวหวนกลับมาคิดกับตัวเองว่านี่เธอฝันไปหรือเปล่านี่ ทำไมถึงมีผู้ชายมาแสดงความจริงใจให้เธอได้อย่างมากมายขนาดนี้ เธอรู้สึกซึ้งใจเป็นอย่างมากที่เขาให้เกรียติเธอโดยการแสดงความจริงใจออกมาต่อหน้าผู้ใหญ่ของทั้งฝ่ายเธอ และยังพ่อ แม่ของเขาอีกต่างหากมันช่างน่าประหลาดใจสิ้นดี

            “ ต้องเชื่อสิ ไม่อย่างนั้นผมจะกล้าเสี่ยงขอลูกสาวเขาโดยที่ไม่ถามว่าที่เจ้าสาวของผมก่อนหรอกนะครับ” พอลกอดกระชับร่างบางของหญิงสาวแล้วเอ่ยบอกความต้องการที่เขาได้เตรียมการไว้อย่างเรียบร้อยแล้วจะขาดก็แต่ตัวเจ้าสาวที่จะยอมรับในตัวเขาหรือเปล่าเท่านั้นเอง

            “ อะไรนะ... นี่คุณไปพูดกับพ่อ และแม่ของฉันแล้วหรอ” แก้วกานต์ดาเงยหน้าขึ้นถามชายหนุ่มในทันทีเพราะเธอไม่อยากจะเชื่อที่เขาพูดสักเท่าไหร่นัก นี่เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ทำไปได้ยังไงโดยไม่คิดจะถามเธอสักคำ คนบ้า คนผี คนขี้ตู่ หญิงสาวได้แต่ต่อว่าเขาอยู่ในใจ

-----------------------------------------------------

“ก็งั้นสิ ไม่งั้นผมจะบอกกับคุณหรอว่าวันที่หมู่บ้านคุณมีงานวัดผมจะมาหมั้นกับคุณ” ชายหนุ่มก้มลงมาบอกจ้องมองตาหญิงสาวเพื่อแสดงความจริงใจที่มีของเขา และเขาตั้งใจให้มันเป็นไปตามนั้นจริงๆ

            “นี่ฉันนึกว่าคุณพูดเล่นนะคะเนี้ย” แก้วกานต์ดายังคงถามออกไปอย่างไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ

            “คนอย่างนายภัทรพล พูดเล่นไม่เป็นหรอกครับ ที่รัก” เขาบอกพร้อมกับกอดกระชับร่างบางของหญิงสาวให้เธอรู้สึกเชื่อมั่น และแสดงความมั่นใจให้เห็น

            “ผมมีความสุขจังเลยครับ แล้วคุณหล่ะมีความสุขเหมือนผมไหม” ชายหนุ่มเอ่ยเบาให้ได้ยินกันเพียงสองคนในอ้อมกอดของเขา

            “เออ... ฉันว่าเราขึ้นเรือนกันเถอะคะ จะได้พักผ่อนกันซะที” หญิงสาวเริ่มเอียงอายยิ่งขึ้นจึงรีบเอ่ยตัดบทให้ขึ้นเรือนเพื่อหลบเลี่ยงทันที

            “ไม่ดีหรอก... ผมอยากกอดคุณอยู่อย่างนี้นี่นา” เขาบอกพร้อมกอดร่างบางของหญิงสาวให้แน่นมากขึ้นไปอีก

            “แต่คุณยังไม่ได้หมั้นกับฉันเลยนะคะ” แก้วกานต์ดาค้านเสียงเบาหวิว แล้วหาหนทางเอาตัวรอด

            “ก็ผมขอกอดมัดจำไว้ก่อนไง รับรอบไม่ทำอะไรมากไปกว่านี้” เขาเอ่ยบอกแล้วก้มลงมองส่งสายตาเจ้าชู้ให้แก่หญิงสาว

            “ที่รัก.. ผมอยากรู้จังว่าคุณเป็นไข้อยู่นานไหม หลังจากที่โดนผมจูบไปในวันนั้น” เขาก้มมากระซิบถามข้างใบหูของหญิงสาวในอ้อมกอด

            “บ้า... คุณนี่ นี่ร้ายนักนะ” เธอตอบเสียงปนหัวเราะ... เมื่อหวนนึกถึงตนเองที่เป็นไข้ในวันถัดมา และที่แท้พี่มณีคือคนที่เป็นสายสืบของเขานี่เอง

            “ผมนึกแล้วไม่ผิด ไอ้เก่ง และดื้ออย่างคุณต้องไม่เคยเรื่องจูบแน่ๆ “ เขาว่าไปหัวเราะไปอย่างเป็นสุขซะมากมายเลยทีเดียว

            “ก็ใครเขาจะไปลองกันง่ายๆ อย่างนั้นหล่ะคะ” หญิงสาวในอ้อมกอดเอ่ยค้านน้ำเสียงจริงจัง

            “ลองกับผมไม่เป็นไรหรอที่รัก” เขายิ้มหวานเมื่อบอกหญิงสาวออกไป

            “ลองกับคุณก็ไม่ได้คะ” หญิงสาวตอบออกไปอย่างเอียงอาย

            “ได้สิ ผมยังสะดุดรักคุณเต็มเปาเลยที่งานวัด” เขาบอกออกไปแบบเข้าข้างตนเอง

            “งั้นคงสะดุดมากไปหน่อย ฉันเจ็บแทบตาย” หญิงสาวเอ่ยประชดชายหนุ่มที่ทำเธอเจ็บจนแทบเสียงานเสียการไปหมดพร้อมกับได้รับค้อนวงใหญ่ๆ จากหญิงสาวไปอีกหนึ่งวงงามๆ

            “งั้นเดี๋ยวผมแก้เจ็บย้อนหลังให้เอง... ที่รัก” เขาเอ่ยพร้อมกับรีมก้มหน้าลงมาจูบหญิงสาว แก้วกานต์ดาทำตาโตด้วยความตกใจ พูดอะไรไม่ออก ชายหนุ่มเห็นได้ทีจึงรีบจัดการสอนให้หล่อนได้รู้จักบทเรียนรักบทแรกของคนหนุ่มสาวที่เขารักกันแบบหวานหอมขั้นต้นให้เสียเลย


----------------------------------------------------

ในขณะที่ทั้งสองกำลังแสดงความรักที่มีต่อกันอย่างดื่มด่ำ ณ ศาลาริมท่าน้ำ จู่ๆ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะความสุขของทั้งสอง

แก้วกานต์ดารีบผลักอกกว้างของชายหนุ่มที่กอดร่างเธอเอาไว้แนบอก เมื่อรู้ตัวว่าเผลอไปกับรสสัมผัสของเขาจนหัวใจแทบจะกู่ไม่กลับ แต่เขาก็หาได้ปล่อยเธอให้ได้รับอิสระตามต้องการไม่แถมยังดึงเธอเข้ามาแนบชิดไว้ยิ่งกว่าเดิมเสียอีก 

ภัทรพลใช้อีกมือที่ว่างจากการตระกองกอดร่างนุ่มล้วงไปหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกงพร้อมทั้งมองไปยังหน้าจอมือถือว่าใครได้โทรเข้ามาโดยไม่รู้จักเวล่ำเวลาเลยจริงๆ ปรากฏว่าเป็นชื่อเมฆา เพื่อนสนิทของเขาโทรเข้ามาจึงกดรับสายด้วยความขัดใจ

ฮะโหล...มีอะไรวะ โทรมาไม่ดูเวล่ำเวลาเลยนะ ไอ้เมฆ ชายหนุ่มต่อว่าไปตามสาย แต่อีกฝ่ายกลับถามมาด้วยน้ำเสียงฟังดูร้อนรนนัก

พอล... นั่นแกใช่ไหม...

อ้าว... ก็ฉันน่ะสิ ถามแปลกๆ แกโทรหาฉันไม่ใช่หรอ ภัทรพลตอบกวนๆ ด้วยอารมณ์ของคนที่กำลังมีความสุขเป็นพิเศษ

พอล... ฉันมีเรื่องสำคัญจะต้องบอกนาย....” น้ำเสียงที่พูดผ่านสายนั้นฟังดูเครียดจัด

“มีเรื่องอะไร...” ภัทรพลถามกลับไปด้วยใจคอเริ่มไม่ค่อยจะดี พร้อมกับละอ้อมกอดออกจากร่างของหญิงสาว

“ทำไมนายต้องทำเสียงอย่างนั่นด้วย ทำยังกับว่าโลกกำลังจะถล่มยังงั้นหล่ะ” ชายหนุ่มถามเพื่อนด้วยความสงสัยพร้อมๆ กับน้ำเสียงที่เริ่มเปลี่ยนไป

“นะ...นาย...ทะ...ทำใจดีๆ เอาไว้นะ... เรื่องนี้สำคัญกับนายมาก” เมฆาบอกด้วยเสียงสั่นพยายา-ยามปลอบเพื่อนหนุ่ม แต่น้ำตาลูกผู้ชายอย่างเขาดันไหลพราก ใบหน้าเริ่มบิดเบ้ขึ้นทันทีราวกับกักเก็บเอาไว้แสนนาน

“แกมีอะไรกันแน่... บอกมาเร็วสิวะ” น้ำเสียงของภัทรพลเริ่มเปลี่ยนไป จนคนที่ยืนอยู่ด้านข้างต้องเงยหน้ามามองด้วยความอยากรู้อยากเห็นไม่แพ้กัน

“ระ...รถ..ทะ..ที่พ่อกับแม่นายนั่งกลับมาจากบ้านคุณแก้วเกิดประสบอุบัติเหตุพลิกคว้ำลงข้างทาง อาการสาหัสทั้งคู่ ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว นายรีบมาด่วนเลยนะ” น้ำเสียงสั่นๆ ผสมเสียงสะอื้นบอกออกไป

ร่างของภัทรพลเมื่อได้ยินดังนั้นก็ยืนนิ่งเหมือนร่างที่ไร้วิญาณเสียงที่ได้ยินจากปลายสายกลายเป็นเสียงอู้อี้ ชายหนุ่มต้องรอให้เอ่ยย้ำถึงสองรอบ ข่าวนั้นถึงซึมเข้าหัว ตอนนี้ใจของเขาหายวาบเหมือนกับมีใครแหวะหน้าอกแล้วควักเอาดวงใจไปสดๆ หน้าเริ่มมืดมือไม้เย็นราวกับใครเอาน้ำแข็งมานาบก็ไม่ปาน

เฮ้อพอล...นายฟังอยู่หรือเปล่า...พอลๆ เมฆากรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์ เมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบรับ จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงอะไรสักอย่างหล่นลงกระแทกพื้นแล้วเสียงสัญญาณก็ขาดหายไป....

เมฆาทรุดตัวนั่งลงอย่างคนหมดเรี่ยวแรง หมดอาลัยตายอยาก หมดที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ เขาปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาโดยไม่คิดจะปิดกลั้นมันไว้ เมื่อคิดไปถึงความโชคร้ายของคริสและภรรยาผู้ที่เขารักดั่งบิดาของเขาเช่นกัน

“โทรศัพท์ใครคะ... เอ๊ะ...คุณเป็นอะไรคะ หน้าซีดเชียว” ..........

มีไม่เสียงตอบจากร่างที่ยืนอย่างคนไร้วิญญาณนั้น ชายหนุ่มอยากจะล้มลงตรงนั้นแล้วตื่นขึ้นมาอีกครั้งบนเตียงนุ่ม ก่อนที่พ่อ แม่จะเข้ามากระซิบข้างๆ หู... พอลลูกแค่ฝันร้าย พ่อกับแม่ไม่ได้เป็นอย่างนั้นสักหน่อย.....

แต่สิ่งที่ชายหนุ่มคิดจึงเป็นเพียงแค่ภาพฝันเช่นกัน เขาจึงก้าวเดินไปข้างหน้าเซ เปะปะเหมือนคนไม่รู้ทาง เขาอดกลั้นความเจ็บปวดที่มีทั้งหมดไว้ พร้อมกับสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อเรียกความเข้มแข็งและสติกลับมาแล้วก้าวยาวไปที่รถอย่างเร่งรีบออกไป

ในเวลานั้นเขาไม่มีเวลามาอธิบายอะไรทั้งนั้น เพราะตอนนี้เขามีแต่ความห่วงใยต่อบุพการีนั้นมันมีมากเป็นล้นพ้นเกินจะบรรยาย

แก้วกานต์ดาเองก็รู้สึกตระหนกร่วมไปด้วย แต่ใบหน้านั้นบ่งบอกถึงความกังขาขึ้นมาทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมอยู่ดีๆ เขาถึงดูเร่งรีบที่จะจากไปโดยไม่คิดที่จะเอ่ยอะไรกับเธอสักคำ เธอจึงได้แต่มองตามท้ายรถของเขาที่จากไปด้วยความไม่เข้าใจในการเปลี่ยนไปของชายหนุ่ม



เออ.... พี่กันขอกำลังใจเม้มมาฝากด้วยนะคะว่าอ่านแล้วเป็นยังไงกันบ้าง

+++ขอบคุณจากใจคนเขียนจ้า+++
............................................................................

พี่กันคิดไว้ว่าจะหาเกมส์มาให้ทุกๆ คนได้ร่วมเล่นกันด้วยตอนนี้พี่กันมีของรางวัลอยู่ในมือแล้ว
แต่ขอเวลาพี่กันคิดเกมส์มาเล่นกันก่อนนะคะ ซึ่งจริงที่เขียนเรื่องแรกก็มีผลตอบรับ
และกำลังใจมากมายขนาดนี้ 
ขอบคุณจากใจคนเขียนเลยคะ 

( เอาภาพของรางวัลมาให้ชมกันนะคะ )
เป็นสมุดลวดลายน่ารัก มี 3 รางวัล ยังไงพี่กันขอคิดเกมส์ก่อนแล้วกันนะคะ

        


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

205 ความคิดเห็น

  1. #116 mydei (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2552 / 00:00
    รออ่านอยุ่รนะจ๊ะ
    #116
    0
  2. #113 mydei (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2552 / 18:51
    #113
    0
  3. #112 สวี่วี่วี (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2552 / 11:13
    อัพแล้วก็ไม่บอก พี่กันอะ ไงก็สู้ๆจร้า หนุกๆ อัพเร็วๆนะ แวะมาด้วย อย่าลืม นายพอลลลลลล
    #112
    0
  4. #111 Rcasia (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2552 / 09:18

    คุณพอล น่าหยิกแก้มมากๆ เลยค่ะพี่กัน >//////<

    กรี๊ดดดดดด อยากไปงานวัด 5555+


    เป็นกำลังใจให้พี่สาวนะจ๊ะ ^______________^ v

    #111
    0
  5. #109 lake-ang (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2552 / 14:02
    รีบอัพต่อนะคะ
    #109
    0
  6. #107 mydei (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2552 / 21:35
    #107
    0
  7. #106 โกโก้รสกล้วย (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2552 / 18:21
    น่ารักน่าเหยียบมากกว่านะครับ แสดงว่าเท้าของน้องแก้วน่าเหยียบจนนายหมีหื่นติดใจได้ขนาดนั้น ฮะฮะ ผมชอบนะครับคุณแม่กับคุณพ่อของนายหมีหื่นน่ารักครับไม่ถือตัวไม่ดูถูกคนสมแล้วที่เลี้ยงลูกชายออกมาได้นิสัยอย่างนายหมีหื่น บางคนถือว่าตัวเองรวยก็ดูถูกคนอื่นที่จนกว่าโดยไม่ได้มองดุอดีตของตัวเองว่าเคยลำบากจากคนจนจนมาเป็นคนรวยได้ แต่ว่าคุณพ่อคุรแม่ของนายหมีหื่นกลับไม่ได้คิดเรื่องพวกนี้เลยไม่ได้ดูคนที่สถานที่กำเนิดว่าเป็นบ้านนอกกลับดูคนที่นิสัยและการกระทำมากกว่าอย่างนี้สิครับถึงเป็นคนที่มีสติปัญญาจริงครับ

    พูดถึงงานวัดนี่ก็ไม่ได้ไปนานแล้วครับ ตอนอยู่ที่เชียงใหม่ก็ไปบ่อยๆ(งานฤดูหนาวของจังหวัดเชียงใหม่นี่งานวัดดีๆนี่เองครับ) มีทั้งสอยดาว ขว้างลูกบอลใส่กระป๋อง(โดยเฉพาะรางวัลครับเบียร์นี่น่าสนที่สุดและผมก็เป็นถึงนักกีฬาซอฟบอลและเบสบอลของมหาวิทยาลัยแต่ไม่เคยขว้างถูกเลยมันยังไงกันนะเศร้าครับ) ยิงธนู ชิงช้าสวรรค์ รถไต่ถัง รถบั๊มนี่ก็มันส์ครับชนกันเขาไป(จำได้ว่าตอนเด็กๆไปกับพี่ชายครับเล่นรถบั๊มนี่ละครับจนพี่ชายของผมคอเคล็ดกันไปข้างเลยครับ ฮะฮะ) ที่สำคัญพลาดไม่ได้ก็คือคอนเสริตร์ฟรีครับไม่ฟรีไม่เข้าครับ(งานฤดูหนาวที่จังหวัดเชียงใหม่(งานวัดเชียงใหม่)มีคอนเสริตร์ทีไรวัยรุ่นถอดเสื้อเต้นกันกระจาย(ผู้ชายนะครับ)คงจะมึนเมากันเต็มที่ตีกันทุกครั้งไปสินะ ยิ่งพี่แด๊กบิกแอสขึ้นร้องขนาดเพลงช้ายังตีกันเลยครับอะไรจะคึกคักจนไม่รู้จะไประบายออกกำลังกันที่ไหน ฮะฮะ) ก็สนุกนะครับงานเทศกาลพวกนี้คิดถึงครับ

    เรื่องแรกเขียนได้ขนาดนี้ก็สนุกมากแล้วครับ เรื่องการเขียนผิดผมไม่ได้คิดอะไรครับมันเรื่องปกติครับเวลาพิมพ์ไปก็ต้องมีพิมพ์ผิดกันบ้างครับ ขอให้เนื้อเรื่องน่าสนใจก็พอแล้วครับเรื่องภาษาปรับเปลี่ยนกันได้ครับ แต่เนื้อเรื่องถ้าเขียนไปยาวๆแล้วจะกลับไปแก้ส่วนใดส่วนหนึ่งมันอาจจะเกิดปัญหากับบางส่วนได้ครับ พี่กันเขียนได้ดีแล้วครับผมเป็นกำลังใจให้นะครับ

    แต่ว่าพระเอกนายหมีหื่นนี่ไม่เห็นสมชื่อ(ซาตาน)เลยครับ ผมว่านายหมีหื่นน่ารักนะครับออกจะแนวหวานด้วยครับ น้องแก้วไม่หลงก็แปลกครับขนาดผมยังหลงเลย นั้นเป็นเกย์หรือเปล่านี่เรา ฮะฮะ น่ารักครับ บทอารมณ์เขียนยากครับแต่ก็ไม่ยากเกินความพยายามนะครับพี่กัน น้องกล้วย(ไข่)คนนี้เป็นกำลังใจให้เสมอนะครับ

    ***ไม่ได้เข้ามาโฆษณานะครับ ถ้าพี่กันยังไม่เคยอ่านเรื่อง มูลค่าหัวใจ ของคุณเมตะวัน ลองเข้าไปอ่านดูนะครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้เล่นกับอารมณ์ของตัวละครและอารมณ์ของผู้อ่านได้ดีมากเลยครับ ไม่ใช่นิยายแนวตลาดนะครับ ผมว่าอาจจะนำมาพัฒนาในการเขียนได้ครับ เนื่องจากการเขียนเกี่ยวกับอารมณ์นั้นยากกว่าการแต่งเนื้อหาให้สนุกอีกนะครับ ลองเข้าไปอ่านดูนะครับพี่กัน ผมเป็นกำลังใจและขอให้มีผู้อ่านมากขึ้นเรื่อยๆนะครับผม สุดท้ายรักษาสุขภาพด้วยนะครับ

    (โม้สั้นๆกล้วยไม่ โม้ยาวๆกล้วยชอบ ก็ผมมันกล้วย(ไข่)ขี้โม้นินะ)
    #106
    0
  8. #105 mookanda (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2552 / 00:05

    สนุกดีค่ะ   รออ่านตอนที่เหลือนะค่ะ

    เป็นกำลังใจให้  สู้ ๆๆๆ จ้า

    #105
    0
  9. #104 weelyone (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2552 / 18:48

    กำลังสนุก  รีบอัพนะคะรออ่านจ้า

    #104
    0
  10. #103 mydei (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2552 / 17:16
    #103
    0
  11. #102 ณัฏฐวิตรา (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2552 / 00:00
    เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #102
    0
  12. #100 Rcasia (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2552 / 09:59

    ว่าจะมาปูเสื่อรอ 5555+

    มีเพื่อนมารอก่อนหน้าข้าพเจ้าด้วย คิก ๆๆๆๆ

    ตัดหน้าเค้า คิก ๆๆๆๆ

    .

    .


    V

    #100
    0
  13. #97 mydei (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2552 / 20:19
    #97
    0